ศนู ย์ผนู้ ำจติ อำสำพฒั นำชุมชนตำบลหนองสำหรำ่ ย
อำเภอพนมทวน จงั หวดั กำญจนบุรี
บา้ นหนองทราย
สำนกั งำนพฒั นำชุมชนจังหวดั กำญจนบุรี
“โครงการเสรมิ สร้างและพัฒนาผู้นาการเปลี่ยนแปลง”
วตั ถปุ ระสงค ์
-เพ่ือเป็ นแนวทางให้ผูน้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชน ผูน้ า
ชุมชนและผเู้ ก่ียวขอ้ งสามารถนาไปพฒั นาและต่อยอดใน
การขบั เคล่ือนงานจิตอาสาพฒั นาชุมชน
-เพ่ือเป็นเคร่ืองมือในการ เพ่ิมขีดความสามารถของผูน้ า
จิตอาสาพฒั นาชุมชนใหส้ ามารถขบั เคล่ือนศูนย์ผนู้ า จิต
อาสาพฒั นาชุมชนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
Baan Nong Sai
บ้านหนองทราย
หมู่บา้ นหนองทราย ในอดีตเป็ นป่ าไมเ้ บญจพรรณ มีสัตวป์ ่ าอาศยั ชุกชุม มี
แอง่ น้าขนาดใหญ่ เรียกวา่ หนองใหญ่รอบๆหนองน้า พ้ืนดินเป็ นหัวข้ีแก้ คือ
มีดินกอ้ นโตๆ เป็นตะป่ ุมตะป่ า ในหนองน้ามีพืชน้าประเภท ตน้ กก ตน้ ขนาก
ตน้ กระทุม ตน้ ระฟ้า ฯลฯ เดิมบริเวณพ้ืนท่ีแห่งน้ีมีทางเกวียน จากบา้ นดอน
เจดีย์ ผ่านหนองขุย มาหนองทราย และไปปลกั เขวา้ ผ่านพระแท่น และ
ท่าเรือท่ีริมหนอง ต่อมาในปี พ.ศ.2485-2487 ซ่ึงเป็นช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี 2
มีโจรร้ายชุกชุม และร้ายกาจมากขนาดฆ่าพระอาจารยโ์ อ เจา้ อาวาสวดั บา้ น
ทวน มรณภาพระหว่างเดินทางเกวียนจากบ้านทะเลบกจนชาวบ้านบ่อ-
สุพรรณ ซ่ึงอยู่ติดชายเขา ไดอ้ พยพครอบครัวหนีโจรร้าย มาอาศยั อยู่ท่ีบา้ น
หนองทรายเป็ นจานวนมากและมีข่าวว่า โจรแก๊งน้ีจะเข้าปล้นฆ่าคนใน
หมบู่ า้ นหนองทรายดว้ ย แต่บรรพบุรุษของบา้ นหนองทรายไม่เคยคิดหนี ได้
ร่วมใจกนั ซ้ือปื นลูกซองเด่ียว และลูกซองแฝด เตรียมหลบภยั สู้โจร สรุปผล
คือ ไม่เคยมีโจรมาปล้นหมู่บ้านหนองทราย ทาให้พวกลูกหลานอยู่รอด
ปลอดภยั มาจนถึงปัจจบุ นั
Baan Nong Sai
บ้านหนองทราย
บา้ นหนองทราย จากคาบอกเล่ากล่าวว่า เคยเป็ นเส้นทางเดินทพั ของสมเด็จพระนเรศวร
มหาราช ทรงไดย้ กทพั จากกรุงศรีอยธุ ยาผ่านมาที่บา้ นหนองสาหร่าย และไปทายทุ ธหัตถีท่ี
บา้ นดอนเจดียต์ ามขอ้ มูลพงศาวดารต่างๆ ลกั ษณะภูมิประเทศของแตล่ ะทอ้ งถิ่น มีเหตุผลเขา้
กนั ไดว้ า่ ทพั ไทยและทพั พม่าท้งั 2 ฝ่ าย เดินทพั มารบกนั ท่ีนี่คือทพั พระมหาอุปราชา เมื่อยึด
เมืองกาญจนบุรี (เก่า) ไดแ้ ลว้ จะเดินทพั เขา้ มาและมาย้งั ทพั อยทู่ ี่ตระพงั ตรุและส่งกองมา้ สอด
-แนมออกไปสืบหาขา่ วทางฝ่ ายไทยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะเดินทพั ผา่ นและยกทพั ที่
หนองสาหร่ายจึงใชเ้ วลาวนั จึงเกิดยทุ ธหตั ถีท่ีดอนเจดีย์ บา้ นหนองทรายเป็นชุมชนส่วนใหญ่
ท่ีประกอบอาชีพทานาขา้ วและปลูกผกั อินทรียแ์ ละไร่นาสวนผสมโดยมีการแปรรูปผลผลิต
จากการทานาใหม้ าเป็นผลิตภณั ฑข์ า้ วส่งออกไปยงั ทวั่ ประเทศ และบางส่วนไดจ้ ดั เก็บไวใ้ ช้
ในครัวเรือน ทาใหเ้ กษตรกรมีรายไดเ้ หลือเก็บ และมีขา้ วสารไวด้ ารงชีวติ ไดต้ ลอดท้งั ปี
Baan Nong Sai
บ้านหนองทราย
“จุดเร่ิมต้นของการขบั เคล่ือนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพฒั นาชุมชน ระดบั จังหวดั กาญจนบุรี”
เพอ่ื ความตอ่ เนื่องในการเสริมสร้างและพฒั นาผูน้ าการเปลี่ยนแปลง สู่ผูน้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชน ดว้ ยแนวคิด
การนาตน้ ทุนผูน้ า กลุ่ม/องคก์ ร และเครือข่ายงานพฒั นาชุมชน นาภูมิปัญญาของชุมชน ให้เป็ นพลงั ในการ
สร้างสรรค์ งานพฒั นาขุมชน เพ่ือการพฒั นาทกั ษะชีวิต ทกั ษะอาชีพ และคุณภาพชีวิตให้กบั คนในชุมชนใน
รูปแบบของผูน้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชน เพ่ือให้เกิดแหล่งบ่มเพาะทกั ษะชีวิต ทกั ษะอาชีพ แหล่งเรียนรู้งานพฒั นา
ชุมชน และเป็ นศูนยร์ วมของเครือข่ายผูน้ าจิตอาสาพฒั นาชุมขนสู่เป้าประสงค์เป็ นท่ีพ่ึงท่ีเป็ นตน้ แบบการพฒั นา
พฒั นาคุณภาพชีวิต ที่พ่ึงตนเองไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื จงั หวดั กาญจนบุรี จึงไดค้ ดั เลือกโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงบา้ น
หนองทรายตาบลหนองสาหร่าย อาเภอพนมทวนจดั ต้งั เป็ นศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนระดบั จงั หวดั กาญจนบุรี เมื่อ
กาญจนบุรี เมื่อวนั ท่ี 23 กนั ยายน 2564 ซ่ึงเป็ นกลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อมและมีศกั ยภาพตามเกณฑก์ าร
ประเมินท่ีกรมการพฒั นาชุมชนกาหนด เพื่อเป็ นสถานที่บ่มเพาะภาวะผูน้ า ทกั ษะชีวิต ทกั ษะอาชีพ การ
พฒั นาคุณภาพชีวติ ประชาชน และการบริหารจดั การชุมชนเพือ่ การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื
Baan Nong Sai
บา้ นหนองทราย
จากการประชุมเชิงปฏิบตั ิการการขบั เคล่ือนศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนเพ่ือสร้างพลงั ชุมชน
ของผนู้ าการเปล่ียนแปลง ให้มีความรู้ ทกั ษะ และทศั นคติ ในการขบั เคลื่อนศูนยผ์ ูน้ าจิตอาสาพฒั นา
พฒั นาชุมชนระดบั จงั หวดั กาญจนบุรี กลุ่มเป้าหมายเป็ นผูน้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนที่ได้รับ
การคดั เลือก จานวน 25 คน ไดม้ ีการพูดคุย และ กาหนดวิสัยทศั น์ของผูน้ าจิตอาสาพฒั นา
ชุมชนตาบลหนองสาหร่าย คือ “สร้างผ้นู า เสริมเครือข่ายท่ดี ี ชุมชนมีความย่ังยืน”พร้อมท้งั
วางแผนการขบั เคล่ือนการดาเนินการกิจกรรมสร้างความมนั่ คงทางอาหาร ภายใต้ Motto“ทุก
ครัวเรือน คือ คลังอาหาร ทุกหมู่บ้าน คือ ศูนย์แบ่งปัน” เริ่มต้นด้วยการน้อมนาศาสตร์
พระราชามาเป็ นแนวทางในทางาน เพื่อให้เกิดพลงั และแรงจูงใจในการทางาน นาไปสู่การ
พฒั นา การบริหารจดั การชุมชน ซ่ึงนาพาชุมชนให้เกิดการพฒั นาคุณภาพชีวิต ที่พ่ึงตนเองได้
เขม้ แข็งอยา่ งยงั่ ยืน ด้วยกิจกรรม 3 สร้าง ได้แก่ 1. การสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยใช้
นวตั กรรม “หลุมพอเพยี ง”2. การสร้างส่ิงแวดล้อมให้ย่ังยืน โดยใช้นวตั กรรม “หลุมพอใจ”
และ 3. การสร้างภูมคิ ุ้มกนั ทางสังคม จดั ต้งั กองทนุ “เพ่ือนช่วยเพ่ือน”
วธิ กี าร/แนวทางการขบั เคลอื่ นศูนยผ์ ูน้ า
จติ อาสาพฒั นาชมุ ชนใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื
การบรหิ ารจดั การศูนยผ์ ูน้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน (4 M)
M1 Man หรือ คน มีการบริหารบุคคล มีการเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับความสามารถ
เพ่ือให้การดาเนินงานศูนยผ์ ูน้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชน ประสบผลสาเร็จ สามารถเป็ น
แบบอยา่ งได้
M2 Money หรือ เงิน มีการบริหารงบประมาณท่ีไดร้ ับอยา่ งเหมาะสม คุม้ ค่า และบรรลุ
วตั ถุประสงค์
M3 Material หรือ วตั ถุดิบ มีการบริหารทรัพยากรอยา่ งคุม้ ค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
Management หรือ การจดั การ มีการทางานร่วมกนั มีการจดั ต้งั คณะกรรมการศูนยผ์ นู้ าจิตอาสา
M4 พฒั นาชุมชนเพ่ือขบั เคลื่อนศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนให้เป็ นแหล่งเรียนรู้ แลกเปล่ียนประสบการณ์
การดาเนินงานกิจกรรมตา่ งๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั งานพฒั นาชุมชน
ปจั จัย ความสาเรจ็
- ผูน้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา น้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งมาปฏิบตั ิ
- มีภาคเี ครือข่ายการพฒั นา (7 ภาค)ี ที่เขา้ มาสนบั สนุนการขบั เคลื่อนศูนยผ์ ูน้ าจิตอาสาพฒั นา
ชุมชน
- มีผนู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนท่ีมีความรู้ความสามารถ มีความเสียสละ และมีความมุ่งมั่นที่จะ
ทางานให้ประสบผลสาเร็จ
- มีการค้นหาองค์ความรู้ที่มีอยใู่ นชุมชนเพ่ือนามาปรับเป็ นหลกั สูตรเพอื่ ถ่ายทอดให้คนใน
ชุมชนสามารถนาไปปฏิบตั ิและประยกุ ตใ์ ชไ้ ดจ้ ริง
- มีผูน้ าชุมชนท่ีเขม้ แข็ง หน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชนให้ความร่วมมือในการ
ขับเคล่ือนศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชน
- มีการเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ผลการดาเนินงานศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนอยา่ งตอ่ เนื่อง
อดุ มการณผ์ ูน้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
“ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็ นที่สอง ประโยชน์ของเพ่ือนมนุษยเ์ ป็ นกิจที่
หน่ึง ลาภ ทรัพย์ และ เกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง ถา้ ท่านทรงธรรมะแห่ง
วชิ าชีพ ไวใ้ ห้บริสุทธ์ิ”
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก
"การบาเพญ็ ประโยชน์ช่วยเหลือผอู้ ื่นน้นั เป็ นปัจจยั ท่ีจะสร้างสรรคค์ วามมุ่งดีมุ่ง
เจริญต่อกนั และกัน ความรักใคร่เผื่อแผ่แบ่งปันในกนั และกนั ซ่ึงในที่สุดจะ
ก่อใหเ้ กิดความสามคั คีเป็นปึ กแผน่ ในชาติข้ึน จนเป็นพลงั อนั ยิ่งใหญ่ท่ีจะช่วยให้
เราสามารถรักษาความเป็น อิสระ และความมนั่ คงของชาติบา้ นเมืองเราให้ยนื ยง
อยตู่ ลอดไป“
พระราชดารัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๙
คณุ ลกั ษณะของผูน้ า
จติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
- มีความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา และ
พระมหากษตั ริย์
- มีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง ครอบครัว และ
ชุมชน
- มีความพร้อมในการทางานด้วยใจอาสา
เพือ่ ประโยชนส์ ่วนรวม
- สามารถบูรณาการสร้างและบริ หาร
เครือข่าย
- มีจิตใจเอ้ืออารีและแบ่งปัน
Baan Nong Sai
บ้านหนองทราย
บทบาทของผูน้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
- เรียนรู้ดว้ ยตนเอง
- ใหค้ าปรึกษาและแกป้ ัญหา
- แบ่งปันความรู้ และทรัพยากร
- คน้ หาภาคีเครือข่าย ท่ีมีอุดมการณ์
- ขยายผลเครือข่ายตาบลและพ้นื ท่ีใกลเ้ คียง
- สร้างความยง่ั ยนื ดา้ นอาชีพ รองรับภยั พิบตั ิ
สามารถพ่งึ พาตนเองไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื
Baan Nong Sai
บา้ นหนองทราย
นำยแรม เชียงกำ มีประสบกำรณ์ในกำรทำงำนภำคเกษตร 26 ปี โดยทำกำรเกษตรในรูปแบบเกษตร
ทฤษฎใี หม่ บนพน้ื ที่ 10 ไร่ มกี ำรแบ่งพน้ื ที่เป็นสัดส่วน ประกอบด้วย แปลงข้ำว แปลงไม้ผล/แปลงผัก
บ่อน้ำ (ปลำ/หอย) เลี้ยงสัตว์ (วัว/ไก่) และท่ีพักอำศัย ในอดีตเกษตรกรภำยในตำบลหนองสำหร่ำย
ประสบปญั หำรำคำผลผลิตตกตำ่ กอ่ ให้เกิดภำวะหน้สี ินจำนวนมำกในชุมชน จนกระทั่งในปี ๒๕๔๕ ได้
ไปศึกษำดูงำนท่ีชุมชนไม้เรียงและชุมชนคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมรำช และได้นำองค์ควำมรู้ในกำร
บรหิ ำรจัดกำรชุมชน มำปรับใช้ในชุมชนของตนเอง มีกำรจัดทำแผนแม่บทชุมชน พัฒนำชุมชนในมิติ
ต่ำง ๆ ท้ังเศรษฐกิจและสงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม ตลอดจนคุณภำพชีวติ ควำมเปน็ อยู่ท่ีดี เป็นแบบอย่ำงในกำร
ทำงำนทสี่ ำมำรถลดต้นทุนกำรผลติ ลดกำรใชส้ ำรเคมี กำรลดภำวะหนีส้ ิน กำรมีวนิ ยั ในกำรออม กำรรับ
ฟงั ปัญหำ และกำรสร้ำงควำมสำมคั คี ในชุมชน ร่วมวเิ ครำะหป์ ญั หำของชมุ ชน หำสำเหตุของปญั หำ
และหำแนวทำงแกไ้ ขปญั หำรว่ มกนั มคี วำมขยนั หมนั่ เพยี รและใช้เวลำวำ่ งให้เกิดประโยชน์ เปน็ ผ้ใู ฝ่รู้ อยู่
เสมอ ทง้ั กำรคิดค้น ทดลอง วิจยั เพื่อหำแนวทำงหรือโครงกำรในกำรส่งเสริมให้เกิดกำรพัฒนำชุมชนและ
สงั คมกำรเกษตร สง่ เสรมิ ให้เกดิ กระบวนกำรเรียนรใู้ นชุมชน คิดคน้ หลกั สูตรต่ำง ๆ เพือ่ รองรบั กำรศึกษำ
ดูงำนของเครือขำ่ ยภำยนอกชุมชนจำกทัว่ ประเทศ
“ชมุ ชนหลากภมู ิปัญญา สวู่ ิถีชาวนาอจั ฉริยะ”
Baan Nong Sai
บา้ นหนองทราย
ปณิธานผูน้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
- จะทางานใหเ้ ป็นระบบ
- จะต้งั มน่ั ในคุณธรรม
- จะเคารพขอ้ ตกลงร่วมกนั ภายในกลมุ่
“แนวคดิ การทางาน”
เขา้ ใจ เขา้ ถึง และพฒั นา น้นั คือ ก่อนจะทาอะไร ตอ้ งมีความเขา้ ใจเสียก่อน เขา้ ใจภูมิประเทศ เขา้ ใจผคู้ นใน
หลากหลายปัญหา ท้งั ทางดา้ นกายภาพ ดา้ นจารีตประเพณีและวฒั นธรรม เป็ นตน้ และระหว่างการดาเนินการ
น้นั จะตอ้ งทาใหผ้ ทู้ ี่เราจะไปทางานกบั เขาหรือทางานให้เขาน้นั “เขา้ ใจ” เราดว้ ย เพราะถ้าเราเขา้ ใจเขาแต่ฝ่ าย
เดียว โดยท่ีเขาไม่เขา้ ใจเรา ประโยชน์คงจะไม่เกิดตามที่ เรามุ่งหวงั ไว้ “เขา้ ถึง” ก็เช่นกนั เม่ือรู้ปัญหาแล้ว
เขา้ ใจแลว้ จะตอ้ งทาอยา่ งไรก็ตาม ให้เขาอยากเขา้ ถึงเราด้วย จึงจะนาไปสู่ “การพฒั นา” ที่เป็ นความตอ้ งการ
ของชุมชนน้นั ๆ
Baan Nong Sai ความสุข
บ้านหนองทราย พงึ่ พา
ตนเอง
“ชุมชนหลากภมู ปิ ัญญา สูว่ ิถีชาวนาอัจฉรยิ ะ”
ประหยดั