The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงาน ความปลอดภัยในงานไฟฟ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanawitboonkit37, 2022-03-10 13:56:53

รายงาน ความปลอดภัยในงานไฟฟ้า

รายงาน ความปลอดภัยในงานไฟฟ้า

ความปลอดภยั ในงานไฟฟ้า

ธนวิทย์ บญุ กิจ กลุ่ม 2 รหัสนกั ศกึ ษา 116210400043-2

รายงานนีเ้ ป็นสว่ นหนึง่ ของของการศกึ ษาวิชา สารนเิ ทศและการเขยี นรายงานทางวิชาการ
สาขาวชิ าวิศวกรรมไฟฟา้ คณะวศิ วกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี
ภาคการศึกษาที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564



ความปลอดภยั ในงานไฟฟ้า

ธนวิทย์ บญุ กิจ กลุ่ม 2 รหัสนกั ศกึ ษา 116210400043-2

รายงานนีเ้ ป็นสว่ นหนึง่ ของของการศกึ ษาวิชา สารนเิ ทศและการเขยี นรายงานทางวิชาการ
สาขาวชิ าวิศวกรรมไฟฟา้ คณะวศิ วกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี
ภาคการศึกษาที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564





คานา

รายงานฉบับนี้จดั ทาขึ้นเพื่อศึกษาเกย่ี วกบั การเขยี นรายงานและการคน้ ควา้ อนั เปน็ สว่ นหน่ึง
ของรายวิชา สารนิเทศและการเขียนรายงานทางวชิ าการ 01-210-001 การท่ีผูจ้ ดั ทาเลือกทาเร่ือง
“ความปลอดภัยในงานไฟฟ้า” ปจั จุบันไฟฟ้ามีความจาเป็นต่อชวี ติ ประจาวันมากซึ่งไมม่ ใี ครปฏิเสธถงึ
ความสะดวกสบายทีไ่ ด้รบั จากการใช้ไฟฟา้ รวมถึงงานอตุ สาหกรรม และธุรกิจต้องใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัย
สาคัญ ไฟฟ้ามปี ระโยชน์มากมายกจ็ ริงแต่ในเวลาเดียวกนั ก็มอี นั ตรายอยู่ในตวั ของมันเองถ้ารู้จกั ใชก้ ็จะ
ได้ประโยชนม์ หาศาล ถ้าใช้ผดิ วิธีก็อาจจะได้รับอนั ตรายถงึ ชวี ติ จงึ ควรเข้าใจและรู้พืน้ ฐานทางตา้ น
ความปลอดภัยในการใช้ไว้บา้ ง เพราะความประมาณหรือเพกิ เฉยตอ่ สง่ิ ท่ีเกดิ ขนึ้ เพยี งเลก็ นอ้ ยกอ็ าจ
นามาสคู่ วามหายนะ

รายงานน้กี ลา่ วถงึ ข้อมูลเก่ียวกบั ความปลอดภยั ในงานไฟฟ้า อาทเิ ชน่ ความรู้ทั่วไปเก่ียวกบั
ไฟฟา้ อนั ตรายจากไฟฟ้า มาตรการปอ้ งกนั อนั ตรายจากไฟฟ้า และมาตรฐานสาขาอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ระดับสากล ICE (International Electro technical Commission )

ขอขอบคุณณผู้ช่วยศาตราจารย์ดร. พนิดา สมประจบ ท่ีกรุณาให้ความรแู้ ละคาแนะนาโดย
ตลอดและขอขอบคุณเจ้าของเวบ็ ไซต์รวมถึงหนงั สือและวารสาร ที่ใหค้ วามสะดวกในการคน้ หาข้อมลู
ท่ผี เู้ ขยี นใช้อ้างอิงทกุ ท่าน สดุ ทา้ ยนห้ี ากมีขอ้ ผิดพลาดหรือข้อบกพร่องประการใดคณะผจู้ ัดทาขออภยั
และขอรบั ฟังทกุ ความคดิ เห็นเพือ่ นาไปปรับปรุงต่อไป

ธนวทิ ย์ บุญกิจ
9 มนี าคม 2565



สารบัญ

หน้า
คานา……………………………………………………………………………………………………………………..... ก
สารบัญตาราง.......................................................................................................................... ง
สารบญั ภาพประกอบ………………………………...………………………………………………………………. จ
บทท่ี

1 บทนา..................................................................................................................... 1
1.1 ความรู้ทวั่ ไปเกยี่ วกับไฟฟ้า…………………………………………………………… 1
1.2 การแบง่ ชนดิ ของไฟฟ้า………………………………………………………………… 2
1.2.1 ไฟฟา้ กระแสตรง…………………………………………………………. 2
1.2.2 ไฟฟา้ กระแสสลบั ………………………………………………………… 3
1.3 วงจรไฟฟ้า (Circuit)…………………………………………………………………… 4
1.3.1 การตอ่ วงจรแบบอนกุ รม (Series Circuit)……………………… 4
1.3.2 การต่อวงจรไฟฟา้ แบบขนาน (Parallel Circuit)…………….. 5
1.3.3 การต่อวงจรแบบผสม (Compound Circuit)………………… 5

2 อนั ตรายจากไฟฟา้ ……………………………………………………………………………………… 6
2.1 การเกิดอนั ตรายจากไฟฟ้า…………………………………………………………… 6
2.1.1 ไฟฟา้ ชอ็ ต (Short Circuit)…………………………………………… 6
2.1.2 ไฟฟา้ ดูด (Electric Shock)………………………………………….. 6
2.2 ปจั จัยทกี่ อ่ ใหเ้ กิดความรุนแรงของการประสบอนั ตรายจากไฟฟ้า......... 7
2.3 ผลของอันตรายจากไฟฟา้ ทม่ี ตี ่อชีวิตและทรพั ย์สิน............................... 9

3 มาตรการป้องกันอนั ตรายจากไฟฟา้ ...................................................................... 11
3.1 ขอ้ แนะนาในการป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้า.......................................... 11
3.2 ขอ้ แนะนาเมื่อต้องปฏิบัติงานเกย่ี วกบั อุปกรณไ์ ฟฟ้า............................. 12
3.3 การป้องกนั อัคคีภยั จากไฟฟา้ ................................................................ 13
3.4 การเลอื กอุปกรณไ์ ฟฟ้าให้เหมาะสมกบั การใช้งาน................................ 13
3.4.1 สายไฟฟ้า............................................................................. 13



สารบญั (ต่อ)

หน้า
3.4.2 ฟวิ ส์ (Fuse)……………………………………………………………….. 14
3.4.3 เซอรก์ ติ เบรกเกอร์.............................................................. 15
3.5 วธิ กี ารปอ้ งกันอนั ตรายจากไฟฟา้ ดูด..................................................... 16
4 มาตรฐานท่เี ก่ียวข้องกับไฟฟา้ ................................................................................ 17
4.1 มาตรฐานทเ่ี กย่ี วข้องกบั การออกแบบและตดิ ต้ังระบบไฟฟา้ ................ 17
4.1.1 มาตรฐานประจาชาติ........................................................... 17
4.1.2 มาตรฐานสากล.................................................................... 18
4.2 มาตรฐานการตดิ ตั้งระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย......... 18
4.2.1 มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรบั ประเทศไทย............... 18
4.2.2 มาตรฐานสากลในการติดต้งั ระบบและอุปกรณ์ไฟฟา้ .......... 19
4.2.3 มาตรฐานสากล NEC (National Electrical Code)..……... 19
5 บทสรปุ .................................................................................................................. 20
บรรณานกุ รม............................................................................................................. 21



สารบญั ตาราง

ตารางท่ี หน้า

1 อนั ตรายจากกระแสไฟฟ้าจากการเพิ่มขึน้ นของแรงดันไฟฟา้ ......................................... 8

2 อาการทไ่ี ด้รบั จากปริมาณกระแสไฟฟา้ ท่ไี หลผ่านร่างกาย.............................................. 8

3 ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปริมาณกระแสไฟฟ้า ระยะเวลา และอาการท่ีได้รับ..................... 9

4 การเปรยี บเทียบมาตรฐานของสหรฐั อเมริกาและประเทศไทย....................................... 19



สารบัญภาพประกอบ

ภาพที่ หน้า
1 ไฟฟา้ กระแสตรงประเภทสมา่ เสมอ................................................................................. 2
2 ไฟฟา้ กระแสตรงประเภทไมส่ มา่ เสมอ............................................................................. 2
3 คลนื่ ของไฟฟ้ากระแสสลบั ............................................................................................... 3
4 ฟิวสช์ นิดตา่ งๆ................................................................................................................. 14
5 เซอรก์ ติ เบรกเกอร์.......................................................................................................... 15



บทที่ 1
บทนา

ปจั จุบนั ไฟฟ้ามีความจาเป็นต่อชีวติ ประจาวันมาก ซึ่งไม่มใี ครปฏิเสธถึงความสะดวกสบาย ที่
ไดร้ บั จากการใช้ไฟฟ้ารวมถึงงานอุตสาหกรรม และธุรกจิ ต้องใช้ไฟฟ้าเป็นปจั จยั สาคัญไฟฟ้า มี
ประโยชนม์ ากมายก็จรงิ แต่ในเวลาเดียวกนั กม็ อี นั ตรายอยู่ในตัวของมนั เองถ้ารู้จกั ใช้ก็จะได้ ประโยชน์
มหาศาล ถา้ ใชผ้ ดิ วิธกี ็อาจจะได้รบั อันตรายถึงชีวติ
ดังนนั้ ความปลอดภยั ในการใช้ไฟฟ้าจึงเปน็ เร่ืองที่ควรได้รับความสนใจในการศึกษาไฟฟ้าทาอันตราย
ให้แกร่ า่ งกายไดผ้ ู้ทจ่ี ะได้รบั อันตรายจากเคร่ืองใช้ไฟฟา้ นั้น เนอื่ งจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
บงั เอิญไปแตะ และต่อเปน็ สว่ นหนง่ึ ในวงจรไฟฟ้าหรือสมั ผสั ถูกสายสองเส้นหรือเพยี งเสน้ เดยี ว หรอื
อาจจะไปสัมผัสถกู วตั ถุท่ีมีกระแสไฟฟ้ารว่ั ไหลแต่เพียงจุดเดียวในขณะทร่ี ่างกายส่วน อนื่ สมั ผสั อย่กู ับ
พ้นื ดินครบวงจรจะทาให้เกดิ อันตรายแก่รา่ งกายขน้ึ (ความปลอดภยั ในงานไฟฟ้า, ม.ป.ป. : ออนไลน์)

1.1ความรู้ทวั่ ไปเก่ียวกับไฟฟา้
ไฟฟ้าเป็นพลังงานรปู หนง่ึ ซึ่งมีแหล่งกาเนิดจากหลายแหล่งอันตรายจากไฟฟ้าทมี่ ีต่อชวี ิต และ

รา่ งกายมนุษยม์ ี 3 ลกั ษณะ ปจั จัยท่ีกอ่ ให้เกดิ ความรุนแรงของการประสบอันตรายจากไฟฟา้ มีหลาย
ปจั จยั อุบัติเหตุจากไฟฟา้ ท่ีพบมากท่ีสุดคอื อุบตั เิ หตุท่ีทาให้เกิดเพลิงไหม้ จากไฟฟา้ แรงดันต่า จาก
ไฟฟา้ แรงดันสูง อบุ ตั ิเหตตุ า่ ง ๆ เหล่าน้ีสามารถควบคุมได้ท้ังทางด้านกฎหมายและด้านวศิ วกรรม
ไฟฟ้าเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ซ่ึงมนุษยใ์ ช้เปน็ ต้นกาเนิดของพลงั งานในรปู อื่น ๆ เชน่ แสงสว่าง, ความ
ร้อน, พลงั งานกล, เสยี งและรูปอ่นื ๆ

พลังงานไฟฟ้าจงึ เปน็ ส่งิ อานวยความสะดวกให้แกผ่ ู้ใช้อย่างมากในการผลติ สินคา้ ต่าง ๆ
ออกสทู่ อ้ งตลาด เพราะเครื่องจักรตา่ ง ๆ มกั ใช้ไฟฟา้ เปน็ ตน้ กาลังในการขบั เคล่ือนเครื่องจักรให้
เคลือ่ นทเี่ ปล่ยี นพลังงานไฟฟา้ ให้เปน็ พลงั งานกล เพ่ือใช้ในการดาเนินสายงานผลติ ให้เป็นไปที่ตาม
ตอ้ งการ (ความปลอดภัยในการทางานเกี่ยวกบั ไฟฟ้า, ม.ป.ป. : ออนไลน)์

2

1.2 การแบ่งชนิดของไฟฟ้า
ในปัจจุบันไดม้ ีการนาไฟฟา้ กระแสตรงมาใชใ้ นการดารงชีวติ ประจาวนั อยา่ งแพรห่ ลาย ซึง่

ไฟฟ้าสามารถเกิดขึน้ จากแหลง่ กาเนิดหลาย ๆ แบบ ซ่ึงสามารถจาแนกไดเ้ ป็น 2 แบบใหญ่ ๆ ดงั นี้
1.2.1 ไฟฟา้ กระแสตรง
ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ ภาษาองั กฤษเรยี กว่า Direct Current : DC หมายถงึ กระแสไฟฟ้าทม่ี ี

ทศิ ทางในการเคล่ือนท่ีเปน็ วงจรไปในทิศทางเดียวกันโดยไหลจากขวั้ ลบของแหล่งกาเนิดไฟฟ้า
ผ่านอปุ กรณ์ไฟฟา้ แล้วกลับเขา้ ไปยังข้วั บวกของแหล่งกาเนิดไฟฟา้ อกี คร้ัง ตัวอย่างของไฟฟา้
กระแสตรงที่ใช้อยู่ในชวี ิตประจาวันก็ไดแ้ ก่ แบตเตอรี่รถยนต์ และวงจรของถา่ นไฟฉาย เป็นต้น
ไฟฟา้ กระแสตรงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1.2.1.1 ไฟฟ้ากระแสตรงประเภทสม่าเสมอ (Steady D.C) เปน็ ไฟฟ้ากระแสตรง
อนั แท้จริง คือ เป็นไฟฟา้ กระแสตรงที่ไหลอย่างสมา่ เสมอตลอดไปไฟฟา้ กระแสตรงประเภทนไ้ี ด้มา
จากแบตเตอรี่หรอื ถ่านไฟฉาย

ภาพท่ี 1 ไฟฟ้ากระแสตรงประเภทสมา่ เสมอ (ไฟฟ้ากระแส, ม.ป.ป. : ออนไลน์)
1.2.1.2 ไฟฟ้ากระแสตรงประเภทไมส่ มา่ เสมอ (Pulsating D.C) เป็นไฟฟา้ กระแส

ตรงทเี่ ปน็ ช่วงคลนื่ ไม่สม่าเสมอ ไฟฟ้ากระแสตรงชนดิ นไ้ี ด้มาจากเคร่ืองไดนาโมหรือวงจรเรียงกระแส

ภาพที่ 2 ไฟฟ้ากระแสตรงประเภทไม่สมา่ เสมอ (ไฟฟา้ กระแส, ม.ป.ป. : ออนไลน์)

3

1.2.1.3 คุณสมบัตขิ องไฟฟ้ากระแสตรง
1) กระแสไฟฟา้ ไหลไปทศิ ทางเดียวกันตลอด
2) มคี า่ แรงดนั หรอื แรงเคลื่อนเปน็ บวกอยเู่ สมอ
3) สามารถเกบ็ ประจุไวใ้ นเซลลห์ รือแบตเตอร่ไี ด้

1.2.1.4 ประโยชน์ของไฟฟา้ กระแสตรง
1) ใช้ในการชุบโลหะตา่ งๆ
2) ใช้ในการทดลองทางเคมี
3) ใชเ้ ชือ่ มโลหะและตัดแผน่ เหลก็
4) ทาใหเ้ หลก็ มอี านาจแม่เหล็ก
5) ใช้ในการประจกุ ระแสไฟฟ้าเขา้ แบตเตอร่ี
6) ใชใ้ นวงจรอิเล็กทรอนิกส์
7) ใช้เป็นไฟฟา้ เดินทาง เชน่ ไฟฉาย

1.2.2 ไฟฟ้ากระแสสลบั
ไฟฟ้ากระแสสลับ ( Alternating Current หรือ A.C. ) เป็นไฟฟ้าท่ีมกี ารไหลกลบั ไปกลับมา
ท้ังขนาดของกระแสและแรงดันไมค่ งที่ เปล่ยี นแปลงอยู่เสมอ คือ กระแสจะไหลไปทางหนึง่ ก่อนต่อมา
กจ็ ะไหลสวนกลบั แลว้ ก็เร่ิมไหลเหมือนคร้งั แรก

ภาพท่ี 3 คลื่นของไฟฟ้ากระแสสลับ (ไฟฟ้ากระแส, ม.ป.ป. : ออนไลน์)
คร้ังแรกกระแสไฟฟ้าจะไหลจากแหลง่ กาเนิดไปตามลกู ศรเสน้ หนกั เรม่ิ ตน้ จากศนู ยแ์ ล้วค่อยๆ
เพ่มิ ข้ึนเรื่อยๆ จนถึงขดี สุด แลว้ มนั จะคอ่ ยๆลดลงมาเป็นศูนย์อีกต่อจากน้ันกระแสไฟฟา้ จะไหลจาก
แหล่งกาเนิดไปตามลูกศรเส้นปะลดลงเร่อื ยๆ จนถงึ ขีดต่าสดุ แลว้ คอ่ ยๆเพม่ิ ข้ึนเรื่อยๆจนถึงศูนย์
ตามเดมิ อีก เมื่อเป็นศูนยแ์ ล้วกระแสไฟฟ้าจะไหลไปทางลกู ศรเส้นหนักอีกเป็นดงั นัน้ เร่ือยๆไปการท่ี

4

กระแสไฟฟา้ ไหลไปตามลูกศร เสน้ หนกั ดา้ นบนคร้ังหน่ึงและไหลไปตามเสน้ ประดา้ นล่างอีกครั้งหนึง่
เวียนกว่า 1 รอบ (Cycle)

1.2.2.1 ความถี่ (Frequency) หมายถงึ จานวนลกู คลื่นไฟฟ้ากระแสสลับท่ี
เปลี่ยนแปลงใน 1 วนิ าทกี ระแสไฟฟา้ สลบั ในเมืองไทยใชไ้ ฟฟา้ ทีม่ ี ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ซึ่งหมายถงึ
จานวนลูกคลื่นไฟฟ้าสลับทเี่ ปล่ยี นแปลง 50 รอบ ในเวลา 1 วินาที

1.2.2.2 คณุ สมบัติของไฟฟ้ากระแสสลับ
1) สามารถส่งไปในที่ไกลๆได้ดีกาลังไม่ตก
2) สามารถแปลงแรงดันให้สูงข้ึนหรือต่าลงไดต้ ามต้องการโดยการใช้
หมอ้ แปลง

1.2.2.3 ประโยชนข์ องไฟฟ้ากระแสสลับ
1) ใช้กบั ระบบแสงสว่างไดด้ ี
2) ประหยดั ค่าใช้จ่าย และผลิตไดง้ ่าย
3) ใช้กบั เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ท่ีต้องการกาลังมากๆ
4) ใช้กับเครื่องเชอื่ ม
5) ใช้กับเครื่องอานวยความสะดวกและอปุ กรณ์ไฟฟา้ ได้เกือบทกุ ชนิด

(ไฟฟา้ กระแส, ม.ป.ป. : ออนไลน)์

1.3 วงจรไฟฟา้ (Circuit)
วงจรไฟฟ้า หมายถึง ทางเดนิ ของกระแสไฟฟา้ ซึ่งไหลมาจากแหล่งกาเนดิ ผ่านไปยงั ตวั นาและ

เคร่อื งใช้ไฟฟ้าหรอื โหลด (Load) แล้วไหลกลับไปยังแหลง่ กาเนิดงานช่างไฟฟ้านน้ั การต่อวงจรของ
อปุ กรณ์ไฟฟา้ ต่างๆ เปน็ สิง่ จาเป็นเนื่องจากผปู้ ฏบิ ัตงิ านขาดความรู้และเทคนคิ ในการต่อวงจรแลว้
เกดิ ผลเสียอยา่ งรา้ ยแรงตอ่ ผูป้ ฏิบัติงาน และทรัพยส์ นิ การต่อวงจรไฟฟ้าเราสามารถต่อได้หลายวิธี
ดังนี้

1.3.1 การต่อวงจรแบบอนกุ รม (Series Circuit) เปน็ การนาเอาตวั ต้านทานแบบอนุกรม
แตล่ ะตัวโดยเอาปลายด้านหน่ึงต่อกับปลายอีกด้านหนึ่งต่อเรยี งไปเรอ่ื ยๆ การต่อไฟฟ้าแบบอนกุ รม
ส่วนใหญ่จะไมน่ ิยมใชใ้ นการต่อวงจรทัว่ ไป โดยการต่อวงจรแบบอนกุ รม กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านใน
วงจรเทา่ กนั หมด

5

1.3.2 การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Circuit) การนาเอาตัวตา้ นทานแต่ละตัวมาตอ่
ครอ่ มกนั ไปเร่ือยๆจนครบวงจรการตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบขนานเป็นการต่อวงจรท่ใี ชท้ ่ัวไปกับไฟฟ้าแสง
สว่าง และเครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ภายในบา้ นเรือน เชน่ พดั ลม หม้อหุงข้าว เตารดี เป็นต้น

1.3.3 การต่อวงจรแบบผสม (Compound Circuit) การต่อโดยการนาแบบอนุกรมและ
ขนานตอ่ ร่วมเข้าไปในวงจรเดียวกัน การต่อวงจรแบบผสมเปน็ การตอ่ วงจรแบบขนานและแบบ
อนกุ รมรวมกนั การต่อแบบนี้นิยมใช้อปุ กรณ์อิเล็กโทรนิกส์ เชน่ โทรทศั น์ วิทยุ เครือ่ งคอมพวิ เตอร์
กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผ่านในวงจรทัง้ หมดจะเท่ากับแรงดนั ไฟฟา้ ที่แหล่งจา่ ยภายในวงจรหารดว้ ยความ
ต้านทานในวงจร และในกรณีท่อี ุปกรณ์ไฟฟา้ จุดใดขาดจุดอ่ืนๆจะยงั คงใช้ไดเ้ ป็นบางจุดและการตรวจ
ซอ่ มจะยงุ่ ยากเน่ืองจากอุปกรณไ์ ฟฟา้ บางจดุ จะต่อเข้ารวม (ลกั ษณะวงจรไฟฟา้ กับวิชาไฟฟา้ เบื้องต้น,
ม.ป.ป. : ออนไลน์)

บทท่ี 2
อันตรายจากไฟฟ้า

อุบัตเิ หตุจากไฟฟา้ ทีพ่ บบ่อยครัง้ เกดิ จากอุปกรณเ์ คร่ืองใช้ไฟฟ้าร่วั ทาให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขนึ้
ไดท้ าใหผ้ ู้ที่จบั หรือสมั ผัสสว่ นทมี่ ีกระแสไฟฟ้าทาให้เกิดไฟฟ้าดดู ไฟฟา้ ช็อตอาจทาใหเ้ กิดอันตรายถึง
ขั้นเสียชีวติ ได้

2.1 การเกดิ อนั ตรายจากไฟฟา้
ไฟฟา้ ก่อใหเ้ กิดอนั ตรายได้ทงั้ ต่อชีวติ และทรัพย์สนิ อันตรายจากไฟฟา้ เกิดได้ 2 สาเหตุ คือ

ไฟฟ้าชอ็ ตและไฟฟา้ ดดู ทง้ั สองอย่างนมี้ สี าเหตุของการเกดิ ท่ีตา่ งกันและอนั ตรายท่ีได้รบั ก็ตา่ งกันดว้ ย
2.1.1 ไฟฟ้าชอ็ ต (Short Circuit) หรอื เรยี กไฟฟ้าลดั วงจร คอื กระแสไฟฟา้ ไหลครบวงจรโดย

ไม่ผ่านเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า (Load) สาเหตุของไฟฟา้ ลดั วงจรมหี ลายสาเหตสุ าเหตสุ ว่ นใหญ่ท่ีทาใหเ้ กดิ
ไฟฟา้ ลดั วงจรได้ คือ ฉนวนไฟฟา้ ชารดุ , เกิดแรงดันเกนิ ในสายหรืออปุ กรณ์ไฟฟา้ , ตวั นาไฟฟา้ ในวงจร
เดยี วกนั แตต่ ่างเฟสกัน, มสี ง่ิ ก่อสรา้ งหรอื ต้นไม้ไปสัมผสั สายไฟฟ้า

2.1.1.1 ลกั ษณะการเกิดไฟฟ้าลดั วงจร
1. กระแสไฟฟ้าไหลระหว่างสายไฟ สาเหตสุ ่วนใหญเ่ กดิ จากฉนวนของ

สายไฟฟ้า ชารดุ หรือจากการสมั ผัสกันโดยบงั เอิญ ผลจากไฟฟา้ ลดั วงจรจะทาให้มกี ระแสไฟฟา้ ไหล
มากและ ทาใหม้ ีความร้อนสูงนอกจากน้ยี งั มีประกายไฟอีกด้วย

2. กระแสไฟฟ้าไหลลงดนิ หรือเรยี ก ไฟฟา้ ลัดวงจรลงดนิ อาจเกดิ จากการท่ี
สายไฟฟ้าขาด หรือหลดุ ทจี่ ดุ ต่อแล้วไปสมั ผัสกับดิน หรอื สัมผสั กับส่วนทีเ่ ปน็ โลหะ ซึง่ ต่ออยู่กับ ดนิ
ฉนวนชารุด หรอื เกดิ จากทีม่ ีตัวนาเปลือย เช่นบสั บาร์วางอยู่บนฉนวนรอบรับบสั บาร์และฉนวน เกดิ
ชารุด หรอื สกปรกลักษณะเช่นนี้จะทาให้มกี ระแสไฟฟ้าไหลลงดิน

2.1.2 ไฟฟา้ ดดู (Electric Shock) การท่ีกระแสไฟฟา้ ไหลจากแหล่งกาเนิดผา่ นตวั คนและ
กลับไปแหลง่ กาเนดิ โดยผา่ นทางดนิ ไฟฟ้าดดู มสี าเหตมุ าจากการทร่ี า่ งกายไปสัมผสั ส่วนทมี่ ไี ฟฟ้า การ
ทไ่ี ฟฟ้าจะดดู ได้น้นั ไฟฟ้าตอ้ งไหลครบวงจร คอื ตอ้ งมีจดุ ที่กระแสไฟฟ้าไหลออกจากรา่ งกาย น่นั
หมายความว่าร่างกายจะต้องสมั ผัส สว่ นที่มีไฟฟ้าสองจุดพร้อมกันและท้ังสองจดุ นน้ั จะต้องมี
แรงดนั ไฟฟ้าตา่ งกนั ด้วย ตวั อยา่ งของการสมั ผสั ส่วนทมี่ ีไฟฟา้ หรือช่างไฟฟ้าทางานโดยยนื อยบู่ น
ฉนวนไฟฟา้ ทางาน ซง่ึ อาจเป็นพน้ื ยาง หรอื สวมใส่รองเทา้ ยาง เปน็ ตน้ ปกติพื้นดนิ คือส่วนหนง่ึ ของ

7

วงจรไฟฟ้าท่แี รงดันไฟฟ้าเป็นศูนย์ดงั นนั้ เมื่อเราสัมผัส สว่ นท่ีมแี รงดนั ไฟฟ้าขณะที่ร่างกายยนื อยู่บน
พื้นดินกระแสไฟฟา้ กจ็ ะไหลผ่านร่างกายลงดินกลบั ไปครบวงจรทแี่ หลง่ จ่ายกระแสไฟ หรือ
แหลง่ กาเนิดเราจึงถูกไฟดูด

2.1.2.1 ลักษณะของการถูกไฟฟา้ ดูดแยกตามลกั ษณะการสมั ผสั
1. การสมั ผัสโดยตรง (Direct Contact) คอื การทส่ี ว่ นของร่างกายสัมผัสถูก

ส่วนท่มี ี ไฟฟ้าโดยตรง เชน่ สายไฟฟ้ารั่วเพราะฉนวนชารดุ แลว้ มบี ุคคลเอามือไปจับ หรือจากการที่เดก็
เอา โลหะเล็กๆ เชน่ ตะปูแหย่เข้าในรเู ตา้ รับไฟฟา้ เป็นตน้ ลักษณะนโ้ี ดยตรงก็จะมีกระแสไฟฟ้าไหล
ผา่ นร่างกายลงดนิ

2. การสัมผัสโดยอ้อม (Indirect Contact) ลักษณะน้บี ุคคลไมไ่ ดส้ ัมผสั ส่วน
ทมี่ ี ไฟฟา้ โดยตรงแต่เกดิ จากการที่บคุ คลสัมผัสกบั ส่วนท่ีปกติไม่มีไฟฟ้า เชน่ เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ แต่มี
ไฟฟ้าเนื่องจากเครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ร่ัวจงึ มีไฟฟา้ มารออยทู่ ี่โครงโลหะของเคร่ืองไฟฟา้ เม่ือบคุ คลไปสมั ผัสจึง
มกี ระแสไฟฟ้าไหลผา่ น เชน่ เดียวกบั การไปสัมผสั สว่ นทีม่ ีไฟฟ้า การสัมผสั โดยอ้อมมีอนั ตรายสงู และน่า
กลวั เนื่องจากสว่ นท่สี ัมผสั โดยปกติแล้วจะไม่มีไฟฟา้ ผู้สัมผัสจงึ ขาดความระมดั ระวัง (อนั ตรายจาก
ไฟฟ้า คณุ รู้แล้วหรอื ยัง, ม.ป.ป. : ออนไลน์)

2.2 ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงของการประสบอนั ตรายจากไฟฟ้า
เมอื่ มนุษย์ถูกไฟฟ้าดดู ความอันตรายหรอื อาการบาดเจบ็ ที่ได้รับข้นึ นอยู่กบั ปจั จัยสาคัญ 6

ประการ ดงั ต่อไปนี้
1. ความตา้ นทานของรา่ งกายต่อกระแสไฟฟ้า ค่าความตา้ นทานภายในรา่ งกายมนษุ ย์คดิ

เปน็ ร้อยละของค่าความตา้ นทานระหวา่ งมือถงึ มือกลา่ วคอื ผิวหนังแห้งจะมีความต้านทานประมาณ
100,000 – 600,000 โอห์ม แต่ถา้ ผวิ หนังเปยี ก ความต้านทานจะลดลงเหลอื เพยี ง 1,000 โอหม์
ดงั น้นั เมอ่ื ถูกกระแสไฟฟา้ ดดู เนือ้ เย่อื กระดูกและระบบประสาท ทั้งหมดจะเกดิ การนาไฟฟา้ ทาให้
ความ ต้านทานของผิวหนงั ลดลงและกระแสไฟฟา้ จะไหลผา่ นรา่ งกายเพ่ิมขึน้ อย่างรวดเรว็ ทาให้เกดิ
การ บาดเจบ็ อย่างรุนแรงถึงขั้นเสยี ชวี ติ ได้

8

2. แรงดนั ไฟฟา้ อนั ตรายจากกระแสไฟฟา้ จะรุนแรงขีน้ เมอื่ แรงดนั ไฟฟ้าเพิม่ สงู ขึ้น
ดงั ตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 ตารางแสดงอันตรายจากกระแสไฟฟา้ จากการเพมิ่ ขึ้นนของแรงดันไฟฟา้ (ศุภวรรณ หวงั
กาญจน,์ ม.ป.ป. : ออนไลน)์

แรงดนั ไฟฟา้ (V) อาการ

20-60 ล็อค ไม่สามารถสะบดั มือให้หลุดได้

40-100 หยดุ หายใจ

80-100 กลา้ มเนอื้ หวั ใจกระตุก หรอื เต้นผิดปกติ

>240 ผิวหนงั ฉีกขาด

>600 ผวิ หนังไหม้

3. ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านร่างกาย รายละเอียดดงั ตารางที่ 2
ตารางที่ 2 ตารางแสดงอาการท่ีได้รบั จากปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านรา่ งกาย (ศุภวรรณ หวงั
กาญจน,์ ม.ป.ป. : ออนไลน)์

ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ (mA) อาการ
ตา่ กว่า 0.5 ยงั ไมร่ ู้สกึ ไม่มีเปน็ อันตราย
0.5 -2
2 -8 รู้สกึ วา่ ถูกไฟฟา้ ดูด
กระทบกระเทือนตอ่ ระบบประสาท กล้ามเนื้อหดตัวเกดิ อาการ
8 -20
กระตุก
20 -25 กระทบกระเทือนตอ่ ระบบประสาท กลา้ มเน้ือเกรง็ หดตัวอย่าง

สงู กวา่ 100 รนุ แรง บางคนไมส่ ามารถปลอ่ ยมือให้หลดุ ได้
กระทบกระเทอื นตอ่ ระบบประสาท กลา้ มเน้ือหดตัวอยา่ งรุนแรง
ไม่ สามารถปล่อยมือให้หลดุ ออกไดป้ อดท างานผิดปกติมโี อกาส

เสียชีวติ ในเวลา 2 -3 นาที
หวั ใจหยดุ เตน้ ผิวหนงั ไหมก้ ล้ามเนอื้ ไม่ทางาน

9

4. ระยะเวลาท่ีสัมผัสหรอื ระยะเวลาท่กี ระแสไฟฟ้าไหลผ่าน หากรา่ งกายสมั ผัสกับ
วงจรไฟฟ้าเป็นเวลานานอนั ตรายท่ีได้รับก็จะมีมากข้นึ และรุนแรง ดังตารางท่ี 3

ตารางที่ 3 ตารางแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งปรมิ าณกระแสไฟฟา้ ระยะเวลา และอาการที่ได้รับ
(ศภุ วรรณ หวังกาญจน์, ม.ป.ป. : ออนไลน์)

ปรมิ าณกระแสไฟฟ้า ระยะเวลามี่ไหลผ่าน อาการ
100 mA นานกวา่ 3 วินาที เสียชีวติ
500 mA นานกวา่ 0.1 วนิ าที เสยี ชวี ิต
1,000 mA นานกว่า 0.03 วนิ าที เสียชวี ิต

5. ความถขี่ องระบบไฟฟา้ เม่ือความถเ่ี พิ่มขน้ึ ความต้านทานของรา่ งกายจะลดลงโดยความ
ตา้ นทานของร่างกายจะมคี ่าสูงสุดท่ีความถ่ี 50/60 Hz ทัง้ นี้ระดับกระแสไฟฟา้ ทท่ี า ให้กลล้ามเนือ้
ควบคุมไมไ่ ด้ จะแปรผันตรงกับความถ่ีไฟฟา้ เช่น ทค่ี วามถี่ 60 Hz กระแสไฟฟา้ ท่ีมากกว่า 10 mA
จะทา ให้กล้ามเนอื้ ควบคุมไม่ได้

6. สว่ นของร่างกายทีก่ ระแสไฟฟ้าไหลผา่ น หากกระแสไฟฟ้าไหลผา่ นศีรษะ หัวใจและ ทรวง
อกจะก่อให้เกิดดอนั ตรายถงึ ชวี ิตได้ มากกว่า ไหลผา่ นส่วนอ่ืนๆ ของร่างกาย (ศุภวรรณ หวังกาญจน์,
ม.ป.ป. : ออนไลน)์

2.3 ผลของอนั ตรายจากไฟฟ้าทม่ี ีต่อชีวติ และทรพั ย์สนิ
1. กล้ามเนอ้ื กระตุก หรือเกิดการหดตวั (Muscular Freezing) กล้ามเน้ือสว่ นตา่ งๆจะหดตัว

มีอาการเกรง็ และถา้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน กลา้ มเน้ือ ทรวงอก จะทาให้การทางานของปอดมีอปุ สรรค
หรอื อาจ ทางานไมไ่ ด้ทาใหข้ าดอากาศหายใจจนทาให้สลบ (Asphyxiation) เป็นผลต่อเน่ืองทาใหก้ าร
หมนุ เวียนของโลหติ ต้องหยดุ ทาใหเ้ กดิ เปน็ อมัพาตชว่ั คราว (Temporary Paralysis) เป็นจากที่มี
กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน รา่ งกาย 10 -50 mA ถ้าเกดิ กับประสาท สว่ นกลางที่ควบคุมการทางานของ
หัวใจ จะทาใหก้ ารทางาน ของหัวใจล้มเหลว

2. หัวใจเกดิ อาการเต้นกระตุก หรอื เตน้ ถรี่ ัว (Ventricular Fibrillation) กระแสไฟฟา้
ปรมิ าณตง้ั แต5่ 0 mA ไหลผ่านหัวใจการเตน้ การหดตวั และการขยายตวั ของกล้ามมเน้ือหวั ใจ จะเกิด
การเต้นในจงั หวะทผี่ ดิ ปกติ เชน่ มีอาการกระตุกหรอื การเตน้ ถรี่ วั นาทีละ่ หลายร้อยคร้งั แต่เป็นการ
เต้นท่อี ่อน การสบู ฉีดโลหติ ไปเลย สว่ นตา่ งๆของรา่ งกายทา ไม่ไดเ้ ต็มท่ี โดยเฉพาะสว่ นสมอง

10

3. หัวใจหยดุ ทางานทนั ที (Cardiac Arrest) เกดิ จากการท่ีมีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ นหวั ใจใน
ปรมิ าณท่ี มากๆในระยะเวลาอัน สนั้ ทาใหก้ ารทางานของหัวใจไมอ่ าจจะกลับมาทางานไดด้ ว้ ยตนเอง
หรือมกี ารนวดหัวใจจากภายนอก เพือ่ ช่วยให้กล้ามเน้ือของหัวใจกลบั มาทางานไดต้ ามปกติ
( External Cardiac Massage)

4. เซลล์ภายในร่างกายเสียหาย กระแสไฟฟา้ จะไหลผา่ นในเสน้ ทางทม่ี ีความตา้ นทานน้อย
ที่สุดได้แก่หลอดเลือดไข สนั หลงั จงึ มกั ทาใหเ้ กิดการแข็งตวั ของโลหิตในหลอดเลือดและเสน้ ประสาท
ในไขสันหลังได้รับ อนั ตรายจากการหดเกร็งกระแสไฟฟ้าเมื่อไหลผา่ นเนือ้ เย่อื จะทา ใหเ้ กิดความร้อน
โดยส่วนทเ่ี ป็น อนั ตรายคือสว่ นทก่ี ระแสไฟฟ้าเข้าและกระแสไฟฟ้าออก ยกตวั อยา่ งเชน่ มือทจ่ี บั
เหล็กเสน้ ทพี่ าด ไปถูกสายไฟแรงสูง ขณะทยี่ นื อย่บู นดนิ ส่วนที่มบี าดแผลไหมคือฝ่ามือและฝ่าเท้า

5. ระบบประสาทเกิดอาการชะงักงนั (Nerve block) ผลจากกระแสไฟฟ้าไหลผา่ นรา่ งกายมี
ปรมิ าณตัง้ แต่10ถึง 50 มิลลิแอมแปร์ จะทาให้ ระบบประสาทชะงกั งันไปชว่ั ขณะหน่งึ มีอาการกระตุก
อย่างแรง หมดความสามารถในการควบคุม กล้ามเนื้อในส่วนทม่ี กี ระแสไฟฟา้ ไหล ไมส่ ามารถท่จี ะสลัด
หลุดไดร้ ะบบประสาทส่วนกลางที่ ควบคุมการทางานของหัวใจจะเปน็ อัมพาตชว่ั คราว มีผลทาให้การ
ทางานของหวั ใจลม้ เหลว

6. การเกดิ เพลงิ ไหม้และระเบิด ไฟฟ้าลัดวงจร เปน็ สาเหตุอันดบั ตน้ ๆ ของเพลงิ ไหม้
เน่ืองจากสภาพการใชง้ านนาน ขาดการดแู ลบารุงรักษา ทาใหเ้ กิดไฟฟ้าลัดจงจร (ความปลอดภยั ใน
งานไฟฟ้า, ม.ป.ป. : ออนไลน)์

บทท่ี 3
มาตรการปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟา้

การป้องกันไมใ่ หเ้ กิดอุบตั ิเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้าไดเ้ ป็นเรื่องท่ีดีที่สุดโดยเฉพาะสาหรบั ผู้ท่ีไม่มี
ความรทู้ างดา้ นไฟฟ้าเลย แต่สาหรับผทู้ ่มี คี วามรทู้ างไฟฟ้าเปน็ อยา่ งดีก็มิไดเ้ ปน็ หลักประกนั วา่ จะไม่
ประสบอันตรายจากไฟฟา้ เพราะกฎเกณฑ์ทางไฟฟา้ มิได้มีขอ้ ยกเวน้ ใหใ้ ครทั้งสิ้น อุบัติเหตที่เกี่ยวกับ
ไฟฟ้าสามารถควบคุมไดโ้ ดยตรงด้วยการป้องกันการขยายขอบเขตของอนั ตรายและการ กาจดั ปจั จุบนั
อนั ตราย ซง่ึ ในทางปฏบิ ัตใิ ห้ความสนใจเปน็ พเิ ศษในเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้

3.1 ข้อแนะนาในการป้องกันอนั ตรายจากไฟฟา้
1. การเลือกซ้ือและการใช้อปุ กรณ์ไฟฟา้ ควรเลอื กซื้ออปุ กรณ์ทไ่ี ด้รบั รองมาตรฐานผา่ น การ

ทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ุตสาหกรรม เป็นการป้องกนั อันตรายในขัน้ ตน้ นอกจากนีผ้ ูใ้ ช้ต้อง
เลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับลกั ษณะของงานท่ีจะนามาใช้อกี ท้งั การใชง้ านจะตอ้ งใช้งานอยา่ งถูกวิธี
ตามคู่มือหรอื คาแนะนาของผู้ผลติ อุปกรณ์ตา่ งๆ เหล่าน้นั ด้วย

2. การตดิ ต้งั อุปกรณ์ไฟฟา้ การตอ่ สายและการติดตั้งทงั้ หมดต้องเปน็ ไปตามหลักและ กฎ
ความปลอดภัย โดยชา่ งผชู้ านาญทางไฟฟ้าที่มีประสบการณ์และผา่ นการฝกึ อบรมมาแล้ว สาหรบั
กฎเกณฑ์งา่ ยๆที่ตอ้ งคานงึ ถงึ ทกุ คร้งั คือ

- ขนาดของสายไฟ สวติ ช์ และอปุ กรณป์ ้องกันทางไฟฟา้ ต้องมีขนาดถูกตอ้ ง
เหมาะสม กับการนาไปใช้งาน

- อุปกรณ์ท่ีมีเปลือกนอกเปน็ โลหะ ต้องมีการต่อสายดินอย่างเหมาะสม
- มกี ารปอ้ งกันเฉพาะอปุ กรณ์แต่ละตอนดว้ ยฟิวส์หรอื สวิตชห์ รอื เบรกเกอร์ตัดวงจร
อย่างเหมาะสม
- การต่อสายไฟและอปุ กรณ์จะตอ้ งตอ่ อยา่ งหนาแนน่ และมั่นคงดว้ ยอปุ กรณ์ต่อสาย
- อุปกรณ์ไฟฟ้าซ่งึ ไม่อาจป้องกนั หรอื คลมุ ดว้ ยฉนวนได้อย่างมิดชิด จะต้องมรี ว้ิ ลอ้ ม
มรอบหรือก้นั ห้องพร้อมทงั้ ติดปา้ ยเตือนอนั ตรายจากไฟฟา้ ให้เห็นไดอ้ย่างชัดเจน
3.การตรวจทดสอบจาเปน็ ต้องมรี ะบบการตรวจทดสอบเป็นนระยะๆ สมา่ เสมอ เก่ียวกับ
อปุ กรณ์ท้งั หมดซึ่งสามารถตรวจสอบอยา่ งงา่ ยได้ด้วยตาเปล่า
- วสั ดุเสยี หายหรือแตกหรือฉีกขาด เชน่ ฉนวนสายไฟ เตา้ เสยี บ เตา้ รบั เป็นต้น

12

- การสะสมของ นา้ มัน น้า ฝุ่น หรอื สงิ่ อื่นๆ ใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า
- การสะสมของ นา้ มัน นา้ ฝุ่น หรือสิง่ อ่นื ๆ ใกล้อุปกรณ์ไฟฟา้
- อปุ กรณ์ทางานปกตหิ รอื ไม่ และปา้ ย หรอื สัญญาณตือนชารุดหรือไม่
การตรวจทดสอบการต่อลงดินโดยใชเ้ ครอื่ งทดสอบความต้านทานของหลกั ดินการตรวจเช็คหากระแส
รวั่ ของอปุ กรณ์และวงจร ไฟฟ้าดว้ ยเครื่องมือตรวจวัดภาพความเป็นฉนวน (เมกกะโอห์ม) ควบคูก่ บั
การตรวจด้วยตาเปลา่
4. การบารุงรกั ษาอยา่ งสม่าเสมอ โดยชา่ งผู้ท่ีมีความชานาญดพี อสาหรับอุปกรณ์หรอื
เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าเหล่าน้นั
5. การใหก้ ารศึกษา นอกจากใหค้ วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับอันตรายท่ีเกดิ จากไฟฟา้ สาเหตุ
และผลของอุบัติเหตุจากไฟฟ้าตลอดจนการปฏิบตั ิทป่ี ลอดภยั ใหแ้ กผ่ ูใ้ ช้เครอ่ื งมือหรอื อปุ กรณ์ไฟฟา้
รวมทงั้ การฝกึ อบรมวิธีปฏิบัตเิ ม่อื ประสบอนั ตรายจากไฟฟ้า การปฐมพยาบาล และการช่วยชีวิตผู้
ประสบอนั ตรายด้วย

3.2 ข้อแนะนาเมื่อตอ้ งปฏิบัตงิ านเก่ียวกบั อปุ กรณ์ไฟฟ้า
1. ก่อนลงมือปฏบิ ตั ิงานกับอุปกรณไ์ ฟฟา้ ใหต้ รวจหรอื วดั ด้วยเครอ่ื งมือวดั ไฟฟ้าวา่ ในสายไฟ

หรอื อุปกรณ์นัน้ มีไฟฟา้ หรือไม่
2. การทางานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าในขณะปิดสวิตชไ์ ฟหรือตัดไฟฟ้าแลว้ ตอ้ งต่อสายอปุ กรณ์นั้น

ลงดนิ กอ่ นทางานและตลอดเวลาท่ที างาน
3. การตอ่ สายดินใหต้ ่อปลายทางดา้ น "ดิน" ก่อนเสมอจากนัน้ จึงตอ่ ปลายอกี ข้างเข้ากบั

อปุ กรณ์ไฟฟา้
4. การสัมผัสกบั อปุ กรณ์ไฟฟ้าแรงดันตา่ ใดๆ หากไม่แน่ใจให้ใช้อุปกรณ์ทดสอบไฟวัดก่อน
5. การจับต้องอุปกรณท์ ่มี ีไฟฟ้า จะตอ้ งทาโดยอาศยั เคร่ืองมือ-อุปกรณ์ และวิธกี ารท่ถี กู ต้อง
6. เครอ่ื งมือเคร่ืองใชท้ ี่ทางานกับอุปกรณ์ไฟฟา้ เช่น คืม ไขควง ต้องเปน็ ชนิดที่มฉี นวนหุ้ม 2

ชนั้ อย่างดี
7. ขณะทางานต้องมั่นใจว่า ไมม่ สี ่วนใดสว่ นหนง่ึ ของรา่ งกายหรอื เครอื่ งมือทใ่ี ช้อย่สู ัมผัสกับ

สว่ นอ่นื ของอุปกรณท์ มี่ ีกระแสไฟด้วยความพล้งั เผลอ
8. การใชก้ ญุ แจป้องกันการสับสวติ ช์ การแขวนป้ายเตอื นห้ามสบั สวิตชัตลอดจนการปลด

กญุ แจและป้ายต้องกระทาโดยบุคคลคนเดยี วกนั เสมอ

13

9. การขนึ้ ที่สงู เพ่ือทางานกับอุปกรณ์ไฟฟา้ ต้องใชเ้ ข็มขัดนิรภยั หากไมม่ ีการใชเ้ ชือกขนาค
ใหญค่ ลอ้ งเอาไว้กับโครงสร้างหรือส่วนหนงึ่ สว่ นใดของอาคาร

10. การทางานเกีย่ วกบั ไฟฟา้ หากเป็นไปได้ควรมีผ้ชู ่วยเหลืออยู่ด้วย (ความปลอดภัยในงาน
ไฟฟา้ , ม.ป.ป. : ออนไลน)์

3.3 การป้องกนั อัคคภี ัยจากไฟฟ้า
สาเหตกุ ารเกดิ อคั คีภยั จากไฟฟ้ามักจะเกิดจากสายไฟฟ้าอุปกรณ์ไฟฟา้ ชารุดหรือเกิดจากการ

ใชไ้ ฟฟา้ ไมถ่ ูกวธิ เี ป็นเหตใุ หเ้ กิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรหรอื ท่ีเรยี กกนั วา่ ไฟฟ้าชอ็ ตและเพ่ือเปน็ แนวทาง
ป้องกันอคั คภี ยั อนั เกดิ จากไฟฟ้ามวี ธิ ีการป้องกันดังนี้

1. สารวจสายไฟฟา้ ภายในบ้านของท่านหากพบวา่ เก่ามากหรอื ชารดุ ฉนวนแตกรา้ วฉีกขาด
หรอื เทปท่ีพนั จุดต่อสายไฟหลุดหรือหลวมใหร้ บี แจง้ ช่างไฟฟ้ามาดาเนนิ การแก้ไขหรือเปล่ียนให้อยูใ่ น
สภาพทใ่ี ช้การไดด้ ีเสมอ

2. การตอ่ แยกสายไฟฟ้าไปยงั จดุ ต่างๆทีต่ ้องการใช้งานจดุ ต่อทุกจุดตอ้ งตอ่ ให้แนน่ หรือเชื่อม
บัดกรใี ห้เรยี บร้อยหากต่อสายไม่แนน่ จะ ทาให้กระแสไฟฟ้ไหลผ่านไมส่ ะดวกทาให้เกิดแรงต้านทาน
และเกิดความร้อนข้ึนบรเิ วณรอยตอ่ ทาใหเ้ กดิ เพลิงลุกไหม้ขึ้นได้เม่ือตอ่ สายแนน่ แลว้ ให้ใช้เทปพัน
สายไฟพนั ให้แน่นอีกชน้ั หนึง่ เพอื่ ป้องกันไฟฟา้ ลดั วงจรหรือไฟฟา้ ร่วั ไหลไปดดู คนในบ้านให้เกิด
อนั ตรายได้

3. การเลอื กสายไฟฟ้าเพ่อื ใชใ้ นอาคารบ้านเรือนต้องเลือกขนาดสายไฟฟา้ ให้เหมาะสมกบั
ปริมาณกระแสไฟฟท้ ่ตี ้องการใช้งานเพร าะหากใชส้ ายเล็กเกนิ ไปเมื่อใช้ไฟมากจะเกดิ ความร้อนตาม
สายเนอื่ งจากกระแสไฟฟา้ ไหลมากเกนิ ไปทาใหฉ้ นวนหุ้มสายไฟฟา้ ชารดุ เสยี หายและเกิดเพลงิ ไหม้ขนึ้
ได้

4. สายไฟฟา้ ต้องไดม้ าตร ฐานของผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรมซ่งึ จะสงั เกตได้มีพิมพต์ ดิ ไวบ้ น
สายไฟฟ้าท่ีไดม้ าตรฐานทกุ เส้น (การป้องกันอคั คภี ยั จากไฟฟา้ , ม.ป.ป. : ออนไลน)์

3.4 การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าใหเ้ หมาะสมกับการใชง้ าน
3.4.1 สายไฟฟ้า สายไฟฟ้าน้ันสาคัญลาดับต้นๆ การเลือกใชส้ ายไฟฟา้ ในการสร้างอาคาร

บา้ นเรอื น เพราะเป็นตวั นาไฟฟา้ จากแหลง่ กาเนิดมาสูท่ ี่อยู่อาศยั เพราะฉะน้ันไม่ควรจะละเลยการ

14

เลือกใช้สายไฟฟา้ ใหถ้ ูกต้อง และถูกวธิ ี และถ้าคุณเป็นชา่ ง หรือผรู้ ับเหมาก่อสรา้ งแล้วละก็ ย่ิงต้องเพิม่
ความระมัดระวงั ในการใช้ สายไฟฟา้ ให้มากขึน้ อกี ดว้ ย

3.4.2 ฟวิ ส์ (Fuse) เปน็ อุปกรณ์ปอ้ งกนั อนั ตรายท่เี กิดจากการใช้กระแสไฟฟา้ เม่ือเกดิ ไฟฟา้
ลัดวงจร หรอื กระแสไฟฟา้ ไหลเข้าสวู่ งจรมากเกนิ ไป ฟวิ สจ์ ะหลอมละลายและตัดวงจรไฟฟ้า ทนั ที
การต่อฟวิ ส์ ตอ้ งต่อแบบอนกุ รมเขา้ ในวงจร ฟวิ ส์ทใี่ ชต้ ามบ้านมหี ลายขนาด เชน่ ขนาด 10, 15 และ
30 แอมแปร์ ฟวิ ส์ขนาด 15 แอมแปร์คอื ฟิวส์ท่ยี อมใหก้ ระแสไฟฟา้ ผ่านไดไ้ ม่เกนิ 15 แอมแปร์ ถ้า
กระแสไฟฟ้าผ่านมากกวา่ น้ี ฟิวส์จะหลอมละลาย ทาใหว้ งจรขาด ดงั นนั้ การเลือกใช้ฟิวส์จงึ ตอ้ งเลือก
ขนาดของฟิวสใ์ ห้พอ เหมาะกับปริมาณกระแสไฟฟา้ ที่ไหลผา่ น

ภาพท่ี 4 ฟวิ สช์ นิดต่างๆ (ฟิวส์, 2558 : ออนไลน์)
การเลอื กใชข้ นาดของฟิวส์ให้เหมาะสม ทาไดโ้ ดยการคานวณหาปรมิ าณ กระแสไฟฟา้ ที่ ไหลผ่าน
อปุ กรณ์และเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ตา่ ง ๆ รวมกันโดยใช้ความสัมพันธ์

กาลังไฟฟ้า (วตั ต)์ = ความต่างศักย์ ( โวลต์) X กระแสไฟฟ้า (แอมแปร์ ) หรอื P = VI
P แทนกาลังไฟฟา้ มีหนว่ ยเป็น วัตต์ (W) V แทนความตา่ งศกั ย์ มหี น่วยเป็น โวลต์ (V) Iแทน
กระแสไฟฟา้ มหี นว่ ยเป็น แอมแปร์ (A)
เมื่อทราบกาลงั ไฟฟา้ (P) ความตา่ งศักย์ (V) ซ่งึ ไฟฟา้ ตามบ้านจะมคี วามต่าง ศักย์ 220 โวลต์
กส็ ามารถคานวณหาปรมิ าณกระแสไฟฟา้ (I) ได้ และทาให้ทราบวา่ ต้องเลือกใช้ ฟิวส์ขนาดเทา่ ใด ถา้

15

ภายในบ้านมอี ุปกรณ์และเคร่ืองใช้ไฟฟ้าหลายชนดิ จะตอ้ งนาปรมิ าณ กระแสไฟฟ้าทต่ี ้องการใชม้ า
รวมกนั จงึ จะเลอื กใช้ขนาดฟิวสไ์ ดถ้ กู ต้อง (ฟวิ ส์, 2558 : ออนไลน์)

3.4.3 เซอร์กิต เบรกเกอร์
เหตผุ ลหลกั ท่คี ุณจะตดิ ตงั้ เซอร์กติ เบรกเกอร์ก็เพื่อป้องกนั ระบบไฟฟ้าจากกระแส ลดั วงจร
และกระแสเกนิ (Overload) ซ่งึ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งใหม่หรือเปลีย่ นซ่อมบารงุ ก็ตาม เซอรก์ ติ เบรก
เกอรน์ ั้นใช้ในระบบตัง้ แต่ในตู้คอนโทรล (Control Panel) ตคู้ อนซูมเมอร์ ยูนทิ (Consumer Unit)
สาหรับในบา้ นพกั ตูโ้ หลดเซ็นเตอร์ (Load Center) ตสู้ วติ ชบ์ อร์ด (MDB), ตคู้ วบคมุ มอเตอร์
เซอรก์ ิต เบรกเกอรท์ ุกประเภทจะใชก้ บั ระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส 4 สาย เป็นระบบ ทีใ่ ช้ใน
เมอื งไทย ซง่ึ สว่ นใหญแ่ ลว้ คุณจะดงึ 3 เฟสเพาเวอร์ ไปใช้ในอาคารพาณชิ ยแ์ ละโรงงาน อุตสาหกรรม
หรือ 1 เฟส (Single phase) ไปใชใ้ นที่พกั อาคาร
ในอาคารที่พักอาศัยที่ใช้แบบ 1 เฟสจะใช้เบรกเกอร์ลูกย่อยแบบ MCB ควบคู่กับ ตู้คอนซูม
เมอร์ ยนู ิต แตใ่ นอาคารพาณิชย์กับโรงงานอตุ สาหกรรมท่ใี ชไ้ ฟฟ้าแรงดนั ต่าแบบไม่เกิน 690V และ
สว่ นมากในประเทศไทยจะใช้อยทู่ ่ี 400V พวกเซอรก์ ิตเบรกเกอร์ในระบบนจ้ี ะเป็นแบบ Molded
Case Circuit Breaker (MCCB) หรอื Air Circuit breaker (ACB) ท่ีใส่ในตสู้ วิตชบ์ อร์ด MDB (Main
Distribution Board) (วิธกี ารเลอื กเซอร์กิตเบรกเกอร์, ม.ป.ป. : ออนไลน)์

ภาพท่ี 5 เซอร์กติ เบรกเกอร์ (วธิ ีการเลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์, ม.ป.ป. : ออนไลน์)

16

3.5 วิธีการป้องกันอันตรายจากไฟฟา้ ดูด
- หมน่ั ตรวจสอบเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าภายในบ้านอยู่เป็นประจา ถ้าพบสายไฟฟ้ารั่ว สายไฟฟ้าชารุด

หรือเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าต่าง ๆ เสียหายจากระบบไฟฟา้ รั่ว ให้เรียกช่างมาซ่อม หรือเลิกใช้เครื่องไฟฟา้
เหล่าน้ันทันที

- เช็คว่ามีเคร่ืองตดั ไฟฟา้ ลดั วงจรภายในบา้ นหรือไม่ และต่อสายดนิ เรยี บรอ้ ยหรือไม่
- หากมือของเราเปียก ตัวเปียก อย่าสมั ผัสกับสวิตช์ไฟ หรือปลั๊กไฟเด็ดขาด
- หลีกเล่ยี งการอยใู่ กล้กับโครงสร้างของบ้านทมี่ วี ัสดทุ าจากเหลก็ โลหะตา่ ง ๆ ท่เี ปียกชื้น
เวลาฝนตก
- ไมอ่ ย่ใู กล้แหล่งกาเนิดไฟฟ้าขณะฝนตก เช่น เสาไฟฟา้ แรงสูง หม้อแปลง เปน็ ต้น
- ไม่ควรใช้ไฟฟา้ หลายอยา่ งกับปลัก๊ ไฟตวั เดยี ว เพราะอาจทาให้เกิดการชอร์ตได้
- ไมซ่ ่อมเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ เองโดยไม่มีความรู้ เพราะอาจเกดิ กระแสไฟฟา้ รว่ั โดยที่ไมร่ ตู้ วั
- อย่าให้เครื่องใชไ้ ฟฟ้าเปยี กน้า (ยกเวน้ เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าบางชนิดทม่ี กี ารออกแบบการใชง้ านท่ี
สามารถโดนนา้ ได้ (การป้องกันอนั ตรายจากไฟฟ้าดูด พพรอ้ มวิธีปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นอย่างปลอดภยั ,
ม.ป.ป. : ออนไลน)์

บทที่ 4
มาตรฐานท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ไฟฟ้า

การออกแบบและติดตัง้ ระบบไฟฟ้าต้องเลอื กใชบ้ ริภณั ฑ์และอุปกรณท์ ีเ่ หมาะสม แม้วา่ การ
ออกแบบระบบไฟฟ้าจะออกแบบใหม้ คี ่าลงทุนเร่มิ แรกที่ต่าทีส่ ดุ แตต่ อ้ งให้ได้ ระบบไฟฟ้าทีด่ ี มี
ความถกู ตอ้ ง และปลอดภยั ในการใช้งานต่อผูใ้ ชง้ านเปน็ สาคัญ โดยให้เป็นตาม มาตรฐานการตดิ ตั้ง
ทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทยหรอื ตามมาตรฐานตา่ งประเทศที่นิยมใชก้ ันมากในประเทศไทยอยา่ ง
NEC (National Electrical Code) ทเ่ี ป็นมาตรฐานของประเทศสหรฐั อเมรกิ า โดยต้องทาความเขา้ ใจ
อยา่ งระมดั ระวงั เพื่อให้เป็นไปตามทีป่ ระเทศไทยไดข้ ้อกาหนดไว้เน่ืองจากผทู้ ี่ทาการออกแบบ ระบบ
ไฟฟา้ ต้องรับผดิ ชอบต่องานที่ได้ทาสาหรับการออกแบบและตดิ ตั้งระบบไฟฟา้ (แนวคิดทฤษฎีและ
งานวิจัยทเี่ ก่ยี วข้อง, ม.ป.ป. : ออนไลน์)

4.1 มาตรฐานทเี่ กีย่ วขอ้ งกับการออกแบบและตดิ ตง้ั ระบบไฟฟา้
มาตรฐานทเ่ี ก่ียวข้องกบั การออกแบบและตดิ ตัง้ ระบบไฟฟ้าและนยิ มนามาใช้ในประเทศ แบ่ง

ได้ดังน้ี
4.1.1 มาตรฐานประจาชาติ
ประเทศอุตสาหกรรมที่สาคัญในโลก ตา่ งมมี าตรฐานของตนเองมานานแล้ว โดย

มาตรฐานประจาชาตขิ องแต่ละประเทศต่างร่างขึน้ ใชภ้ ายในประเทศของตนเอง เพื่อใหต้ รงวิธี ปฏบิ ัติ
ของตนเอง นอกจากนีย้ งั ขน้ึ อยู่กับสภาพภมู ิอากาศและสภาพแวดลอ้ มของประเทศน้นั ๆ ด้วย

มาตรฐานประจาชาตทิ ่ีสาคัญ ไดแ้ ก่
- ANSI (American National Standard Institute) ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า
- NEC (National Electrical Code) ของประเทศสหรฐั อเมริกา
- BS (British Standard) ของประเทศอังกฤษ
- DIN (German Industrial Standard) ของประเทศเยอรมนั
- VDE (Verband Deutscher Elektrotechniker) ของประเทศเยอรมนั
- JIS (Japan Industrial Standard) ของประเทศญ่ปี ุ่น
- TIS หรอื มอก. (มาตรฐานผลติ ภัณฑอ์ ุตสาหกรรม) ของประเทศไทย
- EIT หรือ วสท. (มาตรฐานการตดิ ตั้งทางไฟฟ้า) ของประเทศไทย

18

4.1.2 มาตรฐานสากล
เปน็ มาตรฐานในระดบั นานาชาติ และมสี มาชิกอย่หู ลายประเทศยอมรับ ดงั น้ี
1. ISO (International Organization for Standardization) เปน็ องค์กรกาหนด

มาตรฐานระหว่างประเทศที่มีหนา้ ทก่ี าหนดมาตรฐานทั่วไปทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ยกเว้น
ทางดา้ นไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส)์ โดยมาตรฐาน ของ ISO จะใชห้ น่วย SI จงึ เป็นที่นิยมมากเพราะวา่
เป็นมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง มาตรฐานทร่ี ู้จกั กันดไี ด้แก่ ISO 9000, 9001, 9002 (เกยี่ วกบัการ
ควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์สินค้า) ISO 1400 (เก่ยี วกบัการรกั ษาสิง่ แวดล้อม) เปน็ ต้น

2. IEC (International Electro technical Commission) เปน็ องค์กรระหวา่ ง
ประเทศทรี่ ่างมาตรฐานทางด้านไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์และรว่ มมอื กบั ISO อยา่ งใกลช้ ิด มาตรฐาน
ของ IEC ได้รบั ความนยิ มมากขน้ึ เรอ่ื ย ๆ ตามแนวโน้มความเป็นสากลโดยมีสมาชกิ เกือบทุกประเทศ
ในโลก

3. EN (European Standard) ประเทศในทวปี ยโุ รปได้รวมตวั กันจัดตงั้
คณะกรรมการทม่ี ีหนา้ ทกี่ าหนดมาตรฐานทางไฟฟ้าไดจ้ ดั ทามาตรฐานทางไฟฟ้าของยโุ รป คือ
European Standard (EN) โดยจดุ ประสงค์ของมาตรฐานน้คี ือ ทาใหเ้ กดิ การคา้ เสรีเพราะถ้าอปุ กรณ์
ไดม้ าตรฐานนีแ้ ล้วกส็ ามารถนาเขา้ ขายไดท้ ุกประเทศและนอกจากนี้ยังเพื่อให้ทุกประเทศในกลุม่ ได้มี
มาตรฐานเดียวกัน

4.2 มาตรฐานการตดิ ตง้ั ระบบและอุปกรณไ์ ฟฟา้ สาหรับประเทศไทย
มาตรฐานการติดต้ังระบบและอปุ กรณ์ไฟฟ้าสาหรบั ประเทศไทย สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็

3 ประเภท ได้แก่
4.2.1 มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย เน่ืองจากหลายๆ ประเทศมี

มาตรฐานการตดิ ต้ังระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้าสาหรับประเทศไทยเองก็ไดม้ ีการจัดทา “มาตรฐานการ
ตดิ ตัง้ ทางไฟฟ้าสาหรบั ประเทศไทย” ด้วยความร่วมมือจากการไฟฟา้ และสมาคมวิศวกรรมสถานแหง่
ประเทศไทย (วสท.) เพอื่ ให้ทั้งประเทศได้มมี าตรฐานทเ่ี ปน็ เรื่องของการติดต้ังทางไฟฟา้ เพียงฉบับ
เดยี วไว้ใชป้ ระโยชน์

19

4.2.2 มาตรฐานสากลในการติดตั้งระบบและอุปกรณ์ไฟฟา้ ประเทศในทวีปยุโรปได้มี
มาตรฐานการตดิ ตั้งระบบและอปุ กรณ์ไฟฟ้าท่เี ป็นของ
ตัวเองซ่งึ รายละเอยี ดต่างๆ จะมคี วามแตกต่างเป็นอย่างมาก ดงั น้นั International
Electrotechnical Commission (IEC) จงึ ได้จัดทามาตรฐานเก่ียวกบั การตดิ ต้งั ระบบ และอุปกรณ์
ไฟฟา้ ข้นึ ในปี 1972 คือ IEC 60364 “Electrical Installation of Buildings” ซ่งึ มีหลายฉบบั ไดแ้ ก่

- IEC 60364-1 (Scope, Object and Definitions)
- IEC 60364-2 (Fundamental Principles)
- IEC 60364-3 (Assessment of General Characteristics)
- IEC 60364-5 (Selection and Erection of Electrical Equipment)
- IEC 60364-7 (Requirement for Special Installation or Locations)
4.2.3 มาตรฐานสากล NEC (National Electrical Code) เป็นมาตรฐานการออกแบบติดต้งั
ระบบ และอุปกรณไ์ ฟฟ้าของประเทศสหรฐั อเมรกิ า มีต้ังแตป่ ี 1897 และมกี ารแก้ไขปรับปรงุ ทกุ ๆ 3
ปี จึงเป็นมาตรฐานการออกแบบและตดิ ตัง้ ท่ีสมบูรณ์มากแม้ว่า NEC จะเปน็ มาตรฐานท่ีดมี ากแต่ก็มี
ข้อกาหนดท่วี ิศวกรไฟฟา้ ไทยต้องอ่านและทาความเข้าใจอยา่ งระมดั ระวัง เพ่ือให้การออกแบบระบบ
ตา่ งๆเป็นไปอยา่ งถกู ต้อง เนื่องจากระบบต่างๆ ที่ใชใ้ นประเทศสหรฐั อเมริกาตาม NEC นั้นมขี อ้
แตกต่างจากระบบที่ ใช้ภายในประเทศไทยหลายอยา่ งด้วยกนั ตามท่ีไดแ้ สดงในตารางดังนี้ (มาตรฐาน
ในการออกแบบไฟฟา้ , ม.ป.ป. : ออนไลน)์

ตารางท่ี 4 ตารางเปรียบเทียบมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย (มาตรฐานในการ
ออกแบบไฟฟา้ , ม.ป.ป. : ออนไลน)์

ความถี่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ประเทศไทย
ระบบไฟฟ้า 60 Hz 50 Hz
สายไฟฟ้า
120/208 V, 277/480 V 230/400 V
มติ ิ AWG Mm2
นา้ หนัก
Inch, feet m., mm.
Pound Kg.

บทที่ 5
บทสรุป

ไฟฟา้ น่นั มีความจาเปน็ ต่อชีวติ ประจาวันมาก ซ่ึงไม่มีใครปฏิเสธถึงความสะดวกสบายที่ ได้รบั
จากการใช้ไฟฟ้ารวมถงึ งานอุตสาหกรรม และธรุ กิจต้องใช้ไฟฟา้ เปน็ ปจั จัยสาคญั ไฟฟา้ มี ประโยชน์
มากมายกจ็ ริงแต่ในเวลาเดียวกันกม็ ีอนั ตรายอยู่ในตวั ของมันเอง ซงึ่ ไฟฟ้าสามารถแบง่ ได้ 2 ประเภท
คอื ไฟฟา้ กระแสตรง และไฟฟ้ากระแสสลบั โดยจะมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่ ต่างกันออกไป

ความปลอดภัยในการใชไ้ ฟฟา้ จงึ เป็นเร่ืองที่ควรไดร้ ับความสนใจในการศึกษาไฟฟา้ ทา
อนั ตรายให้แกร่ ่างกายได้ ผทู้ ่ีจะได้รบั อันตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้านน้ั ลกั ษณะของอนั ตรายจากการ
ทางานและการใช้ไฟฟ้า คือแบบที่ 1 สมั ผัสโดยตรง คือการสัมผสั สว่ นทีป่ กติมีไฟฟา้ และแบบที่ 2
สัมผัส โดยอ้อม คือสัมผสั สว่ นท่ีปกติไม่มีไฟ แตจ่ ะมีไฟเมื่ออุปกรณ์ชารดุ หรือไฟรวั่ จะมีผลของ
อันตรายต่อบคุ คลและทรัพย์สิน เช่น กล้ามเนื้อหดตัว หวั ใจทางานผดิ ปกตเิ ซลลใ์ นรา่ งกายเสยี หาย
หัวใจหยดุ ทางานทนั ที การเกิดเพลิงไหม้และระเบิด
ดงั น้ันควรมีมาตรการปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟ้าดว้ ยการเลือกอุปกรณ์ไฟฟา้ ทไ่ี ด้มาตรฐาน ความ
ปลอดภัย การใชเ้ ครื่องป้องกันวงจรไฟฟ้าทถี่ ูกต้องเหมาะสม การติดตัง้ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ การเดิน
สายไฟฟา้ และการซ่อมแซมต้องทาโดยผู้ชานาญ และควรมีการตรวจสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
สายไฟฟา้ เปน็ ประจาตามระยะเวลาที่กาหนด

มาตรฐานในการทางานเก่ยี วกับไฟฟา้ เช่น มาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟา้ และมาตรฐานการตดิ ต้งั
และอุปกรณ์ไฟฟา้ โดยอุปกรณ์ไฟฟา้ ทใ่ี ช้ในระบบไฟฟา้ สว่ นมากจะมีมาตรฐานควบคมุ คุณภาพอยู่
แลว้ โดยมาตรฐานอปุ กรณ์ไฟฟ้าที่นิยมใช้กันมาก คือ มาตรฐาน IEC สว่ นมาตรฐานต่างประเทศใน
การการออกแบบและติดตั้งระบบและอุปกรณไ์ ฟฟ้า มาตรฐานต่างประเทศท่ีนิยมใช้กันมากใน
ประเทศไทย คือ NEC (National Electrical Code) ซึ่งเป็นมาตรฐานการออกแบบและติดตง้ั ระบบ
และอปุ กรณ์ไฟฟ้าของประเทศสหรัฐอเมรกิ า มาตรฐานการตดิ ต้ังทางไฟฟ้าสาหรบั ประเทศไทย คือ
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) หรือ The Engineering Institute of Thailand
(EIT) ได้จัดทา มาตรฐานการตดิ ตัง้ ทางไฟฟา้ สาหรบั ประเทศไทยฉบบั ใหม่ เน้ือหาส่วนมากจะแปลและ
เรียบเรียงมาจาก NEC และนามาตรฐานของ IECมาใชด้ ว้ ย โดยเฉพาะสว่ นที่เกีย่ วกบั อุปกรณ์ไฟฟ้า

21

บรรณานกุ รม

“ความปลอดภัยในงานไฟฟา้ ,” [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก :
http://www.pcat.ac.th/_files_school/00000831/data/00000831_1_20141103-
232456.pdf, ม.ป.ป. [สืบคน้ เมอ่ื 9 มีนาคม 2565].

“ความปลอดภัยในการทางานเกีย่ วกับไฟฟ้า,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :
https://www.supakornsafety.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0
%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E
0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E
0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E
0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E
0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E
0%B9%89%E0%B8%B2/, ม.ป.ป. [สบื ค้นเม่อื 9 มนี าคม 2565].

“ไฟฟ้ากระแส,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ได้จาก :
https://sites.google.com/site/physicsfunny001/fifakrasae, ม.ป.ป. [สบื ค้นเมอื่ 9
มีนาคม 2565].

“ลกั ษณะวงจรไฟฟา้ กบั วชิ าไฟฟา้ เบ้ืองตน้ ,” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก :
https://www.euroventblower.com/th/news/content-
media/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0
%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0
%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0
%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E
0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E
0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%
E0%B8%99, ม.ป.ป. [สบื ค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2565].

“อนั ตรายจากไฟฟ้า คณุ รู้แลว้ หรือยงั ,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :
http://www.metrelthailand.com/index.php/lknowledge/223-2016-11-21-06-42-
07, ม.ป.ป. [สืบค้นเมอื่ 9 มีนาคม 2565].

22

ศุภวรรณ หวงั กาญจน.์ “ความปลอดภยั ในงานไฟฟา้ ,” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก :
https://sites.google.com/site/wangkarn245/phaenkar-cadkar-reiyn-ru/bi-
neuxha-reuxng-khwam-plxdphay-ni-ngan-fifa, ม.ป.ป. [สืบค้นเมือ่ 9 มนี าคม 2565].

“การป้องกันอัคคภี ยั จากไฟฟ้า,” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก : http://eng.rtu.ac.th/files/Fire.pdf,
ม.ป.ป. [สืบคน้ เม่ือ 9 มีนาคม 2565].

“ความรเู้ รอื่ งฟิวสแ์ ละการเลือกใชท้ ถี่ ูกต้อง,” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก :
http://www.psptech.co.th/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A
1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B
7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%
A7%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8
%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8
%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B
8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B
9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-22291.page, 2558. [สบื คน้ เมอื่ 9 มนี าคม 2565].

“การป้องกนั อนั ตรายจากไฟฟา้ ดูด พร้อมวิธปี ฐมพยาบาลเบ้อื งต้นอย่างปลอดภัย,” [ออนไลน]์ . เข้าถึง
ไดจ้ าก : https://shorturl.asia/yEkzj , ม.ป.ป. [สืบคน้ เม่ือ 9 มนี าคม 2565].

“แนวคิดทฤษฎแี ละงานวิจยั ที่เกยี่ วขอ้ ง,” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.research-
system.siam.edu/images/independent/Building_Electric_System_Bidding_Proc
ess_Improvement/07_ch2.pdf, ม.ป.ป. [สบื คน้ เมือ่ 9 มีนาคม 2565].

“มาตรฐานในการออกแบบไฟฟา,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.sci-tech-
service.com/article/system_design_standard.pdf, ม.ป.ป. [สบื ค้นเม่ือ 9 มนี าคม
2565].

“วิธีการเลือกเซอรก์ ิต เบรกเกอร,์ ” [ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก :
https://mall.factomart.com/circuit-breaker/how-to-select-a-circuit-breaker/,
ม.ป.ป. [สบื ค้นเมอื่ 9 มีนาคม 2565].


Click to View FlipBook Version