The verb to be (affirmative) นางสาวสิริ สิ ก ริ ร บุทิพย์ ม.4 จัด จั ทำ โดย เสนอ คุณ คุ ครูอาริย ริ า มะเสนา โรงเรีย รี นโคกนางามพิท พิ ยาสรรพ์
The verb to be (affirmative) คืออะไร Verb to be คือกริยา Affirmative คือประโยคบอกเล่า • •
The verb to be (affirmative) หลักการใช้ ประโยคบอกเล่า (Affirmative) เป็น ประโยคที่ใช้พูดเพื่อบอกเรื่องราว เป็นการ ให้ข้อมูล หรือเล่าเรื่องต่าง ๆ รวมทั้ง ประโยคคำ สั่ง ประโยคขอร้องด้วย
Affirmative Long Form I am you are he is she is it is we are you are they are
I'm you're he's she's it's we're you're they're Affirmative Short Form
ตัวอย่างประโยค รูปแบบประโยคบอกเล่า ประโยค อาจจะประกอบด้วย ประธาน และกริยา เพียงสองตัวก็ได้ เช่น Suda sleeps. (สุดานอน) ประโยคอาจจะมีคำ มาต่อท้ายจากริยาได้อีกเช่น Direct ObjectหรือIndirect Obje เช่น Suda likes Narumon. (Narumon = Director Object) สุดาชอบนฤมล Suda asked Narumon some questions. (Narumon = Indirect Object, some questions = Direct Object) สุดาถามนฤมล 2-3 คำ ถาม
สำ หรับ รั ประโยคคำ สั่ง สั่ ตัวอย่างประโยค จะละประธานไว้ใว้ นฐานะที่เข้าใจกัน เพราะ การสั่ง คือการ พูดให้ผู้ฟังปฏิบัติตาม ดังนั้น ประธานจึงเป็น ป็ คำ ว่า ว่ YOU เช่น Give me a glass of water. (เอาน้ำ มาให้แก้วนึง)
ตัวอย่างประโยค สำ หรับ รั ประโยคขอร้อ ร้ ง เพียงแต่มีส่วนที่เป็นคำ พูดเพราะ ๆ เพิ่มเข้า มา เช่น Give me a glass of water, please. (ขอ น้ำ แก้วนึงครับ) หรืออาจจะเป็นประโยคคำ ถามที่เพราะ ๆ ก็ได้ เช่น Can you give me a glass of water, please? (ช่วยเอาน้ำ ให้ผมแก้วนึงนะครับ)
ตัวอย่างประโยค คำ นามที่ต่ ที่ ต่ อจาก verb to be Suda looks tired. (สุดาดูท่าทางเหนื่อย) You are the boss. (คุณเป็นหัวหน้า) คำ ขยายกริย ริ า (adverb) Suda sings beautifully. (สุดาร้องเพลงเพราะมาก) He took a taxi to the station. (เขานั่งรถแท็กซี่ไปที่สถานี)
ตัวอย่างประโยค WH Question เป็น ป็ การถามรายละเอียด ว่า ว่ ใคร(who) ทำ อะไร(what) ที่ไหน(where) เมื่อไร(when) ทำ ไม(why) และอย่างไร(how) โดยมีการเรียงรูปประโยค ดังนี้ คำ ถาม กริยาช่วย/Verb to be ประธาน (กริยา)+ส่วนอื่น ๆ คุณมาจากที่ไหน? Where are you from? รถบัสของคุณจอดที่ไหน Where is your bus? คุณจะอยู่ที่นี่นานเท่าไร How long will you stay here?
ประโยคปฏิเสธในภาษาไทยมีคำ ว่า ว่ "ไม่" แต่ในภาษา อังกฤษ จะมีคำ ว่า ว่ "not" อยู่ในประโยค ตำ แหน่งใน ประโยค จะเป็น ป็ ดังนี้ ประธาน กริยาช่วย/Verb to be not (กริยา)+ส่วนอื่น ๆ ตัวอย่างประโยค ประโยคปฎิเสธ (Negative) ราคาไม่แพง It is not expensive. เราไม่มีสินค้าสีน้ำ เงิน We don't have the blue one. ผมไม่ชอบมาสาย I don't like being late. ราคาจะไม่ลงอีก The price won't come down.
ตัวอย่างประโยค ประโยคคำ ถาม (Interrogative) ในภาษาอังกฤษ คำ ถามสามารถแบ่งออกเป็น ป็ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือคำ ถามที่ต้องการคำ ตอบว่า ว่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ เราเรียกว่า ว่ เป็น ป็ Yes/No question ส่วนอีกลักษณะ จะขึ้นต้นประโยคด้วย คำ ว่า ว่ Who, What, Where, When, Why และ How (ใคร อะไร ที่ไหน ทำ ไม และ อย่างไร)
ตัวอย่างประโยค ขึ้นต้นคำ ถามด้วย Verb to be เช่น ถามว่า ผู้หญิงคนนี้สวยไหม? เราถามว่า Is this woman beautiful? ถ้าถามว่า รถคันใหม่ของคุณสีแดงใช่ไหม? เราถามว่า Is your new car red? ถ้าถามว่า บ้านคุณอยู่ไกลหรือเปล่า (ถามคำ ถามนี้ รู้นะว่าคิด อะไรอยู่) เราถามว่า Is your house far from here? ถ้าภามว่า เด็ก ๆ พวกนั้น เป็นลูกคุณหรือเปล่า เราถามว่า Are they your children? ประโยคคำ ถาม (Interrogative)
ถ้าพูดเป็น ป็ ประโยคบอกเล่า Verb to be จะอยู่หลังประธาน เช่น ประโยคบอกเล่า ประโยคคำ ถาม This woman is beautiful. Is this woman beautiful? Your new car is red. Is your new car red? Your house is far from here. Is your house far from here? They are your children. Are they your children? ประโยคคำ ถาม (Interrogative) ตัวอย่างประโยค
ขึ้นต้นคำ ถามด้วย Verb to do เช่น ถามว่า ว่ คุณต้องการให้ผมช่วยเหลือไหม เราถามว่า ว่ Do you need my help? หรือ ถามว่า ว่ เธอเป็น ป็ คนตื่นนอนเช้าใช่ไหม? เราถามว่า ว่ Does she get up early? จะเห็นว่า ว่ ประโยคคำ ถามที่ขึ้นต้นด้วย Do หรือ Does มาจาก ประโยคบอกเล่าธรรมดา ที่ไม่มีกริยาช่วยตัวอื่นอยุ่ด้วย ดังนี้ ประโยคบอกเล่า ประโยคคำ ถาม You need my help. Do you need my help? She gets up early. Does she get up early? ประโยคคำ ถาม (Interrogative) ตัวอย่างประโยค
รูปเเบบประโยค จะประกอบไปด้วย สองส่วน คือ ภาคประธาน และ ภาคกริยา เรียงกันตามลำ ดับ เช่น ประธาน (Subject) กริยา (Verb) Suda smiles.
การแต่งประโยคบอกเล่าง่ายๆ 1) Present Simple (Subject + V1) ขึ้น ขึ้ อยู่กับว่า ว่ ประธานว่า ว่ จะเติม s/es หรือ รืไม่เติม ตัวอย่างประโยค a) My name is Jeep. b) I live in Chiang Mai, Thailand. c) Tina works at the bank. d) My mom eats rice every day.
การแต่งประโยคบอกเล่าง่ายๆ 2) Past Simple (Subject + V2) กฎของ Verb ที่เป็น ป็ ในรูปของอดีต (เค้าเรียกมันว่า ว่ V2 นะ) 1. บางครั้งก้อเติม -ed เช่น walked 2. บางคำ ก็เปลี่ยนรูปไปเลย เช่น ate 3. บางครั้งก็ไม่เปลี่ยนอะไรเลย เช่น read, hit
ตัวอย่างประโยค a) My name was Lula. b) I lived in Illinois, United States. c) Tina worked at the mall. d) My mom ate noodle yesterday. การแต่งประโยคบอกเล่าง่ายๆ
การแต่งประโยคบอกเล่าง่ายๆ 3) Future Simple (Subject + will + Main Verb) Main Verb คือ คำ กริย ริ าที่ไที่ ม่มีการเติม s/es ไม่ว่า ว่ ประธาน จะเป็นใครก็ตาม ตัวอย่างประโยค a) I will change my name to Jenny. b) I will live in London next year. c) Tina will work at the zoo next month. d) My mom will eat sushi tomorrow.