รายงาน
เร่ือง คณุ ลักษณะของครูท่ดี ีในทศั นคตขิ องนักศกึ ษา
เสนอ
ผศ.ดร.อญั ชนา สขุ สมจติ ร
จัดทำโดย
นางสาวณัฐธยานภ์ รณ์ พื้นผา รหสั ประจำตัว 65551701029
นางสาวจรยิ า แชม่ ทอง รหสั ประจำตัว 65551701030
นางสาวจุฬาลกั ษณ์ มูลอามาตย์ รหสั ประจำตัว 65551701041
นางสาววรางคณา ทองรัศมี รหสั ประจำตัว 65551701044
นางสาวจิราภรณ์ ชาวสวน รหสั ประจำตัว 65551701070
รายวิชา การฝึกปฏิบัติวชิ าชพี ครู (GTP5201)
หลักสตู รประกาศนยี บัตรบณั ฑติ วิชาชีพครู ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2655
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสนุ นั ทา
ก
คำนำ
รายงานเล่มน่้ีจัดทำขึ้นเพ่ือเป็นส่วนหนึ่งของวิชา การฝึกปฏิบัติวิชาชีพครู (GTP5201) หลักสูตร
ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู เพ่ือให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเร่ืองคณุ ลักษณะของครูท่ีดีตามแนวคิดต่าง
ๆ แล้วนำมาสรุปเป็นคุณลักษณะของครูท่ีดีในทัศนคติของนักศึกษาแต่ละคนในกลุ่ม และได้ศึกษาอย่าง
เข้าใจเพอื่ เปน็ ประโยชน์ต่อการนำไปประพฤติปฏิบตั ใิ นชวี ิตจริง
ผจู้ ัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กบั ผู้อ่าน หรอื นักเรียน นักศึกษา ท่ีกำลังหาข้อมูล
เรอ่ื งน้อี ยู่ หากมขี อ้ แนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผูจ้ ัดทำขอนอ้ มรบั ไว้และขออภยั มา ณ ท่นี ี้ดว้ ย
คณะผู้จัดทำ
16 กนั ยายน 2565
สารบญั ข
บทนำ 1
คุณลักษณะครทู ่ดี ี 4
4
1. คณุ ลักษณะครูทด่ี ตี ามพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส 9
2. คณุ ลักษณะครูทดี่ ตี ามหลกั พระพทุ ธศาสนา 13
3. คุณลักษณะครทู ่ดี ตี ามหลักศาสนาอสิ ลาม 15
4. คุณลักษณะครูทด่ี ตี ามแนวคิดนกั การศกึ ษาไทย 18
5. คณุ ลักษณะครูทด่ี ตี ามแนวคดิ นักการศึกษาตะวันตก 20
6. คุณลกั ษณะครูท่ีดตี ามเกณฑม์ าตรฐานของครุ สุ ภา 21
7. คณุ ลกั ษณะครทู ี่ดตี ามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู 26
30
8. คุณลกั ษณะครูทด่ี ีจากผลการวจิ ยั ต่าง ๆ 31
9. คณุ ลักษณะของครทู ี่ดใี นทัศนคตขิ องนักศกึ ษา 32
สรปุ
บรรณานกุ รม
1
บทนำ
1. ครู
ครู คือ แบบอยา่ งท่ีดีของศิษยเ์ ป็นผู้สร้างสมาชิกใหม่ของสังคมให้เปน็ ทรัพยากรมนุษย์ทม่ี คี ุณภาพ
ต่อสังคม ธรรมชาติของอาชีพครูเป็นอาชีพที่ต้องเก่ียวขอ้ งสัมผัสกับบุคคลอื่นอยเู่ สมอฉะน้ันผ้ดู ำเนินอาชีพ
ครจู งึ ตอ้ งเปน็ ผใู้ ฝร่ ู้ใฝเ่ รียน และใฝ่พฒั นาตนเองอย่างต่อเน่ือง
ครู ในที่นี้จะอธิบายตามรูปคำภาษาอังกฤษ คือ “Teachers” โดยสรุปจากคำอธิบายของ ยนต์
ชมุ่ จิต ในหนงั สือ ความเป็นครู ดงั นี้ (ยนต์ ชุมจิต 2531: น. 49–55)
T (Teaching) – การสอน หมายถึง การอบรมส่ังสอนศิษย์ใหม้ ีความรู้ ความสามารถในวิชาการ
ทั้งหลายท้ังปวง ซึง่ ถอื ว่าเปน็ งานหลักของครูทกุ คนทุกระดบั ชนั้ ท่สี อน
E(Ethics)-จรยิ ธรรม หมายถึงหน้าที่ในการอบรมจรยิ ธรรมให้แกน่ ักเรียนซึ่งถือว่าเป็นหน้าท่ีหลัก
อีกประการหนึ่งนอกจากการส่ังสอนในด้านวิชาความรู้โดยทั่วไปนอกจากน้ีครูทุกคนจะต้องประพฤติ
ปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีจริยธรรมอันเหมาะสมอีกด้วยเพราะพฤติกรรมอันเหมาะสมที่ครูได้แสดงออกจะเป็น
เคร่อื งมอื ที่สำคญั ในการปลกู ฝังศรทั ธาให้ศิษยไ์ ด้ปฏิบตั ิตาม
A ( Academic) – วิชาการ หมายถงึ ครูต้องมีความรบั ผดิ ชอบในวิชาการอยเู่ สมอ กลา่ วคอื ครู
ต้องเป็นนักวิชาการอยู่ตลอดเวลา เพราะอาชีพของครูต้องใช้ความรู้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ
ดงั นั้นครูทุกคนต้องศกึ ษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เป็นประจำ หากไม่กระทำเช่นนั้นจะทำให้ความรู้ทไี่ ด้ศึกษา
เล่าเรยี นมานน้ั ลา้ สมยั ไมท่ นั กับการเปลย่ี นแปลงทางวชิ าการใหม่ ๆ ซ่งึ มอี ย่างมากมายในปจั จุบนั
C (Cultural Heritage) – การสืบทอดวัฒนธรรม หมายถึงครูต้องมีหน้าท่ีรับผิดชอบเก่ียวกับ
การสืบทอดมรดกทางวฒั นธรรมจากคนรุ่นหนึ่งให้ตกทอดไปสู่คนอีกรุ่นหน่ึง หรอื รนุ่ ต่อ ๆ ไป
H ( Human Relationship) – มนุษย์สัมพันธ์ หมายถึง การมีมนุษย์สัมพันธ์อันดีของครูต่อ
บุคคลทั่วๆไป เพราะการมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้ครูสามารถปฏิบัติหน้าที่ของครู ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ นอกจากน้ี การมีมนุษย์สัมพันธ์ท่ีดีของครูยังช่วยทำให้สถาบันศึกษาที่ครูปฏิบัติงานอยู่มี
ความเจริญกา้ วหน้าอย่างรวดเร็วอกี
E (Evaluation) – การประเมินผล หมายถึงการประเมินผลการเรียนการสอนนักเรียนซึ่งถือว่า
เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบท่ีสำคัญย่ิงอีกประการหนึ่งของครูเพราะการประเมินผลการเรียนการสอน
เป็นการวัดความเจริญกา้ วหนา้ ของศิษย์ในดา้ นตา่ งๆหากครูสอนแล้วไม่มีการประเมินผลหรือวัดผลครูก็จะ
ไม่ทราบได้วา่ ศษิ ยม์ ีความเจรญิ ก้าวหนา้ ในด้านใดมากน้อยเพยี งใด ดังน้ัน ครูจึงควรจะระลกึ อยู่เสมอว่า ณ
ท่ีใดมีการสอน ทีนั่นจะต้องมีการสอบ สำหรับการประเมินผลการเรียนการสอนของนักเรียนนั้น ครู
2
สามารถใช้วิธีการต่าง ๆ ได้หลายวิธี ท้ังน้ีอาจจะใช้หลาย ๆ วิธีในการประเมินผลคร้ังหนึ่งหรือเลือกใช้
เพยี งวธิ กี ารใดวิธกี ารหนึ่ง ในการประเมนิ ผลการเรียนการสอนน้ันมีหลายวิธี
R (Research) – การวิจัย หมายถึง ครูต้องเป็นนักแก้ปัญหา เพราะการวิจัยเป็นวิธีการ
แก้ปัญหาและการศึกษาหาความจริง ความรู้ท่เี ชื่อถือได้โดยวิธี การวจิ ัยของครูในที่นี้ อาจจะมีความหมาย
เพียงแค่คน้ หาสาเหตุต่าง ๆ ท่ีนักเรียนมีปัญหาไปจนถึงการวิจัยอย่างมีระบบในช้ันสูงก็ได้ สาเหตุท่ีครูต้อง
รับผิดชอบในด้านนี้ก็เพราะในการเรียนการสอนทุก ๆ วิชา ควรจะต้องพบกับปัญหาต่าง ๆ อยู่เสมอ เช่น
ปัญหาเด็กไม่ทำการบ้าน เด็กหนีโรงเรียน เด็กท่ีชอบรังแกเพ่ือน และเด็กที่ชอบลักขโมย เป็นต้น
พฤตกิ รรมตา่ ง ๆ เหลา่ น้ี ถ้าครสู ามารถแก้ไขได้ก็จะทำให้การเรยี นการสอนมปี ระสทิ ธิภาพย่ิงข้ึน
S (Service) บริการ หมายถึง การให้บริการ คือ ครูจะต้องให้บริการแก่สังคมหรือบำเพ็ญตนให้
เป็นประโยชน์ตอ่ สงั คม
2. หน้าทแ่ี ละความรับผิดชอบของครู
1. สอนศิลปวิทยาให้แก่ศิษย์ ซ่ึงถือเป็นหน้าท่ีสำคัญสำหรับครู ครูที่ดีต้องทำการสอนอย่างมี
ประสิทธิภาพ มีการพัฒนาการสอนให้สอดคล้องกับความสามารถและความสนใจของนักเรียน
นอกจากนั้นต้องสามารถให้บริการการแนะแนวในด้านการเรียน การครองตน และรักษาสุขภาพอนามัย
จัดทำและใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพรวมท้ังสามารถปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้
สอดคลอ้ งกบั นโยบายการพัฒนาสภาพแวดลอ้ มของท้องถน่ิ และสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจบุ ัน
2. แนะแนวการศึกษาและอาชพี ท่เี หมาะสมให้แก่ศษิ ย์ เพอื่ ช่วยให้ศิษย์ของตนสามารถเลือกวชิ าเรียนได้
ตามความเหมาะสม ทั้งน้ีครูต้องคำนึงถึงสติปัญญา ความสามารถ และความถนัดของบุคลิกภาพของศิษย์
ด้วย
3. พัฒนาและส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของศิษย์ โดยการจัดกิจกรรม ซ่ึงมีท้ังกิจกรรมการเรียนการ
สอนในหลกั สูตร และกจิ กรรมการเรียนการสอนนอกหลกั สูตร
4. ประเมินผลความเจรญิ ก้าวหน้าของศิษย์ เพื่อจะได้ทราบว่า ศิษย์ได้พัฒนาและมีความเจริญก้าวหน้า
มากนอ้ ยเพียงใดแล้ว การประเมนิ ผลความเจริญกา้ วหนา้ ของศษิ ยค์ วรทำอย่างสม่ำเสมอ
5. อบรมคุณธรรม จริยธรรม ความมีระเบียบวินัย และค่านิยมที่ดีงามให้แก่ศิษย์ เพื่อศิษย์จะได้เป็น
ผใู้ หญ่ทด่ี ีของสงั คมในวันหน้า
3
6. ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของหน่วยงานและสถานศกึ ษา ปฏิบตั ิตามพระราชบัญญตั ิครูและจรรยาบรรณ
ครู เพ่ือเป็นแบบอยา่ งที่ดแี ก่ศิษย์
7. ตรงต่อเวลา โดยการเข้าสอนและเลือกสอนตามเวลา ทำงานสำเรจ็ ครบถ้วนตามเวลาและรักษาเวลาท่ี
นัดหมาย
8. ปฏิบัตงิ าน ทำงานในหน้าท่ี ทีไ่ ด้รบั มอบหมายอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
9. ส่งเสรมิ และพฒั นาความร้คู วามสามารถของคน โดยการศกึ ษาคน้ คว้าหาความรูเ้ พิ่มเติมอย่เู สมอ
4
ลกั ษณะครทู ด่ี ี
ผลจากการศึกษารวบรวมลักษณะครูท่ีดี สามารถจำแนกไดห้ ลายแนวทาง ดังนี้
1. คุณลักษณะครูท่ดี ีตามพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส
1.1 คณุ ลกั ษณะครูทีด่ ีตามพระบรมราโชวาท
คุณลักษณะของครูที่ดีตามพระราโชวาทในที่นี้ หมายถึง พระราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระ
ปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยูห่ ัว สมยั ยงั เป็นสมเดจ็ พระบรมโอรสาธิ
ราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งได้พระราชทานพระราโชวาทแกบ่ ัณฑิตใหม่ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครู (ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสถาบันราชภัฏและมหาวิทยาลัยราช
ภัฏตามลำดับ) ณ อาคารใหมส่ วนอัมพร เมอื่ วันจันทร์ท่ี 4 อังคารท่ี 5 พุธที่ 6 พฤหัสบดีท่ี 7 และวันจันทร์
ท่ี 11 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2527 ดังมขี ้อความทีผ่ ูเ้ ขยี นขอตัดตอนอัญเชิญมากลา่ วไว้ในทีน่ ้ี ดงั น้ี
“...คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับครู ผู้ปรารถนาจะทำงานให้ได้ดี มีความเจริญก้าวหน้า มีเกียรติยศชื่อเสียง
และมฐี านะตำแหนง่ อนั มน่ั คงถาวร
คุณสมบัติสำคัญประการแรก คือ ความสามารถในการแสดงความรู้ความคิดของตน ให้ผู้อื่น
ทราบได้อย่างแจ่มแจ้งด้วยความฉลาด ความสามารถเช่นนี้จะให้เกิดมีข้ึนได้ต้องอาศัยการฝึกฝน เริ่มต้น
ด้วยการฝึกคิดให้เป็นระเบียบและเป็นขั้นตอน เมื่อพิจารณาเรื่องใดก็พยายามจับประเด็นของเรื่องให้ได้
อย่างถูกต้อง พยายามหาเหตุผลท่ีเก่ียวโยงถึงกันให้ได้แน่ชัดและครบถ้วน ประการสำคัญท่ีสุด เม่ือจะ
แสดงความคิดเห็น จะต้องรู้จักใช้ถ้อยคำท่ีจะสื่อความหมายได้โดยถูกต้อง และรวบรัดชัดเจนตรงตาม
เป้าหมาย การฝกึ ดังกล่าวนี้จำเป็นต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอให้จนติดเป็นนิสัย จึงจะช่วยใหส้ ำเร็จ
ผลในการทำความเขา้ ใจกับผู้อน่ื เพ่อื ประโยชนต์ า่ งๆ ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัตขิ ้อท่ีสอง คอื ความมีมนุษยสมั พนั ธ์ท่ดี ี คุณสมบัติข้อน้ีหมายถงึ การทำตัวดี สามารถเข้า
กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกภูมิช้ัน ได้อย่างแนบเนียน คุณสมบัติเช่นนี้จะเกิดข้ึนได้ก็ด้วยการฝึกอบรมอย่าง
จริงใจ ทั้งทางกายและทางใจ ประการสำคัญคือ ต้องหัดทำใจให้ก ว้าง เป็นกลางและเท่ียงตรง
ประกอบด้วยความซื่อสัตย์ ความไม่เพ่งโทษ ไม่ประมาทหม่ินผู้อื่น อ่อนน้อมนบนอบต่อวุฒิบุคคล สุภาพ
เป็นมิตรต่อคนเสมอ และเมตตาเอ็นดูต่อผู้น้อย ไม่สร้างปมเขื่องหรือปมด้อยให้แก่ตัวเอง รักษากายวาจา
ให้สงบ หนักแน่น ไม่ลุแก่โทสะและอคติ ไม่เห็นความสำคัญของตนเองยิ่งกว่าของผู้อ่ืน สรุปแล้วก็นับว่า
เป็นการฝึกฝนท่ีลำบากยากอยู่ไม่น้อย แต่ทว่าถ้าแต่ละคนพยายามฝึก พยายามทำให้เกิดข้ึนได้แล้ว จะ
5
อำนวยประโยชน์ให้อย่างคาดไมถ่ ึง เพราะจะทำให้ได้รับความนิยมเช่อื ถือไว้วางใจ และได้รับความรว่ มมือ
สนับสนุนจากทกุ คนทุกฝ่ายอยา่ งดโี ดยพรอ้ มพรกั ทัง้ ในหน้าทก่ี ารงานและในกจิ สว่ นตัวทุกๆ อย่าง
คุณสมบัติข้อที่สาม คือ ความมีค่านิยมสูง ความมีค่านิยมสูง ได้แก่ ความเฉลียวฉลาด สามารถ
เลือกสรรสิ่งที่ดี ท่ีงาม ที่เป็นคุณประโยชน์มาเป็นที่นิยม ยึดเหนี่ยวและเป็นแบบอย่างในการประพฤติตน
คุณสมบัติข้อน้ีจำเป็นท่ีจะต้องปฏิบัติฝึกฝนขึ้นให้พร้อมอีกข้อหน่ึง เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องป้องกัน
ไมใ่ ห้ตกไปสคู่ วามเส่ือมเสยี ท้ังปวงแล้ว ยังสามารถประคบั ประคองและส่งเสริมให้บุคคลเจริญรุ่งเรืองอยู่ใน
ความดีไดอ้ ยา่ งม่นั คงด้วย
คุณสมบัติท่ีส่ี คือ ความมีวิจารณญาณ ความมีวิจารณญาณน้ีหมายถึง ความมีวิจารณญาณอัน
ถ่องแท้แน่ชัดในสรรพกิจการงาน และในการกระทำคำพูดทุกอย่างโดยเฉพาะอย่างย่ิงในส่วนที่เป็นของ
ตนเอง คณุ สมบตั ขิ ้อน้ีจะเกิดขน้ึ ได้มากนอ้ ยเพยี งใดขนึ้ อยู่กับการฝกึ อบรมทางความคิดจิตใจเป็นสำคญั คือ
แต่ละคนจะต้องพยายามควบคุมใจให้เป็นปกติและหนักแน่นอยู่เสมอ ไม่ให้หว่ันไหว ไม่ให้สะดุ้งสะเทือน
เพราะอารมณ์ที่ชอบที่ชังและอคติต่างๆ จนเกิดเหตุ จะทำ จะพูด จะคิดส่ิงใด เรื่องใด ก็มุ่งหมายแต่ใน
สาระอันเป็นจุดประสงค์และประโยชน์อันควรมุ่งหมายของสิ่งน้ัน เรื่องน้ันเป็นสำคัญ ไม่คิดฟุ้งซ่านสับสน
ไปถึงส่ิงอื่นๆ ท่ีมิใช่สาระด้วย เม่ือสามารถฝึกใจให้เข้าระเบียบมั่นคงได้ดังนี้แล้ว ความคิดอ่านอันกระจ่าง
แจ่มใจหรือวิจารณญาณก็จะเกิดขึ้น ช่วยให้สามารถพิจารณาวินิจฉัยเร่ืองราวหรือเหตุการณ์ต่างๆ ได้โดย
ถูกต้องเท่ียงตรง ไม่ว่าจะทำ จะพูด จะคิดส่ิงใด เร่ืองใด ก็จะสำเร็จผลสมบูรณ์ตามความประสงค์ ช่วยให้
ประสบความสุขความสำเร็จในชวี ิตไดเ้ ปน็ แนน่ อน
สิ่งสำคัญสำหรับครูอีกสิ่งหน่ึง คือ วินัย วินัยหรือระเบียบบังคับ เป็นของสำคัญสำหรับทุกคน
โดยเฉพาะผู้ทอี่ ยู่ในฐานะหนา้ ท่ที ี่จะต้องปกครองบังคับบัญชาคนอ่นื ๆ และจะต้องทำตัวใหเ้ ป็นแบบฉบับที่
ดีแก่ผู้อยู่ในปกครอง... วินัย คือระเบียบปฏิบัติท่ีดีที่จะนำบุคคลให้ก้าวหน้าไปถึงความดีงามความเจริญ
ดังน้ัน เราจะต้องถือวินัยเพ่ือเสริมสร้างคุณภาพในตัวเราเองให้บริบูรณ์ขึ้น และเสริมสร้างความพร้อม
เพรียงสมัครสมาน ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าของหมู่คณะของเราให้บริบูรณ์ข้ึน
เช่นกัน ข้อสำคัญอีกอย่างหน่ึง เราจะต้องระวังต้ังใจมิให้ถือวินัยอย่างผิดๆ เช่น ถือไว้เพื่อใช้เป็นเคร่ือง
หลอกตัวเองว่าตัวเองเป็นผู้เลอเลิศ แล้วคอยเพ่งโทษผู้อื่น เบียดเบียนข่มเหงผู้อื่นโดยใช้ระเบียบข้อบังคับ
เป็นเครื่องมือ เพราะการถือวินัยไม่ทำให้เกิดประโยชน์อันใดเลยมีแต่จะก่อให้เกิดความเกลียดชังและ
แตกแยก...”
ลักษณะของครทู ี่ดี ตามพระราโชวาทฯ ท้ัง 5 ประการดังกล่าวหากนำมาพิจารณาในแต่ละข้อให้
ละเอียด จะทำให้ไดค้ ุณลกั ษณะที่ดขี องครูเพิม่ ข้ึนอีกมากมาย ดงั เช่น
6
คุณสมบัติข้อแรก คือ ความสามารถในการแสดงความรู้ความคิดของตนให้ผู้อ่ืนทราบได้อย่าง
แจ่มแจ้งดว้ ยความฉลาด คณุ สมบตั ิขอ้ น้ีจะเกิดขึ้นต้องอาศยั คุณธรรมอ่ืนๆ อีกหลายประการ ทสี่ ำคัญ เช่น
1) การฝกึ ฝนอบรม
2) การคิดอยา่ งมรี ะเบยี บแบบแผน
3) การรู้จกั จบั ประเดน็ ของเร่ืองท่จี ะพดู ให้ได้
4) การสื่อความหมายให้ถกู ต้อง
5) การพดู ไดร้ วบรดั ชดั เจน
6) การฝกึ พดู ใหเ้ ป็นนสิ ัย
คณุ สมบัติข้อท่ีสอง คือ ความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี คุณสมบัติข้อนี้จะบังเกดิ มีในตวั บุคคลท่ีเป็นครู
อาจารยไ์ ดจ้ ะต้องฝึกอบรมในส่งิ ต่อไปนี้ คอื
1) การมีกิริยาท่าทางทเี่ หมาะสม
2) ความสุภาพอ่อนโยนและจริงใจ
3) การฝกึ ทำใจใหก้ ว้าง เปน็ กลาง และเที่ยงตรง
4) ความซื่อสตั ย์
5) การไม่เพง่ โทษผูอ้ ื่น
6) การไมป่ ระมาทหมิ่นผอู้ ่ืน
7) ความอ่อนน้อมตอ่ วุฒิบคุ คล (บคุ คลท่ีมคี วามเจริญร่งุ เรือง)
8) ความสุภาพเปน็ มติ รตอ่ บุคคลเสมอกัน
9) ความเมตตาเอน็ ดตู ่อผูน้ ้อย
10) การไม่สร้างปมเขื่องหรือปมด้อยให้กับตนเอง
11) การรักษากาย วาจา ใหส้ งบหนักแน่น
12) การไม่โกรธงา่ ย
13) ความไม่มีอคติหรือลำเอียง
14) การไมเ่ ห็นว่าตวั เองสำคญั กวา่ ผู้อนื่
คุณสมบัติข้อที่สาม คือ ความมีค่านิยมสูง คุณสมบัติข้อนี้จะเกิดมีข้ึนได้ครูอาจารย์จะต้องฝึกฝน
ตน เองให้ เป็ นผู้ ท่ีฉล าดใน การเลื อ กส รรสิ่ งที่ ดีงาม ที่มี คุณ ป ระโยช น์ม าเป็ น ท่ี นิ ย ม ยึดเห นี่ ยว ปฏิ บั ติ
เช่น (ตวั อย่างต่อไปน้ี มใิ ช่ พระราโชวาท แต่ผู้เขยี นยกขึน้ มาประกอบเพื่อให้ผู้ศึกษาไดเ้ ข้าใจ)
1) การยดึ มั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ ทรงเปน็ ประมุข
2) การประหยัดอดออม
7
3) การมรี ะเบียบวนิ ยั และเคารพกฎหมาย
4) การรักษาศลี ห้าอย่างเคร่งครดั
5) การเคารพเทดิ ทูนพระมหากษตั ริย์
6) การปฏิบัติตามจรรยาวชิ าชพี ครูอยา่ งเคร่งครดั
7) การแต่งกายสภุ าพเรยี บร้อยเมื่อไปในสถานท่ีสาธารณะ
8) การรักษาความสะอาดทั้งของสว่ นตวั และของส่วนรวม
9) ความกตญั ญูกตเวทีตอ่ ผู้มีพระคณุ และสงิ่ แวดล้อม
10)ความซอื่ สัตย์สจุ ริต
ฯลฯ
คุณสมบัติข้อท่ีสี่ คือ ความมีวิจารณญาณ คุณธรรมข้อนี้จะบังเกิดข้ึนได้ครูอาจารย์จะต้องฝึกฝน
พัฒนาตนในดา้ นต่างๆ ต่อไปน้ี
1) การควบคมุ จติ ใจให้เปน็ ปกตแิ ละหนักแน่น
2) การไมห่ วัน่ ไหวไปตามอารมณแ์ ละอคตติ ่างๆ
3) การไม่ฟงุ้ ซ่าน ไม่คดิ สับสนถงึ เรื่องต่างๆ
คุณสมบัติข้อท่ีห้า คือ มีวินัย ครูอาจารย์จะต้องยึดถือปฏิบัติตามระเบียบวินัยให้ถูกต้อง
เหมาะสม โดยตระหนักอยู่เสมอว่า
1) ถอื วนิ ัยเพือ่ เสริมสรา้ งคุณภาพให้ตัวเราเอง
2) ถือวินัยเพ่ือสรา้ งความพรอ้ มเพรยี งสมัครสมาน
3) ถอื วินยั เพื่อความเป็นปกึ แผ่นมัน่ คงและความกา้ วหน้าของหมู่คณะ
4) ไม่ถือวินยั อย่างผิดๆ เพือ่ หลอกตวั เอง
5) ไมน่ ำเอาวินยั เป็นเครือ่ งมือเบียดเบยี นบงั คบั ผู้อ่ืน
1.2 คณุ ลกั ษณะของครูท่ีดตี ามพระราชดำรัส
พระราชดำรัสในท่ีนี้ หมายถึง พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ
พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซ่ึงพระองค์ได้พระราชทานแก่ครูอาวุโสประจำปี 2522 เมื่อวัน
องั คารท่ี 28 ตลุ าคม พ.ศ. 2523 มขี ้อความทเ่ี กย่ี วกับคุณลกั ษณะของครูดีตอนหนึง่ ว่า
“... ครูท่ีแท้นั้นต้องเป็นผู้กระทำแต่ความดี ต้องขยันหม่ันเพียรและอุตสาหะพากเพียร ต้อง
เอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละ ต้องหนักแน่นอดกลั่นและอดทน ต้องรักษาวินัยสำรวมระวังความประพฤติ
8
ของตนใหอ้ ยู่ในระเบียบแบบแผนอันดงี าม ต้องปลกี ตัวปลกี ใจจากความสะดวกสบายและความสนุกร่ืนเริง
ท่ไี มส่ มควรแกเ่ กยี รติภูมิของตน ต้องต้ังใจให้ม่ันคงและแน่วแน่ ต้องซอื่ สัตย์รักษาความจรงิ ใจ ต้องมเี มตตา
หวังดี ต้องวางใจเป็นกลาง ไม่ปล่อยไปตามอำนาจอคติ ต้องอบรมปญั ญาใหเ้ พ่ิมพูนสมบูรณ์ข้ึน ทั้งในด้าน
วิทยาการและความฉลาดรอบรู้ในเหตแุ ละผล..”
จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรม
นาถบพิตรตามท่ีได้อัญเชิญมาข้างต้นนี้ เม่ือนำมาเปรียบเทียบกับหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวแล้ว สามารถเข้ากันได้กับหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาทุกประการท้ังในหลัก
กัลยาณมติ ตธรรมและหลกั ธรรมอ่ืนๆ ดังเช่น
1 หม่ันขยนั และอตุ สาหะพากเพยี ร ตรงกับหลกั ธรรม “วริ ิยะ” หรอื “วิริยารมั ภะ”
2 เอื้อเฟือ้ เผอื่ แผแ่ ละเสียสละ ตรงกับหลักธรรม “จาคะ”
3 หนักแน่น อดกล้นั อดทน ตรงกับหลกั ธรรม “ขันติ”
4 รักษาวนิ ัย...อยใู่ นระเบยี บแบบแผน ตรงกับหลกั ธรรม “วัตตา” หรอื “วนิ โย”
5 ปลีกตวั ปลกี ใจจากความสะดวกสบาย ตรงกับหลกั ธรรม “สงั วร”
6 ต้ังใจให้ม่นั คงและแนว่ แน่ ตรงกบั หลักธรรม “สมาธิ”
7 ซอ่ื สตั ย์รกั ษาความจริงใจ ตรงกับหลักธรรม “สัจจะ”
8 เมตตาหวงั ดี ตรงกบั หลักธรรม “เมตตา”
9 วางใจเปน็ กลาง ไมป่ ลอ่ ยไปตามอำนาจอคติ ตรงกับหลกั ธรรม “อเุ บกขา”
10 อบรมปญั ญาให้เพ่มิ พูนสมบูรณข์ น้ึ ตรงกบั หลกั ธรรม “ปญั ญา”
9
2. คุณลักษณะครูทด่ี ีตามหลกั พระพุทธศาสนา
หลักคำสอนหรือหลักธรรมในพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับความเป็นครู ประกอบด้วยหลักธรรม 7
ประการ คือ
1. ปิโย น่ารัก คือ การทำตัวเป็นท่ีรักต่อศิษย์และบุคคลท่ัวไป การท่ีครูจะเป็นที่รักแก่ศิษย์ได้ ก็
ควรตง้ั ตนอยใู่ นพรหมวหิ าร 4 คือ
1.1 มีเมตตา ปรารถนาดีต่อศิษย์ หาทางให้ศิษย์เป็นสุขและเจริญก้าวหน้าทั้งทางด้าน
วิชาการและการดำเนนิ ชีวิต คอยระวงั มใิ ห้ศษิ ยต์ กอยู่ในความประมาท
1.2 มกี รณุ า สงสาร เอ็นดศู ษิ ย์ อยากช่วยเหลอื ใหพ้ น้ จากความทุกข์ ความไม่รู้
1.3 มีมุทิตา คือ ชื่นชมยินดีเม่ือศิษย์ได้ดี และยกย่องเชิดชูให้ปรากฏเป็นการให้กำลังใจ
และชว่ ยให้เกดิ ความภมู ใิ จในตนเอง
1.4 มีอุเบกขา คือ วางตวั เป็นกลาง จติ ใจทต่ี ้ังอยูใ่ นความยตุ ธิ รรม ไม่ลำเอยี ง ไมม่ ีอคติ
2. ครุ หมายถึง การเป็นบุคคลท่ีมีความหนักแน่นมั่นคง ทั้งในด้านของจิตใจที่หนักแน่นม่ันคง ท่ี
จะดำรงตนอยู่ใน ความดีไม่หวั่นไหวไปตามอำนาจของกิเลสตัณหา และความหนักแน่นในด้านของความ
รอบรธู้ รรม ทจี่ ะช่วยให้ครู มคี ุณสมบัติ ดงั กล่าว คอื พละ 5 ประการ ไดแ้ ก่
2.1 ศรทั ธาพละ คือ มีความเชือ่ ในทางทีช่ อบ เช่น เช่ือว่าทำดไี ด้ดี ทำชว่ั ได้ชว่ั
2.2 วิริยะพละ คือ ความเพยี รในทางที่ชอบ คอื เพยี รเลิกละความชั่ว เพียรระวงั ความชั่ว
ไมใ่ หเ้ กิดในสันดาน
2.3 สติพละ หมายถึง ความระลึกได้ มีความรู้สึกตัวในการกระทำ การพูด การคิดให้
รอบคอบ
2.4 สมาธิพละ หมายถึง ความมีใจจดจ่อแน่วแน่มั่นคงในสิ่งที่เป็นบุญกุศล พลังสมาธินี้
จะเปน็ กำลงั ต่อตา้ น ความฟุ้งซ่านมใิ หเ้ กดิ ขน้ึ ในใจ
2.5 ปัญญาพละ หมายถึง ความรอบรู้ คือรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควรทำอะไรควรเว้น
อะไรเปน็ ประโยชน์ และอะไรไร้ประโยชน์
3. ภาวนโิ ย การเป็นผู้ท่ไี ดร้ บั การยกย่องว่าเป็นผ้มู ีความประพฤตดิ งี ามควรแก่การเคารพ
4. วตั ตา คือ เป็นผู้มีมานะในการตักเตือนสั่งสอน เพ่ือให้ศษิ ย์มคี วามรู้ความสามารถ และเป็นคน
ดี คือใช้ความรู้ ความสามารถไปในทางสุจรติ เป็นประโยชน์ ต่อตนเองและผูอ้ ่ืนได้ ลักษณะการสอนในแง่
ของพทุ ธศาสนามี 5 ประการ คือ
10
4.1 สันทัสสนา คือ สอนให้เข้าใจชัดเจน เห็นจริงอย่างท่ีต้องการ ซึ่งจะต้องดำเนินไป
ตามลำดับขั้นดังนี้ คือ สอนจากสิ่งที่รู้แล้ว ไปหาส่ิงท่ียังไม่รู้ สอนจากส่ิงท่ีง่ายไปหาส่ิงยาก สอน
จากส่ิงทเี่ ป็นรูปธรรมไปหาสิ่งที่เป็นนามธรรม
4.2 สมาทปนา มีการกระตุ้นเร่งเร้า เพื่อให้เกิดความกระตือรืนร้นที่จะประพฤติปฏิบัติ
ตามท่ีครสู อน
4.3 สมุตเตชนา สร้างกำลังใจ เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อม่ันในตนเอง กล้าคิด กล้าพูด
กล้าทำ ไมค่ รัน่ คร้าม ต่อความยากลำบากหรืออุปสรรคใดๆ
4.4 สัมปหังสนา สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เรียน คือมีเทคนิคในการสอนท่ีจะทำให้
การเรยี นการสอนนา่ สนใจ
5. วจนัก ขโม เป็นผู้มีความอดทนต่อถ้อยคำโดยมีเจตนาดีเป็นท่ีต้ังการอดทนต่อกริยา วาจาอัน
กา้ วร้าวรนุ แรงของ ผู้อนื่ ไดน้ นั้ เป็นสญั ลกั ษณ์ของความเข้มแข็ง
6. คัม ภีรัญจกถัง กัตตา สามารถขยายข้อความท่ียากให้ง่ายแก่การเข้าใจได้ การตีความใน
วิชาการนั้นๆ ให้ละเอียดลึกซึ้งง่ายแก่การเข้าใจ เพราะวิชาการต่างๆ ที่ครูนำมาสอนน้ันล้วนเป็นเรื่องท่ี
ผ้เู รยี นไมเ่ คยเรยี นมาก่อน ครูจะต้องมวี ธิ ที จี่ ะทำให้ผู้เรียนเขา้ ใจเรอื่ งยากๆ ไดโ้ ดยง่าย โดยวิธกี าร ดงั นคี้ ือ
6.1 แสดงจุดเด่น หัวข้อสำคัญๆ หรือโครงสร้างของวิชาน้ัน เพ่ือให้ ผู้เรียนเกิดความคิด
รวบยอด ก่อนที่จะอธบิ าย ในรายละเอยี ดต่อไป
6.2 แสดงเหตุผลในวิชาน้ัน เช่น อธิบายจากเหตุไปสู่ผล อธิบายจากผลไปสู่สาเหตุ
ยกตัวอย่างประกอบหรอื เปรยี บเทยี บกบั เนื้อหาของวชิ าอืน่ ๆ ทใี่ กลเ้ คียง
6.3 แสดงเน้ือหาท่ีเป็นแก่นหรือสาระสำคัญของวชิ านัน้ ๆ ตลอดจนชี้ให้เห็นคุณค่าในเชิง
ปฏิบตั ิ เพราะผู้เรียน จะเรียนร้ไู ดด้ ยี ิง่ ข้นึ ถ้าสิ่งนน้ั เปน็ สง่ิ ใกลต้ ัวสามารถนำมาปฏิบัตไิ ด้
7. โน จัฏฐาเน นิโยชเย คือ การรู้จักและแนะนำศิษย์ไปในทางถูกท่ีควรหมายถึง ไม่นำศิษย์ไป
ในทางท่ีเส่ือมเสยี หรือชักชวนไปสูอ่ บายมุข เช่น ดื่มเหลา้ สูบบุหร่ี เล่นการพนัน เท่ียวสถานเริงรมย์ต่างๆ
วธิ ีการแนะนำศิษย์ไปใน ทาง ทถี่ ูกทีค่ วรนัน้ มีอยู่ 3 ประการ คอื
7.1 คิดหาวิธี ใช้วธิ ีขู่กำหราบ เป็นวิธีเตือนใหศ้ ิษย์รู้สึกตัวและ ละความชัว่ กล่าวคอื เมื่อ
เหน็ ศิษย์ ประพฤติ ไปใน ทางท่ไี มถ่ ูกไมค่ วร
7.2 นัคคหวิธี ใช้วิธียกย่องชมเชย เป็นการกระตุ้นส่งเสริมให้เกิดนิสัยที่ดีและป้องกัน
ไมใ่ หเ้ กิดนิสัยทไ่ี ม่ดี เมื่อใด ทเ่ี หน็ ศษิ ย์ทำความดีครูจะตอ้ งยกย่องชมเชย
7.3 ทิฎฐานคติวิธี ใช้วิธีกระทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ครูต้องการให้ศิษย์ประพฤติปฏิบัติ
อย่างไร ครกู ็ต้องปฏิบตั ิตน เช่นนน้ั ให้ศษิ ย์ได้เหน็ เปน็ ตัวอยา่ ง
11
พทุ ธทาสภิกขุ ได้แสดงทัศนะเก่ียวกับครูท่ีดีไว้ในการบรรยาย ณ สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา
จังหวัด สุราษฎร์ธานี วันที่ 4-9 กันยายน 2527 สรุปได้ดังนี้คือ (สำนักงานคณะกรรมการการ
ประถมศึกษาแห่งชาติ, 2529 : 109 - 124)
1. ครูดี คอื ผนู้ ำทางวตั ถุ หมายถงึ การเปน็ ผู้นำใน 4 ประการดังนี้ คอื
1.1 เป็นผู้นำในการแสวงหาอย่างถูกต้อง ยึดหลักการแสวงหาอย่างสัตบุรุษไม่ก่อให้เกิด
ทกุ ข์ ทง้ั แก่ตนเองและ ผ้อู ่นื ไมก่ ระทบกระท่ังให้ผอู้ น่ื เดอื ดร้อน
1.2 เป็นผู้นำในการเสวยผลอย่างถูกต้อง หมายถึง ไม่ผูกขาดเอาผลที่ได้รับจากการ
แสวงหามาเปน็ ของตนแต่ ผเู้ ดียว แตจ่ ะต้องเผื่อแผ่ไปใหแ้ กผ่ อู้ นื่ โดยรอบดา้ น
1.3 เป็นผู้นำในการเป็นอยู่อย่างถูกต้อง คือ ดำเนินชีวิตโดยปฏิบัติตามอริยมรรค อันมี
องค์แปด ซ่ึงเม่ือปฏิบัติ จนถึงที่สุดแล้วจะเกิดปัญญาเห็นธรรมชาติ ตามสภาพท่ีเป็นจริง คือ
ความไม่มีตัวตน ทุกสิ่งเป็นเพียง ผลการปรุง แต่งของธาตุต่างๆ ตามธรรมชาติ และจะต้องเกิด-
ดับ ไป ตามสภาพ จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเราของเรา อันจะก่อให้เกิดความเห็นแก่ตัว
และเบียดเบยี นซ่ึงกันและกนั
1.4 เป็นผ้นู ำในการใช้ชีวิตให้เป็นประโยชนท์ ง้ั แก่ตนเองและผอู้ ่นื
2. เปน็ ผู้นำทางวิญญาณ หมายถงึ ความเป็นผนู้ ำในเร่ืองจติ ใจ 4 ประการดงั นี้คือ
2.1 มีความเข้าใจในกฏอิทิปปัจจัยตา คือ มองเห็นตามความเป็นจริงว่า ทุกส่ิงในโลกน้ี
เป็นไปตามเหตุตาม ปจั จยั เม่ือมีเหตุมีปัจจยั อยา่ งไรกม็ ีผลไปตามเหตุตามปัจจัย
2.2 มีความเข้าใจกฏตถตา ตถตาเป็นภาษาบาลี แปลว่า เป็นเช่นน้ันเอง คือ ทุกส่ิงเป็น
เช่นน้ันเองตามธรรมชาติ เช่น มีการเกิดก็ต้องมีตาย ในความสบายก็มีความเจ็บไข้ซ่อนอยู่ การ
เจ็บการตายลว้ นเปน็ เชน่ นั้นเอง ตามธรรมชาติ ไมใ่ ช่โชครา้ ยหรอื เคราะห์ภัยอะไรทัง้ สิ้น เปน็ ตน้
2.3 มีความเป็นอยู่อย่างไม่มีอุปสรรค คือ ไม่ถือเอาอุปสรรคเป็นส่ิงขัดขวางหรือทำให้
ท้อถอย แต่ให้ยินดีรับเอา อุปสรรคที่เกิดข้ึนในชีวิต ในการงานหรือในจิตใจมาเป็นบทเรียนท่ีจะ
ชว่ ยใหม้ ีความรมู้ ีประสบการณ์ และมีความ สามารถในเรอื่ งน้ันๆ ดยี ่งิ ขึ้น
2.4 มีความเป็นอยู่อย่างไม่มีทุกข์ ความทุกข์เกิดจากความไม่รู้ เช่น เมื่อมีความต้องการ
แล้วไม่เป็น ไปตาม ความต้องการท่ีเกิดความทุกข์ ถ้าไม่ต้องการให้เกิดทุกข์ก็ต้องให้ทุกอย่าง
เปน็ ไปตามเหตตุ ามปจั จยั ไมต่ ้องการใหม้ าก ไป กวา่ ความเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยนั้น
12
3. มีชีวิตเป็นธรรม คือ อยู่ด้วยธรรมและเพื่อธรรม หมายถึง ใช้กรรมเป็นเคร่ืองมือในการดำเนิน
ชีวิตเพ่ือ ให้ไดผ้ ลคอื ธรรมท่ีพงึ ปรารถนา เชน่ การดับทุกข์ ธรรมที่เปน็ เครือ่ งมอื อยู่มากมาย เชน่
ฆราวาสธรรม อนั เปน็ ธรรม สำหรบั ผคู้ รองเรือนมี 4 ประการคอื
1. สจั จะ ความจรงิ
2. ทมะ ความขม่ ใจ
3. ขันติ ความอดทน
4. จาคะ การเสยี สละ การให้
อทิ ธิบาท 4 คอื ธรรมทชี่ ่วยให้สำเรจ็ ประโยชนม์ ี 4 ประการคือ
1. ฉนั ทะ ความพอใจในส่งิ นน้ั
2. วริ ิยะ ความพากเพียรในส่ิงน้ัน
3. จิตตะ ความเอาใจใส่ในสิ่งนั้น
4. วมิ ังสา ความสอดส่องคน้ คว้าในสงิ่ น้นั
อย่างไรก็ตามธรรมบางประการกเ็ ปน็ ไดท้ งั้ ธรรมที่เป็นเครอ่ื งมือ และธรรมท่ีเป็นผลเช่น ใช้ศีลเป็น
เคร่ืองมือ ให้เกิดสมาธิ สมาธิจงึ เป็นผลท่ีต้องการ ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเคร่ืองมือให้เกิดผลคอื ปัญญา เป็น
ตน้
4. มอี ุดมคติ ครดู จี ะตอ้ งมีอุดมคติ 4 ประการ คือ
4.1 ทำงานเกินค่า คือทำงานใหแ้ กโ่ ลกเกนิ ค่าทไี่ ด้รบั ตอบแทนจากสงั คม เพราะครเู ป็น
ผู้สร้างทางจติ ใจ ซง่ึ มีคา่ เกนิ กว่าจะตคี ่าเปน็ เงิน
4.2 ทำงานเพ่ือหน้าท่ีมิใชเ่ พื่อตนเอง ไมเ่ หน็ แก่ตวั และไมห่ วังประโยชน์ส่วนตน
4.3 ทำตนใหเ้ ป็นแบบอย่างท่ีดีแกส่ ังคม ไม่หลงใหลในความสุขทางกาม ไม่ฟุ่มเฟือย
ฟงุ้ เฟ้อ
4.4 ทำงานเพื่อให้ไดส้ ิ่งทด่ี ีท่ีสุดท่มี นุษย์ควรจะได้ คอื เปน็ ผู้มธี รรมและมชี ีวติ เป็น
ประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง แก่ผอู้ ่ืนและแก่โลก
13
3. คุณลักษณะครูทดี่ ตี ามหลักศาสนาอิสลาม
ในหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ไดก้ ำหนดลักษณะครทู ่ดี ไี วด้ งั น้ี
1. ครูต้องเป็นผซู้ ่ือสัตย์สจุ ริตเป็นทีไ่ ว้เนือ้ เช่ือใจของบคุ คลทวั่ ไป ไม่พูดจากลบั กลอกหรือหน้าไหว้
หลังหลอก จะต้องหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ฉอ้ โกงหรือเบียดบังเอาของ ผู้อื่นมาเป็นของตนในทางที่ไม่ชอบ
หรอื ฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวง
2. ครูต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ผูกพยาบาทกัน เม่ือคู่กรณียอมรับผิด ต้องให้ อภัยด้วยความ
ยินดี จะต้องไม่กล่าวร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน เพราะการกล่าวร้ายป้ายสี เพื่อนมนุษย์มีโทษร้ายแรงย่ิงกว่า
การฆ่ามนุษย์
3. ครูต้องวางตนให้เป็นคนซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม แม้ว่าเขาได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ ช้ีขาดในเร่ืองหนึ่ง
เรอื่ งใด ก็จงวินิจฉัยดว้ ยความเทีย่ งตรง ไม่ลำเอียงเพราะเห็นแก่ของ กำนัล
4. ครูต้องให้เกยี รติแก่ผู้ทีใ่ ห้เกียรติแก่ตนให้มากกว่า หมายความว่า เมอื่ ผู้หน่ึงให้ ความคารวะแก่
เรา เราตอ้ งให้ความคารวะตอบแกผ่ นู้ ั้นให้มากกว่าท่ีเขาให้แก่เราหรือ เท่ากัน
5. ครตู ้องมีความอดทนในสิ่งท่ีประสบ หมายความว่า เป็นผู้มีความหนักแน่นไม่ ใจเบาหรือใจเร็ว
ดว่ นได้ ความอดทนนี้จะทำให้เขาบรรลผุ ลสำเรจ็ ในผลงานแน่นอน
6. ครูต้องไม่ดูถูกดูแคลนระหว่างเพ่ือนครูพี่น้อง และเพื่อนร่วมงานด้วยกัน อย่า กล่าวตำหนิติ
เตียน และให้ร้ายซึ่งกันและกัน ตลอดจนนินทากาเลทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะ การประพฤติดังกล่าว เป็น
เสมือนการรับประทานเน้ือสัตว์ที่ตายเน่าเหม็น ครูต้องไม่ใช้ คำพูดท่ีไม่เหมาะสมกับเด็กโดยเฉพาะเด็ก
กำพร้า จงใช้คำพูดที่อ่อนโยนและละมุนละไม จงอย่าใช้คำพูดที่ดุตะคอกต่อผู้ท่ีมาขอและเม่ือครูได้รบั โชค
ดี วาสนาดี จงบอกเลา่ ใหเ้ พ่อื น ฝูงทราบสาเหตทุ ี่เขาได้รบั โชคนั้น เพือ่ เพอ่ื นฝงู จะได้นำเอาไปเปน็ ตัวอย่าง
7. ครูต้องหมั่นหาวิชาเพ่มิ เตมิ อยู่เสมอ การศึกษาถือว่าเป็นอาหารของชวี ิต เพราะอิสลามบัญญัติ
ว่า การศึกษาหาความรู้เป็นความจำเป็นของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ท้ัง ชายและหญิง ต้ังแต่อยู่ในเปลจนถึง
หลุมฝังศพ หมายความว่า ต้องศึกษาตลอดชีวิต ตรง กับหลักการศึกษาปัจจุบันที่เรียกว่า “การศึกษา คือ
ชีวิต”
14
8. ครูต้องมีความเพียรพยายามในกิจการงานทุกส่ิงทุกอย่างให้สำเร็จ ซ่ึงอิสลาม ได้บัญญัติการ
สง่ เสรมิ ความเพยี ร มคี วามว่า “ผใู้ ดมีความเพียรพยายาม ผู้น้นั จะพบกบั ความสำเร็จ”
9. ครูตอ้ งมีความละอายต่อบาป ไม่พยายามทำในสง่ิ ทเ่ี ป็นบาปเล็กบาปใหญ่ ทั้งในท่ีลบั และที่แจ้ง
ไมว่ า่ บาปนั้นจะเปน็ บาปที่เกดิ จากกาย วาจา หรอื ใจกต็ าม
10. ครูต้องมีความสำนึกผิด ทุกคนย่อมมีความผิด เมื่อเขาสำนึกผิดได้แล้ว ศาสนาสอนให้รับผิด
ถ้าความผิดเก่ียวกับบุคคล เขาจะต้องไปสารภาพผิดต่อบุคคลน้ัน ถ้า เป็นความผิดที่เก่ียวกับพระเจ้า เขา
จะต้องขอลแุ กโ่ ทษตอ่ พระเจ้า พระเจ้าก็จะอภัยโทษให้ เขา
11. ครูต้องมีความสนั โดษ หมายความวา่ ต้องมคี วามรู้สึกพอใจในสงิ่ ท่ีตนมีอยู่ ไม่ โลภโมโทสันใน
สิ่งที่ไม่ใช่ของตน คำว่า “สันโดษ”ไม่ได้หมายถึงว่าอยู่อย่างโดดเด่ียวไม่ ประกอบอาชีพเช่นนั้นก็หาไม่ แต่
หมายความว่าต้องประกอบอาชีพโดยสุจริต ตามท่ีพระ เจ้ากำหนดไว้ให้ พร้อมท้ังมีใจกุศลเผื่อแผ่ต่อผู้อ่ืน
ดว้ ย คอื พอใจในสง่ิ ท่ีตนมีอยู่
12. ครูต้องเป็นผู้รู้คุณ ต้องว่าใครเป็นผู้มีพระคุณต่อตน เช่น บิดามารดา ครู อาจารย์ของตน
รวมทั้งคนอื่นที่มีพระคุณแก่ตน แล้วหาทางตอบแทนให้สมเจตนารมณ์ จึง เป็นผู้มีความเจริญในชีวิตและ
ทำให้ชวี ิตมคี วามก้าวหน้า
13. ครูต้องมีวิญญาณครู คือ มีน้ำใจรักการเป็นครู เป็นผู้ท่ีเสียสละทุกอย่างเพ่ือ ศิษย์และบุคคล
ทั่วไป หาความรู้เพ่ิมเติมอยู่เสมอ เพ่ือท่ีจะเผยแพร่แก่กุลบุตรธิดาต่อไป ดังที่อิสลามสอนว่า “จงเป็นคน
หนึ่งในสาม คือ เป็นผู้สอน (ครู) หรือเป็นผู้เรียน (นักเรียน หรือนักศึกษา) หรือเป็นผู้ฟังท่ัว ๆ ไป จงอย่า
เป็นคนที่ส่ี หมายถึงเป็นผู้ที่ไม่ได้อะไรเลย ท้ังสามอย่างนี้เป็นการแสดงใหเ้ ห็นว่า ต้องหาความรู้เสมอ ไม่มี
เวลาหยดุ ดงั คำสุภาษิต ท่วี ่า “ไมม่ ีใครแก่เกนิ เรียน”
14. ครูตอ้ งประพฤติตนใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ งทดี่ ี มีมารยาทท้งั กาย วาจา และใจ มสี ัมมา คารวะ ซง่ึ เป็น
การแสดงถึงผู้มีวัฒนธรรมอันสูงส่ง ดังพระวัจจนะพจน์ ของศาสดา มะหะหมัดกล่าวไว้มีความหมายว่า
“บุคคลท่ีมีความประเสริฐเลิศในพวกท่าน คือ บุคคลที่ มีมารยาทอันดีงาม” และอีกตอนหน่ึงกล่าวว่า
“เสื้อผ้าอาภรณ์อันมีราคาที่ตกแตง่ ร่างกาย นั้น ไม่ได้ทำให้ผู้สวมใส่เกิดความสวยงามเลยแม้แต่น้อย อันที่
จริงส่ิงที่จะทำให้ผู้น้ันมี ความสวยงามคือ ความรู้และมารยาทอันสวยงามที่มีอยู่ในตัวเขา” (บุญเชิด รัต
ตนนท.์ 2520: 94-97)
15
4. คุณลักษณะครูทด่ี ีตามแนวคดิ นกั การศึกษาไทย
บรรจง ชูสกุลชาติ (2531) กล่าววา่ ผทู้ ่ีจะมวี ญิ ญาณแหง่ ความเปน็ ครนู ้นั จะต้องประกอบด้วย
คณุ สมบตั ิ 14 ประการ คอื
1. ตอ้ งเป็นผ้ทู ี่เชื้อถือได้ คือเปน็ คนพดู จรงิ ทำจริง มีความจริงใจ และมีคุณธรรม
2. ต้องเปน็ ผมู้ ีมารยาท ซึ่งแสดงถึงความมีจรยิ ธรรม วัฒนธรรมทล่ี ะเอียดอ่อนและละมนุ ละไม
3. ตอ้ งเป็นผู้มีความใฝ่สูง แสวงหาส่ิงทดี่ กี วา่ อยู่เสมอในชวี ิตให้สมกบั ที่ได้ชอ่ื ว่าเป็นครูเปน็ ผนู้ ำ
ทางความคิด และวิญญาณของศษิ ย์
4. ตอ้ งเป็นผ้ทู ่ีเห็นเด็กนัน้ มีความสำคัญ ตอ้ งรจู้ ักเดก็ และเข้าใจเด็กเปน็ อย่างดี
5. ตอ้ งเปน็ ผรู้ ักษาสุขภาพอนามัย
6. ต้องเป็นผมู้ ีอุดมคติ เปน็ หลักในการดำเนินชวี ติ ให้ไปส่จู ดุ หมาย
7. ต้องไมเ่ ลน่ พรรคเลน่ พวก ไมถ่ ือวา่ คนนั้นเป็นเขา คนนี้เปน็ เรา แตค่ วรถอื วา่ ทุกคนเปน็ พวก
ของเรา เราซ่ึงเปน็ คนไทยดว้ ยกนั
8. ตอ้ งร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เสมอ อาจจะเปน็ กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจัดข้ึนตามขนบธรรมเนียม
ประเพณแี ละวัฒนธรรม อาจเปน็ กจิ กรรมทส่ี ่งเสริมการเรยี นการสอนหรือกจิ กรรมเสริม
หลกั สูตรอาจเปน็ กิจกรรมทางการเมือง เศรษฐกจิ และสังคมอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่
9. ต้องมีความรกั โรงเรยี น อยากใหโ้ รงเรยี นสะอาดเป็นระเบียบเรยี บร้อยและมคี วามศักดิ์สิทธ์ิ
10. ต้องมีความอดทน อดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก อดทนต่อคำตำหนิติเตียน อดทนตอ่ คำ
สรรเสริญเยนิ ยอ คอื ไม่ลุ่มหลงละโมบ ผ้ทู มี่ ีความอดทนได้มากท่ีสดุ เทา่ น้นั ทจ่ี ะแสดงความ
เป็นมนษุ ย์ไดม้ ากท่สี ุด ครูจงึ ควรเปน็ ผู้ท่มี ีความอดทนเปน็ เลิศ
11. ต้องเป็นผมู้ ีความสุจริต ครทู ม่ี ีวญิ ญาณตอ้ งร้จู กั กอบก้ชู ่อื เสียงทเี่ สียไปให้กลบั คนื มาใหไ้ ด้ รู้จกั
กอบกอู้ าชีพ และต่อชาติบ้านเมอื ง
12. ต้องเป็นผู้รูจ้ ักกอบกู้ ครูที่มีวญิ ญาณต้องรู้จักกอบก้ชู ือ่ เสียงทีเ่ สยี ไปใหก้ ลับคืนมาให้ได้ รจู้ ัก
กอบกอู้ าชีพของตนและภมู ใิ จในอาชีพของตน
16
13. ต้องเป็นผมู้ เี ชาว์ไหวพรบิ ครูจำเปน็ ต้องมเี ชาวไ์ หวพริบในการอบรมสง่ั สอนนักเรียน เพราะ
ครมู กั พบปัญหาของเด็กและปัญหาที่เด็กอยากถามอยา่ งคาดไม่ถึงตลอดเวลา
14. ตอ้ งเปน็ ผู้ร่วมงานเปน็ คณะได้ ต้องไม่เอาตนเองเปน็ มาตรการและมาตรฐานทั้งในการคดิ
การพูด และการทำงาน จะต้องเอามาตรการและมาตรฐานของส่วนรวมเปน็ เกณฑ์
ยนต์ ชุ่มจติ (2531) กลา่ วถึงลักษณะพิเศษของครู หรือจดุ เดน่ ของครู มีดังนี้
1. บุคลกิ ภาพ ได้แก่ สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย รวมท้ังเส้อื ผ้า เครอ่ื งแตง่ กาย เช่น
1.1 สงา่ งาม นา่ ศรัทรา
1.2 สขุ มุ เยอื กเย็น
1.3 แต่งกายเหมาะสมกับวยั และไม่ล้ำนำสมยั จนเกินไป
1.4 ระมดั ระวังอากัปกรยิ าอาการ
2. ทว่ งทีวาจา หมายถงึ อาการแสดงออกทางการพดู เช่น
2.1 เสียงดงั ฟงั ชัด แจม่ แจ้ง
2.2 พดู จามีลำดับก่อนหลงั
2.3 ไมก่ ระดากอายหรือสะทกสะท้าน
2.4 ยกตัวอยา่ งประกอบการพดู ได้ชัดเจน เข้าใจง่าย
2.5 เปน็ ผูพ้ ูดและผู้ฟังท่ดี ี
2.6 ใชค้ ำถามได้เหมาะสมกับเร่อื ง
3. จริยวัตร หมายถึง กริ ยิ าท่ีควรประพฤติปฏิบตั ติ ามขนบธรรมเนยี ม เช่น
3.1 มวี ญิ ญาณหรอื น้ำใจของความเป็นครู
3.2 ปฏบิ ตั ติ ามขนบธรรมเนยี มประเพณี
3.3 กระทำแต่ส่ิงทเ่ี หมาะสมดีงาม
17
3.4 รจู้ กั เวลาและสถานท่ี
3.5 ประพฤติปฏิบัติบนกติกาของสถานทน่ี น้ั ๆ
3.6 ประพฤตปิ ฏบิ ัตเิ ปน็ แบบอย่างท่ีดีแก่คนอื่น
4. การแสดงออกทางความคดิ เชน่
4.1 มองบุคคลต่าง ๆ ในหลายด้าน
4.2 มองการณืไกล ( มองอยา่ งลึกซ้ึง มองหลายด้าน)
4.3 กล้าแสดงออกทางความคิดในสิง่ ท่ดี งี าม
4.4 มเี จตนาทดี่ ตี ่อบุคคลอืน่ มากกวา่ ในส่ิงที่ดีงาม
4.5 มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค
5. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ ม เชน่
5.1 เสียสละ อดทน
5.2 พง่ึ ตนเอง
5.3 มคี วามรบั ผิดชอบสงู
5.4 ประหยัดอดออม
5.5 ปฏิบัติตามระเบยี บวินัย
5.6 เออ้ื อารี มีไมตรตี ่อคนอื่น
5.7 กตัญญกู ตเวที
18
5. คณุ ลักษณะครูทดี่ ีตามแนวคดิ นักการศึกษาตะวันตก
ลักษณะของครูที่ดีในทัศนะของนักการศึกษาตะวันตกนั้น เฮสซองและวีคส์ (Hessong and
Weeks อ้างถึงใน ไพพรรณ เกียรติโชติชยั 2536 : 53-58) ได้สรปุ แนวความคิดเกี่ยวกับลกั ษณะของครทู ีด่ ี
ไว้ดังน้ี
1. เปน็ ผู้มีความรู้ (being knowledge able) การมีความรู้หรอื ความเข้าใจในวชิ าการต่างๆ ซึ่งได้
ศึกษาเล่าเรียนมาเป็นอย่างดี มีความแม่นยำในวิชาการโดยเฉพาะวิชาท่ีสอนตลอดจนวิชาการอ่ืนๆ ตาม
สมควร
2. เป็นผู้มีอารมณ์ขัน (being humorous) คือ การเป็นผู้ท่ีสามารถสอดแทรกความรู้สึกที่ทำให้
ขำขันหรือสนุกสนานในการสอน อย่างไรก็ดีการมีอารมณ์ขันของครูจะต้องเป็นไปในทางสร้างสรรค์
ก่อใหเ้ กดิ คา่ นิยมท่ีดี มฉิ ะน้ันแลว้ จะเกิดผลเสียไดเ้ ช่นกัน
3. เป็นผู้มีความยืดหยุ่นผ่อนปรน (being flexible) หมายถึง การมีความสามารถในการ
เปล่ียนแปลงแก้ไขหรือปรับเปล่ียนสภาพการณ์ให้เหมาะสมกับการสอนได้ ครูจำเป็นต้องรู้จักการยืดหยุ่น
ในการอบรมส่ังสอน สามารถปรบั แผนการเรียนให้เหมาะสมกบั สถานการณท์ ีเ่ ปลี่ยนแปลงได้อย่างดี
4. เป็นผู้มีความต้ังใจในการทำงาน (being updeat) เป็นผู้ที่มีความรักในตัวเด็กและยินดีใน
ภารกิจทางการสอน จะไม่มองว่าการสอนเป็นเพียงภารกิจท่ีจะต้องรับผิดชอบเท่าน้ัน แต่จะยินดีเม่ือได้
สอน อุทิศเวลาให้กับการงานทที่ ำอย่างเตม็ ท่ี
5. เป็นผู้มีความซื่อสตั ย์ (being honest) ความซื่อสตั ย์สจุ รติ เป็นคุณลักษณะทส่ี ำคัญมากสำหรับ
ผทู้ เี่ ป็นครู ความซื่อสตั ย์เป็นส่ิงท่ีทำให้ศิษย์ เกิดความเช่อื ถือไว้วางใจและม่นั ใจที่จะปฏิบัติหรอื กระทำตาม
คำสง่ั สอนของครู
6. เป็นผู้มีความสามารถสร้างความชัดเจน (being clear and concis) ความสามารถในการทำ
ให้ ผ้ทู ี่สัมพันธด์ ้วยเข้าใจ ได้รวบรัดชัดเจนน้ัน เปน็ เร่ืองของความสามารถในการสอ่ื สารทั้งการใช้ภาษาพูด
และภาษาเขียน นอกจากน้ีการปฏิบัติหน้าท่ีใดๆ ก็ต้องปฏิบัติด้วยความชัดเจนโปร่งใส ถูกต้องตาม
หลักการและระเบียบแบบแผนอนั ดีงาม
7. เป็นคนเปดิ เผย (being open) คือ เปน็ คนท่ไี ม่ทำตัวลึกลับ เจา้ เล่ห์ไม่หนา้ ไหว้หลังหลอก เต็ม
ใจเปิดเผยใหผ้ อู้ ่ืนรับรู้ รจู้ กั ยอมรบั ความคิดเห็นของผู้อื่นดว้ ยความเข้าใจ การกระทำของตนเสมอ
19
8. เป็นผู้มีความอดทน (being patient) หมายถึง ความเป็นผู้มีความเพียรพยายามหรือขยัน
ขันแข็ง สำหรับครตู ้องมีคุณสมบัตขิ ้อน้ีเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นผู้อดทนในหน้าทกี่ ารสอนและงาน
อน่ื ๆ แล้วยงั ตอ้ งอดทนตอ่ พฤตกิ รรมต่างๆ ของนกั เรยี นอกี ด้วย
9. เป็นแบบอย่างท่ีดี (being a role model) ครูควรเป็นบุคคลที่กระทำตนให้เป็นแบบ อย่างที่ดี
ตอ่ ศิษย์และสงั คม เพราะนักเรยี นต้องมีแบบอย่างท่ีถูกต้องดีงามเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของ
ตนเอง ซึ่งครูต้องเป็นผู้ใกล้ชิดและเป็นผู้ท่ีนักเรียนไว้วางใจเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ครูจึงต้องกระทำตนเป็น
แบบอย่างทีด่ ีตอ่ ศิษย์ทั้งในเวลาสอนและในการดำเนนิ ชีวิต
10. เป็นผู้สามารถประยุกต์ทฤษฎีไปปฏิบัติได้ (being able to relate theory to practice)
การนำเอาความรู้ที่ได้จากการศึกษาเล่าเรียนไปใช้ให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพนั้น บางครั้งสภาพการณ์
จรงิ ไม่เหมอื นกบั ทฤษฎีทีเ่ รยี นมา ครตู ้องสามารถประยกุ ตท์ ฤษฎไี ปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสม
11. เป็นผมู้ ีความเชื่อม่ันในตนเอง (being self confidant) ความเชื่อม่ันในตนเอง ก็คือ การกล้า
ตัดสนิ ใจโดยสามารถเลือกวถิ ีทางที่ดีทสี่ ุดในการแก้ปัญหาต่างๆ หรอื วถิ ีทางท่ีดีทสี่ ุดในการกระทำต่างๆ ครู
ต้องสามารถพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองโดยการส่ังสมประสบการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะที่เก่ียวกับการสอน
ใหม้ ากท่ีสดุ ครตู อ้ งเชือ่ มน่ั ในส่งิ ท่ีตนสอนด้วย
12. เป็นผู้มีความสามารถในศิลปะวิทยาการหลายๆ ด้าน (being diversified) ครูท่ีประสบ
ความสำเร็จจะต้องมีความรู้และความสามารถในวิทยาการอื่นๆ ด้วย ความรู้พิเศษเป็นความสามารถ
เฉพาะตัวที่จะช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูอาจจะต้องใช้เพ่ือช่วยให้งานในหน้าที่ครูมีปร ะสิทธิภาพย่ิงขึ้น
ความรู้พิเศษ เช่น ความสามารถทางเครื่องยนต์กลไก ความรู้ในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ความสามารถ
ทางงานศิลปะ เป็นต้น
13. เป็นผู้แต่งกายเหมาะสมและมีสุขอนามัยส่วนบุคคลดี (being well groomed and having
personal hygiene) ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องแต่งกายสุภาพเรียบรอ้ ยและสะอาดอยู่เสมอ สวมใส่เส้ือผ้า
ถูกกาลเทศะ เหมาะสมกับความเป็นครูหรือแต่งกายตามรูปแบบท่ีสถานศึกษากำหนด นอกจากนี้
สุขอนามัยส่วนบุคคลของครูก็เป็นส่ิงสำคัญ ทั้งสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ สุขภาพของครูมีผลให้การ
สอนประสบผลสำเรจ็ ดว้ ยดี
20
6. คณุ ลักษณะครทู ด่ี ีตามเกณฑม์ าตรฐานของครุ สุ ภา
คุณลักษณะของครูดีเด่นของคุรุสภา คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาได้ กำหนดเกณฑ์
คุณลกั ษณะของครูไวด้ งั ต่อไปนี้
1. คุณลกั ษณะตามหลกั เกณฑท์ ว่ั ไป ประกอบด้วย
1) ดา้ นจรรยามารยาทและคณุ ธรรม จะต้องเป็นผูม้ ีความยุตธิ รรม เมตตากรุณา รับผิดชอบงาน
และตรงต่อเวลา มีความรักและเอาใจใส่ต่อศิษย์ มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่น่า ไว้วางใจ รักษาความลับ
ของศษิ ย์ และมีความศรทั ธาต่อวชิ าชพี ครูอยา่ งมาก
2) ด้านบุคลิกภาพ จะต้องเป็นผู้ท่ีมีบุคลิกภาพท่ีดี แต่งกายสะอาดเรียบร้อย เหมาะสมกับ
กาลเทศะ มีท่วงทีวาจาสุภาพเรียบร้อย มีกริยามารยาทดี ประพฤติตนเป็น แบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ และมี
ความเชือ่ มัน่ ในตนเอง
3) ด้านมนุษยสัมพันธ์และสัมพันธภาพในครอบครัว ต้องเป็นผู้ท่ีมีมนุษยสัมพันธ์ดีเย่ียมต่อ
บุคคลท่ัวไปและมีความสมั พนั ธ์อนั ดภี ายในครอบครัว
4) ด้านความร่วมมือในการพัฒนาชุมชน จะต้องเป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้นำ โดย ผลงานหรือ
โครงการที่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการพัฒนาชุมชน และให้ความร่วมมือ อย่างดีต่อชุมชนเพ่ือ
ยังประโยชน์ให้แก่ชุมชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมท่ีชาวบ้านในท้องถิ่นจัดข้ึน มีความสามารถปรับตัวให้เข้า
กบั ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถ่ินได้เป็น อยา่ งดี ประชาชนให้ความศรทั ธาและนบั ถือ
เป็นที่ยอมรบั ของคนโดยทั่วไป
5) ด้านธุรการ จะต้องเป็นผู้มีความสนใจในงานธุรการ เช่น จัดทำระเบียนให้ เรียบร้อยเป็น
ปัจจุบันอย่เู สมอ จดั ทำบัญชีเรียกช่อื รายงานผลการเรียนการสอน
6) ด้านอุปนิสัย จะต้องเป็นผู้ท่ีมีอุปนิสัยเป็นท่ีรักของศิษย์ และบุคคลท่ัวไป มี อารมณ์ดี และมี
ความสามารถควบคุมอารมณไ์ ด้ดี
7) ด้านสุขภาพอนามัย จะต้องเป็นผู้ท่ีมีความสนใจและเอาใจใส่ต่อสุขภาพของ ตนให้เป็น
แบบอยา่ งท่ีดีทงั้ ร่างกายและจิตใจ
8) ด้านความเสียสละ จะต้องเป็นผู้อุทิศเวลาให้กับงานสอน เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์เพ่ือ
ประโยชน์ตอ่ การศึกษา
21
7. คุณลกั ษณะครูที่ดีตามเกณฑม์ าตรฐานวชิ าชีพครู
รายละเอียดเกีย่ วกับคุณลักษณะ พฤติกรรมหลัก และพฤติกรรมบ่งช้ตี ามเกณฑ์ มาตรฐานวิชาชพี
ครู ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 3 หมวด มดี งั ต่อไปน้ี
หมวดที่ 1 รอบรู้ สอนดี ประกอบด้วย คณุ ลกั ษณะ พฤติกรรมหลกั และ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ดงั ต่อไปน้ี
1. ดา้ นความรแู้ ละความสามารถในวชิ าชีพครู ไดแ้ ก่
1) ร้แู ผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ: รู้นโยบายการศกึ ษาทต่ี นรบั ผิดชอบ,รจู้ ุดมงุ่ หมายของการศึกษา
2) รู้หลักสูตร คือ
- รู้หลกั การ ร้จู ุดมุ่งหมาย และโครงสรา้ งของหลักสตู ร
- รแู้ ผนพัฒนาและนโยบายหลกั ของทอ้ งถิ่น หรอื จังหวัดทป่ี ฏบิ ัติ
- สามารถปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับนโยบาย การพัฒนา และสภาพแวด
ลอ้ มของทอ้ งถน่ิ
- เข้าใจหลักสูตรและสามารถเชื่อมโยงหลกั สูตรกับการสอนในระดับ ต่าง ๆ ได้
3) รู้เนอ้ื หาวชิ าที่สอน คือ
- มีความแม่นยำ และละเอียดลึกซึง้ ในเนอ้ื หาวิชา และปรบั ปรงุ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
- ผ่านการศึกษาหรือผ่านการอบรมในวิชาทสี่ อน
- จัดทำเอกสารประกอบการสอนและคู่มือในวิชาท่ตี นรบั ผดิ ชอบ
- ศึกษาหาความรใู้ หม่ ๆ ทเี่ กีย่ วกับเน้อื หาวชิ าท่ีสอน
- สามารถประยุกต์ความรู้ไปใชใ้ นการสอน
4) ทำการสอนอย่างมีประสทิ ธภิ าพ คือ
- เตรียมการสอนล่วงหน้าอยา่ งเป็นระบบ ครบทกุ ข้นั ตอน
- วางแผนและจดั สภาพแวดล้อมของหอ้ งเรียนไดเ้ หมาะกับการเรยี นรู้ ของผเู้ รยี น
- นำหลกั จิตวิทยามาใช้ในการเรียนการสอน สอดคล้องกับพัฒนาการ ของผเู้ รยี น
- ใช้ภาษาไทยสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง ท้ังการพูด การเขียน การ ถ่ายทอดความรู้ การใช้
คำถาม การออกความคิดเห็น และการอภิปราย
- ใช้ส่ือการเรียนการสอนได้สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงค์และเนอ้ื หาวชิ าทสี่ อน
- รู้วิธีสอนหลายรูปแบบและเลอื กมาสอนได้ถกู ต้องและเหมาะสมกบั ผู้เรยี น
- ใชค้ ำถามทำใหเ้ ดก็ คิดเป็น
- จดั ทำกจิ กรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
- ใช้เทคนิคการเสรมิ แรงอยา่ งถูกตอ้ ง
22
5) รู้หลกั การวัด และประเมนิ ผล คือ
- มคี วามรู้เกี่ยวกับลักษณะแบบทดสอบตามหลักการวัดผล ประเมนิ ผล และสามารถออกข้อสอบ
และปรับปรงุ แบบทดสอบ รวมทงั้ นำมาใช้ได้ จริง เหมาะสมกบั ระดับชนั้ ของผู้เรยี น
- ใชก้ ารวดั และประเมินผลหลาย ๆ วิธีใหเ้ หมาะสมกับสภาพการเรียนรู้
- ดำเนินการวดั ผลและประเมินผลไดถ้ ูกต้อง มคี ณุ ภาพ
- นำผลการวัดและประเมินผลมาปรับปรุงการเรยี นการสอน
6) สอนซอ่ มเสริม คอื
- วเิ คราะหว์ นิ จิ ฉัยปญั หาและความต้องการจำเป็นของผเู้ รียน
- สามารถใชว้ ิธสี อนซ่อมเสริมเพือ่ พฒั นาการเรียนรู้ของผ้เู รยี น
7) การพฒั นาการสอน คือ
- ใชร้ ะบบขอ้ มลู เกีย่ วกบั การเรยี นการสอนใหเ้ ป็นประโยชน์
- วิจัยการเรียนการสอน และหรือนำผลการวิจัยมาใช้ปรับปรุงวิธีการ สอน แก้ปัญหาการเรียน
การสอน
- เผยแพร่เทคนิควธิ ีการสอนใหม่ ๆ ตลอดจนผลงานทางวชิ าการให้แก่ เพอ่ื นครูตามสมควร
2. ด้านสนบั สนนุ การเรียนการสอน
1) บรกิ ารเชิงแนะแนว
- สังเกตและรู้จักนักเรยี นเปน็ รายบุคคล
- บนั ทกึ ระเบียนประวตั ินกั เรียน
- จดั กจิ กรรมเพ่ือสร้างประสบการณ์ในการแก้ปญั หา
- ใช้เทคนคิ ต่าง ๆ ในการให้คำปรกึ ษา และแก้ปัญหาให้นักเรยี น
- ให้ความสนใจดูแลและชว่ ยเหลอื ดา้ นสขุ ภาพ อนามยั และความ ปลอดภัยของนักเรยี น
- บรกิ ารสนเทศ
2) บริการดา้ นกจิ การนักเรียน
- เปน็ อาจารย์ที่ปรกึ ษากจิ กรรมชมรมของนักเรียน และกจิ กรรมพิเศษ
- จัดกจิ กรรมเพื่อสรา้ งคุณลกั ษณะประชาธปิ ไตย
- จัดกิจกรรมเพ่ือสร้างเสริมจริยธรรม
- จดั กจิ กรรมเพ่ือสร้างเสริมความคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์
3) บริการดา้ นส่ือการเรียนการสอน
- ดแู ลบำรงุ รักษาอปุ กรณแ์ ละส่อื การเรียนการสอนให้อยู่ในลักษณะ ใชก้ ารได้
23
- จดั มมุ หอ้ งสมุดหรือมุมเสรมิ ประสบการณ์
- จัดส่ือทส่ี ่งเสริมความถนดั ศิลปะ ดนตรี กฬี า แกผ่ ้เู รียน
4) งานธรุ การ
- ทำเอกสารประจำชั้นได้ดี และเป็นปัจจุบัน
- จัดเก็บระเบียนสะสมนกั เรยี น เอกสาร เปน็ หมวดหมู่และเปน็ ระบบ
- มเี อกสารหลักฐานการตดิ ต่อระหวา่ งครูกับผู้ปกครอง
3. ด้านรอบรู้สถานการณ์บ้านเมอื งและความเปล่ียนแปลงทส่ี ำคัญ
1) ตดิ ตามความเคล่ือนไหวและสถานการณข์ องบา้ นเมืองในปัจจบุ ัน
- ติดตามขา่ วความเคลื่อนไหวตา่ ง ๆ ท้งั ดา้ นการศึกษา การเมอื ง เศรษฐกิจ และสังคม
2) จับประเดน็ ปัญหาและความเปลยี่ นแปลงทส่ี ำคัญของสังคมได้
- วเิ คราะห์และให้ข้อคดิ เห็นเกี่ยวกับข่าวสารและประเดน็ ปัญหาต่าง ๆ ได้
- พยายามใชป้ ระโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร และการสรุปประเด็นปญั หา ทส่ี ำคญั มาใชใ้ นการเรยี น
การสอน
หมวดท่ี 2 มีคุณธรรม จรรยาบรรณ ประกอบด้วย คุณลักษณะ พฤติกรรมหลัก และพฤติกรรม
บง่ ชี้ ดังตอ่ ไปน้ี
1. มีความเมตตากรณุ า
- มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชว่ ยเหลอื เพื่อนร่วมงานและสงั คม ไมน่ ิง่ ดูดายและ เต็มใจชว่ ยเหลอื ตาม
กำลังความสามารถ
- มคี วามสนใจและห่วงใยในการเรียนและความประพฤตขิ องผู้เรียน แนะนำ เอาใจใส่ช่วยเหลอื
เดก็ และเพื่อนรว่ มงานใหไ้ ด้รับความสขุ และพน้ ทุกข์ เปน็ กนั เองกับผู้เรียนเพ่ือใหผ้ ู้เรยี นมีความรสู้ ึก
เปดิ เผย ไว้วางใจและเปน็ ที่ พึ่งของผูเ้ รียนได้
2. มีความยตุ ิธรรม
- มคี วามเปน็ ธรรมต่อนักเรียน เอาใจใส่และปฏิบัติตอ่ ผเู้ รยี นและเพ่ือน รว่ มงานทุกคนอยา่ งเสมอ
ภาคและไม่ลำเอยี ง ตดั สินปญั หาของผเู้ รียนด้วย ความเปน็ ธรรม มีความเปน็ กลาง ยินดชี ่วยเหลอื ผ้เู รียน
ผรู้ ว่ มงานและ ผู้บรหิ าร โดยไม่เลือกท่รี กั มักทช่ี ัง
3. มีความรบั ผิดชอบ
- มุ่งมนั่ ในผลงาน มีวิธีการทีจ่ ะปฏบิ ตั ิงานใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ วางแผนการ ใชเ้ วลาอยา่ ง
เหมาะสมและปฏบิ ตั ิงานได้ทันเวลา ใช้เวลาอย่างคมุ้ ค่าและมี ประสทิ ธภิ าพ
4. มีวินัย
24
- มวี ินยั ในตนเอง ควบคุมตนเองให้ปฏบิ ัตติ นอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม มีวธิ ีทำงานท่ี
เปน็ แบบอย่างที่ดแี ก่บคุ คลอืน่ ได้
- ปฏิบตั ติ ามกฎและระเบยี บของหน่วยงานและสถานศึกษา
5. มคี วามขยนั
- มีความตงั้ ใจ กระตือรือร้น และปฏิบตั งิ านเตม็ ความสามารถอยา่ ง สม่ำเสมอ ไมท่ ้อถอยต่อ
อปุ สรรคในการทำงาน
- มคี วามพยายามทจี่ ะสอนเด็กใหบ้ รรลุจดุ มงุ่ หมาย
6. มีความอดทน
- อดทนเม่ือเกิดอุปสรรค ปฏิบัติงานเตม็ ที่ไม่ท้ิงขว้างกลางคัน
- มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ไมโ่ กรธงา่ ยและสามารถควบคุม อารมณ์ได้อยา่ ง
เหมาะสม อดทน อดกลั้น ต่อคำวิพากษว์ ิจารณ์28
7. มคี วามประหยัด
- ร้จู ักประหยดั อดออม ช่วยรกั ษาและใชข้ องสว่ นรวมอย่างประหยดั ไม่ใช้จ่าย ฟุ่มเฟอื ยเกนิ ฐานะ
ของตน รู้จักเกบ็ ออมทรัพย์ เพื่อความม่ันคงของฐานะ
- ใชข้ องคุ้มค่า ช่วยรกั ษาและใช้ของสว่ นรวมอยา่ งประหยัด
8. มีความรักและศรัทธาในอาชีพครู
- เห็นความสำคัญของอาชีพครู สนบั สนนุ การดำเนนิ งานขององค์กรวชิ าชีพ ครู เข้ารว่ มกิจกรรม
ทางวชิ าชพี ครู รว่ มมอื และส่งเสรมิ ให้มีการพฒั นา มาตรฐานวิชาชีพครู
- รกั ษาช่อื เสยี งวิชาชพี ครู ตง้ั ใจปฏบิ ัตหิ น้าที่ให้เกดิ ผลดีและเกดิ ประโยชน์ตอ่ ส่วนรวมเป็นสำคญั
รกั ษาความสามคั คแี ละช่วยเหลือซง่ึ กนั และกนั ในหน้าที่ การงาน ปกปอ้ งและสรา้ งความเขา้ ใจอันดีต่อ
สงั คมเกย่ี วกบั วิชาชีพครู
- เกดิ ความสำนึกและตระหนักท่ีจะเป็นครทู ี่ดี ปฏิบัตติ นให้เหมาะสมท่เี ปน็ ปูชนยี บุคคล
9. มคี วามเป็นประชาธิปไตยในการปฏบิ ตั ิงานและการดำรงชวี ิต
- รับฟังความคิดเหน็ และข้อโต้แย้งของผ้อู ่ืน เปิดโอกาสให้ผ้อู ืน่ แสดงความ คดิ เห็น
- มเี หตผุ ล ยอมรบั และปฏบิ ัติตามความคิดเห็นที่มีเหตุผลโดยคดิ ถงึ ประโยชนส์ ่วนรวมเปน็ หลัก
ใชห้ ลักการและเหตุผลในการตดั สินใจและ แก้ปัญหา
หมวดท่ี 3 มุ่งมน่ั พัฒนา ประกอบด้วยคุณลักษณะ พฤตกิ รรมหลกั และ พฤติกรรมบง่ ชี้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การพฒั นาตนเอง
1) รู้จกั สำรวจและปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ
25
- รบั ฟังคำวิพากษว์ จิ ารณ์และนำมาปรับปรุงตนเอง
- ประเมนิ ผลและปรบั ปรุงการทำงานของตนเองตลอดเวลา
- ยอมรับความเปล่ียนแปลงและปรับตวั เขา้ กับสง่ิ แวดล้อมอยา่ งมีเหตผุ ล ทางคุณธรรม
2) สนใจใฝร่ ู้
- ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งความรตู้ ่าง ๆ
- เข้าร่วมประชุมสมั มนาเพื่อแลกเปลีย่ นความรู้และความคิด
- สนใจติดตามเหตกุ ารณป์ จั จุบัน และตดิ ตามความเคล่ือนไหวทาง การศึกษา
3) เพ่ิมพูนวทิ ยฐานะ
- สนใจกระตือรือรน้ ในการท่จี ะเข้ารับราชการอบรมเพื่อเพ่ิมพนู ความรู้ที่ จะนำมาใช้ประโยชน์ใน
การเรียนการสอน
4) คิดคน้ คว้าวทิ ยาการใหม่ ๆ
- คิดเทคนคิ วิธีการสอนหรอื ประดิษฐผ์ ลงานแปลกใหมม่ าใชใ้ นการเรยี น การสอน
- นำผลที่ไดจ้ ากการทดลองมาปรับปรงุ ใชพ้ ฒั นางานและเผยแพร่ให้เป็น ประโยชน์ต่อการเรียน
การสอน
2. การพฒั นาชุมชน
1) บำเพ็ญประโยชนแ์ กช่ ุมชน
- เข้าร่วมประชมุ กจิ กรรมของชุมชนตามความเหมาะสม
- ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามวิถีทางประชาธิปไตยแก่ชุมชน โดยประพฤติตนเป็นแบบอย่างและ
ชกั ชวนผู้อื่นใหป้ ฏบิ ัติตามในโอกาสอนั ควร
- มีส่วนร่วมให้โรงเรียนเป็นแหล่งวิทยาการชุมชน พร้อมท้ังพยายามใช้แหล่งวิทยาการชุมชนให้
เปน็ ประโยชน์
-ประสานงานกับผปู้ กครองนักเรียนเพื่อทำประโยชน์ต่อชุมชน นำความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่
มาสูช่ มุ ชน เปน็ ผ้นู ำในการรเิ ร่ิมกจิ กรรมท่เี ป็นประโยชนต์ ่อชมุ ชน
-นำความรู้และเทคโนโลยีใหมๆ่ มาส่ชู มุ ชน
-เป็นผนู้ ำในการคิดริเริ่มกจิ กรรมท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ ชุมชน
26
8. คณุ ลกั ษณะครูทีด่ ีจากผลการวิจยั ต่างๆ
8.1 กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ
กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการได้ทำการวิจัยเร่ืองของครูท่ีดีโดยการสอบถามจากบุคคล
หลายฝ่าย คือ นักเรียน ครู ผู้บริหารการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ศึกษานิเทศก์ และผู้ปกครอง ใช้เวลาในการ
วิจัย พ.ศ.2518 – พ.ศ.2520: ซ่ึง เป็นคร้ังแรกในประเทศไทยที่ทำการวิจัยเร่ืองลักษณะของครูที่ดีที่ได้
กระทำใน วงกวา้ ง ผลจากการวิจัยลกั ษณะของครทู ่ดี ี สรปุ ผลได้ดังนี้
(กรมการฝกึ หัดครู 2520 : 363 – 371 )
1.ดา้ น คุณธรรมและความประพฤติ ไดแ้ ก่ ความเท่ยี งธรรม ความซอื่ สัตย์สุจริต การตรงตอ่ เวลา
รา่ เรงิ แจม่ ใส รู้จกั เสยี สละ วาจาสุภาพเรยี บร้อย เป็นกนั เองกับเด็ก และเข้ากบั เด็กได้ เปน็ ตวั อย่างในการ
ประพฤติดี มีมนุษยส์ มั พันธ์ แต่งกายเรียบรอ้ ยมีบุคลกิ ลักษณะท่ีดีมวี าจาสุภาพอ่อนโยนเว้นจากอบายมุข
ตา่ งๆ ไม่ทำตวั เสเพล มีระเบียบวินัย อารมณ์มน่ั คง มคี วามปรานีรจู้ กั ปกครองแบบประชาธปิ ไตย เป็นคน
มเี หตุผล รูจ้ กั สิทธิและหนา้ ท่ี
2 ด้านความยดึ ม่นั ในสัญชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ อันเป็นหลกั สำคัญและความจำเป็นอย่าง
ยงิ่ สำหรบั บุคคลทที่ ำหนา้ ท่เี ป็นครูท่ี ให้การศกึ ษาแกอ่ นุชนของชาติ ใหม้ คี วามรักและหว่ งแหนในสิง่ ทเ่ี ป็น
องค์ประกอบสำคัญของความเปน็ ไทย
3 ความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ีการงาน รจู้ ักเตรยี มการสอนเพ่ือใหก้ ารสอนและการเรียนของ
นักเรียนบรรลุเปา้ หมายที่ ต้องการเอาใจใส่การสอน อบรมความประพฤติและปลูกฝง่ั คา่ นยิ มดงี ามใหแ้ ก่
นกั เรยี น มคี วามขยนั ขันแขง็ มีความกระตือรอื ร้นในการทำงาน มีความศรัทธาตอ่ อาชพี ครู อุทิศตัวเพ่อื
ราชการ มสี ุขภาพทางกายและจติ ใจท่ดี ี รจู้ กั ติดต่อกบั ผู้ปกครอง และพยายามเขา้ ใจเด็ก
4 ความสามารถในการใชภ้ าษาสอ่ื สาร รจู้ ักหลักการพูด การอภิปรายบทเรยี นแจ่มชัด ร้จู กั ใช้
ภาษาถูกต้อง
5 เอาใจใส่คน้ คว้าความรู้อยู่เสมอ รแู้ ละตามความเคล่ือนไหวทางการศกึ ษาอย่เู สมอโดยเฉพาะ
แผนการศกึ ษาแห่งชาติและ หลักสูตร รจู้ ักปรบั วธิ กี ารสอนแบบใหม่และเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา
8.2 ฝา่ ยโครงการของวิทยาลยั ครูบ้านเจา้ พระยา
ฝา่ ยโครงการของวทิ ยาลยั ครูบ้านเจา้ พระยาได้ทำการวิจยั เรื่องลกั ษณะของครูท่ีสังคมต้องการ
โดยนกั เรียน ครู ผู้ปกครอง ในเขตกรงุ เทพฯ เป็นกล่มุ ตวั อยา่ ง ไดส้ รปุ ผล ดงั นี้
1. ด้านความประพฤติควรมีความประพฤตทิ ่ีดเี ปน็ แบบอยา่ งที่ดีใหแ้ กเ่ ดก็ ๆ และสงั คม
2. ด้านความรู้ทางด้านวิชาการ ควรมีความร้กู ว้างขวางนอกเหนอื ไปจากความรู้เฉพาะ
3. ดา้ นการสอนต้องรู้จักพัฒนาปรับปรุงการสอนของตนให้ไดผ้ ลดี
27
4. ด้านการปกครองนักเรียน ควรฝึกนักเรียนให้มวี ินยั ควบคไู่ ปกับการอบรมทางศีลธรรม
5. ดา้ นมนุษยส์ มั พนั ธ์ของครู ครคู วรสร้างความเข้าใจและคุณความดีของสังคม
6. ดา้ นบคุ ลิกภาพของครู ครคู วรแตง่ กายเหมาะสม มีอารมณม์ ั่นคง มีเสียงพูดชดั เจน และมี
ลกั ษณะของความเปน็ ผู้นำ
7. ดา้ นการทำงานนอกเวลา และงานอดิเรกของครู เหน็ ว่าครคู วรทำได้ไม่กฎหมาย หรือขดั ต่อ
ขนบธรรมเนียม ประเพณีอนั ดีงาม
8.3 ผลงานการวจิ ยั ของ เฉลียว บรุ ภี คั ดี
ผลงานการวิจัยของ เฉลยี ว บุรีภคั ดี เก่ยี วกับคุณลักษณะของครทู ่ีดโี ดยการรวบรวมข้อมูลจาก
นกั เรยี น ผปู้ กครอง ครูอาจารย์ ผ้บู ริหาร พระ และผทู้ รงคุณวุฒิจำนวนทงั้ สน้ิ 7,762 คน มี
1 รอบรู้ คอื จะต้องมีความรู้เกยี่ วกบั สภาพเศรษฐกิจและสังคม รวมทง้ั ความเปลยี่ นแปลงและ
พัฒนาการท่ีเกดิ ขึน้ ในสงั คมของตนและของโลก มีความรอบรู้ในวชิ าชีพของตน เช่น ปรัชญาการศกึ ษา
ประวตั กิ ารศึกษา หลักการศึกษานโยบายการศึกษา แผนและโครงการพฒั นาการศกึ ษา และจะต้องมี
ความรู้อย่างเช่ียวชาญในเรื่องหลกั สูตร วิธีสอนและวิธปี ระเมินผลการศกึ ษาในวิชาชพี หรือกิจการที่ตน
รบั ผิดชอบ
2 สอนดี คอื จะต้องทำการสอนอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ มกี ารพฒั นาการสอนใหส้ อดคล้องกับ
ความสามารถ และความสนใจของนักเรียน อีกท้งั สามารถให้บริการแนะแนวในด้านการเรียนการครองตน
และการรักษาสุขภาพ อนามัย จัดทำและใช้สอื่ การเรียนการสอนอยา่ งมีประสิทธิภาพ รวมทัง้ สามารถปรบั
การเรยี นการสอนให้เหมาะสมกบั สถานการณ์ของบ้านเมือง
3 มคี ณุ ธรรมจรรยาบรรณ คือ มีศรทั ธาในวชิ าชีพครู ต้งั ใจใช้ความรคู้ วามสามารถทางวชิ าชีพ
เพื่อให้บรกิ ารแก่นักเรียนและสังคม มีความซื่อสัตยต์ อ่ หลกั การของอาชพี ครูมีความรบั ผิดชอบในดา้ น
การศึกษาต่อ สังคม ชุมชน และนกั เรียน มีความรัก ความเมตตาและความปรารถนาดีต่อนักเรยี น อุทิศตน
และเวลาเพื่อสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนทุกคนได้รับความเจริญเติบโตและ พฒั นาการในทุกด้าน
4 มงุ่ มัน่ พฒั นา คอื ร้จู ักสำรวจและปรับปรงุ ตนเอง สนใจใฝ่รู้ และศกึ ษาหาความรู้ต่างๆ รู้จัก
เพิ่มพูนวทิ ยฐานะของตน คดิ ค้นและทดลองใช้วธิ กี ารใหมๆ่ ทเี่ ปน็ ประโยชนต์ ่อการเรียนการสอน และเปน็
ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนด้วย
8.4 ผลงานการวจิ ัยของ มณั ฑนา ปยิ ะมาดา (2511)
ได้สำรวจลักษณะของครูในกรุงเทพมหานคร พบว่า มีลักษณะสำคัญ 9 ประการ คือ
28
1. สง่ เสริมใหก้ ำลังใจ ยกย่องชมเชยนักเรียน
2. เมตตากรุณา
3. การสอนดี
4. ใหค้ ำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน
5. มีเหตุผลเป็นประชาธิปไตย
6. มคี วามยุติธรรม ซอื่ ตรง
7. ให้ความอปุ การะนักเรียน
8. บคุ ลิกภาพดี
9. มสี ัมพันธภาพอันดีแก่นักเรยี น
8.5 ผลการวจิ ัยในตา่ งประเทศ
บาร์ และคณะ (Barr A.S. and Others) ไดท้ ำการวจิ ยั ท่ีวิสคอนซิน (Wisconsin Studies) และ
แนะถึงลักษณะของครทู ี่ดี คือ
1. ร่าเริง
2. เอาใจใส่
3. ใหค้ วามรว่ มมือ
4. น่าเชอื่ ถอื
5. มอี ารมณ์มั่นคง
6. มีศีลธรรมจรรยา
7. มีความสขุ มุ รอบคอบ
8. มีความยืดหยุ่น
9. มคี วามมานะ
10. มีการตดั สินใจดี
11. มีประสาทว่องไว
12. ไม่เอาเร่ืองส่วนตัวมาปนกบั งาน
13. บคุ ลกิ ภาพมเี สน่ห์
14. มีความกระตอื รือรน้
15. มีความเปน็ นกั วิชาการ
29
มสั โกรฟและเทย์เลอร์ (Musgrove F. and Taylor. อา้ งใน โกสนิ ทร์ รงั สยาพันธ์, 2530) ได้
ศึกษาลักษณะครูดีในความคาดหวงั ของนักเรียนท่เี ป็นกลุม่ ตัวอย่าง จำนวน 1,379 คน จากเรยี งความส้นั
ๆ เร่อื งครดู ี สรปุ ได้ 4 ดา้ น คือ
1. มวี ิธกี ารสอนดี
2. รักษาวนิ ัยและปกครองดี
3. บุคลกิ ภาพดี
4. จัดห้องเรยี นและบรหิ ารชั้นเรยี นดี
กลา่ วโดยสรปุ ลักษณะของครูท่ดี จี ากผลการวจิ ัย มีลักษณะ 5 ประการ คือ
1. เป็นคนมคี วามรดู้ ี มีความรอบรู้ ใฝศ่ กึ ษาหาความรู้
2. เปน็ คนมที กั ษะในการสอน สามารถใชภ้ าษาส่ือสารไดอ้ ยา่ งดี
3. เป็นคนมสี ุขภาพดี
4. เป็นคนมีความประพฤติดีมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
5. เป็นคนมีนำ้ ใจ เปน็ ประชาธิปไตย
30
9. คณุ ลักษณะของครูทดี่ ใี นทศั นคตขิ องนกั ศกึ ษา
จากการศึกษาคุณลักษณะครูท่ีดีจากแนวคิดต่างๆ ดังที่กล่าวมาในหัวข้อก่อนหน้า และการระดม
ความคิดของนักศกึ ษาภายในกลุม่ พบวา่ คุณลักษณะทีด่ ีในทัศนคตขิ องแต่ละคน มดี งั น้ี
ครดู ีในทัศนคติของขาพเจ้า นางสาวจฬุ าลกั ษณ์ มลู อามาตย์
ครูท่ีดีในทัศนคติ คือครูนกเล็ก(ครูสอนออนไลน์ ) ความดีของครูนกเล็กนั้นทำเพื่อส่วนรวม ไม่
เรยี กรับผลประโยชน์ ครผู ู้เสียสละเพ่ือสงั คม ครูท่ีให้ความรู้ สรา้ งการเรียนรู้แบบใหม่แบ่งปันความรู้ให้กับ
นกั เรยี นทอ่ี ยหู่ า่ งไกลแม้ไม่ใชน่ กั เรยี นในโรงเรยี นของตนเอง ส่งเสริมการเรยี นรูไ้ ดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ครดู ีในทัศนคติของข้าพเจา้ นางสาวจริ าภรณ์ ชาวสวน
คือครูท่ีมีความรักและเมตตาต่อศิษย์ มีความเสียสละ ความเข้าใจและใส่ใจศิษย์ เพราะครู
เปรียบเสมือนแสงสว่าง ที่ต้องคอยส่องทางนำทางเด็กไปในทางที่ถูกที่ควร ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและ
คอยให้กำลงั ใจให้กบั ศิษย์ แลุประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างทด่ี มี คี ุณธรรมและความยตุ ธิ รรม
ครดู ีในทศั นคติของขา้ พเจ้า นางสาวณัฐธยาน์ภรณ์ พน้ื ผา
ครูในอุดมคติ : มีความเอาใจใส่และเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน เป็นคนมีเหตุผล รัก
ความยตุ ธิ รรม ไมใ่ ช้อารมณค์ วามรู้สึกในการตัดสนิ มคี วามรู้ มีทักษะ สามารถถ่ายทอดความรตู้ ่างๆ ใหก้ ับ
ผู้เรียนได้อย่างดี เข้าใจง่าย และสนุกสนาน ย้ิมแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะ เป็นแบบอย่างท่ีดีกับนักเรียน
นักศึกษา
ครูดใี นทัศนคตขิ องข้าพเจ้า นางสาวจรยิ า แช่มทอง
ครูดีในทัศนะคติของข้าพเจ้า คือ ครูท่ีมีความอดทน มีเหตุผล รับฟังความคิดของนักเรียน
ยุติธรรม เอาใจใส่นักเรียน ครูนั้นต้องคนท่ีเด็กสามารถเข้าถึงได้ ปรึกษาปัญหา และในบางคร้ังก็สามารถ
เป็นเพอื่ นให้กลับเขาได้
ครดู ีในทศั นคตขิ องข้าพเจา้ นางสาววรางคณา ทองรศั มี
คือครูท่ีรักในหน้าท่ี รักนักเรียน มีเมตตากรุณา เสียสละ ขยัน ทุ่มเท รับฟังนักเรียน บุคลิกดี
พฒั นาตนเองอย่เู สมอ แสวงหาความรู้และวิธีการสอนใหม่ๆ
31
สรุป
ปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัตน์หรือยุคที่โลกไร้พรมแดน เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารท่ีมนุษย์ติดต่อถึง
กันได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง เม่ือเป็นเช่นน้ีผู้ท่ีเป็นครูในยุคท่ีโลกไร้พรมแดน จึงจำเป็นต้องพัฒนาตนเอง
ให้ทันต่อความเจริญก้าวหน้าในวิทยาการใหม่ๆ ที่แพร่กระจายไปทุกสังคมโลก ผู้ที่เป็นครูจะอาศัยความรู้
ท่ีได้ศึกษาเล่าเรียนจากสถาบันการศึกษาหรือจากตำราเพียงฝ่ายเดียวย่อมไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็น
จะต้องศึกษาหาความรู้จากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อให้มีความรอบรู้ในสถานการณ์ต่างๆ ท่ีมี
ผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ลักษณะที่เป็นความดีเป็นสัจธรรมก็ยังคงเป็น
ความดีต่อไป ดังน้ันหากพิจารณาถึงลักษณะที่สำคัญๆ ของครูไทยในยุคโลกาภิวัตน์ จะได้แก่ลักษณะ
ดังต่อไปน้ี
“รู้ดี สอนดี มีวิสัยทัศน์ เจนจัดฝึกฝนศิษย์ ดวงจิตใฝ่คุณธรรม งามเลิศล้ำด้วยจรรยา มีศรัทธา ความเป็น
ครู ดำรงอยูด่ ้วย ศลี สมาธิ ปัญญา”
32
บรรณานุกรม
https://www.gotoknow.org/posts/521397
https://www.gotoknow.org/posts/521316
https://www.gotoknow.org/posts/521315
https://www.gotoknow.org/posts/521314
https://www.gotoknow.org/posts/521313
https://www.gotoknow.org/posts/521312
https://www.gotoknow.org/posts/521311
https://www.gotoknow.org/posts/521307
https://www.gotoknow.org/posts/521306
https://www.gotoknow.org/posts/521303
https://www.gotoknow.org/posts/521301
https://www.gotoknow.org/posts/521299
http://old-book.ru.ac.th/e-book/e/EF205(48)/EF205-2.pdf
33