The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wichuda1345, 2022-03-24 03:25:39

การใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง การแยกประสาทมือขวาและมือซ้ายขณะปฏิบัติเครื่องดนตรีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ รายวิชาดนตรีพื้นฐาน

ครูปฏิภาณ

รายงานวิจยั ในชั้นเรยี น

การใช้ชุดฝึกทักษะ เรอื่ ง การแยกประสาทมอื ขวาและมอื ซ้ายขณะปฏิบัตเิ ครอ่ื งดนตรขี อง
นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เพอื่ พฒั นาผลการเรยี นรู้

รายวิชาดนตรพี ื้นฐาน
ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5

นายปฏิภาณ กมุ ดุ า
ตำแหน่ง ครู

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

โรงเรยี นกำแพงวทิ ยา อำเภอละงู จังหวดั สตลู
สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษาสงขลา สตูล

ช่อื เร่ือง การใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง การแยกประสาทมือขวาและมือซ้ายขณะปฏิบัติเครื่องดนตรีของ
นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพ่อื พัฒนาผลการเรยี นร้รู ายวิชาดนตรีพน้ื ฐาน ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5

โรงเรยี นกำแพงวทิ ยา

ผู้วิจยั ปฏิภาณ กูมดุ า

กลุ่มสาระฯ ศลิ ปะ

ปกี ารศกึ ษา 2564

บทคดั ย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชาดนตรีพื้นฐาน เรื่องการแยก
ประสาทมอื ขวาและมือซา้ ยขณะปฏิบัติเคร่ืองดนตรีของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5 กอ่ นและหลังการจัดการ
เรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกกิจกรรมเสริมทักษะกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนกำแพงวิทยา อำเภอละงู จังหวัดสตูล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1 ห้องเรียน ได้แก่
นักเรียนช้ัน นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5/7 จำนวน 29 คน รวมทั้งสิน้ จำนวน 29 ราย โดยสุ่มแบบเจาะจง
ใช้เวลาทดลองทั้งสิ้น 1 คาบ คาบละ 50 นาที โดยใช้แผนการวิจัยแบบ One-group Pretest-Posttest
Design เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการวจิ ยั ประกอบด้วย

1) ชุดฝึกกิจกรรมเสริมทักษะ การฝึกการแยกประสาทมือขวาและมือซ้ายขณะปฏิบัติเครื่องดนตรี
นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 จำนวน 1 ชุด

2) แผนการจดั การเรียนรู้
ผลการวิจัยพบว่า การประเมินผลการเรียนรู้ก่อนและหลังใช้ชุดฝึกกิจกรรมเสริมทักษะ การแยก
ประสาทมือขวาและมือซ้ายขณะปฏิบัติเครื่องดนตรีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยหลังใช้
ชุดฝกึ กิจกรรมเสริมทักษะสงู กวา่ ก่อนใช้ชดุ ฝกึ กิจกรรมเสริมทกั ษะ

สารบัญ

หน้า

บทคัดยอ่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ก
สารบญั ………………………………………………………………………………………………………………………………............ ข
สารบญั ตาราง…………………………………………………………………………………………………………………………….... ค
บทที่ 1 บทนำ…………………………………………………………………………………………………………………................ 1

ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา…………….………………………………………………………………… 1
วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั …………………………………..……………………………………………………………..... 1
สมมตฐิ านของงานวจิ ัย………………………………………..………………………………………….………………… 1
ขอบเขตของการวจิ ยั …………………………………………………………………………………………………………. 1
บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วขอ้ ง……………………………………............................................................ 3
เอกสารเก่ยี วกบั แบบฝกึ ทักษะ…………………………………………………………………………………………… 3
งานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง…………………………………………………………………………………………………………… 4
บทท่ี 3 วธิ ีดำเนนิ การวจิ ัย………………………………………………………………………………..…………………………… 5
กลมุ่ เป้าหมาย……………………………………………………………………………….………………………………….. 5
ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง………………………………………………………………..……………………………….. 5
ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการวิจยั ……………………………………………………………………………………………………. 5
เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการวิจยั ……………………………………………………………………………………………….……. 5
.การดำเนินการวิจัย…………………………………………………………………………………..………………………. 5
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ………………………………………………………………………………………………………. 6
ผลการวจิ ยั และอภปิ รายขอ้ มูล……………………………………………………………………………………………….. 6
บทท่ี 5 สรุปผลการวจิ ยั และขอ้ เสนอแนะ……………………………………………………………………………………. 8
สรุปผลการวิจยั ……………………………………………………………………….………………………………………… 8
ขอ้ เสนอแนะ………………………………………………….…………………………………………………………………. 9
บรรณานกุ รม………………………………………………………………………………………………………………………………. 10
ภาคผนวก..................................................................................................................................................... 11

สารบญั ตาราง

ตารางที่ หนา้

2 แผนการจดั การเรยี นร.ู้ ................................................................................................................. 12

บทท่ี 1
บทนำ

ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา
ในการพัฒนาทางด้านวิชาดนตรีพื้นฐานที่สำคัญที่ส่งผลในด้านการปฏิบัติเครื่องดนตรีคือการพัฒนา

ในด้านทักษะการอ่าน การเขียนโน้ตสากล ในการสอนที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนในบางส่วน ยังขาดทักษะใน
ด้านการอ่านโน้ตสากล จึงส่งผลมา ให้ต้องมีการปรับปรุง และต้องมีการพัฒนาในทักษะนี้อย่างต่อเนื่อง เพ่ือ
เป็นผลต่อการปฏิบัติเครื่องดนตรี และจากการเรียนการสอนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จาก
จำนวน 36 คน มีนักเรียนทม่ี ปี ัญหาในด้านทักษะการอ่านโนต้ สากลอยู่มาก ดงั นนั้ ผทู้ ่ีทำการวจิ ัย จึงหาวิธีการ
ทจี่ ะดำเนินการเพอ่ื ทจี่ ะไขแกป้ ญั หา และพฒั นาให้นกั เรียนไดเ้ กิด ทักษะในด้านการอา่ นโน้ตสากลใหเ้ ขา้ ใจมาก
ย่ิงขนึ้ ดงั นนั้ ในการพฒั นาในครงั้ น้จี ะใช้วิธีการประเมนิ นกั เรียน ควบคู่ไปกับกิจกรรมการเรยี นการสอน

วตั ถุประสงค์ของการวิจัย

เพื่อเปน็ การพฒั นาทักษะในดา้ นการอ่าน การเขียนโนต้ สากล ซงึ่ เปน็ ผลส่งถึงการปฏิบัตเิ คร่อื งดนตรี
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5/7 ดว้ ยวิธกี ารประเมนิ ท่เี น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั

สมมติฐานของงานวิจัย
-

ขอบเขตของการวจิ ัย
ประชากร
ประชากรท่ีใชใ้ นการวจิ ยั ได้แก่ นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5/7 โรงเรียนกำแพงวทิ ยา

อำเภอละงู จงั หวดั สตลู ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
กลุม่ ตัวอยา่ ง
กลุม่ ตัวอย่างที่ใชใ้ นการวิจัย นกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5/7 จำนวน 10 คน นักเรยี นชัน้

รวมท้งั สิน้ จำนวน 10 ราย การส่มุ ตัวอย่างแบบเจาะจง
เนื้อหาทีใ่ ช้ในการวิจัย
เนอ้ื หารายวิชาดนตรีพืน้ ฐาน เรื่อง ปฏิบตั ิเครื่องดนตรีตามจงั หวะตัวโนต้
ระยะเวลาทใี่ ช้
ดำเนนิ การทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 1 สัปดาห์ ๆ ละ 2 คาบ

รวม 2 คาบ ๆ ละ 50 นาที
ตัวแปรทศ่ี ึกษา
ตวั แปรตน้ คือ การจัดการเรยี นรูโ้ ดยใช้ชุดกจิ กรรม
ตวั แปรตาม คอื ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เร่ือง ปฏิบตั ิเครอื่ งดนตรตี ามจงั หวะตวั โน้ต
ประโยชนท์ ่ีได้รับ
1. นกั เรยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในเร่ือง ปฏิบัติเครื่องดนตรีตามจังหวะตัวโน้ต
2. ครมู ีแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นโดยใช้ชุดกิจกรรม

บทที่ 2
เอกสารและงานวิจยั ที่เก่ยี วข้อง

การใช้ชดุ ฝกึ ทักษะเร่ือง ปฏิบัติเครื่องดนตรตี ามจังหวะตวั โน้ตของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โดยใช้ชดุ
กิจกรรมของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 ผ้วู ิจยั ไดศ้ ึกษาคน้ คว้าเอกสารและงานวจิ ยั ต่าง ๆ ดงั นี้

1. หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานพทุ ธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ สาระดนตรี
2. เอกสารเกี่ยวกบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน การวัดผลสมั ฤทธทิ์ างดนตรี
3. งานวิจยั ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานพุทธศกั ราช 2551 กลุม่ สาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ สาระดนตรี
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐานพุทธศักราช 2551 เปน็ หลักสูตรทพ่ี ฒั นาจากหลกั สตู ร

การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานพุทธศักราช 2544 ที่จะมคี วามเหมาะสมชดั เจนในการนำหลกั สูตรไปใชใ้ นสถานศึกษาทงั้
การกำหนดเป้าหมายของหลักสตู รในการพฒั นาคุณภาพผู้เรียนและกระบวนการ นำหลักสูตรไปสู่การปฏิบตั ิ
ในระดบั เขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาและสถานศกึ ษาโดยได้มกี ารกำหนดวสิ ัยทศั นจ์ ดุ มุ่งหมาย สมรรถนะสำคัญของ
ผเู้ รยี นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ัดทช่ี ัดเจนเพ่ือใหเ้ ป็นทิศทางในการจัดทำ
หลกั สตู รการเรยี นการสอนในแตล่ ะ ระดบั นอกจากน้นั ไดก้ ำหนดโครงสรา้ งเวลาเรียนขัน้ ต่ำของแตล่ ะกลุม่
สาระการเรยี นรู้ ในแต่ละ ชน้ั ปไี ว้ในหลกั สูตรแกนกลางและเปดิ โอกาสใหส้ ถานศกึ ษาเพิ่มเตมิ เวลาเรยี นได้ตาม
ความพรอ้ มและจุดเนน้ อีกครงั้ ไดป้ รับกระบวนการวดั และประเมินผลผ้เู รยี นเกณฑ์การจบการศึกษาแตล่ ะ
ระดับและเอกสารแสดงหลกั ฐานทางการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละมีความชัดเจน
ตอ่ การนำไปปฏบิ ตั กิ ระทรวงศึกษาธกิ าร(2551:2)

วสิ ัยทัศนข์ องหลักสตู ร
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานมุง่ พฒั นาผเู้ รียนทุกคน ซง่ึ เปน็ กำลงั ของชาตใิ หเ้ ปน็ มนุษยท์ มี่ ี
ความสมดลุ ท้ังด้านรา่ งกายความรู้ คุณธรรม มจี ติ สำนกึ ในความเปน็ พลเมอื งไทยและเปน็ พลโลก ยึดมั่นในการ
ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุขมีความรู้และทักษะพน้ื ฐาน รวมท้ัง
เจตคติ ท่จี ำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมงุ่ เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญบน
พน้ื ฐานความเชอื่ วา่ ทุกคนสามารถเรียนร้แู ละพัฒนาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ

หลกั การของหลักสูตร
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการท่สี ำคัญ ดงั นี้
1.เปน็ หลักสูตรการศึกษาเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาตมิ จี ุดหมายและมาตรฐานการเรยี นรู้
เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของ

ความเป็นไทยควบคกู่ บั ความเป็นสากล
2.เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาเพือ่ ปวงชนทปี่ ระชาชนทกุ คนมโี อกาสไดร้ ับการศกึ ษาอยา่ งเสมอภาคและมี

คุณภาพ
3. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาทส่ี นองการกระจายอำนาจใหส้ งั คมมสี ว่ นร่วมในการจดั การศึกษา

ใหส้ อดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิน่
4. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาทีม่ ีโครงสรา้ งยดื หยนุ่ ทั้งดา้ นสาระการเรียนรเู้ วลาและการจัด การเรียนรู้

5. เปน็ หลักสตู รการศกึ ษาทเ่ี นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ
6. เปน็ หลักสูตรการศึกษาสำหรับการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั ครอบคลมุ ทุก
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ

เอกสารเก่ียวกับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น การวัดผลสัมฤทธ์ทิ างดนตรี
พวงแกว้ โคจรานนท์ (2530 : 25) ได้กลา่ วว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหมายถงึ ความรู้ความเข้าใจ

ความสามารถ และทักษะทางด้านวชิ าการ รวมท้งั สมรรถภาพทางสมองด้านต่าง ๆ ของเดก็ ซงึ่ แสดงให้เห็น
ดว้ ยคะแนนท่ีได้จากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน หรือการรายงาน ท้ังเขียนและ พดู การทำงานท่ี
ได้รับมอบหมาย ตลอดจนการทำการบา้ นในแต่ละรายวชิ า

พวงรตั น์ ทวีรตั น์ (2530 :19) ไดก้ ลา่ วถึงการวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนว่า เป็นการตรวจสอบ
ความรู้ ทักษะ และสมรรถภาพสมองดา้ นตา่ ง ๆ ของผู้เรียนวา่ หลังจากการเรยี นร้เู รื่องนัน้ นั้นไปแลว้ ผู้เรยี นมี
ความรู้ ความสามารถในวชิ าท่ีเรยี นมากน้อยเพียงใด มีพฤติกรรมเปล่ียนแปลงไปจากเดิมตามความมุ่งหมาย
ของหลกั สูตรในวิชานน้ั นน้ั เพียงใด

อารมณ์ เพชรชื่น (2527 : 46 - 47) ไดใ้ ห้ความหมายของผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นไว้ว่า หมายถึง ผล
ทเ่ี กิดข้นึ จากการเรียนการสอน การฝึกฝนหรือประสบการณ์ต่าง ๆ ทง้ั ทโ่ี รงเรียน ทบี่ ้าน และสิ่งแวดลอ้ มอน่ื ๆ
แต่คนสว่ นมากเข้าใจวา่ ผลสัมฤทธิเ์ กดิ จากการเรียนการสอนภายในโรงเรยี น และ มองในแงค่ วามรู้
ความสามารถทางสมองเทา่ นั้น ความจรงิ แล้ว ความร้สู กึ ค่านยิ ม จริยธรรมตา่ งๆ กเ็ ปน็ ผลจากการฝึกสอน
ซึง่ ก็นับเป็นผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนดว้ ย

จุดมุ่งหมายของการวดั ผลสัมฤทธ์ิ ซ่งึ พวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2530 : 29 - 30) กลา่ วว่า เป็นการ
ตรวจสอบความสามารถของสมรรถภาพทางสมองของบคุ คลวา่ เรยี นแลว้ ร้อู ะไรบา้ งและมีความสามารถด้านใด
มากน้อยเท่าใด เชน่ พฤติกรรมด้านความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวเิ คราะห์ การสังเคราะห์ และการ
ประเมินค่าอยู่ในระดบั ใด นั่นคอื วัดผลสมั ฤทธ์ิเปน็ การตรวจสอบพฤตกิ รรมของผ้เู รียนในดา้ นพุทธพสิ ัย ซ่ึงเปน็
การวัด 2 องคป์ ระกอบ ตามจุดมุ่งหมาย และลักษณะวิชาท่ีเรียนคอื

1. วัดดา้ นการปฏบิ ตั ิ เป็นการตรวจสอบความรู้ความสามารถทางการปฏบิ ัติ โดยให้ผเู้ รียนไดล้ งมือ
ปฏบิ ตั จิ รงิ ให้เหน็ เปน็ ผลงานปรากฏออกมาทำการสงั เกตและวัดได้ เช่น วิชาศลิ ปศึกษา พลศึกษา การชา่ ง
เปน็ ตน้ การวัดแบบน้ี จึงต้องวดั โดยใช้ "ข้อสอบภาคปฏิบตั ิ" (performance test) ซึ่งการประเมนิ ผลจะ
พจิ ารณาทีว่ ิธีปฏิบตั แิ ละผลงานท่ีปฏบิ ตั ิ

2.วดั ด้านเนือ้ หา เปน็ การตรวจสอบความรู้ ความสามารถเกีย่ วกบั เนื้อหาวชิ ารวมถึงพฤติกรรม
ความสามารถในด้านตา่ ง ๆ อันเปน็ ผลมาจากการเรยี นการสอน มีวธิ กี ารวัดได้ 2 ลกั ษณะคือ 8

2.1 การสอบแบบปากเปล่า (oral test) การสอบแบบน้ีมากกระทำเปน็ รายบุคคล ซ่ึงเปน็
การสอบทีต่ ้องการดผู ลเฉพาะอยา่ ง เชน่ การสอบอ่านฟังเสียง การสอบสัมภาษณ์ ซ่ึงต้องการดูการถ้อยคำคำ
ในการสอบคำถาม รวมทงั้ การแสดงความคดิ เหน็ และบุคลกิ ภาพตา่ ง ๆ เช่น การสอบปริญญานพิ นธ์ ซึ่ง
ต้องการวัดตลอดจนแง่มุมต่าง ๆ การสอบปากเปลา่ สามารถวัดไดล้ ะเอยี ดลกึ ซงึ้ และคำถามก็สามารถ
เปลี่ยนแปลงเพมิ่ เติมได้ตามความต้องการ

2.2 การสอบแบบใหเ้ ขียนตอบ ( pepper - pencil test or written test) เปน็ การสอบวัด
ท่ใี หผ้ ู้สอบเขียนเปน็ ตวั หนงั สอื ตอบ การวัดผลสมั ฤทธิด์ ้านเนือ้ หาโดยการเขยี นตอบนนั้ เป็นท่นี ยิ มใชก้ นั
แพรห่ ลายในโรงเรียนซง่ึ เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการสอบวัด เรียก "ข้อสอบผลสมั ฤทธิ"์ หรอื "แบบทดสอบผลสัมฤทธ์"ิ
(achievement test)

การวดั ผลสมั ฤทธิท์ างดนตรี ดนตรเี ปน็ วชิ าศลิ ปะแขนงหนึ่ง การวัดและประเมินผลการเรียนวชิ า
ดนตรี จงึ มลี ักษณะแตกต่างจากการวดั และประเมนิ ผลในวชิ าอ่นื ๆ กลา่ วคือ การวัดการประเมินผลควร
เปน็ ไปในลกั ษณะตดิ ตามระดับพัฒนาการการเรยี นรูข้ องนักเรียน เพื่อปรบั การจดั การเรียนการสอน (รงั สี
เกษมสขุ . 2536 : 100) ดังน้ี

1. สังเกต (แบบสงั เกต) การรว่ มกจิ กรรมดนตรีเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมตามจุดประสงค์ท่ีตง้ั ไว้ว่า
ผูเ้ รียนผ่านเกณฑ์จะประสงค์หรอื ไม่

2. ทดสอบการปฏบิ ัติทางดนตรเี ปน็ รายบุคคล โดยประเมนิ ทักษะ การฟัง การรอ้ ง ผลจากการ
ปฏิบตั ิ การใช้เคร่ืองดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกาย การสรา้ งสรรคผ์ ลงาน การเขยี นและอา่ นโนต้ เพลง ความ
สนใจและความต้ังใจ

3. ทดสอบการปฏบิ ตั เิ ปน็ กลุ่ม ๆ โดยประเมนิ ทักษะตา่ ง ๆ
4. การสัมภาษณค์ วามรู้ ความเขา้ ใจ และความรู้สึกทางอารมณ์ในการเล่นดนตรี และทศั นคติทาง
ดนตรี
5. การใชแ้ บบทดสอบ อาจใชท้ ้ังอัตนยั และปรนัย ข้อทดสอบจากแบบทดสอบน้ี ประเมนิ ไดเ้ ฉพาะ
ความรู้ ความเขา้ ใจ และความรู้สกึ แต่ไมส่ ามารถวดั ทักษะตา่ ง ๆ ได้
โรเบริ ต์ และ เวอรไ์ นส์ ทอรส์ เดล (Robert Evans Nye and Vernice Trousdale Nye. 1970 :
614 - 615) กล่าวว่าการวัดผลทางดนตรี วดั เป็น 3 ระดับ คอื วัดเฉพาะจุดที่ต้องการวัด
วดั ตามแผนการสอนรายคาบ และวดั ปลายภาคเรียนและควรจะวดั ให้ครอบคลมุ ทุกด้าน คอื วดั ดา้ นพุทธ
พิสัย จติ พสิ ัย ทกั ษะพิสยั ดงั นี้
1. วดั ความเขา้ ใจ 4. วดั ทกั ษะด้านต่าง ๆ
2. วัดความคดิ รวบยอด (ความคิดด้านต่าง ๆ) 5. วดั ทศั นคติ (ความตั้งใจ ความสนใจ ฯลฯ)
3. วัดความสามารถในการแสดงหลักการสรปุ 6. วดั ความซาบซึ้งหรอื ดนตรวี จิ กั ษ์

บทท่ี 3
วิธดี ำเนินการวิจัย

การใชช้ ดุ ฝกึ ทักษะเร่ือง ปฏิบัตเิ ครอ่ื งดนตรตี ามจงั หวะตวั โนต้ ของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ผู้วจิ ัย
ไดม้ วี ิธกี ารดำเนินการวจิ ยั ดังน้ี

1. กลุ่มเปา้ หมาย
2. ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
3. ระยะเวลาทีใ่ ช้ในการวิจยั
4. เครอื่ งมือทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย
5. การดำเนินการวิจัย
3.1 กลุ่มเปา้ หมาย
นักเรียนชนั มัธยมศึกษาปที ่ี 5/6 จำนวน 10 คน
3.2 ประชากรกลมุ่ ตวั อย่าง

ประชากร
ประชากรทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ไดแ้ ก่ นกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5/7 โรงเรียนกำแพงวิทยา

อำเภอละงู จงั หวัดสตลู ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
กลุ่มตวั อย่าง
กลมุ่ ตวั อย่างท่ีใช้ในการวจิ ยั ไดแ้ ก่ นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/7 จำนวน 10 คน นักเรียน

ชั้น รวมทงั้ ส้ินจำนวน 10 ราย การสุม่ ตัวอยา่ งแบบเจาะจง

3.3 ระยะเวลาที่ใช้ในการวจิ ัย
ระยะเวลาท่ใี ช้ในการวิจัย 2 ชัว่ โมง ในคาบเรยี น จำนวน 2 สัปดาห์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

3.4 เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการวิจยั
แบบฝกึ เพ่ือการพฒั นาความสามารถดา้ นการการปฏิบตั ิเคร่ืองดนตรีตามจังหวะตัวโน้ต

3.5 การดำเนินการวจิ ยั
1 นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรี โดยพิจารณาจากผลงานที่นักเรียนสร้างสรรค์ในชั่วโมง

เรียน วิชาดนตรี จำนวน 1 ชิ้น นกั เรียนที่มคี วามสนใจและเต็มใจในการทำกจิ กรรม
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย : แบบฝึกเพื่อการพัฒนาความสามารถด้านการปฏิบัติเครื่องดนตรีตาม

จงั หวะโนต้
3. ข้ันตอนการปฏิบตั ติ อ่ ผเู้ รียน
3.1 สร้างชดุ กิจกรรมในการปฏบิ ตั ิ
3.2 แจ้งขัน้ ตอนการปฏิบตั ติ ่อผเู้ รียน ทำการฝึกระหวา่ งเวลา 11.50 – 13.30 น. ของทกุ วันจนั ทร์
3.3 ผเู้ รยี นฝึกการอ่านโนต้ และลงมอื ปฏิบตั ิขนั้ ตอนโดยใช้เวลา 3 อาทติ ย์
3.5 ผู้เรยี นจดั ทำผลงานสรุปของตนเอง 1 ชิ้น

บทที่ 4
ผลการวิจยั และอภิปรายขอ้ มลู

แบบฝึกหดั โน้ต

ข้นั ตอนที่ 1 ให้นักเรยี นเขา้ ใจในอตั ตราจังหวะพน้ื ฐานของ สดั สว่ นตัวโนต้ แต่ละชนดิ

ข้นั ตอนที่ 2 สอนนักเรยี นในการจับไม้กลองที่ถูกตอ้ ง

ขั้นท่ี 3 ให้นักเรยี นฝึกแยกประสาทมือขวา-ซา้ ย โดยการฝึกแบบชา้ ๆ
ผลงานทไี่ ด้

4.2 อภปิ รายผล
นกั เรยี นท่ไี ดร้ บั การสง่ เสริมศักยภาพความสามารถพิเศษดา้ นปฏบิ ัติเครอื่ งดนตรีตามตัวโนต้ ได้ดขี ้นึ

บทที่ 5
สรปุ ผลการวจิ ัยและข้อเสนอแนะ

การวจิ ัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การปฏิบัตเิ คร่อื งดนตรีตามจงั หวะตัวโน้ตของ
นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5/7 โรงเรยี นกำแพงวิทยา โดยใช้แบบฝกึ ชุดกิจกรรมเสรมิ ทกั ษะ ผู้วิจยั ไดส้ รุป
ผลการวจิ ยั อภปิ รายผลและไดใ้ ห้ ข้อเสนอแนะตา่ ง ๆ ดังรายละเอียดต่อไปน้ี
สรุปผลการวจิ ัย

วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั
เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีในการปฏิบัติเครื่องดนตรีตาม

จงั หวะตัวโนต้
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรท่ีใช้ในการวจิ ัย ไดแ้ ก่ นักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5/7 โรงเรียนกำแพงวิทยา

อำเภอละงู จงั หวดั สตลู ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
กลุ่มตวั อยา่ งทใี่ ช้ในการวิจยั ไดแ้ ก่ นกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5/7 จำนวน 10 คน นกั เรียน

ชน้ั รวมท้ังสิ้นจำนวน 10 ราย การสมุ่ ตัวอย่างแบบเจาะจง
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการวจิ ัย

1. ชดุ แบบฝกึ ทักษะตวั โน้ต จำนวน 4 ชดุ ซึง่ ประกอบดว้ ย
1.1 ชุดแบบฝึกทักษะโนต้ ตัวกลม
1.2 ชดุ แบบฝึกทักษะโนต้ ตวั ขาว
1.3 ชุดแบบฝกึ ทกั ษะโน้ตตัวดำ
1.4 ชดุ แบบฝึกทักษะโน้ตตวั เขบ็ต 1 ชัน้
ตามตัวอย่างใหส้ มบูรณ์ท่ีสุด

การเก็บรวบรวมข้อมลู
1 นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรี โดยพิจารณาจากผลงานที่นักเรียนสร้างสรรค์ในชั่วโมง
เรียน วชิ าดนตรี จำนวน 1 ชิน้ นักเรียนที่มีความสนใจและเต็มใจในการทำกิจกรรม
2. เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั : แบบฝกึ หดั ตวั โน้ต
3. ขน้ั ตอนการปฏิบตั ติ ่อผูเ้ รียน

3.1 สร้างชุดกจิ กรรมในการปฏิบตั ิ
3.2 แจ้งขั้นตอนการปฏิบัติต่อผู้เรียน ทำการฝึกระหว่างเวลา 14.30 – 15.30 น. ของทุก
สปั ดาห์
3.3 ผู้เรียนฝกึ การปฏบิ ตั ิเครือ่ งดนตรตี ามจังหวะตัวโนต้ 3 อาทิตย์
3.5 ผเู้ รียนสามารถปฏิบตั ติ วั โน้ตไดถ้ ูกตอ้ ง 4 ชน้ิ

ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
นักเรยี นทไี่ ด้รบั การส่งเสรมิ ศักยภาพความสามารถพเิ ศษด้านดนตรี การปฏบิ ัตเิ คร่ืองดนตรี

ตามจงั หวะตวั โนต้ ดขี ึ้น

สรุปผลการวจิ ัย
จากผลในการวิจัยในเรอื่ งการพัฒนาทกั ษะในดา้ นการอ่านโนต้ สากลเพ่ือสง่ ผลตอ่ การปฏิบัตเิ ครอ่ื ง

ดนตรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/7 ซึ่งมีจำนวนนักเรียน 10 คน พบว่า มีปัญหาในด้านทักษะการอ่านสะกดคำ
ผู้วิจัยจึงได้ทดสอบโดยใช้แบบทดสอบการเขียน อ่านโน้ตสากลและการปฏิบัติเครื่องดนตรีเคาะจังหวะ ให้
นักเรยี นได้ฝกึ เขยี น อ่านโน้ตสากล ในข้นั แรกคอื กอ่ นเรยี น นกั เรียนสามารถเขียน อ่านโนต้ สากลท่กี ำหนดให้ได้
อยู่ในเกณฑ์ 53.33, 55.00 จากเกณฑ์ร้อยละ 80 ผลคือยังต้องมีการแก้ไข ดังนั้นครูจึงใช้แนวการสอนและ
เทคนิคต่าง ๆ ในการที่จะให้นักเรียนมีความเข้าใจในทักษะในด้านการเขียน อ่านโน้ตสากลและการปฏิบัติ
เครื่องดนตรีเคาะจังหวะ และได้ให้เพื่อน ๆ ในห้องได้มีส่วนร่วมในการแนะนำหลักและวิธีการเคาะจังหวะต่าง
ๆ บนบรรทดั 5 เส้น หลังจากน้ันครูได้ใชช้ ุดแบบทดสอบชุดเดิม ใหน้ กั เรียนได้ฝึกทดลองอ่านโน้ตสากลอีกครั้ง
หนึ่ง ผลปรากฏว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ในด้านการอ่านและการปฏิบัติเครื่องดนตรีโดยคิดเป็นร้อยละ 100.00
97.50 แสดงว่านักเรยี นมีการพัฒนาทักษะในด้านการอา่ นที่ดขี นึ้ จึงส่งผลต่อการปฏบิ ัติเครื่องดนตรีอยู่ในเกณฑ์
ทดี่ ี

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานพทุ ธศกั ราช 2551. พมิ พ์ครั้งที่ 3.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช์ มุ นุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .

พวงแกว้ โคจรานนท์. 2530. บุคลกิ ภาพและผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
และ 6

ในโรงเรียนประถมศึกษาสงั กัดกองการศึกษาเทศบาลเมอื งอุดร. วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบณั ฑิต
สาขาการประถมศกึ ษา. มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์

พวงรตั น์ ทวรี ตั น์. (2530). การสร้างและพฒั นาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ.์ิ กรงุ เทพฯ: สำนกั ทดสอบ
ทางการศกึ ษาและจิตวิทยา. มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒประสานมิตร.

อารมณ์ เพชรช่นื . 2527. เทคนคิ การวดั และประเมินผลการศกึ ษา. ภาควิชาหลกั สูตรและการสอนคณะ
ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร.


Click to View FlipBook Version