การพฒั นาบุคลิกภาพ
เสนอ
ครูปรยี า ปันธยิ ะ
นางสาววรชั ยา ลาดสารี
เลขที่ 17 สบจ. 63. 1
สาขาวิชาการจดั การสานกั งาน
รายงานนี้เป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา 30216-2003
โปรแกรมสาเร็จรูปในงานสานักงาน
สาขาวชิ าการจดั การสานกั งาน แผนกวชิ าการจัดการสานกั งาน
คณะบรหิ ารธรุ กจิ
วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาลาปาง
ภาคการศึกษาท1่ี ปกี ารศึกษา 2563
ก
คานา
รายงานเล่มน้เี ป็นสว่ นหน่ึงของรายวชิ า 30216-2003 โปรแกรมสาเร็จรปู ในงานสานักงาน
ซ่งึ ไดร้ ับมอบหมายจากครปู รียา ปนั ธยิ ะ ไดใ้ หศ้ ึกษาคน้ คว้าเกยี่ วกับเรือ่ ง การพัฒนาบุคลิกภาพ โดยมี
เน้อื หาสาระ ของรายงานเลม่ นป้ี ระกอบดว้ ย ขอบขา่ ยของบคุ ลกิ ภาพ, หลักการท่ัวไป เพื่อพัฒนา
บุคลกิ ภาพ, การพฒั นาบคุ ลิกภาพในงานเลขานุการ และการพัฒนาภาพเพอื่ การเสรมิ สรา้ งลักษณะ
ความเป็นผู้นา
ผู้จัดทา ได้ทาการศึกษา ค้นควา้ และเรียบเรียง เป็นรายงานฉบับสมบรู ณ์ เพ่ือใหผ้ ทู้ ี่สนใจ
ศึกษาความรู้ เรื่อง การพฒั นาบุคลิกภาพ เพม่ิ เติมจากรายงานเร่ืองน้ี
ผจู้ ดั ทา หวงั อย่ายิง่ ว่า ผูอ้ า่ น ผู้ท่สี นใจ จะไดร้ บั ประโยชน์ และนาไปประยุกต์ใช้
ในชีวติ ประจาวนั ได้
ข
สารบญั
เร่อื ง หนา้
คานา ก
สารบัญ ข
สารบญั ภาพ ค
การพฒั นาบุคลกิ ภาพ 1
ข่อบข่ายของบุคลิก 1
ความสาคัญของบุคลกิ ภาพ 2
มาตรฐานในการตรวจสอบบุคลกิ ภาพ 2
หลกั การเบ้ืองตน้ ในการปรับปรุงบุคลกิ ภาพเพื่อการพัฒนา 5
หลกั การท่ัวไปเพื่อการพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ 6
บุคลิกภาพของคนในองค์กร 7
บุคลิกภาพบอกนิสัย 8
บุคลิกภาพเบ้ืองต้นทีด่ ี 9
บคุ ลกิ ภาพที่เลขานุการควรมี 9
การพัฒนาบุคลกิ ภาพในงานเลขานุการ 10
นิสัยในการปฏบิ ตั ิงานท่ีควรพิจารณา 10
นสิ ัยในการปฏบิ ัตงิ านของเลขานุการ 10
พฤติกรรมที่ไม่ควรแสดงออกหรอื กิริยาท่าทางทีค่ วรสารวมในขณะทางานหรืออยรู่ ว่ มกบั คนอื่น 13
การพัฒนาบุคลิกภาพเพ่ือเสรมิ สรา้ งลักษณะความเปน็ ผู้นา 14
สรา้ งภาพพจนท์ ี่ดใี หป้ รากฎ 15
อ้างองิ 16
สารบญั ภาพ ค
ภาพที่ หน้า
ภาพท่ี 1 1
ภาพท่ี 2 4
ภาพท่ี 3 5
ภาพท่ี 4 6
ภาพที่ 5 7
ภาพที่ 6 8
ภาพที่ 7 9
ภาพที่ 8 11
ภาพท่ี 9 12
ภาพที่ 10 13
ภาพที่ 11 14
ภาพท่ี 12 14
ภาพที่ 13 15
ภาพที่ 14 15
1
การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ
(Personality)
1. ขอบขา่ ยของบุคลิกภาพ
1.1 ความหมายของบุคลิกภาพ
บุคลิกภาพ(Personality)หมายถงึ ลักษณะอนั เป็นของจาเพาะแต่ละบุคคล ซ่งึ แสดงออกทาง
ท่าทาง ความรสู้ ึกนึกคิด ความเฉลยี วฉลาด ตลอดจนกิริยามารยาท ลกั ษณะนิสัยและอุปนิสัย
บุคลิกลกั ษณะของคน แบง่ ออกเป็น 4 พวกใหญ่ ๆ ดังน้ี
1) พวกชอบตดิ ตาม (Extrovert)
2) พวกชอบเห็นแกต่ วั (Introvert)
3) พวกก้าวร้าว (Psychopathic Personality)
4) พวกโรคจติ (Paranoid)
บคุ ลิกภาพในความหมายจกหนังสือบญั ญตั ิศพั ท์วิชาการศกึ ษา จะหมายถงึ ผลรวมของ
พันธุกรรมและประสบการณ์ทั้งหมดของบุคคล
Morgan ให้ความหมายของบุคลกิ ภาพ หมายถงึ คุณสมบัตแิ ละคุณลักษณะเดน่ ของ
บุคคล รวมทั้งการปรบั ตวั รองบคุ คลต่อสิง่ แวดล้อมต่าง ๆ
ในความหมายของบุคลกิ ภาพจากหลาย ๆ ดา้ นน้ี คนไทยถือวา่ บคุ ลิกภาพเป็นเคร่ืองมือ
ทานายสมรรถภาพและความสามารถทางบุคคล โดยจะยอมรับเอาลักษณะเด่นเปน็ บุคลิกภาพของคน
คนนัน้
ภาพท่ี 1
2
สิ่งทีจ่ าเป็นประกอบเปน็ บุคลิกภาพ
ก. การปรากฎกาย(Appearance)เปน็ การแสดงถึงด้านการแต่งกายและพฤติกรรมทางกายภาพ
ข. การส่อื สาร (Communication) คือการพูด การฟัง การเขียน การคิด และการ
ควบคุมอารมณ์
ค. สญั ญาณกาย(BodyLanguage)คอื การแสดงออกทางสหี น้า สายตา ท่าทาง และระยะหา่ ง
ง. มารยาทสงั คม (Social Manner) คอื กิรยิ าวาจาทถี่ ูกตอ้ งของคนในสงั คมน้ัน ๆ
2. ความสาคัญของบุคลกิ ภาพ
บคุ ลกิ ภาพมีความสาคัญต่อการดารงชวี ติ ในสังคมทดี่ าเนนิ การอยู่ทุกวนั เปน็ อย่างมาก โดย
พิจารณาได้จากประเด็นต่าง ๆ นี้
1) ความมัน่ ใจ ต้องมน่ั ใจในการแสดงออก ทาใหก้ ล้าท่ีจะแสดงออก เพราะคนอืน่ ท่ีพบเห็นจะ
ใหค้ วามสนใจและเชื่อมัน่ และเปน็ โอกาสที่จะประสบความสาเร็จมากข้ึน
2) การคาดหมายพฤติกรรม หากทราบว่าบคุ คลนัน้ มบี ุคลิกภาพเชน่ ไร จะทาใหส้ ามารถ
ทานายไดว้ ่าสถานการณเ์ ช่นนี้คนนน้ั จะแสดงพฤติกรรมอย่างไร
3)การยอมรบั ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล การทบ่ี อกว่าคนหน่ึงแตกต่างจากอกี คนหนง่ึ ได้นั้น
กต็ อ้ งอาศัยการสังเกตดูพฤติกรรมทเี่ กดิ ขน้ึ เป็นประจาสมา่ เสมอ และจะสามารถทาให้รูว้ ิธกี ารปรบั ตวั
เข้ากบั คนเหล่านั้นได้ก่อให้เกิดความสัมพนั ธ์อนั ดตี ่อไป
4) การตระหนกั ในเอกลักษณ์ของบุคคล บุคลิกภาพทาใหค้ นมีลกั ษณะเฉพาะตัวทีเ่ ปน็ ของ
ตนเอง เปน็ แบบให้กบั คนอื่นด้วย เชน่ ความมีเมตตา ซอ่ื สัตย์ เป็นตน้
5) การปรับตัวให้กับคนอืน่ การท่ีทราบถงึ บุคลกิ ภาพของคนอ่นื นั้น ทาให้ปรับตัวเข้ากับเขา
ไดง้ า่ ยขน้ึ แกป้ ัญหาได้ และยังช่วยปรบั ตัวได้ทันกบั สถานการณ์ได้ดว้ ย
6) ความสาเรจ็ บุคคลที่มีบุคลิกภาพดีมักได้เปรียบคนอื่นเสมอ และเปน็ พ้ืนฐานแหง่ ความ
เชือ่ ถอื แกผ่ ู้พบเหน็ ชว่ ยให้การทางานสาเรจ็ ง่ายขึน้ เพราะจะได้รบั ความร่วมมือและความสะดวกใน
การตดิ ต่อ
7) การยอมรับของกลมุ่ บุคลิกภาพทดี่ ยี ่อมเป็นที่ยอมรับของคนทว่ั ไป ยินดใี หค้ วามรว่ มมอื
และก่อให้เกิดความมนั่ คงทางจิตใจ
3. มาตรการในการตรวจสอบบุคลกิ ภาพ
เมอ่ื ได้ศึกษาถึงบุคลกิ ภาพว่ามีสว่ นสาคัญต่อเลขานุการ และต้องรูจ้ กั ตรวจสอบบุคลกิ ภาพ
ของตนเองและผู้อ่ืน เพอ่ื จะช่วยพฒั นาบคุ ลกิ ภาพตวั เองให้มบี คุ ลกิ ภาพดขี ึ้น เพ่อื นาไปประกอบการ
ตัดสนิ ใจในการทางานตามตาแหนง่ ท่กี าหนดไว้ มาตรการท่ีใช้มีหลายชนดิ ซงึ่ อาจเลือกใช้ตามความ
เหมาะสม ท่ีสาคญั ได้แก่
3
1) Personality inventory เปน็ แบบทดสอบบุคลิกภาพโดยตรง ลักษณะเปน็ คาถามหลาย ๆ ข้อ
ครอบคลุมในหลายเนื้อหา เช่น สขุ ภาพ อาการผิดปกตทิ ี่มีสาเหตจุ ากจติ ใจ ทศั นคตติ ่าง ๆ เรื่อง เพศ
ศาสนา อาชพี การเมือง สงั คม สถานภาพทางครอบครวั ฯลฯ
2) Projective Test แบบท่ี 2 น้ี มุ่งให้ผู้ถกู ทดสอบแสดงความรสู้ ึกนกึ คดิ ออกมาโดยทางออ้ ม
สร้างจิตนาการหรอื ความคดิ ฝัน เพ่ือจะหาคาสอบเกีย่ วกบั บุคลกิ ภาพ
3) Rating Scales ใชส้ งั เกตพฤติกรรมของผู้อนื่ ท่ีต้องการจะทดสอบ และให้คะแนนหรือ
ประเมนิ ค่าว่าบคุ คลน้นั แสดงพฤติกรรมออกมาในระดับใด พฤติกรรมท่ีจะประเมินค่านนั้ จะแบ่งหลาย
ระดับให้คะแนนตามลาดับมากนอ้ ย อาจเร่มิ ต้นจากไมย่ อมร่วมมือเลย ให้ความร่วมมอื ปานกลาง ให้
ความรว่ มมอื อยา่ งเตม็ ท่ี ฯลฯ หรอื แล้วแตจ่ ะเหน็ เหมาะสม ข้อสาคญั ทค่ี วรระวังอย่ทู ค่ี วามลาเอยี ง
ของผ้ปู ระเมนิ ซง่ึ จะต้องมเี กณฑ์ทีแ่ นน่ อนไว้ในใจ จะเอนเอียงไมไ่ ด้
4) Lnterview วิธีสมั ภาษณน์ ้เี ป็นวิธีเกา่ แกใ่ ช้กันมาชา้ นานในการสารวจบคุ ลกิ ภาพ ในการ
พจิ ารณาตัวบุคคลเพือ่ วตั ถุประสงค์นานาชนดิ มักใช้วธิ ีการสมั ภาษณต์ ้องการจะทราบส่งิ ใดผสู้ ัมภาษณ์กจ็ ะตั้ง
คาถามและสังเกต สงิ่ ท่ผี ูส้ ัมภาษณ์จะตอ้ งยึดถือความยตุ ิธรรมในใจน่นั เอง ข้อแนะนามีดังน้ี
ก. Be a Stage-Setter ผ้สู ัมภาษณต์ อ้ งกาหนดขนั้ ตอนของการสัมภาษณ์ ให้เหมาะสม
กาหนดเรอ่ื งราวที่ตอ้ งการทราบไวใ้ หพ้ ร้อม และสมั ภาษณ์ใหเ้ ปน็ ไปตามข้ันตอนนั้น
ข. Be a Starter ผ้สู มั ภาษณ์ต้องเป็นผเู้ ร่มิ ต้น เพื่อสร้างแนวในการสมั ภาษณ์ใหต้ รง
ประเดน็ และสัมพันธ์กับขัน้ ตอนทกี่ าหนดไว้
ค. Be a Helmsman จะต้องคอยนาใหผ้ ู้ถูกสมั ภาษณ์เดนิ ตามแนวท่ีกาหนดใหอ้ อกนอกลู่
นอกทางพยายามหาคาตอบให้ไดต้ ามทต่ี ้ังเปาู หมายเอาไวแ้ ละพยายามใหก้ ะทดั รดั ตรงไปตรงมา
ง. Be a Good Listener ให้ความสนใจกับคาตอบของผู้ถูกสมั ภาษณ์ รับฟังคาตอบและ
ปัญหาด้วยใจเป็นกลาง ทาตนเป็นผู้ฟังที่ดี และหาทางสรุปคาตอบตามแนวท่ีต้องการ
จ. Be a Explorer ทาตนเปน็ นักสารวจ คน้ คว้าหาขอ้ เทจ็ จริงจากคาตอบของผถู้ ูกสัมภาษณ์
พยายามหาทางตัดคาตอบที่คิดวา่ ไมใ่ ห้ประโยชน์ออกไป ประมวลไว้แค่ข้อมูลทเี่ ช่ือแน่ไดว้ ่าเปน็
ความจริง
ฉ. Be a Salesman พยายามชใี้ ห้เห็นเปาู หมายของการสมั ภาษณ์ ผู้สัมภาษณค์ วรทาตน
คลา้ ย ๆ กับพนักงานขายคือบอกถึงลักษณะของงานและบุคลิกภาพอนั พงึ ประสงคท์ ่ผี ู้ถูก
สมั ภาษณค์ วรจะมี
ช. Be a Diplomat ผู้สัมภาษณ์ควรทาตนเป็นการทูต คือซักถามผู้ถกู สัมภาษณ์ให้ตอบ
คาถามในบางลักษณะทผ่ี ้ถู ูกสัมภาษณ์ไมอยากเปดิ เผย แตเ่ ป็นเรอื่ งที่ผถู้ ูกสัมภาษณ์
ต้องการจะทราบพยายามให้เขาพูดออกมาหรือแสดงกริ ยิ าทา่ ที
4
ช. Be a Clock-Watcher กาหนดเวลาการสมั ภาษณ์ไว้ใหพ้ อเหมาะสมอยา่ ให้มากหรือน้อย
เกินไปโดยอาศยั ขัน้ ตอนทีก่ าหนดไวเ้ ปน็ เกณฑ์กาหนดเวลา และพยายามรกั ษาเวลาให้
เปน็ ไปตามนนั้
ช. Be yourself เป็นตวั ของตัวเอง ไม่ควรเลียนแบบคนอน่ื หรือตัดสินการสมั ภาษณ์ตาม
ความเหน็ คนอ่นื ควรพิจารณาจากความรู้สึกของตนเอง พยายามทาตนเปน็ กันเองกับผ้ถู ูก
สมั ภาษณ์ให้เขาเกิดความรู้สกึ สบายใจเหมอื นการพดู คุยปกติ
ญ. Be a Judge ตงั้ อย่ใู นความยตุ ธิ รรม พยายามคน้ หาความจริงแล้วชั่งนา้ หนักคาตอบหรือ
ความจริงเหลา่ นน้ั ด้วยความเป็นธรรม ถา้ มีการเปรียบเทียบระหวา่ งผูถ้ ูกสัมภาษณ์หลายคนผู้
สัมภาษณ์จะต้องมีจติ ใจแน่วแนไ่ มโ่ อนเอนดา้ นใดด้านหนง่ึ อยา่ ให้เกิด Halo effect คือ
แนวโน้มในการตัดสนิ บคุ คลโดยแคเ่ พียงเห็นตาทา่ ทางเท่านนั้ จะต้องใชป้ จั จยั อน่ื ๆประกอบดว้ ย
ตวั อย่างรปู การตรวจสอบบุคลิกภาพพนักงานขาย
ภาพท่ี 2
5
4. หลกั การเบอื้ งตน้ ในการปรบั ปรงุ บุคลิกภาพเพื่อการพัฒนา
Adler เสนอแนะหลักการเบื้องต้นในการปรับปรุงบคุ ลิกภาพเพ่ือการพฒั นาไว้ดงั นี้
1) พยายามตัดคาวา่ “ไม่” อออกไปจากการระทา พฤติกรรมและการพดู จะตอ้ งแสดงใหเ้ ห็น
ว่าตนเองสามารถจะ “ทาได้” และพยายามทาสิ่งท่ีดเี ท่านั้น คาวา่ “สงิ่ ท่ดี ี” ในทนี่ ้หี มายถึง ความเห็น
โดยเฉลี่ยของบุคคลทัว่ ไปว่า “ดี” ใหเ้ ป็นนสิ ยั จนกระทั่ง “ทาได”้ โดยไมฝ่ ืน
2) มั่นในตนเอง และมีจติ นาการท่ีจะเปน็ แนวในการปฏบิ ัติใหส้ อดคล้องกับแนวโน้มของสังคม
และพยายามกาหนดจดุ ยนื ของตนไว้ในใจหาทางฟงั ฝาุ อุปสรรคให้ไปถึงจุดกาหนดของตนเองในทางทถ่ี ูกตอ้ ง
3) ไม่เปน็ ผู้ทหี่ ยดุ น่ิงอยู่กบั ท่ี ให้ทุกสิง่ ทุกอย่างเคล่อื นไหวเสมอ หาทางเปล่ียนแปลงตนเองให้
ไปสู่บุคลิกภาพทนี่ ่าจะเป็น การเปล่ยี นแปลงอาจเกดิ ข้นึ ได้จากการสงั เกต การจดจา การเปรียบเทยี บ
และนาสงิ่ ทดี่ ีมาเปน็ หลกั การในการทีเ่ ปล่ียนแปลงตนเองไปสู่จุดน้นั ให้ได้
4) สรา้ งศรัทธาให้กบั ตนเอง โดยถือว่าตนเองก็เปน็ บคุ คลที่มีความสามารถไม่แพ้คนอ่นื ไม่ดู
ถูกตนเอง ถือวา่ เมื่อคนอนื่ ทาได้เรากต็ ้องทาได้ ตรวจสอบผลการกระทาของตนเองอยู่บ่อย ๆ เพ่ือ
แก้ไขข้อบกพร่องตา่ ง ๆ ให้การกระทาคราวตอ่ ไปอย่ใู นสภาพทเ่ี หมาะสม
5)พยายามเป็นบุคคลทรี่ ่าเริงแจ่มใสในอารมณ์ ทาตนเป็นคนยิ้มงา่ ยและยิ้มได้ในทกุ สถานภาพ
การฝึกให้เปน็ ผูร้ ่าเรงิ ชน่ื บานตลอดเวลานนั้ แรก ๆ อาจทาใหย้ ากแต่ถ้าฝกึ ฝนเป็นประจาก็จะมีทาง
ประสบผลสาเร็จได้
ภาพท่ี 3
6
หลักการทว่ั ไปเพ่ือการพัฒนาบคุ ลิกภาพ
บุคลกิ ภาพเปน็ เร่ืองเฉพาะตวั ของแตล่ ะคนซงึ่ บคุ ลิกภาพที่มีเสน่ห์ใครชอบใครเหน็ จึงเป็นยอด
ปรารถนาของทุกคน บางคนแม้เห็นแค่คร้ังเดยี วก็อยากคบหาสมาคมหรือพดู จาด้วยเพราะชอบทา่ ทาง
หนา้ ตา การยม้ิ การพูดจา ความเอื้ออาทรตอ่ กนั ทุกหน่วยงานตา่ งปรารถนาท่จี ะไดค้ นดี คนเกง่ มา
ทางาน เพื่อให้ลกู คา้ ประทบั ใจและเข้ากบั ผูร้ ว่ มงานคนอื่นได้ รวมท้ังกล้าที่จะชว่ ยคิด ชว่ ยสรา้ งสรรค์
สงิ่ ใหมห่ รือทาประโยชน์ใหห้ รือสามารถประเมินสถานการณ์ เขา้ ใจปัญหา และแกป้ ัญหาได้อย่าง
เหมาะสม
หากพดู ถงึ บุคลิกภาพจะนึกภาพออกว่า ใครเป็นใคร เพราะเป็นแบบแผนเฉพาะตวั ของแตล่ ะคน
บคุ ลกิ ภาพจึงเปน็ ภาพรวมท้ังหมดของบคุ คลคนหนึง่ ที่แตกตา่ งไปจากคนอ่ืน บคุ ลิกภาพจงึ เกดิ จาก
“ภายนอก” เช่น รูปร่าง หน้าตา เสอื้ ผ้า เครื่องแตง่ กาย ผิวขาว ผวิ ดา ฯลฯ สว่ นบคุ ลกิ ภาพ “ภายใน”
คือสตปิ ญั ญา ความจริงใจ การมีจติ ใจดี มีความซ่ือสัตย์ สุจรติ ความมนี า้ ใจ มคี ุณธรรม มีคานิยมที่ดี
บคุ ลกิ ภาพภายนอกและภายใน จะกลายเปน็ บคุ ลิกภาพทั้งหมดที่บคุ คล คนนั้นแสดงออก นั้น
กเ็ กิดจากการขัดเกลา หรืการอบรมสั่งสอนตั้งแต่เล็ก และคนทีส่ าคัญคนแรก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง
ตวั แทนถัดไป คอื โรงเรียน เพื่อนบ้าน เพ่ือนเล่น วดั วาอาราม กลุ่มอาชีพ สอ่ื มวลชน ฯลฯ ทจ่ี ะชว่ ย
อบรมสง่ั สอนขดั เกลา หล่อหลอมบคุ ลิกภาพของบุคคล
คนแต่ละคนจึงมีบุคลิกภาพต่างกันจากหลาย ๆ ปัจจัยตามที่กล่าวมา จึงต้องใจกวา้ งอย่ามีอคติ
หรือไมย่ อมรบั กนั โดยเฉพาะในหน่วยงานต่าง ๆ เป็นท่ีรวมของบุคลิกภาพหลายรปู แบบ มที ่าที ความ
เชื่อ พฤติกรรม อุดมการณ์ท่ตี ่างกันไม่นอ้ ย
การทางานจึงต้องยอมรบั วา่ เขาอาจไม่เหมือนเรา เราอาจไม่เหมือนเขา แตเ่ ราก็อยู่กนั ได้ ถา้
เราไม่ถือ “เขา” ถือ “เรา” และต้องระลึกเสมอว่า คนเราเปล่ียนแปลงได้ตามกาลเวลา สถานท่ี อายุ
ทเี่ ปล่ียนแปลงไป โดยอย่าด่วนสรปุ ง่าย ๆ จากบุคลิกภาพแคท่ ี่เหน็ หรือไดย้ นิ มา แตต่ อ้ งให้โอกาสที่จะ
ทาความเข้าใจกนั ให้ถ่องแท้
ต่อไปน้เี ปน็ กรณีไวศ้ ึกษาลกั ษณะของคนไว้บ้าง อาจจะทาให้การทางน ทางานได้งา่ ยและ
เขา้ ใจกนั มากขนึ้
ภาพท่ี 4
7
1 บุคลกิ ภาพของคนในองค์กร
1) คนพูดตรงไปตรงมา เป็นพวกไม่ดัดจรติ ไม่มีอะไรมาปิดบัง ซ่ือสัตย์ พวกน้ีจะทางานจริงจัง
มีความจรงิ ใจสูง อาจจะพดู ไม่ไพเราะ แตม่ จี ติ ใจที่ดี
2 คนเสียสละ เกดิ อะไรข้นึ จะรบั ผิดชอบ และอาจจะรับอะไรเรว็ ไป จนบางครัง้ เปน็ ผลเสียแก่
ตวั เอง คนประเภทนี้ ทางานด้วยกส็ บายใจ ไม่เอาเปรยี บใคร มแี ต่ให้มากกว่ารบั
3) คนหน้าตาย เกบ็ กด อาจจะดา่ อะไรนายลับหลงั เรา จงึ เปน็ คนน่ากลวั ท่จี ะทางานด้วย
4) คนไม่กล้าขัดใจใคร มักจะเห็นดว้ ยเกือบจะทกุ เร่ือง เวลาทางานกับพวกน้ี จะตอ้ งกลา้
แสดงความคดิ เห็นเพ่ือเขาจะไดส้ บายใจ
5) คนพูดมาก เริ่มนุ่มนวล ใช้คาพูดซ้า ๆ จงึ ควรใส่ใจ หรือพยายามเข้าใจว่าเขาต้องการพูด
เรือ่ งอะไร หากอยากให้งานสาเร็จกต็ อ้ งบอกเปูหมายเพ่ือเขาจะได้ทาได้
6) คนมองโลกในแง่ร้าย มกั จะชอบค้านอยเู่ ร่ือย อาจจะมีเหตุผลหรอื ไมม่ ีเหตุผล ใครทางาน
ด้วยอาจหมดกาลังใจ แต่ก็ต้องทาใจด้วยการให้อภัย
7) คนชอบทาลาย พวกน้ีอยากเหน็ ความเสยี หายของผู้อนื่ เชน่ แกลง้ โมยเอกสารบา้ ง หรอื รบั
โทรศัพท์กไ็ ม่บอก เปน็ ต้น หากทางานดว้ ยต้องยมรับว่าเขาอาจรา้ ยได้ทุกเมื่อ เปน็ หน้าที่ของนายต้อง
คาดโทษเขาหากทาใหบ้ รษิ ัทเสยี หาย
8) คนไม่พดู ไม่แสดง จะเก็บลิน้ เกบ็ ฟันไม่พูดอะไร ไม่ชอบยุ่งกบั ใคร ไม่อยากเข้าไปเกีย่ วข้อง
ด้วยเขา้ ทานองขอปลอดภยั ไว้ก่อน งานจะไมก่ ้าวหน้าเท่าท่ีควร เพราะไมก่ ล้าทั้งติและชม ทาให้ไม่มี
ความคิดรเิ รมิ่ หรือคิดปรับปรงุ อะไร ถอื ว่า การไม่พูดไม่มีเร่ืองราวกับใครคือ การไม่มคี วามผิด งานจะ
ได้ผลกค็ ือ มอบงานให้ทา พร้อมกบั บอกรายละเอียดว่าต้องรายงานกลับมาเรื่องอะไรบา้ ง พรอ้ มกับวัน
เวลาท่ีตอ้ งทาใหเ้ สรจ็
ภาพท่ี 5
8
2 บคุ ลิกภาพบอกนสิ ัย
บางคนเชื่อว่า หน้าตาจะบอกวา่ ใครดใี ครเลว ซึ่งถา้ นายคิดแบบนี้คงต้องรบั คนจากรูปรา่ ง
หนา้ ตาเป็นหลัก ส่วนใครจะเช่อื รูปหน้าหรือโหงวเฮ้งก็แลว้ แต่ความเชอ่ื แต่ละคน
1) หน้าสามเหลย่ี ม หนา้ ผากกว้าง เป็นคนฉลาดหลักแหลม คดิ ว่าตวั เกง่ จงึ ชอบเอาตวั เป็นหลัก
แตใ่ นขณะเดียวกนั ก็เป็นคนอ่อนไหวง่าย ใครยุแหยใ่ ส่ร้ายปูายสี พวกเชอื่ เอาง่าย ๆ จงึ เป็นคนท่คี บ
ยากและเข้ากับคนยาก เพราะไมร่ ูจ้ ะเอาอยา่ งไร หลายคนจึงถูกมองวา่ เปน็ พวกฉลาดแกมโกง พวกนี้
จะเปน็ นักวทิ ยาศาสตร์ ศลิ ปิน พยายามให้ทางานดว้ ยต้องอยา่ พูดอะไรให้กระทบกระเทือนใจ และถ้า
ไดเ้ ปน็ หวั หน้าการงานจะสาเร็จได้ง่าย
2) หน้ากึ่งสามเหลีย่ ม พวกนี้คลา้ ยกับพวกแรก จะต่างกนั ตรงไม่อดทนเท่าพวกแรก และชอบ
หนีปญั หามากกว่าสู้กับปญั หา เพราะอ่อนไหวเกินไป จนไม่อยากมีจิตใจทีจ่ ะยอมรับปญั หาทอี่ าจเกดิ
ไดโ้ ดยไม่คาดฝัน ต้องระวังท่จี ะทางานดว้ ยและควรให้ทางานทมี่ ีช่วงระยะเวลาส้ัน ๆ
3) หน้าสเี่ หลีย่ มจตั ุรัส เปน็ พวกอดทน มมี านะ มคี วามพยายาม มีความขยันจงึ มักจะได้เป็น
ผู้นาเพราะกล้าทจ่ี ะทาทุกอย่างทขี่ วางหน้า จะเสยี ตรงใจร้อน อารมณร์ ้อน ข้ีโมโหแตก่ ห็ ายเร็ว ถา้ รูจ้ กั
เอาเขามาใช้งาน งานไมเ่ สีย
4) หนา้ กลม เปน็ คนสุภาพ นมุ่ นวล ชอบความสงบ ไม่อยากมีเร่อื งกัน จึงชอบมีชีวิตแบบสบาย ๆ
ไมเ่ รื่องมาก ไมช่ อบทาอะไรแบบพธิ รี ตี อง จัดว่าเปน็ คนมคี วามรอบคอบ คิดอะไรได้ดี แต่ไม่มน่ั ใจวา่
ตัวเองทาได้ ทาให้การงานไม่ได้ดีเท่าท่ีควร ถา้ ไม่มกี ารติดตามผลงาน
5) หนา้ รูปไข่ เป็นใบหนา้ ทป่ี ระสบความสาเร็จสงู เพราะฉลาดเปน็ คนน่มุ นวล รอบคอบ ขยนั
มมี านะอดทน และถ้าทาอะไร จะทาจนกวา่ จะสาเร็จ การงานจงึ ก้าวหน้า เพราะพวกหนา้ รูปไขเ่ ชือ่ ว่า
อุปสรรค คือ พลงั นายมีลูกน้องแบบนี้ นายสบายใจ งานไปได้ดแี ละมีความสาเรจ็
ภาพท่ี 6
9
3 บุคลิกภาพเบ้อื งตน้ ทด่ี ี
1) ยมิ้ แย้มแจม่ ใส
2) กิริยาทา่ ทางเหมาะสม
3) แต่งกายสะอาด
4) มองโลกในแงด่ ี
5) ปรับตัวได้ตามสถานการณ์
6)มีความกระตอื รือร้น
7) รู้จกั ยกย่องชมเชยผู้อน่ื
8) สรา้ งกาลงั ใจให้แกต่ นเอง
9) เปลีย่ นความเคยชนิ ที่ทาให้เสยี บคุ ลิกภาพ
10) หมน่ั ปรบั ปรงุ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
4 บคุ ลกิ ภาพทเ่ี ลขานกุ ารควรมี
1) คล่องแคลว่ ว่องไว
2) ย้มิ แยม้ แจ่มใส
3) ความเชือ่ ม่นั ในตัวเอง
4) ความฉลาด ไหวพรบิ
5) ความซ่ือสตั ย์ รักษาความลับ
6) ความเปน็ ผูใ้ หญ่
7) แต่งกายเหมาะสม
8) รจู้ ักมารยาทท่ถี ูกต้อง
9) มศี ลิ ปะในการพูด
10) ความคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์
ภาพท่ี 7
10
การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพในงานเลขานกุ าร
บคุ ลิกภาพของแต่ละคนย่อมแตกตา่ งกนั ตามธรรมชาติ มีบ้างบางคนท่ีบคุ ลิกภาพตาม
ธรรมชาติเหมาะสม สอดคล้องกบั การเป็นเลขานุการท่ีมีประสทิ ธภิ าพ บางคนไม่คอ่ ยจะตรงเท่าใดนัก
แตบ่ ุคลกิ ภาพสามารถจะพฒั นาได้ โดยความพยายามของบุคคลนั้นเองท่ีมุ่งมั่นปรบั ปรุงให้ดขี ึ้นและ
ตรงกบั ตาแหนง่ ทีท่ าโดยอาศัยหลกั ทก่ี ล่าวมาแลว้
เลขานกุ ารควรปรับปรงุ บุคลกิ ภาพดา้ นใดบ้าง บุคลิกลักษณะและนิสยั เช่นใดไม่เปน็ ที่พึง
ประสงค์หรอื ตอ้ งเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การทางานสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์ ขอให้พิจารณาจาก
ข้อเสนอแนะต่อไปนี้
1. นิสัยในการปฏิบัตงิ านท่คี วรพิจารณา
1) โรคปฏิเสธคนอนื่ ไมเ่ ปน็ บางเรื่องที่มผี ขู้ อรอ้ งใหช้ ่วย ถ้าเห็นวา่ ไม่มีความสาคัญหรือจาเป็น
ควรบอกปดั และขอร้องให้ไปติดต่อผู้อ่นื
2) โรคแกร่ ายละเอยี ด งานบางอยา่ งต้องการความกะทัดรดั มีแตส่ าระสาคัญก็ไมค่ วรที่จะ
เพ่ิมเติมรายการไมเ่ ปน็ ผลดี
3) โรคลังเล ควรเป็นผตู้ ัดสินใจโดยรวดเร็ว และถกู ต้อง แต่ด้วยความรอบคอบ การกลวั จนไม่
กล้าทาอะไรน้ันไม่เป็นผลดี
4) โรคทางานทุกอยา่ งท่ีขวางหนา้ งานใดท่ีพอจะแบง่ ใหผ้ ู้น้อย หรือลกู น้องไปทาบา้ ง ก็จะเป็น
การแบง่ เบาภาระหรอื โรคทางานจบั จด ทางานนั้นนดิ ทางานนหี้ น่อย แต่ละงานก็ไมจ่ บสิ้น ไม่สาเรจ็
เป็นช้นิ เป็นอัน
5) โรคผัดวันประกนั พรุ่ง งานทกุ ชนิดท่เี ป็นงานสาคญั ต้องปฏิบัตเิ ตม็ ท่ี ทนั ที เป็นไปตาม
ข้ันตอนไมค่ วรเลือกวา่ งานนี้ยากเอาไว้วันพรุ่งน้ที าก็ได้
2 นสิ ยั ในการปฏบิ ตั งิ านของเลขานกุ าร
1) เขา้ กับบุคคลอื่นไดท้ ุกโอกาส ขอ้ นี้ถือเปน็ จดุ สาคัญท่ีสดุ ในบรรดานสิ ัยการทางานของ
เลขานกุ าร เพราะเลขานกุ ารอย่ทู ่ามกลางบุคคลมากมาย ฉะนัน้ การเข้ากับคนอน่ื ได้ จึงเป็นสงิ่ ทค่ี วร
แกก่ ารยกยอ่ งชมเชย เลขานุการจะต้องเข้ากับเพ่ือนรว่ มงานทุกคนได้
2) เมอ่ื มกี ารปฏเิ สธ จะต้องปฏเิ สธอยา่ งนมุ่ นวลในการที่จะใหข้ อ้ สนเทศแกบ่ คุ คลอ่ืน ๆ ใน
กรณที บ่ี ุคคลอน่ื สอบถามถึงการตัดสินใจของผ้บู ังคับบัญชา ในงานบางอย่างซึง่ เปน็ ความลับเฉพาะ
เลขานุการไม่อยู่ในฐานะทีเ่ ปิดเผยได้ จาเปน็ ทจ่ี ะต้องหาทางหลกี เล่ยี งการตอบคาตามให้แนบเนยี น
เหมาะสม อยา่ ให้ผบู้ ริหารอื่นหรอื เพื่อนร่วมงานท่ีถามปัญหาเกิดอารมณ์ขนุ่ เคืองได้ เลขานุการอาจ
ตอบวา่ “เรือ่ งนไี้ มท่ ราบรายละเอยี ดลกึ ซ้ึงเกรงไปวา่ จะตอบผิดพลาดไปจากเจตนารมณข์ องผู้บังคบั บญั ชา
โดยตรง จะเกิดผลเสยี หายได้ เม่ือไดร้ บั รายละเอียดในเรื่องนีแ้ ลว้ จะเรยี นใหท้ ราบ" ดงั นีเ้ ป็นตน้
11
3) ทางานโดยต้ังใจให้มีผลผลติ ปกติแลว้ นายจา้ งจะจ่ายค่าจา้ งตอบแทนใหแ้ ก่ผลงานทท่ี า
ฉะนั้นจึงต้องแสดงผลงานให้ชัดแจ้ง ต้ังใจทางานให้ไดร้ บั ผลเปน็ ท่ีพอใจ โดยใช้เวลานอ้ ยคุณภาพสูง
งานถกู ต้องและ ประหยดั วัสดุ งานท่ีเลขานกุ ารทาจะต้องอาศยั วิธีการทางานท่ีดี ต้องตัดสินใจให้
รอบคอบและทาอย่างมปี ระสิทธภิ าพมงุ่ สู่เปาู หมายอนั เปน็ ผลผลติ ของงาน
วิธีทีด่ ที ่สี ดุ ในการทางาน คือ
ก. ศึกษางานท่ีทา แยกย่อยออกไปเปน็ สว่ น ๆ เปน็ ขนั้ เป็นตอน
ข.จัดข้นั ตอนต่าง ๆ ใหเ้ ป็นไปตามลาดบั ก่อนหลงั
ค. จัดหาวัสดุ เครื่องมือเคร่ืองใช้เก่ียวกบั งานที่ทานัน้ ใหเ้ ป็นท่พี อใจของผูท้ างานใหม้ าก
ทีส่ ดุ และจาแนกวัสดุ เคร่อื งมอื เคร่ืองใช้เหล่านน้ั ไว้ตามลาดับข้นั ตอนของงาน
4) ทางานด้วยความระมัดระวังและไว้ใจได้ ถ้าเลขานุการเป็นบุคคลดีเช่อื ถือและไว้ใจได้ จะ
ทาให้นายจ้าง คลายกังวล หลังจากส่ังงาน หรือแนะนางานเสร็จกจ็ ะไปทาธรุ กิจอย่างอ่ืน โดยมอบ
หน้าที่ในการดาเนนิ งาน เร่ืองนั้นใหเ้ ลขานกุ าร และไมต่ ้องคอยหว่ งใยงานนั้นอีก เพื่อสร้างความ
เชือ่ ถือไวว้ างใจใหก้ ับผบู้ ังคบั บญั ชาเมอ่ื นายจ้างแนะนาหรอื สั่งงาน เลขานุการต้องต้ังใจฟงั อย่างจดจอ่
แนใ่ จวา่ เข้าใจในคาสัง่ หรอื คาแนะนานั้น ตอ้ งทราบว่าจะทาอะไร แลว้ ดาเนนิ การตามนน้ั อยา่ ให้บกพร่อง
ทาใหเ้ สร็จตามเวลาและมปี ระสิทธิภาพ
5) รเู้ ทคนิคในการบรหิ าเวลา การบรหิ ารเวลาทมี่ ปี ระสิทธภิ าพน้ันตอ้ งเปลีย่ นแปลง
พฤติกรรมอย่างมากและควรปรบั นสิ ยั ตนเองทีละเรื่อง เปล่ียนไปจนกระทงั่ กลายเป็นนิสัยใหม่ในดา้ น
การควบคุมการใช้เวลา “เรา เทา่ นนั้ จะเอาชนะใจของเราเองได้”
ภาพท่ี 8
12
ฉะนัน้ ก่อนการปฏบิ ัตงิ านแต่ละเรอื่ งต้องพจิ ารณาว่าจะนาเทคนคิ ใดมาใช้ในการปฏิบตั ิ
เพือ่ ให้งานนน้ั บรรลุผลอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ควรยดึ ถือหลักปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
ก. จดั ลาดบั ความสาคัญของงานก่อน-หลงั
ข. งานใดทยี่ ังมีข้อมลู ไม่เพียงพอควรแสวงหาขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ
ค. แบง่ งานท่ีทาออกเปน็ ชว่ ง ๆ คือ
- ช้นั เตรยี มการหรือวางแผน
- ชน้ั ปฏบิ ตั กิ าร
- ชั้นตรวจงาน
ง. ทางานดว้ ยความกระตือรอื ร้น
จ. มสี มาธิในการทางาน
ฉ. อุปกรณท์ ี่ใชบ้ ่อยควรวางไว้ใกล้มือ
ช. มอี ปุ กรณส์ ่ือสารทพ่ี ร้อมสมบรู ณ์ สามารถใชอ้ านวยความสะดวกทนั ท่ีและตลอดเวลา
เวลาเปน็ ส่ิงมีค่ายิง่ ในชีวิตการทางาน ถา้ ปล่อยเวลาให้สูญเปลา่ กเ็ ท่ากับทาใหเ้ วลาเสยี ไปโดย
ใชเ่ หตุ ฉะนน้ั จึงไมค่ วรผัดวันประกนั พรงุ่ ในการทางาน ดังคาพงั เพยที่ได้กล่าวไว้วา่ "เวลาและวารีไม่
คอยใคร เวลาทีล่ ่วง ๆ ไปบดั นเ้ี ราทาอะไรอย"ู่
ปรชั ญาการใช้เวลาของเลขานุการ
จงใช้เวลาเพอ่ื ทางาน เพราะนน่ั คือราคาของความสาเรจ็
จงใชเ้ วลาเพ่ือนึกคิด เพราะนั่นคือท่ีมาของอานาจ
จงใช้เวลาเพอื่ เลน่ เพราะนั่นเปน็ เคล็ดลบั ของความกระฉบั กระเฉง
จงใช้เวลาเพอื่ การอา่ น เพราะน่นั คอื ฐานของความรู้
จงใชเ้ วลาเพอ่ื คบเพื่อน เพราะนนั่ เป็นถนนสู่ความสาเร็จ
จงใชเ้ วลาเพอื่ หวั เราะ เพราะนน่ั คอื ดนตรีประจาใจ
ภาพท่ี 9
13
3 พฤตกิ รรมทไ่ี มค่ วรแสดงออก หรอื กริ ิยาทา่ ทางท่คี วรสารวมไมใ่ ห้ปรากฎขณะ
ทางานหรืออยรู่ ่วมกบั คนอืน่
1) หยบิ ของใชข้ องผู้อ่นื โดยไม่ขออนญุ าต เม่ือผ้อู น่ื ทวงกลบั แสดงสีหน้าไม่พอใจ
2) ชอบแสดสหี น้าไม่เปน็ มิตร กบั บคุ คลท่ัวไป ทง้ั ๆ ทีย่ งั ไม่ได้พดู จาอะไรกันหรือลงมือทางาน
รว่ มกนั
3) แคะ ตดั ตะไบเลบ็ มือเล็บเท้า ดูดริมฝีปกดัง ๆ ไอ หรือจามโดยไม่ใช้ผ้าปดิ ปาก ทาเสยี งฮึม
ในลาคอ ครวญเพลง ผวิ ปาก พูดกับตวั เองดงั ๆ วิพากษว์ จิ ารณค์ นอนื่ อยา่ งเสียหายโดยไม่เกรงใจ
ยว่ั ยแุ หยใ่ หค้ นอืน่ โกรธ
4) กดั เล็บ แทะดนิ สอ หรืแกะเกาตามเนื้อตัวขยุกขยิก ขบเค้ียวของกิน ขณะทางานชนิดไม่
ยอมใหป้ ากอยู่นิ่ง ๆ และชวนบุคคลอนื่ รว่ มรับประทานด้วย
5) ตบแตง่ ทรงผม หวผี มบ่อย ๆ ขณะทางาน เกาศีรษะ นิ้วแยงรูจมกู แคะหูขณะทางาน เป็น
กิริยาท่ีไมส่ ภุ าพ
6) หรตี่ า ดงึ จมกู จับใบหู ชาเลอื งด้วยหางตา ลูบคาง ทาหน้าบิดเบ้ียว แสดงกริ ิยาล้อเลียน
บุคคลอื่นในขณะทางาน
7) พูดสอด เสียดสี บุคคลอ่ืน ไมน่ ่ังประจาที่ทางานของตน ชอบไปยุ่งกับโต๊ะคนอ่ืนในขณะท่ี
เขาทางาน เกะกะขดี ขวางทางเดิน ยนื คา้ ศรี ษะคนอ่ืน
8) ใช้เท้าเคาะจังหวะทาให้เกิดเสียงขณะทางาน แม้แต่ขณะรับฟงั คาสง่ั จากผบู้ ังคับบัญชา
ก็มกั จะกระดกิ เท้าตลอดเวลา เป็นการกระทาท่ีไมส่ ุภาพ
9) กระชากกระดาษออกจากเครอื่ งพมิ พ์ดีด ขยาๆ ปาท้งิ ขวา้ งปาสมุด หนงั สอื ดินสอ
ปากกาหรือโยนโครมครามให้เกิดเสียงดังเวลาท่ีไมส่ บอารมณ์ หรือไม่พอใจใครขนึ้ มา
10) หนา้ ไหวห้ ลังหลอกต่อหน้าผูบ้ งั คับบัญชาเรียบร้อย ลบั หลงั หลกุ หลกิ เป็นลงิ หลอกเจ้า ไม่
สารวม เลียนกิริยาทา่ ทางผบู้ ังคบั บญั ชาในแงต่ ลกขบขัน
ภาพท่ี10
14
การพัฒนาบคุ ลิกภาพเพ่อื เสรมิ สร้างลกั ษณะความเป็นผูน้ า
บคุ ลิกภาพเป็นคุณลักษณะทางกาย ทางจติ ใจ และความรสู้ กึ นึกคิดท่ีสะท้อนออกมาใหผ้ อู้ ่นื
เห็นและเกดิ ความประทับใจมากน้อยเพยี งใดน่นั เอง บุคลิกภาพเปน็ สงิ่ เฉพาะตัวไม่ซ้าแบบกัน ตาม
กรรมพนั ธแ์ุ ละการอบรม และสภาพสงิ่ แวดล้อมเปน็ สิ่งมีค่า ซงึ่ เงินไม่สมารถจะซื้อได้ แต่ทุกคน
สามารถจะปลูกฝงั ใหม้ ีขน้ึ ในตัวได้ ไมม่ ีใครมาเปลย่ี นบคุ ลกิ ของเราได้นอกจากตัวเอง เราอาจจะ
ปรับปรุงหรอื เสรมิ สร้างบคุ ลิกของเราได้นอกจากตัวเอง เราอาจจะปรับปรุงหรือเสรมิ สร้างบคุ ลิกของ
เราให้ดขี ึน้ ได้ โดยการสังเกตศึกษาและประสบการณแ์ ละนามาปรับให้เหมาะสมกับตวั เรา และคนให้
เคยชินจนเปน็ นิสัย สามารถปฏิบตั ิไดโ้ ตยอัตโนมตั บิ ุคลกิ ทด่ี ีเหลา่ น้ันจะเป็นสง่ิ ท่ีตดิ ตัวเราตลอดไป
ภาพที่ 11
บุคลิกลักษณะ คือ ลักษณะภายนอกของบุคคลท่ีจะสรา้ งงงความประทับใจในเบื้องตัน ใหบ้ งั
เกดิ ผลตอ่ ไป บุคคลจะตอ้ งมีท่วงทา่ ตอ้ งตาต้องใจบคุ คลอ่ืน ซึง่ ประกอบดว้ ยรอยยิม้ ท่ีอบอุ่น จติ วทิ ยาดี
อารมณ์คงท่ี คาพดู ทจี่ ริงใจการยืน การเดนิ การน่งั การวางท่าประสมระสานกบั ภาพหน้าตาของคุณ
การฝกึ ปรือมารยาทให้ดเู ปน็ ธรรมชาติเหมาะเจาะ คอยสงั เกตบคุ คลอืน่ ที่มบี ุคลิกดี แลว้ จดจาทาตาม
ภาพที่ 12
15
1 สรา้ งภาพพจนท์ ดี่ ีใหป้ รากฎ
1) การแต่งตวั ไมซ่ อมซ่อ แต่กไ็ ม่หรหู ราจนเกินไป
2) ซุ่มเสยี ง การกระตนุ้ ให้คนฟัง จะต้องมีจังหวะจะโคน บทสนทนาจะต้องร้จู กั ใช้คาพูดทม่ี ี
พลงั และเหมาะแก่การเข้าใจง่าย มีเหตแุ ละผล การหาเหตุและผลควรจะอา่ นใหม้ าก ศึกษาใหม้ าก
เพ่อื การมองการณ์ไกล และไหวตวั เร็วตอ่ สถานการณ์
3) ไหวพริบท่จี ะโตต้ อบ ขณะที่นั่งสนทนา อย่านั่งฟังเพยี งอยา่ งเดยี ว ต้องรู้จกั สอดแทรก
คาพูดทีค่ ล้อยตามให้คู่สนทนาเกิดความเปน็ กันเอง
4) ทาความเคารพหรือรับไหวอ้ ย่างมีจังหวะจะโคน
5) ไม่ควรสบู บหุ รี่ตอ่ หน้าผู้อน่ื
6) มีความเชื่อมัน่ ในตนเอง
7) การยม้ิ แย้มแจม่ ใส
8) การมีศิลปะการชกั จงู ใจ
9) เข้าใจคาอธบิ ายได้เรว็
10) มมี นุษย์สัมพนั ธด์ ี
ภาพท่ี 13
ภาพท่ี14
16
อา้ งอิง
กฤษณเนตร พนั ธโุ พธิ. การจดั การสานกั งาน. เอกสารประกอบสมั มนา เรื่อง การจดั สานกั งาน
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ. บริษัทการจดั การธรุ กจิ , 2539
เธียรชัย เอ่ยี มวรเมธ. พจนานกุ รมอังกฤษ-ไทย (ฉบับใหม่). พิมพ์คร้ังท่ี 3 กรงุ เทพฯ : อกั ษรพิทยา,
นโปเลียน ฮลิ ล์. GROW RICH WITH PEACHE OF MIND. แปลโดย ถิรนนั ท์ อนวชั ศิรวิ งศ์
และอ๓ไท สกลฤกษ.์
เนตร์พัณณา ยาวริ าช. งานสานกงาน กรงุ เทพฯ : มณฑลการพิมพ์, 2540.
ปราณี พรรณวิเชยี ร. หลักการจดั การ. กรุงเทพฯ : สวุ รรณสาส์การพิมพ์, 2528
ปรารมภ์ นพคณุ . เทคนิคงานเลขนุการ. กรงุ เทพฯ : สานักพมิ พส์ ถาบนั ราชภัฏ สวนดสุ ิต, 2540
พงศ์ สวุ รรณธาดา. การเลขานกุ าร, กรงุ เทพฯ : บณุ เลศิ การพมิ พ์, 2538.
เพ็ญพรรณ วสิ ุทธิ ณ อยธุ ยา. เอกสารประกอบการสัมมนา “สมู่ าดใหญ่ของเลขานุการบริหาร
และผู้ช่วยผูบ้ ริหาร”. 19-20 มถิ นุ ายน 2541 โรงแรมแลนมาร์ค. กรุงเทพฯ : 2541
ไมตรี ทองประวตั ิแลเสถยี รสภาพ พนั ธุ์ไพโรจน์. ทาอย่างไรจึงจะเปน็ หัวหนา้ งานที่ลูกน้องยอมรบั
และบรษิ ทั มอบความไวว้ างใจ. กรงุ เทพฯ : ธรรมนิติ, 2539
ภรณี วินิจฉยั กุล. ขอบข่ายงานในหน้าท่ีและความรบั ผิดชอบของเลขนุการ. 9-11 กมุ ภาพันธ์
2541 โรงแรมชาลิน่า กรุงเทพฯ : 2541.
ลูเธอร์ เจ ไชเวิท. บริหารเวลาอย่างเต็มคุณค่า. แปลโดย ปรดี า ลิ้มถวิล. กรุงเทพฯ:เอช. เอน็ . กร๊ปุ , 2537
ระเดน่ ทักษณา. คิดและเขยี น. พมิ พ์ครงั้ ที่ 2 กรุงเทพฯ : แสงเทยี น, 2541
ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรี “ว่าด้วยงานสารบรรณ” พ.ศ. 2536
ศริ ิรัตน์ เสรีรัตน์และสมชาย หิรญั กติ ต.ิ การบริหารสานกั งานแบบใหม.่ ดวงกมลสมัย, 2538
สร้างศักยภาพ สรา้ งอนาคต. กรงุ เทพฯ : ขา้ วฟุาง, 2534
สุพตั รา สภุ าพ. เอกสารอบรมเทคนคิ การบรหิ ารงานอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพยคุ ใหม่. 29 มนี าคม 2539
กรุงเทพฯ : สถาบันธรรมนติ ,ิ 2536
อุษณยี ์ ตลุ าบดี. สู่ความสาเรจ็ ของเลขานกุ ารมืออาชพี . พมิ พ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพ : ธรรมนติ ,ิ 2536
Littlefilrld. C.L. and Other Management of Office Operation. “Prectice Hall of India”.
1981. 204 p.
Johh Harison. “Secretarial Duties”. Eighth Edition, London Pitman Publishing. 1988
Lu. Brown Gavnu “Secreterial office Proces” McGraw-will lnterntional Editions, 1995.
จดั ทาโดย
นางสาววรัชยา ลาดสารี
แผนกการจดั การสานักงาน