The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดูงานออกแบบ Canva ของฉันสิ!_220717_114118 (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tmobile54101, 2022-07-17 00:58:10

เจ้าพระเทเวศรวงศ์วิวัฒน์

ดูงานออกแบบ Canva ของฉันสิ!_220717_114118 (1)

บุคคลสำคัญ
วงการนาฏศิลป์ไทย

เจ้าพระยาเทเวศร์
วงศ์วิวัฒน์

ส า ร บั ญ

หน้า เรื่อง

01 ประวัติ
02 โคลงเฉลิมพระเกียรติพระเจ้ากรึงธนบุรี ในเรื่องกลอนจารึกเเต่งประทีปที่บางประอิน
03-04 บทละครเรื่องพระลอ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรง
ตัดบางส่วนไปต่อกับบทละครเรื่องพระลอนรลักษณ์* พระนิพนธ์ในกรมพระราชวังบวร
05-06 มหาศักดิพลเสพย
07-08 ฉลองเทศนาอายุเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ 15 กัณฑ์
ละครดึกดำบรรพ์

ป ร ะ วั ติ

มหาอำมาตย์เอก นายพันเอก เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์
นามเดิม หม่อมราชวงศ์หลาน กุญชร เป็ นพระโอรสในพระว
รวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงค์ฤทธิ์ กับหม่อมสุด
กุญชร ณ อยุธยา[1]เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือนอ้าย ขึ้น ๗ ค่ำ
ปี ชวด ตรงกับวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2395 มีพี่น้องต่าง
มารดาคือ หม่อมราชวงศ์กระจ่าง เป็ นพี่สาว และ หม่อม
ราชวงศ์กระจัด เป็ นน้องสาว เจ้าพระยาเทเวศร์ฯ เคยรับ
ราชการในตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งเช่นผู้บัญชาการกรม
ม้าและกรมมหรสพ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ เสนาบดีกระ
ทรวงเกษตราธิการ ถึงแก่อสัญกรรมลงเมื่อวันที่ 1 มกราคม
พ.ศ. 2465 สิริอายุ 69 ปี 1 เดือน 15 วันพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
พระราชทานเพลิงศพที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม
พ.ศ. 2465

เมื่ออายุได้ 13 ปี พระองค์เจ้าสิงหนาทฯ จัดงานโกนจุกขึ้นที่
วังบ้านหม้อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จ
พระราชดำเนินมาพระราชทานน้ำสังข์และทรงตัดจุก
พระราชทานทองเหรียญเป็ นของขวัญ แล้วถวายตัวเป็ น
มหาดเล็ก ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัด 10 ตำลึง พออายุได้ 14
ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บรรพชาเป็ นสามเณรนาค
หลวงในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้พระราชทานบริขารเท่า
หม่อมเจ้า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลง
กรณ์ เมื่อครั้งยังเป็ นกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธุ์เป็ นพระ
อุปั ชฌาย์ หม่อมเจ้าพระธรรมุณหิศธาดา (สีขเรศ วุฑฺฒิสฺสโร)
ให้ศีล แล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
ในสำนักสมเด็จพระวันรัต (แดง สีลวฑฺฒโน)[2]

ถึงปี มะเส็ง เอกศก จุลศักราช 1231 (พ.ศ. 2412) เป็ น
มหาดเล็กสารถีขับรถพระที่นั่ง ครั้นเมื่อปี มะเมีย โทศก
จุลศักราช 1232 (พ.ศ. 2413) เป็ นนายกวดหุ้มแพรมหาดเล็ก
เวรฤทธิ์ ปี มะแม ตรีศก จุลศักราช 1233 (พ.ศ. 2414) เป็ นจ่า
ยงเวรศักดิ์ รับพระราชทานเบี้ยหวัด ๒ ชั่ง ครั้นถึงปี วอกได้รับ
พระราชทานเบี้ยหวัด 2 ชั่ง 10 ตำลึง ปี ระกา เบญจศก
จุลศักราช 1235 (พ.ศ. 2416) ได้รับ ๓ ชั่ง เงินเดือน ๆ ละ
๑๐ ตำลึง แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็ นนาคหลวง
อุปสมบทในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้รับพระราชทาน
บริขารเท่าหม่อมเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เมื่อยัง
ทรงดำรงพระยศเป็ นกรมพระเป็ นพระอุปั ชฌาย์ หม่อมเจ้าพระ
ธรรมุณหิศธาดา (สีขเรศ วุฑฺฒิสฺสโร) กับสมเด็จพระอริยวง
ศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) เมื่อครั้งเป็ น
พระสาสนโสภณที่พระธรรมวโรดม เป็ นคู่สวด แล้วจำพรรษา
อยู่ที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม (เจ้าพระยาเทเวศรวงศ์
วิวัฒน์, ๒๔๖๖:)

01

ผลงาน/ประพันธ์

โคลง
เฉลิมพระเกียรติ
พระเจ้ากรึงธนบุรี
ในเรื่องกลอนจารึก
เเต่งประทีปที่บาง
ประอิน

02

บทละครเรื่องพระลอ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรม
วงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงตัด
บางส่วนไปต่อกับบทละครเรื่องพระลอนร
ลักษณ์* พระนิพนธ์ในกรมพระราชวังบวร
มหาศักดิพลเสพย

บทละคอนเรื่องพระลอนรลักษณ์นี้เป็ นพระบวรราชนิพนธ์ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวรฯมหาศักดิพลเสพ
ในฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๖๔และฉบับต่อมามีพระนิพนธ์อธิบายของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า บทละคอน
เรื่อง พระลอมี ๓ ความด้วยกัน ความเก่าที่สุดเป็ นพระราชนิพนธ์ของกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพในรัชกาลที่ ๓
ต่อมาเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ไม่ทราบว่ามีจึงแต่งบทละคอนเรื่องพระลอขึ้นใหม่เมื่อรัชกาลที่ ๕ อีกความหนึ่งนับเป็ น
ความที่สอง ต่อมาในรัชกาลนั้นเมื่อกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงหัดละคอนรำทรงพระนิพนธ์บทละคอนเรื่องพระลอ
ขึ้นอีความหนึ่ง รวมเป็ น ๓ ความด้วยกัน

03

บทละครเรื่องพระลอ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์
เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงตัดบางส่วน
ไปต่อกับบทละครเรื่องพระลอนรลักษณ์* พระ
นิพนธ์ในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย

04

ฉลองเทศนาอายุเจ้าพระยา
เทเวศรวงศ์วิวัฒน์ 15 กัณฑ์

05

ฉลองเทศนาอายุเจ้าพระยา
เทเวศรวงศ์วิวัฒน์ 15
กัณฑ์(ต่อ)

06

ละครดึกดำบรรพ์

เป็ นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 กำเนิดขึ้น ณ บ้าน
เจ้าพระยาเทเวศร์ลงศ์วิวัฒน์(ม.ร.ว. หลาน กุญชร) โดย
แสดง ณ โรงละครที่ตั้งชื่อว่า “โรงละครดึกดำบรรพ์”
เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ได้เดินทางไปยุโรปเมื่อปี พ.ศ.
2434 และมีโอกาสได้ชมละครโอเปร่า (opera) ซึ่งท่านชื่นชม
การแสดงมาก เมื่อกลับมาจึงคิดทำละครโอเปร่าให้เป็ นแบบ
ไทย จึงเล่าถวายสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าพระยานริศ
รานุวัดติวงศ์ ก็โปรดเห็นว่าดีในการสร้างละครดึกดำบรรพ์ครั้ง
นี้ นอกจากท่านจะเป็ นผู้นสร้างโครงละครดึกดำบรรพ์ สร้าง
เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์การแสดงแล้ว ท่านยังได้รับ
ความร่วมมือจากผู้ร่วมงานที่สำคัญ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าพระยานริศรานุวัดติวงศ์
ทรงพระราชนิพนธ์บท และทรงเลือกสรร ปรับปรุง
ทำนองเพลง ออกแบบฉาก และกำกับการแสดง
หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ตาด ตาตะนันท์) เป็ นผู้จัด
ทำนองเพลงควบคุมวงดนตรีและปี่ พาทย์
หม่อมเข็ม กุญชร ณ อยุธยา ภรรยาของเจ้าพระยา
เทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เป็ นผู้ปรับปรุงประดิษฐ์ท่ารำ และฝึ ก
สอบให้เข้ากับบท และลำนำทำนองเพลง

ละครดึกดำบรรพ์แสดงครั้งแรกปี พ.ศ. 2442 เนื่องในโอกาส
ต้นรับเจ้าชายเฮนรี พระอนุชาสมเด็จพระเจ้ากรุงปรัสเซีย ซึ่ง
เป็ นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ละครดึกดำบรรพ์ได้รับความนิยมตลอดมา จน
กระทั่งปี พ.ศ. 2452 เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เกิด
อาการเจ็บป่ วย ถวายบังคมลาออกจากราชการ ทำให้ต้องเลิก
การแสดงละครดึกดำบรรพ์ไปนับตั้งแต่เริ่มแสดงละคร
ดึกดำบรรพ์จนเลิกการแสดง รวมระยะเวลา 10 ปี

07

ลักษณะของการแสดงละคร 1. เพลงร้อง จากบทละครโดยปรับปรุงหลายอย่างคือ
2. ตัดคำว่า “เมื่อนั้น” “บัดนั้น” เมื่อจะกล่าวถึงใครออก โดยให้ตัว
ผู้แสดง ใช้ผู้หญิงล้วน ผู้ที่จะได้รับคัดเลือกให้แสดงละคร ละครรำใช้บทเพื่อให้เข้าใจว่าใครเป็ น ผู้พูด
ดึกดำบรรพ์จะต้องมีความสามารถพิเศษด้วยคุณสมบัติ 2 ประการ 3. คัดเอาแต่บทเจรจาไว้ โดยยกบทเจรจามาร้องรำ ให้ตัวละครร้อง
คือ โต้ตอบกันเอง
4. ไม่มีบทที่กล่าวถึงกิริยาของตัวละครว่า จะนั่ง จะเดินซ้ำอีก ทำให้ผู้
เป็ นผู้ที่มีเสียงดี ขับร้องเพลงไทยได้ไพเราะ แสดงไม่เคอะเขิน
เป็ นผู้ที่มีรูปร่างงาม รำสวย ยิ่งผู้ที่จะแสดงเป็ นตัวเอกของ 5. บรรยายภาพไว้ในบทร้อง ประกอบศิลปะการรำ
เรื่องด้วยแล้ว ต้องใช้ความพินิจพิเคราะห์อย่างมาก 6. ไม่มีคำบรรยาย
7. บทโต้ตอบ ทุ่มเถียง วิวาท ใช้บทเจรจาเป็ นกลอนแทน และเจรจา
การแต่งกาย เหมือนอยางละครในที่เรียกว่า “ยืน เหมือนจริง
เครื่อง” นอกจากบางเรื่องที่ดัดแปลงเพื่อความ 8. มีการนำทำนองเสนาะในการอ่านโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน มาใช้
เหมาะสม และให้ตรงกับความเป็ นจริง 9. มีการนำเพลงพื้ นเมือง เพลงชาวบ้าน การละเล่นของเด็กมาใช้
10. มีการเจรจาแทรกบทร้องโดยรักษาจังหวะตะโพนให้เข้ากับบทร้อง
เรื่องที่แสดง และอื่น ๆ
ที่เป็ นบทละครบางเรื่อง บางตอน พระนิพนธ์ใน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าพระยานริศรานุวัดติ
วงศ์ ได้แก่ เรื่องสังข์ทอง คาวีตอนสามหึง อิเหนา
ตอนไหว้พระ สังข์ศิลป์ ชัยภาคต้นกรุงพานชมทวีป
รามเกียรติ์ อุณรุฑ มณีพิชัย
บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็นพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แก่ เรื่องศกุนตลา ท้าวแสนปม
พระเกียรติรถ
บทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้า
ฟ้ าจฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์ อินทราชัย
ได้แก่ เรื่องสองกรวรวิก เรื่องจันทกินรี เรื่องพระ
ยศเกตุ

การแสดง จะผิดแปลกจากละครแบบดั้งเดิม เพราะผู้
แสดงต้องร้องเองรำเอง ไม่มีบรรยายกิริยาของตัวละคร ได้
มีการปรับปรุงการแสดงความเป็ นไปในเนื้ อเรื่อง พยายาม
แสดงให้สมจริงสมจังมากที่สุด มีการตกแต่งฉากและสถาน
ที่ ใช้แสง สี เสียง ประกอบฉาก นับเป็ นต้นแบบในการจัด
ฉากประกอบการแสดง่ของโขน ละครต่อมา การแสดงมัก
แสดงตอนสั้น ๆ ให้ผู้ชมละครชมแล้วอยากชนต่ออีก
ดนตรี ใช้ปี่ พาทย์ดึกดำบรรพ์ เพื่อความไพเราะนุ่มนวล
ดดยการผสมวงดนตรีขึ้ นใหม่และคัดเอาสิ่งที่มีเสียงแหลม
เล็กหรือดังมาก ๆ ออกเหลือไว้แต่เสียงทุ้ม ทั้งเพิ่มเติมสิ่ง
ที่เหมาะสม7เข้ามา เช่น ฆ้องหุ่ยมี 7 ลูก 7 เสียง ต่อมา
เรียกว่า “วงปี่ พาทย์ดึกดำบรรพ์”

08

จัดทำโดย
นางสาว ธัญญารัตน์ มูลทองเล็ก

เลขที่7 ชั้น ม.5/4


Click to View FlipBook Version