ในโลกยุคปจจ�บันที่ความเปลี่ยนแปลงไมไดดําเนินไปเปนเสนตรงอีกตอไป เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และว�ถีชีว�ตของผูคนตางเชื่อมโยงและเปลี่ยนแปลงอยางซับซอน วารสารฉบับที่ 18 (มกราคม – มิถุนายน 2568) ของสํานักว�จัยและบร�การว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยี จ�งมุงนําเสนอองคความรูที่สะทอนภาพของโลกยุคใหม ผานมุมมองเชิงว�ชาการที่ทันสมัยและหลากหลาย เพ�่อเปนสวนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาอยางรูเทาทันและยั่งยืนเนื้อหาเร��มตนดวยบทความ การใชระบบสารสนเทศในการลงขอมูลและว�เคราะหขอมูลผาน AI (The Application of Information Systems for Data Entry and Data Analysis through AI) ซึ่งชี้ใหเห็นบทบาทของปญญาประดิษฐในการจัดการและว�เคราะหขอมูลอยางมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการตัดสินใจและการว�จัยในยุคดิจ�ทัล ตอเนื่องดวยบทความเชิงแนวคิด เมื่อโลกไมเปนเสนตรง : สํารวจความคิดเศรษฐกิจหมุนเว�ยนกับคนสามวัย ที่สะทอนมุมมองและบทบาทของคนตางชวงวัยตอการพัฒนาเศรษฐกิจอยางยั่งยืน พรอมทั้งนําเสนอความกาวหนาของ เทคโนโลยี AR/VR กับการว�จัยเชิงสุขภาพ ซึ่งแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีดิจ�ทัลในการยกระดับการเร�ยนรู งานว�จัย และคุณภาพชีว�ตของผูคนปดทายดวยบทความ พ�ชวงศถั่วตอบโจทยความมั่นคงทางอาหารในอนาคต ที่สะทอนความสําคัญของงานว�จัยดานเกษตรและอาหารในฐานะรากฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีว�ตของสังคม วารสารฉบับนี้จ�งมิไดเปนเพ�ยงการรวบรวมบทความทางว�ชาการ หากแตเปนพ�้นที่ของการบูรณาการองคความรูดานว�ทยาศาสตร เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคมเขาดวยกันอยางกลมกลืน เพ�่อสรางแรงบันดาลใจและแนวคิดใหมในการพัฒนาสังคมใหกาวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลากองบรรณาธิการ
การใชระบบสารสนเทศในการลงขอมูลและว�เคราะหขอมูลผาน AIพ�มพร เทศแกวศูนยพัฒนาผลิตภาพอ�ตสาหกรรม สํานักว�จัยและบร�การว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร�ในยุคดิจ�ทัลที่ขอมูลมีปร�มาณเพ��มข�้นอยางรวดเร็ว สารสนเทศกลายเปนทรัพยากรที่มีคุณคาตอองคกร และสังคมอยางยิ�ง โดยเฉพาะระบบสารสนเทศ(Information Systems) ที่ทําหนาที่รวบรวม จัดเก็บ และแปลงขอมูลใหเกิดคุณคา การใชระบบสารสนเทศในการลงขอมูลและการว�เคราะหขอมูลผานเทคโนโลยี ปญญาประดิษฐ (Artificial Intelligence: AI) การผสาน AI เพ�่อการว�เคราะหขอมูลมีทั้งประโยชน ขอจํากัด และแนวทางในอนาคต การรวมระบบสารสนเทศกับ AI สามารถเพ��มประสิทธิภาพ ความแมนยํา และสรางการตัดสินใจเชิงกลยุทธไดอยางมีนัยสําคัญ แตก็ตองอาศัยคุณภาพขอมูล ทักษะบุคลากร และการบร�หารจัดการอยางรอบคอบในขณะเดียวกัน AI ก็พัฒนาข�ดความสามารถจนสามารถเร�ยนรูรูปแบบขอมูล ทํานายผล และสรางขอเสนอแนะไดอยางอัตโนมัติ ดังนั้น การผสาน IS กับ AI จ�งกลายเปนแนวทางสําคัญสําหรับองคกรที่ตองการใชขอมูลอยางมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนในยุคที่ขอมูลกลายเปน “ทรัพยสิน” ขององคกร การจัดการ และการว�เคราะหขอมูลจ�งเปนหัวใจของการแขงขัน ระบบสารสนเทศ (Information Systems: IS) ทําหนาที่เปนกลไกหลักในการรวบรวม จัดเก็บ จัดระบบ และอํานวยใหขอมูลนั้นพรอมใช แตเมื่อปร�มาณ ความหลากหลาย และความเร็วของขอมูลเพ��มสูงข�้น (Big Data) กระบวนการแบบดั้งเดิมไมอาจรองรับความซับซอนไดอยางเต็มที่ระบบสารสนเทศประกอบดวยองคประกอบหลัก ไดแกบุคลากร กระบวนการ เทคโนโลยี และขอมูล และฟ�งกชันหลัก คือ การรับขอมูล (input) จัดเก็บ (storage) ประมวลผล (output) แ ล ะ ค ว บ ค ุ ม (feedback) ระบบเหลานี้สามารถเปนไดทั้งระบบ ERP (Enterprise Resource Planning), CRM (Customer Relationship Management), BI (Business Intelligence) หร�อระบบเฉพาะดานอื่นๆ โดยในกระบวนการ “ลงขอมูล” (data entry) ระบบสารสนเทศมีบทบาทสําคัญโดยชวยใหการบันทึกขอมูลเกิดข�้นอยางเปนระบบ การตรวจสอบความถูกตองและความสมบูรณของขอมูล (data quality)และสามารถติดตามยอนกลับได (traceability) ซึ่งเปนรากฐานที่สําคัญกอนขั้นตอนว�เคราะหขอมูลระบบสารสนเทศและบทบาทในการลงขอมูลSPECIAL TOPIC & TREND
การว�เคราะหขอมูลผาน AI: AI ในบร�บทของ IS หมายถึง การใชเทคนิค Machine Learning, Deep Learning, Natural Language Processing หร�อ Hybrid เพ�่อว�เคราะหขอมูลจํานวนมากอยางอัตโนมัติ เชน• ชวยใหองคกรเร�ยนรูและปรับตัวอยางตอเนื่อง (adaptive system) ในยุคเปลี่ยนแปลงเร็ว• สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจเชิงกลยุทธ และเสร�มความสามารถในการแขงขันในตลาดดิจ�ทัล• การพยากรณความตองการ (demand forecasting)• การว�เคราะหพฤติกรรมผูใช (customer-analytics)• การตรวจจับความผิดปกติ (anomaly detection)• ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems: DSS) ประโยชนของการผสานระบบสารสนเทศกับ AI: การผสาน IS และ AI มีประโยชนหลายประการ เชน• เพ��มความแมนยําในการลงขอมูลและลดขอผิดพลาดจากมนุษย (human error)• เพ��มประสิทธิภาพการประมวลผลขอมูล สามารถทํางานแบบ near-real-time ได• สรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support) ที่มีการว�เคราะหเชิงคาดการณ (predictive) หร�อแมแตเชิงว�พากษ (prescriptive)ขอจํากัดและความทาทาย: แมวาเทคโนโลยีจะมีศักยภาพสูง แตก็ยังเผชิญกับความทาทายหลายดาน ไดแก• คุณภาพของขอมูล (Data Quality) : หากขอมูลตนทางมีขอผิดพลาดหร�อไมครบถวน จะสงผลตอผลลัพธของ AI อยางมาก• ความปลอดภัย และความเปนสวนตัวของขอมูล (Data Security & Privacy) : การใช AI และการเก็บขอมูลจํานวนมากเปดชองใหเกิดความเสี่ยงดานความปลอดภัย• ทักษะของบุคลากร (Digital Literacy) และความพรอมองคกร : ตองมีคนที่สามารถดําเนินการ ว�เคราะห และตีความผลลัพธจากระบบ IS+AI ได• ปญหาดานการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ (change management) : การปรับระบบและกระบวนการใหรองรับ AI อาจเผชิญการตอตานจากภายในองคกร• ความเปนธรรมและการอธิบายไดของ AI (Explainable AI) : บางองคกรอาจตองการให AI สามารถอธิบายผลการตัดสินใจไดเพ�่อสรางความเชื่อมั่น
แนวทางในอนาคต เพ�่อตอบสนองตอความทาทายดังกลาว องคกรและนักว�จัยควรพ�จารณาแนวทางดังนี้ศ ู น ย พ ั ฒ น า ผ ล ิ ต ภ า พ อ � ต ส า ห ก ร ร ม สํานักว�จัยและบร�การว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีรศ.ดร.สิทธิชัย แกวเกื้อกูล และ นางสาวพ�มพร เทศแกว ไดรับเชิญเปนว�ทยากร จากสถาบันพัฒนาฝมือแรงงาน 35 เพชรบุร� ฝกอบรมใหกับ ว�สาหกิจชุมชนขนมจ�นนํ้ายาปูนายไฮนายางชะอําเพชรบุร� เพ�่อดําเนินโครงการพัฒนาทักษะแรงงานและผูประกอบกิจการเพ�่อเพ��มผลิตภาพแรงงานรองรับเศรษฐกิจใหม ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2568 จํานวน 4 หลักสูตรดังนี้• พัฒนากลยุทธขอมูล (data governance) ใหครอบคลุมทั้งคุณภาพขอมูล ความปลอดภัย และการจัดการ lifecycle ของขอมูล• สงเสร�มวัฒนธรรมองคกรที่พรอมใชงาน AI และระบบสารสนเทศ ทั้งดานคน กระบวนการ และเทคโนโลยี• สนับสนุนการพัฒนาและใช Explainable AI เพ�่อเพ��มความนาเชื่อถือของระบบ• การสงเสร�มการว�จัยเชิงแบบบูรณาการ (interdisciplinary) ที่ครอบคลุม IS, AI, การจัดการองคกร และจร�ยธรรม• ติดตามและประเมินผลกระทบของ AI ตอการทํางาน และผลลัพธขององคกรในระยะยาวการใชระบบสารสนเทศในการลงขอมูลและการว�เคราะหขอมูลผาน AI เปนแนวทางที่ทรงพลังสําหรับองคกรทุกภาคสวนในยุคขอมูลขนาดใหญ และการแขงขันดิจ�ทัล บทความนี้แสดงใหเห็นวา การผสานกันของ IS และ AI ไมเพ�ยงชวยเพ��มประสิทธิภาพ และแมนยํา แตยังเปดโอกาสใหเกิดการตัดสินใจเชิงกลยุทธที่ดียิ�งข�้น อยางไรก็ตาม การประยุกตใชงานอยางยั่งยืนจําเปนตองอาศัยคุณภาพขอมูล บุคลากรที่มีทักษะ และการบร�หารจัดการที่เหมาะสม จ�งจะสามารถสรางคุณคาอยางเต็มศักยภาพได • การจําลองระบบงานและโครงสรางการจัดเก็บขอมูล• เทคนิคการว�เคราะหขอมูลเพ�่อเพ��มผลิตภาพแรงงาน• การติดตามและควบคุมระบบงานดวยกระดานแสดงผล• การสรางระบบจัดเก็บและแสดงผลขอมูลดวย Google App Script และ Google Sheetsกิจกรรมที่เกิดข�้น 1. แนะนํา AI สุดอัจฉร�ยะ ชวยเซฟเวลาทํางาน ไดแกChatGPTและ Gemini (Bard)2. พ�้นฐานการเข�ยน Prompt (โครงสรางที่ดีของ Prompt) โดย Prompt หมายถึง คําสั่งหร�อคําถามที่ใชสําหรับสื่อสารกับ Generative AI โดยการเข�ยน Prompt ที่ดีจะชวยให AI สามารถใหคําตอบที่ตรงกับความตองการของผูใชมากข�้น การเร�ยนรูเทคนิคการเข�ยน Prompt จ�งเปนสิ�งจําเปนสําหรับผูที่ตองการใช AI อยางมีประสิทธิภาพ3. การให AI ชวยออกแบบตารางบันทึกขอมูลตาง ๆเชน ฐานขอมูลการลูกคา การผลิต ยอดขาย วัสดุคงคลัง และใบเร�ยกเก็บเง�น เปนตน4. สรางฟอรมการบันทึกขอมูลดวย Google AppsScript ใชJavaScript ในการเข�ยนโคด โดยโคดที่ไดจะมาจากการใช Gemini (Bard) ชวยในการเข�ยน6
โคดที่ไดจะมาจากการใช Gemini (Bard) ใน Google Apps Script7
หนาจอแสดงผลสําหรับบันทึกรายการขาย Google Apps Scriptผลหนาจอบันทึกการขายหลังจากกดบันทึกรายวัน Google Sheet8
การใชระบบสารสนเทศในการลงขอมูล และว�เคราะหขอมูลผาน AI9
เมื่อโลกไมเปนเสนตรง : สํารวจความคิดเศรษฐกิจหมุมเว�ยนกับคนสามวัยคุณปณณธร ธรรมบุตร ศูนยว�จัยและบร�การเพ�่อชุมชนและสังคมมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร�เปนแนวคิดทางเศรษฐกิจที่มุงเปลี่ยนระบบการผลิตและการบร�โภคจากรูปแบบเชิงเสน (Linear Economy) ซึ่งเนนการ “ผลิต – ใช – ทิ�ง” กอใหเกิดขยะจํานวนมาก ไปสูระบบที่สามารถ “หมุนเว�ยนทรัพยากร” อยางตอเนื่อง และสามารถปดวงจร (Closed loop) ไดและไมกอใหเกิดขยะในที่สุด โดยมุงลดการใชทรัพยากรใหม (resource input) และลดของเสีย (waste output) ผานการออกแบบผลิตภัณฑ ดวยหลักการพ�้นฐานอยาง \"ลด (Reduce) ใชซํ้า (Reuse) และร�ไซเคิล (Recycle)\" รวมถึงการนําผลิตภัณฑและวัสดุกลับมาใชใหมในรูปแบบตาง ๆ เชน การซอมแซม (Repair) การบํารุงรักษา (Refurbish) และการนําวัสดุเกาไปแปรรูปเปนผลิตภัณฑใหมที่มีมูลคาเพ��มข�้น (Upcycle)เศรษฐกิจหมุนเว�ยน (Circular Economy) รูปที่ 1 เปร�ยบเทียบปร�มาณขยะดวยระบบการผลิตและการบร�โภคที่ตางกัน(ที่มา: https://everydayindustries.com/circularitystrategies-for-e-commerce/)รูปที่ 2 จากเศรษฐกิจเชิงเสนสูเศรษฐกิจแบบหมุนเว�ยน(ที่มา: https://www.government.nl/topics/circular-economy/from-a-linear-to-a-circular-economy)EXPERIENCE SHOW CASE
มิติดานสิ�งแวดลอม เศรษฐกิจหมุนเว�ยนชวยลดการใชวัตถุดิบ การใชพลังงานและทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ เพ�่อการลดการปลอยกาซเร�อนกระจก (GHG) ในกระบวนการผลิต จากรายงานของ Ellen MacArthur Foundation (2019) ระบุวา การนําหลักการเศรษฐกิจหมุนเว�ยนมาใชในอ�ตสาหกรรมวัสดุ เชน ปูนซีเมนต เหล็กกลา พลาสติก และอะลูมิเนียม เปนตน จะสามารถชวยลดการปลอยกาซเร�อนกระจกไดถึง 40% ภายในป 2050 หากนําไปประยุกตใชกับ อ�ตสาหกรรมอาหาร การลดการปลอยกาซเร�อนกระจกอาจสูงถึง 49% ภายในปเดียวกันสําหรับมิติดานสังคม เศรษฐกิจหมุนเว�ยนชวยยกระดับคุณภาพชีว�ตและสุขภาพ จากการที่มลพ�ษในกระบวนการผลิตและกําจัดของเสียลดลง ผูบร�โภคไดใชผลิตภัณฑที่มีอายุการใชงานยาวนานข�้น มีตัวเลือกในตลาดที่หลากหลาย รวมทั้งการสงเสร�มกิจกรรมที่เนนการมีสวนรวมของชุมชน เชน กิจกรรมการแลกเปลี่ยน (Swap Events) หร�อโครงการตลาดนัดร�ไซเคิล เปนตนมิติดานเศรษฐกิจ เศรษฐกิจหมุนเว�ยนชวยยืดอายุและหมุนเว�ยนทรัพยากร ลดการพ�่งพาวัตถุดิบใหม ลดคาใชจายในการจัดการของเสียและการกําจัด สงเสร�มการพัฒนานวัตกรรมในการ ออกแบบผลิตภัณฑ ใหมีความคงทน ซอมแซมงาย สงเสร�มรูปแบบธุรกิจหมุนเว�ยน (Circular Business Models) เชน Product-as-a-Service (PaaS) การใหเชา หร�อการบร�การซอมแซมและบํารุงรักษา ซึ่งเปนแหลงรายไดใหม นอกจากนี้ยังเพ��มโอกาสใหแรงงานในภาคสวนของการซอมแซม (Repair)การปรับปรุง (Refurbishment) การผลิตซํ้า (Remanufacturing) และโลจ�สติกสยอนกลับ (Reverse Logistics) มีงานทํามากข�้นเพ�่อใหเกิดกลไกการเชื่อมโยงระหวางทฤษฎีกับการปฏิบัติ ซึ่งเปลี่ยนหลักการเชิงนโยบายของ Circular Economy ใหกลายเปน การใชชีว�ตประจําวัน ผานพฤติกรรมการบร�โภค การเลือกใชสินคา และว�ถีการดํารงชีว�ตที่ยั่งยืน Circular Lifestyle ของผูบร�โภค ดังนั้น การทําความเขาใจพฤติกรรมและทัศนคติของผูบร�โภคจะชวยใหเกิดแนวทางในการออกแบบสินคาและการบร�การ ใหเหมาะสมกับการหมุนเว�ยนทรัพยากรอยางสูงสุด ทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน Theory of Planned Behavior (TPB) ถูกพัฒนาโดย Icek Ajzen (1991) เพ�่อทํานายและอธิบายพฤติกรรมของมนุษย โดยมีปจจัยหลัก 3 ประการ คือ ทัศนคติบรรทัดฐานทางและการรับรูความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม ซึ่งสงผลโดยตรงตอ ความตั้งใจ (Behavioral intention) ที่จะแสดงพฤติกรรม
ตารางที่ 1 คําจํากัดความในบร�บทการบร�โภคผลิตภัณฑเปนมิตรกับสงแวดลอมจากการศึกษาของ ศูนยว�จัยเศรษฐกิจและธุรกิจ(2567) ธันยมัย เจ�ยรกุล (2566) วัชราภรณ ขายม และ สุภาวดี ฮงคนาค (2567) และ ไวซไซท –Wisesight (2568) เมื่อนํามาว�เคราะหพฤติกรรมการบร�โภคผานทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (TPB) เพ�่อทําความเขาใจพฤติกรรมการบร�โภคที่เปนมิตรตอสิ�งแวดลอมของคนไทยแตละชวงวัย โดยแบงเปน 3 ชวง คือ (1) Baby Boomer และ Gen X ชวงอายุประมาณ 45 – 79 ป (ปเกิด พ.ศ. 2489 – 2522) (2) Gen Y (Millennials) ชวงอายุประมาณ 29 – 44 ป (ปเกิด พ.ศ. 2523 -2538) และ (3) Gen Z ชวงอายุประมาณ 18 –28 ป (ปเกิด พ.ศ. 2539-2555) พบวาBaby Boomer และ Gen X ใหความสําคัญกับ ทัศนคติ มากที่สุดโดยยินดีสนับสนุนสินคาและบร�การที่เปนมิตรตอสิ�งแวดลอม หากไดรับสินคาระดับพร�เมียม และ ทนทาน มั่นใจในคุณภาพของสินคาที่ยั่งยืน สําหรับ Gen Y ใหความสําคัญกับ การรับรูการควบคุมพฤติกรรมและบรรทัดฐานสวนตัว โดยยินดีสินคาและบร�การที่เปนมิตรตอสิ�งแวดลอม หากไดรับความสะดวกและไดรับความนาเชื่อถือของคุณภาพสินคาจากบุคคลที่ 3 ขณะที่ Gen Z นั้นใหความสําคัญกับ บรรทัดฐาน โดยยินดีสินคาและบร�การที่เปนมิตรตอสิ�งแวดลอม หากไดรับความจร�งใจและการแสดงจ�ดยืนที่ชัดเจนจากแบรนด12
ตารางที่ 2 การว�เคราะหพฤติกรรมการบร�โภคที่เปนมิตรตอสิ�งแวดลอมตามชวงวัย13
แนวทางการประยุกตใชในการพัฒนากระบวนการผลิตใหสอดคลองกับผูบร�โภคและ Circular Economy สําหรับผูประกอบการ14
การขับเคลื่อน Circular Lifestyle เพ�่อใหเกิด Circular Economy ที่ยั่งยืน ในแตละเจเนอเรชันมีกลไกที่แตกตางกันอยางชัดเจน โดย Baby Boomer และ Gen X มีกําลังซื้อที่ไมติดขัดดานราคา ทวาใหความสําคัญกับความทนทานและคุณคาในระยะยาว สามารถแปรเปลี่ยนเปนความถี่ในการซื้อสินคาที่ยั่งยืนไดจร�ง ในขณะที่ Gen Y ซึ่งมีกําลังซื้อสูงและใหความสําคัญของความพอดีกับไลฟสไตล ทวามีอ�ปสรรคอยูที่ความไมสะดวกและตัวเลือกที่จํากัดของสินคาหมุนเว�ยน ในทางกลับกัน Gen Z นั้น แมจะมีทัศนคติที่ขับเคลื่อนดวย จ�ดยืนและความโปรงใสของแบรนด ทวามีขอจํากัดดานราคา และมีขอสงสัยสูงตอความจร�งใจของแบรนด ดังนั้น การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเว�ยนใหประสบความสําเร็จในตลาดไทย จ�งตองอาศัยกลยุทธที่ปรับตามเจเนอเรชันอยางเหมาะสมและหลากหลายมิติ โดยเนนการสรางความโปรงใสและสินคาที่เขาถึงไดสําหรับกลุม Gen Z การสรางความสะดวกและความมั่นใจในคุณภาพสําหรับ Gen Y และการนําเสนอโมเดลการยืดอายุการใชงานที่เนนความทนทานสําหรับกลุม Gen X และ Baby Boomer ทั้งนี้ การสรางบรรทัดฐานทางสังคมที่เนนคุณคาของความทนทาน ความสะดวกในการใชสินคาและบร�การ การซอมแซม และความโปรงใสของแบรนด ผานการสื่อสารสาธารณะอยางตอเนื่อง จะชวยเสร�มใหพฤติกรรมการบร�โภคแบบหมุนเว�ยนกลายเปนพฤติกรรมหลักในทุกชวงวัยอางอิงธนาคารไทยพาณิชย ศูนยว�จัยเศรษฐกิจและธุรกิจ. (2567). พฤติกรรมการซื้อสินคาที่มีความยั่งยืน. https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/9553/gytbavqpbg/In-focus-Consumer-surveyESG-20240809.pdf ธันยมัย เจ�ยรกุล. (2566). ผลกระทบของว�ถีการดําเนินชีว�ตและพฤติกรรมการบร�โภคตอการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑติดฉลากคารบอนของผูบร�โภคใน Gen Z. วารสารเกษมบัณฑิต, 24(2).วัชราภรณ ขายม และ สุภาวดี ฮงคนาค. (2567). ผูบร�โภคในเศรษฐกิจหมุนเว�ยน: ทัศนคติตอผลิตภัณฑและปจจัยที่มีผลตอความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑแฟชั่นหมุนเว�ยนของกลุม Generation Y (Millennials). RajaparkJournal, 18(58), 116-131.ไวซไซท (Wisesight). (2568). เขาใจ Generation 2025 พฤติกรรมผูบร�โภคหลากหลาย Gen ที่แบรนดตองรูจาก Wisesight Research. https://wisesight.com/th/articles/customergenerations/ Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211.Ellen MacArthur Foundation. (2019). Completing the picture: How the circular economy tackles climate change. Ellen MacArthur Foundation. https://content.ellenmacarthurfoundation.org/m/3eac8667edd240cc/original/Completing-thepicture-How-the-circular-economy-tacklesclimate-change.pdf15
Updated เทคโนโลยี AR/VR กับการว�จัยเชิงสุขภาพผศ.ดร. ชุดาณัฏฐ สุดทองคง โครงการรวมบร�หารหลักสูตรมีเดียอาตสและเทคโนโลยีมีเดีย ผศ.ดร. ธิติมา วงษชีร�ศูนยว�จัยและบร�การเพ�่อชุมชนและสังคมมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร�เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) มีการใชในการว�จัยเชิงสุขภาพ(Health Research) เติบโตข�้นอยางตอเนื่องและรวดเร็ว ซึ่งมีการประยุกตใชงานทางดานสุขภาพ ดานการศึกษาและขยายขอบเขตกวางขวาง ทั้งในระดับหองปฏิบัติการจนถึงการใชงานจร�งในโรงพยาบาลและชุมชน ในระยะ 3 ปยอนหลัง (2566–2568) ทั่วโลกและประเทศไทย มีการศึกษาว�จัยและประยุกตใช AR/VR ในหลาย ๆ ดาน ซึ่งสามารถจําแนกเปนกลุม ไดดังนี้ 2.การว�จัยดานสุขภาพจ�ตและพฤติกรรมมนุษย ตัวอยางการว�จัย เขน การศึกษาผลกระทบทางอารมณจาก VR การใช VR สรางสภาพแวดลอมเพ�่อศึกษา PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หร�อภาวะเคร�ยดหลังเหตุการณสะเทือนขวัญ ค ว า ม เ ค ร � ย ด ค ว า ม ก ล ั ว ใ น พ � ้ น ท ี ่ ป ด (Claustrophobia) หร�อความกลัวที่สูง (Acrophobia) ตัวอยางงานว�จัย ในป 2024 พบวา VR-based therapy ชวยลดอาการว�ตกกังวลไดดีกวาการใชแบบฝกสมาธิทั่วไปในกลุมทดลอง นอกจากนี้ยังมีการประยุกตในการศึกษาพฤติกรรมผูปวยในโลกเสมือน โดยนักว�จัยใช VR จําลองสถานการณเชน หองฉุกเฉิน สถานที่สาธารณะ ตึกอาคาร หร�อบาน เพ�่อศึกษาพฤติกรรมการตอบสนองของผูปวย เชน โรคออทิสติก หร�อสมาธิสั้น1. การว�จัยเพ�่อพัฒนาเคร�่องมือว�นิจฉัยและรักษา AR/VR ตัวอยางการว�จัย ไดแก จําลองทางกายว�ภาค (Anatomical Simulation) นักว�จัยใช VR จําลองโครงสรางอวัยวะในแบบ 3 มิติ เพ�่อศึกษาการทํางานของระบบตาง ๆ เชน สมอง หัวใจ หร�อระบบประสาท การใช AR ในการซอนภาพจําลองอวัยวะบนรางกายจร�ง เพ�่อชวยว�เคราะหสภาวะโรคไดแมนยําข�้น การจําลองผลลัพธของการรักษา การใช VR จําลองกระบวนการรักษา เชน การปลูกถายอวัยวะ หร�อการฉายรังสี เพ�่อประเมินผลลัพธกอนการรักษาจร�ง การใช AR จําลองการใชยาหร�อเทคนิคใหม เพ�่อทดสอบประสิทธิภาพในสถานการณจําลอง3. ก า ร ว � จ ั ย ด า น เ ว ช ศ า ส ต ร ฟ � � น ฟ� (Rehabilitation Science) การออกแบบการฟ��นฟ�เฉพาะบุคคล ใช AR และ VR เพ�่อสราง \"โปรแกรมฟ��นฟ�เฉพาะบุคคล (Personalized Rehabilitation)“เชน การฝกเดิน การเคลื่อนไหวแขนในผูปวยอัมพาตTECHNICAL RESEARCH
โดยพัฒนาโปรแกรมตามขอมูลจร�งของผูปวย การศึกษาผลระยะยาวของ การฟ��นฟ�ดวย VR งานว�จัยติดตามการฟ��นตัวของผูปวยดวยการใช VR therapy เปร�ยบเทียบกับกายภาพบําบัดทั่วไป พบวา VR เพ��มการมีสวนรวมและผลลัพธดีกวาในผูสูงอายุ นอกจากนี้ยังใชฟ��นฟ�ผูปวยโรคพารกินสัน โดยใชเทคนิคการสงสัญญาณจากภายนอก โดยใชการกระตุนดวยภาพ เสียง หร�อการสัมผัส เชน เทปสีบนพ�้น การเลนเคร�่องเมตรอนอม หร�อการสั่นสะเทือนทางกายภาพ เพ�่อกระตุนเสนทางประสาท ซึ่งพัฒนามากจากว�ธีการบําบัดของนักกายภาพบําบัดโดยใช เคร�่องหมายบอกตําแหนง (Maker Cue) ซึ่งเปนเสนสีที่วางบนพ�้นซึ่งสามารถชวยใหผูปวยโรคพารกินสันเอาชนะความยากลําบากในการเดินได (Finn, T., 2024)เพ�่อปรับปรุงการทํางานเปนทีมของเจาหนาที่สาธารณสุข (HCW) ที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย ระบบแบงปนขอมูลและคนหาขอมูลเพ�่อเชื่อมชองวางของความรูและขอกังวลเกี่ยวกับการบูรณาการ AR-HMD ใน workflow หองฉุกเฉิน (Taylor et al., 2025) การเก็บขอมูลว�จัยจากโลกเสมือน การใช VR เก็บขอมูลปฏิกิร�ยา ความเร็วในการตัดสินใจ การเคลื่อนไหว ตลอดจนวัดความเคร�ยดผานอ�ปกรณสวมใสในโลกเสมือน ซึ่งใชเปนฐานขอมูลในว�จัยเชิงพฤติกรรม4. การว�จัยดานสาธารณสุขและพฤติกรรมสุขภาพ การว�จัย AR/VR เพ�่อกระตุนพฤติกรรมสุขภาพ ตัวอยางเชน โปรแกรม VR ที่จําลองผลลัพธจากการสูบบุหร�่หร�อดื่มสุราเพ�่อใหผูใชเห็นผลลัพธบนรางกายของตนเองในอนาคตการใช AR สําหรับการสื่อสารดานสุขภาพ (Health Communication) เชน สาธิตว�ธีลางมืออยางถูกตอง หร�อการใสอ�ปกรณ ปองกัน การออกแบบสําหรับสถานการณการใช ARHMD (Augmented Reality Head-Mounted Displays) 5. การรวมว�จัยระหวางสหสาขาว�ชา ปจจ�บันมีความรวมมือระหวางแพทย ว�ศวกร คอมพ�วเตอร และนักจ�ตว�ทยาเพ��มข�้น โดยมีการใช AR/VR เปนเคร�่องมือกลางในการทําว�จัย เชน การพัฒนาสมองกลฝงตัวที่ใช AR ควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขา การจําลองการทํางานของระบบประสาทใน VRเพ�่อทดสอบผลของยาใหม การเทคโนโลยีเสมือนจร�งและ AR (AR/VR) ในการสื่อสาร การทํางานรวมกัน และการโตตอบกับคนพ�การ รวมทั้ง การศึกษาอ�ปสรรคดานการเขาถึงที่เกี่ยวของกับเทคโนโลยีเสมือนจร�งสําหรับผูพ�การ ในกลุมความบกพรองตางๆ รวมถึง ความบกพรองทางกายภาพ ทางปญญา ทางสายตา และการไดยิน (Creed et al., 2023) การสํารวจแอปพลิเคชัน Virtual Reality (VR) ซึ่งไดรับการปรับปรุงดวยปญญาประดิษฐ (AI) ในการดูแลและบร�การทางการแพทย (Wu et al., 2024)
สําหรับการประยุกตใช AR/VR ในการว�จัยเชิงสุขภาพของไทย มีการประยุกตใชอยางแพรหลาย โดยมีสถาบันการแพทยและมหาว�ทยาลัยชั้นนําหลายแหง โดยพัฒนาและทดลองใชนวัตกรรม AR VR ในการเพ��มประสิทธิภาพการเร�ยนการสอนทางการแพทย การดูแลรักษาผูปวย การบําบัดฟ��นฟ�สุขภาพจ�ตดานการศึกษาทางการแพทย รวมทั้งการสรางหองเร�ยนและหองผาตัดเสมือนจร�ง (สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ, 2567)คณะแพทยศาสตรศิร�ราชพยาบาล และ คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี ไดมีการประยุกตใช AR และ VR ในการศึกษาทางการแพทย โดยใหนักศึกษาแพทยและบุคลากรทางการแพทยไดเร�ยนรูและฝกฝนทักษะในสภาพแวดลอมที่ปลอดภัยและสมจร�งกอนลงมือปฏิบัติกับผูปวยจร�ง เชนเดียวกับ มหาว�ทยาลัยมหิดล ไดมีการพัฒนาและนํา VR มาใชในการเร�ยนการสอน ดานเร�ยนรูกายว�ภาคศาสตรและหัตถการบนใบหนา คณะแพทยศาสตรศิร�ราชพยาบาล ไดเปดตัวเทคโนโลยี VR ที่ชวยใหนักศึกษาแพทยสามารถศึกษาโครงสรางทางกายว�ภาคของใบหนาในรูปแบบสามมิติและฝกฝนการทําหัตถการตาง ๆ ไดอยางละเอียดและแมนยํา เชนเดียวกันกับคณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมกับ กสทช. ไดร�เร��มโครงการ“Metaverse in Anatomy และ VR for Palliative Care” โดยนําเทคโนโลยี Metaverse และ VR มาใชในการเร�ยนการสอนกายว�ภาคศาสตรที่สรางความเขาใจในเชิงลึกและมีมิติมากข�้น (คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาว�ทยาลัยมหิดล, 2566) นอกจากนี้โรงเร�ยนพยาบาลรามาธิบดี ไดจัดกิจกรรม Virtual Reality for Nursing Educationใหนักศึกษาและอาจารยไดสัมผัสกับการเร�ยนรูผานเทคโนโลยี VR ในสถานการณจําลองทางการพยาบาลตาง ๆ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมตอเนื่องตั้งแตป 2567 จนถึงปจจ�บัน (โรงเร�ยนพยาบาลรามาธิบดี, 2567) ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร จ�ฬาลงกรณมหาว�ทยาลัย ไดมีความรวมมือกับภาคเอกชน บร�ษัท ทรู ดิจ�ทัล พัฒนานวัตกรรม AR Hololensfor CPR ซึ่งเปนการสรางภาพจําลองเพ�่อฝกการกูชีพขั้นพ�้นฐาน (CPR) ทําใหผูเร�ยนสามารถเห็นภาพซอนทับบนหุนฝกและทําตามขั้นตอนไดอยางถูกตอง (ทรู ดิจ�ทัล, 2566) การใชเทคโนโลยี AR และ VR เพ�่อเปนเคร�่องมือในการสื่อสารกับผูปวยและสงเสร�มการดูแลตนเอง อาทิ งานว�จัยที่ศึกษาการใชสื่อเทคโนโลยี AR เพ�่อใหความรูแกผูปวยเบาหวาน ในคลินิกของโรงพยาบาลตากสิน ซึ่งศึกษาพบวา AR ชวยกระตุนความสนใจและเพ��มความรูความเขาใจในการดูแลตนเองของผูปวยไดเปนอยางดี (พัชร�นทร และคณะ, 2565) การนําเทคโนโลยี AR มาใชอธิบ ายกระ บ วน การผา ต ัดใหผูปวยเข าใ จ ซึ่งผลการว�จัยชี้วาสามารถชวยลดความเคร�ยดและความว�ตกกังวลของผูปวยกอนเขารับการผาตัดไดอยางมีนัยสําคัญ(สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ, 2567) นอกจากนี้ ยังมีการใช VR สําหรับการดูแลผูปวยระยะประคับประคองเพ�่อชวยเติมเต็มความปรารถนาและเยียวยาจ�ตใจของผูปวย โดยโรงพยาบาลรามาธิบดี มีการใชแวน VR กับผูปวยโรคเร�้อรังระยะสุดทาย เพ�่อชวยใหผูปวยไดผอนคลายและสัมผัสกับประสบการณที่อยากทําแตไมสามารถทําไดในความเปนจร�ง ซึ่งเปนการเยียวยาจ�ตใจและเพ��มคุณภาพชีว�ตในชวงสุดทาย (VR for Palliative Care, 2567) 18
การประยุกตใช VR ในดานสุขภาพจ�ต เปนอีกหนึ่งแนวทางที่นาจับตามอง โดยเฉพาะอยางยิ�งโครงการ \"VR Therapy - Metaverse\" ของ สถาบันจ�ตเวชศาสตรสมเด็จเจาพระยา ไดเร��มนํารองใชกับผูปวย 3 กลุมโรคสําคัญ ไดแก ผูปวยโรคซึมเศรา ผูปวยโรคจ�ตเภท และผูปวยที่มีภาวะว�ตกกังวล โดยเนนการฝกเผชิญหนากับสถานการณที่กระตุนใหเกิดความกลัวหร�อความว�ตกกังวลในระดับที่ควบคุมได (Exposure Therapy) ดวยการสรางสภาพแวดลอมเสมือนจร�งที่ผอนคลายและปลอดภัยสําหรับการบําบัด ชวยใหผูปวยเผชิญหนากับความกลัวและความว�ตกกังวลในสถานการณจําลอง โดยว�ธีการบําบัดจะทําในหองที่จัดเตร�ยมไวโดยเฉพาะ และมีนักกิจกรรมบําบัดควบคุมดูแลอยางใกลชิด ผูปวยจะสวมใสอ�ปกรณแวน VR และเขาสูโปรแกรม Metaverse ที่ออกแบบใหมีสถานการณและกิจกรรมตางๆ เชน การไปซื้อของในซูเปอรมารเก็ต การไปเที่ยวชมพ�พ�ธภัณฑ หร�อการพบปะพ�ดคุยกับอวตาร (Avatar) ของผูบําบัดและผูปวยรายอื่น ซึ่งชวยใหผูปวยไดฝกฝนทักษะในสภาพแวดลอมที่ใกลเคียงกับความเปนจร�ง แตสามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสมกับผูปวยแตละราย ผลการดําเนินงานในระยะแรกพบวา ผูปวยใหความรวมมือเปนอยางดีและมีแนวโนมการพัฒนาทักษะทางสังคมที่ดีข�้น ชวยเพ��มการเขาถึงบร�การทางสุขภาพจ�ต ลดขอจํากัดดานสถานที่และการตีตราทางสังคม (ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2566) นอกจากนี้ ยังมีงานว�จัยที่ศึกษาความเปนไปได ใน การใชเทคโนโลยีเสม ือน จร�งเพ�่อฟ��น ฟ�สมรรถภาพของผูสูงอายุ ซึ่งแสดงใหเห็นถึงศักยภาพของ VR ในการสงเสร�มสุขภาพและความเปนอยูที่ดีของประชากรสูงวัยในอนาคต (สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ, 2567) สําหรับมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร� ถึงแมวามหาว�ทยาลัยจะไมไดมีการเร�ยนการสอนทางดานการแพทยหร�อสาธารณสุข แตการพัฒนา ทดสอบและประยุกตใช เทคโนโลยี AR/VR ในการเร�ยนการสอนทางว�ศกรรม เพ�่อพัฒนาการเร�ยนรูของนักศึกษา ในสวนงานว�จัยทางดานสุขภาพ มีความรวมมือกับหนวยงานและมหาว�ทยาลัยเคร�อขายทางดานสาธารณสุขและการแพทย อีกทั้งยังใช การว�จัยและบร�การว�ชาการ เพ�่อตอบโจทยอ�ตสาหกรรมอีกดวย ป 2563 ชวงการระบาดของโคว�ด-19 มจธ. คณาจารย ภาคว�ชาว�ศวกรรมโยธา คณะว�ศกรรมศาสตร นําโดย ดร.จ�ลพจน จ�รวัชรเดช ไดมีการทดลองอยางจร�งจัง ในการนําเทคโนโลยีเสมือนจร�ง VR (Visual Reality), AR (Augmented Reality) และ MR (Mixed Reality) มาชวยเสร�มการเร�ยนรูของน ั ก ศึ ก ษ า ใ ห ส า ม าร ถ เ ข า ใ จ บ ท เ ร � ยน แ ล ะ มีประสบการณรวมกับความรูที่ตองไดเห็นภาพจร�งมาก โดยเฉพาะการเร�ยนในระบบออนไลน จากผลการทดสอบ นักศึกษาตอบรับดีมาก (ที่มา: https://www.kmutt.ac.th/k-morestories/24/09/ 2021/12094/)19
ในป 2567 คณะนักว�จัย มจธ. ไดมีการพัฒนาหุนยนตอวตารเพ�่อคนพ�การ โดยใชเทคโนโลยี Telepresence และ Virtual Reality เพ�่อชวยเหลือผูพ�การในการทํางานได โดย Telepresence ทําใหบุคคลรูสึกเหมือนอยู ณ สถานที่หนึ่ง แมในความเปนจร�งจะอยูหางออกไป ซึ่งสามารถนําไปใชประโยชนหลักได 3 ดาน ไดแก (1) การปรากฏตัวระยะไกล (Remotepresence) (2) การชวยเหลือในงานประจําวัน และ (3) การปฏิสัมพันธทางสังคม สวน Virtual Reality (VR) เปนสภาพแวดลอมเสมือนที่ผูใชงานสามารถโตตอบไดเสมือนจร�ง ดวยอ�ปกรณอิเล็กทรอนิกสพ�เศษ เชน แวนตา HMD (Head Mounted Display) ที่มีหนาจอและเซนเซอรตรวจจับการเคลื่อนไหว เมื่อผสาน Telepresence เขากับ VR จะทําใหผูใชงานสามารถสัมผัสและเขาถึงการมีตัวตนในสถานที่ที่แตกตางจากสถานที่จร�งของตนเองได เปนโอกาสที่นาตื่นเตนสําหรับการเพ��มศักยภาพและคุณภาพชีว�ตของผูพ�การ พรอมทั้งเปดโลกแหงโอกาสใหม ๆ สําหรับการทํางานของผูพ�การ ( Charoenseang, S., P. Jailungka, C. Thammatinno, 2024) จวบจนถึงปจจ�บันป 2568 ทีมนักว�จัย มจธ. โดย ดร.ปฏิยุทธ พรามแกว หัวหนาโครงการ ไดรวมมือกับแพทยและบุคลากรในโรงพยาบาลผูสูงอายุบางข�นเทียน นําขอมูลเชิงลึกและความตองการของผูปวยมาเปนโจทยในการพัฒนา “หุนยนตตนแบบชวยกายภาพบําบัดผูปวยกลามเนื้อออนแรงบร�เวณขาโดยใชปญญาประดิษฐและเกม” โดยความรวมมือระหวางคณะสถาปตยกรรมและการออกแบบ มจธ. รวมกับอาจารยจากมหาว�ทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง และมหาว�ทยาลัยราชภัฏเพชรบุร� พัฒนาห ุ น ย น ต ต น แ บ บ ท ี ่ ป ร ะ ก อ บ ด ว ย อ � ป ก ร ณกายภาพบําบัดที่ออกแบบตามหลักสร�รศาสตร โดยสามารถปรับนํ้าหนัก แรงตาน และตําแหนงใหเหมาะสมกับสภาพรางกายของผูปวยแตละราย และระบบเกมแบบจําลองสถานการณ (Simulation Game) ที่ใชการขยับกลามเนื้อขาเพ�่อควบคุมการดําเนินภารกิจในเกม ซึ่งไดรับการออกแบบใหมีลักษณะเหมาะสมกับผูสูงอายุและผูปวยกลุมเปาหมาย โดยผสานกับการใชปญญาประดิษฐ (AI) ในการติดตาม ว�เคราะห และปรับระดับความยากงายของกิจกรรมใหสอดคลองกับพฤติกรรมการใชงานจร�งของผูปวยแตละคน ที่ชวยใหการฝกมีประสิทธิภาพสูงข�้น และสามารถประเมินผลไดแมนยําข�้น ซึ่งผลงานว�จัยนี้ ไดรับรางวัลผลงานประดิษฐคิดคน รางวัลประกาศเกียรติคุณจากสํานักงานการว�จัยแหงชาติ (วช.) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร ประจําป 2568 และเปนหนึ่งในโครงการว�จัยที่สามารถนําเทคโนโลยีมาประยุกตใชกับโจทยทางสุขภาพที่มีศักยภาพในการพัฒนาตอยอด และตอบสนองตอนโยบายดานสาธารณสุขในสังคมผูสูงอายุของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน AR เพ�่อสงเสร�มการออกกําลังกายของผูสูงอายุ และกระตุนสมองปองกันภาวะเสี่ยงเบาหวาน แอปพลิเคชันแสดงแบบฝก 15 ทา เมื่อสแกนตัวบงชี้ (AR Marker) จะปรากฏโคชเสมือนจร�ง รวมสาธิตการออกกําลังกาย ผูใชงานสามารถหมุน ยอ–ขยายแบบจําลอง เพ�่อเร�ยนรูทีละขั้นตอน เหมาะสมกับศักยภาพของผูสูงอายุ ควบคูกับการเสร�มทักษะดิจ�ทัลและการสรางชุมชนผูใชงานผานแพลตฟอรมออนไลน ภายใตโครงการ ศึกษากระบวนการคิดเชิงสรางสรรคในการสรางสื่อดิจ�ทัลโดยการเร�ยนรูรวมกับเทคโนโลยีความจร�งเสร�ม (AR) ของการเร�ยนรูยุคดิจ�ทัล (ชุดาณัฏฐ สุดทองคง, 2567) 20
สรุปแนวโนมสําคัญของการว�จัยและการประยุกตใชเทคโนโลยี VR/AR ทางดานสุขภาพ ในระยะ 3 ปที่ผานมา ทั่วโลกมีการพัฒนาใชประโยชน VR ทางดานการฟ��นฟ�สุขภาพจ�ต การศึกษาพฤติกรรม การฝกอบรมจําลอง สําหรับเทคโนโลยี AR มีการประยุกตใชทางดานการซอนภาพเพ�่อชวยผาตัด การจําลองพฤติกรรมยาหร�ออวัยวะ และยังมีการใชเทคโนโลยีรวมกับ AI ในการพัฒนาระบบว�เคราะหอัตโนมัติจากพฤติกรรมผูปวย หร�อใชรวมกับเทคโนโลยีพกพา เชื่อมโยงกับเซนเซอรเพ�่อเก็บขอมูลแบบเร�ยลไทม เอกสารอางอิง คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาว�ทยาลัยมหิดล. (2566, 17 พฤศจ�กายน). “Metaverse in Anatomy” เปดโลกกายว�ภาคศาสตรเสมือนจร�ง ยกระดับการเร�ยนรู สูมิติใหมของการแพทยไทย. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/metaverse-in-anatomy/ชุดาณัฏฐ สุดทองคง. (2567). กระบวนการคิดเชิงสรางสรรคในการสรางสื่อดิจ�ทัลโดยการเร�ยนรูรวมกับเทคโนโลยีความจร�งเสร�ม (AR) ของการเร�ยนรูยุคดิจ�ทัล. รายงานฉบับสมบูณ มหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร� โครงการสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ปงบประมาณ พ.ศ. 2566ทรู ดิจ�ทัล. (2566, 26 มกราคม). ทรู ดิจ�ทัล ผนึก คณะแพทยศาสตร จ�ฬาฯ ยกระดับวงการแพทย เปดตัว “AR Hololens for CPR”. True Digital. https://www.truedigital.com/news/NT2023012601พัชร�นทร พ�ลทองนอก, นันทกา สวัสดิพานิช, และ ขวัญใจ คร�สธานินทร. (2565). ผลของสื่อเทคโนโลยีความจร�งเสร�มตอความรูและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผูปวยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลตากสิน. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ, 16(2), 1-13. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/ jnh/article/ view/258169มหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร�. (2564). “เทคโนโลยีเสมือนจร�งชวยเสร�มการเร�ยนรูของนักศึกษารับเทรนดเร�ยนออนไลน” Webpage. https://www.kmutt.ac.th/k-morestories/24/09/2021/12094/สําหรับการว�จัยและประยุกตใชเทคโนโลยีAR และ VR ทางดานว�จัยสุขภาพของไทยมีศักยภาพที่โดดเดนในหลากหลายมิติและคาดวาจะมีการขยายตัวอยางตอเนื่อง โดยมีการใชงานตั้งแตการปฏิวัติร ู ป แ บ บ ก า ร เ ร � ย น ก า ร ส อ น ท า ง ก า ร แ พ ท ย ว�ศวกรรมศาสตร การยกระดับคุณภาพการดูแล ไปจนถึงบําบัดรักษาผูปวย โดยจะมีการผสานเทคโนโลยีปญญาประดิษฐ (AI) เพ�่อการว�เคราะหขอมูลและสรางแบบจําลองที่ซับซอนและเฉพาะบุคคลมากยิ�งข�้น การพัฒนาโครงสรางพ�้นฐานดานดิจ�ทัลและเคร�อขายความเร็วสูง เชน 6G จะเปนปจจัยสําคัญที่ชวยผลักดันใหการใชงาน AR/VR ทางการแพทยมีความแพรหลายและมีประสิทธิภาพสูงข�้นตอไปในอนาคตอันใกล21
โรงเร�ยนพยาบาลรามาธิบดี. (2567). “Virtual Reality for Nursing Education”. Facebook. https://www.facebook.com/RamathibodiSchoolofNursing/posts/780654060767215/VR for Palliative Care เทคโนโลยีเยียวยาใจในผูปวยระยะสุดทาย | พบหมอมหิดล [by Mahidol]. (2567, 18 มีนาคม). [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=-LMpeQ8Vs90ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2566). สถาบันจ�ตเวชศาสตรสมเด็จเจาพระยา นํารอง \"VR Therapy -Metaverse\" รักษาผูปวยจ�ตเวช. กระทรวงสาธารณสุข. https://ict.moph.go.th/th/news/3050สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.). (2567). VR/AR/MR เทคโนโลยีโลกเสมือนทางการแพทย. https://www.nstda.or.th/home/knowledge_post/vr-ar-mr-medical/Creed, C., Al-Kalbani, M., Theil, A., Sarcar, S., & Williams, I. (2023). Inclusive AR/VR: Accessibility barriers for immersive technologies. arXiv. https://arxiv.org/abs/2304.13465The opener. (2568). “นักว�จัยไทยสรางหุนยนตตนแบบ ผสานเอไอกับเกม ชวยบําบัดผูปวยกลามเนื้อออนแรง” (ออนไลน) https://theopener.co.th/node/2397Charoenseang, S., P. Jailungka, C. Thammatinno, 2024. Development of Avatar Robot for Disabled People in The 18th South East Asian Technical University Consortium (SEATUC) Symposium 2024 27-28 February 2024 hosted by Shibaura Institute of Technology (SIT), Tokyo, Japan. (Poster)Creed, C., Al-Kalbani, M., Theil, A., Sarcar, S., & Williams, I. (2023). Inclusive AR/VR: Accessibility barriers for immersive technologies. *Universal Access in the Information Society*, 22(1), 59–73. https://doi.org/10.1007/s10209-023-00969-0Finn, T. (2024). An augmented reality program can help patients overcome Parkinson’s symptoms. Wired. https://www.wired.com/story/lining-up-techto-help-banish-tremors-strolll-parkinsonsGoogle. (2024). Gemini (version 2.0 Flash) [Large multimodal model]. https://gemini.google.comOpenAI. (2025, September 26). Introducing GPT 4o and more tools to ChatGPT free users. OpenAI. https://openai.com/index/gpt-4oand-more-tools-to-chatgpt-free/Taylor, A., Tanjim, T., Cao, H., Nicoly, J. B., Segal, J. I., St. George, J., Kim, S., Ching, K., Ortega, F. R., & Lee, H. R. (2025). Codesigning augmented reality tools for highstakes clinical teamwork. arXiv. https://arxiv.org/abs/2502.17295เอกสารอางอิง (ตอ)22
เอกสารอางอิง (ตอ)Wu, Y., Hu, K., Chen, D. Z., & Wu, J. (2024). AI-enhanced virtual reality in medicine: A comprehensive survey. arXiv. https://arxiv.org/abs/2402.03093Zarei, T., Emery, M., Saredakis, D., Lee, G. A., Stubbs, B., Szpak, A., & Loetscher, T. (2024). \"Being there together for health\": A systematic review on the feasibility, effectiveness and design considerations of immersive collaborative virtual environments in health applications. arXiv. https://arxiv.org/abs/2412.0476023
พ�ชวงศถั่วตอบโจทย ความมั่นคงทางอาหารในอนาคตดร. พรรณปพร กองแกว ศูนยว�จัยและบร�การเพ�่อชุมชนและสังคมคุณจตุภูมิ มีเสนา สถาบันพัฒนาและฝกอบรมโรงงานตนแบบมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุร�พ�ชวงศถั่ว (ชื่อว�ทยาศาสตร: FABACEAE หร�อ LEGUMINOSAE)พ�ชวงศถั่วเปนแหลงโปรตีนจากพ�ชที่ถูกนํามาใชเปนอาหารของมนุษยมานานกวา 12,000 ป การบร�โภคถั่ว มีประโยชนตอสุขภาพเกี่ยวกับโรคไมติดตอเร�้อรังหลายชนิด ถั่วเปนพ�ชที่สามารถปลูกไดในแทบทุกสภาพอากาศและสภาพดิน มีความตองการนํ้าและปุยนอยกวาพ�ชชนิดอื่น สามารถผลิตไดในปร�มาณมากในพ�้นที่เกษตรกรรมจํากัด ทําใหตอบสนองความตองการอาหารของประชากรไดทั่วถึง อีกทั้ง มีราคาถูก ทําใหประชาชนที่มีรายไดนอยสามารถเขาถึงอาหารที่มีคุณภาพได และดวยคุณสมบัติทางโภชนาการ ทางเคมี และทางกายภาพทําใหอ�ตสาหกรรมอาหารนํามาใชกันอยางแพรหลาย ในปจจ�บัน ความนิยมอาหารจากพ�ชที่เพ��มข�้น ทําใหมีการพัฒนาผลิตภัณฑทดแทนเนื้อสัตวจากถั่วแพรหลายมากข�้น ถั่วสวนใหญปลูกโดยกลุมผูมีรายไดนอยในระดับครัวเร�อน การใชถั่วที่เพ��มข�้นจะสงผลใหยกระดับความเปนอยูที่ดีของเกษตรกร ทําใหเกิดเสถียรภาพทางการเง�นและความมั่นคงทางอาหารเพ��มข�้นความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) “ความมั่นคงทางอาหาร หมายถึง คนทุกคนทั้งในระดับบุคคล ระดับครัวเร�อน ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก สามารถเขาถึงอาหารที่เพ�ยงพอ ความปลอดภัยและมีคุณคาทางโภชนาการทั้งในทางกายภาพและเศรษฐกิจที่ตอบสนองความตองการและความพ�งพอใจเพ�่อการมีคุณภาพชีว�ตที่ดี” World Food Summit 1996 กรุงโรม, อิตาลีพ�ชวงศถั่วกับความหลากหลายทางชีวภาพถั่ว เปนพ�ชที่มีจํานวนมากและมีความสําคัญทางการเศรษฐกิจมากที่สุดวงศหนึ่ง เปนวงศที่พบมากที่สุดในปาฝนเขตรอนและปาแหงในทว�ปอเมร�กาและแอฟร�กา ทั่วโลกมีประมาณ 727 สกุล 19,325 ชนิด (Lewis et al, 2005) ทําใหเปนพ�ชที่มีจํานวนชนิด(species) มากเปนอันดับ 3 ของโลก สําหรับประเทศไทยมี 122 สกุล 637 ชนิด (ทิพยพรรณ,2546) มีทั้งพ�ชทั้งที่เปนไมยืนตน ไมพ�ม ไมเลื้อย และไมลมลุก พ�ชในวงศนี้แยกไดเปน 3 วงศยอยคือ SUPPLEMENT
1.วงศยอยสีเสียด (MIMOSOIDEAE) เชน สีเสียด กระถินณรงค กระถินเทพา พฤกษ สะตอเหร�ยง ไมยราบมะขามเทศฯลฯภาพที่ 1 สีเสียด2. วงศยอยราชพฤกษ (CEASALPINIOIDEAE) เชน ราชพฤกษ ดอกแค โสน ถั่วผี หางนกยูงไทย ชุมเห็ดเทศ ฯลฯภาพที่ 2 ราชพฤกษ3.วงศยอยประดู (PAPILIONOIDEAE) เปนถั่วกลุมที่ใหญที่สุดในวงศนี้ เชน มันแกว อัญชัน หมามุย ชุมเห็ดเ ท ศ ก ว า ว เ ค ร � อ ถ ั ่ ว เ ห ล ื อ ง ถ ั ่ ว แ ป บ ถ ั ่ ว ล ิ ส ง ถั่วลันเตา ถั่วพ� ประดู ทองกวาว ชงโค ทรงบาดาลมะขามภาพที่ 3 ประดูวงศยอยMIMOSOIDEAE และ CAESALPINOIDEAE สวนใหญเปนไมยืนตนและพ�มไม ใชทําไมแปรรูป ไมฟ�น และอาหารสัตว สําหรับ PAPILIONOIDEAE เปนวงศยอยที่ใหญและสําคัญที่สุดมีการกระจายพันธุทั่วโลก สวนใหญเปนสมุนไพรและเปนอาหารของมนุษย
ในปจจ�บัน สังคมสิ�งมีชีว�ตในระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามสภาพแวดลอมที่ไมคงที่ขอมูลการศึกษาปาเขตรอนโลกใหม (Neotropics) ไดแสดงใหเห็นชัดเจนวา พ�ชวงศถั่วกลุมที่มีใบประกอบขนนกสองชั้นมีจํานวนเพ��มข�้นอยางเห็นไดชัดในปาที่กําลังเร��มฟ��นตัวจากสภาพแวดลอมที่แปรปรวนพ�ชวงศถั่วแหลงโภชนาการที่ดีของมนุษยและสัตวถั่วเปนแหลงโปรตีน ว�ตามิน แรธาตุ และพลังงาน ของวัฒนธรรมอาหารหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่กําลังพัฒนา เปนโปรตีนที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุมผูสูงวัย พบวาบุคคลทั่วไปจะตองการโปรตีนที่ 0.8-1.0 กรัม ตอนํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัม และในปร�มาณอาหาร 100 กรัม จะใหปร�มาณโปรตีนดังนี้ ถั่วเหลือง 36 กรัม ถั่วลิสง 24 กรัม อกไก 23 กรัมและเนื้อหมู 27 กรัม จะเห็นไดวา ถั่วเหลืองและถั่วลิสงสามารถใหโปรตีนเทียบเทากับเนื้อสัตว เมล็ดถั่วประกอบไปดวยโปรตีน เสนใยอาหาร สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ แรธาตุ ว�ตามินที่สําคัญ แตมีไขมันอิ�มตัวและคอเลสเตอรอลตํ่า เปนอาหารที่ใหพลังงานสูง แตเพ��มระดับนํ้าตาลในเลือดตํ่า ทําใหเปนอาหารที่สงเสร�มดานสุขภาพ ชวยลดการผลิตอินซูลินและปองกันโรคเร�้อรัง เชน โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคอวน ฯลฯ นอกจากนี้คุณสมบัติอื่น ๆ ของถั่ว เชน การจับกับนํ้า การจับกับนํ้ามัน ความคงตัวของอิมัลชัน และการเกิดเจล สามารถนํามาใชในผลิตภัณฑอาหารตาง ๆ ไดหลายชนิด ถั่วเปนอาหารหลักที่สําคัญสําหรับสัตวเคี้ยวเอื้อง เชน โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ ฯลฯ โดยมากจะปลูกถั่วผสมหญา เนื่องจากถั่วใหโปรตีนสูงจ�งทําใหแปลงหญาอาหารสัตวมีคุณคาทางอาหารสูงสัตวจ�งไดรับสารอาหารตาง ๆ อยางเพ�ยงพอ ทําใหสัตวมีการเจร�ญเติบโตดีและสุขภาพดีพ�ชวงศถั่วองคประกอบสําคัญของการเกษตรกรรมแบบยั่งยืนถั่วชวยเพ��มความอ�ดมสมบูรณของดินจากการตร�งไนโตรเจนทางชีวภาพ โดย ไรโซเบียม (แบคทีเร�ย) ในปมรากถั่วจะจับไนโตรเจนในอากาศมาใหพ�ชใชประโยชน ทําใหเกิดแหลงไนโตรเจนตามธรรมชาติในดิน พบวาปมรากถั่วเหลือง สามารถตร�งไนโตรเจนไดถึง 8.3 กิโลกรัมตอไร หลังจากปลูก 60 วันคิดเปน 40% ของไนโตรเจนที่พบในเมล็ด เมื่อใชไอโซโทปวัดปร�มาณไนโตรเจน พบวา ถั่วเข�ยว ถั่วเหลือง และถั่วลิสงตร�งไนโตรเจนจากบรรยากาศไดประมาณ 6,19 และ 24 กิโลกรัม/ไร ตามลําดับ และถั่วพ�ม 1 ไร สามารถเพ��มไนโตรเจนใหดินไดเทากับการใสปุยยูเร�ย 74 กิโลกรัม.หร�อ แอมโมเนียมซัลเฟต 161 กิโลกรัม การนําถั่วมาปลูกหมุนเว�ยนในพ�้นที่ทางการเกษตรชวยลดการใชปุยไนโตรเจน ไรโซเบียมในถั่วสามารถตร�งไนโตรเจนไดมากกวา 170 ลานตันไนโตรเจนตอป และชวยลดการใชปุยไนโตรเจนไดมากกวา 1,500 ตันตอป รูปที่ 1 ประโยชนทางโภชนาการของถั่ว26
กระบวนการตร�งไนโตรเจนนี้มีบทบาทสําคัญในการปรับปรุงดินที่ขาดไนโตรเจน และตอบสนองความตองการไนโตรเจนของพ�ชที่ปลูกในระบบการปลูกพ�ช เชน พ�ชคลุมดิน พ�ชเหลื่อมฤดู พ�ชแซม พ�ชหมุนเว�ยน นอกจากนี้ ยังปรับปรุงโครงสรางของดิน เพ��มปร�มาณอินทร�ยวัตถุในดิน สงผลใหเก็บกักคารบอนในดินเพ��มข�้น ปองกันการชะลางพังทลายของหนาดิน รักษาความชื้นในดิน ทําใหดินรวนซุย ระบายนํ้าไดดี และยังสามารถควบคุมวัชพ�ชในแปลงได ทําใหเปนพ�ชตัวเลือกที่สําคัญในแนวทางปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนและมีบทบาทอยางยิ�งตอระบบนิเวศและสวนของใบประมาณ 1% สําหรับกาซไนโตรเจนที่ตร�งไดจากปมรากถั่วจะปลดปลอยกาซไนโตรเจนใหกับบรรยากาศนอยกวาไนโตรเจนที่ไดจากปุยเคมี สงผลใหปร�มาณกาซเร�อนกระจกลดลง การปลูกถั่วปลอยกาซเร�อนกระจกตอหนวยพ�้นที่นอยกวา 5-7 เทาเมื่อเทียบกับพ�ชอื่น โดยถั่วปลดปลอยกาซไนตรัสออกไซด (N2O) 11.04 กก.N2O ตอไร ในขณะที่ขาวสาลีปลอยกาซ 58.88 กก.N2O ตอเฮกแตร และ Rapeseed ปลอยกาซ 85.44 กก.N2O ตอเฮกแตร (กาซไนตรัสออกไซด ที่เปนกาซเร�อนกระจกที่ทําลายชั้นบรรยากาศมากกวากาซคารบอนไดออกไซดถึง 320เทา)รูปที่ 2 การปลูกพ�ชวงศถั่วตามว�ถีเกษตรนิเวศพ�ชวงศถั่วกับความสําคัญในดานสิ�งแวดลอมพ�ชวงศถั่ว เปนพ�ชที่อาศัยรวมกับจ�ลินทร�ยที่สามารถตร�งไนโตรเจนจากอากาศมาสรางการเจร�ญเติบโต ทําใหถั่วมีความสามารถในการดูดซับกาซเร�อนกระจก โดยเฉพาะกาซคารบอนไดออกไซดจากอากาศมาสะสมอยูในลําตน กิ�ง ใบ และราก ผานการสังเคราะหแสงของพ�ช โดยเก็บสะสมไวในรูปของเนื้อไมหร�อมวลชีวภาพ (Biomass) ตนไมหนึ่งตน จะเก็กกักคารบอนไวสวนของลําตนประมาณ 62% สวนของรากประมาณ 26% สวนของกิ�งประมาณ 11%การปลูกถั่วยังชวยลดการเกิดกาซเร�อนกระจกเมื่อเทียบกับการเลี้ยงสัตว เนื่องจาก การผลิตเนื้อสัตวโดยเฉพาะสัตวเคี้ยวเอื้องจะปลอยกาซมีเทน (CH4) สูงกวาการปลูกถั่วประมาณ 250 เทา เพราะการทําฟารมปศุสัตวทั้งระบบใชทรัพยากรมาก ตองใชที่ดินในการเลี้ยงสัตวมากกวาการปลูกถั่ว 2-3 เทา กอปญหามลภาวะจากของเสีย และมีการปลดปลอยกาซเร�อนกระจก เชน กาซมีเทน กาซคารบอนไดออกไซด สูชั้นบรรยากาศ การผลิตถั่วยังเปนการใชนํ้าอยางมีประสิทธิภาพ การผลิตถั่วดาล (daal) ตองการนํ้า50 ลิตรตอถั่ว 1 กิโลกรัมเทียบกับเนื้อไกตองการนํ้า 4,325 ลิตรตอ 1 กิโลกรัม เนื้อแกะตองการนํ้า5,520 ลิตรตอ 1 กิโลกรัม เนื้อวัวตองการนํ้า 13,000 ลิตรตอ 1 กิโลกรัม ทําใหการปลูกถั่วเปนว�ธีที่เหมาะสมในพ�้นที่แหงแลงและพ�้นที่ที่ไดรับผลกระทบจากโลกรอน27
โดยสรุป พ�ชวงศถั่วมีความสําคัญตอความมั่นคงทางอาหารที่สงผลตอสุขภาพ ความยากจน และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม พ�ชวงศถั่วจ�งเปนทางเลือกที่เหมาะสมในการเพ��มความมั่นคงทางอาหาร เพราะมีคุณคาทางโภชนาการสูง สามารถผลิตไดในปร�มาณมาก และมีราคาตํ่า อีกทั้ง ยังมีความสําคัญตอการเกษตรแบบยั่งยืน และชวยลดปร�มาณกาซเร�อนกระจกที่สงผลใหเกิดปญหาโลกรอน คาดการณวาในป ค.ศ. 2100 ประชากรโลกจะสูงถึง 10.4 พันลานคน ซึ่งจะสงผลใหความตองการอาหารทั่วโลกเพ��มข�้น การสงเสร�มการปลูกพ�ชวงศถั่ว จ�งเปนสวนหนึ่งที่จะสงผลตอความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคตอางอิง1. ทิพยพรรณ สดากร 2546 ถั่วสารพัดประโยชน กรมว�ชาการเกษตร โรงพ�มพสหกรณ 100 หนา.2. Lewwis, G., Schrire, B., Mackinder, B. and Lock, M., 2005. Legumes of the World. Royal Botanic Gardens, Kew.28
คณะกรรมการที่ปร�กษา ประกอบดวย1.1 ผูอํานวยการ สวท.1.2 ที่ปร�กษาผูอํานวยการ สวท. ฝายบร�การว�ชาการ1.3 ที่ปร�กษาผูอํานวยการ สวท. ฝายบร�การอ�ตสาหกรรม1.4 รองผูอํานวยการ สวท. ฝายพัฒนาธุรกิจและเคร�อขายความรวมมือ1.5 รองผูอํานวยการ สวท. ฝายบร�หารและวางแผน1.6 รองผูอํานวยการ สวท. ฝายว�จัยและเทคโนโลยีกองบรรณาธิการ ประกอบดวย2.1 ศ.ดร.ชัยยุทธ ชินณะราศร�2.2 รศ. ดร.สุทัศน ลีลาทว�วัฒน2.3 ศ.ดร.ปติ สุคนธสุขกุล2.4 ศ.ดร.เกษม ชูจารุกุล2.5 ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช2.6 รศ.ดร.สุรัสวดี พรหมอยู2.7 ผศ.ดร. บุษเกตนอินทรปาสานที่ปร�กษาคณะกรรมการจัดวารสาร ประกอบดวย3.1 นางรุงนภา เตาทองนันตสิน3.2 ดร.อรกัญญาณีเลี้ยงอิสระ3.3 รศ.ดร.อิศรทัต พ�่งอน3.4 นายจ�ระพันธุ เนื่องจากนิล3.5 รศ.ดร. บวรโชค ผูพัฒน3.6 รศ.ดร.ประเวทย ตุยเต็มวงศ3.7 ดร.นคร�นทร สัทธรรมนุวงศ3.8 ผศ.ดร.พงษชัย อธิคมรัตนกุล3.9 รศ.ดร.สิทธิชัย แกวเกื้อกูล3.10 ผศ.ดร.จ�รศิลป จยาวรรณ3.11 ผศ.องศา ศักดทอง3.12 ผศ.ดร.สุรชัย สนิทใจ3.13 ดร.วรว�ทย โกสลาทิพย3.14 รศ.ดร.ยศพงษ ลออนวล3.15 ผศ.ดร.วัชรพจน ทรัพยสงวนบุญ3.16 ผศ.ดร.ธิติมา วงษชีร�3.17 ดร.พรรรณปพร กองแกว3.18 นายธนะศักดิ์ ทวนทอง3.19 นางวาสนา มานิชคณะกรรมการจัดทําวารสาร4.1 นางสาวชาลินี กระจางพจน4.2 นายชินว�ฒิ ว�จักษณประเสร�ฐ4.3 นางสาวอัญชลี รอดภัย4.4 นายเฉลิมว�ฒิ จันโทภาส4.5 นายสุร�นทร การเกตุ4.6 นายชาคร�ต มั่นใจอารย4.7 นางสาวอลิษา ถีระบุตร4.8 นางสาวสมหญิง กําเหนิดทอง
ศูนยเสมือน “Warehouse Innovation - WINNO”เปนการรวมตัวของอาจารย/นักว�จัยภายในมหาว�ทยาลัย เพ�่อทําหนาที่เปนศูนยปฏิรูปคลังสินคาอัจฉร�ยะแบบครบวงจร มีวัตถุประสงคในการพัฒนางานว�จัยและใหบร�การดานคลังสินคาอัจฉร�ยะ การถายทอดและเผยแพรองคความรูดานคลังสินคาอัจฉร�ยะ และการสรางระบบนิเวศนการทํางานว � จ ั ย แ ล ะ ก า ร ใ ห บ ร � ก า ร ด า น ค ล ั ง ส ิ น ค า อ ั จ ฉ ร � ย ะ โดยมี ผศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย อาจารยประจําบัณฑิตว�ทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม เปนผูรับผิดชอบศูนยเสมือน