The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by รัฐศาสตร์, 2022-09-19 23:09:30

ประวัติเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง

ประวัติเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง

เจา้ พ่อเจา้ แมช่ มุ แสง

ประว้ตเิ จ้าพอ่ เจา้ แมช่ มุ แสง

ประวตั ิเจา้ พ่อเจา้ แมช่ ุมแสง
ประวัติ

อําเภอชมุ แสง เป็นอาํ เภอเกา่ แกอ่ าํ เภอ
หน่ึงของจงั หวัดนครสวรรค์ แตเ่ ดิมอยใู่ น
ความปกครองของอําเภอเมอื งนครสวรรค์
จงั หวัดนครสวรรค์ ต่อมาทางราชการได้
แบง่ ทอ้ งทก่ี ารปกครองจดั ต้งั ปน็ ตําบลเกย

ไชย จนกระทัง่ ในปี พ.ศ. 2446
กระทรวงมหาดไทยไดป้ ระกาศฐานะขน้ึ

เป็นอําเภอโดยเรยี กชอ่ื วา่ "อาํ เภอพนั
ลาน" เนอ่ื งจากตั้งอยทู่ พ่ี ันลาน (ปจั จะบัน

คอื หมู่ที่ 4 ตําบลพนั ลาน) ต่อมาได้
เปลย่ี นชอ่ื จาก "อาํ เภอพนั ลาน" มาเป็น
"อาํ เภอเกยไชย" ในปี 2458 ได้ย้ายทวี่ ่า
การอําเภอไปต้ังอยทู่ ่ที างฝ่งั ตะวนั ตกของ
แมน่ ้าํ นา่ นที่บ้านชุมแสงซ่งึ อยูต่ รงขา้ มกับ
ตลาดชุมแสง จงึ ไดเ้ ปล่ียนชื่อจาก "อาํ เภอ

เกยไชย" มาเป็น "อําเภอชมุ แสง"

คําวา่ "ชมุ แสง" มผี เู้ ล่าต่อ ๆ กนั มาเป้น 2
ทาง คอื ตน้ ไม้ชนิดนี้ เรยี กวา่ "ตน้
ชุมแสง" มลี ักษณะคลา้ ยกบั ตน้ แจง
สมัยกอ่ นมขี ึน้ อยทู่ ว่ั ไปใบคล้าย ใบ

มะปราง เขียวชะอมุ่ ตลอดปี โบราณใช้ทาํ
ยารักษาโรคพรายเลอื ดลมสตรี ผลของ
ตน้ ชมุ แสงชาวบ้านจะเกบ็ ไปใชเ้ ปน็ ลูก

กระสนุ สาํ หรบั ธนู ตน้ ชุมแสงจงึ เปน็

สัญลักษณ์ประจําถิน่ ต่อมา ไดใ้ ชเ้ ปน็ ชือ่
บ้านเรยี กวา่ "บา้ นชมุ แสง" สมัยพระเจา้
ตากสินนาํ กองทัพออกทาํ การปราบก๊ก
ตา่ ง ๆ ไดต้ ้งั ค่าย และเปน็ ท่ีสะสมอาวธุ
ยุทโธปกรณ์ หรอื คลงั แสง สาํ หรับปราบ
กก๊ เจ้าเมืองพษิ ณะโลก ชาวบา้ นจงึ เรยี ก
บริเวณทต่ี ้งั ค่ายแหง่ นั้นว่า "คลังแสง" และ

ต่อ ๆ มาได้เรียกเพย้ี เปน็ "ชุมแสง[1]

วันที่ 29 เมษายน 2460 เปล่ียนแปลงชอ่ื
อําเภอเกยไชย จังหวัดนครสวรรค์ มณฑล

นครสวรรค์ เป็น อาํ เภอชมุ แสง[2]
วนั ที่ 30 พฤศจิกายน 2473 ยกทอ้ งที่
บางส่วนของตําบลชุมแสง จดั ตงั้ เป็น

สขุ าภบิ าลท้องทีช่ มุ แสง[3]
วนั ท่ี 10 ธันวาคม 2478 ยกฐานะ
สขุ าภบิ าลท้องท่ีชมุ แสง ขึ้นเปน็ เทศบาล

เมืองชมุ แสง[4]

วนั ท่ี 1 เมษายน 2480 เปล่ยี นแปลงเขต
จังหวดั พจิ ติ ร และจงั หวดั นครสวรรค์ โดย
โอนพนื้ ทห่ี มู่ที่ 6 ตาํ บลทา่ ขม้ิน และหมทู่ ี่
6 ตาํ บลทา่ นั่ง อําเภอโพทะเล จงั หวัดพจิ ิตร

ไปขนึ้ กับตาํ บลทา่ ไม้ อําเภอชุมแสง
จงั หวัดนครสวรรค[์ 5]

วนั ที่ 9 มกราคม 2481 โอนพ้ืนทห่ี มู่ 2
(ในขณะนน้ั ) ของตาํ บลบางพระหลวง ไป
ขึน้ กับตําบลทบั กฤช และโอนพ้นื ทตี่ ําบล

บางพระหลวง และตาํ บลเกรยี งไกร อาํ เภอ
ชมุ แสง ไปขึ้นกบั อาํ เภอเมอื งนครสวรรค์

[6]
วันที่ 19 กันยายน 2481 โอนพืน้ ทีต่ ําบล
ห้วยใหญ่ และตาํ บลหว้ ยรว่ ม อาํ เภอทา่

ตะโก มาขน้ึ กบั อําเภอชมุ แสง และโอน
พืน้ ทห่ี มู่ 1,2,3 (บางส่วน) กบั หมทู่ ่ี

4,5,7,8,9 ตาํ บลหนองบวั อาํ เภอท่าตะโก

มาข้นึ กบั อําเภอชุมแสง และจดั ตั้งเป็น
ตาํ บลหนองบวั อาํ เภอชมุ แสง[7]

วนั ที่ 30 กรกฎาคม 2483 เปล่ยี นแปลง
ช่ือตําบลคลองขอม อาํ เภอชมุ แสง จงั หวดั

นครสวรรค์ เปน็ ตาํ บลไผส่ ิงห์[8SEX]
วันที่ 10 มถิ นุ ายน 2490 ตั้งตาํ บลบาง
เคยี น แยกออกจากตาํ บลทา่ ไม้ ตง้ั ตําบลไผ่
สงิ ห์ แยกออกจากตาํ บลหนองกระเจา[9]

วนั ท่ี 9 ธนั วาคม 2490 แยกพนื้ ท่ีตาํ บล
หนองบวั ตาํ บลห้วยร่วม และตําบลหว้ ย
ใหญ่ อําเภอชมุ แสง มาตั้งเป็น กงิ่ อาํ เภอ

หนองบวั ขึ้นกบั อาํ เภอชมุ แสง[10]
วนั ท่ี 8 มิถนุ ายน 2491 โอนพนื้ ทตี่ าํ บล
ธารทหาร (ยกเวน้ หมทู่ ่ี 1) ของอําเภอทา่
ตะโก ไปข้นึ กบั กง่ิ อาํ เภอหนองบวั อาํ เภอ

ชมุ แสง[11]

วันท่ี 14 กุมภาพนั ธ์ 2493 เปลีย่ นแปลงเขต
จังหวดั พิจติ ร และจังหวัดนครสวรรค์ โดยโอน
พ้ืนที่ตาํ บลหนองกลบั อาํ เภอบางมูลนาก จงั หวัด
พจิ ิตร มาข้ึนกบั กิ่งอําเภอหนองบัว อาํ เภอชุมแสง
จงั หวดั นครสวรรค์ กับโอนพืน้ ท่ีหมู่ 5 (ในขณะ
นนั้ ) ของตําบลทา่ นั่ง อาํ เภอโพทะเล จงั หวดั พิจิตร

ไปข้ึนกับตาํ บลทา่ ไม้ อําเภอชมุ แสง จังหวัด
นครสวรรค์ และโอนพน้ื ท่ีหมู่ 1,2 และ 3 ตาํ บล
เนนิ มะกอก อาํ เภอบางมูลนาก จังหวดั พิจติ ร ไป

ขึ้นกับตําบลพกิ ุล อาํ เภอชุมแสง จงั หวดั
นครสวรรค[์ 12]

วันท่ี 21 มิถนุ ายน 2498 เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล
เมอื งชุมแสง โดยขยายให้ครอบคลมุ พื้นทตี่ ําบล
ชมุ แสงทัง้ ตําบล รวมถึงพ้นื ท่ีหมทู่ ่ี 15 หมู่ 2
บางสว่ น ของตาํ บลเกยไชย และพื้นท่ีหมู่ 5
บางสว่ นของตําบลพิกลุ [13]

วันท่ี 22 พฤศจกิ ายน 2498 โอนพน้ื ที่หมู่ 15 และ
หมู่ 2 บางส่วน (ในขณะนัน้ ) ของตาํ บลเกยไชย
ซงึ่ ถกู ตัดเข้าไปอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชมุ แสง ไป
ขึน้ กบั ตําบลชมุ แสง และโอนพน้ื ที่หมู่ 5 บางส่วน

(ในขณะน้ัน) ของตาํ บลพิกุล ซึง่ ถูกตดั เขา้ ไปอยู่ใน

เขตเทศบาลเมอื งชุมแสง ไปขนึ้ กบั ตําบลชุมแสง
[14] โดยมีอาณาเขตตรงตามหลักเขตเทศบาล
วันท่ี 5 มิถุนายน 2499 ยกฐานะจากกิ่งอําเภอ
หนองบวั อําเภอชมุ แสง เป็น อําเภอหนองบัว[15]
วนั ที่ 1 มนี าคม 2501 จัดตั้งองค์การบริหารส่วน

ตําบลไผ่สงิ ห์ อาํ เภอชุมแสง[16]
วนั ที่ 2 ตุลาคม 2505 ตงั้ ตาํ บลฆะมัง แยกออก
จากตําบลพิกลุ และต้งั ตาํ บลพนั ลาน แยกออกจาก

ตาํ บลโคกหมอ้ [17]
วันที่ 1 กันยายน 2507 จดั ตง้ั สุขาภบิ าลทับกฤช

ในท้องทีบ่ างส่วนของตําบลทับกฤช[18]

วันท่ี 27 ตลุ าคม 2536 ตัง้ ตําบลทบั กฤชใต้ แยก
ออกจากตาํ บลทับกฤช[19]

วนั ที่ 25ศาลเจ้าพอ่ -เจ้าแม่ทับกฤช ศาลเจา้ พ่อ-เจา้
แมท่ ับกฤช แตเ่ ดมิ ต้ังอยู่ที่ ปากคลอง (ท่นี ้ําไหลเข้า
สะพานดาํ ) บ้างก็วา่ อยูท่ ีเ่ ดิม (ท่ีปัจจุบนั ) และบาง
คนก็ว่าอยู่ริมตลิ่ง ต่อมาน้าํ ทว่ มจงึ ย้ายข้นึ มาอยู่

ณ ท่ปี ัจจุบัน บนท่ีดินของยายชัว้ บ้างก็วา่ เป็นท่ี
ของยายนกเอี้ยงแมข่ องยายมะลิเจา้ ของตลาด
ศาลเจ้าพ่อ-เจา้ แมท่ ับกฤช สร้างครง้ั แรกในปี พ.ศ.
2406 เป็นศาลขนาดเล็กมงุ หลงั คาสังกะสี เพยี ง
สองแผ่น สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ 2 ชง่ั การฉลอง

ศาลครงั้ แรกได้ยายนกเอี้ยงเป็นเจ้าภาพ หาละคร
มาเล่น โดยยายนกเอีย้ งใหเ้ ลน่ เร่ืองชาละวัน ครง้ั
นัน้ ป้ากี เมืองเจริญ บา้ นอยู่หลงั ศาล สมัยนั้นตัว
แกยงั เดก็ ได้มาน่งั ดูละครด้วย พอเลน่ ถงึ ตอนชาละ
วัน เกิดมจี ระเข้ลอยข้ึนมาทําให้พวกเลน่ ละครและ
คนดูตกใจว่ิงกันว่นุ วาย พวกละครต้องหาธูปเทียน
มาจดุ บอกกลา่ วขอขมาลาโทษ สักพกั จระเข้จึงดํา
นาํ้ ลงไป ในปี พ.ศ. 2466 เป็นการสร้างศาลครงั้ ท่ี
สอง ยายสิงโต เล่าให้ฟังวา่ บริเวณขา้ งบ้านนาย
เจริญศกั ด์ิ พฤกศริ ไิ พบลู ย์ เม่ือก่อนเปน็ โรงเลอื่ ย

ในบรรดาลูกนอ้ งของโรงเลือ่ ยมชี าวจนี ช่ือว่า

หย่ง อยู่สองคน หยง่ มีเมียคนแรกชอ่ื นางทอง
เปน็ ชา่ งไม้ กับหยง่ สงู ทง้ั สองท่านได้ชว่ ยกนั
ก่อสรา้ งศาล ในยคุ ต่อมา ส้ินค่ากอ่ สร้างประมาณ
450 บาท เปน็ ศนู ย์รวมแหง่ ศรทั ธาและความ
เชอ่ื มั่นของประชาชนชาวทบั กฤช ตอ่ มาอีก 40 -
50 ปี จึงมีการก่อสร้างศาลใหม่ ในปี 2533
สญั ลกั ษณ์ของ เจา้ พ่อ-เจา้ แมท่ บั กฤช เดมิ ใช้
ตัวหนังสอื จีนเขียนบนกระดาษสแี ดง อ่านว่า ซิง
ต่อมาภายหลงั เขียนวา่ ปุงเฒ่ากงมา่ กระทั่งในปี
2512-2513 มีการสรา้ งองค์จําลองเจ้าพ่อ-เจา้ แม่

ทับกฤช ดว้ ยการใช้ไม้แกะสลกั โดย

คณะกรรมการจัดงานเจ้าพ่อ-เจ้าแมใ่ นขณะน้ัน
เชน่ นายเทียม แซ่ตง้ั ,นายม็อก แซ่เซีย้ ได้จดั หาไม้
และจ้างช่างจากกรุงเทพฯ มาแกะสลกั รูป เจ้าพอ่ -
เจ้าแม่ทบั กฤช พร้อมสร้างศาลจําลองหลังเล็กใน
การอัญเชิญเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ทับกฤช อวยชัยให้พรไป

ตามตลาดทบั กฤช เพ่ือเป็นศริ ิมงคลแกช่ าวทับ
กฤชและผู้มารว่ มงาน ทงั้ หมดนี้ใชเ้ งนิ รายได้จาก

การจดั งานประจาํ ปี ตอ่ มาในปี 2533 ดว้ ยแรง
ศรัทธาของชาวทับกฤชและตาํ บลใกลเ้ คยี ง จึงได้
พร้อมใจกันสร้างศาลขนึ้ ใหม่จากศาลไมเ้ ดิม เป็น
ศาลก่ออิฐถอื ปนู ทนั สมัย ทง้ั น้ีเริ่มจากในงานวัน

เกิด เจา้ พอ่ -เจ้าแมท่ บั กฤช วนั ที่ 20 กุมภาพันธ์
2533 นายบาํ รงุ กฤชภากรณ์ ได้เรม่ิ ตง้ั

คณะกรรมการกอ่ สรา้ งศาลขึน้ กระท่ังใน วันท่ี 11
มีนาคม 2533 นายบาํ รุง ได้ทําพิธีร้ือศาลไมห้ ลัง
เดมิ ชาวบา้ นทราบขา่ วไดพ้ ากันมากราบไหว้ เจ้า

พ่อ-เจา้ แม่ทบั กฤช ต้งั แต่เวลา 04.00 น. ตาม
ฤกษ์ ทหี่ มอดูชอ่ื ซุง แซ่ลืม้ ได้กาํ หนดไว้ เวลา

06.00 น.- 10.00 น. ชาวบ้านได้ใหค้ วาม
ช่วยเหลือเปน็ อย่างดี รวมทั้งได้รับความ

อนุเคราะห์รถตักดินจากโรงสไี ฟไทยอุปถัมภ์ มา
ทาํ การร้ือถอนเสาและทาํ การก่อสรา้ งตลอดมา

จนกระทง่ั แล้วเสร็จในวันท่ี วนั ที่ 20 กนั ยายน
2533 จากนัน้ จงึ ได้จัดใหม้ กี ารฉลอง โดยมพี ิธีเปดิ
ศาล ในวันที่ 25 กันยายน 2533 ใช้งบประมาณ
ในการกอ่ สรา้ ง 720,000 บาท ผรู้ บั เหมาชื่อนาย

จุ้ย แซ่อ้ึง งานประจําปีครง้ั แรกจัดข้ึนบริเวณริม
ตลิง่ หน้าศาลกอ่ น แลว้ จงึ ยา้ ยมาจดั บริเวณตลาด
สด และหน้าบ้านหมอประสทิ ธิ์ เกตุเดชา ยายค้มิ
แซ่เซี้ย เลา่ ใหฟ้ ังว่า มีการจัดงานประจาํ ปบี ริเวณ
หนา้ ร้านค้าไมอ้ ื้อเซ็งก่ี หรอื หน้าโรงเรียนจีนเดมิ

ประมาณปี พ.ศ. 2513 จนถงึ ปจั จุบัน ผูร้ เิ รม่ิ จัด
งานคือ นายกมิ จัว้ แซ่อื้อ นายกมิ เหลียง แซต่ ัง้

ขบวนแห่เจ้าพ่อ – เจา้ แม่แต่เดิมจะมแี ตก่ ระถางธูป
2 กระถาง ถอื ว่าเป็นตัวแทนเจา้ พ่อ – เจ้าแม่ เม่อื มี

การก่อสรา้ งสลักไม้รปู จาํ ลองข้ึนแล้ว ในปพี .ศ.
2513 ไดอ้ ัญเชิญรูปจําลองร่วมขบวนแห่ดว้ ย แต่
เดิมยังนําหน้าด้วยคนตผี า่ ง2 คน ตามดว้ ยป้ายชอื่
เจ้าพ่อ – เจ้าแม่ ถังน้ํามนต์ และกระถางรปู ต่อมา
พัฒนามีการแสดงของคณะต่างๆ รว่ มขบวนแห่
มากขึ้น โดยเฉพาะนกั เรียน ทัง้ อนุบาล ประถม
และมัธยม แตล่ ะโรงเรียน ยังมขี บวนของล่อโก๊ว
แต่เดิมจา้ งมาจากหนองบวั บ้าง คณะงวิ้ มารว่ ม
ขบวนบ้าง ตอ่ มาโรงเรียนทบั กฤชพฒั นาได้ฝึก

นกั เรียนในทอ้ งถ่ินมารว่ มขบวนแทน คณะสิงโต
แต่เดิมนนั้ จะจ้างจากปากน้าํ โพมาร่วมขบวน
ตอ่ มาเด็กๆ ในทบั กฤชกพ็ ยายามฝกึ ฝนจน

สามารถแสดงเองได้ โดยไดร้ บั การสนบั สนุนจาก
เถา่ นง้ั ปี 2533 รเิ ร่ิมซอ้ื หวั สิงโตพรอ้ มชดุ การ
แสดงให้ (เมธี มีมขุ .25 กนั ยายน 2533)

พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลทับกฤช
เป็นเทศบาลตําบลทับกฤช
ประวตั ิความเป็นมา

งานประเพณแี หเ่ จ้าพ่อ-เจ้าแม่ ตรุษจนี ปากน้าํ โพ

เริ่มมกี ารแหเ่ จา้ พ่อ-เจ้าแม่ ปากน้าโพเกิดข้ึน
หลังจากโรคห่า (อหิวาตกโรค) และฝีดาษ
ระบาดเมือ่ ประมาณ ปีพ.ศ.2460 –2462 ชาว
ปากน้าโพ ไดร้ ับความเดือดร้อนมีผู้คนล้มตายและ
เจบ็ ป่วย เปน็ จ้านวนมาก ดว้ ยเหตุทว่ี ่าวทิ ยา
การแพทย์สมัยใหมย่ ังไมเ่ ป็นทแี่ พรห่ ลาย ท้าให้
ชาวบ้านหันไปพงึ่ หมอจนี (ซินแส) เพ่ือชว่ ยรกั ษา
โรค แตไ่ ม่สามารถหยุดโรคระบาดได้ ชาวบา้ นจงึ
หนั ไปหาที่พง่ึ จากเทพอารกั ษ์ สิง่ ศักดส์ิ ิทธิ์
ทัง้ หลายและมเี หตบุ งั เอิญ ไดม้ ีชาวบา้ นบนบานตอ่
เจา้

พอ่ เทพารกั ษ์ หรอื ปนุ เถา้ กง เพ่ือขอให้ปดั เปา่ โรค
รา้ ยไปจากหมู่บ้านและไดท้ ้าการเชญิ เจ้ามา
เขา้ ทรง เพื่อทา้ พิธีรักษาโรคดว้ ยการเขียน “ฮู้”
กระดาษยันต์ และน้าไปเผาใสน่ า้ ด่ืมกนิ ปรากฏวา่
เป็นส่งิ มหัศจรรย์ โรครา้ ยท่ีไดด้ ับชวี ติ คนใน
หมู่บา้ นได้หยดุ การระบาดลงผู้คนปราศจาก
โรคภัย จน
เป็นท่ีเลื่องลือถึงความศกั ดิส์ ิทธข์ิ องเจ้าพ่อ
เทพารักษ์
ดงั นนั้ ชาวปากน้าโพ จึงไดร้ ว่ มกันอัญเชิญเจ้าพอ่ -
เจ้าแม่ ทีอ่ ยู่ในศาลเจ้าพอ่ เทพารกั ษ์ มาแห่รอบ

ตลาด เพ่ือความเปน็ สิริมงคลแก่ชีวิต และ
ครอบครวั ต้งั แตน่ น้ั มา
“งานประเพณแี ห่ เจ้าพ่อ-เจา้ แม่ ปากน้าโพ” ใน
สมัยเร่ิมแรกนน้ั มวี ัตถุประสงคใ์ นการทจ่ี ะน้าองค์
เจา้ พ่อ-เจ้าแม่ แหไ่ ปในเสน้ ทางตา่ ง ๆ ในเมอื ง
เพื่อให้ประชาชนไดส้ ักการะและเป็นการปดั เป่า
ทกุ ขภ์ ัย เพ่ือให้เปน็ สิริมงคลแกเ่ มือง และชาวเมือง
ปากนา้ โพ โดยมกี ารแสดงในขบวนแห่บา้ ง เช่น
สิงโต ล่อโกว้ ฯ แตด่ ว้ ยเหตุท่ีการจัดใหม้ งี านแห่เจา้
พอ่ -เจา้ แม่ นี้อย่ใู นช่วงของเทศกาลตรุษจีน ซงึ่

เปน็ บรรยากาศในช่วงของการเฉลิมฉลอง ดังนั้น
จงึ มกี ารจดั ขบวนแสดงต่างๆลงไปในขบวนแห่ ใน
แนวของต้านานต่างๆ เชน่ การแสดงต้านานพระ
ถงั ซ้าจง๋ั เจ้าแม่กวนอิมฯ ซึง่ ในเวลาต่อมาจงึ ไดม้ ี
ขบวนแห่ที่ประสมประสานทง้ั การแห่องค์เจ้าพอ่ -
เจ้าแม่ และการแสดงต่าง ๆ ใหเ้ กิดเป็นความรู้สึก


Click to View FlipBook Version