The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องการเป็นครูปฐมวัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-21 00:35:36

เรื่องการเป็นครูปฐมวัย

เรื่องการเป็นครูปฐมวัย

การเป็นครูปฐมวัย

กัญญารตั น์ โชคชัชวาล กลุ่มเรยี น 8 เลขท1่ี 3

รายงานเล่มนเี้ ปน็ ส่วนหนงึ่ ของวิชาการคน้ คว้าเเละการเขียนรายงานเชงิ วิชาการ
ภาควชิ าการศึกษาปฐมวยั คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2546



การเป็นครูปฐมวัย

กัญญารตั น์ โชคชัชวาล กลุ่มเรยี น 8 เลขท่1ี 3

รายงานเล่มนเี้ ปน็ ส่วนหนงึ่ ของวิชาการคน้ คว้าเเละการเขียนรายงานเชงิ วิชาการ
ภาควชิ าการศึกษาปฐมวยั คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2546



คาํ นาํ

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพือ่ ปฏิบัติการเขียนรายงานการค้นควา้ ทีถ่ ูกต้องอยา่ งเปน็ ระบบอันเป็น
ส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา 01-210-017 การค้นคว้าและการเขียนรายงานเชิงวิชาการซึ่งจะ
นำไปใช้ในการทำรายงานคน้ คว้าสำหรบั รายวิชาอน่ื ไดอ้ กี ต่อไปการท่ีผู้จัดทำเลอื กทำเรอ่ื ง“การเป็นครู
ปฐมวัย”เนื่องจากมีความสอดคล้องกับคณะเเละสาขาที่ผู้จัดทำกำลังศึกษาอยู่เเละผู้จัดทำเห็นว่า
โครงงานเล่มน้จี ัดทำมาเพอ่ื ให้ความรูก้ บั ผู้ท่ีสนใจจะศกึ ษาในเรอื่ งของครูปฐมวยั ทงั้ ในเร่ืองความหมาย
เเละความสำคัญ, บทบาทหน้าที่ ฯลฯ

รายงานเล่มนี้กล่าวถึงเน้ือหาเกี่ยวกับความหมายเเละความสําคัญวัตถุประสงค์ของการเป็นครู
ปฐมวัยเหมาะสำหรับผู้ทีต่ ้องการรับรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับการการเปน็ ครูปฐมวัยเเละความรู้เกี่ยวกับ
การศกึ ษาในสาขาวชิ าปฐมวยั

ขอขอบคุณผู้ช่วยศาตราจารย์ดร. พนิดาสมประจบทีก่ รณุ าให้ความรู้และคำแนะนำโดยตลอดและ
ขอขอบคุณบรรณารักษ์และเจ้าที่ของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนสนเทศและห้องสมุด
คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ให้ความสะดวกในการค้นหาข้อมูลรวมไปถึงทา่ นเจ้าของหนังสือบทความ ที่
ผู้เขยี นใช้อา้ งอิงทกุ ทา่ นหามีขอ้ บกพรอ่ งประการใดผเู้ ขยี นขอน้อมรับไวเ้ พื่อปรบั ปรงุ ตอ่ ไป

กญั ญารตั น์ โชคชชั วาล
20 ตุลาคม 2564



สารบญั
หน้า

คำนำ………………………………………………………………………..…………………………………………….…… ก
สารบัญภาพประกอบ……………………………………………………………..……………………………………… ค

บทที่

1 บทนำ………………………………………………………….………………………………………….……………. 1
1.1 ความหมายเเละความสำคญั ของครปู ฐมวยั ……………………………………………….…….. 2
1.2 วตั ถุประสงค์ของการเป็นครูปฐมวยั ………….…………………………………………….……… 2
1.3 บทบาทเเละหน้าท่ขี องครปู ฐมวยั ……………………………………………………………….….. 3

2 อาชีพครปู ฐมวยั …………………………………………………………..……………………………….………… 5

2.1 ขนั้ เร่มิ ต้นของการเปน็ ครปู ฐมวยั ……………………………………………………………….……… 5
2.1.1 ลกั ษณะเส้นทางสกู่ ารเปน็ ครปู ฐมวยั ……………………………………….…………. 5
2.1.2 คณุ สมบัตแิ ละบคุ ลกิ ภาพการเปน็ ครปู ฐมวยั ……………..………………………… 6
2.1.3 การพฒั นาบุคลิกภาพของครปู ฐมวยั ………………………..……………….………. 7

2.2 การจัดการศกึ ษาครูปฐมวัย………………………………………………..……………….…….... 7
2.2.1 แนวทางในการจัดการศึกษาสำหรบั เดก็ …………………..………………………… 7
2.2.2 เเนวคิดการจัดการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัยเเบบไฮสโคป……………. 9

2.3 คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณครูปฐมวัย……………………..………………………. 13
3 สรปุ ……………………………………………….…………………………………………………………….…… 16
บรรณานุกรม………………………………………….…………………..……………………………….…………….. 18
.



สารบัญภาพประกอบ 2
ภาพที่ 3
หนา้ ที่ 4
5
1. ความหมายของครปู ฐมวัย………………………………….………………….…… 6
2. บทบาทหนา้ ทข่ี องครปู ฐมวัย……………………………….………………….….. 9
3. บทบาทหน้าท่ขี องครูปฐมวยั ……………………………….………………….….. 10
4. ขัน้ เริ่มต้นของการเป็นครปู ฐมวยั ……………………….………………….…….. 1
5. การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพของครปู ฐมวัย………………….………………….……..
6. เเนวคดิ การจัดการเรียนการสอนของเดก็ ปฐมวัยเเบบไฮสโคป….……...
7. เเนวคิดการจัดการเรียนการสอนของเด็กปฐมวยั เเบบไฮสโคป….………
8. เเนวคิดการจดั การเรยี นการสอนของเดก็ ปฐมวยั เเบบไฮสโคป….………

1

บทท่ี 1
บทนำ

วยั เรมิ่ ตน้ ของชวี ิตมนุษย์ ประสบการณต์ า่ งๆ ที่ได้รับในตอนตน้ ๆของชีวติ จะมอี ิทธิพลต่อชีวิตของ
คนเราจนถึงวาระสุดท้าย ดังนั้น วัยปฐมวัยจึงจัดว่าเป็นระยะที่สำคัญที่สุดของชีวิต ที่เด็กสามารถ
เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และพัฒนาการใดๆ ในวัยนี้จะเป็นพื้นฐานที่ มีความสำคัญต่อ
พฒั นาการในชว่ งอ่ืนๆ ของชีวติ เปน็ อย่างมาก พฤตกิ รรมการอบรมเล้ยี งดู หรอื สภาพแวดล้อมต่างๆ
ในระยะปฐมวัยน้ันจะมผี ลตอ่ การพฒั นาบุคลิกภาพของเด็กในอนาคต สอดคล้องกับ Hurlock (อ้าง
ใน เยาวพา เดชะคปุ ต์, 2542, หนา้ 13) ได้กลา่ วว่า วัยเดก็ นับวา่ เปน็ วัยแห่งวกิ ฤตการณใ์ นการพัฒนา
บุคลิกภาพ เป็นระยะสร้างพื้นฐานของจิตใจในวัยผู้ใหญ่ต่อไป บุคลิกภาพในวยั ผู้ใหญแ่ ม้จะมีความ
แตกต่างไปจากวยั เด็กมากเทา่ ใดกต็ าม แตจ่ ะเปน็ ความแตกต่างทีถ่ ือกำเนดิ ในวัยเด็ก

จากที่กล่าวมาครูปฐมวัย หรือผู้ดูแลเด็ก นับว่ามีส่วนสำคัญมากที่จะปลู กฝัง หล่อหลอม
คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงคใ์ ห้แกเ่ ด็ก เพราะครูปฐมวัย หรือผู้ดูแลเดก็ ครเู ป็นครคู นแรกที่เด็กได้พบเม่ือ
ครั้งแรกของการมาโรงเรียน หรือสถานรับเลีย้ งเด็ก เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับเดก็ รองจากพ่อแม่ บุคลิกภาพ
พฤติกรรม การปฏิบัติต่างๆของครูจะเป็นต้นแบบการเรียนรู้ที่ดีของเด็ก ถ้าครูมีพฤติกรรมหรือ
บุคลิกภาพอย่างไร เด็กก็จะซึมซับยึดแบบฉบับพฤติกรรมเหล่านั้น ไปปฏิบัติหรือหล่อหลอมเป็น
บคุ ลิกภาพของเดก็ ในทสี่ ดุ

ดังนัน้ สรปุ ได้ว่า บุคลกิ ภาพครูปฐมวัย มีความสำคญั อย่างย่งิ ต่อเด็กปฐมวัย เพราะบุคลิกภาพที่ดี
หรอื คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของครู เปน็ จะการสร้างพน้ื ฐานทางบุคลิกภาพและคุณลักษณะอันพึง
ประสงคข์ องเดก็ ในช่วงอ่นื ๆ ของชีวิตต่อไป (เทอดศักดิ์ จันเสวี, 2553 : ออนไลน์)

2

1.1 ความหมายเเละความสาคัญของครูปฐมวยั

ภาพที่ 1 ความหมายของครูปฐมวยั (ความหมายของครปู ฐมวัย, 2559 : ออนไลน์)
ครูปฐมวัย หมายถึงผู้ที่มีบทบาทหน้าที่ในการจัดการเรียนรู้และดูแลสุขภาพอนามัยและความ
ปลอดภัยของเด็กในช่วงอายุ 3-5 ขวบในช่วงอนุบาลและประถมศกึ ษาในช่วงอายุ 6-12 ขวบจัดสาระ
การเรียนรูใ้ หเ้ หมาะสมกับพัฒนาการของเด็กจดั เน้อื หาสาระและกิจกรรมใหส้ อดคลอ้ งกับความสนใจ
ของเด็กฝึกทักษะกระบวนการคิดจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและจัดการ
เรยี นรโู้ ดยผสมผสานสาระการเรยี นรู้ด้านตา่ งๆอย่างได้สดั ส่วนสมดลุ กัน ความสำคญั ของครูปฐมวัยคือ
ครจู ะสอนไดด้ ีน้ันจำเป็นตอ้ งศึกษาเดก็ ยิ่งกวา่ นัน้ งานวจิ ัยเก่ียวกบั การพัฒนาการทางสมองมนุษย์ยั้ง
เน้นความสำคญั ของการศกึ ษาปฐมวัยโดยเฉพาะในช่วงของ 5 ของปแี รกของชีวิตว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี
ท่ีสุดสำหรับการเรยี นรู้ และเดก็ จำเปน็ ตอ้ งได้รับการดูแล เอาใจใสจ่ ากพอ่ แม่หรอื ผดู้ ูแลต้ังแต่แรกเกิด
โดยการใหค้ วามรัก การโอบกอด สัมผัส พดู คยุ และเล่นกบั เด็กเพ่ือให้สมองของเด็กได้รับการพัฒนา
อยา่ งเต็มท่ีตามศักยภาพ (ดวงนภา ศรีเมอื ง, 2559 : ออนไลน์)
1.2 วัตถุประสงค์ของการเป็นครูปฐมวัย
1. เพ่ือส่งเสริมพัฒนาการของเดก็ ทุกดา้ น นับตั้งแต่แรกเกิดจนถงึ เร่ิมเขา้ เรยี นในระดับโรงเรียน
2. เพอื่ ปูพ้ืนฐานความรูค้ วามเข้าใจให้กับเด็กเพ่ือพฒั นาศกั ภาพทงั้ ด้านร่างกาย, จติ ใจ, ปญั ญา
3. เพื่อช่วยใหเ้ ด็กเกิดพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างเตม็ ท่ี (จิดาภา วาสนิ นท์, 2559 : ออนไลน์)

3

1.3 บทบาทและหนา้ ท่ขี องครปู ฐมวยั

ภาพท่ี 2 บทบาทหนา้ ที่ของครปู ฐมวัย (บทบาทหน้าที่ของครปู ฐมวัย,2560 : ออนไลน์)
ครูปฐมวัยมีหน้าที่ 4 อย่างคือ การดูแล สนับสนุน แนะนำหรือชี้แนะและอำนวยความสะดวก
บทบาทของการดูแลคล้ายกับแม่ ซึ่งหน้าที่ด้านการดูแลเด็กคือ การทำหน้าท่ีเพื่อตอบสนองความ
ต้องการทางรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจของเด็ก เอาใจใสต่ อ่ ความปลอดภยั โภชนาการ สขุ ภาพ ครูปฐมวัย
ต้องดูแลความเป็นอยู่ของเด็กปฐมวัยอย่างปกติสุขประกอบด้วยการดูแลการเจริญเติบโต สุขภาพ
พฒั นาการและความปลอดภยั
หน้าที่ด้านการศึกษาคือ พัฒนาทักษะพื้นฐานและความรู้พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัย ให้มี
ความพร้อมที่จำเปน็ สำหรับเด็ก เช่น พัฒนาทักษะการคิดพ้ืนฐานและภาษา การช่วยเหลือตนเองใน
กิจวัตรประจำวัน การควบคุมพฤติกรรมตนเองอยา่ งมเี หตผุ ล พัฒนาทกั ษะทางสังคม ประสบการณ์
พื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และสังคม การส่งเสริมดูแลสุขภาพกายและจิตใจ
บทบาทของครูปฐมวัยทส่ี ง่ ผลต่อการเรียนรู้ของเดก็ มีดงั น้ี
1. เป็นผู้ส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายครูต้องจัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาความแข็งแรงของ
กล้ามเนื้อใหญ่การประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเล็กการปฏิบัติตนตามสุขอนามัยการรักษาความ
ปลอดภัยของตนเองและผู้อน่ื ในกจิ วตั รประจำวัน
2. เป็นผู้สง่ เสริมพฒั นาการด้านอารมณ์และจิตใจครตู อ้ งจดั กิจกรรมให้เด็กได้ชื่นชมสร้างสรรค์ส่ิง
สวยงามให้เด็กไดเ้ ลน่ อยา่ งอิสระเลน่ เป็นกลุ่มเล่นในห้องเรียนและนอกห้องเรียนร้องเพลงเลน่ เครือ่ ง
ดนตรงี ่ายๆมปี ฏกิ ริ ิยาโตต้ อบกบั เสยี งดนตรแี ละมคี ุณธรรมจรยิ ธรรม
3. เป็นผูส้ ง่ เสรมิ พฒั นาการด้านสังคมครตู ้องจดั กิจกรรมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ทางสังคมการปฏิบัติ
กิจวัตรประจำวนั ของตนการเลน่ การทำงานร่วมกับผู้อืน่ การแก้ปัญหาในการเล่นการแลกเปลี่ยนความ
คดิ เห็นการเคารพความคิ ดเห็นของผอู้ นื่ การปฏิบตั ติ ามวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นที่อยอู่ าศัยอยู่และความเป็น
ไทย

4

4. เป็นผู้ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาครูต้องจัดกิจกรรมให้เด็กรู้จักการคิดการสังเกตการ
จำแนกการเปรยี บเทยี บจำนวนมิติสัมพันธ์เวลาและการใหเ้ ดก็ รู้จกั ใช้ภาษาแสดงความรู้สึกด้วยคำพูด
การพูดกบั ผูอ้ ื่นการอธบิ ายเร่ืองราวการอ่านในหลายรูปแบบผา่ นประสบการณท์ ี่สอ่ื ความหมายต่อเด็ก
อา่ นภาพหรือสัญลักษณจ์ ากหนังสอื นทิ าน/เรอ่ื งราวทส่ี นใจ

5. เป็นผู้สร้างเสริมสมาธคิ รูตอ้ งจัดกิจกรรมใหเ้ ด็กได้มีสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆเช่นกิจกรรม
สรา้ งสรรคก์ ารรอ้ ยลกู ปัดการวาดภาพสนี ำ้ สเี ทยี นกจิ กรรมเล่นอสิ ระตามมมุ ต่าง ๆ (บทบาทครูปฐมวยั ,
2556 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 3 บทบาทหน้าที่ของครูปฐมวยั (บทบาทหน้าทข่ี องครูปฐมวัย,2560 :
ออนไลน์)

5

บทท่ี 2
อาชพี ครูปฐมวัย
2.1 ขน้ั เรม่ิ ต้นของการเป็นครปู ฐมวัย
การจะเป็นครูปฐมวัยได้นั้นต้องจบมัธยมศึกษาตอนปลายสายใดก็ได้และเลือกเรียนในคณะครุ
ศาสตร์หรือศกึ ษาศาสตรโ์ ดยเลือกหนง่ึ วิชาเอกทเี่ ราความถนัดและตอ้ งการจะสอนในอนาคตซ่ึงคณะ
ครุศาสตร์มีจุดมุ่งหมายในการค้นหาวิธีการที่พัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดีขึ้นและสร้างสรรค์
สังคมอย่างแท้จริงโดยเลือกสาขาศึกษาคือ สาขาการศึกษาปฐมวัยเป็นสาขาซึ่งเตรียมครูสําหรับ
การศึกษาของเดก็ ที่มอี ายตุ ำ่ กวา่ 6 ขวบหรอื อีกทางเลือกหน่ึงคือเรยี นปริญญาตรีในด้านอะไรก็ไดท้ ่ีเรา
มีความสนใจและไปต่อปรญิ ญาโทในดา้ นการศกึ ษาหรือการสอนก็สามารถมาเปน็ ครไู ด้ (จดุ เรม่ิ ตน้ การ
เป็นครูปฐมวยั , 2557 : ออนไลน์)

ภาพที่ 4 ขั้นเริ่มต้นของการเป็นครูปฐมวัย (จุดเริ่มต้นของการเป็นครูปฐมวัย, 2562 :
ออนไลน)์

2.1.1ลกั ษณะเสน้ ทางสูก่ ารเป็นครูปฐมวยั
สภาพการทํางานขน้ึ อยกู่ ับระดับช้นั ท่ีสอนมคี วามแตกต่างกันเน่ืองจากช่วงวยั ของเด็กทำให้

มีความยากงา่ ยท้ังเร่อื งของเน้ือหาและเรื่องการควบคุมเดก็ ๆ ให้ต้งั ใจเรียนและเช่ือฟังนั้นมีวิธีการที่
แตกต่างกนั นอกเหนือจากจะต้องทำหน้าที่ในการสอนหนังสือให้เด็ก ๆ ไดร้ บั ความรู้มากที่สุดแล้วยัง
รวมไปถงึ เรื่องการดแู ลและให้คำปรึกษาเด็ก ๆ เหมือนกบั เป็นคนในครอบครัวการเป็นครูที่ปรึกษาครู
ฝ่ายปกครองหรอื แมแ้ ตค่ รปู ระจำวชิ าทุกคนล้วนมีหน้าทที่ ่ีเหมอื นกันอยา่ งหน่งึ คอื ดูแลเด็ก ๆ อยา่ งเท่า

6

เทียมกันเมื่อเห็นว่าเดก็ ๆ มีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องการเรียนหรือเรื่องส่วนตัวก็เป็นหน้าที่ของคุณครูที่
จะตอ้ งอยขู่ า้ งๆเพอ่ื แนะนําและใหค้ ำปรึกษาปัญหาต่างๆ ลกั ษณะงานของครูปฐมวัยที่ทำมีดังน้ี

1. การเตรยี มการเรยี นการสอนในแต่ละวชิ าคดิ เทคนิควธิ กี ารท่จี ะทำใหเ้ ดก็ ๆ มีความเข้าใจ
ในวชิ านั้นๆ

2. เตรียมเรอ่ื งกจิ กรรมตา่ งๆตอนเช้าทั้งกิจกรรมหน้าเสาธงและกิจกรรมในวนั สำคัญต่าง ๆ
3. ในบางสัปดาหอ์ าจจะตอ้ งมกี ารตรวจระเบยี บทั้งผมเลบ็ และการแต่งกาย
4. เมอื่ ทาํ กิจกรรมหนา้ เสาธงต่างๆเสร็จเรยี บร้อยกแ็ ยกยา้ ยเขา้ ห้องเรยี นเพ่อื พบครทู ป่ี รึกษา
เพ่ือสอบถามปัญหาตา่ งๆท่ีเกิดขึ้นในห้องเรยี นและแจ้งขา่ วคราวของโรงเรยี น
5. เรม่ิ ทาํ การเรียนการสอนคุณครแู ยกย้ายกนั สอนตามตารางสอนทกี่ ำหนดมา
6. แม้ในเวลาพกั กลางวนั คุณครูก็ยังมีหน้าท่ีคอยดูแลความเรียบรอ้ ยของเดก็ ๆ และโรงเรียน
7. มกี ารตรวจการบ้านในแตล่ ะวนั
8. คอยใหค้ าํ ปรกึ ษาเดก็ ๆ ในหลาย ๆ เร่ือง (เสน้ ทางของครูปฐมวัย, 2557 : ออนไลน)์
2.1.2 คุณสมบตั แิ ละบคุ ลกิ ภาพการเป็นครปู ฐมวยั
คณุ สมบตั ิของผ้ปู ระกอบอาชีพ มดี ังน้ี
- เปน็ คนใจเย็นเพราะตอ้ งอยกู่ ับเดก็ ๆ ตลอดเวลาในบางครงั้ ท่ีตอ้ งดุหรือเตอื นเดก็ ๆ กค็ วร
ใช้เหตผุ ลเพ่ืออธิบายให้เดก็ เขา้ ใจในเร่ืองนนั้ ๆ
- รักในการสอนไม่หวงวชิ าและมีความสขุ ในการได้ถา่ ยทอดความร้ใู หน้ ักเรยี น
- มคี วามรับผดิ ชอบในอาชพี ครูแทบจะไม่มีวันหยดุ เพราะการลาหยดุ หนึ่งคร้ังส่งผลต่อการ
เรียนของนกั เรยี น-เป็นคนจติ ใจดีมกี ารดูแลเอาใจใส่เดก็ ทุกคนอย่างเทา่ เทียมกนั
- เป็นคนมีประสบการณ์ในหลาย ๆ ด้านในการบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมากหรือ
ประสบการณ์ชีวติ ให้เดก็ ๆ ฟังเพอ่ื เปน็ แนวทางท่ีดีให้กับเด็ก ๆ
- มีความรคู้ วามชำนาญในวิชาทจ่ี ะสอนมกี ารคิดค้นเทคนคิ ให้เข้าใจในวิชานนั้ ๆ ได้ง่ายขึ้น
สามารถพัฒนาความสามารถของเดก็ ใหด้ ขี ้ึนได้ (นวพร สภุ าพจน์, 2559 : ออนไลน์)

7

2.1.3 การพัฒนาบคุ ลิกภาพของครูปฐมวัย

ภาพที่ 5 การพัฒนาบุคลิกภาพของครูปฐมวัย (บุคลิกภาพของครูปฐมวัย, 2559 :
ออนไลน์)

ด้านการแต่งกาย ครูผู้ดูแลเด็กต้องแต่งกายให้สะอาด สุภาพเรียบร้อย สวยงาม และ
เหมาะสมกบั การเปน็ ครูดา้ นกิริยาทา่ ทาง ครูผดู้ ูแลเด็กต้องมกี ริ ยิ าท่าทางทสี่ งา่ ผา่ เผย สภุ าพเรียบร้อย
มีกาลเทศะ
ด้านการพูดจา ครผู ดู้ แู ลเด็กต้องเปน็ คนที่พดู จาสุภาพอ่อนหวาน ชดั เจน ใช้ภาษาถกู ต้องเหมาะสมกับ
กาลเทศะ
ด้านอารมณ์ ครูผู้ดูแลเด็กต้องมีสุขภาพทางจิตทางอารมณ์ที่ดี งานครูเป็นงานที่ต้องอดทน หาก
สขุ ภาพทางจิตของครูไมด่ ีย่อม จะเกิดอารมณ์โกรธซึ่งจะเป็นผลร้ายทางด้านจิตใจตอ่ ตนเองและศิษย์
ของตวั เองด้วย ครจู งึ จำเป็นต้องมีสขุ ภาพทางจิตทด่ี ีควบคุมอารมณข์ องตนเองได้อย่างดี ร่าเริงแจ่มใส
เสมอ มีความอดกลั้น ไม่เป็นคนโกรธง่ายลุแก่อำนาจโทสะและใจเย็น (สุธัญญา ฐิโตปการ, 2558 :
ออนไลน์)
2.2 การจดั การศกึ ษาครูปฐมวัย

“การจัดการศึกษาปฐมวยั ” หมายถึง การจัดการศกึ ษาสำหรบั เด็กทม่ี ีอายุตั้งแตแ่ รกเกดิ จนถึง 5
ปี (5 ปี 11 เดือน 29 วัน ) ซึ่งการจัดการศกึ ษาดงั กล่าวจะมลี กั ษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากระดับ
อื่น ๆ ทั้งนี้เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยทีส่ ำคัญต่อการวางรากฐานบุคลิกภาพและการพัฒนาทางสมอง
การจัดการศึกษาสำหรับเดก็ ในวัยนี้มีชื่อเรียกต่างกันไปหลายชื่อ ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็มีวธิ ีการและ
ลกั ษณะในการจัดกจิ กรรมซึ่งมจี ุดมุ่งหมายท่ีจะช่วยพฒั นาเดก็ ในรูปแบบตา่ ง ๆ กัน (การจัดการศึกษา
ระดับปฐมวัย, 2554 : ออนไลน์)

2.2.1 แนวทางในการจัดการศกึ ษาสำหรบั เด็ก
แนวปฏิบตั ิในการจดั การศึกษาและการเรียนรู้ สำหรับสถานศึกษาและครู

8

-สำหรบั สถานศกึ ษา ไดก้ ำหนดแนวปฏิบตั ไิ ว้ 6 เรื่องหลกั ไดแ้ ก่
1. เนน้ เดก็ เป็นสำคญั โดยเปดิ โอกาสให้เด็กฝึกใชค้ วามคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ การวางแผนลง

มือทำ นำเสนอ และสะทอ้ นความคดิ เหน็ ฯลฯ โดยครูเปน็ ผูส้ นับสนุนและร่วมเรียนรูไ้ ปพร้อมกับเด็ก
ท้งั น้ี ใหค้ ำนึงถงึ บรบิ ทของตวั เด็กและสงั คมท่ีเดก็ อาศัย

2. จัดประสบการณ์ หรือกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ยืดหยุ่น สอดคล้องกับ
พัฒนาการหรือปรบั เปล่ยี นตามความสนใจ สถานการณ์ บรบิ ทหรือวิถีชวี ิตจริงของเด็ก

3. จดั หาหรอื พัฒนาสอ่ื วัสดุ และอุปกรณ์ รวมถึงแหล่งเรยี นรตู้ ามธรรมชาติ ใหเ้ ดก็ มโี อกาส
ได้เรียนรู้ผ่านการเลน่ ท่ีหลากหลาย ทั้งการเล่นอสิ ระ การเลน่ รว่ มกัน และการเลน่ ทม่ี ขี อ้ ตกลง

4. จดั สภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศการเรยี นรู้ เชิงบวก อบอุน่ ปลอดภัย เป็นมิตร มอี ิสระ
และทา้ ทาย ให้เอื้อต่อการเรยี นรู้ ส่งเสรมิ ปฏิสัมพนั ธเ์ ชิงบวกระหว่างเด็กกับเดก็ และเด็กกับครู

5. ส่งเสรมิ สนบั สนุนใหค้ รไู ด้มีโอกาสในการพัฒนาตนเอง ร้เู ทา่ ทันความกา้ วหน้าและการ
เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ การวิจัยและพัฒนาสื่อ รูปแบบ วิธีการหรือนวัตกรรมสำหรับการจัดการศึกษา
ปฐมวยั

6. ประสานความรว่ มมือและสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจ รว่ มกันระหวา่ งสถานศึกษากับพ่อแม่
ครอบครวั และชมุ ชน ในการดูแล พฒั นาและจดั การเรียนร้เู พอ่ื การพัฒนาเด็กปฐมวยั
-สำหรับครู เน่ืองจากการปรบั รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวยั คร้ังนี้ ครูมบี ทบาทสำคัญและเป็นผู้นำ
การเปลยี่ นแปลง (Change Agent) จากครูผู้สอนปรบั มาเป็นผู้ชแี้ นะ ชว่ ยอำนวยความสะดวกในการ
เรียนรู้ ผู้สังเกต ร่วมเรียนรูไ้ ปกับเด็ก และเชื่อมโยงความร่วมมือจากทกุ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้
เดก็ ได้รับการพัฒนาและเรยี นรู้เต็มตามศกั ยภาพ ดังน้นั แนวปฏบิ ัติทเ่ี หมาะสมสำหรับครู ต้องเกิด “5
ส่ิงที่มีอยจู่ รงิ ” ดงั นี้

1. ครมู ีอยู่จรงิ “ครคู ุณภาพ ครูเพอื่ ศิษย์” มจี ติ วญิ ญาณความเป็นครู ตอ้ งเชื่อมั่นวา่ เด็กทุก
คนมศี กั ยภาพ มุ่งม่นั กลา้ ทำเพอ่ื เปลยี่ นแปลงให้เกดิ สง่ิ ใหม่ทีด่ กี ว่าเปน็ แบบอย่างท่ดี ี เป็นที่พ่ึงทางใจ
มีปฏิสมั พันธเ์ ชิงบวก

2. เด็กมอี ย่จู ริง “เด็กไดค้ ิด วางแผน ทำ แกป้ ัญหา ด้วยตนเอง และเป็นทย่ี อมรับ” พ่อแม่
และครูตอ้ งส่งเสรมิ สร้างความมีตวั ตนใหก้ บั เด็กเคารพในความรู้สกึ นกึ คดิ ของเดก็ กระตนุ้ ให้เด็กอยาก
เรยี นรู้และตงั้ เป้าหมายเอง ใหเ้ ด็กมโี อกาสตดั สินใจและเรียนรู้ผลจากการตัดสินใจ มีความภาคภูมิใจ
ในตนเอง และสง่ เสรมิ การเรยี นรูร้ ว่ มกัน

9

3. หลักสตู รมอี ย่จู ริง “ใหโ้ อกาสการเรียนรู้และความสำเร็จแก่เด็ก” หลักสูตรสถานศึกษา
ระดบั ปฐมวยั ตอ้ งสอดคลอ้ งกับหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย ช่วยใหเ้ ดก็ มคี วามพร้อมพ้นื ฐานสำหรับการ
เรียนร้แู ละมีทกั ษะชีวติ

4. ครอบครัวมอี ยู่จริง “ครอบครวั อบอุ่น ปลอดภัย มีส่วนร่วมพัฒนาเดก็ ” เด็กปฐมวัยจะ
ไดร้ ับการพัฒนาจากครอบครวั เปน็ ลำดับแรก ดังนัน้ การพัฒนาเด็กปฐมวัยครอบครัว และสถานศึกษา
ต้องร่วมมือใกล้ชิด สื่อสารเชิงบวกสร้างความรู้ความเข้าใจ พัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนข้อมูล
ประสบการณ์และให้กำลังใจกนั และกัน

5. เพื่อนร่วมงานมีอยู่จริง “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหาร่วมพัฒนา ร่วมรับผิดชอบ”
สรา้ งความรว่ มมือท้ังภายในและนอกสถานศกึ ษาพัฒนาการจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้ ให้มคี ุณภาพ
ครจู ะตอ้ งทำงานร่วมกบั ผูท้ ่ีมสี ว่ นเกยี่ วขอ้ งโดยการพัฒนาจะเน้นทเ่ี ด็กเปน็ สำคัญ (ณฏั ฐพล ทปี สวุ รรณ
, 2563 : ออนไลน์)

2.2.2 เเนวคิดการจดั การเรยี นการสอนของเด็กปฐมวัยเเบบไฮสโคป
ดร.เดวิด ไวคาร์ท (Dr.David Weikart) ประธานมูลนิธิวิจัยการศึกษาไฮสโคป

(High/Scope Educational Research Foundation) เป็นผู้ริเริ่มและร่วมกับคณะนักวิชาการและ
นักวิจัย อาทิ แมรี่ โฮแมน (Mary Hohmann) และ ดร.แลรี่ ชไวฮาร์ต (Dr.Larry Schweinhart)
พัฒนาขึ้นจากโครงการเพอรี่ พรี สคูล (Perry Preschool Project) ตั้งแต่พ.ศ.2505 ซึ่งเป็นหนึ่งใน
โครงการ Head Start เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้มีการศึกษาที่เหมาะสม และประสบ
ความสาํ เร็จในชวี ติ มลู นิธิวจิ ยั การศกึ ษาไฮสโคปได้ศกึ ษาเปรยี บเทียบเดก็ 3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่
ได้รับการสอนจากครูโดยตรง (Direct Instruction) กลุ่มเนอร์สเซอรี่แบบดั้งเดิม (Traditional
Nursery) และกลุ่มที่ได้รับประสบการณ์โปรแกรมไฮสโคป จากการศึกษาติดตามเด็กเหล่านี้ตั้งแต่
ระดับปฐมวัยจนถึงอายุ 29 ปี พบว่ากลุ่มทีเ่ รียนด้วยโปรแกรมไฮสโคปมปี ัญหาพฤติกรรมทางสงั คม-
อารมณ์ เช่น การถกู จับข้อหาลกั ขโมย ทำร้ายผูอ้ ื่น บกพรอ่ งทางอารมณ์ และลม้ เหลวในชวี ติ น้อยกว่า
อีก 2 กลุ่ม ดังนั้น โปรแกรมนีจ้ ึงพิสูจนไ์ ด้ว่าชว่ ยป้องกันอาชญากรรรม เพิ่มพูนความสำเร็จทางการ
ศกึ ษาและผลผลติ ตลอดชวี ิต (Weikart and others, 1978 และSchweinhart, 1988 และ 1997)
นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ได้พัฒนาระบบการฝึกอบรมบุคลากรที่มปี ระสิทธิภาพ เรียนรู้ได้ง่าย เผยแพรใ่ น
ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ครูจำนวน
มากกวา่ 33,000 คน ไดร้ บั การฝึกอบรมในเร่ืองไฮสโคป และจากการสำรวจสมาชกิ มากกว่า 200,000
คน ของสมาคมการศึกษาปฐมวยั แห่งชาติ (NAEYC) พบวา่ รอ้ ยละ 28 ของสมาชิกไดร้ ับการฝึกอบรม
ในเรือ่ งไฮสโคป และร้อยละ 44 ใชโ้ ปรแกรมไฮสโคปในบางบริบทดว้ ย (Schweinhart, 1997)

10

ทฤษฎีที่มีอิทธิพลในระยะเริ่มต้น การพัฒนาโปรแกรมไฮสโคปใช้ทฤษฎีพัฒนาการทาง
สตปิ ัญญา (Cognitive Theory) ของเปยี เจต์ (Piaget) เป็นพน้ื ฐานโดยเฉพาะการสรา้ งองคค์ วามรู้ของ
ผ้เู รยี นซ่งึ เน้นการเรยี นรูแ้ บบลงมือกระทำ (Active Learning) ระยะตอ่ มามกี ารผสมผสานทฤษฎีและ
แนวคิดอื่นๆ เช่น ทฤษฎีของอีริกสัน (Erikson) ในเรื่องการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือ
กิจกรรมต่างๆอย่างอิสระและทฤษฎีของไวก๊อตสกี้ (Vygotsky) ในเรื่อง ปฏิสัมพันธ์และการใชภ้ าษา
เปน็ ตน้ หลักการโปรแกรมไฮสโคปเนน้ การเรียนรู้แบบลงมอื กระทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยส่ือ
และกจิ กรรมทเ่ี หมาะสมกบั พัฒนาการของเด็กและการแก้ปัญหาอยา่ งกระตอื รือร้น

การเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (Active Learning)หลักการที่สําคัญของไฮสโคปในระดับ
ปฐมวัย คือ การเรยี นร้แู บบลงมือกระทาํ ซ่ึงถือว่าเป็นพน้ื ฐานสาํ คัญในการพัฒนาเด็ก การเรยี นรู้แบบ
ลงมือกระทําจะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโปรแกรมที่พัฒนาเด็กอย่างเหมาะสมกับ
พัฒนาการ การเรียนรู้แบบลงมือกระทํา หมายถึง การเรียนรู้ซึ่งเด็กได้จัดกระทํากับวัตถุ ได้มี
ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล ความคิดและเหตุการณ์ จนกระทั่งสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
(Hohmann and Weikart,1995) ท้ังนี้ องคป์ ระกอบของการเรียนร้แู บบลงมือกระทํา ได้แก่

1. การเลือกและตัดสินใจ เด็กจะเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมจากความสนใจและความตั้งใจของ
ตนเอง เด็กเป็นผู้เลือกวัสดุอุปกรณ์และตดั สินใจว่าจะใช้วัสดอุ ุปกรณ์นั้นอย่างไร การที่เดก็ มีโอกาส
เลือกและตัดสินใจทําให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมากกว่าได้รับการถ่ายทอดความรู้จากผู้ใหญ่
ดงั นนั้ ผูใ้ หญท่ ต่ี ระหนักถึงความสำคัญเรือ่ งการเลือกและการตัดสินใจตอ้ งจัดใหเ้ ด็กมีอิสระท่ีจะเลือก
ได้ตลอดทง้ั วันขณะทปี่ ฏบิ ตั ิกิจวตั รประจำวนั ไม่ใชเ่ ฉพาะในชว่ งเวลาเลน่ เสรีเทา่ น้ัน

ภาพท่ี 6 การจัดการเรยี นรู้ปฐมวัยเเบบไฮสโคป (การเรียนร้ตู ามเเนวคดิ ไฮสโคป, 2562 : ออนไลน)์

11

2. สื่อ ในห้องเรียนที่เด็กเรียนรู้แบบลงมือกระทำจะมีเครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์ท่ี
หลากหลาย เพียงพอ และเหมาะสมกับระดับอายุของเด็ก เด็กต้องมีโอกาสและมีเวลาเพียงพอท่ีจะ
เลอื กใช้วสั ดุอุปกรณ์อยา่ งอิสระ เม่ือเดก็ ใช้เครอ่ื งมือหรือวัสดุอุปกรณต์ ่าง ๆ เดก็ จะมีโอกาสเชื่อมโยง
การกระทำต่าง ๆ การเรียนรใู้ นเร่ืองของความสมั พันธ์ และมโี อกาสในการแก้ปญั หามากขึ้นดว้ ย

ภาพท่ี 7 การจดั การเรยี นรปู้ ฐมวยั เเบบไฮสโคป (การเรียนร้ตู ามเเนวคิดไฮสโคป, 2562 : ออนไลน์)
3. การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 การเรียนรู้ด้วยการลงมือกระทำเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ

ประสาทสมั ผัสทัง้ 5 การใหเ้ ด็กไดส้ ำรวจและจัดกระทำกับวัตถุโดยตรงทำใหเ้ ดก็ รู้จักวัตถุ หลังจากที่
เด็กคุ้นเคยกบั วัตถุ แล้วเด็กจะนำวัตถุต่าง ๆ มาเกี่ยวข้องกนั และเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ ผู้ใหญ่มี
หนา้ ท่จี ัดใหเ้ ด็กคน้ พบความสมั พนั ธเ์ หลา่ น้ีดว้ ยตนเอง

4. ภาษาจากเด็ก ส่งิ ทีเ่ ด็กพูดจะสะทอ้ นประสบการณแ์ ละความเข้าใจของเด็ก ในหอ้ งเรียน
ที่เด็กเรียนรู้แบบลงมือกระทําเด็กมักจะเล่าวา่ ตนกําลังทาํ อะไร หรือทาํ อะไรไปแล้วในแต่ละวัน เมอื่
เดก็ มีอสิ ระในการใช้ภาษาเพอื่ สอ่ื ความคิดและรจู้ ักฟงั ความคิดเห็นของผอู้ นื่ เด็กจะเรียนรู้วธิ ีการพูดที่
เปน็ ท่ยี อมรับของผอู้ น่ื ไดพ้ ฒั นาการคิดควบคู่ไปกับการพฒั นาความเชื่อมนั่ ในตนเองด้วย

12

ภาพท่ี 8 การจัดการเรยี นรปู้ ฐมวยั เเบบไฮสโคป (การเรยี นรตู้ ามเเนวคดิ ไฮสโคป, 2562 : ออนไลน)์
5. การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ในห้องเรียนการเรียนรู้แบบลงมือกระทําต้องสร้าง

ความสมั พันธก์ บั เด็ก สังเกตและคน้ หาความต้ังใจ ความสนใจของเดก็ ผใู้ หญค่ วรรบั ฟงั เด็ก ส่งเสริมให้
เด็กคิดและ ทําสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง

ในห้องเรียนที่เด็กเรียนรู้แบบลงมือกระทํา เด็กจะเผชิญกับประสบการณ์สําคัญซํ้าแล้วซํา้ อีกใน
ชวี ติ ประจําวนั อย่างเป็นธรรมชาติ ประสบการณส์ ําคัญเป็นกญุ แจที่จาํ เปน็ ในการสรา้ งองค์ความรู้ของ
เดก็ เปน็ เสมอื นกรอบความคิดที่จะทาํ ความเข้าใจการเรยี นร้แู บบลงมอื กระทาํ เราสามารถให้คําจํากัด
ความได้วา่ ประสบการณส์ าํ คญั เป็นส่วนหน่งึ ของความรู้ท่เี ด็กจะต้องหามาใหไ้ ดโ้ ดยการปฏสิ ัมพันธ์กับ
วัตถุ คน แนวคิดและเหตกุ ารณ์ สำคญั ตา่ งๆ อย่างหลากหลาย ประสบการณส์ ำคัญเปน็ กรอบความคิด
ให้กับผู้ใหญ่ในการเข้าใจการเรียนรู้ของเด็ก สามารถวางแผนการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมและ
ประเมนิ พัฒนาการของเด็กอย่างเหมาะสม (นรรัชต์ ฝนั เชียร, 2562 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 9 การจัดการเรยี นรปู้ ฐมวัยเเบบไฮสโคป (การเรียนรตู้ ามเเนวคดิ ไฮสโคป, 2562 : ออนไลน)์
2.3 คุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณครปู ฐมวัย

การประเมินวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู เพื่อให้ข้าราชการครู และ
บุคลากรทางทางการศึกษามแี ละเล่ือนวทิ ยฐานะ(ชำนาญการพเิ ศษ) จะประเมนิ ใน 6 เร่อื ง ไดแ้ ก่

1. พฤติกรรมการรักษาระเบยี บวนิ ยั ไดแ้ ก่ การควบคมุ การประพฤติปฏบิ ตั ิของตนเองให้อยู่
ในกฎระเบียบของหน่วยงานและสังคมในกรณีมีความรับผิดชอบและซือ่ ตรงต่อการปฏบิ ัติหน้าท่ี โดย
ยึดถือประโยชนท์ ี่จะเกดิ ขึ้นต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ

2. การประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างที่ดี ไดแ้ ก่ พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิทัง้ พฤติกรรมส่วนตนและ
พฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ าน ท้งั ในเร่อื งความสามัคคแี ละวิถปี ระชาธปิ ไตยในการดำเนนิ ชวี ิต

3. การดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม ได้แก่ การประพฤติปฎิบัติตนในการดำรงชีวิตที่ยึดหลัก
ความพอเพียง การหลกี เลี่ยงอบายมขุ การรรู้ กั สามคั คแี ละวิถปี ระชาธิปไตยในการดำเนนิ ชวี ิต

13

4. ความรักและศรัทธาในวิชาชีพ ได้แก่ ความพึงพอใจและอุทิศเวลาในการปฏิบัติงานใน
หน้าทีด่ ้วยความวริ ยิ ะ อตุ สาหะ โดยมงุ่ ผลสำเร็จท่เี ปน็ ความเจริญก้าวหน้าของการจดั การศึกษา

5. ความรับผดิ ชอบในวิชาชพี ไดแ้ ก่ การปฏิบตั งิ านในหนา้ ท่โี ดยคำนงึ ถงึ ความถูกต้อง ความ
ซอ่ื สัตย์สจุ ริต และผลประโยชน์ของหน่วยงานและผรู้ ับบรกิ ารเปน็ สำคัญ

6. ค่านิยม และอุดมการณ์ของความเป็นครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ ค่านิยม
พืน้ ฐาน 5 ประการ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ฯลฯ
- วินัยและการรกั ษาวนิ ยั

1. ครูต้องประพฤติตามจรรยาบรรณของวิชาชพี และแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณ
ของวชิ าชีพ

2. ครูต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิด
ระบอบการปกครองเช่นวา่ นน้ั

3. ครูต้องปฏิบัตหิ น้าท่ีราชการด้วยความซือ่ สัตย์ สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความ
วิริยะ อุตสาหะ ขยันหมัน่ เพียร ดูแลเอาใจใส่รกั ษาประโยชนข์ องทางราชการและต้องปฏิบตั ติ นตาม
มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเครง่ ครัด

4. ครูต้องปฏิบัติหน้าทีร่ าชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ
และหนว่ ยงานการศกึ ษา มตคิ ณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถอื ประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน
และไม่ใหเ้ กดิ ความเสียหายแก่ทางราชการ

5. ครูต้องปฏิบตั ิตามคำสั่งของผูบ้ ังคับบญั ชาซึ่งสั่งในหน้าทีร่ าชการโดยชอบด้วยกฎหมาย
และระเบียบของทางราชการโดยไม่ขดั ขืนหรือหลกี เลี่ยง

6. ครูต้องตรงตอ่ เวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรยี นจะละทิ้งหรือทอดทิ้ง
หน้าทีร่ าชการโดยไมม่ เี หตุผลอันสมควรมิได้ การละทิ้งหนา้ ทร่ี าชการตดิ ต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลา
เกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มเี หตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไมป่ ฏิบัตติ าม
ระเบียบของทางราชการเป็นความผิดวินยั รา้ ยแรง

7. ครตู อ้ งประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชมุ ชน สังคม มคี วามสภุ าพเรยี บร้อย รักษา
ความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
ต้อนรับ ใหค้ วามสะดวก ให้ความเป็นธรรมแก่ผเู้ รยี นและประชาชนผมู้ าตดิ ตอ่ ราชการ

8. ครตู อ้ งไมก่ ลน่ั แกล้ง กลา่ วหาหรอื รอ้ งเรียนผอู้ น่ื โดยปราศจากความเปน็ จริง

14

9. ครตู อ้ งไม่กระทำการหรอื ยอมใหผ้ ูอ้ ่ืนกระทำการหาประโยชนอ์ ันอาจทำใหเ้ ส่ือมเสยี ความ
เทย่ี งธรรม หรอื เสอ่ื มเสยี เกียรติศกั ดิ์ในตำแหนง่ หนา้ ที่ราชการของตน

10. ครตู อ้ งไมค่ ัดลอกหรอื ลอกเลยี นผลงานทางวชิ าการของผ้อู น่ื โดยมชิ อบหรือนำเอาผลงาน
ทางวชิ าการของผอู้ ื่นหรือจ้างวานให้ผอู้ ืน่ ทำผลงานทางวิชาการเพ่ือไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการ
กำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงข้นี
การฝา่ ฝืนหลกั การดังกลา่ วน้เี ป็นความผิดวนิ ัยอย่างร้ายแรง

11. ครูต้องไมเ่ ป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการหรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงาน
คลา้ ยคลงึ กนั นน้ั ในหา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บริษัท

12. ครูต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่และในการปฏิบัติการอื่นท่ี
เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยต้องไม่อาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตนแสดงการฝักใฝ่ ส่งเสริม
เกือ้ กลู สนับสนุนบคุ คล กลมุ่ บคุ คล หรอื พรรคการเมอื งใด

13. ครูต้องรกั ษาชอ่ื เสยี งของตนและรกั ษาเกียรตศิ กั ด์ขิ องตำแหน่งหนา้ ทีร่ าชการของตนมิให้
เสอ่ื มเสยี โดยไม่กระทำการใดๆ อันไดช้ อื่ ว่าเป็นผูป้ ระพฤติช่วั
- จรรยาบรรณของวชิ าชพี ครู

1. ครตู ้องรกั ษาวินัยทบี่ ญั ญัตเิ ปน็ ข้อหา้ มและข้อปฏิบตั ไิ ว้ในหมวดนโ้ี ดยเคร่งครัดอยู่เสมอ
2. ครตู ้องมีวนิ ัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชพี บคุ ลิกภาพ และวสิ ยั ทศั น์ ให้ทันต่อการ
พฒั นาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ
3. ครูต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กร
วิชาชีพ
4. ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการตาม
บทบาทหนา้ ท่อี ยา่ งเตม็ ความสามารถ ดว้ ยความบริสุทธ์ใิ จ
5. ครูต้องประพฤตปิ ฏิบตั ิตนเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ีท้ังทางกาย วาจา และจติ ใจ
6. ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏปิ ักษ์ตอ่ ความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และ
สงั คมของศษิ ย์ หรือผรู้ บั บรกิ าร
7. ครูต้องให้บรกิ ารด้วยความจรงิ ใจและเสมอภาคโดยไมเ่ รียกรบั หรือยอมรับผลประโยชน์
จากการใชต้ ำแหน่งหน้าทโ่ี ดยมิชอบ
8. ครตู อ้ งชว่ ยเหลอื เก้อื กลู ซึ่งกนั และกนั อย่างสรา้ งสรรค์ โดยยดึ มน่ั ในระบบคณุ ธรรม สร้าง
ความสามคั คใี นหมคู่ ณะ

15

9. ครูต้องประสงค์ปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา
ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ (สุธัญญา ฐิโตปการ, 2558 : ออนไลน์)

16

บทที่ 3
สรปุ

ขณะนี้ครูปฐมวัยพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมาเป็นลำดับ การพัฒนาจำเป็นอย่าง
มาก เพราะความรู้และนวัตกรรมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ครูปฐมวัยมีอิทธิพลต่อเด็กเป็น
อย่างมากตอ่ จากพ่อแม่ซงึ่ เป็นครูคนแรก มีวจิ ยั ทีย่ นื ยันว่าส่ิงทพ่ี ่อแม่ทำเพ่อื ช่วยการเรียนรู้ของเด็กมี
ความสำคัญตอ่ ความสำเรจ็ ทางวิชาการย่ิงกว่าฐานะความม่งั คงั่ ของครอบครัว ซ่งึ แปลว่า การท่ีพ่อแม่
คอยช่วยเหลือและสนับสนุนเพอ่ื ใหเ้ ด็กเกดิ การเรียนรู้สำคญั มากกว่าพ่อแม่ทีท่ ิง้ ลกู ให้คนอื่นเลี้ยงเพื่อ
ไปหาเงินทองมาซอ้ื วตั ถตุ า่ ง ๆ บำรุงความสขุ สบายให้กบั ลกู

การที่จะให้เด็กปฐมวยั มีการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อเป็นผูใ้ หญ่ที่มีคุณภาพเป็นมนุษย์ทีส่ มบรู ณท์ งั้
ทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต
สามารถอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้อยา่ งมีความสขุ ตามจดุ ประสงค์หลกั ทกี่ ำหนดไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2545 – 2559 น้ัน ครูปฐมวยั มคี วามสำคัญเป็นอย่างยงิ่ ต่อการวางรากฐานให้เด็กเป็นมนุษย์ท่ี
สมบูรณ์ คอมินอิ สุ (Comenius พ.ศ.2135 – 2213 จากเรอื่ ง The Great Didactic) กล่าววา่ ถา้
เราประสงค์จะให้การศึกษาด้านคุณธรรมแก่คน เราจะต้องฝึกฝนเขาขึ้นมาแต่เยาว์วัย ถ้าผู้ใด
ประสงคจ์ ะก้าวล่วงไปสู่ภมู ิปัญญาเราจะต้องเตรียมแผ่วถางทางให้แก่ผ้นู ั้น ในขณะที่ความมานะของ
เขายังลกุ โชนอยู่ จติ ใจยงั หล่อหลอมได้ง่าย และความจำยงั แม่นยำอยู่

การเป็นครูปฐมวัยทีด่ ีตอ้ งเปน็ ผ้ทู ข่ี ยนั อดทน สงบ มีสมาธดิ ี รักและเออ้ื อาทรต่อศษิ ย์ เปน็ ผู้นำใน
การเปลีย่ นแปลงทางการศึกษา พฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื ง และต้องมีความสามารถในการประเมนิ ผล
สำเร็จโดยดผู ลสมั ฤทธทิ์ ี่เกดิ ข้นึ ในเด็กแต่ละคน แลว้ ใหเ้ ดก็ สะท้อนการเรยี นรู้ตลอดเวลา และท่ีสำคัญ
ต้องเชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนสามารถพัฒนาได้ ดังนั้นการศึกษาปฐมวัยนับเป็นการวางฐานรากชีวิตให้
มั่นคงและแข็งแรง การที่จะพัฒนาคนให้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุขต้องพัฒนา ทั้งทางด้านจิตใจ
รา่ งกาย ปัญญา และสังคม เร่มิ พฒั นาต้งั แต่แรกเกดิ ถงึ 5 ปี เพราะหากเดก็ ปฐมวยั ได้รับการพัฒนาท่ี
สมดุลครบ 4 ด้าน ก็จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ มีความสามารถในการดำรงชวี ิต มีประสบการณ์ให้
เติบโตเป็นผู้ใหญท่ ด่ี ี รอบคอบทางความคดิ กล้าตดั สนิ ใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออปุ สรรค มีการวางแผนในการ
ทำงานอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพฒั นาตนเองใหอ้ ยู่ร่วมกนั กับผู้อื่นในสังคมได้เพื่อ
การพัฒนาประเทศไปในทศิ ทางทเ่ี หมาะสมต่อไป

ครูปฐมวัยเปน็ ปัจจัยสำคัญในการจัดการศึกษาปฐมวัย ที่จะส่งผลให้เด็กปฐมวยั ได้รับการพัฒนา
รอบด้านอยา่ งสมดลุ ...แตส่ ำหรบั ความเห็นส่วนตวั ประกอบกับหลกั การ แนวคดิ ทฤษฎพี ฒั นาการเดก็
ปฐมวยั และคณุ ลักษณะตามวยั รวมถงึ ทฤษฎพี ัฒนาการการเรียนรู้ พฤติกรรมการเรียนร้ขู องเดก็ วัยน้ี

17

ท่มี ีพฤติกรรมการเลยี นแบบเปน็ สว่ นใหญ่ ซง่ึ ปจั จัยที่สำคญั ทีส่ ุด คอื "ครผู สู้ อนปฐมวัย" เพราะครูจะ
มอี ทิ ธพิ ลต่อพัฒนาการการเลียนแบบพฤตกิ รรมจากครขู องเดก็ มาก เพราะครูเป็นผู้ท่ีจะตอ้ งคอยหลอ่
หลอม ขัดเกลา ลบเหลี่ยมมุมที่บิดเบี้ยวของเด็กที่ได้ซึมซับ รับรู้ เรียนรู้จากครอ บครัวและ
สภาพแวดล้อมเด็กที่แตกต่างของแต่ละคน ให้ได้รูปทรงที่สวยงามตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
การศกึ ษาปฐมวยั พ.ศ.๒๕๔๖ จึงค่อนขา้ งเหน็ ดว้ ยกบั การเปรยี บเทียบให้ครปู ฐมวยั มลี ักษณะลักษณะ
พิเศษทดี่ ขี องสตั ว์ ๔ ชนิด....เหลา่ นี้
ครปู ฐมวัยตอ้ งเปน็ เหมอื น "ผงึ้ " ซึ่งมีคุณลกั ษณะที่ ขยนั เพราะครปู ฐมวยั จะต้อง ขยนั พฒั นาตนเอง
พัฒนานวตั กรรม พัฒนาเทคนิควธิ กี าร ทำงานเป็นทมี อยางมรี ะบบ
ครปู ฐมวยั ต้องเปน็ เหมอื น "เหยยี่ ว" ซึ่งมีสายตาท่ีกว้างไกล มกี รงเล็บท่แี ขง็ แรง มที วงทา่ ในการกาง
ปีกโบยบินท่โี ฉบเฉย่ี วท่สี งา่ งาม มนั่ คง ซ่งึ เปน็ การบง่ บอกของความเปน็ ครมู อื อาชีพ
ครปู ฐมวัยต้องเป็นเหมือน "นกฮูก" ทีม่ คี วามสขุ ุมลุ่มลึก สงบ เยือกเย็น รอบคอบ
ครูปฐมวัยตอ้ งเป็นเหมือน "แรด" ท่มี ีความอดทน แข็งแรง บากบัน่ ไม่ท้อถอย
สรุปว่า..ครปู ฐมวัย... ตอ้ งเปน็ ผูท้ ขี่ ยัน อดทน อดกลน้ั สงบ มีสมาธดิ ี รักและ เอ้อื อาทร ไมท่ ้อแท้
มุ่งมั่น บากบั่น ช่วยเหลือตนเองและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทันสมัยอยู่เสมอ....ที่สำคัญต้อง
เช่ือม่ันว่า "เดก็ ทุกคนสามารถพัฒนาได้".......

ถือได้ว่าบทบาทของครปู ฐมวัยมผี ลหรือเรียกได้ว่ามอี ทิ ธิพลต่อการเรยี นรู้ของเดก็ ในทุกด้านเป็นผู้
วางรากฐานที่สำคัญต่อการเรียนรู้ที่เห็นไดง้ ่าย อย่างเช่น การมีสมาธิ ถ้าครูปฐมวัยรู้จักการใหเ้ ด็กมี
สมาธิด้วยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดินบนคาน การเข้าไปในมุมหนังสือ การทำงานประดิษฐ์
การเลา่ นทิ าน ฯลฯ เด็กไดร้ บั การฝึกดังกล่าว เด็กสามารถท่ีจะมีสมาธิ โดยรู้จักปฏิบัตติ นอย่างถูกต้อง
เม่อื โตขึน้ เช่น เดก็ รู้จกั การฟงั เน้อื หา เรอ่ื งราวที่ครูพูดและจบั ใจความได้ เขา้ ห้องประชมุ แล้วรู้จกั เงียบ
ไม่คุยตลอดสง่ เสยี งดังขณะประชมุ อา่ นหนงั สือได้เวลานานและเขา้ ใจพฤตกิ รรมดงั กล่าวหากไม่ได้รับ
การฝึกในช่วงปฐมวัยจะยากทจี่ ะฝึกในช่วงเปน็ วัยผู้ใหญ่ การมสี มาธิทย่ี กตวั อย่างเปน็ เพียงเร่ืองที่บาง
คนเห็นว่าไม่ใช่สิ่งสำคญั โดยความเป็นจริงแล้วมีความสำคัญและเกี่ยวพันต่อเนื่องกับการเรียนร้ขู อง
เด็ก การพัฒนาบุคลกิ ภาพ การพฒั นาสังคมและประเทศชาติ ฉะนนั้ ครปู ฐมวยั เป็นผทู้ ี่วางรากฐานการ
เรยี นรูใ้ ห้กับเด็กซึ่งเปน็ ภาระอันยง่ิ ใหญ่ทจ่ี ะตอ้ งทำและพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยไมห่ ยุดย้ังเพราะเด็ก
เขาจะเตบิ โตและพัฒนาทกุ วินาที (ครปู ฐมวัยทดี่ ี, 2559 : ออนไลน์)

18

บรรณานุกรม

“การเปน็ ครูปฐมวยั ” [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก https://www.gotoknow.org/posts/409570
[สบื ค้นเมือ่ 28 กรกฎาคม 2564]

“การเปน็ ครูปฐมวยั ” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
https://www.gotoknow.org/posts/619227,2559,

[สบื คน้ เมื่อ 28 กรกฎาคม 2564]
“ความหมายและความสำคัญของครปู ฐมวยั ” [ออนไลน์].เขา้ ถงึ ไดจ้ าก

https://www.gotoknow.org/posts/619371 ,2559,[สืบคน้ วันที่ 28 กรกฎาคม 2564]
“วตั ถปุ ระสงคข์ องการเป็นครปู ฐมวยั ” [ออนไลน]์ .เขา้ ถงึ ได้จาก

https://www.gotoknow.org/posts/619227 ,2559, [สืบค้นวนั ที่ 28 กรกฎาคม 2564]
“บทบาทหนา้ ทข่ี องครปู ฐมวยั ” [ออนไลน]์ .เข้าถงึ ได้จาก

http://krudee1234.blogspot.com/2013/12/blog-post.html ,2556, [สืบค้นวันที่ 28
กรกฎาคม 2564]
“ประโยชน์ของการเป็นครูปฐมวัย”[ออนไลน]์ .เข้าถงึ ได้จาก https://tonkit360.com/28351

,2564, [สบื ค้นวนั ท่ี 28 กรกฎาคม 2564]
“จดุ เรมิ่ ตน้ ของการเปน็ ครูปฐมวยั ” [ออนไลน]์ .เข้าถงึ ได้จาก

http://tuktheppot.blogspot.com/2014/10/blog-post.html?m=1 ,2557, [สืบค้นวันที่
28 กรกฎาคม 2564]
“เส้นทางของการเปน็ ครูปฐมวัย” [ออนไลน์].เขา้ ถึงไดจ้ าก

https://www.mycareer-th.com/res_job_detail.php?id=12 ,2560, [สืบค้นวันท ี่ 28
กรกฎาคม 2564]
“คณุ สมบัติและบคุ ลิกภาพการเปน็ ครูปฐมวัย”[ออนไลน์].เข้าถงึ ไดจ้ าก

https://www.gotoknow.org/posts/409570 ,2548, [สบื คน้ วนั ที่ 28 กรกฎาคม 2564]
“การพัฒนาบุคลกิ ภาพของครูปฐมวัย” [ออนไลน]์ .เขา้ ถงึ ไดจ้ าก

http://ird.skru.ac.th/RMS/file/55761.pdf ,2558, [สืบค้นวนั ท่ี 28 กรกฎาคม 2564]
“การจัดการศึกษาครูปฐมวยั ” [ออนไลน์].เขา้ ถึงไดจ้ าก

https://sites.google.com/site/fihakhwamru/kar-suksa-radab-pthmway [สืบค้นวันท่ี
28 กรกฎาคม 2564
“เเนวทางในการจัดการศึกษาระดบั ปฐมวัย” [ออนไลน]์ .เขา้ ถึงได้จาก

19

https://moe360.blog/2020/09/23/early-childhood/ ,2557,[สืบค้นวันที่ 28 กรกฎาคม
2564]
“การจดั การเรยี นการสอนเเบบไฮสโคป” [ออนไลน]์ .เขา้ ถึงได้จาก

https://www.trueplookpanya.com/education/content/72049/-teaartedu-teaart-
teamet- ,2561, [สืบค้นวันที่ 28 กรกฎาคม 2564]
“คุณธรรมจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณครปู ฐมวยั ” [ออนไลน์].เข้าถงึ ได้จาก

http://ird.skru.ac.th/RMS/file/55761.pdf ,2558, [สืบค้นวันท่ี 28 กรกฎาคม 2564]
“ครูปฐมวยั ทด่ี ี” [ออนไลน]์ .เข้าถึงได้จาก

https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/190220/133144
,2561,
[สบื ค้นวนั ที่ 28 กรกฎาคม 2564


Click to View FlipBook Version