แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รหัสวิชา ม33224 วิชาภาษามลายูเพ่ือการส่ือสาร4
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6/4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรอ่ื ง Bilik darjah saya ห้องเรียนของฉนั เวลา 4 ชัว่ โมง
ช่ือผู้สอน นางสาวแวโซเฟีย เจ๊ะแนะ
2. ผลการเรยี นรู้
2. ร้จู ักชนิดของคาลกั ษณะนาม และสามารถนาไปใชพ้ ดู หรอื แตง่ ประโยคได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
ทางภาษา
2. สาระสาคัญ
คาลักษณะนาม เปน็ คาที่บอกลักษณะและชนิด หรอื ประเภทของคานามนน้ั เพอ่ื จะใหร้ วู้ ่าคานามนั้นมี
ลักษณะเปน็ อย่างไร มกั จะเขยี นอยหู่ ลังจานวนนับ หรอื คานามน้นั ๆ เชน่ เรอื 1 ลา ลอยละลอ่ งอยู่ในคลองหน้า
บา้ น คณุ พ่อมแี วน่ ตา 4 อัน บ้านหลังน้ันไม่มีคนอยู่
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
1. รู้และเขา้ ใจความหมายของคาลักษณะนามได้ (K)
2. เขยี นประโยคของคาลกั ษณะนามแต่ละชนิดได้ (P)
3. นกั เรียนมเี จตคติท่ดี ตี ่อวิชาภาษามลายู และมีความกล้าแสดงออก (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. ความหมายคาลักษณะนาม
2. ชนิดคาลักษณะนาม
3. ประโยคคาลักษณะนาม
4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
1. มคี วามสามารถในการสื่อสาร
2. มีความสามารถในการคดิ
3. มีความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. มีความสามารถในการใชช้ ีวติ
5. มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1 มีความรบั ผดิ ชอบ ขยัน ใฝ่เรียนรู้
2 มีความเช่อื มน่ั ในตนเอง กลา้ แสดงออก
3 มีเจตคติทด่ี ตี ่อการเรียนวชิ าภาษามลายู
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. นกั เรียนสรุปความรคู้ าลักษณะนาม
2. แบบฝึกหัดที่ 1,2
3. แบบทดสอบ
7. กิจกรรมการเรียนรู้ : วิธีสอนแบบ 3P คือ ขั้นนาเสนอ(Presentation) ข้ันฝึก(Practice) ข้ันนาไปใช้
(Production)
ช่ัวโมงที่ 1
1. กจิ กรรมขนั้ นาเสนอ (Presentation)
1 ครสู นทนากับนกั เรียนดว้ ยประโยคคาส่งั ทใี่ ช้ในหอ้ งเรยี น
เชน่ การเข้าหอ้ งเรียน การบอกชนั้ เรยี น การทกั ทายเปน็ ภาษามลายู
ไดแ้ ก่ G : Assalamualaikum
P : Semua bangun?
P : Selamat pagi/petang cikgu.
G : Selamat pagi/petang pelajar. Apa khabar?
P : Khabar baik.
G : Sila duduk.
P : Terimakasih cikgu.
2 ครูชแ้ี จงจดุ ประสงคข์ องการเรียนในช่วั โมงนี้ หลังจากนน้ั ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มๆละ 4-5 เลน่ เกม
คาศัพท์ Ejaan kata-kata แล้วให้นกั เรียนดวู ีดีโอเกี่ยวกับคาลักษณะนาม และอธบิ ายความหมายของคา
ลกั ษณะนาม หมายถงึ เป็นคาที่บอกลักษณะและชนิด หรอื ประเภทของคานามนน้ั เพ่ือจะให้รู้ว่าคานามนนั้ มี
ลักษณะเปน็ อยา่ งไร มกั จะเขยี นอยหู่ ลังจานวนนับ หรอื คานามนัน้ ๆ เชน่
เรือ 1 ลา ลอยละลอ่ งอยใู่ นคลองหน้าบ้าน
พส่ี าวมีแวน่ ตา 3 อัน
บา้ น 2 หลงั น้ันไมม่ ีคนอยู่
3 ครูนาเสนอชนดิ ของคาลษั ณะนามแตล่ ะคา เช่น BIJI
EKOR
HELAI BUAH
KEPING BATANG
4 ครูสงั่ ให้นกั เรยี นอ่านพรอ้ มกนั 1 ครั้ง จากน้ันครถู ามว่าเปน็ คาท่ใี ชก้ บั อะไร พร้อมคาแปลใน
ภาษาไทย
*นกั เรียนอ่านพรอ้ มกนั เป็นผูน้ าในการออกเสยี ง
ตวั /ชิน้ ตวั /หลัง/อนั ลูก
ช้นิ แท่ง/ท่อน ตัว
2. กิจกรรมข้นั ฝึก (Practice)
5 นกั เรียนฝกึ อา่ นออกเสียงคาศัพท์ชนิดคาลักษณะนาม ตามบัตรคาที่ครแู จก
6 ครใู ห้นกั เรยี นพดู ประโยคที่ครเู ตรยี มมาพรอ้ มๆ กนั และอา่ นสะกดคาดว้ ย
Cikgu : Ini apa? พรอ้ มทง้ั ชูบตั รภาพประกอบ.
Pelajar : Sepuluh batang lilin.
Cikgu : Ini apa? พรอ้ มทัง้ ชบู ตั รภาพประกอบ.
Pelajar : Lima ekor kucing.
7 นกั เรยี นผลัดกันออกคาสง่ั ใหเ้ พอ่ื นอ่าน ดงั ประโยคตวั อยา่ ง
Cikgu : Ini apa? พร้อมทั้งชูบัตรภาพประกอบ.
Pelajar : Ini sebiji epal. (tiga helai baju, tiga keping roti)
tiga helai baju
tiga keping roti
*ผลัดกนั ออกคาส่งั และเปล่ยี นคาลกั ษณะนามไปเร่อื ยๆ
3. กิจกรรมขัน้ นาไปใช้ (Production)
8 นักเรยี นอา่ นคาศพั ท์ใหค้ รฟู งั
ช่ัวโมงที่ 2
1. กจิ กรรมข้ันนาเสนอ (Presentation)
1 ครสู นทนากบั นกั เรียนดว้ ยประโยคคาส่ังทใ่ี ช้ในหอ้ งเรียน
เช่น การเข้าหอ้ งเรียน การบอกช้ันเรียน การทักทายเปน็ ภาษามลายู
ไดแ้ ก่ G : Assalamualaikum
P : Semua bangun?
P : Selamat pagi/petang cikgu.
G : Selamat pagi/petang pelajar. Apa khabar?
P : Khabar baik.
G : Sila duduk.
P : Terimakasih cikgu.
2 ครชู แ้ี จงจดุ ประสงค์ของการเรียนในชวั่ โมงน้ี หลังจากน้นั ครใู ห้นกั เรยี นแบง่ กลุ่มๆละ 4-5 เลน่ เกม
คาศพั ท์ Ejaan kata-kata แล้วให้นักเรียนดูวีดโี อเกี่ยวกับคาลกั ษณะนาม และอธิบายความหมายของคา
ลักษณะนาม หมายถงึ เปน็ คาทบี่ อกลกั ษณะและชนิด หรอื ประเภทของคานามนัน้ เพือ่ จะให้ร้วู า่ คานามนั้นมี
ลกั ษณะเป็นอย่างไร มักจะเขยี นอยู่หลังจานวนนับ หรือคานามนนั้ ๆ เชน่
ดอกลลี าวดี 2 ดอก
เส้นคอ 2 เสน้
ไมห้ อม 5 ไม้
3 ครนู าเสนอชนดิ ของคาลษั ณะนามแต่ละคา เช่น KUNTUM
BUKU ORANG
UTAS PASANG TANGKAI
4 ครูส่ังให้นักเรยี นอ่านพร้อมกนั 1 คร้ัง จากน้ันครูถามว่าเปน็ คาทีใ่ ชก้ ับอะไร พร้อมคาแปลใน
ภาษาไทย
*นกั เรยี นอ่านพร้อมกันเป็นผ้นู าในการออกเสียง
แถว คน ดอก
เส้น คู่ พวง
2. กจิ กรรมขน้ั ฝึก (Practice)
5 นักเรียนฝกึ อ่านออกเสยี งคาศพั ทช์ นิดคาลษั ณะนาม ตามบตั รคาท่คี รแู จก
6 ครใู หน้ ักเรยี นพดู ประโยคท่ีครูเตรียมมาพรอ้ มๆ กนั และอา่ นสะกดคาดว้ ย
Cikgu : Ini apa? พรอ้ มท้ังชูบตั รภาพประกอบ.
Pelajar : Dua orang adik-beradik.
Cikgu : Ini apa? พร้อมท้ังชบู ัตรภาพประกอบ.
Pelajar : sekuntum bunga Raya.
7 นักเรยี นผลัดกันออกคาสั่งให้เพื่อนอ่าน ดงั ประโยคตัวอยา่ ง
Cikgu : Ini apa? พรอ้ มทงั้ ชบู ัตรภาพประกอบ.
Pelajar : Ini dua baris tulisan. (setangkai buah longgan, lima keping roti)
setangkai kelengkeng
Tiga pasang suami isteri
*ผลัดกันออกคาส่งั และเปล่ียนคาลักษณะนามไปเร่อื ยๆ
3. กจิ กรรมขัน้ นาไปใช้ (Production)
8 นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ที่ 1
ช่ัวโมงที่ 3
1. กจิ กรรมขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน (Introduction)
1 ครสู นทนากับนักเรยี นดว้ ยประโยคคาส่ังท่ีใช้ในห้องเรียน
เช่น การเขา้ ห้องเรยี น การบอกชน้ั เรียน การทกั ทายเป็นภาษามลายู
ไดแ้ ก่ G : Assalamualaikum
P : Semua bangun?
P : Selamat ……………………. cikgu.
G : Selamat ……………………. Pelajar. Apa khabar?
P : Khabar baik.
G : Sila duduk.
P : Terimakasih cikgu.
2 กจิ กรรมทบทวนจากชว่ั โมงท่ี 1 และช่ัวโมงท่ี 2 โดยแบ่งนกั เรียนเปน็ 4 กลุม่ แต่ละกลมุ่ คิดคาถามแบบ
ปิด (Ayat tanya tanpa kata Tanya) Ya/tidak เพอ่ื ถามนกั เรยี นคนอื่นๆ โดยใช้ Adakah สาหรับสอบถาม
เก่ียวกบั ชนดิ คาลกั ษณะนามที่ครกู าหนดมาให้ ถ้าเป็นไปได้พยายามกระตุ้นให้นกั เรยี นคิดคาถามทสี่ ร้างสรรค์ใหม่
และน่าสนใจ ให้นกั เรยี นเขยี นคาถามท้ังหมดบนกระดาน (จานวนคาถามสูงสดุ 5 คาถาม แต่ถา้ นักเรยี นเขยี น
คาถามเหมอื นกัน กไ็ มเ่ ป็นไร) เม่ือคาถามพร้อมแลว้ ให้นกั เรยี นทายดวู า่ จะมีนกั เรียนจานวนก่ีคนทจี่ ะตอบ Ya ให้
นกั เรยี นบอกจานวนแล้วถามคาถาม และบอกให้นกั เรยี นยกมอื ข้ึนถ้าคาตอบเปน็ Ya เขยี นจานวนคาตอบท้ังหมด
และดูวา่ กลมุ่ ใดทายคาตอบได้ใกลเ้ คียงทส่ี ุด กล่มุ นั้นเปน็ ผู้ชนะ
3 ในแบบฝกึ หัดแรกทดสอบความร้ขู องนักเรยี นในเรอ่ื งคาศัพท์ชนดิ ของคาลกั ษณะนาม และอาจให้
นกั เรียนทากิจกรรมเป็นกล่มุ ละ 4-5 คนเพือ่ ว่า ถ้านักเรยี นไมร่ ้คู าศัพท์ กส็ ามารถเรยี นรูจ้ ากเพ่ือนๆ ได้ และเมอ่ื ครู
ซกั ถามให้นกั เรียนตอบ นักเรียนคนทม่ี ที กั ษะทางภาษาน้อยกวา่ ก็จะสามารถตอบได้
4 นกั เรยี นฝึกอ่านออกเสยี งประโยคทค่ี รูติดบนกระดาน เช่น
Dua biji limau. (สม้ 2 ลูก)
Dua helai langsir. (ผ้าม่าน 2 ตัว)
Tiga keping asam gelugur. (สม้ แขก 3 แผ่น)
Tujuh buah Kereta. (รถยนต์ 7 คนั )
*ฝกึ อา่ นจนชานาญและทาความเข้าใจกับประโยคท่ีครูกาหนด
2. กิจกรรมข้ันฝึก (Practice)
5 ครสู อนโครงสร้างประโยคคาลกั ษณะนามในภาษามลายู
Subjek Penjodoh Kata
bilangan nama
6 ครสู อนโครงสรา้ งประโยคคาลกั ษณะนามในภาษาไทย คานาม
ประธาน คาลักษณะนาม
7 ยกตวั อยา่ งประโยคดงั น้ี
Dua biji limau. (ส้ม 2 ลกู )
Dua helai langsir. (ผา้ มา่ น 2 ตวั )
Tiga keping asam gelugur. (ส้มแขก 3 แผ่น)
Tujuh buah Kereta. (รถยนต์ 7 คนั )
*ฝึกอ่านจนชานาญและทาความเขา้ ใจกับประโยคท่ีครกู าหนด
8 ครูนาเสนอหวั ขอ้ ในใบความรแู้ ลว้ ใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ ละ 4-5 คน
ครูแจกใบความรู้ แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกันคิดชว่ ยกันตอบจากบท และครูเขยี นบนกระดาน แลว้ ให้
นักเรยี นแต่ละกลุม่ (เปิดพจนาณุกรม) โดยให้คน้ หาคาศัพท์เก่ยี วกบั ชนิดและวลีในประโยคทน่ี ักเรียนไมท่ ราบให้
เวลานักเรยี น 2 นาที แล้วใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงคาศพั ทต์ ่างๆ ของตน ถ้านกั เรียนบอกถงึ คาศัพท์ตา่ งๆ ทคี่ รคู ิด
ว่าเป็นคาศพั ท์ทยี่ าก ให้ตรวจดูความหมายของคาศัพท์นนั้ เพ่ือให้นักเรยี นท้งั ชน้ั สามารถเรยี นรซู้ งึ่ กนั และกนั ให้
นกั เรียนนาคาตอบจากท่ไี ด้หามาขา้ งต้นมาชว่ ยกนั ตรวจ โดยมีครูคอยใหค้ าแนะนา
9 ครใู ห้นักเรียนฝึกอ่านออกเสยี งประโยคในใบความร้พู รอ้ มๆ กัน
10 นักเรยี นฝกึ เขียนและแตง่ ประโยคอยา่ งงา่ ยในสมุด
4. กิจกรรมข้นั ประยกุ ต์ใช้ (Application)
11 นกั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
ชวั่ โมงที่ 4
1. กิจกรรมข้ันนาเข้าสบู่ ทเรยี น (Introduction)
1 ครสู นทนากบั นกั เรียนดว้ ยประโยคคาส่งั ท่ใี ช้ในห้องเรียน
เชน่ การเข้าห้องเรยี น การบอกชนั้ เรยี น การทักทายเป็นภาษามลายู
ได้แก่ G : Assalamualaikum
P : Semua bangun?
P : Selamat ……………………. cikgu.
G : Selamat ……………………. Pelajar. Apa khabar?
P : Khabar baik.
G : Sila duduk.
P : Terimakasih cikgu.
2 กิจกรรมทบทวนจากช่ัวโมงที่ 1,2 และชวั่ โมงท่ี 3 โดยแบ่งนักเรียนเปน็ 4 กลมุ่ แต่ละกลมุ่ คิดคาถามแบบ
ปดิ (Ayat tanya tanpa kata Tanya) Ya/tidak เพ่ือถามนักเรียนคนอ่ืนๆ โดยใช้ Adakah สาหรบั สอบถาม
เก่ยี วกับชนดิ คาลักษณะนามทค่ี รูกาหนดมาให้ ถา้ เป็นไปไดพ้ ยายามกระตุ้นใหน้ ักเรียนคดิ คาถามท่สี รา้ งสรรค์ใหม่
และนา่ สนใจ ใหน้ กั เรียนเขยี นคาถามทง้ั หมดบนกระดาน (จานวนคาถามสงู สดุ 5 คาถาม แต่ถา้ นักเรียนเขียน
คาถามเหมอื นกัน ก็ไม่เป็นไร) เมื่อคาถามพร้อมแล้ว ให้นักเรยี นทายดวู า่ จะมีนกั เรียนจานวนกคี่ นทจ่ี ะตอบ Ya ให้
นักเรียนบอกจานวนแลว้ ถามคาถาม และบอกให้นักเรยี นยกมอื ขน้ึ ถา้ คาตอบเป็น Ya เขียนจานวนคาตอบท้งั หมด
และดวู า่ กลมุ่ ใดทายคาตอบได้ใกลเ้ คยี งทีส่ ดุ กลมุ่ นัน้ เปน็ ผ้ชู นะ
3 ในแบบฝกึ หดั แรกทดสอบความร้ขู องนกั เรียนในเรอื่ งคาศัพท์ชนดิ ของคาลกั ษณะนาม และอาจให้
นกั เรียนทากิจกรรมเปน็ กลมุ่ ละ 4-5 คนเพือ่ ว่า ถา้ นกั เรียนไมร่ คู้ าศัพท์ ก็สามารถเรียนรจู้ ากเพ่ือนๆ ได้ และเมือ่ ครู
ซักถามให้นักเรียนตอบ นกั เรียนคนทม่ี ีทักษะทางภาษาน้อยกวา่ กจ็ ะสามารถตอบได้
4 นกั เรียนฝึกอ่านออกเสียงประโยคทคี่ รตู ิดบนกระดาน เชน่
Sekuntum bunga mawar merah. (ดอกกหุ ลาบแดง 1 ดอก)
Dua orang artis Thailand. (ดาราไทย 2 คน)
Seutas rantai tangan emas. (สรอ้ ยข้อมอื ทอง 1 เสน้ )
Dua pasang kasut sekolah. (รองเท้านักเรยี น 2 ค)ู่
*ฝกึ อา่ นจนชานาญและทาความเข้าใจกบั ประโยคท่ีครกู าหนด
2. กจิ กรรมขน้ั ฝึก (Practice)
5 ครูสอนโครงสร้างประโยคคาลกั ษณะนามในภาษามลายู
Subjek Penjodoh Kata Keterangan
nama
bilangan
6 ครูสอนโครงสร้างประโยคคาลักษณะนามในภาษาไทย
ประธา คา คานาม สว่ นขยาย
น ลกั ษณะ
นาม
7 ยกตวั อยา่ งประโยคดังนี้
Sekuntum bunga mawar merah. (ดอกกหุ ลาบแดง 1 ดอก)
Dua orang artis Thailand. (ดาราไทย 2 คน)
Seutas rantai tangan emas. (สรอ้ ยข้อมือทอง 1 เสน้ )
Dua pasang kasut sekolah. (รองเท้านกั เรียน 2 ค)ู่
*ฝกึ อา่ นจนชานาญและทาความเขา้ ใจกบั ประโยคที่ครูกาหนด
8 ครนู าเสนอหวั ข้อในใบงานแล้วใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มละ 4-5 คน
ครแู จกใบงาน แล้วใหน้ กั เรียนรว่ มกนั คิดช่วยกันตอบจากบท และครเู ขยี นบนกระดาน แลว้ ให้
นกั เรียนแต่ละกลุม่ (เปิดพจนาณกุ รม) โดยให้ค้นหาคาศัพทเ์ ก่ียวกับชนิดและวลใี นประโยคท่นี ักเรียนไม่ทราบให้
เวลานกั เรยี น 2 นาที แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งคาศพั ท์ต่างๆ ของตน ถ้านักเรยี นบอกถึงคาศพั ท์ตา่ งๆ ทค่ี รคู ิด
วา่ เปน็ คาศัพท์ท่ยี าก ใหต้ รวจดูความหมายของคาศัพทน์ น้ั เพ่ือให้นักเรยี นทัง้ ชน้ั สามารถเรยี นรซู้ ่ึงกนั และกนั ให้
นกั เรียนนาคาตอบจากท่ีไดห้ ามาข้างต้นมาชว่ ยกันตรวจ โดยมคี รูคอยให้คาแนะนา
9 ครใู หน้ กั เรียนฝกึ อ่านออกเสยี งประโยคในใบความรู้
พรอ้ มๆ กัน
10 นักเรียนฝกึ เขยี นและแตง่ ประโยคอย่างงา่ ยในสมดุ
4. กิจกรรมขนั้ ประยกุ ตใ์ ช้ (Application)
11 นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดท่ี 2
8. สือ่ การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
1 บตั รคา ชนิดคาลกั ษณะนาม
2 บัตรภาพ
3 ใบงาน
4 ใบความรู้
5 แบบฝึกหัด
9. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
การประเมนิ ผล(ดา้ น) วิธีการวดั เครอื่ งมอื การวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
(จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้)
1. ร้แู ละเขา้ ใจความหมายของ -สังเกตจากการทา -แบบทดสอบที่ 2 -นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ าร
คาลกั ษณะนามได้ (K) แบบทดสอบที่ 2 Bilik darjah saya ทาแบบทดสอบรอ้ ยละ
60
2. เขยี นประโยคของคา -สงั เกตจากการ
ลกั ษณะนามแต่ละชนดิ ได้ (P) เขียนคาศพั ท์และ -นักเรยี นผ่านเกณฑ์การ
ประโยคทีใ่ ช้ตัง้ -แบบประเมนิ การเขยี น ประเมนิ การเขยี น
คาถาม
-แบบฝกึ หัด ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ 60
3. นักเรียนมีเจตคตทิ ี่ดีตอ่ วชิ า -การสังเกต -แบบประเมิน -นักเรียนผา่ นเกณฑ์
พฤติกรรม คณุ ลักษณะอันพึง
ภาษามลายู และมีความกลา้ คุณลักษณะอนั พึง
แสดงออก (A) ประสงค์ ประสงคร์ อ้ ยละ 60
10. ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ลงช่ือ
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
11. ความคิดเห็นผูช้ ่วยผ้อู านวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรูส้ อดคลอ้ ง...................................................................
สาระสาคัญครอบคลุมชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มีความถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรียนรูม้ ีความชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น.............................................................................................................
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์..............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ช้นิ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรยี นรูเ้ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั ........................................................................................
สอื่ และอุปกรณก์ ารเรียนร้.ู .............................................................................................................
การวัดและการประเมนิ ตามจุดประสงค์การเรียนร้.ู ........................................................................
เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามขนั้ ตอนระบบงาน.....................................................................
บันทึกหลังสอน...............................................................................................................................
ลงช่ือ
( นายประดิษฐ์ รงั สรรค์ )
ผูช้ ่วยผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
12. ความคิดเหน็ ผอู้ านวยการโรงเรียน
อนญุ าตใหใ้ ชจ้ ัดการเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชื่อ
( นายสริ วฒุ ิ ยนุ ุย้ )
ผอู้ านวยการโรงเรยี นกาแพงวิทยา
13. บนั ทึกหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นร้แู ผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้(ตามจดุ ประสงค์)
จากการนาแผนการจัดการเรยี นรไู้ ปจดั กิจกรรมการเรยี นรูใ้ หก้ บั นักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 จานวน 200 คน จัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบ On line โดยเรียนผา่ น Application Line, Google Classroom และ Google
Meet ปรากฏผล ดังน้ี
1. การประเมินผลดา้ นความรู้ (K) นักเรียนร้แู ละเข้าใจความหมายของคาลกั ษณะนามได้
-คะแนนรวมจากการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน หนว่ ยท่ี 2 เรอื่ ง Bilik darjah saya
ชั้นม.6/4 นักเรยี นจานวน ……18…… คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ………100………
มีคะแนนเฉลี่ยเทา่ กบั ……13.00……
คิดเป็นร้อยละ………100………
มผี ู้เรียนที่ผา่ นการประเมนิ จานวน …18… คน คิดเป็นร้อยละ….………-…………
และมผี เู้ รยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมิน จานวน ……-..… คน
คือ เลขท่ี ………-………
2. การประเมนิ ผลดา้ นทักษะกระบวนการ (P) เขียนประโยคของคาลักษณะนามแต่ละชนิดได้
-คะแนนรวมการประเมนิ ชน้ิ งานอดั วดี โี อ หนว่ ยท่ี 2 เร่ือง Bilik darjah saya
ชนั้ ม.6/4 นกั เรยี นจานวน ……18…… คน
มคี ะแนนเฉล่ยี เท่ากบั ……13.00…… คิดเป็นร้อยละ………100………
มีผเู้ รียนที่ผา่ นการประเมิน จานวน …18… คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………100………
และมีผ้เู รยี นท่ีไมผ่ า่ นการประเมนิ จานวน ……-..… คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ….………-…………
คือ เลขท่ี ………………
3. การประเมินผลดา้ นคณุ ลักษณะ (A) ผลการประเมนิ มีดงั น้ี
3.1 ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ผลการประเมนิ มดี งั น้ี
- มวี ินยั
นักเรียนจานวน ……18…… คน
มผี ู้เรยี นทผ่ี า่ นการประเมิน จานวน …18… คน คิดเป็นร้อยละ………100………
และมีผู้เรยี นทไ่ี ม่ผา่ นการประเมนิ จานวน ……-..… คน คดิ เป็นร้อยละ….………-…………
- ใฝเ่ รยี นรู้
นักเรียนจานวน ……18…… คน
มีผเู้ รียนทีผ่ ่านการประเมิน จานวน …18… คน คิดเป็นร้อยละ………100………
และมีผู้เรยี นทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน จานวน ……-..… คน คดิ เป็นรอ้ ยละ….………-…………
- ม่งุ มั่นในการทางาน
นักเรียนจานวน ……18…… คน
มีผู้เรียนที่ผ่านการประเมิน จานวน …18… คน คิดเป็นร้อยละ………100………
และมีผ้เู รยี นที่ไมผ่ ่านการประเมิน จานวน ……-..… คน คิดเปน็ ร้อยละ….………-…………
3.2 ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ผลการประเมนิ มีดังนี้
- มคี วามสามารถในการสื่อสาร
นกั เรยี นจานวน ……18…… คน
มีผเู้ รียนท่ผี ่านการประเมนิ จานวน …18… คน คิดเปน็ ร้อยละ………100………
และมผี ู้เรยี นทไ่ี มผ่ า่ นการประเมิน จานวน ……-..… คน คดิ เปน็ ร้อยละ….………-…………
- มคี วามสามารถในการคิด
นกั เรยี นจานวน ……18…… คน
มผี ูเ้ รยี นทผ่ี ่านการประเมนิ จานวน …18… คน คิดเปน็ ร้อยละ………100………
และมผี เู้ รียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมิน จานวน ……-..… คน คิดเป็นร้อยละ….………-…………
- มีความสามารถในการแก้ไขปญั หา
นกั เรียนจานวน ……18…… คน
มีผู้เรียนที่ผา่ นการประเมิน จานวน …18… คน คิดเปน็ ร้อยละ………100………
และมผี ้เู รยี นท่ไี มผ่ า่ นการประเมนิ จานวน ……-..… คน คดิ เปน็ ร้อยละ….………-…………
13.2. แนวทางแก้ปัญหานกั เรยี นทไ่ี ม่ผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรหู้ รอื จุดประสงค์(ใชน้ วัตกรรมเน้น)
-ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ตามผลการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง Bilik darjah saya ใหก้ ับนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปี6/4
จานวนนกั เรียน 18 คน นกั เรียนสามารถอ่านเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ Bilik darjah saya ในภาษามลายไู ด้
-จากการวิเคราะหผ์ ลการจัดการเรยี นรทู้ าให้ทราบว่า นักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ดังกลา่ ว ไมเ่ ข้า
ชน้ั เรยี น และไม่สง่ ช้นิ งานในหน่วยที่ 2 ผ่านทาง line และ VDO ส่งผลให้ไมม่ คี ะแนนเก็บในหน่วยการเรยี น
-แนวทางการแกป้ ญั หา ครผู ู้สอนติดตาม สอบถามปญั หาในการเรยี นของนกั เรยี นทง้ั - คน ทางชอ่ ง
ไลนส์ ว่ นตัวโดยใหฝ้ ึกอา่ น และอธิบายแบบฝกึ หัดใหม่ใหน้ ักเรยี น ได้แก่
-
ลงชือ่ ………………………………………
( นางสาวแวโซเฟยี เจะ๊ แนะ )
ครผู ูส้ อน
วันที่………เดอื น………………….พ.ศ…………
แบบฝึ กหัดท่ี 1
ใบงานท่ี 2
ข้อสอบ
จากภาพข้อใดถกู ต้อง ขอ้ 1-8
1.
A biji B pasang C buah D tangkai
2.
A biji B pasang C buah D tangkai
3.
A keping B pasang C buah D tangkai
4.
A batang B helai C orang D ekor
5.
A orang B helai C orang D ekor
6.
A pasang B buah C orang D ekor
7.
A orang B ekor C biji D helai
8.
A orang B ekor C biji D helai
9. Se
A orang B ekor C biji D helai
10. Se
A pasang B buah C orang D ekor
11. Se
A orang B ekor C biji D helai
12. Se
A biji B ekor C pasang D helai
13. Se
A biji B pujuk C pasang D helai
14. Se B buah C buku D ekor
A pasang
15.
A gugus B helai C biji D pasang
จากรปู ภาพต่อไปนี้ ขอ้ ใดใช้คาลกั ษณะนามถกู ตอ้ ง ข้อ 16-20
16.
A Dua helai baju kurung B Seutas jam tangan C Tiga utas rantai D Salah semua
17.
A Sehelai senapang B Seutas mariam C Sebentuk cincin D betul semua
18.
A Sebilah pisau B Seutas cawan C Sebentuk jarum D A dan b betul
19.
A Sebilah roti B Seutas sabun C Sebentuk benang D Sebuku batu
20.
A Sepasang pantai B Seutas anggur C Sebiji kunci D Sebuah rumah