เร่ือง วงจรการพฒั นาระบบ
1.ความหมายของวงจรการพฒั นาระบบ
การแบ่งข้นั ตอนกระบวนการพฒั นาระบบงาน หรือระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศดว้ ย เพ่อื ช่วยแกป้ ัญหาทางธุรกิจหรือตอบสนองความตอ้ งการขององคก์ รโดยระบบท่ีจะ
พฒั นาน้นั อาจเป็นการพฒั นาระบบใหม่หรือการปรับปรุงระบบเดิมใหด้ ีข้ึนกไ็ ด้ การพฒั นาระบบแบ่งออกเป็น 7 ข้นั ตอน
1. การคน้ หาปัญหาขององคก์ ร (Problem Recognition)
2. การศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study)
3. การวเิ คราะห์ (Analysis)
4. การออกแบบ (Design)
5. การพฒั นาและทดสอบ (Development & Test)
6. การติดต้งั (Implementation)
7. การซ่อมบาํ รุงระบบ (System Maintenance)
2.สาเหตุท่ีตอ้ งมีการพฒั นาระบบ
1. การเปล่ียนแปลงกระบวนการบริหารและการปฏิบตั ิงาน ระบบเดิมไม่สามารถใหข้ อ้ มลู หรือทาํ งานไดต้ ามตอ้ งการ มีการดาํ เนินงานหลาย
ข้ึนตอน ยงุ่ ยากในการรวบรวมขอ้ มูลเพื่อนาํ มาจดั ทาํ ขอ้ มลู สรุปสาํ หรับการติดตามการปฏิบตั ิงานโดยรวมขององคก์ าร จึงจาํ เป็นตอ้ งพฒั นาหรือ
ปรับปรุงระบบสารสนเทศท่ีสามารถช่วยใหข้ ้นั ตอนการปฏิบตั ิงานภายในและกระบวนการบริหารมีประสิทธิภาพมากข้ึน
2. การเปล่ียนแปลงดา้ นเทคโนโลยี เทคโนโลยที ี่ใชอ้ ยใู่ นระบบสารสนเทศปัจจุบนั ลา้ สมยั ค่าชจ้ ่ายในการบาํ รุงรักษาระบบมีราคาสูง จึงตอ้ ง
รับเอาเทคโนโลยใี หม่ๆ มาประยกุ ตใ์ ชซ้ ่ึงทาํ ใหม้ ีการเปลี่ยนแปลงระบบการทาํ งานท่ีมีอยเู่ ดิม
3. การปรับองคก์ ารและสร้างความไดเ้ ปรียบในการแข่งขนั อนั ไดแ้ ก่
- ระบบที่ใชง้ านอยปู่ ัจจุบนั มีข้นั ตอนการทาํ งานที่ยงุ่ ยากซบั ซอ้ น ขนาดเอกสารอา้ งอิงหรือเอกสารท่ีมีอยไู่ ม่ไดม้ ารตรฐาน ทาํ ใหก้ าร
ปรับปรุงหรือแกไ้ ขทาํ ไดย้ าก
- ความตอ้ งการปรับองคก์ ารใหเ้ หมาะสมเพอ่ื สามารตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอ้ มทางธุรกิจ
- ระบบปัจจุบนั ไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้
3.รปู แบบของวงจรการพฒั นาระบบ
1. SDLC ในรูปแบบ Waterfall มีหลกั การเปรียบเสมือนกบั น้าํ ตก ซ้ึงไหลจากที่สูงลงที่ต่าํ และไม่สามารถไหลกลบั มาในทางตรงกนั ขา้ มไดอ้ ีก การพฒั นาระบบ
งานดว้ ยหลกั การน้ี เมื่อทาํ ข้นั ตอนหน่ึงแลว้ จะไม่สามารถยอ้ นกลบั มาท่ีข้นั ตอนก่อนหนา้ ไดอ้ ีก ซ่ึงจะมองเห็นจุดอ่อนของ
หลกั การน้ีวา่ หากมีขอ้ ผดิ พลาดเกิดข้ึนท่ีข้นั ตอนก่อนหนา้ น้ีแลว้ จะไม่สามารถยอ้ นกลบั มาแกไ้ ขได้ ดงั น้นั การพฒั นาระบบดว้ ยหลกั การน้ี จาํ เป็นตอ้ งมีการวาง
แผนที่ดี เพื่อใหส้ ามารถป้ องกนั การผดิ พลาดไดม้ ากที่สุด ซ่ึงทาํ ไดย้ ากมาก ยกเวน้ ระบบงานน้นั มีรูปแบบการพฒั นา
ที่ดี และตายตวั อยแู่ ลว้
2.SDLC ในรูปแบบ Adapted Waterfall
เป็นรูปแบบในการพฒั นาระบบงานท่ีปรับปรุงมาจากแบบ waterfall โดยในแต่ละข้นั ตอนเมื่อ
ดาํ เนินงานอยู่ สามารถยอ้ นกลบั มายงั ข้นั ตอนก่อนหนา้ เพอื่ แกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาดหรือสามารถยอ้ นกลบั ขา้ มข้นั โดยไม่จาํ เป็นตอ้ งเป็น
ข้นั ตอนที่ติดกนั ได้
3.SDLC ในรปู แบบ Evolutionary
มแี นวความคดิ ที่เกดิ มาจากทฤษฎีววิ ฒั นาการ โดยจะพัฒนาระบบงานจนเสร็จส้นิ ไน Version แรกกอ น
จากนนั้ จึงพจิ ารณา Product ( Product ในท่ีน้ีหมายถงึ ระบบ) ใน Version แรก ท่ไี ดพ ัฒนาผา นมาถงึ จอ ดีและขอเสีย
แลว จงึ เร่ิมกระบวนการพฒั นาระบบงานใหมจนได Product ใน Version ท่ี 2 และ Version ตอไปจนกวาจะได Product
ท่สี มบรู ณท สี่ ดุ ซงึ่ ตองการวางแผนกําหนดจํานวน Version ตั้งแตเ รมิ่ โครงการพฒั นา
Product มขี อสงั เกตวา การพฒั นา Product ใน Version ตา ง ๆ นั้น ไมมีความสมั พนั ธก บั Product ใน Version
แรกแตอยา งใด
4.SDLC ในรูปแบบ Increment
มลี กั ษณะคลา ยคลึงกบั แบบ Evolutionary แตม ีขอแตกตา งกนั ตรงที่ ตวั Product เนอ่ื งจาก Product ท่ีเกิดขึน้ ในการ
พฒั นาครง้ั แรกน้ันจะยังไมไช Product ท่ีสมบรู ณ แตเ ปน Product สว นแรกเทานั้น ( จากตัว Product ทงั้ หมด )
จนเมอ่ื มกี ารพฒั นาในขน้ั ตอนท่ี 2 จงึ ได Product ในสวนท่ี 2 เพมิ่ เติมเขาไป และจะมีการเพม่ิ สว นอ่ืน ๆ เขา ไปอกี จนกลาย
เปน
Product ที่สมบูรณท่ีสดุ แตอ ยา งไรกต็ าม ยังไมส ามารถแนใจไดวา Product ทไ่ี ดจากการรวมกันของ Product นน้ั จะเปน
Product ที่สมบรู ณ ดงั น้นั ในบางครั้ง SDLC ในรปู แบบ Evolutionary อาจจะมีบทบาทในการทําให Product
ทพ่ี ัฒนาขึ้นโดยใชก ารพฒั นาในรปู แบบอื่น ๆ ใหมคี วามสมบรู ณมากย่ิงขน้ึ จนได Version ใหมท ส่ี มบรู ณใ นท่สี ดุ
5.SDLC ในรูปแบบ Spiral
มีลกั ษณะเป็นวงจรวเิ คราะห์ - ออกแบบ – พฒั นา – ทดสอบ (Analysis – Design – Implementation – Testing ) และจะวนกลบั มาในแนวทางเดิม เช่นน้ีเร่ือยไป
จนกระทง่ั ได้ Product ท่ีสมบูรณ์ การพฒั นาระบบงานดว้ ย SDLC ใน
รูปแบบน้ีมีความยดื หยนุ่ มากท่ีสุด เน่ืองจากการทาํ งานใน 1 วงรอบน้นั ไม่จาํ เป็นตอ้ งได้ Product หรือส่วนของ Product ท่ีแน่นอน
และการทาํ Analysis, Design, Implementation และ Testing ในแต่ละวงรอบน้นั จะส้นั หรือยาวเท่าใดกไ็ ด้
และถา้ หากไม่มีความจาํ เป็นใด ๆ บางข้นั ตอนอาจจะถกู ขา้ มไปกไ็ ดเ้ มื่อมีกระบวนการทางความคิดในการพฒั นาระบบแลว้ จะตอ้ งมีวธิ ีการหรือแนวทางท่ีจะนาํ
กระบวนการน้นั ลงมาลงมือปฏิบตั ิเพ่ือการพฒั นาระบบน้นั เป็นผลสาํ เร็จจนกลาย
เป็นระบบท่ีสามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ วธิ ีดงั กล่าวเรียกวา่ “Methodology “
4.ข้นั ตอนการพัฒนาระบบ
วงจรการพฒั นาระบบ หรือมกั เรียกส้นั ๆ วา่ SDLC เป็นวงจรที่แสดงถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นลาํ ดบั ข้นั ตอนในการพฒั นาระบบ ซ่ึง SDLC ประกอบดว้ ยกิจกรรม
7 ระยะดว้ ยกนั ดงั น้ี
1. การกาํ หนดปัญหา
2. การวเิ คราะห์
3. การออกแบบ
4. การพฒั นา
5. การทดสอบ
6. การนาํ ระบบไปใช้
7. การบาํ รุงรักษา
5.ผลท่ีไดจ้ ากการวเิ คราะห์ระบบ
- ช่วยใหฝ้ ่ ายบริหารเขา้ ใจวธิ ีปฏิบตั ิกระบวนการปฏิบตั ิและระบบต่าง ๆ และหาหนทางปรับปรุงแกไ้ ขใหก้ ารปฏิบตั ิงานต่าง ๆ เป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ ๆ
- ช่วยใหเ้ กิดการใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั .
- ช่วยใหก้ ารควบคุมการปฏิบตั ิงานเป็นไปตามแผนขององคก์ ารและก่อใหเ้ กิดการประสานงานที่ดีต่อกนั
6.ปัญหาในการพฒั นาระบบ
1. องคก์ รไม่มีความตอ้ งการ แรงจูงใจหรือแรงกระตุน้ และไม่เห็นประโยชนข์ องการจดั ระบบเพียงพอ
2. ในองคก์ รยงั ไม่ไดม้ ีค่านิยม และการปลูกฝังวฒั นธรรมการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนความรู้ใหเ้ กิดข้ึนในองคก์ ร
3. ไม่มีการวดั ผลการดาํ เนินการจดั การระบบ ทาํ ใหไ้ ม่สามารถปรับปรุงพฒั นาได้