การร ู ้ เทา่ทนัสอ ื่ 1องคป์ระกอบของการรู้เทา่ทันสื่อ การรู้เท่าทันสื่อเป็นสิ่งจ าเป็นที่ควรปฏิบัติในการด าเดินงานต่างๆเพื่อให้ได้รบผลส าเร็จซึ่ง องค์ประกอบของการเรียนรู้เท่าทันสื่อ มีดังนี้ 1.การเปิ ดรับสื่อ การเปิ ดรับการเข้าใจการวิเคราะห์สื่อสื่อสื่อคือ การรู้เท่าทนัการเปิดรับสื่อของประสาทสมัผสัหูตาจมูก ลิ้น สมัผสัของเรา ซ่ึงเมื่อเปิดรับแลว้สมองจะสงั่การใหค้ิดและปรุงแต่งใหเ้กิดอารมณ์ต่างๆตามมาการรู้เท่าทนั สื่อในข้นัของการรับรู้อารมณ์ตนเองจึงเป็นสิ่งสา คญัที่ตอ้งแยกความคิดและอารมณ์ออกจากกนัและความคิดจะท า ใหเ้รารับรู้ความจริงวา่“อะไรเป็นสิ่งที่สื่อสร้างข้ึน”เป็ นต้น 2.การวิเคราะห์สื่อ คือการแยกแยะองคป์ระกอบในการนา เสนอของสื่อวา่มีวตัถุประสงคอ์ะไร 3.การเข้าใจสื่อ คือการตีความสื่อหลงัจากเปิดรับสื่อไปแลว้เพื่อทา ความเขา้ใจในสิ่งที่สื่อนา เสนอ ซ่ึงผรู้ับสารแต่ละคนกจ็ะ มีความเขา้ใจสื่อไดไ้ม่เหมือนกนัตีความไปคนละแบบ ข้ึนอยกู่บั ประสบการณ์พ้ืนฐานการศึกษาคุณสมบตัิในการ เรียนรู้ตลอดจนการรับรู้ขอ้มูลของแต่ละบุคคลที่ไม่เท่ากนัมาก่อน 4.การประเมินค่า หลงัการวิเคราะห์และทา ความเขา้ใจสื่อแลว้เราควรประเมินค่าสิ่งที่สื่อนา สนอวา่มีคุณภาพและคุณค่ามาก นอ้ยเพียงใด ไม่วา่จะเป็นดา้นเน้ือหาวิธีนา เสนอเทคนิคที่ใช้เป็นตน้ 5.การใช้สื่อให้เกิดประโยชน์ แมเ้ราจะสามารถวิเคราะห์เขา้ใจและประเมินค่าสื่อได้แต่เราไม่สามารถออกไปจากโลกของสื่อได้ดงัน้นั เราจึงจา เป็นตอ้งปฏิบตัิดงัน้ีคือ – นา สิ่งที่เราวิเคราะห์ไปใชป้ระโยชน์ – เลือกรับสื่อเป็ น – สามารถส่งสารต่อได้
– มีปฏิกิริยาตอบกลบัสื่อได้ 5 องค์ประกอบนีเ้ป็นพื้นฐานอนัดขีองการเป็นผู้ผลติสื่อที่ดีส าหรับผู้ที่สามารถคิดวเิคราะห์เข้าใจ ธรรมชาตขิองสื่อได้เป็นอย่างดีแล้วเราอาจเป็นผู้ผลติสื่อเอง โดยก่อให้เกิดสื่อดีๆ มีประโยชน์เพื่อสังคม โดยการวาง แผนการจัดการสื่ออย่างเหมาะสมและเลือกข้อมูลเพื่อคิดเขียน พูดให้สอดคล้องกบัวตัถุประสงค์ที่ต้องการภายใต้ การผลติสื่อที่มคีวามรับผดิชอบต่อสังคมองค์ประกอบนีเ้ป็นพื้นฐานอันดขีองการเป็นผู้ผลติสื่อที่ดี 2 การรู้เทา่ทนัสื่อดจิทิลัและการรู้เทา่ทนัสื่อ เป็นทกัษะการรู้เท่าทนัสื่อสารสนเทศและสื่อดิจิทลัเพื่อใหป้ระชาชนเกิดความรอบรู้และมีวจิารณญาณ วเิคราะห์สื่อรับสื่อและผลิตสื่ออยา่งสร้างสรรคแ์ละเป็นประโยชน์ต่อสังคม แบ่งเป็น 3 ทกัษะยอ่ยคือ 1. Media Literacy หรือการรู้เท่าทนัสื่อเป็นทกัษะการตรวจสอบ วเิคราะห์แยกแยะขอ้มูลบน โลกอินเทอร์เน็ตวา่มีความน่าเชื่อถือมากนอ้ยแค่ไหน ก่อนตดัสินใจเชื่อ หรือนา ไปแชร์ต่อ 2. Information Literacy หรือการรู้เท่าทนัสารสนเทศเป็นทกัษะในการเลือกและเขา้ถึงและ ความสามารถในการทา ความเขา้ใจวเิคราะห์และสังเคราะห์สาระสา คญัของขอ้มูลโดยมีความเขา้ใจเน้ือหา ต่างๆ ไดอ้ยา่งถูกตอ้งและสามารถสร้างสรรคห์รือเผยแพร่ต่อไป 3. Digital Literacy หรือ การ รู้เท่าทนัดิจิทลัเป็นทกัษะในการนา เครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยดีิจิทลัที่มีอยใู่นปัจจุบนัเช่น คอมพิวเตอร์โทรศพัท์และสื่อออนไลน์มาใชใ้หเ้กิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสารการปฏิบตัิงาน และการ ทา งานร่วมกนัอยา่งมีประสิทธิภาพ โดยในปัจจุบนัสื่อมีอิทธิพลอยา่งมากในชีวติประจา วนัท้งัในแง่บวก และแง่ลบ คนในสังคมทุกกลุ่มวยัจึงจา เป็นตอ้งปรับเปลี่ยนใหท้นักบัความเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทลัอยา่ง รู้เท่าทนัเพื่อทา ใหส้ามารถแยกแยะและสามารถเลือกรับสื่อที่เป็นประโยชน์กบัตนเองและคนรอบตวัได้ สา นกังานประชาสัมพนัธ์จงัหวดัพระนครศรีอยธุยาการรู้เท่าทนัสื่อสารสนเทศและดิจิทัล 3 การใช้สื่อและปัญหาทพี่บในสื่อปัจจุบัน ปัญหาการใชส้ื่อสังคมออนไลนท ์ ี่นา มาสู่การฆ่าตวัตาย เป็ นที่รู้ กนัดีวา่ ในยคุปัจจุบนัสื่อสังคมออนไลนไ์ ดเ ้ ขา ้ มามีบทบาทต่อชีวติประจา วนัค่อนขา ้ งมาก และสื่อดงักล่าวกเ ็ปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีท้งัดา ้ นบวกและดา ้ นลบ อยา่งในกรณีที่มีการ เผยแพร่เน้ือหาแสดงออกถึงความรุนแรง เช่น การทา ร ้ ายตวัเอง ทา ร ้ ายผอู้ื่น หรือการถ่ายทอดสด แสดงการฆ่าตวัตายเป็ นตน ้ ลว ้ นเป็ นปัญหาที่ควรไดร ้ับการแกไ้ ข
ในส่วนของปัญหาการใชส้ื่อสังคมออนไลนแ ์ ละปัญหาการฆ่าตวัตายมีความสัมพนัธ ์ กนัหรือไม่ น้นั แพทยร์ะบุวา่การเผยแพร่ขอ้ความหรือเน้ือหาที่เกี่ยวขอ้งกบัความรุนแรงรวมถึงการฆ่าตวัตาย ส่งผลโดยตรงในเรื่องของการ เรียนรู้ในสงัคม โดยเฉพาะอิทธิพลที่มีต่อเด็กและวยัรุ่นที่ยงัรู้เท่าไมถ่ ึงการณ์ไม่มีทกัษะการแกไ้ขปัญหาที่ดีพออาจมีการ เลียนแบบพฤติกรรมได้เนื่องจากคิดวา่เป็นการแกป้ ัญหาที่ดีที่สุด แต่ท้งัน้ีท้งัน้นั ในเรื่องของการฆ่าตวัตายก็ตอ้งมีปัจจยัหลายอยา่งร่วมดว้ย นอกเหนือจากเลียนแบบพฤติกรรมตามเน้ือหาที่ เผยแพร่ในสื่อสงัคมออนไลน์โดยปัญหาที่เกิดมากที่สุดมกัเกิดกบัวยัรุ่นโดยเฉพาะเนื่องจากความสามารถของสมองส่วนที่ เกี่ยวขอ้งกบัการยบัย้งัชงั่ใจยงัพฒันาไดไ้ม่เท่ากบัดา้นของอารมณ์ทา ใหข้าดความสามารถในการจดัการกบั ปัญหาที่เกิดข้ึน ในวยัรุ่นเองก็มีความเครียดที่ค่อนขา้งหลากหลายเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนหลายดา้น ท้งัในดา้นสรีระที่ เปลี่ยนไป หรือในดา้นความรับผดิชอบที่เพิ่มมากข้ึนจากในวยัเด็กรวมถึงเรื่องเพื่อนที่มีอิทธิพลต่อเด็กวยัน้ีค่อนขา้งมากเริ่ม มีความรัก หรือมีความสนใจบางอยา่งเป็นพเิศษ ส่งผลใหเ้กิดความเครียดและการแสดงออกทางพฤติกรรมได้ และการใช้สื่อ สงัคมออนไลน์ก็มีส่วนต่อการแสดงออกทางพฤติกรรมคอ่นขา้งมาก การดูแลเกี่ยวกบัการใชส้ื่อสังคมออนไลนส ์ า หรับเดก ็ วยัรุ่นคือ ผปู้กครองควรเฝ้าสงัเกตอยหู่ ่างๆ อาจใชส้ื่อสงัคมออนไลน์ร่วมกบัเด็กแต่ไม่ควรแสดงตวัตนมากนกัเนื่องจากการแสดงตวั มากไปอาจท าให้เด็กถอยหนีซ่ึงส่งผลต่อการควบคุมที่ยากข้ึน คอยสงัเกตดูวา่เด็กมีความสนใจในดา้นไหน กดไลคเ์น้ือหา ประเภทใด และคอยใหค้า แนะนา ตามความเหมาะสม รวมถึงผปู้กครองควรกา หนดเงื่อนไขการใชง้านอินเตอร์เน็ตของเด็ก เพื่อควบคุมปริมาณการใชง้านไมใ่หม้ากจนเกินไปและส่งผลเสียในที่สุด ในเรื่องของการถ่ายทอดสดฆ่าตวัตายผา่นสื่อสงัคมออนไลน์รวมถึงการเผยแพร่ขอ้ความที่เป็นสญัญาณในการฆ่าตวัตาย ที่ ปัจจุบนัมีจา นวนเพิ่มมากข้ึนท้งัในประเทศและต่างประเทศจากผลสา รวจพบวา่มีการฆ่าตวัตายสา เร็จเพิ่มมากข้ึน แต่ยงัไม่มี ขอ้มูลแน่ชดัวา่เกี่ยวกบัการใชส้ื่อสงัคมออนไลน์หรือไม่และพบวา่คนที่มีพฤติกรรมเผยแพร่เน้ือหาทา นองน้ีอาจเกิดจาก แรงจูงใจบางอยา่ง เช่น การไดร้ับคอมเมนต์หรือการไดร้ับการกดไลค์รวมถึงผเู้ผยแพร่อาจมีอาการทางจิตเวชอยา่งอื่นร่วม ดว้ยจึงส่งผลใหม้ีพฤติกรรมการเผยแพร่ขอ้มูลที่ไมเ่หมาะสม นอกจากน้ียงัมีอีกหน่ึงภาวะที่น่าสนใจและควรทา ความรู้ จกั เกี่ยวขอ้งกบัการใชง้านสื่อสงัคมออนไลน์และอาการทางจิตเวชเรียกวา่ Facebook Depression Syndrome หรือภาวะซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค ซ่ึงจะมีลกัษณะ ดงัน้ี 1. มีความเขา้ใจผิดเกี่ยวกบัความเป็นจริงที่เป็นสุขของเพื่อนๆ ใน Facebook 2. ตกเป็นเหยอื่ทางอารมณ์ของกิจกรรมชีวติประจา วนัของผอู้ื่น 3. มกัเปรียบเทียบระดบัคุณภาพชีวติของตนเองกบัเพื่อนๆ อยเู่สมอ 4. มกัเปลี่ยนรูปโปรไฟลข์องตนเองอยเู่สมอเพื่อเรียกร้องความสนใจ 5. รู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อไม่สามารถเช็คขอ้ความข่าวสาร หรือสถานะของตวัเองไดเ้หมือนที่ทา เป็นปกติ
6. มกัอพัเดทสถานะแบบดึงดูด หรือโพสตบ์ทความต่างๆ เช่น ขอ้ความขา ขนัขอ้ความแหลมคม ท้งัน้ีท้งัน้นัอาการดงักล่าวเป็นเพยีงสญัญาณของการเกิดภาวะซึมเศร้าจากเฟสบุ๊คแต่ยงัไม่ใช่ผลวนิิจฉยัทางโรคจิตเวช และผู้ ที่มีพฤติกรรมดงักล่าวอาจมีอาการป่วยทางจิตเวชอยแู่ลว้เช่น ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแลว้มาใชง้าน Facebook จึงมี พฤติกรรมที่แสดงออกถึงภาวะซึมเศร้า แต่อาจไม่ใช่อาการที่เกิดข้ึนจาก Facebook เสียทีเดียว ในดา้นของปริมาณการใชอ้ินเตอร์เน็ตน้นัยงัมีความสมัพนัธ์กบัอาการซึมเศร้าดว้ยรวมถึงอาการทางจิตเวชอื่นๆ เช่น วติก กงัวลกา้วร้าวรุนแรง มีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม เป็นตน้แต่ยงัไม่จดัวา่เป็นโรคเสียทีเดียวเพียงแต่ส่งผลใหม้ีบุคลิก ในอีกรูปแบบหนึ่ง สืบเนื่องมาจากการเสพติดสื่อออนไลน์ การควบคุมปริมาณการฆ่าตวัตายที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน ์ คนในครอบครัวคือบทบาทที่สา คญัที่สุด โดยการสอดส่องดูแลพฤติกรรมของคนในครอบครัว สงัเกตวา่นิสยัใจคอ เปลี่ยนไปหรือไม่อยา่งไร หรือมีอาการเก็บตวัหรือไม่รวมถึงการเรียนถดถอยลงไหม ไปจนถึงพฤติกรรมการทานอาหาร การเขา้นอน และที่สา คญัคือปริมาณการใชส้ื่อออนไลน์ในปริมาณที่มากเกินไปหรือเปล่า ขอ ้ แนะนา เกี่ยวกบัการใชง ้ านอินเตอร ์ เน ็ ตเพื่อส่งผลดา ้ นบวก คือควรเลือกสื่อที่เหมาะสมกบัพฒันาการของเด็ก เหมาะสมกบัการเรียนรู้ในแต่ละช่วงวยัและใชใ้นปริมาณที่เหมาะสมไม่ มากเกินไปหรือนอ้ยเกินไป รวมถึงพยายามดูแลคนในครอบครัวไม่ใหล้ะเลยความรับผดิชอบในภาระหนา้ที่ต่างๆ อยา่งการ เรียนหรือการท างานบ้าน อันเนื่องมาจากการเสพติดสื่อออนไลน์ 4 ผลกระทบของข้อมูลทผี่ิดพลาด หากมีการน าข้อมูลที่มีความผิดพลาด ไม่ถูกตอ้ง มีความน่าเชื่อถือต ่่าไปใชต้่อความน่าเชื่อถือของผู้ที่เผยแพร่ ข้อมูลที่ไม่ถูกตอ้งจะลดลงความน่าเชื่อถือของบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้งกบัเวบ็ไซต์ที่ถูกเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ มีความน่าเชื่อถือน้นัจะลดลง https://www.thaihealth.or.th/5- %E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0% B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8% A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%97-2/