The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาบุคลิกภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การพัฒนาบุคลิกภาพ

การพัฒนาบุคลิกภาพ

การพัฒนาบคุ ลิกภาพ

นางสาววรัชยา ลาดสารี
เลขที่ 17 สบจ. 63. 1
สาขาวิชาการจัดการสานกั งาน

รายงานนเี้ ปน็ สว่ นหนึ่งของรายวชิ า 30216-2003
โปรแกรมสาเร็จรูปในงานสานกั งาน

สาขาวิชาการจดั การสานกั งาน แผนกวชิ าการจดั การสานกั งาน
คณะบรหิ ารธุรกจิ

วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาลาปาง
ภาคการศึกษาท1ี่ ปกี ารศกึ ษา 2563



การพฒั นาบุคลิกภาพ

เสนอ
ครูปรยี า ปันธยิ ะ

นางสาววรชั ยา ลาดสารี
เลขที่ 17 สบจ. 63. 1
สาขาวิชาการจดั การสานกั งาน

รายงานนี้เป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา 30216-2003
โปรแกรมสาเร็จรูปในงานสานักงาน

สาขาวชิ าการจดั การสานกั งาน แผนกวชิ าการจัดการสานกั งาน
คณะบรหิ ารธรุ กจิ

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาลาปาง
ภาคการศึกษาท1่ี ปกี ารศึกษา 2563

คานา

รายงานเลม่ นเี้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของรายวชิ า 30216-2003 โปรแกรมสาเร็จรปู ในงานสานักงาน
ซึ่งไดร้ บั มอบหมายจากครปู รียา ปันธิยะ ไดใ้ ห้ศึกษาคน้ คว้าเกีย่ วกบั เรื่อง การพฒั นาบุคลิกภาพ โดยมี
เนื้อหาสาระ ของรายงานเลม่ นีป้ ระกอบดว้ ย ขอบขา่ ยของบุคลิกภาพ, หลักการทวั่ ไป เพื่อพัฒนา
บุคลกิ ภาพ, การพัฒนาบุคลิกภาพในงานเลขานุการ และการพฒั นาภาพเพ่ือการเสริมสร้างลักษณะ
ความเปน็ ผนู้ า

ผู้จดั ทา ได้ทาการศึกษา ค้นควา้ และเรยี บเรยี ง เปน็ รายงานฉบับสมบรู ณ์ เพ่ือให้ผูท้ ่สี นใจ
ศกึ ษาความรู้ เร่อื ง การพฒั นาบุคลิกภาพ เพ่มิ เติมจากรายงานเร่ืองนี้

ผจู้ ดั ทา หวงั อย่ายง่ิ ว่า ผอู้ ่าน ผทู้ ่สี นใจ จะไดร้ ับประโยชน์ และนาไปประยกุ ต์ใช้
ในชวี ิตประจาวนั ได้

สารบัญ
เร่อื ง หนา้

สารบัญภาพ
ภาพที่ หนา้

บทท่ี 1
การพฒั นาบุคลิกภาพ

1. ขอบข่ายของบคุ ลกิ ภาพ

1.1 ความหมายของบคุ ลิกภาพ
บุคลกิ ภาพ(Personality)หมายถงึ ลกั ษณะอนั เป็นของจาเพาะแตล่ ะบคุ คล ซ่ึงแสดงออกทาง

ทา่ ทาง ความรู้สึกนึกคิด ความเฉลียวฉลาด ตลอดจนกิรยิ ามารยาท ลกั ษณะนิสัยและอุปนสิ ยั
บุคลกิ ลกั ษณะของคน แบง่ ออกเปน็ 4 พวกใหญ่ ๆ ดังน้ี

1) พวกชอบตดิ ตาม (Extrovert)
2) พวกชอบเห็นแกต่ ัว (Introvert)
3) พวกก้าวร้าว (Psychopathic Personality)
4) พวกโรคจิต (Paranoid)
บคุ ลกิ ภาพในความหมายจกหนงั สือบัญญตั ิศัพทว์ ิชาการศึกษา จะหมายถงึ ผลรวมของ
พนั ธุกรรมและประสบการณ์ทั้งหมดของบคุ คล
Morgan ใหค้ วามหมายของบุคลกิ ภาพ หมายถึงคุณสมบัตแิ ละคณุ ลกั ษณะเด่นของ
บคุ คล รวมท้ังการปรับตวั รองบุคคลต่อสิง่ แวดลอ้ มต่าง ๆ
ในความหมายของบุคลกิ ภาพจากหลาย ๆ ดา้ นนี้ คนไทยถือวา่ บุคลิกภาพเปน็ เคร่ืองมือ
ทานายสมรรถภาพและความสามารถทางบุคคล โดยจะยอมรับเอาลักษณะเด่นเปน็ บุคลิกภาพของคน
คนนน้ั

รปู ที่ 1

ส่ิงทีจ่ าเป็นประกอบเปน็ บุคลิกภาพ
ก. การปรากฎกาย(Appearance)เปน็ การแสดงถึงด้านการแต่งกายและพฤติกรรมทางกายภาพ
ข. การสื่อสาร (Communication) คอื การพดู การฟัง การเขยี น การคิด และการ

ควบคุมอารมณ์
ค. สญั ญาณกาย(BodyLanguage)คอื การแสดงออกทางสีหน้า สายตา ท่าทาง และระยะหา่ ง
ง. มารยาทสังคม (Social Manner) คอื กริ ยิ าวาจาที่ถูกตอ้ งของคนในสังคมนน้ั ๆ

2. ความสาคัญของบคุ ลิกภาพ

บุคลิกภาพมีความสาคัญต่อการดารงชวี ติ ในสังคมทีด่ าเนนิ การอยทู่ ุกวันเปน็ อย่างมาก โดย
พิจารณาไดจ้ ากประเด็นต่าง ๆ น้ี

1) ความมนั่ ใจ ตอ้ งมน่ั ใจในการแสดงออก ทาใหก้ ล้าที่จะแสดงออก เพราะคนอ่ืนที่พบเห็นจะ
ใหค้ วามสนใจและเชอื่ มัน่ และเปน็ โอกาสท่จี ะประสบความสาเรจ็ มากขนึ้

2) การคาดหมายพฤติกรรม หากทราบวา่ บุคคลนนั้ มบี ุคลิกภาพเช่นไร จะทาให้สามารถ
ทานายได้วา่ สถานการณ์เช่นน้ีคนนน้ั จะแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งไร

3)การยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล การที่บอกว่าคนหนง่ึ แตกตา่ งจากอีกคนหนึ่งได้นั้น
ก็ตอ้ งอาศัยการสังเกตดูพฤติกรรมท่ีเกดิ ข้ึนเปน็ ประจาสม่าเสมอ และจะสามารถทาใหร้ ู้วิธกี ารปรบั ตวั
เขา้ กบั คนเหล่านั้นได้ก่อใหเ้ กิดความสัมพนั ธ์อันดตี ่อไป

4) การตระหนักในเอกลักษณ์ของบุคคล บุคลกิ ภาพทาให้คนมีลักษณะเฉพาะตวั ทเ่ี ปน็ ของ
ตนเอง เปน็ แบบให้กับคนอน่ื ดว้ ย เช่น ความมเี มตตา ซือ่ สัตย์ เป็นตน้

5) การปรบั ตวั ใหก้ ับคนอน่ื การที่ทราบถงึ บุคลิกภาพของคนอนื่ นั้น ทาใหป้ รับตัวเข้ากับเขา
ไดง้ า่ ยขน้ึ แกป้ ญั หาได้ และยังชว่ ยปรับตวั ได้ทันกบั สถานการณ์ได้ด้วย

6) ความสาเร็จ บคุ คลที่มีบุคลิกภาพดีมักได้เปรยี บคนอ่นื เสมอ และเปน็ พน้ื ฐานแห่งความ
เชอื่ ถือแกผ่ ้พู บเห็น ชว่ ยใหก้ ารทางานสาเร็จงา่ ยขึ้น เพราะจะได้รบั ความรว่ มมือและความสะดวกใน
การตดิ ต่อ

7) การยอมรับของกลมุ่ บุคลิกภาพทดี่ ยี ่อมเปน็ ทยี่ อมรับของคนท่ัวไป ยินดีใหค้ วามรว่ มมือ
และก่อใหเ้ กิดความมั่นคงทางจติ ใจ

3. มาตรการในการตรวจสอบบคุ ลิกภาพ

เมื่อไดศ้ ึกษาถึงบุคลกิ ภาพวา่ มีสว่ นสาคัญต่อเลขานุการ และตอ้ งรูจ้ ักตรวจสอบบคุ ลกิ ภาพ
ของตนเองและผ้อู นื่ เพอ่ื จะช่วยพัฒนาบคุ ลกิ ภาพตวั เองให้มบี ุคลกิ ภาพดขี ้ึน เพ่ือนาไปประกอบการ
ตัดสินใจในการทางานตามตาแหน่งทีก่ าหนดไว้ มาตรการที่ใชม้ ีหลายชนดิ ซง่ึ อาจเลือกใช้ตามความ
เหมาะสม ท่สี าคญั ไดแ้ ก่

1) Personality lnventory เป็นแบบทดสอบบุคลิกภาพโดยตรง ลักษณะเปน็ คาถามหลาย ๆ ข้อ
ครอบคลุมในหลายเนื้อหา เช่น สุขภาพ อาการผิดปกตทิ ี่มีสาเหตุจากจิตใจ ทัศนคติตา่ ง ๆ เร่อื ง เพศ
ศาสนา อาชพี การเมือง สังคม สถานภาพทางครอบครวั ฯลฯ

2) Projective Test แบบที่ 2 น้ี มุ่งให้ผู้ถกู ทดสอบแสดงความรสู้ ึกนกึ คดิ ออกมาโดยทางออ้ ม
สร้างจิตนาการหรอื ความคดิ ฝัน เพอ่ื จะหาคาสอบเกีย่ วกบั บุคลิกภาพ

3) Rating Scales ใช้สังเกตพฤติกรรมของผู้อนื่ ทตี่ ้องการจะทดสอบ และให้คะแนนหรือ
ประเมนิ ค่าว่าบคุ คลน้นั แสดงพฤติกรรมออกมาในระดับใด พฤติกรรมทจ่ี ะประเมินค่าน้ัน จะแบง่ หลาย
ระดับให้คะแนนตามลาดบั มากน้อย อาจเร่ิมตน้ จากไมย่ อมรว่ มมอื เลย ให้ความร่วมมือปานกลาง ให้
ความรว่ มมอื อยา่ งเตม็ ท่ี ฯลฯ หรอื แลว้ แตจ่ ะเหน็ เหมาะสม ข้อสาคญั ที่ควรระวังอยู่ทีค่ วามลาเอียง
ของผ้ปู ระเมนิ ซง่ึ จะต้องมเี กณฑท์ ่ีแนน่ อนไวใ้ นใจ จะเอนเอยี งไมไ่ ด้

4) Lnterview วธิ สี ัมภาษณน์ เ้ี ป็นวิธีเกา่ แกใ่ ชก้ นั มาช้านานในการสารวจบคุ ลกิ ภาพ ในการ
พจิ ารณาตัวบุคคลเพือ่ วตั ถุประสงค์นานาชนิดมักใช้วธิ กี ารสัมภาษณต์ ้องการจะทราบสิ่งใดผสู้ ัมภาษณ์กจ็ ะตัง้
คาถามและสังเกต สงิ่ ท่ผี ูส้ มั ภาษณ์จะตอ้ งยึดถือความยตุ ิธรรมในใจนั่นเอง ขอ้ แนะนามดี งั น้ี

ก. Be a Stage-Setter ผู้สมั ภาษณ์ตอ้ งกาหนดขนั้ ตอนของการสัมภาษณ์ ใหเ้ หมาะสม
กาหนดเรอ่ื งราวทต่ี ้องการทราบไว้ให้พร้อม และสมั ภาษณ์ใหเ้ ปน็ ไปตามขนั้ ตอนน้นั
ข. Be a Starter ผ้สู ัมภาษณ์ตอ้ งเป็นผูเ้ ริ่มตน้ เพื่อสรา้ งแนวในการสมั ภาษณ์ให้ตรง
ประเดน็ และสัมพันธ์กบั ขั้นตอนที่กาหนดไว้
ค. Be a Helmsman จะต้องคอยนาใหผ้ ู้ถูกสัมภาษณ์เดนิ ตามแนวทกี่ าหนดให้ออกนอกลู่
นอกทางพยายามหาคาตอบให้ได้ตามทีต่ ั้งเปาู หมายเอาไวแ้ ละพยายามให้กะทดั รัดตรงไปตรงมา
ง. Be a Good Listener ให้ความสนใจกบั คาตอบของผู้ถูกสมั ภาษณ์ รับฟังคาตอบและ
ปัญหาด้วยใจเป็นกลาง ทาตนเปน็ ผูฟ้ งั ท่ดี ี และหาทางสรุปคาตอบตามแนวที่ต้องการ
จ. Be a Explorer ทาตนเปน็ นักสารวจ ค้นคว้าหาขอ้ เทจ็ จริงจากคาตอบของผ้ถู ูกสัมภาษณ์
พยายามหาทางตัดคาตอบทีค่ ิดวา่ ไม่ให้ประโยชน์ออกไป ประมวลไว้แค่ข้อมูลท่ีเช่ือแน่ไดว้ า่ เปน็
ความจริง
ฉ. Be a Salesman พยายามชีใ้ หเ้ ห็นเปูาหมายของการสัมภาษณ์ ผสู้ ัมภาษณ์ควรทาตน
คลา้ ย ๆ กับพนักงานขายคือบอกถึงลักษณะของงานและบคุ ลิกภาพอันพงึ ประสงคท์ ่ีผู้ถูก
สมั ภาษณค์ วรจะมี
ช. Be a Diplomat ผู้สัมภาษณ์ควรทาตนเปน็ การทูต คือซักถามผู้ถกู สมั ภาษณ์ให้ตอบ
คาถามในบางลักษณะทีผ่ ู้ถูกสัมภาษณ์ไมอยากเปิดเผย แต่เป็นเร่อื งท่ีผถู้ ูกสมั ภาษณ์
ต้องการจะทราบพยายามใหเ้ ขาพูดออกมาหรือแสดงกริ ิยาท่าที

ช. Be a Clock-Watcher กาหนดเวลาการสมั ภาษณ์ไวใ้ หพ้ อเหมาะสมอยา่ ให้มากหรือน้อย
เกนิ ไปโดยอาศัยขั้นตอนทกี่ าหนดไว้เป็นเกณฑ์กาหนดเวลา และพยายามรกั ษาเวลาให้
เปน็ ไปตามนน้ั
ช. Be yourself เป็นตวั ของตัวเอง ไม่ควรเลียนแบบคนอืน่ หรือตัดสนิ การสมั ภาษณ์ตาม
ความเหน็ คนอ่ืน ควรพิจารณาจากความรสู้ กึ ของตนเอง พยายามทาตนเป็นกันเองกบั ผถู้ ูก
สมั ภาษณ์ใหเ้ ขาเกดิ ความรสู้ ึกสบายใจเหมอื นการพดู คยุ ปกติ
ญ. Be a Judge ตง้ั อยใู่ นความยุตธิ รรม พยายามคน้ หาความจรงิ แล้วช่งั นา้ หนักคาตอบหรือ
ความจริงเหล่านัน้ ด้วยความเป็นธรรม ถา้ มีการเปรียบเทยี บระหวา่ งผู้ถูกสัมภาษณห์ ลายคนผู้
สัมภาษณ์จะต้องมจี ิตใจแน่วแนไ่ ม่โอนเอนด้านใดด้านหน่งึ อย่าให้เกิด Halo effect คือ
แนวโน้มในการตดั สินบคุ คลโดยแคเ่ พยี งเห็นตาท่าทางเทา่ น้ัน จะต้องใชป้ ัจจัยอ่ืนๆประกอบดว้ ย
ตวั อยา่ งรปู การตรวจสอบบุคลิกภาพพนักงานขาย

รูป 2

4. หลกั การเบื้องต้นในการปรับปรงุ บคุ ลกิ ภาพเพ่ือการพฒั นา

Adler เสนอแนะหลักการเบื้องต้นในการปรบั ปรุงบคุ ลิกภาพเพื่อการพัฒนาไว้ดังน้ี
1) พยายามตดั คาว่า “ไม่” อออกไปจากการระทา พฤติกรรมและการพูด จะตอ้ งแสดงใหเ้ หน็
วา่ ตนเองสามารถจะ “ทาได้” และพยายามทาสิ่งทีด่ ีเท่าน้ัน คาว่า “ส่งิ ที่ดี” ในที่น้หี มายถึง ความเหน็
โดยเฉลีย่ ของบุคคลทัว่ ไปว่า “ด”ี ให้เป็นนสิ ยั จนกระท่ัง “ทาได”้ โดยไม่ฝนื
2) ม่นั ในตนเอง และมจี ติ นาการทจี่ ะเป็นแนวในการปฏบิ ัตใิ หส้ อดคล้องกับแนวโน้มของสังคม
และพยายามกาหนดจดุ ยืนของตนไวใ้ นใจหาทางฟังฝาุ อุปสรรคให้ไปถงึ จดุ กาหนดของตนเองในทางที่ถูกตอ้ ง
3) ไมเ่ ปน็ ผู้ท่หี ยุดน่ิงอยู่กบั ที่ ใหท้ กุ สิ่งทุกอย่างเคลื่อนไหวเสมอ หาทางเปลย่ี นแปลงตนเองให้
ไปสบู่ คุ ลกิ ภาพทน่ี ่าจะเปน็ การเปล่ียนแปลงอาจเกิดขน้ึ ได้จากการสังเกต การจดจา การเปรยี บเทียบ
และนาสงิ่ ทดี่ ีมาเป็นหลกั การในการทเ่ี ปลี่ยนแปลงตนเองไปสจู่ ดุ น้นั ใหไ้ ด้
4) สร้างศรทั ธาให้กบั ตนเอง โดยถอื ว่าตนเองก็เปน็ บุคคลที่มีความสามารถไม่แพ้คนอืน่ ไมด่ ู
ถูกตนเอง ถือว่าเม่ือคนอ่นื ทาไดเ้ รากต็ ้องทาได้ ตรวจสอบผลการกระทาของตนเองอยบู่ ่อย ๆ เพ่อื
แกไ้ ขข้อบกพร่องตา่ ง ๆ ให้การกระทาคราวต่อไปอยใู่ นสภาพทเ่ี หมาะสม
5)พยายามเป็นบุคคลทรี่ า่ เริงแจม่ ใสในอารมณ์ ทาตนเปน็ คนยิ้มง่ายและย้ิมได้ในทกุ สถานภาพ
การฝึกใหเ้ ปน็ ผรู้ า่ เริงชน่ื บานตลอดเวลานั้น แรก ๆ อาจทาให้ยากแต่ถ้าฝึกฝนเปน็ ประจาก็จะมีทาง
ประสบผลสาเร็จได้

รูปท่ี 3

หลกั การทวั่ ไปเพอ่ื การพฒั นาบุคลิกภาพ

บุคลกิ ภาพเปน็ เร่ืองเฉพาะตวั ของแตล่ ะคนซ่งึ บุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ใครชอบใครเห็นจึงเปน็ ยอด
ปรารถนาของทุกคน บางคนแม้เหน็ แค่ครั้งเดยี วก็อยากคบหาสมาคมหรือพดู จาด้วยเพราะชอบทา่ ทาง
หนา้ ตา การยิ้ม การพดู จา ความเอื้ออาทรต่อกัน ทุกหน่วยงานต่างปรารถนาทจี่ ะไดค้ นดี คนเก่งมา
ทางาน เพ่ือใหล้ กู คา้ ประทับใจและเข้ากบั ผู้รว่ มงานคนอน่ื ได้ รวมท้งั กล้าทจ่ี ะช่วยคิด ช่วยสร้างสรรค์
สิง่ ใหม่หรอื ทาประโยชน์ให้หรือสามารถประเมินสถานการณ์ เขา้ ใจปญั หา และแกป้ ญั หาได้อย่าง
เหมาะสม

หากพดู ถงึ บุคลิกภาพจะนึกภาพออกว่า ใครเป็นใคร เพราะเป็นแบบแผนเฉพาะตัวของแตล่ ะคน
บคุ ลิกภาพจึงเปน็ ภาพรวมท้ังหมดของบุคคลคนหนึ่งทแ่ี ตกต่างไปจากคนอ่ืน บคุ ลิกภาพจงึ เกดิ จาก
“ภายนอก” เช่น รูปรา่ ง หน้าตา เสื้อผ้า เครือ่ งแตง่ กาย ผิวขาว ผิวดา ฯลฯ ส่วนบุคลกิ ภาพ “ภายใน”
คือสตปิ ัญญา ความจรงิ ใจ การมีจติ ใจดี มคี วามซ่ือสตั ย์ สุจรติ ความมนี ้าใจ มคี ณุ ธรรม มีคานยิ มท่ีดี

บคุ ลกิ ภาพภายนอกและภายใน จะกลายเปน็ บคุ ลิกภาพท้ังหมดที่บคุ คล คนนน้ั แสดงออก นัน้
ก็เกดิ จากการขัดเกลา หรืการอบรมส่ังสอนต้ังแต่เล็ก และคนท่สี าคญั คนแรก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง
ตวั แทนถดั ไป คอื โรงเรียน เพื่อนบ้าน เพื่อนเล่น วดั วาอาราม กลุ่มอาชีพ สื่อมวลชน ฯลฯ ท่จี ะช่วย
อบรมส่ังสอนขดั เกลา หล่อหลอมบคุ ลิกภาพของบุคคล

คนแต่ละคนจึงมีบุคลิกภาพต่างกันจากหลาย ๆ ปัจจัยตามท่ีกล่าวมา จึงต้องใจกว้างอย่ามีอคติ
หรือไม่ยอมรบั กนั โดยเฉพาะในหน่วยงานต่าง ๆ เป็นท่รี วมของบุคลิกภาพหลายรูปแบบ มที ่าที ความ
เชอ่ื พฤติกรรม อุดมการณท์ ่ีต่างกันไม่น้อย

การทางานจึงตอ้ งยอมรบั ว่าเขาอาจไม่เหมือนเรา เราอาจไมเ่ หมอื นเขา แตเ่ ราก็อยู่กันได้ ถา้
เราไม่ถือ “เขา” ถือ “เรา” และต้องระลึกเสมอว่า คนเราเปลี่ยนแปลงไดต้ ามกาลเวลา สถานท่ี อายุ
ท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยอย่าดว่ นสรปุ ง่าย ๆ จากบคุ ลิกภาพแคท่ ่ีเหน็ หรือไดย้ นิ มา แตต่ ้องให้โอกาสท่จี ะ
ทาความเข้าใจกันให้ถ่องแท้

ต่อไปนเ้ี ปน็ กรณีไวศ้ ึกษาลกั ษณะของคนไว้บ้าง อาจจะทาใหก้ ารทางน ทางานได้ง่ายและ
เข้าใจกนั มากขึ้น

รปู ท่ี 4

1 บคุ ลิกภาพของคนในองคก์ ร

1) คนพูดตรงไปตรงมา เปน็ พวกไม่ดัดจรติ ไมม่ ีอะไรมาปดิ บัง ซ่ือสตั ย์ พวกน้จี ะทางานจริงจัง
มคี วามจรงิ ใจสูง อาจจะพูดไม่ไพเราะ แต่มีจติ ใจท่ีดี

2 คนเสียสละ เกดิ อะไรข้นึ จะรับผดิ ชอบ และอาจจะรับอะไรเรว็ ไป จนบางคร้ังเปน็ ผลเสียแก่
ตัวเอง คนประเภทน้ี ทางานด้วยก็สบายใจ ไม่เอาเปรยี บใคร มแี ต่ให้มากกวา่ รับ

3) คนหน้าตาย เกบ็ กด อาจจะดา่ อะไรนายลับหลังเรา จงึ เปน็ คนน่ากลวั ท่ีจะทางานดว้ ย
4) คนไม่กล้าขัดใจใคร มกั จะเห็นด้วยเกอื บจะทกุ เรื่อง เวลาทางานกบั พวกน้ี จะต้องกล้า
แสดงความคดิ เห็นเพ่ือเขาจะไดส้ บายใจ
5) คนพูดมาก เริ่มนุ่มนวล ใช้คาพดู ซ้า ๆ จงึ ควรใส่ใจ หรือพยายามเข้าใจว่าเขาตอ้ งการพดู
เรื่องอะไร หากอยากใหง้ านสาเรจ็ ก็ต้องบอกเปหู มายเพือ่ เขาจะได้ทาได้
6) คนมองโลกในแง่ร้าย มักจะชอบค้านอยู่เร่ือย อาจจะมีเหตผุ ลหรือไม่มีเหตุผล ใครทางาน
ดว้ ยอาจหมดกาลังใจ แต่ก็ต้องทาใจด้วยการให้อภัย
7) คนชอบทาลาย พวกน้ีอยากเหน็ ความเสียหายของผู้อ่นื เชน่ แกลง้ โมยเอกสารบ้าง หรือรบั
โทรศพั ท์กไ็ ม่บอก เป็นต้น หากทางานด้วยต้องยมรับว่าเขาอาจร้ายได้ทกุ เมื่อ เป็นหน้าท่ีของนายต้อง
คาดโทษเขาหากทาให้บริษัทเสียหาย
8) คนไม่พูดไม่แสดง จะเกบ็ ล้ินเกบ็ ฟันไม่พดู อะไร ไม่ชอบยุ่งกับใคร ไม่อยากเข้าไปเก่ยี วข้อง
ด้วยเข้าทานองขอปลอดภยั ไว้กอ่ น งานจะไมก่ ้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะไมก่ ล้าทง้ั ติและชม ทาใหไ้ ม่มี
ความคิดริเร่ิมหรือคิดปรบั ปรงุ อะไร ถอื ว่า การไม่พูดไม่มีเรอ่ื งราวกับใครคือ การไม่มีความผดิ งานจะ
ได้ผลก็คือ มอบงานใหท้ า พร้อมกับบอกรายละเอยี ดว่าตอ้ งรายงานกลบั มาเร่ืองอะไรบา้ ง พรอ้ มกับวนั
เวลาที่ตอ้ งทาใหเ้ สร็จ

รูปท่ี 5

2 บคุ ลิกภาพบอกนิสัย

บางคนเชอื่ ว่า หน้าตาจะบอกว่าใครดีใครเลว ซง่ึ ถ้านายคิดแบบนค้ี งต้องรบั คนจากรปู รา่ ง
หน้าตาเปน็ หลกั ส่วนใครจะเชอื่ รูปหนา้ หรือโหงวเฮ้งกแ็ ลว้ แต่ความเชอ่ื แตล่ ะคน

1) หน้าสามเหล่ยี ม หนา้ ผากกว้าง เป็นคนฉลาดหลักแหลม คิดว่าตวั เกง่ จงึ ชอบเอาตัวเป็นหลัก
แตใ่ นขณะเดยี วกนั ก็เป็นคนอ่อนไหวง่าย ใครยุแหยใ่ สร่ ้ายปูายสี พวกเชอื่ เอาง่าย ๆ จึงเป็นคนทีค่ บ
ยากและเข้ากับคนยาก เพราะไม่ร้จู ะเอาอย่างไร หลายคนจึงถูกมองวา่ เป็นพวกฉลาดแกมโกง พวกน้ี
จะเปน็ นกั วทิ ยาศาสตร์ ศิลปิน พยายามให้ทางานดว้ ยต้องอย่าพดู อะไรให้กระทบกระเทือนใจ และถ้า
ไดเ้ ป็นหวั หนา้ การงานจะสาเร็จได้งา่ ย

2) หนา้ กึ่งสามเหล่ียม พวกนี้คล้ายกบั พวกแรก จะตา่ งกนั ตรงไม่อดทนเท่าพวกแรก และชอบ
หนีปัญหามากกว่าสู้กบั ปัญหา เพราะอ่อนไหวเกินไป จนไม่อยากมจี ติ ใจท่จี ะยอมรับปญั หาที่อาจเกดิ
ไดโ้ ดยไม่คาดฝัน ตอ้ งระวังที่จะทางานดว้ ยและควรให้ทางานท่ีมชี ่วงระยะเวลาสนั้ ๆ

3) หนา้ ส่เี หล่ียมจัตรุ ัส เปน็ พวกอดทน มมี านะ มคี วามพยายาม มีความขยนั จงึ มักจะได้เปน็
ผู้นาเพราะกล้าทีจ่ ะทาทุกอย่างท่ขี วางหนา้ จะเสยี ตรงใจร้อน อารมณ์ร้อน ขี้โมโหแต่กห็ ายเร็ว ถ้ารจู้ กั
เอาเขามาใช้งาน งานไม่เสีย

4) หนา้ กลม เป็นคนสภุ าพ นุ่มนวล ชอบความสงบ ไม่อยากมีเร่อื งกัน จึงชอบมีชีวิตแบบสบาย ๆ
ไมเ่ รอ่ื งมาก ไมช่ อบทาอะไรแบบพธิ ีรีตอง จัดวา่ เปน็ คนมคี วามรอบคอบ คดิ อะไรไดด้ ี แต่ไม่มัน่ ใจว่า
ตัวเองทาได้ ทาให้การงานไม่ได้ดเี ทา่ ท่ีควร ถา้ ไม่มกี ารติดตามผลงาน

5) หนา้ รปู ไข่ เป็นใบหน้าที่ประสบความสาเรจ็ สงู เพราะฉลาดเป็นคนนุ่มนวล รอบคอบ ขยัน
มีมานะอดทน และถ้าทาอะไร จะทาจนกวา่ จะสาเร็จ การงานจงึ กา้ วหน้า เพราะพวกหนา้ รปู ไข่เช่ือว่า
อปุ สรรค คือ พลงั นายมลี ูกน้องแบบนี้ นายสบายใจ งานไปได้ดีและมีความสาเร็จ

รูปที่ 6

3 บุคลิกภาพเบ้อื งตน้ ทด่ี ี

1) ยมิ้ แย้มแจม่ ใส
2) กิริยาทา่ ทางเหมาะสม
3) แต่งกายสะอาด
4) มองโลกในแงด่ ี
5) ปรับตัวได้ตามสถานการณ์
6)มีความกระตอื รือร้น
7) รู้จกั ยกย่องชมเชยผู้อน่ื
8) สรา้ งกาลงั ใจให้แกต่ นเอง
9) เปลีย่ นความเคยชนิ ที่ทาให้เสยี บคุ ลิกภาพ
10) หมน่ั ปรบั ปรงุ และพัฒนาตนเองอยเู่ สมอ

4 บคุ ลกิ ภาพทเ่ี ลขานกุ ารควรมี

1) คล่องแคลว่ ว่องไว
2) ย้มิ แยม้ แจ่มใส
3) ความเชือ่ ม่นั ในตัวเอง
4) ความฉลาด ไหวพรบิ
5) ความซ่ือสตั ย์ รักษาความลับ
6) ความเปน็ ผูใ้ หญ่
7) แต่งกายเหมาะสม
8) รจู้ ักมารยาทท่ถี ูกต้อง
9) มศี ลิ ปะในการพูด
10) ความคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์

รูปท่ี 7

การพฒั นาบคุ ลกิ ภาพในงานเลขานกุ าร

บคุ ลิกภาพของแตล่ ะคนยอ่ มแตกต่างกนั ตามธรรมชาติ มบี ้างบางคนท่ีบคุ ลกิ ภาพตาม
ธรรมชาติเหมาะสม สอดคล้องกบั การเป็นเลขานุการทีม่ ีประสิทธิภาพ บางคนไม่คอ่ ยจะตรงเทา่ ใดนัก
แตบ่ ุคลกิ ภาพสามารถจะพฒั นาได้ โดยความพยายามของบคุ คลน้ันเองท่ีมุ่งม่นั ปรับปรงุ ใหด้ ขี ึน้ และ
ตรงกบั ตาแหน่งทที่ าโดยอาศัยหลักท่กี ลา่ วมาแล้ว

เลขานุการควรปรับปรุงบุคลิกภาพดา้ นใดบา้ ง บุคลิกลกั ษณะและนสิ ยั เช่นใดไม่เปน็ ทพ่ี งึ
ประสงค์หรือตอ้ งเปลี่ยนแปลง เพ่ือให้การทางานสาเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ ขอให้พิจารณาจาก
ข้อเสนอแนะต่อไปนี้

1. นิสยั ในการปฏบิ ัตงิ านทค่ี วรพิจารณา

1) โรคปฏิเสธคนอน่ื ไม่เป็น บางเรื่องท่ีมีผขู้ อร้องให้ชว่ ย ถ้าเห็นวา่ ไมม่ คี วามสาคัญหรือจาเปน็
ควรบอกปดั และขอร้องให้ไปตดิ ตอ่ ผอู้ ่นื

2) โรคแก่รายละเอยี ด งานบางอยา่ งต้องการความกะทัดรัด มแี ตส่ าระสาคัญก็ไมค่ วรทจี่ ะ
เพม่ิ เติมรายการไม่เปน็ ผลดี

3) โรคลงั เล ควรเปน็ ผตู้ ัดสินใจโดยรวดเรว็ และถูกตอ้ ง แต่ดว้ ยความรอบคอบ การกลวั จนไม่
กล้าทาอะไรน้ันไม่เป็นผลดี

4) โรคทางานทุกอยา่ งที่ขวางหน้างานใดท่ีพอจะแบง่ ใหผ้ นู้ ้อย หรอื ลกู น้องไปทาบา้ ง กจ็ ะเป็น
การแบ่งเบาภาระหรือโรคทางานจบั จด ทางานนนั้ นิด ทางานนห้ี น่อย แตล่ ะงานก็ไม่จบสิ้น ไมส่ าเร็จ
เปน็ ชิ้นเปน็ อัน

5) โรคผดั วนั ประกนั พร่งุ งานทุกชนดิ ทีเ่ ป็นงานสาคัญต้องปฏิบัติเตม็ ท่ี ทันที เป็นไปตาม
ขั้นตอนไมค่ วรเลือกวา่ งานนย้ี ากเอาไวว้ นั พร่งุ นี้ทาก็ได้

2 นสิ ัยในการปฏบิ ัตงิ านของเลขานุการ

1) เขา้ กับบคุ คลอืน่ ไดท้ ุกโอกาส ขอ้ นี้ถือเป็นจดุ สาคญั ทีส่ ดุ ในบรรดานิสัยการทางานของ
เลขานกุ าร เพราะเลขานุการอยทู่ ่ามกลางบคุ คลมากมาย ฉะนัน้ การเข้ากบั คนอื่นได้ จงึ เปน็ สิ่งทีค่ วร
แก่การยกยอ่ งชมเชย เลขานกุ ารจะต้องเข้ากับเพ่ือนรว่ มงานทกุ คนได้

2) เมือ่ มีการปฏิเสธ จะต้องปฏเิ สธอยา่ งนุม่ นวลในการทจ่ี ะใหข้ อ้ สนเทศแกบ่ คุ คลอนื่ ๆ ใน
กรณที บี่ ุคคลอื่นสอบถามถึงการตัดสินใจของผบู้ งั คบั บัญชา ในงานบางอย่างซึง่ เป็นความลับเฉพาะ
เลขานุการไม่อยู่ในฐานะท่เี ปิดเผยได้ จาเปน็ ท่จี ะต้องหาทางหลีกเลี่ยงการตอบคาตามให้แนบเนียน
เหมาะสม อย่าให้ผู้บรหิ ารอน่ื หรือเพ่ือนร่วมงานท่ีถามปัญหาเกิดอารมณ์ข่นุ เคืองได้ เลขานกุ ารอาจ
ตอบวา่ “เร่ืองน้ีไม่ทราบรายละเอียดลึกซึ้งเกรงไปวา่ จะตอบผิดพลาดไปจากเจตนารมณข์ องผู้บังคับบญั ชา
โดยตรง จะเกดิ ผลเสยี หายได้ เม่ือไดร้ บั รายละเอยี ดในเรื่องน้ีแลว้ จะเรยี นให้ทราบ" ดงั นเี้ ป็นตน้

3) ทางานโดยตงั้ ใจใหม้ ีผลผลิต ปกตแิ ล้วนายจา้ งจะจา่ ยคา่ จา้ งตอบแทนใหแ้ ก่ผลงานท่ที า
ฉะนั้นจงึ ต้องแสดงผลงานให้ชัดแจง้ ต้งั ใจทางานให้ไดร้ บั ผลเปน็ ทีพ่ อใจ โดยใช้เวลานอ้ ยคุณภาพสูง
งานถกู ต้องและ ประหยัดวสั ดุ งานทีเ่ ลขานกุ ารทาจะตอ้ งอาศยั วิธกี ารทางานที่ดี ตอ้ งตัดสนิ ใจให้
รอบคอบและทาอย่างมปี ระสิทธิภาพมุ่งสเู่ ปาู หมายอนั เป็นผลผลิตของงาน

วธิ ีที่ดที ่ีสุดในการทางาน คือ
ก. ศกึ ษางานท่ีทา แยกย่อยออกไปเปน็ ส่วน ๆ เปน็ ข้นั เป็นตอน
ข.จัดขน้ั ตอนตา่ ง ๆ ใหเ้ ปน็ ไปตามลาดับก่อนหลงั
ค. จดั หาวัสดุ เคร่อื งมือเคร่ืองใชเ้ ก่ียวกับงานท่ีทานนั้ ใหเ้ ปน็ ทพี่ อใจของผู้ทางานให้มาก

ท่ีสดุ และจาแนกวัสดุ เครอื่ งมือเคร่ืองใช้เหลา่ น้นั ไว้ตามลาดับขัน้ ตอนของงาน
4) ทางานด้วยความระมัดระวังและไวใ้ จได้ ถา้ เลขานกุ ารเป็นบุคคลดเี ชื่อถือและไว้ใจได้ จะ

ทาใหน้ ายจ้าง คลายกงั วล หลงั จากส่ังงาน หรือแนะนางานเสรจ็ ก็จะไปทาธุรกิจอย่างอืน่ โดยมอบ
หน้าท่ใี นการดาเนนิ งาน เรอื่ งนน้ั ใหเ้ ลขานุการ และไม่ตอ้ งคอยหว่ งใยงานนนั้ อีก เพื่อสร้างความ
เชอื่ ถอื ไว้วางใจใหก้ ับผูบ้ งั คบั บญั ชาเมื่อนายจา้ งแนะนาหรือสง่ั งาน เลขานุการตอ้ งตัง้ ใจฟังอย่างจดจอ่
แนใ่ จว่าเข้าใจในคาสัง่ หรือคาแนะนาน้ัน ตอ้ งทราบว่าจะทาอะไร แลว้ ดาเนินการตามน้ันอย่าให้บกพร่อง
ทาใหเ้ สร็จตามเวลาและมีประสทิ ธิภาพ

5) รเู้ ทคนิคในการบริหาเวลา การบรหิ ารเวลาท่มี ปี ระสทิ ธิภาพนั้นตอ้ งเปลยี่ นแปลง
พฤติกรรมอย่างมากและควรปรบั นสิ ยั ตนเองทลี ะเร่อื ง เปลี่ยนไปจนกระทง่ั กลายเปน็ นิสัยใหม่ในด้าน
การควบคุมการใชเ้ วลา “เรา เท่าน้นั จะเอาชนะใจของเราเองได้”

รปู ท่ี 8

ฉะนนั้ ก่อนการปฏิบตั งิ านแต่ละเรือ่ งต้องพิจารณาว่าจะนาเทคนิคใดมาใชใ้ นการปฏิบตั ิ
เพอ่ื ให้งานน้นั บรรลุผลอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ควรยึดถือหลกั ปฏิบัติดังนี้

ก. จัดลาดบั ความสาคัญของงานกอ่ น-หลงั
ข. งานใดท่ียังมีข้อมูลไม่เพียงพอควรแสวงหาขอ้ มลู เพ่ิมเตมิ
ค. แบง่ งานที่ทาออกเปน็ ช่วง ๆ คือ

- ชั้นเตรียมการหรือวางแผน
- ชั้นปฏบิ ัติการ
- ชัน้ ตรวจงาน
ง. ทางานด้วยความกระตือรือร้น
จ. มีสมาธิในการทางาน
ฉ. อุปกรณท์ ่ีใช้บอ่ ยควรวางไว้ใกล้มือ
ช. มอี ุปกรณ์สือ่ สารทีพ่ ร้อมสมบูรณ์ สามารถใชอ้ านวยความสะดวกทนั ทีแ่ ละตลอดเวลา
เวลาเปน็ ส่งิ มีคา่ ยิ่งในชวี ิตการทางาน ถ้าปล่อยเวลาให้สญู เปลา่ ก็เทา่ กับทาให้เวลาเสยี ไปโดย
ใชเ่ หตุ ฉะนั้น จึงไมค่ วรผัดวนั ประกนั พรุ่งในการทางาน ดังคาพงั เพยท่ีได้กลา่ วไวว้ า่ "เวลาและวารีไม่
คอยใคร เวลาท่ีลว่ ง ๆ ไปบดั น้ีเราทาอะไรอย"ู่
ปรัชญาการใช้เวลาของเลขานุการ
จงใช้เวลาเพื่อทางาน เพราะนั่นคือราคาของความสาเร็จ
จงใชเ้ วลาเพ่ือนกึ คิด เพราะน่ันคือทม่ี าของอานาจ
จงใชเ้ วลาเพอ่ื เล่น เพราะนัน่ เป็นเคล็ดลับของความกระฉับกระเฉง
จงใช้เวลาเพื่อการอ่าน เพราะนั่นคือฐานของความรู้
จงใช้เวลาเพอ่ื คบเพ่ือน เพราะนัน่ เปน็ ถนนสคู่ วามสาเร็จ
จงใช้เวลาเพื่อหัวเราะ เพราะนน่ั คอื ดนตรปี ระจาใจ

รปู ที่ 9

3 พฤตกิ รรมทไ่ี ม่ควรแสดงออก หรือกิริยาทา่ ทางท่ีควรสารวมไม่ใหป้ รากฎขณะ
ทางานหรอื อยู่รว่ มกับคนอื่น

1) หยิบของใชข้ องผอู้ ่ืนโดยไม่ขออนญุ าต เม่ือผ้อู ืน่ ทวงกลบั แสดงสหี นา้ ไม่พอใจ
2) ชอบแสดสหี น้าไม่เปน็ มติ ร กบั บุคคลท่ัวไป ท้ัง ๆ ท่ยี งั ไม่ไดพ้ ดู จาอะไรกันหรือลงมือทางาน
รว่ มกนั
3) แคะ ตัด ตะไบเลบ็ มือเล็บเท้า ดดู ริมฝปี กดงั ๆ ไอ หรือจามโดยไมใ่ ชผ้ ้าปดิ ปาก ทาเสียงฮึม
ในลาคอ ครวญเพลง ผวิ ปาก พดู กบั ตัวเองดัง ๆ วิพากษ์วจิ ารณค์ นอน่ื อยา่ งเสยี หายโดยไมเ่ กรงใจ
ยว่ั ยแุ หยใ่ หค้ นอื่นโกรธ
4) กดั เลบ็ แทะดนิ สอ หรแื กะเกาตามเน้ือตวั ขยุกขยิก ขบเคี้ยวของกนิ ขณะทางานชนดิ ไม่
ยอมใหป้ ากอย่นู ่ิง ๆ และชวนบคุ คลอื่นร่วมรับประทานด้วย
5) ตบแตง่ ทรงผม หวีผมบ่อย ๆ ขณะทางาน เกาศรี ษะ นว้ิ แยงรูจมูกแคะหูขณะทางาน เป็น
กิริยาท่ีไมส่ ุภาพ
6) หรีต่ า ดงึ จมูก จบั ใบหู ชาเลอื งดว้ ยหางตา ลูบคาง ทาหน้าบดิ เบยี้ ว แสดงกริ ิยาล้อเลียน
บุคคลอืน่ ในขณะทางาน
7) พูดสอด เสยี ดสี บคุ คลอนื่ ไม่นงั่ ประจาท่ที างานของตน ชอบไปยงุ่ กบั โต๊ะคนอน่ื ในขณะที่
เขาทางาน เกะกะขีดขวางทางเดิน ยืนค้าศรี ษะคนอ่นื
8) ใช้เท้าเคาะจงั หวะทาให้เกิดเสยี งขณะทางาน แม้แต่ขณะรบั ฟงั คาส่งั จากผบู้ ังคบั บญั ชา
ก็มกั จะกระดิกเท้าตลอดเวลา เปน็ การกระทาท่ีไม่สภุ าพ
9) กระชากกระดาษออกจากเคร่อื งพิมพด์ ีด ขยาๆ ปาทิง้ ขว้างปาสมุด หนังสือ ดนิ สอ
ปากกาหรือโยนโครมครามใหเ้ กิดเสยี งดังเวลาที่ไมส่ บอารมณ์ หรือไมพ่ อใจใครขนึ้ มา
10) หน้าไหวห้ ลังหลอกต่อหน้าผ้บู งั คบั บญั ชาเรียบร้อย ลบั หลงั หลุกหลกิ เป็นลิงหลอกเจ้า ไม่
สารวม เลยี นกิรยิ าท่าทางผบู้ ังคับบญั ชาในแง่ตลกขบขัน

รูปที่10

การพฒั นาบคุ ลิกภาพเพอื่ เสรมิ สรา้ งลกั ษณะความเป็นผูน้ า

บคุ ลิกภาพเปน็ คณุ ลกั ษณะทางกาย ทางจติ ใจ และความรสู้ กึ นกึ คิดท่สี ะท้อนออกมาให้ผอู้ น่ื
เหน็ และเกิดความประทบั ใจมากนอ้ ยเพยี งใดนน่ั เอง บุคลกิ ภาพเปน็ สิ่งเฉพาะตวั ไม่ซา้ แบบกนั ตาม
กรรมพันธุแ์ ละการอบรม และสภาพสิง่ แวดล้อมเป็นส่ิงมคี า่ ซึง่ เงินไม่สมารถจะซื้อได้ แต่ทุกคน
สามารถจะปลูกฝงั ใหม้ ีขึ้นในตัวได้ ไม่มีใครมาเปลย่ี นบคุ ลกิ ของเราไดน้ อกจากตัวเอง เราอาจจะ
ปรบั ปรุงหรอื เสริมสรา้ งบคุ ลิกของเราได้นอกจากตวั เอง เราอาจจะปรบั ปรงุ หรือเสริมสร้างบคุ ลกิ ของ
เราให้ดีขน้ึ ได้ โดยการสังเกตศึกษาและประสบการณแ์ ละนามาปรบั ให้เหมาะสมกับตวั เรา และคนให้
เคยชินจนเปน็ นิสยั สามารถปฏบิ ตั ไิ ดโ้ ตยอัตโนมัตบิ ุคลิกทีด่ ีเหล่านั้นจะเป็นสิ่งท่ีติดตัวเราตลอดไป

บุคลกิ ลักษณะ คอื ลกั ษณะภายนอกของบุคคลท่ีจะสร้างงงความประทับใจในเบ้ืองตนั ใหบ้ งั
เกิดผลตอ่ ไป บคุ คลจะตอ้ งมที ่วงท่าต้องตาตอ้ งใจบุคคลอ่นื ซง่ึ ประกอบด้วยรอยย้มิ ท่ีอบอุ่น จิตวทิ ยาดี
อารมณ์คงท่ี คาพูดท่จี ริงใจการยืน การเดนิ การนงั่ การวางท่าประสมระสานกบั ภาพหนา้ ตาของคณุ
การฝกึ ปรอื มารยาทใหด้ เู ป็นธรรมชาติเหมาะเจาะ คอยสังเกตบคุ คลอนื่ ท่ีมีบุคลิกดี แลว้ จดจาทาตาม

รปู ที่ 11

รปู ท่ี 12

1 สรา้ งภาพพจนท์ ดี่ ีใหป้ รากฎ

1) การแต่งตวั ไมซ่ อมซ่อ แต่กไ็ มห่ รูหราจนเกนิ ไป
2) ซุ่มเสยี ง การกระตนุ้ ให้คนฟัง จะต้องมจี ังหวะจะโคน บทสนทนาจะต้องร้จู ักใช้คาพดู ท่มี ี
พลงั และเหมาะแก่การเข้าใจง่าย มีเหตแุ ละผล การหาเหตุและผลควรจะอ่านใหม้ าก ศึกษาให้มาก
เพ่อื การมองการณ์ไกล และไหวตวั เร็วตอ่ สถานการณ์
3) ไหวพริบท่จี ะโตต้ อบ ขณะที่นงั่ สนทนา อยา่ น่ังฟงั เพยี งอย่างเดียว ตอ้ งรู้จกั สอดแทรก
คาพูดทีค่ ล้อยตามให้คู่สนทนาเกิดความเป็นกนั เอง
4) ทาความเคารพหรือรับไหวอ้ ย่างมีจงั หวะจะโคน
5) ไม่ควรสบู บหุ รี่ตอ่ หน้าผู้อน่ื
6) มีความเชื่อมัน่ ในตนเอง
7) การยม้ิ แย้มแจม่ ใส
8) การมีศิลปะการชกั จงู ใจ
9) เข้าใจคาอธบิ ายได้เรว็
10) มมี นุษย์สัมพนั ธด์ ี

รปู ท่ี 13

รูปที่14


Click to View FlipBook Version