The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ทุกข์ของชาวนาในบทกว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattika.kho, 2022-09-06 00:53:30

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ทุกข์ของชาวนาในบทกว

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ทุกข์ของชาวนาในบทกว

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๔
หน่วยการเรยี นรู้ เรอื่ ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
รหสั วชิ า ท ๓๑๑๐๑ ชอื่ รายวชิ า ภาษาไทยพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖ ชวั่ โมง
ผสู้ อน นางณัฐกิ า ครองบุญ โรงเรียนสรุ ธรรมพิทกั ษ์ สพม.นม.

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพือ่ นำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดำเนินชีวิต และมี

นสิ ัยรักการอ่าน
ตัวช้ีวัด
ม. ๔-๖/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ไพเราะ และเหมาะสม

กบั เรื่องที่อ่าน [ภาษา]
ม. ๔-๖/๒ ตีความ แปลความ และขยายความเรอื่ งท่อี า่ น [ภาษา]
ม. ๔-๖/๓ วเิ คราะห์และวิจารณ์เรอื่ งท่ีอา่ นในทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมเี หตผุ ล [ภาษา]
ม. ๔-๖/๔ คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งทีอ่ ่าน และประเมนิ คา่ เพ่ือนำความรู้ ความคดิ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชวี ติ [เหตุผล]
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบ

ต่างๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ชีว้ ดั
ม. ๔-๖/๑ เขยี นส่ือสารในรปู แบบต่างๆ ได้ ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใช้ภาษาเรยี บเรยี งถูกตอ้ ง

มีขอ้ มลู และสาระสำคัญชัดเจน [ภาษา]
ม. ๔-๖/๘ มมี ารยาทในการเขียน [ภาษา]
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สกึ ใน

โอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตวั ชี้วดั
ม. ๔-๖/๕ พดู ในโอกาสตา่ งๆ พูดแสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โนม้ นา้ วใจ และเสนอแนวคิดใหม่

ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม [ภาษา]
ม. ๔-๖/๖ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู [ภาษา]
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ คา่ และ
นำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง

ม. ๔-๖/๑ วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบอ้ื งต้น [ภาษา]
ม. ๔-๖/๓ วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ คุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะ

ที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรมของชาติ [เหตผุ ล]
ม. ๔-๖/๔ สังเคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ [เหตุผล]

๒. สาระสำคญั
อ่านบทความประเภทรอ้ ยแกว้ ให้เข้าใจ เห็นคณุ คา่ ตคี วาม แปลความและขยายความ วิเคราะห์ วจิ ารณ์

เรอื่ งท่อี า่ นอย่างมเี หตผุ ลตามหลกั การวจิ ารณเ์ บ้อื งตน้ ประเมินคณุ คา่ ดา้ นสังคมและวัฒนธรรม ในฐานะทีเ่ ป็นมรดก
ทางวฒั นธรรมของชาติ นำความรู้ความคดิ ไปใชต้ ัดสนิ แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชีวติ ศกึ ษาหลกั และข้ันตอนการทำ
โครงงาน จะช่วยสรา้ งองคค์ วามรู้และรู้จกั กระบวนการในการทำงาน การแก้ปญั หาและรจู้ ัดการลำดับความคดิ ให้เป็น
ระบบ

๓. สาระการเรยี นรู้

๑. ตคี วาม แปลความ และขยายความเร่ืองท่ีอา่ น

๒. ประเมนิ คา่ ดา้ นสงั คม วฒั นธรรม คุณธรรมและจริยธรรม

๓. หลักการเขียนโครงงาน

๔. มารยาทในการเขียน

๕. พดู นำเสนอ

๖. มารยาทในการฟงั ดู และพดู

๗. สังเคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรม

๔. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน

๑. ความสามารถในการคดิ ๔. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

๒. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ๕. ความสามารถในการสอื่ สาร

๓. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๕. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๔. อยู่อย่างพอเพียง

๒. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต ๕. ม่งุ ม่ันในการทำงาน

๓. มีวินยั ๖. รักความเป็นไทย

๖. ช้นิ งาน/ภาระงาน
๔.๑ ทำโครงงานเร่อื งเกย่ี วกับการทำงานโดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๗. กระบวนการวัดและประเมิน
๗.๑ การประเมนิ ผลกอ่ นเรยี น
- นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๔
๗.๒ การประเมินระหวา่ งการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
- ทำแบบฝึกหดั
- การประชมุ กลุ่มเพือ่ เลอื กสถานท่แี ละการศึกษาหลกั การทำโครงงาน และเขียนโครงงานภายหลงั จากลง

มอื ปฏบิ ตั ิจริงในสถานการณ์จริง พร้อมท้ังเก็บข้อมูล ทำรปู เลม่ เพอ่ื นำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น
- สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่

๗.๓ การประเมินหลงั เรยี น

- นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๔
๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน

- แบบประเมนิ การเขยี นโครงงาน
- แบบประเมนิ การนำเสนอ

๗.๕ การวดั และประเมนิ ผล

วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบกอ่ นเรียน -
ประเมินการเขยี นโครงงาน แบบประเมินการเขยี นโครงงาน ร้อยละ ๘๐ ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอ แบบประเมนิ การนำเสนอ ร้อยละ ๘๐ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดับ ๒ ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน แบบทดสอบหลังเรียน ร้อยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
- นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔

กจิ กรรมที่ ๑ เรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี (๒ ช่วั โมง : ชวั่ โมงท่ี ๑ – ๓)
๑. ครใู ช้คำถามกระตุน้ เก่ยี วกบั พิธจี รดพระนงั คลั แรกนาขวญั ในวันพืชมงคลถึงสาเหตทุ ี่ตอ้ งมีวันสำคัญ

ดงั กล่าวและมีความเกยี่ วข้องกบั คนกลุ่มใด Learning to Question
๒. ครเู ปิดแถบบนั ทึกเสียง เพลง ชีวติ กสิกร ใหน้ ักเรียนฟงั แลว้ ซักถามนักเรยี นเกย่ี วกับเพลงนวี้ า่ กล่าวถึงสิ่ง

ใด ผู้แตง่ ต้องการแสดงให้เห็นถงึ เร่ืองใด
๓. นกั เรยี นรว่ มสนทนาถึงความรเู้ ก่ียวกับทำนาของชาวนา วา่ ชาวนามีหนา้ ทีอ่ ย่างไร และอาชพี เกษตรกรรมมี

ผลตอ่ ชวี ติ ต่อคนไทยอยา่ งไร Learning to Communicate
๔. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ ๖ – ๘ คน ใหส้ มาชกิ กลุ่มศกึ ษา เรือ่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวจี ากหนังสือ

เรยี น วรรณคดแี ละวรรณกรรม ชนั้ ม.๔ ตามประเดน็ ท่ีกำหนดใหด้ ังน้ี ประวตั คิ วามเป็นมา , ประวตั ผิ แู้ ตง่ , ลกั ษณะ

คำประพันธ์ , เรอ่ื งย่อ Learning to Search

๕. ให้สมาชกิ กลุ่มสรุปสาระสำคญั ของประเดน็ ที่ศึกษาเพ่ือแลกเปลยี่ นเรียนรู้กันในกลุ่ม Learning to
Construct

๖. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้เรือ่ งทุกข์ของชาวนาในบทกวีแลว้ บันทกึ ความรทู้ ไ่ี ด้ลงในสมุดจดงาน
Learning to Communicate

๗. ครูบรู ณาการเรยี นเข้ากับเรอ่ื ง หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยอธบิ ายหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
Learning to Construct

๘. นกั เรียนศึกษาข้อมูลเก่ียวกบั หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง สอบถามพื้นทนี่ าที่ลงปฏบิ ัตวิ า่ มกี ารนำหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการประกอบอาชีพทำนาหรอื ไม่ และมีวธิ ีการปฏบิ ตั ติ ามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งอย่างไร

๙. นักเรียนแลกเปลีย่ นประเด็น/ขอ้ คำถามเพ่ือสรปุ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ท่ีจะนำไปสนทนากบั
ชาวนา และในกรณที ีบ่ างแหง่ ชาวนาไม่ได้นำหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการทำนา นกั เรยี นสามารถพดู
แนะนำถึงประโยชนข์ องการใช้หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง มาใช้ในการทำนาไดอ้ ย่างมเี หตุผล Learning to
Serve

๑๐. นกั เรียนทำแบบฝึกหัดลงในสมุดแบบฝกึ หัดและนำส่งครู
กิจกรรมท่ี ๒ การทำโครงงาน “ทุกข์ของชาวนา” (๓ ช่ัวโมง : ชั่วโมงที่ ๔ –๖ )

๑. นักเรียนศึกษาหลักการเขยี นโครงงานจากหนงั สอื ทกั ษะภาษา และการใช้ภาษา ชน้ั ม.๔ Learning to
Search

๒.นกั เรียนและครชู ว่ ยกนั สรุปหลกั การเขียนโครงงาน Learning to Construct
๓.นักเรียนแบง่ กลมุ่ ละ ๖ – ๑๐ คน แตล่ ะกล่มุ ต้งั ประธานกลมุ่ เลขากลมุ่ แบง่ หน้าทคี่ วามรับผิดชอบ ให้
แต่ละกลุ่ม ประชุมปรึกษาเลือกหัวข้อเรื่องในการศึกษาโดยครูกำหนดหัวข้อนักเรียนเกี่ยวภาษาไทย Learning to
Search
๔.เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มได้หัวข้อทุกกลุ่มทุกห้อง นักเรียนสรุปขั้นตอนวิธีการลงไปปฏิบัติจริง โดยศึกษา
ข้อมูลการทำงานชนิดต่างๆ จากการสืบค้นในอินเทอร์เน็ต เตรียมบทสัมภาษณ์เจ้าของสถานที่ที่ลงไปปฏิบัติแล้ว
บนั ทึกข้อมูล ภาพ และที่อย่ขู องเจ้าของสถานท่ี ท่ีถอื ว่าเปน็ แหล่งเรยี นรูจ้ ริง Learning to Construct
๕.นักเรยี นศกึ ษาข้อมลู เกี่ยวกับภาษาไทย สอบถามพ้นื ทีล่ งปฏิบัตอิ ยา่ งไร พบปัญหาในการทำงานอย่างไรบ้าง
๖.นักเรยี นแลกเปลีย่ นประเด็น/ข้อคำถามเพ่อื สรปุ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ท่ีจะนำไปสนทนา เร่อื ง
ตา่ งกนั อยา่ งไร นกั เรยี นสามารถพดู แนะนำถึงประโยชน์ของการใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง มาใช้ในการทำนาได้
อยา่ งมเี หตุผล Learning to Communicate
๗.นักเรียนลงมือปฏิบัติจริงเตรยี มพรอ้ ม ท้ังข้อมลู วัสดุทจ่ี ะนำไปใช้ในการทำโครงงานใหล้ งพื้นทีป่ ฏิบัตจิ ริง
ภายใน ๑ วนั และรวบรวมข้อมลู ในการนำเสนอ พรอ้ มท้งั สง่ ผลงานเป็นรูปเล่มภายในระยะเวลาท่ีครูกำหนด Learning
to Serve
- นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๔

๙. สือ่ / แหล่งเรยี นรู้
๙.๑ สอ่ื การเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี นวรรณคดแี ละวรรณกรรม ช้นั ม. ๔
๒. หนังสือเรยี นหลักภาษาและการใชภ้ าษา ชน้ั ม. ๔
๓. แบบฝึกหดั
๔. วสั ดุ – อปุ กรณ์ ในการทำงาน

๙.๒ แหลง่ เรยี นรู้
๑. ห้องสมุด
๒. สอ่ื สิง่ พิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ และสื่อออนไลน์
๓. ตลาด ห้างสรรพสนิ คา้
๔. แหล่งเรียนรูท้ ่ศี ึกษา

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑ เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
หน่วยการเรยี นรู้ ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี

รหสั วิชา ท ๓๑๑๐๑ ชือ่ รายวิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๓ ชว่ั โมง

ผูส้ อน นางณฐั ิกา ครองบุญ โรงเรียนสุรธรรมพทิ ักษ์ สพม. นม.

๑. สาระสำคัญ
อ่านบทความประเภทรอ้ ยแก้วให้เขา้ ใจ เห็นคณุ คา่ ตคี วาม แปลความและขยายความ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์

เรอ่ื งท่ีอ่านอย่างมเี หตุผลตามหลกั การวจิ ารณ์เบื้องต้น ประเมนิ คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม ในฐานะที่เปน็ มรดก
ทางวฒั นธรรมของชาติ นำความรคู้ วามคิดไปใชต้ ดั สินแกป้ ญั หาในการดำเนินชีวิต
๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ท ๑.๑ ม. ๔-๖/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว และบทร้อยกรองไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ไพเราะ และเหมาะสม

กบั เรอ่ื งทอี่ า่ น
ม. ๔-๖/๒ ตคี วาม แปลความ และขยายความเร่อื งที่อ่าน
ม. ๔-๖/๓ วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องทอ่ี ่านในทุกๆ ด้านอยา่ งมเี หตุผล
ม. ๔-๖/๔ คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งที่อ่าน และประเมนิ ค่าเพ่อื นำความรู้ ความคดิ ไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปญั หาในการดำเนินชวี ิต

ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๑ วิเคราะห์และวิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบอ้ื งตน้
ม. ๔-๖/๓ วิเคราะห์และประเมนิ คุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะ
ทีเ่ ปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ม. ๔-๖/๔ สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอื่ นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑) อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ แลว้ ตีความ แปลความ และขยายความจากเรอื่ งทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี แลว้

วิเคราะห์ วจิ ารณ์เร่ืองทอี่ า่ นอยา่ งมีเหตผุ ลได้[เหตุผลและภาษา]
๒) วิเคราะห์และวจิ ารณเ์ รือ่ งทุกขข์ องชาวนาในบทกวีตามหลักการวจิ ารณเ์ บ้อื งต้นได้ [ภาษา]
๓) วเิ คราะห์และประเมนิ คุณค่าด้านวรรณศิลป์เร่ืองทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวีในฐานะทเี่ ปน็ มรดกทาง

วฒั นธรรมของชาติ [เหตุผล]
๔) บอกข้อคิดทไ่ี ดร้ บั จากวรรณคดีเรอื่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวีทีส่ ามารถนำไปใช้ในชวี ิตจรงิ ได้ [เหตุผล]

๓. สาระการเรยี นรู้
๑. ตคี วาม แปลความ และขยายความเรอ่ื งทีอ่ า่ น
๒. ประเมินคา่ ดา้ นสังคม วฒั นธรรม คุณธรรมและจริยธรรม
๓. สงั เคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม

๔. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
๑. ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
๓. ความสามารถในการสอื่ สาร

๕. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซือ่ สัตย์สุจรติ
๓. มีวนิ ยั

๖. ช้นิ งาน/ภาระงาน
-

๗. กระบวนการวดั และประเมิน

วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบก่อนเรยี น -
ประเมินการเขยี นโครงงาน แบบประเมินการเขียนโครงงาน
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ รอ้ ยละ ๘๐ ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบหลังเรยี น ระดบั ๒ ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์

๘. กิจกรรมการเรียนรู้
- นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๔

๑. ครใู ช้คำถามกระตนุ้ เก่ยี วกับพิธจี รดพระนงั คลั แรกนาขวญั ในวันพชื มงคลถึงสาเหตุท่ตี ้องมีวันสำคญั
ดงั กลา่ วและมคี วามเกีย่ วข้องกับคนกลุ่มใด Learning to Question

๒. ครูเปิดแถบบันทึกเสยี ง เพลง ชวี ติ กสกิ ร ให้นักเรยี นฟัง แล้วซักถามนกั เรียนเก่ียวกับเพลงนี้ว่ากลา่ วถงึ สงิ่
ใด ผแู้ ตง่ ตอ้ งการแสดงให้เหน็ ถงึ เร่อื งใด

๓. นักเรยี นร่วมสนทนาถึงความรู้เกี่ยวกับทำนาของชาวนา วา่ ชาวนามหี น้าที่อย่างไร และอาชพี เกษตรกรรมมี
ผลต่อชีวติ ต่อคนไทยอยา่ งไร Learning to Communicate

๔. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๖ – ๘ คน ให้สมาชิกกลุ่มศึกษา เร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวจี ากหนงั สือ

เรยี น วรรณคดีและวรรณกรรม ชนั้ ม.๔ ตามประเด็นท่ีกำหนดให้ดังน้ี ประวัตคิ วามเปน็ มา , ประวัตผิ ู้แต่ง , ลกั ษณะ

คำประพันธ์ , เร่อื งยอ่ Learning to Search

๕. ใหส้ มาชกิ กลุ่มสรุปสาระสำคัญของประเดน็ ที่ศึกษาเพื่อแลกเปลีย่ นเรียนรกู้ นั ในกลมุ่ Learning to
Construct

๖. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้เร่ืองทุกขข์ องชาวนาในบทกวีแลว้ บนั ทึกความร้ทู ีไ่ ด้ลงในสมุดจดงาน
Learning to Communicate

๗. ครูบูรณาการเรียนเข้ากบั เร่ือง หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง โดยอธบิ ายหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
Learning to Construct

๘. นักเรยี นศึกษาขอ้ มลู เกย่ี วกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง สอบถามพืน้ ทนี่ าทลี่ งปฏิบัตวิ ่ามกี ารนำหลกั
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการประกอบอาชีพทำนาหรือไม่ และมวี ธิ กี ารปฏิบัติตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียงอยา่ งไร

๙. นกั เรยี นแลกเปลี่ยนประเด็น/ข้อคำถามเพ่อื สรปุ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ท่จี ะนำไปสนทนากบั
ชาวนา และในกรณที ี่บางแห่งชาวนาไมไ่ ด้นำหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ในการทำนา นกั เรยี นสามารถพดู
แนะนำถึงประโยชนข์ องการใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง มาใช้ในการทำนาไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล Learning to
Serve

๑๐. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดลงในสมดุ แบบฝึกหดั และนำสง่ ครู
๙. สือ่ / แหล่งเรียนรู้

๙.๑ สือ่ การเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ช้ันม. ๔
๒. หนงั สือเรยี นหลกั ภาษาและการใช้ภาษา ชนั้ ม. ๔
๓. แบบฝึกหัด

๙.๒ แหล่งเรียนรู้
๑. หอ้ งสมุด
๒. สือ่ สงิ่ พิมพ์ สอื่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และส่ือออนไลน์
๓. แหลง่ เรียนรทู้ ศ่ี ึกษา

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๒ เรอ่ื ง การทำโครงงาน “ทกุ ขข์ องชาวนา”
หน่วยการเรยี นรู้ ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี

รหัสวิชา ท ๓๑๑๐๑ ชอื่ รายวิชา ภาษาไทยพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๓ ชั่วโมง

ผ้สู อน นางณฐั ิกา ครองบญุ โรงเรยี นสุรธรรมพิทกั ษ์ สพม.นม.

๑. สาระสำคัญ

การศกึ ษาหลกั และข้นั ตอนการทำโครงงาน จะชว่ ยสรา้ งองคค์ วามรู้และรจู้ กั กระบวนการในการทำงาน การ

แก้ปญั หาและรจู้ ดั การลำดับความคิดให้เป็นระบบ

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้

ท ๒.๑ ม. ๔-๖/๑ เขยี นสอ่ื สารในรูปแบบต่างๆ ได้ ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรยี งถกู ต้อง

มขี อ้ มูล และสาระสำคัญชดั เจน

ม. ๔-๖/๘ มีมารยาทในการเขียน

ท ๓.๑ ม. ๔-๖/๕ พูดในโอกาสตา่ งๆ พดู แสดงทรรศนะ โตแ้ ยง้ โนม้ น้าวใจ และเสนอแนวคดิ ใหม่

ดว้ ยภาษาถกู ตอ้ งเหมาะสม

ม. ๔-๖/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑) เขยี นรายงานโครงงานได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรยี งถกู ต้อง มีขอ้ มูล และสาระสำคัญ

ชดั เจนได้ [ภาษา]

๒) มมี ารยาทในการเขยี น [ภาษา]

๓) พดู นำเสนอแนวคดิ ใหมร่ ายงานโครงงาน ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม [ภาษา]

๔) มีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู [ภาษา]

๓. สาระการเรยี นรู้

๑. พูดนำเสนอ

๒. มารยาทในการเขียน

๓. มารยาทในการฟงั ดู และพูด

๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

๑. ความสามารถในการคดิ ๔. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

๒. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ ๕. ความสามารถในการสื่อสาร

๓. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๕. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๔. อยู่อย่างพอเพียง

๒. ซ่อื สัตยส์ ุจริต ๕. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

๓. มวี นิ ยั ๖. รกั ความเป็นไทย

๖. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
๖.๑ ทำโครงงานเร่อื งเก่ยี วกับการทำงานโดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๗. กระบวนการวดั และประเมิน

วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น แบบทดสอบกอ่ นเรยี น -
ประเมนิ การนำเสนอ แบบประเมินการนำเสนอ ร้อยละ ๘๐ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ระดับ ๒ ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน แบบทดสอบหลังเรยี น รอ้ ยละ ๗๐ ผา่ นเกณฑ์

๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
๑.นักเรียนศึกษาหลกั การเขยี นโครงงานจากหนังสือทกั ษะภาษาและการใช้ภาษา ชน้ั ม.๔ และใบ

ความรู้Learning to Search
๒.นักเรียนและครูชว่ ยกนั สรปุ หลกั การเขียนโครงงาน Learning to Construct
๓.นักเรยี นแบง่ กล่มุ ละ ๖ – ๑๐ คน แตล่ ะกลมุ่ ตง้ั ประธานกลุ่ม เลขากลมุ่ แบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ ให้

แตล่ ะกลุ่ม ประชมุ ปรึกษาเลือกหัวขอ้ เร่อื งในการศึกษา Learning to Search
๔.เมอ่ื นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ได้หัวข้อทุกกลุ่มทกุ ห้อง นักเรียนสรปุ ข้ันตอนวธิ กี ารลงไปปฏบิ ตั ิจรงิ โดยศกึ ษา

ข้อมูลการทำงานตามข้นั ตอน กระบวนการต่างๆ การสืบคน้ ในอินเทอรเ์ นต็ เตรยี มเครอื่ งมือ เชน่ แบบทดสอบ แบบ
สมั ภาษณ์ในบนั ทึกขอ้ มลู ภาพ และแหลง่ สถานที่ ถือวา่ เปน็ การศึกษาจากแหล่งเรยี นรู้จรงิ Learning to Construct

๕.นกั เรยี นศกึ ษาขอ้ มลู เกีย่ วกับภาษาไทย สอบถามพืน้ ท่ลี งปฏิบตั อิ ยา่ งไร พบปญั หาในการทำงานอยา่ งไรบา้ ง
๖.นกั เรียนแลกเปลีย่ นประเดน็ /ขอ้ คำถามเพ่ือสรปุ ท่ีจะนำไปสนทนา เรอื่ งตา่ งกนั อยา่ งไร นกั เรียนสามารถพดู
แนะนำถึงเรือ่ งต่างๆ ในการทำโครงงานได้อยา่ งมเี หตุผล Learning to Communicate
๗.นักเรยี นลงมอื ปฏิบัตจิ ริงเตรียมพรอ้ ม ทั้งขอ้ มลู วัสดุท่จี ะนำไปใช้ในการทำโครงงานให้ลงพ้นื ที่ปฏบิ ตั ิจรงิ
ภายใน ๑ วนั และรวบรวมข้อมูลในการนำเสนอ พร้อมทง้ั ส่งผลงานเป็นรูปเล่มภายในระยะเวลาทค่ี รกู ำหนด Learning
to Serve
- นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๔
๙.สอื่ / แหลง่ เรียนรู้
๙.๑ สอ่ื การเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี นวรรณคดแี ละวรรณกรรม ชัน้ ม. ๔
๒. หนงั สือเรียนหลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ชนั้ ม. ๔
๔. วสั ดุ – อปุ กรณ์ ในการทำงาน
๙.๒ แหล่งเรียนรู้
๑. ห้องสมุด
๒. ส่ือส่งิ พมิ พ์ ส่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และส่อื ออนไลน์
๓. แหลง่ เรยี นรู้ทศ่ี กึ ษา

แบบประเมนิ ก

นำ้ หนักคะแนน ดีมาก ดี
เกณฑ์ (๔ คะแนน) (๓ คะแ
๑. ความร่วมมือ
สมาชิกในกลมุ่ ทุกคนร่วมมือกัน สมาชกิ ในกลุม่ ทุกคน
๒. การแบ่งหน้าที่ในการ ทำงาน มกี ารประสานงานทดี่ ี ทำงาน ส่วนใหญ่มกี
ทำงาน ประสานงานท่ีดี
๓. ขน้ั ตอนการทำงาน มีการแบ่งหนา้ ท่ีกนั อยา่ งชัดเจน มกี ารแบ่งหนา้ ทกี่ นั ค
สมาชิกในกลมุ่ แต่ละคนมงี านทตี่ ้อง สมาชิกในกลุม่ แต่ละ
๔. การแสดงความคิดเหน็ รบั ผดิ ชอบ และคอยชว่ ยเหลอื กัน รับผิดชอบ
มีการวางแผนการทำงาน อย่างเป็น มีการวางแผนการทำ
ข้นั ตอน โดยละเอยี ดและชดั เจน กำหนดขัน้ ตอน คอ่ ย
ต้ังแต่เริ่มทำงาน กระทงั่ ผลงาน ตง้ั แตเ่ รม่ิ ทำงาน กร
เสรจ็ สมบูรณ์ เสรจ็ สมบูรณ์
สมาชิกทุกคนร่วมแสดงความ สมาชกิ ส่วนใหญ่ร่วม
คิดเห็น รบั ฟังความคิดเห็นซง่ึ กัน คิดเหน็ รับฟังความ
และกนั และกนั

๕. ความรับผดิ ชอบ สมาชกิ ทุกคนทำงานท่ีไดร้ บั สมาชิกส่วนใหญท่ ำง
มอบหมายจนงานสำเรจ็ สมบรู ณ์ มอบหมายจนงานสำ
ตามเวลาที่กำหนด ตามเวลาท่กี ำหนด

การทำงานกล่มุ

ปานกลาง พอใช้

แนน) (๒ คะแนน) (๑ คะแนน)

นรว่ มมือกัน สมาชิกในกลุ่มทุกคนทำงานทไี่ ด้รับ สมาชิกบางคนไมใ่ ห้ความร่วมมือ
การ มอบหมาย แต่ขาดการ และไมท่ ำงาน ขาดการประสาน
ประสานงานภายในกลมุ่ งานภายในกลมุ่
คอ่ นข้างชดั เจน แบ่งหนา้ ท่กี ารทำงานยังไม่ชัดเจน ไมม่ กี ารแบ่งหนา้ ท่กี ารทำงาน
ะคนมีงานที่ต้อง สมาชกิ บางคนทำหลายหน้าท่ี สมาชกิ ในกลมุ่ บางคนทำหลาย
หน้าที่ ขณะท่บี างคนไมท่ ำงาน
ำงาน และ มกี ารวางแผนการทำงาน กำหนด การวางแผนการทำงานไม่ชัดเจน
ยข้างชัดจน ขั้นตอนพอสังเขป แต่ความสำเร็จ จนทำใหผ้ ลงานไม่สมบูรณ์
ระท่งั ผลงาน ของผลงานยังไมส่ มบรู ณ์

มแสดงความ สมาชิกทกุ คนร่วมแสดงความ ความคดิ เหน็ สว่ นใหญ่มาจาก
มคิดเห็นซงึ่ กัน คิดเห็น รับฟังความคดิ เห็นซ่ึงกนั สมาชกิ เพียงคนเดียว หรือสมาชกิ
และกนั ส่วนใหญไ่ ม่ใหค้ วามร่วมมือในการ
งานท่ีได้รบั แสดงความคิดเหน็
ำเรจ็ สมบูรณ์ สมาชิกบางคนล่ยี งงาน ไมท่ ำตาม สมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีความ
หน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย งานท่ีได้ รบั ผิดชอบ งานไมเ่ สร็จสมบรู ณต์ าม
เสรจ็ ตามกำหนด แตไ่ ม่สมบูรณ์ เวลาทกี่ ำหนด





แบบประเมนิ ก

กลุ่มลำดับท่ี ๑. ความรว่ มมือ ๒. การแบ่งหน้าท
ในการทำงาน
๑. กลุ่มที่ ๑ ช่ือกลมุ่
๒. กลมุ่ ที่ ๒ ชื่อกลมุ่ ๔๓๒๑๔ ๓ ๒ ๑
๓. กลุม่ ที่ ๓ ชื่อกลมุ่
๔. กลุ่มท่ี ๔ ช่ือกลุ่ม
๕. กลุ่มที่ ๕ ช่ือกลุม่
๖. กลุม่ ที่ ๖ ช่ือกลมุ่
๗. กลมุ่ ที่ ๗ ชื่อกลุม่

*หมายเหตุ : รอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป ผ่านเกณฑ์
บนั ทกึ เพ่มิ เติม

การทำงานกลุ่ม

เกณฑ์การประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ๓. ขนั้ ตอน ๔. การแสดง ๕.ความรบั ผิดชอบ รวม จำนวน ้รอยละ*
การทำงาน ความคิดเหน็ ่ผาน
ไม่ ่ผาน
๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒๐

ลงชื่อ ผ้ปู ระเมิน



()

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชแ้ี จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงใน
ชอ่ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 4321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่ือไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทีข่ องนักเรียน
2. ซือ่ สตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทำงานกับสมาชกิ ในโรงเรียน
1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมและมีส่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมที่สร้างความสามคั คี
3. มวี นิ ยั รับผดิ ชอบ
4. ใฝ่เรยี นรู้ ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชุมชน
5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง 1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏิบตั ิตนตามหลักของศาสนาตาม

โอกาส
1.6 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีเกีย่ วกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามทโ่ี รงเรยี นและชุมชน

จัดขน้ึ
2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ีถกู ตอ้ ง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ทำตามสญั ญาทตี่ นให้ไวก้ ับเพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื

ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัตติ นต่อผู้อื่นด้วยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางท่ีไม่ถูกตอ้ ง
3.1 จดั กจิ กรรมให้ผูเ้ รยี นฝกึ ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับ

ของครอบครัว โรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ งๆ ใน
ชีวติ ประจำวัน และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรียนรตู้ ่างๆ
4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรู้อย่างเปน็ ระบบ
4.3 สรุปความรู้ไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
5.1 ใช้ทรัพยส์ ินของตนเอง เชน่ สง่ิ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า
และเกบ็ รักษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรพั ยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดูแลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ัตติ นและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผอู้ ่ืน และไมท่ ำให้ผูอ้ ่นื เดอื ดรอ้ น พร้อมใหอ้ ภยั เมือ่ ผอู้ ื่นกระทำ
ผิดพลาด

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (ต่อ)

คำชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงใน

ช่องที่ตรงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321

5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใชช้ วี ติ ประจำวันบนพื้นฐานของ
ความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร

5.6 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางสงั คม และสภาพแวดล้อม ยอมรับและปรับตวั
อยูร่ ว่ มกับผู้อนื่ ไดอ้ ย่างมคี วามสุข

6. มงุ่ มั่นในการ 6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏิบตั หิ น้าทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
ทำงาน 6.2 ต้ังใจและรบั ผดิ ชอบในการทำงานใหส้ ำเร็จ

6.3 ปรบั ปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ

6.4 ทุม่ เท ทำงาน อดทน ไม่ท้อตอ่ ปัญหาและอปุ สรรค

6.5 พยายามแกป้ ญั หาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ

6.6 ชื่นชมผลงานความสำเร็จดว้ ยความภาคภมู ิใจ

7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รู้จกั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน

8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ช่วยทำ และแบ่งปนั สิ่งของใหผ้ อู้ ืน่

8.3 รจู้ ักการดูแล รักษาทรพั ย์สมบัตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรียน
ชมุ ชน

8.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น

ลงชอื่ ............................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้งั ให้ 2 คะแนน 104 - 124 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
183 - 103 ดี

62 - 82 พอใช้

ต่ากวา่ 62 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ โครงงาน (สำหรับผจู้ ดั ทำโครงงาน)

เรอื่ ง...........................................................................................กลุม่ ท่ี........................................ชน้ั ....................

ช่อื สมาชกิ กลุม่ .....................................................................

๑. ......................................................................................................เลขที่.........................................
๒. ......................................................................................................เลขท่ี.........................................
๓. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๔. ......................................................................................................เลขที่.........................................
๕. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๖. ......................................................................................................เลขที่.........................................
๗. ......................................................................................................เลขท่.ี ........................................
๘. ......................................................................................................เลขที.่ ........................................
๙. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๑๐.......................................................................................................เลขท่ี.........................................
๑๑.......................................................................................................เลขท่.ี ........................................

คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นเขียนเครอื่ งหมาย ✓ ลงในช่องทางขวามอื ให้ตรงกบั ความเป็นจริงมากทีส่ ดุ โดย
พิจารณาจากเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนที่กำหนดให้ ดังนี้

๔ = ดีมาก ๓ = ดี ๒ = พอใช้ ๑ = ปรับปรุง

รายการท่ปี ระเมิน ระดบั คะแนน หมายเหตุ
๔๓๒๑
๑. ผู้ทำมีความรูค้ วามเข้าใจวิธกี ารจดั ทำโครงการ
๒. ความคดิ สร้างสรรค์
๓. วิธีการจดั ทำโครงงานเหมาะสมกับขอ้ มูล
๔. การเขียนส่วนนำของการเขียนรายงานโครงงาน
๕. การเขียนส่วนเนอ้ื หาของการเขยี นรายงานโครงงาน
๖. การเขียนสว่ นท้ายของการเขยี นโครงงาน
๗. ผลวเิ คราะหข์ อ้ มลู นา่ สนใจ

๘. ผลของการศึกษาสมั พันธก์ บั วตั ถุประสงค์ของการ คะแนน
จัดทำโครงงาน

๙. เนอ้ื หาของโครงงานสัมพันธ์กับรายวชิ าทเ่ี รยี นและ
หลกั สูตร

๑๐.ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับและสามารถนำไปประยุกต์ใชก้ บั
รายวชิ าอน่ื ๆได้
รวม
สรปุ ผล

แบบประเมนิ โครงงาน (สำหรบั ครูผู้สอน)

เรอ่ื ง...........................................................................................กลมุ่ ท.่ี .......................................ชั้น....................

ชื่อสมาชกิ กลุ่ม .....................................................................

๑. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๒. ......................................................................................................เลขที่.........................................
๓. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๔. ......................................................................................................เลขที่.........................................
๕. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๖. ......................................................................................................เลขท่ี.........................................
๗. ......................................................................................................เลขที่.........................................
๘. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๙. ......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๑๐.......................................................................................................เลขท.่ี ........................................
๑๑.......................................................................................................เลขที่.........................................

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องทางขวามือให้ตรงกับความเปน็ จริงมากทสี่ ดุ โดย
พจิ ารณาจากเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนที่กำหนดให้ ดังน้ี

๔ = ดีมาก ๓ = ดี ๒ = พอใช้ ๑ = ปรบั ปรุง

รายการทปี่ ระเมนิ ระดับคะแนน หมายเหตุ
๔๓๒๑
๑. ผ้ทู ำมีความรู้ความเขา้ ใจวธิ กี ารจดั ทำโครงการ
๒. ความคดิ สร้างสรรค์

๓. วธิ ีการจดั ทำโครงงานเหมาะสมกบั ขอ้ มูล คะแนน
๔. การเขยี นส่วนนำของการเขียนรายงานโครงงาน
๕. การเขียนสว่ นเนอ้ื หาของการเขียนรายงานโครงงาน
๖. การเขียนส่วนทา้ ยของการเขยี นโครงงาน
๗. ผลวเิ คราะหข์ อ้ มูลน่าสนใจ
๘. ผลของการศึกษาสัมพนั ธก์ บั วตั ถุประสงค์ของการ

จดั ทำโครงงาน
๙. เนอ้ื หาของโครงงานสัมพันธ์กบั รายวิชาท่ีเรยี นและ

หลกั สูตร
๑๐.ประโยชน์ท่ีได้รบั และสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั

รายวชิ าอน่ื ๆได้
รวม
สรุปผล


Click to View FlipBook Version