The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ISTRS e-journal ปีที่ 9 ฉบับที่ 18 เดือน ม.ค. - มิ.ย. 68

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by istrsejournal.kmutt, 2026-01-11 23:49:27

e-journal 18

ISTRS e-journal ปีที่ 9 ฉบับที่ 18 เดือน ม.ค. - มิ.ย. 68

ในโลกยุคป˜จจ�บันที่ความเปลี่ยนแปลงไม‹ไดŒดําเนินไปเปšนเสŒนตรงอีกต‹อไป เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และว�ถีชีว�ตของผูŒคนต‹างเชื่อมโยงและเปลี่ยนแปลงอย‹างซับซŒอน วารสารฉบับที่ 18 (มกราคม – มิถุนายน 2568) ของสํานักว�จัยและบร�การว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยี จ�งมุ‹งนําเสนอองคความรูŒที่สะทŒอนภาพของโลกยุคใหม‹ ผ‹านมุมมองเชิงว�ชาการที่ทันสมัยและหลากหลาย เพ�่อเปšนส‹วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย‹างรูŒเท‹าทันและยั่งยืนเนื้อหาเร��มตŒนดŒวยบทความ การใชŒระบบสารสนเทศในการลงขŒอมูลและว�เคราะหขŒอมูลผ‹าน AI (The Application of Information Systems for Data Entry and Data Analysis through AI) ซึ่งชี้ใหŒเห็นบทบาทของป˜ญญาประดิษฐในการจัดการและว�เคราะหขŒอมูลอย‹างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการตัดสินใจและการว�จัยในยุคดิจ�ทัล ต‹อเนื่องดŒวยบทความเชิงแนวคิด เมื่อโลกไม‹เปšนเสŒนตรง : สํารวจความคิดเศรษฐกิจหมุนเว�ยนกับคนสามวัย ที่สะทŒอนมุมมองและบทบาทของคนต‹างช‹วงวัยต‹อการพัฒนาเศรษฐกิจอย‹างยั่งยืน พรŒอมทั้งนําเสนอความกŒาวหนŒาของ เทคโนโลยี AR/VR กับการว�จัยเชิงสุขภาพ ซึ่งแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีดิจ�ทัลในการยกระดับการเร�ยนรูŒ งานว�จัย และคุณภาพชีว�ตของผูŒคนปดทŒายดŒวยบทความ พ�ชวงศถั่วตอบโจทยความมั่นคงทางอาหารในอนาคต ที่สะทŒอนความสําคัญของงานว�จัยดŒานเกษตรและอาหารในฐานะรากฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีว�ตของสังคม วารสารฉบับนี้จ�งมิไดŒเปšนเพ�ยงการรวบรวมบทความทางว�ชาการ หากแต‹เปšนพ�้นที่ของการบูรณาการองคความรูŒดŒานว�ทยาศาสตร เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคมเขŒาดŒวยกันอย‹างกลมกลืน เพ�่อสรŒางแรงบันดาลใจและแนวคิดใหม‹ในการพัฒนาสังคมใหŒกŒาวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู‹ตลอดเวลากองบรรณาธิการ


การใชŒระบบสารสนเทศในการลงขŒอมูลและว�เคราะหขŒอมูลผ‹าน AIพ�มพร เทศแกŒวศูนยพัฒนาผลิตภาพอ�ตสาหกรรม สํานักว�จัยและบร�การว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลŒาธนบุร�ในยุคดิจ�ทัลที่ขŒอมูลมีปร�มาณเพ��มข�้นอย‹างรวดเร็ว สารสนเทศกลายเปšนทรัพยากรที่มีคุณค‹าต‹อองคกร และสังคมอย‹างยิ�ง โดยเฉพาะระบบสารสนเทศ(Information Systems) ที่ทําหนŒาที่รวบรวม จัดเก็บ และแปลงขŒอมูลใหŒเกิดคุณค‹า การใชŒระบบสารสนเทศในการลงขŒอมูลและการว�เคราะหขŒอมูลผ‹านเทคโนโลยี ป˜ญญาประดิษฐ (Artificial Intelligence: AI) การผสาน AI เพ�่อการว�เคราะหขŒอมูลมีทั้งประโยชน ขŒอจํากัด และแนวทางในอนาคต การรวมระบบสารสนเทศกับ AI สามารถเพ��มประสิทธิภาพ ความแม‹นยํา และสรŒางการตัดสินใจเชิงกลยุทธไดŒอย‹างมีนัยสําคัญ แต‹ก็ตŒองอาศัยคุณภาพขŒอมูล ทักษะบุคลากร และการบร�หารจัดการอย‹างรอบคอบในขณะเดียวกัน AI ก็พัฒนาข�ดความสามารถจนสามารถเร�ยนรูŒรูปแบบขŒอมูล ทํานายผล และสรŒางขŒอเสนอแนะไดŒอย‹างอัตโนมัติ ดังนั้น การผสาน IS กับ AI จ�งกลายเปšนแนวทางสําคัญสําหรับองคกรที่ตŒองการใชŒขŒอมูลอย‹างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนในยุคที่ขŒอมูลกลายเปšน “ทรัพยสิน” ขององคกร การจัดการ และการว�เคราะหขŒอมูลจ�งเปšนหัวใจของการแข‹งขัน ระบบสารสนเทศ (Information Systems: IS) ทําหนŒาที่เปšนกลไกหลักในการรวบรวม จัดเก็บ จัดระบบ และอํานวยใหŒขŒอมูลนั้นพรŒอมใชŒ แต‹เมื่อปร�มาณ ความหลากหลาย และความเร็วของขŒอมูลเพ��มสูงข�้น (Big Data) กระบวนการแบบดั้งเดิมไม‹อาจรองรับความซับซŒอนไดŒอย‹างเต็มที่ระบบสารสนเทศประกอบดŒวยองคประกอบหลัก ไดŒแก‹บุคลากร กระบวนการ เทคโนโลยี และขŒอมูล และฟ�งกชันหลัก คือ การรับขŒอมูล (input) จัดเก็บ (storage) ประมวลผล (output) แ ล ะ ค ว บ ค ุ ม (feedback) ระบบเหล‹านี้สามารถเปšนไดŒทั้งระบบ ERP (Enterprise Resource Planning), CRM (Customer Relationship Management), BI (Business Intelligence) หร�อระบบเฉพาะดŒานอื่นๆ โดยในกระบวนการ “ลงขŒอมูล” (data entry) ระบบสารสนเทศมีบทบาทสําคัญโดยช‹วยใหŒการบันทึกขŒอมูลเกิดข�้นอย‹างเปšนระบบ การตรวจสอบความถูกตŒองและความสมบูรณของขŒอมูล (data quality)และสามารถติดตามยŒอนกลับไดŒ (traceability) ซึ่งเปšนรากฐานที่สําคัญก‹อนขั้นตอนว�เคราะหขŒอมูลระบบสารสนเทศและบทบาทในการลงขŒอมูลSPECIAL TOPIC & TREND


การว�เคราะหขŒอมูลผ‹าน AI: AI ในบร�บทของ IS หมายถึง การใชŒเทคนิค Machine Learning, Deep Learning, Natural Language Processing หร�อ Hybrid เพ�่อว�เคราะหขŒอมูลจํานวนมากอย‹างอัตโนมัติ เช‹น• ช‹วยใหŒองคกรเร�ยนรูŒและปรับตัวอย‹างต‹อเนื่อง (adaptive system) ในยุคเปลี่ยนแปลงเร็ว• สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจเชิงกลยุทธ และเสร�มความสามารถในการแข‹งขันในตลาดดิจ�ทัล• การพยากรณความตŒองการ (demand forecasting)• การว�เคราะหพฤติกรรมผูŒใชŒ (customer-analytics)• การตรวจจับความผิดปกติ (anomaly detection)• ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems: DSS) ประโยชนของการผสานระบบสารสนเทศกับ AI: การผสาน IS และ AI มีประโยชนหลายประการ เช‹น• เพ��มความแม‹นยําในการลงขŒอมูลและลดขŒอผิดพลาดจากมนุษย (human error)• เพ��มประสิทธิภาพการประมวลผลขŒอมูล สามารถทํางานแบบ near-real-time ไดŒ• สรŒางระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support) ที่มีการว�เคราะหเชิงคาดการณ (predictive) หร�อแมŒแต‹เชิงว�พากษ (prescriptive)ขŒอจํากัดและความทŒาทาย: แมŒว‹าเทคโนโลยีจะมีศักยภาพสูง แต‹ก็ยังเผชิญกับความทŒาทายหลายดŒาน ไดŒแก‹• คุณภาพของขŒอมูล (Data Quality) : หากขŒอมูลตŒนทางมีขŒอผิดพลาดหร�อไม‹ครบถŒวน จะส‹งผลต‹อผลลัพธของ AI อย‹างมาก• ความปลอดภัย และความเปšนส‹วนตัวของขŒอมูล (Data Security & Privacy) : การใชŒ AI และการเก็บขŒอมูลจํานวนมากเปดช‹องใหŒเกิดความเสี่ยงดŒานความปลอดภัย• ทักษะของบุคลากร (Digital Literacy) และความพรŒอมองคกร : ตŒองมีคนที่สามารถดําเนินการ ว�เคราะห และตีความผลลัพธจากระบบ IS+AI ไดŒ• ป˜ญหาดŒานการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ (change management) : การปรับระบบและกระบวนการใหŒรองรับ AI อาจเผชิญการต‹อตŒานจากภายในองคกร• ความเปšนธรรมและการอธิบายไดŒของ AI (Explainable AI) : บางองคกรอาจตŒองการใหŒ AI สามารถอธิบายผลการตัดสินใจไดŒเพ�่อสรŒางความเชื่อมั่น


แนวทางในอนาคต เพ�่อตอบสนองต‹อความทŒาทายดังกล‹าว องคกรและนักว�จัยควรพ�จารณาแนวทางดังนี้ศ ู น ย  พ ั ฒ น า ผ ล ิ ต ภ า พ อ � ต ส า ห ก ร ร ม สํานักว�จัยและบร�การว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีรศ.ดร.สิทธิชัย แกŒวเกื้อกูล และ นางสาวพ�มพร เทศแกŒว ไดŒรับเชิญเปšนว�ทยากร จากสถาบันพัฒนาฝ‚มือแรงงาน 35 เพชรบุร� ฝƒกอบรมใหŒกับ ว�สาหกิจชุมชนขนมจ�นนํ้ายาปูนายไฮŒนายางชะอําเพชรบุร� เพ�่อดําเนินโครงการพัฒนาทักษะแรงงานและผูŒประกอบกิจการเพ�่อเพ��มผลิตภาพแรงงานรองรับเศรษฐกิจใหม‹ ประจําป‚งบประมาณ พ.ศ. 2568 จํานวน 4 หลักสูตรดังนี้• พัฒนากลยุทธขŒอมูล (data governance) ใหŒครอบคลุมทั้งคุณภาพขŒอมูล ความปลอดภัย และการจัดการ lifecycle ของขŒอมูล• ส‹งเสร�มวัฒนธรรมองคกรที่พรŒอมใชŒงาน AI และระบบสารสนเทศ ทั้งดŒานคน กระบวนการ และเทคโนโลยี• สนับสนุนการพัฒนาและใชŒ Explainable AI เพ�่อเพ��มความน‹าเชื่อถือของระบบ• การส‹งเสร�มการว�จัยเชิงแบบบูรณาการ (interdisciplinary) ที่ครอบคลุม IS, AI, การจัดการองคกร และจร�ยธรรม• ติดตามและประเมินผลกระทบของ AI ต‹อการทํางาน และผลลัพธขององคกรในระยะยาวการใชŒระบบสารสนเทศในการลงขŒอมูลและการว�เคราะหขŒอมูลผ‹าน AI เปšนแนวทางที่ทรงพลังสําหรับองคกรทุกภาคส‹วนในยุคขŒอมูลขนาดใหญ‹ และการแข‹งขันดิจ�ทัล บทความนี้แสดงใหŒเห็นว‹า การผสานกันของ IS และ AI ไม‹เพ�ยงช‹วยเพ��มประสิทธิภาพ และแม‹นยํา แต‹ยังเปดโอกาสใหŒเกิดการตัดสินใจเชิงกลยุทธที่ดียิ�งข�้น อย‹างไรก็ตาม การประยุกตใชŒงานอย‹างยั่งยืนจําเปšนตŒองอาศัยคุณภาพขŒอมูล บุคลากรที่มีทักษะ และการบร�หารจัดการที่เหมาะสม จ�งจะสามารถสรŒางคุณค‹าอย‹างเต็มศักยภาพไดŒ • การจําลองระบบงานและโครงสรŒางการจัดเก็บขŒอมูล• เทคนิคการว�เคราะหขŒอมูลเพ�่อเพ��มผลิตภาพแรงงาน• การติดตามและควบคุมระบบงานดŒวยกระดานแสดงผล• การสรŒางระบบจัดเก็บและแสดงผลขŒอมูลดŒวย Google App Script และ Google Sheetsกิจกรรมที่เกิดข�้น 1. แนะนํา AI สุดอัจฉร�ยะ ช‹วยเซฟเวลาทํางาน ไดŒแก‹ChatGPTและ Gemini (Bard)2. พ�้นฐานการเข�ยน Prompt (โครงสรŒางที่ดีของ Prompt) โดย Prompt หมายถึง คําสั่งหร�อคําถามที่ใชŒสําหรับสื่อสารกับ Generative AI โดยการเข�ยน Prompt ที่ดีจะช‹วยใหŒ AI สามารถใหŒคําตอบที่ตรงกับความตŒองการของผูŒใชŒมากข�้น การเร�ยนรูŒเทคนิคการเข�ยน Prompt จ�งเปšนสิ�งจําเปšนสําหรับผูŒที่ตŒองการใชŒ AI อย‹างมีประสิทธิภาพ3. การใหŒ AI ช‹วยออกแบบตารางบันทึกขŒอมูลต‹าง ๆเช‹น ฐานขŒอมูลการลูกคŒา การผลิต ยอดขาย วัสดุคงคลัง และใบเร�ยกเก็บเง�น เปšนตŒน4. สรŒางฟอรมการบันทึกขŒอมูลดŒวย Google AppsScript ใชŒJavaScript ในการเข�ยนโคŒด โดยโคŒดที่ไดŒจะมาจากการใชŒ Gemini (Bard) ช‹วยในการเข�ยน6


โคŒดที่ไดŒจะมาจากการใชŒ Gemini (Bard) ใน Google Apps Script7


หนŒาจอแสดงผลสําหรับบันทึกรายการขาย Google Apps ScriptผลหนŒาจอบันทึกการขายหลังจากกดบันทึกรายวัน Google Sheet8


การใชŒระบบสารสนเทศในการลงขŒอมูล และว�เคราะหขŒอมูลผ‹าน AI9


เมื่อโลกไม‹เปšนเสŒนตรง : สํารวจความคิดเศรษฐกิจหมุมเว�ยนกับคนสามวัยคุณป˜ณณธร ธรรมบุตร ศูนยว�จัยและบร�การเพ�่อชุมชนและสังคมมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลŒาธนบุร�เปšนแนวคิดทางเศรษฐกิจที่มุ‹งเปลี่ยนระบบการผลิตและการบร�โภคจากรูปแบบเชิงเสŒน (Linear Economy) ซึ่งเนŒนการ “ผลิต – ใชŒ – ทิ�ง” ก‹อใหŒเกิดขยะจํานวนมาก ไปสู‹ระบบที่สามารถ “หมุนเว�ยนทรัพยากร” อย‹างต‹อเนื่อง และสามารถปดวงจร (Closed loop) ไดŒและไม‹ก‹อใหŒเกิดขยะในที่สุด โดยมุ‹งลดการใชŒทรัพยากรใหม‹ (resource input) และลดของเสีย (waste output) ผ‹านการออกแบบผลิตภัณฑ ดŒวยหลักการพ�้นฐานอย‹าง \"ลด (Reduce) ใชŒซํ้า (Reuse) และร�ไซเคิล (Recycle)\" รวมถึงการนําผลิตภัณฑและวัสดุกลับมาใชŒใหม‹ในรูปแบบต‹าง ๆ เช‹น การซ‹อมแซม (Repair) การบํารุงรักษา (Refurbish) และการนําวัสดุเก‹าไปแปรรูปเปšนผลิตภัณฑใหม‹ที่มีมูลค‹าเพ��มข�้น (Upcycle)เศรษฐกิจหมุนเว�ยน (Circular Economy) รูปที่ 1 เปร�ยบเทียบปร�มาณขยะดŒวยระบบการผลิตและการบร�โภคที่ต‹างกัน(ที่มา: https://everydayindustries.com/circularitystrategies-for-e-commerce/)รูปที่ 2 จากเศรษฐกิจเชิงเสŒนสู‹เศรษฐกิจแบบหมุนเว�ยน(ที่มา: https://www.government.nl/topics/circular-economy/from-a-linear-to-a-circular-economy)EXPERIENCE SHOW CASE


มิติดŒานสิ�งแวดลŒอม เศรษฐกิจหมุนเว�ยนช‹วยลดการใชŒวัตถุดิบ การใชŒพลังงานและทรัพยากรอย‹างมีประสิทธิภาพ เพ�่อการลดการปล‹อยกาซเร�อนกระจก (GHG) ในกระบวนการผลิต จากรายงานของ Ellen MacArthur Foundation (2019) ระบุว‹า การนําหลักการเศรษฐกิจหมุนเว�ยนมาใชŒในอ�ตสาหกรรมวัสดุ เช‹น ปูนซีเมนต เหล็กกลŒา พลาสติก และอะลูมิเนียม เปšนตŒน จะสามารถช‹วยลดการปล‹อยกาซเร�อนกระจกไดŒถึง 40% ภายในป‚ 2050 หากนําไปประยุกตใชŒกับ อ�ตสาหกรรมอาหาร การลดการปล‹อยกาซเร�อนกระจกอาจสูงถึง 49% ภายในป‚เดียวกันสําหรับมิติดŒานสังคม เศรษฐกิจหมุนเว�ยนช‹วยยกระดับคุณภาพชีว�ตและสุขภาพ จากการที่มลพ�ษในกระบวนการผลิตและกําจัดของเสียลดลง ผูŒบร�โภคไดŒใชŒผลิตภัณฑที่มีอายุการใชŒงานยาวนานข�้น มีตัวเลือกในตลาดที่หลากหลาย รวมทั้งการส‹งเสร�มกิจกรรมที่เนŒนการมีส‹วนร‹วมของชุมชน เช‹น กิจกรรมการแลกเปลี่ยน (Swap Events) หร�อโครงการตลาดนัดร�ไซเคิล เปšนตŒนมิติดŒานเศรษฐกิจ เศรษฐกิจหมุนเว�ยนช‹วยยืดอายุและหมุนเว�ยนทรัพยากร ลดการพ�่งพาวัตถุดิบใหม‹ ลดค‹าใชŒจ‹ายในการจัดการของเสียและการกําจัด ส‹งเสร�มการพัฒนานวัตกรรมในการ ออกแบบผลิตภัณฑ ใหŒมีความคงทน ซ‹อมแซมง‹าย ส‹งเสร�มรูปแบบธุรกิจหมุนเว�ยน (Circular Business Models) เช‹น Product-as-a-Service (PaaS) การใหŒเช‹า หร�อการบร�การซ‹อมแซมและบํารุงรักษา ซึ่งเปšนแหล‹งรายไดŒใหม‹ นอกจากนี้ยังเพ��มโอกาสใหŒแรงงานในภาคส‹วนของการซ‹อมแซม (Repair)การปรับปรุง (Refurbishment) การผลิตซํ้า (Remanufacturing) และโลจ�สติกสยŒอนกลับ (Reverse Logistics) มีงานทํามากข�้นเพ�่อใหŒเกิดกลไกการเชื่อมโยงระหว‹างทฤษฎีกับการปฏิบัติ ซึ่งเปลี่ยนหลักการเชิงนโยบายของ Circular Economy ใหŒกลายเปšน การใชŒชีว�ตประจําวัน ผ‹านพฤติกรรมการบร�โภค การเลือกใชŒสินคŒา และว�ถีการดํารงชีว�ตที่ยั่งยืน Circular Lifestyle ของผูŒบร�โภค ดังนั้น การทําความเขŒาใจพฤติกรรมและทัศนคติของผูŒบร�โภคจะช‹วยใหŒเกิดแนวทางในการออกแบบสินคŒาและการบร�การ ใหŒเหมาะสมกับการหมุนเว�ยนทรัพยากรอย‹างสูงสุด ทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน Theory of Planned Behavior (TPB) ถูกพัฒนาโดย Icek Ajzen (1991) เพ�่อทํานายและอธิบายพฤติกรรมของมนุษย โดยมีป˜จจัยหลัก 3 ประการ คือ ทัศนคติบรรทัดฐานทางและการรับรูŒความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม ซึ่งส‹งผลโดยตรงต‹อ ความตั้งใจ (Behavioral intention) ที่จะแสดงพฤติกรรม


ตารางที่ 1 คําจํากัดความในบร�บทการบร�โภคผลิตภัณฑเปšนมิตรกับส‹งแวดลŒอมจากการศึกษาของ ศูนยว�จัยเศรษฐกิจและธุรกิจ(2567) ธันยมัย เจ�ยรกุล (2566) วัชราภรณ ขายม และ สุภาวดี ฮงคนาค (2567) และ ไวซไซท –Wisesight (2568) เมื่อนํามาว�เคราะหพฤติกรรมการบร�โภคผ‹านทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (TPB) เพ�่อทําความเขŒาใจพฤติกรรมการบร�โภคที่เปšนมิตรต‹อสิ�งแวดลŒอมของคนไทยแต‹ละช‹วงวัย โดยแบ‹งเปšน 3 ช‹วง คือ (1) Baby Boomer และ Gen X ช‹วงอายุประมาณ 45 – 79 ป‚ (ป‚เกิด พ.ศ. 2489 – 2522) (2) Gen Y (Millennials) ช‹วงอายุประมาณ 29 – 44 ป‚ (ป‚เกิด พ.ศ. 2523 -2538) และ (3) Gen Z ช‹วงอายุประมาณ 18 –28 ป‚ (ป‚เกิด พ.ศ. 2539-2555) พบว‹าBaby Boomer และ Gen X ใหŒความสําคัญกับ ทัศนคติ มากที่สุดโดยยินดีสนับสนุนสินคŒาและบร�การที่เปšนมิตรต‹อสิ�งแวดลŒอม หากไดŒรับสินคŒาระดับพร�เมียม และ ทนทาน มั่นใจในคุณภาพของสินคŒาที่ยั่งยืน สําหรับ Gen Y ใหŒความสําคัญกับ การรับรูŒการควบคุมพฤติกรรมและบรรทัดฐานส‹วนตัว โดยยินดีสินคŒาและบร�การที่เปšนมิตรต‹อสิ�งแวดลŒอม หากไดŒรับความสะดวกและไดŒรับความน‹าเชื่อถือของคุณภาพสินคŒาจากบุคคลที่ 3 ขณะที่ Gen Z นั้นใหŒความสําคัญกับ บรรทัดฐาน โดยยินดีสินคŒาและบร�การที่เปšนมิตรต‹อสิ�งแวดลŒอม หากไดŒรับความจร�งใจและการแสดงจ�ดยืนที่ชัดเจนจากแบรนด12


ตารางที่ 2 การว�เคราะหพฤติกรรมการบร�โภคที่เปšนมิตรต‹อสิ�งแวดลŒอมตามช‹วงวัย13


แนวทางการประยุกตใชŒในการพัฒนากระบวนการผลิตใหŒสอดคลŒองกับผูŒบร�โภคและ Circular Economy สําหรับผูŒประกอบการ14


การขับเคลื่อน Circular Lifestyle เพ�่อใหŒเกิด Circular Economy ที่ยั่งยืน ในแต‹ละเจเนอเรชันมีกลไกที่แตกต‹างกันอย‹างชัดเจน โดย Baby Boomer และ Gen X มีกําลังซื้อที่ไม‹ติดขัดดŒานราคา ทว‹าใหŒความสําคัญกับความทนทานและคุณค‹าในระยะยาว สามารถแปรเปลี่ยนเปšนความถี่ในการซื้อสินคŒาที่ยั่งยืนไดŒจร�ง ในขณะที่ Gen Y ซึ่งมีกําลังซื้อสูงและใหŒความสําคัญของความพอดีกับไลฟŠสไตล ทว‹ามีอ�ปสรรคอยู‹ที่ความไม‹สะดวกและตัวเลือกที่จํากัดของสินคŒาหมุนเว�ยน ในทางกลับกัน Gen Z นั้น แมŒจะมีทัศนคติที่ขับเคลื่อนดŒวย จ�ดยืนและความโปร‹งใสของแบรนด ทว‹ามีขŒอจํากัดดŒานราคา และมีขŒอสงสัยสูงต‹อความจร�งใจของแบรนด ดังนั้น การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเว�ยนใหŒประสบความสําเร็จในตลาดไทย จ�งตŒองอาศัยกลยุทธที่ปรับตามเจเนอเรชันอย‹างเหมาะสมและหลากหลายมิติ โดยเนŒนการสรŒางความโปร‹งใสและสินคŒาที่เขŒาถึงไดŒสําหรับกลุ‹ม Gen Z การสรŒางความสะดวกและความมั่นใจในคุณภาพสําหรับ Gen Y และการนําเสนอโมเดลการยืดอายุการใชŒงานที่เนŒนความทนทานสําหรับกลุ‹ม Gen X และ Baby Boomer ทั้งนี้ การสรŒางบรรทัดฐานทางสังคมที่เนŒนคุณค‹าของความทนทาน ความสะดวกในการใชŒสินคŒาและบร�การ การซ‹อมแซม และความโปร‹งใสของแบรนด ผ‹านการสื่อสารสาธารณะอย‹างต‹อเนื่อง จะช‹วยเสร�มใหŒพฤติกรรมการบร�โภคแบบหมุนเว�ยนกลายเปšนพฤติกรรมหลักในทุกช‹วงวัยอŒางอิงธนาคารไทยพาณิชย ศูนยว�จัยเศรษฐกิจและธุรกิจ. (2567). พฤติกรรมการซื้อสินคŒาที่มีความยั่งยืน. https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/9553/gytbavqpbg/In-focus-Consumer-surveyESG-20240809.pdf ธันยมัย เจ�ยรกุล. (2566). ผลกระทบของว�ถีการดําเนินชีว�ตและพฤติกรรมการบร�โภคต‹อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑติดฉลากคารบอนของผูŒบร�โภคใน Gen Z. วารสารเกษมบัณฑิต, 24(2).วัชราภรณ ขายม และ สุภาวดี ฮงคนาค. (2567). ผูŒบร�โภคในเศรษฐกิจหมุนเว�ยน: ทัศนคติต‹อผลิตภัณฑและป˜จจัยที่มีผลต‹อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑแฟชั่นหมุนเว�ยนของกลุ‹ม Generation Y (Millennials). RajaparkJournal, 18(58), 116-131.ไวซไซท (Wisesight). (2568). เขŒาใจ Generation 2025 พฤติกรรมผูŒบร�โภคหลากหลาย Gen ที่แบรนดตŒองรูŒจาก Wisesight Research. https://wisesight.com/th/articles/customergenerations/ Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211.Ellen MacArthur Foundation. (2019). Completing the picture: How the circular economy tackles climate change. Ellen MacArthur Foundation. https://content.ellenmacarthurfoundation.org/m/3eac8667edd240cc/original/Completing-thepicture-How-the-circular-economy-tacklesclimate-change.pdf15


Updated เทคโนโลยี AR/VR กับการว�จัยเชิงสุขภาพผศ.ดร. ชุดาณัฏฐ สุดทองคง โครงการร‹วมบร�หารหลักสูตรมีเดียอาตสและเทคโนโลยีมีเดีย ผศ.ดร. ธิติมา วงษชีร�ศูนยว�จัยและบร�การเพ�่อชุมชนและสังคมมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลŒาธนบุร�เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) มีการใชŒในการว�จัยเชิงสุขภาพ(Health Research) เติบโตข�้นอย‹างต‹อเนื่องและรวดเร็ว ซึ่งมีการประยุกตใชŒงานทางดŒานสุขภาพ ดŒานการศึกษาและขยายขอบเขตกวŒางขวาง ทั้งในระดับหŒองปฏิบัติการจนถึงการใชŒงานจร�งในโรงพยาบาลและชุมชน ในระยะ 3 ป‚ยŒอนหลัง (2566–2568) ทั่วโลกและประเทศไทย มีการศึกษาว�จัยและประยุกตใชŒ AR/VR ในหลาย ๆ ดŒาน ซึ่งสามารถจําแนกเปšนกลุ‹ม ไดŒดังนี้ 2.การว�จัยดŒานสุขภาพจ�ตและพฤติกรรมมนุษย ตัวอย‹างการว�จัย เข‹น การศึกษาผลกระทบทางอารมณจาก VR การใชŒ VR สรŒางสภาพแวดลŒอมเพ�่อศึกษา PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หร�อภาวะเคร�ยดหลังเหตุการณสะเทือนขวัญ ค ว า ม เ ค ร � ย ด ค ว า ม ก ล ั ว ใ น พ � ้ น ท ี ่ ป  ด (Claustrophobia) หร�อความกลัวที่สูง (Acrophobia) ตัวอย‹างงานว�จัย ในป‚ 2024 พบว‹า VR-based therapy ช‹วยลดอาการว�ตกกังวลไดŒดีกว‹าการใชŒแบบฝƒกสมาธิทั่วไปในกลุ‹มทดลอง นอกจากนี้ยังมีการประยุกตในการศึกษาพฤติกรรมผูŒป†วยในโลกเสมือน โดยนักว�จัยใชŒ VR จําลองสถานการณเช‹น หŒองฉุกเฉิน สถานที่สาธารณะ ตึกอาคาร หร�อบŒาน เพ�่อศึกษาพฤติกรรมการตอบสนองของผูŒป†วย เช‹น โรคออทิสติก หร�อสมาธิสั้น1. การว�จัยเพ�่อพัฒนาเคร�่องมือว�นิจฉัยและรักษา AR/VR ตัวอย‹างการว�จัย ไดŒแก‹ จําลองทางกายว�ภาค (Anatomical Simulation) นักว�จัยใชŒ VR จําลองโครงสรŒางอวัยวะในแบบ 3 มิติ เพ�่อศึกษาการทํางานของระบบต‹าง ๆ เช‹น สมอง หัวใจ หร�อระบบประสาท การใชŒ AR ในการซŒอนภาพจําลองอวัยวะบนร‹างกายจร�ง เพ�่อช‹วยว�เคราะหสภาวะโรคไดŒแม‹นยําข�้น การจําลองผลลัพธของการรักษา การใชŒ VR จําลองกระบวนการรักษา เช‹น การปลูกถ‹ายอวัยวะ หร�อการฉายรังสี เพ�่อประเมินผลลัพธก‹อนการรักษาจร�ง การใชŒ AR จําลองการใชŒยาหร�อเทคนิคใหม‹ เพ�่อทดสอบประสิทธิภาพในสถานการณจําลอง3. ก า ร ว � จ ั ย ด Œ า น เ ว ช ศ า ส ต ร  ฟ � � น ฟ� (Rehabilitation Science) การออกแบบการฟ��นฟ�เฉพาะบุคคล ใชŒ AR และ VR เพ�่อสรŒาง \"โปรแกรมฟ��นฟ�เฉพาะบุคคล (Personalized Rehabilitation)“เช‹น การฝƒกเดิน การเคลื่อนไหวแขนในผูŒป†วยอัมพาตTECHNICAL RESEARCH


โดยพัฒนาโปรแกรมตามขŒอมูลจร�งของผูŒป†วย การศึกษาผลระยะยาวของ การฟ��นฟ�ดŒวย VR งานว�จัยติดตามการฟ��นตัวของผูŒป†วยดŒวยการใชŒ VR therapy เปร�ยบเทียบกับกายภาพบําบัดทั่วไป พบว‹า VR เพ��มการมีส‹วนร‹วมและผลลัพธดีกว‹าในผูŒสูงอายุ นอกจากนี้ยังใชŒฟ��นฟ�ผูŒป†วยโรคพารกินสัน โดยใชŒเทคนิคการส‹งสัญญาณจากภายนอก โดยใชŒการกระตุŒนดŒวยภาพ เสียง หร�อการสัมผัส เช‹น เทปสีบนพ�้น การเล‹นเคร�่องเมตรอนอม หร�อการสั่นสะเทือนทางกายภาพ เพ�่อกระตุŒนเสŒนทางประสาท ซึ่งพัฒนามากจากว�ธีการบําบัดของนักกายภาพบําบัดโดยใชŒ เคร�่องหมายบอกตําแหน‹ง (Maker Cue) ซึ่งเปšนเสŒนสีที่วางบนพ�้นซึ่งสามารถช‹วยใหŒผูŒป†วยโรคพารกินสันเอาชนะความยากลําบากในการเดินไดŒ (Finn, T., 2024)เพ�่อปรับปรุงการทํางานเปšนทีมของเจŒาหนŒาที่สาธารณสุข (HCW) ที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย ระบบแบ‹งป˜นขŒอมูลและคŒนหาขŒอมูลเพ�่อเชื่อมช‹องว‹างของความรูŒและขŒอกังวลเกี่ยวกับการบูรณาการ AR-HMD ใน workflow หŒองฉุกเฉิน (Taylor et al., 2025) การเก็บขŒอมูลว�จัยจากโลกเสมือน การใชŒ VR เก็บขŒอมูลปฏิกิร�ยา ความเร็วในการตัดสินใจ การเคลื่อนไหว ตลอดจนวัดความเคร�ยดผ‹านอ�ปกรณสวมใส‹ในโลกเสมือน ซึ่งใชŒเปšนฐานขŒอมูลในว�จัยเชิงพฤติกรรม4. การว�จัยดŒานสาธารณสุขและพฤติกรรมสุขภาพ การว�จัย AR/VR เพ�่อกระตุŒนพฤติกรรมสุขภาพ ตัวอย‹างเช‹น โปรแกรม VR ที่จําลองผลลัพธจากการสูบบุหร�่หร�อดื่มสุราเพ�่อใหŒผูŒใชŒเห็นผลลัพธบนร‹างกายของตนเองในอนาคตการใชŒ AR สําหรับการสื่อสารดŒานสุขภาพ (Health Communication) เช‹น สาธิตว�ธีลŒางมืออย‹างถูกตŒอง หร�อการใส‹อ�ปกรณ ป‡องกัน การออกแบบสําหรับสถานการณการใชŒ ARHMD (Augmented Reality Head-Mounted Displays) 5. การร‹วมว�จัยระหว‹างสหสาขาว�ชา ป˜จจ�บันมีความร‹วมมือระหว‹างแพทย ว�ศวกร คอมพ�วเตอร และนักจ�ตว�ทยาเพ��มข�้น โดยมีการใชŒ AR/VR เปšนเคร�่องมือกลางในการทําว�จัย เช‹น การพัฒนาสมองกลฝ˜งตัวที่ใชŒ AR ควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขา การจําลองการทํางานของระบบประสาทใน VRเพ�่อทดสอบผลของยาใหม‹ การเทคโนโลยีเสมือนจร�งและ AR (AR/VR) ในการสื่อสาร การทํางานร‹วมกัน และการโตŒตอบกับคนพ�การ รวมทั้ง การศึกษาอ�ปสรรคดŒานการเขŒาถึงที่เกี่ยวขŒองกับเทคโนโลยีเสมือนจร�งสําหรับผูŒพ�การ ในกลุ‹มความบกพร‹องต‹างๆ รวมถึง ความบกพร‹องทางกายภาพ ทางป˜ญญา ทางสายตา และการไดŒยิน (Creed et al., 2023) การสํารวจแอปพลิเคชัน Virtual Reality (VR) ซึ่งไดŒรับการปรับปรุงดŒวยป˜ญญาประดิษฐ (AI) ในการดูแลและบร�การทางการแพทย (Wu et al., 2024)


สําหรับการประยุกตใชŒ AR/VR ในการว�จัยเชิงสุขภาพของไทย มีการประยุกตใชŒอย‹างแพร‹หลาย โดยมีสถาบันการแพทยและมหาว�ทยาลัยชั้นนําหลายแห‹ง โดยพัฒนาและทดลองใชŒนวัตกรรม AR VR ในการเพ��มประสิทธิภาพการเร�ยนการสอนทางการแพทย การดูแลรักษาผูŒป†วย การบําบัดฟ��นฟ�สุขภาพจ�ตดŒานการศึกษาทางการแพทย รวมทั้งการสรŒางหŒองเร�ยนและหŒองผ‹าตัดเสมือนจร�ง (สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแห‹งชาติ, 2567)คณะแพทยศาสตรศิร�ราชพยาบาล และ คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี ไดŒมีการประยุกตใชŒ AR และ VR ในการศึกษาทางการแพทย โดยใหŒนักศึกษาแพทยและบุคลากรทางการแพทยไดŒเร�ยนรูŒและฝƒกฝนทักษะในสภาพแวดลŒอมที่ปลอดภัยและสมจร�งก‹อนลงมือปฏิบัติกับผูŒป†วยจร�ง เช‹นเดียวกับ มหาว�ทยาลัยมหิดล ไดŒมีการพัฒนาและนํา VR มาใชŒในการเร�ยนการสอน ดŒานเร�ยนรูŒกายว�ภาคศาสตรและหัตถการบนใบหนŒา คณะแพทยศาสตรศิร�ราชพยาบาล ไดŒเปดตัวเทคโนโลยี VR ที่ช‹วยใหŒนักศึกษาแพทยสามารถศึกษาโครงสรŒางทางกายว�ภาคของใบหนŒาในรูปแบบสามมิติและฝƒกฝนการทําหัตถการต‹าง ๆ ไดŒอย‹างละเอียดและแม‹นยํา เช‹นเดียวกันกับคณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี ร‹วมกับ กสทช. ไดŒร�เร��มโครงการ“Metaverse in Anatomy และ VR for Palliative Care” โดยนําเทคโนโลยี Metaverse และ VR มาใชŒในการเร�ยนการสอนกายว�ภาคศาสตรที่สรŒางความเขŒาใจในเชิงลึกและมีมิติมากข�้น (คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาว�ทยาลัยมหิดล, 2566) นอกจากนี้โรงเร�ยนพยาบาลรามาธิบดี ไดŒจัดกิจกรรม Virtual Reality for Nursing EducationใหŒนักศึกษาและอาจารยไดŒสัมผัสกับการเร�ยนรูŒผ‹านเทคโนโลยี VR ในสถานการณจําลองทางการพยาบาลต‹าง ๆ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมต‹อเนื่องตั้งแต‹ป‚ 2567 จนถึงป˜จจ�บัน (โรงเร�ยนพยาบาลรามาธิบดี, 2567) ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร จ�ฬาลงกรณมหาว�ทยาลัย ไดŒมีความร‹วมมือกับภาคเอกชน บร�ษัท ทรู ดิจ�ทัล พัฒนานวัตกรรม AR Hololensfor CPR ซึ่งเปšนการสรŒางภาพจําลองเพ�่อฝƒกการกูŒชีพขั้นพ�้นฐาน (CPR) ทําใหŒผูŒเร�ยนสามารถเห็นภาพซŒอนทับบนหุ‹นฝƒกและทําตามขั้นตอนไดŒอย‹างถูกตŒอง (ทรู ดิจ�ทัล, 2566) การใชŒเทคโนโลยี AR และ VR เพ�่อเปšนเคร�่องมือในการสื่อสารกับผูŒป†วยและส‹งเสร�มการดูแลตนเอง อาทิ งานว�จัยที่ศึกษาการใชŒสื่อเทคโนโลยี AR เพ�่อใหŒความรูŒแก‹ผูŒป†วยเบาหวาน ในคลินิกของโรงพยาบาลตากสิน ซึ่งศึกษาพบว‹า AR ช‹วยกระตุŒนความสนใจและเพ��มความรูŒความเขŒาใจในการดูแลตนเองของผูŒป†วยไดŒเปšนอย‹างดี (พัชร�นทร และคณะ, 2565) การนําเทคโนโลยี AR มาใชŒอธิบ ายกระ บ วน การผ‹า ต ัดใหŒผูŒป†วยเข Œาใ จ ซึ่งผลการว�จัยชี้ว‹าสามารถช‹วยลดความเคร�ยดและความว�ตกกังวลของผูŒป†วยก‹อนเขŒารับการผ‹าตัดไดŒอย‹างมีนัยสําคัญ(สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแห‹งชาติ, 2567) นอกจากนี้ ยังมีการใชŒ VR สําหรับการดูแลผูŒป†วยระยะประคับประคองเพ�่อช‹วยเติมเต็มความปรารถนาและเยียวยาจ�ตใจของผูŒป†วย โดยโรงพยาบาลรามาธิบดี มีการใชŒแว‹น VR กับผูŒป†วยโรคเร�้อรังระยะสุดทŒาย เพ�่อช‹วยใหŒผูŒป†วยไดŒผ‹อนคลายและสัมผัสกับประสบการณที่อยากทําแต‹ไม‹สามารถทําไดŒในความเปšนจร�ง ซึ่งเปšนการเยียวยาจ�ตใจและเพ��มคุณภาพชีว�ตในช‹วงสุดทŒาย (VR for Palliative Care, 2567) 18


การประยุกตใชŒ VR ในดŒานสุขภาพจ�ต เปšนอีกหนึ่งแนวทางที่น‹าจับตามอง โดยเฉพาะอย‹างยิ�งโครงการ \"VR Therapy - Metaverse\" ของ สถาบันจ�ตเวชศาสตรสมเด็จเจŒาพระยา ไดŒเร��มนําร‹องใชŒกับผูŒป†วย 3 กลุ‹มโรคสําคัญ ไดŒแก‹ ผูŒป†วยโรคซึมเศรŒา ผูŒป†วยโรคจ�ตเภท และผูŒป†วยที่มีภาวะว�ตกกังวล โดยเนŒนการฝƒกเผชิญหนŒากับสถานการณที่กระตุŒนใหŒเกิดความกลัวหร�อความว�ตกกังวลในระดับที่ควบคุมไดŒ (Exposure Therapy) ดŒวยการสรŒางสภาพแวดลŒอมเสมือนจร�งที่ผ‹อนคลายและปลอดภัยสําหรับการบําบัด ช‹วยใหŒผูŒป†วยเผชิญหนŒากับความกลัวและความว�ตกกังวลในสถานการณจําลอง โดยว�ธีการบําบัดจะทําในหŒองที่จัดเตร�ยมไวŒโดยเฉพาะ และมีนักกิจกรรมบําบัดควบคุมดูแลอย‹างใกลŒชิด ผูŒป†วยจะสวมใส‹อ�ปกรณแว‹น VR และเขŒาสู‹โปรแกรม Metaverse ที่ออกแบบใหŒมีสถานการณและกิจกรรมต‹างๆ เช‹น การไปซื้อของในซูเปอรมารเก็ต การไปเที่ยวชมพ�พ�ธภัณฑ หร�อการพบปะพ�ดคุยกับอวตาร (Avatar) ของผูŒบําบัดและผูŒป†วยรายอื่น ซึ่งช‹วยใหŒผูŒป†วยไดŒฝƒกฝนทักษะในสภาพแวดลŒอมที่ใกลŒเคียงกับความเปšนจร�ง แต‹สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนไดŒตามความเหมาะสมกับผูŒป†วยแต‹ละราย ผลการดําเนินงานในระยะแรกพบว‹า ผูŒป†วยใหŒความร‹วมมือเปšนอย‹างดีและมีแนวโนŒมการพัฒนาทักษะทางสังคมที่ดีข�้น ช‹วยเพ��มการเขŒาถึงบร�การทางสุขภาพจ�ต ลดขŒอจํากัดดŒานสถานที่และการตีตราทางสังคม (ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2566) นอกจากนี้ ยังมีงานว�จัยที่ศึกษาความเปšนไปไดŒ ใน การใชŒเทคโนโลยีเสม ือน จร�งเพ�่อฟ��น ฟ�สมรรถภาพของผูŒสูงอายุ ซึ่งแสดงใหŒเห็นถึงศักยภาพของ VR ในการส‹งเสร�มสุขภาพและความเปšนอยู‹ที่ดีของประชากรสูงวัยในอนาคต (สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแห‹งชาติ, 2567) สําหรับมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลŒาธนบุร� ถึงแมŒว‹ามหาว�ทยาลัยจะไม‹ไดŒมีการเร�ยนการสอนทางดŒานการแพทยหร�อสาธารณสุข แต‹การพัฒนา ทดสอบและประยุกตใชŒ เทคโนโลยี AR/VR ในการเร�ยนการสอนทางว�ศกรรม เพ�่อพัฒนาการเร�ยนรูŒของนักศึกษา ในส‹วนงานว�จัยทางดŒานสุขภาพ มีความร‹วมมือกับหน‹วยงานและมหาว�ทยาลัยเคร�อข‹ายทางดŒานสาธารณสุขและการแพทย อีกทั้งยังใชŒ การว�จัยและบร�การว�ชาการ เพ�่อตอบโจทยอ�ตสาหกรรมอีกดŒวย ป‚ 2563 ช‹วงการระบาดของโคว�ด-19 มจธ. คณาจารย ภาคว�ชาว�ศวกรรมโยธา คณะว�ศกรรมศาสตร นําโดย ดร.จ�ลพจน จ�รวัชรเดช ไดŒมีการทดลองอย‹างจร�งจัง ในการนําเทคโนโลยีเสมือนจร�ง VR (Visual Reality), AR (Augmented Reality) และ MR (Mixed Reality) มาช‹วยเสร�มการเร�ยนรูŒของน ั ก ศึ ก ษ า ใ ห Œ ส า ม าร ถ เ ข Œ า ใ จ บ ท เ ร � ยน แ ล ะ มีประสบการณร‹วมกับความรูŒที่ตŒองไดŒเห็นภาพจร�งมาก โดยเฉพาะการเร�ยนในระบบออนไลน จากผลการทดสอบ นักศึกษาตอบรับดีมาก (ที่มา: https://www.kmutt.ac.th/k-morestories/24/09/ 2021/12094/)19


ในป‚ 2567 คณะนักว�จัย มจธ. ไดŒมีการพัฒนาหุ‹นยนตอวตารเพ�่อคนพ�การ โดยใชŒเทคโนโลยี Telepresence และ Virtual Reality เพ�่อช‹วยเหลือผูŒพ�การในการทํางานไดŒ โดย Telepresence ทําใหŒบุคคลรูŒสึกเหมือนอยู‹ ณ สถานที่หนึ่ง แมŒในความเปšนจร�งจะอยู‹ห‹างออกไป ซึ่งสามารถนําไปใชŒประโยชนหลักไดŒ 3 ดŒาน ไดŒแก‹ (1) การปรากฏตัวระยะไกล (Remotepresence) (2) การช‹วยเหลือในงานประจําวัน และ (3) การปฏิสัมพันธทางสังคม ส‹วน Virtual Reality (VR) เปšนสภาพแวดลŒอมเสมือนที่ผูŒใชŒงานสามารถโตŒตอบไดŒเสมือนจร�ง ดŒวยอ�ปกรณอิเล็กทรอนิกสพ�เศษ เช‹น แว‹นตา HMD (Head Mounted Display) ที่มีหนŒาจอและเซนเซอรตรวจจับการเคลื่อนไหว เมื่อผสาน Telepresence เขŒากับ VR จะทําใหŒผูŒใชŒงานสามารถสัมผัสและเขŒาถึงการมีตัวตนในสถานที่ที่แตกต‹างจากสถานที่จร�งของตนเองไดŒ เปšนโอกาสที่น‹าตื่นเตŒนสําหรับการเพ��มศักยภาพและคุณภาพชีว�ตของผูŒพ�การ พรŒอมทั้งเปดโลกแห‹งโอกาสใหม‹ ๆ สําหรับการทํางานของผูŒพ�การ ( Charoenseang, S., P. Jailungka, C. Thammatinno, 2024) จวบจนถึงป˜จจ�บันป‚ 2568 ทีมนักว�จัย มจธ. โดย ดร.ปฏิยุทธ พรามแกŒว หัวหนŒาโครงการ ไดŒร‹วมมือกับแพทยและบุคลากรในโรงพยาบาลผูŒสูงอายุบางข�นเทียน นําขŒอมูลเชิงลึกและความตŒองการของผูŒป†วยมาเปšนโจทยในการพัฒนา “หุ‹นยนตตŒนแบบช‹วยกายภาพบําบัดผูŒป†วยกลŒามเนื้ออ‹อนแรงบร�เวณขาโดยใชŒป˜ญญาประดิษฐและเกม” โดยความร‹วมมือระหว‹างคณะสถาป˜ตยกรรมและการออกแบบ มจธ. ร‹วมกับอาจารยจากมหาว�ทยาลัยราชภัฏหมู‹บŒานจอมบึง และมหาว�ทยาลัยราชภัฏเพชรบุร� พัฒนาห ุ ‹ น ย น ต  ต Œ น แ บ บ ท ี ่ ป ร ะ ก อ บ ด Œ ว ย อ � ป ก ร ณกายภาพบําบัดที่ออกแบบตามหลักสร�รศาสตร โดยสามารถปรับนํ้าหนัก แรงตŒาน และตําแหน‹งใหŒเหมาะสมกับสภาพร‹างกายของผูŒป†วยแต‹ละราย และระบบเกมแบบจําลองสถานการณ (Simulation Game) ที่ใชŒการขยับกลŒามเนื้อขาเพ�่อควบคุมการดําเนินภารกิจในเกม ซึ่งไดŒรับการออกแบบใหŒมีลักษณะเหมาะสมกับผูŒสูงอายุและผูŒป†วยกลุ‹มเป‡าหมาย โดยผสานกับการใชŒป˜ญญาประดิษฐ (AI) ในการติดตาม ว�เคราะห และปรับระดับความยากง‹ายของกิจกรรมใหŒสอดคลŒองกับพฤติกรรมการใชŒงานจร�งของผูŒป†วยแต‹ละคน ที่ช‹วยใหŒการฝƒกมีประสิทธิภาพสูงข�้น และสามารถประเมินผลไดŒแม‹นยําข�้น ซึ่งผลงานว�จัยนี้ ไดŒรับรางวัลผลงานประดิษฐคิดคŒน รางวัลประกาศเกียรติคุณจากสํานักงานการว�จัยแห‹งชาติ (วช.) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร ประจําป‚ 2568 และเปšนหนึ่งในโครงการว�จัยที่สามารถนําเทคโนโลยีมาประยุกตใชŒกับโจทยทางสุขภาพที่มีศักยภาพในการพัฒนาต‹อยอด และตอบสนองต‹อนโยบายดŒานสาธารณสุขในสังคมผูŒสูงอายุของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน AR เพ�่อส‹งเสร�มการออกกําลังกายของผูŒสูงอายุ และกระตุŒนสมองป‡องกันภาวะเสี่ยงเบาหวาน แอปพลิเคชันแสดงแบบฝƒก 15 ท‹า เมื่อสแกนตัวบ‹งชี้ (AR Marker) จะปรากฏโคŒชเสมือนจร�ง ร‹วมสาธิตการออกกําลังกาย ผูŒใชŒงานสามารถหมุน ย‹อ–ขยายแบบจําลอง เพ�่อเร�ยนรูŒทีละขั้นตอน เหมาะสมกับศักยภาพของผูŒสูงอายุ ควบคู‹กับการเสร�มทักษะดิจ�ทัลและการสรŒางชุมชนผูŒใชŒงานผ‹านแพลตฟอรมออนไลน ภายใตŒโครงการ ศึกษากระบวนการคิดเชิงสรŒางสรรคในการสรŒางสื่อดิจ�ทัลโดยการเร�ยนรูŒร‹วมกับเทคโนโลยีความจร�งเสร�ม (AR) ของการเร�ยนรูŒยุคดิจ�ทัล (ชุดาณัฏฐ สุดทองคง, 2567) 20


สรุปแนวโนŒมสําคัญของการว�จัยและการประยุกตใชŒเทคโนโลยี VR/AR ทางดŒานสุขภาพ ในระยะ 3 ป‚ที่ผ‹านมา ทั่วโลกมีการพัฒนาใชŒประโยชน VR ทางดŒานการฟ��นฟ�สุขภาพจ�ต การศึกษาพฤติกรรม การฝƒกอบรมจําลอง สําหรับเทคโนโลยี AR มีการประยุกตใชŒทางดŒานการซŒอนภาพเพ�่อช‹วยผ‹าตัด การจําลองพฤติกรรมยาหร�ออวัยวะ และยังมีการใชŒเทคโนโลยีร‹วมกับ AI ในการพัฒนาระบบว�เคราะหอัตโนมัติจากพฤติกรรมผูŒป†วย หร�อใชŒร‹วมกับเทคโนโลยีพกพา เชื่อมโยงกับเซนเซอรเพ�่อเก็บขŒอมูลแบบเร�ยลไทม เอกสารอŒางอิง คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาว�ทยาลัยมหิดล. (2566, 17 พฤศจ�กายน). “Metaverse in Anatomy” เปดโลกกายว�ภาคศาสตรเสมือนจร�ง ยกระดับการเร�ยนรูŒ สู‹มิติใหม‹ของการแพทยไทย. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/metaverse-in-anatomy/ชุดาณัฏฐ สุดทองคง. (2567). กระบวนการคิดเชิงสรŒางสรรคในการสรŒางสื่อดิจ�ทัลโดยการเร�ยนรูŒร‹วมกับเทคโนโลยีความจร�งเสร�ม (AR) ของการเร�ยนรูŒยุคดิจ�ทัล. รายงานฉบับสมบูณ มหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลŒาธนบุร� โครงการสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ป‚งบประมาณ พ.ศ. 2566ทรู ดิจ�ทัล. (2566, 26 มกราคม). ทรู ดิจ�ทัล ผนึก คณะแพทยศาสตร จ�ฬาฯ ยกระดับวงการแพทย เปดตัว “AR Hololens for CPR”. True Digital. https://www.truedigital.com/news/NT2023012601พัชร�นทร พ�ลทองนอก, นันทกา สวัสดิพานิช, และ ขวัญใจ คร�สธานินทร. (2565). ผลของสื่อเทคโนโลยีความจร�งเสร�มต‹อความรูŒและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผูŒป†วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลตากสิน. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ, 16(2), 1-13. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/ jnh/article/ view/258169มหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลŒาธนบุร�. (2564). “เทคโนโลยีเสมือนจร�งช‹วยเสร�มการเร�ยนรูŒของนักศึกษารับเทรนดเร�ยนออนไลน” Webpage. https://www.kmutt.ac.th/k-morestories/24/09/2021/12094/สําหรับการว�จัยและประยุกตใชŒเทคโนโลยีAR และ VR ทางดŒานว�จัยสุขภาพของไทยมีศักยภาพที่โดดเด‹นในหลากหลายมิติและคาดว‹าจะมีการขยายตัวอย‹างต‹อเนื่อง โดยมีการใชŒงานตั้งแต‹การปฏิวัติร ู ป แ บ บ ก า ร เ ร � ย น ก า ร ส อ น ท า ง ก า ร แ พ ท ย ว�ศวกรรมศาสตร การยกระดับคุณภาพการดูแล ไปจนถึงบําบัดรักษาผูŒป†วย โดยจะมีการผสานเทคโนโลยีป˜ญญาประดิษฐ (AI) เพ�่อการว�เคราะหขŒอมูลและสรŒางแบบจําลองที่ซับซŒอนและเฉพาะบุคคลมากยิ�งข�้น การพัฒนาโครงสรŒางพ�้นฐานดŒานดิจ�ทัลและเคร�อข‹ายความเร็วสูง เช‹น 6G จะเปšนป˜จจัยสําคัญที่ช‹วยผลักดันใหŒการใชŒงาน AR/VR ทางการแพทยมีความแพร‹หลายและมีประสิทธิภาพสูงข�้นต‹อไปในอนาคตอันใกลŒ21


โรงเร�ยนพยาบาลรามาธิบดี. (2567). “Virtual Reality for Nursing Education”. Facebook. https://www.facebook.com/RamathibodiSchoolofNursing/posts/780654060767215/VR for Palliative Care เทคโนโลยีเยียวยาใจในผูŒป†วยระยะสุดทŒาย | พบหมอมหิดล [by Mahidol]. (2567, 18 มีนาคม). [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=-LMpeQ8Vs90ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2566). สถาบันจ�ตเวชศาสตรสมเด็จเจŒาพระยา นําร‹อง \"VR Therapy -Metaverse\" รักษาผูŒป†วยจ�ตเวช. กระทรวงสาธารณสุข. https://ict.moph.go.th/th/news/3050สํานักงานพัฒนาว�ทยาศาสตรและเทคโนโลยีแห‹งชาติ (สวทช.). (2567). VR/AR/MR เทคโนโลยีโลกเสมือนทางการแพทย. https://www.nstda.or.th/home/knowledge_post/vr-ar-mr-medical/Creed, C., Al-Kalbani, M., Theil, A., Sarcar, S., & Williams, I. (2023). Inclusive AR/VR: Accessibility barriers for immersive technologies. arXiv. https://arxiv.org/abs/2304.13465The opener. (2568). “นักว�จัยไทยสรŒางหุ‹นยนตตŒนแบบ ผสานเอไอกับเกม ช‹วยบําบัดผูŒป†วยกลŒามเนื้ออ‹อนแรง” (ออนไลน) https://theopener.co.th/node/2397Charoenseang, S., P. Jailungka, C. Thammatinno, 2024. Development of Avatar Robot for Disabled People in The 18th South East Asian Technical University Consortium (SEATUC) Symposium 2024 27-28 February 2024 hosted by Shibaura Institute of Technology (SIT), Tokyo, Japan. (Poster)Creed, C., Al-Kalbani, M., Theil, A., Sarcar, S., & Williams, I. (2023). Inclusive AR/VR: Accessibility barriers for immersive technologies. *Universal Access in the Information Society*, 22(1), 59–73. https://doi.org/10.1007/s10209-023-00969-0Finn, T. (2024). An augmented reality program can help patients overcome Parkinson’s symptoms. Wired. https://www.wired.com/story/lining-up-techto-help-banish-tremors-strolll-parkinsonsGoogle. (2024). Gemini (version 2.0 Flash) [Large multimodal model]. https://gemini.google.comOpenAI. (2025, September 26). Introducing GPT 4o and more tools to ChatGPT free users. OpenAI. https://openai.com/index/gpt-4oand-more-tools-to-chatgpt-free/Taylor, A., Tanjim, T., Cao, H., Nicoly, J. B., Segal, J. I., St. George, J., Kim, S., Ching, K., Ortega, F. R., & Lee, H. R. (2025). Codesigning augmented reality tools for highstakes clinical teamwork. arXiv. https://arxiv.org/abs/2502.17295เอกสารอŒางอิง (ต‹อ)22


เอกสารอŒางอิง (ต‹อ)Wu, Y., Hu, K., Chen, D. Z., & Wu, J. (2024). AI-enhanced virtual reality in medicine: A comprehensive survey. arXiv. https://arxiv.org/abs/2402.03093Zarei, T., Emery, M., Saredakis, D., Lee, G. A., Stubbs, B., Szpak, A., & Loetscher, T. (2024). \"Being there together for health\": A systematic review on the feasibility, effectiveness and design considerations of immersive collaborative virtual environments in health applications. arXiv. https://arxiv.org/abs/2412.0476023


พ�ชวงศถั่วตอบโจทย ความมั่นคงทางอาหารในอนาคตดร. พรรณปพร กองแกŒว ศูนยว�จัยและบร�การเพ�่อชุมชนและสังคมคุณจตุภูมิ มีเสนา สถาบันพัฒนาและฝƒกอบรมโรงงานตŒนแบบมหาว�ทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลŒาธนบุร�พ�ชวงศถั่ว (ชื่อว�ทยาศาสตร: FABACEAE หร�อ LEGUMINOSAE)พ�ชวงศถั่วเปšนแหล‹งโปรตีนจากพ�ชที่ถูกนํามาใชŒเปšนอาหารของมนุษยมานานกว‹า 12,000 ป‚ การบร�โภคถั่ว มีประโยชนต‹อสุขภาพเกี่ยวกับโรคไม‹ติดต‹อเร�้อรังหลายชนิด ถั่วเปšนพ�ชที่สามารถปลูกไดŒในแทบทุกสภาพอากาศและสภาพดิน มีความตŒองการนํ้าและปุ‰ยนŒอยกว‹าพ�ชชนิดอื่น สามารถผลิตไดŒในปร�มาณมากในพ�้นที่เกษตรกรรมจํากัด ทําใหŒตอบสนองความตŒองการอาหารของประชากรไดŒทั่วถึง อีกทั้ง มีราคาถูก ทําใหŒประชาชนที่มีรายไดŒนŒอยสามารถเขŒาถึงอาหารที่มีคุณภาพไดŒ และดŒวยคุณสมบัติทางโภชนาการ ทางเคมี และทางกายภาพทําใหŒอ�ตสาหกรรมอาหารนํามาใชŒกันอย‹างแพร‹หลาย ในป˜จจ�บัน ความนิยมอาหารจากพ�ชที่เพ��มข�้น ทําใหŒมีการพัฒนาผลิตภัณฑทดแทนเนื้อสัตวจากถั่วแพร‹หลายมากข�้น ถั่วส‹วนใหญ‹ปลูกโดยกลุ‹มผูŒมีรายไดŒนŒอยในระดับครัวเร�อน การใชŒถั่วที่เพ��มข�้นจะส‹งผลใหŒยกระดับความเปšนอยู‹ที่ดีของเกษตรกร ทําใหŒเกิดเสถียรภาพทางการเง�นและความมั่นคงทางอาหารเพ��มข�้นความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) “ความมั่นคงทางอาหาร หมายถึง คนทุกคนทั้งในระดับบุคคล ระดับครัวเร�อน ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก สามารถเขŒาถึงอาหารที่เพ�ยงพอ ความปลอดภัยและมีคุณค‹าทางโภชนาการทั้งในทางกายภาพและเศรษฐกิจที่ตอบสนองความตŒองการและความพ�งพอใจเพ�่อการมีคุณภาพชีว�ตที่ดี” World Food Summit 1996 กรุงโรม, อิตาลีพ�ชวงศถั่วกับความหลากหลายทางชีวภาพถั่ว เปšนพ�ชที่มีจํานวนมากและมีความสําคัญทางการเศรษฐกิจมากที่สุดวงศหนึ่ง เปšนวงศที่พบมากที่สุดในป†าฝนเขตรŒอนและป†าแหŒงในทว�ปอเมร�กาและแอฟร�กา ทั่วโลกมีประมาณ 727 สกุล 19,325 ชนิด (Lewis et al, 2005) ทําใหŒเปšนพ�ชที่มีจํานวนชนิด(species) มากเปšนอันดับ 3 ของโลก สําหรับประเทศไทยมี 122 สกุล 637 ชนิด (ทิพยพรรณ,2546) มีทั้งพ�ชทั้งที่เปšนไมŒยืนตŒน ไมŒพ�‹ม ไมŒเลื้อย และไมŒลŒมลุก พ�ชในวงศนี้แยกไดŒเปšน 3 วงศย‹อยคือ SUPPLEMENT


1.วงศย‹อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE) เช‹น สีเสียด กระถินณรงค กระถินเทพา พฤกษ สะตอเหร�ยง ไมยราบมะขามเทศฯลฯภาพที่ 1 สีเสียด2. วงศย‹อยราชพฤกษ (CEASALPINIOIDEAE) เช‹น ราชพฤกษ ดอกแค โสน ถั่วผี หางนกยูงไทย ชุมเห็ดเทศ ฯลฯภาพที่ 2 ราชพฤกษ3.วงศย‹อยประดู‹ (PAPILIONOIDEAE) เปšนถั่วกลุ‹มที่ใหญ‹ที่สุดในวงศนี้ เช‹น มันแกว อัญชัน หมามุ‹ย ชุมเห็ดเ ท ศ ก ว า ว เ ค ร � อ ถ ั ่ ว เ ห ล ื อ ง ถ ั ่ ว แ ป บ ถ ั ่ ว ล ิ ส ง ถั่วลันเตา ถั่วพ� ประดู‹ ทองกวาว ชงโค ทรงบาดาลมะขามภาพที่ 3 ประดู‹วงศย‹อยMIMOSOIDEAE และ CAESALPINOIDEAE ส‹วนใหญ‹เปšนไมŒยืนตŒนและพ�‹มไมŒ ใชŒทําไมŒแปรรูป ไมŒฟ�น และอาหารสัตว สําหรับ PAPILIONOIDEAE เปšนวงศย‹อยที่ใหญ‹และสําคัญที่สุดมีการกระจายพันธุทั่วโลก ส‹วนใหญ‹เปšนสมุนไพรและเปšนอาหารของมนุษย


ในป˜จจ�บัน สังคมสิ�งมีชีว�ตในระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามสภาพแวดลŒอมที่ไม‹คงที่ขŒอมูลการศึกษาป†าเขตรŒอนโลกใหม‹ (Neotropics) ไดŒแสดงใหŒเห็นชัดเจนว‹า พ�ชวงศถั่วกลุ‹มที่มีใบประกอบขนนกสองชั้นมีจํานวนเพ��มข�้นอย‹างเห็นไดŒชัดในป†าที่กําลังเร��มฟ��นตัวจากสภาพแวดลŒอมที่แปรปรวนพ�ชวงศถั่วแหล‹งโภชนาการที่ดีของมนุษยและสัตวถั่วเปšนแหล‹งโปรตีน ว�ตามิน แร‹ธาตุ และพลังงาน ของวัฒนธรรมอาหารหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่กําลังพัฒนา เปšนโปรตีนที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ‹มผูŒสูงวัย พบว‹าบุคคลทั่วไปจะตŒองการโปรตีนที่ 0.8-1.0 กรัม ต‹อนํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัม และในปร�มาณอาหาร 100 กรัม จะใหŒปร�มาณโปรตีนดังนี้ ถั่วเหลือง 36 กรัม ถั่วลิสง 24 กรัม อกไก‹ 23 กรัมและเนื้อหมู 27 กรัม จะเห็นไดŒว‹า ถั่วเหลืองและถั่วลิสงสามารถใหŒโปรตีนเทียบเท‹ากับเนื้อสัตว เมล็ดถั่วประกอบไปดŒวยโปรตีน เสŒนใยอาหาร สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ แร‹ธาตุ ว�ตามินที่สําคัญ แต‹มีไขมันอิ�มตัวและคอเลสเตอรอลตํ่า เปšนอาหารที่ใหŒพลังงานสูง แต‹เพ��มระดับนํ้าตาลในเลือดตํ่า ทําใหŒเปšนอาหารที่ส‹งเสร�มดŒานสุขภาพ ช‹วยลดการผลิตอินซูลินและป‡องกันโรคเร�้อรัง เช‹น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคอŒวน ฯลฯ นอกจากนี้คุณสมบัติอื่น ๆ ของถั่ว เช‹น การจับกับนํ้า การจับกับนํ้ามัน ความคงตัวของอิมัลชัน และการเกิดเจล สามารถนํามาใชŒในผลิตภัณฑอาหารต‹าง ๆ ไดŒหลายชนิด ถั่วเปšนอาหารหลักที่สําคัญสําหรับสัตวเคี้ยวเอื้อง เช‹น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ ฯลฯ โดยมากจะปลูกถั่วผสมหญŒา เนื่องจากถั่วใหŒโปรตีนสูงจ�งทําใหŒแปลงหญŒาอาหารสัตวมีคุณค‹าทางอาหารสูงสัตวจ�งไดŒรับสารอาหารต‹าง ๆ อย‹างเพ�ยงพอ ทําใหŒสัตวมีการเจร�ญเติบโตดีและสุขภาพดีพ�ชวงศถั่วองคประกอบสําคัญของการเกษตรกรรมแบบยั่งยืนถั่วช‹วยเพ��มความอ�ดมสมบูรณของดินจากการตร�งไนโตรเจนทางชีวภาพ โดย ไรโซเบียม (แบคทีเร�ย) ในปมรากถั่วจะจับไนโตรเจนในอากาศมาใหŒพ�ชใชŒประโยชน ทําใหŒเกิดแหล‹งไนโตรเจนตามธรรมชาติในดิน พบว‹าปมรากถั่วเหลือง สามารถตร�งไนโตรเจนไดŒถึง 8.3 กิโลกรัมต‹อไร‹ หลังจากปลูก 60 วันคิดเปšน 40% ของไนโตรเจนที่พบในเมล็ด เมื่อใชŒไอโซโทปวัดปร�มาณไนโตรเจน พบว‹า ถั่วเข�ยว ถั่วเหลือง และถั่วลิสงตร�งไนโตรเจนจากบรรยากาศไดŒประมาณ 6,19 และ 24 กิโลกรัม/ไร‹ ตามลําดับ และถั่วพ�‹ม 1 ไร‹ สามารถเพ��มไนโตรเจนใหŒดินไดŒเท‹ากับการใส‹ปุ‰ยยูเร�ย 74 กิโลกรัม.หร�อ แอมโมเนียมซัลเฟต 161 กิโลกรัม การนําถั่วมาปลูกหมุนเว�ยนในพ�้นที่ทางการเกษตรช‹วยลดการใชŒปุ‰ยไนโตรเจน ไรโซเบียมในถั่วสามารถตร�งไนโตรเจนไดŒมากกว‹า 170 ลŒานตันไนโตรเจนต‹อป‚ และช‹วยลดการใชŒปุ‰ยไนโตรเจนไดŒมากกว‹า 1,500 ตันต‹อป‚ รูปที่ 1 ประโยชนทางโภชนาการของถั่ว26


กระบวนการตร�งไนโตรเจนนี้มีบทบาทสําคัญในการปรับปรุงดินที่ขาดไนโตรเจน และตอบสนองความตŒองการไนโตรเจนของพ�ชที่ปลูกในระบบการปลูกพ�ช เช‹น พ�ชคลุมดิน พ�ชเหลื่อมฤดู พ�ชแซม พ�ชหมุนเว�ยน นอกจากนี้ ยังปรับปรุงโครงสรŒางของดิน เพ��มปร�มาณอินทร�ยวัตถุในดิน ส‹งผลใหŒเก็บกักคารบอนในดินเพ��มข�้น ป‡องกันการชะลŒางพังทลายของหนŒาดิน รักษาความชื้นในดิน ทําใหŒดินร‹วนซุย ระบายนํ้าไดŒดี และยังสามารถควบคุมวัชพ�ชในแปลงไดŒ ทําใหŒเปšนพ�ชตัวเลือกที่สําคัญในแนวทางปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนและมีบทบาทอย‹างยิ�งต‹อระบบนิเวศและส‹วนของใบประมาณ 1% สําหรับกาซไนโตรเจนที่ตร�งไดŒจากปมรากถั่วจะปลดปล‹อยกาซไนโตรเจนใหŒกับบรรยากาศนŒอยกว‹าไนโตรเจนที่ไดŒจากปุ‰ยเคมี ส‹งผลใหŒปร�มาณกาซเร�อนกระจกลดลง การปลูกถั่วปล‹อยกาซเร�อนกระจกต‹อหน‹วยพ�้นที่นŒอยกว‹า 5-7 เท‹าเมื่อเทียบกับพ�ชอื่น โดยถั่วปลดปล‹อยกาซไนตรัสออกไซด (N2O) 11.04 กก.N2O ต‹อไร‹ ในขณะที่ขŒาวสาลีปล‹อยกาซ 58.88 กก.N2O ต‹อเฮกแตร และ Rapeseed ปล‹อยกาซ 85.44 กก.N2O ต‹อเฮกแตร (กาซไนตรัสออกไซด ที่เปšนกาซเร�อนกระจกที่ทําลายชั้นบรรยากาศมากกว‹ากาซคารบอนไดออกไซดถึง 320เท‹า)รูปที่ 2 การปลูกพ�ชวงศถั่วตามว�ถีเกษตรนิเวศพ�ชวงศถั่วกับความสําคัญในดŒานสิ�งแวดลŒอมพ�ชวงศถั่ว เปšนพ�ชที่อาศัยร‹วมกับจ�ลินทร�ยที่สามารถตร�งไนโตรเจนจากอากาศมาสรŒางการเจร�ญเติบโต ทําใหŒถั่วมีความสามารถในการดูดซับกาซเร�อนกระจก โดยเฉพาะกาซคารบอนไดออกไซดจากอากาศมาสะสมอยู‹ในลําตŒน กิ�ง ใบ และราก ผ‹านการสังเคราะหแสงของพ�ช โดยเก็บสะสมไวŒในรูปของเนื้อไมŒหร�อมวลชีวภาพ (Biomass) ตŒนไมŒหนึ่งตŒน จะเก็กกักคารบอนไวŒส‹วนของลําตŒนประมาณ 62% ส‹วนของรากประมาณ 26% ส‹วนของกิ�งประมาณ 11%การปลูกถั่วยังช‹วยลดการเกิดกาซเร�อนกระจกเมื่อเทียบกับการเลี้ยงสัตว เนื่องจาก การผลิตเนื้อสัตวโดยเฉพาะสัตวเคี้ยวเอื้องจะปล‹อยกาซมีเทน (CH4) สูงกว‹าการปลูกถั่วประมาณ 250 เท‹า เพราะการทําฟารมปศุสัตวทั้งระบบใชŒทรัพยากรมาก ตŒองใชŒที่ดินในการเลี้ยงสัตวมากกว‹าการปลูกถั่ว 2-3 เท‹า ก‹อป˜ญหามลภาวะจากของเสีย และมีการปลดปล‹อยกาซเร�อนกระจก เช‹น กาซมีเทน กาซคารบอนไดออกไซด สู‹ชั้นบรรยากาศ การผลิตถั่วยังเปšนการใชŒนํ้าอย‹างมีประสิทธิภาพ การผลิตถั่วดาล (daal) ตŒองการนํ้า50 ลิตรต‹อถั่ว 1 กิโลกรัมเทียบกับเนื้อไก‹ตŒองการนํ้า 4,325 ลิตรต‹อ 1 กิโลกรัม เนื้อแกะตŒองการนํ้า5,520 ลิตรต‹อ 1 กิโลกรัม เนื้อวัวตŒองการนํ้า 13,000 ลิตรต‹อ 1 กิโลกรัม ทําใหŒการปลูกถั่วเปšนว�ธีที่เหมาะสมในพ�้นที่แหŒงแลŒงและพ�้นที่ที่ไดŒรับผลกระทบจากโลกรŒอน27


โดยสรุป พ�ชวงศถั่วมีความสําคัญต‹อความมั่นคงทางอาหารที่ส‹งผลต‹อสุขภาพ ความยากจน และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม พ�ชวงศถั่วจ�งเปšนทางเลือกที่เหมาะสมในการเพ��มความมั่นคงทางอาหาร เพราะมีคุณค‹าทางโภชนาการสูง สามารถผลิตไดŒในปร�มาณมาก และมีราคาตํ่า อีกทั้ง ยังมีความสําคัญต‹อการเกษตรแบบยั่งยืน และช‹วยลดปร�มาณกาซเร�อนกระจกที่ส‹งผลใหŒเกิดป˜ญหาโลกรŒอน คาดการณว‹าในป‚ ค.ศ. 2100 ประชากรโลกจะสูงถึง 10.4 พันลŒานคน ซึ่งจะส‹งผลใหŒความตŒองการอาหารทั่วโลกเพ��มข�้น การส‹งเสร�มการปลูกพ�ชวงศถั่ว จ�งเปšนส‹วนหนึ่งที่จะส‹งผลต‹อความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคตอŒางอิง1. ทิพยพรรณ สดากร 2546 ถั่วสารพัดประโยชน กรมว�ชาการเกษตร โรงพ�มพสหกรณ 100 หนŒา.2. Lewwis, G., Schrire, B., Mackinder, B. and Lock, M., 2005. Legumes of the World. Royal Botanic Gardens, Kew.28


คณะกรรมการที่ปร�กษา ประกอบดŒวย1.1 ผูŒอํานวยการ สวท.1.2 ที่ปร�กษาผูŒอํานวยการ สวท. ฝ†ายบร�การว�ชาการ1.3 ที่ปร�กษาผูŒอํานวยการ สวท. ฝ†ายบร�การอ�ตสาหกรรม1.4 รองผูŒอํานวยการ สวท. ฝ†ายพัฒนาธุรกิจและเคร�อข‹ายความร‹วมมือ1.5 รองผูŒอํานวยการ สวท. ฝ†ายบร�หารและวางแผน1.6 รองผูŒอํานวยการ สวท. ฝ†ายว�จัยและเทคโนโลยีกองบรรณาธิการ ประกอบดŒวย2.1 ศ.ดร.ชัยยุทธ ชินณะราศร�2.2 รศ. ดร.สุทัศน ลีลาทว�วัฒน2.3 ศ.ดร.ปติ สุคนธสุขกุล2.4 ศ.ดร.เกษม ชูจารุกุล2.5 ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช2.6 รศ.ดร.สุรัสวดี พรหมอยู‹2.7 ผศ.ดร. บุษเกตนอินทรปาสานที่ปร�กษาคณะกรรมการจัดวารสาร ประกอบดŒวย3.1 นางรุ‹งนภา เตาทองนันตสิน3.2 ดร.อรกัญญาณีเลี้ยงอิสระ3.3 รศ.ดร.อิศรทัต พ�่งอŒน3.4 นายจ�ระพันธุ เนื่องจากนิล3.5 รศ.ดร. บวรโชค ผูŒพัฒน3.6 รศ.ดร.ประเวทย ตุŒยเต็มวงศ3.7 ดร.นคร�นทร สัทธรรมนุวงศ3.8 ผศ.ดร.พงษชัย อธิคมรัตนกุล3.9 รศ.ดร.สิทธิชัย แกŒวเกื้อกูล3.10 ผศ.ดร.จ�รศิลปŠ จยาวรรณ3.11 ผศ.องศา ศักดทอง3.12 ผศ.ดร.สุรชัย สนิทใจ3.13 ดร.วรว�ทย โกสลาทิพย3.14 รศ.ดร.ยศพงษ ลออนวล3.15 ผศ.ดร.วัชรพจน ทรัพยสงวนบุญ3.16 ผศ.ดร.ธิติมา วงษชีร�3.17 ดร.พรรรณปพร กองแกŒว3.18 นายธนะศักดิ์ ทวนทอง3.19 นางวาสนา มานิชคณะกรรมการจัดทําวารสาร4.1 นางสาวชาลินี กระจ‹างพจน4.2 นายชินว�ฒิ ว�จักษณประเสร�ฐ4.3 นางสาวอัญชลี รอดภัย4.4 นายเฉลิมว�ฒิ จันโทภาส4.5 นายสุร�นทร การเกตุ4.6 นายชาคร�ต มั่นใจอารย4.7 นางสาวอลิษา ถีระบุตร4.8 นางสาวสมหญิง กําเหนิดทอง


ศูนยเสมือน “Warehouse Innovation - WINNO”เปšนการรวมตัวของอาจารย/นักว�จัยภายในมหาว�ทยาลัย เพ�่อทําหนŒาที่เปšนศูนยปฏิรูปคลังสินคŒาอัจฉร�ยะแบบครบวงจร มีวัตถุประสงคในการพัฒนางานว�จัยและใหŒบร�การดŒานคลังสินคŒาอัจฉร�ยะ การถ‹ายทอดและเผยแพร‹องคความรูŒดŒานคลังสินคŒาอัจฉร�ยะ และการสรŒางระบบนิเวศนการทํางานว � จ ั ย แ ล ะ ก า ร ใ ห Œ บ ร � ก า ร ด Œ า น ค ล ั ง ส ิ น ค Œ า อ ั จ ฉ ร � ย ะ โดยมี ผศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย อาจารยประจําบัณฑิตว�ทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม เปšนผูŒรับผิดชอบศูนยเสมือน


Click to View FlipBook Version