ปญ ญาประดิษฐ (Artificial Intelligence)
บทนาํ ปญ ญาประดษิ ฐ( Artificial Intelligence)
ความเจรญิ กาวหนาของคอมพิวเตอร เปนไปในทุกดา น ทงั้ ทางดานฮารดแวร และซอฟตแวร
การทีม่ พี ฒั นาการเจริญกา วหนาจงึ ทําใหนักคอมพวิ เตอรต งั้ ความหวงั ที่จะทําใหคอมพวิ เตอร
มีความฉลาดและชวยทํางานใหมนษุ ยไ ดม ากขึ้น โดยเฉพาะวิทยาการดานปญญาประดษิ ฐ
(Artificial Intelligence : AI) ซึ่งเช่ือกนั วาจะเปน วิทยาการที่จะชว ยใหมนุษยใชคอมพิวเตอร
แกปญหาตางๆทีส่ ําคญั เชน การใหคอมพิวเตอรเ ขา ใจภาษามนุษยรูจกั การใชเ หตผุ ล
การเรียนรตู ลอดจนการสรางหุนยนต
ความรูทางดา นปญ ญาประดิษฐ
การสรางระบบท่ีทาํ ใหค อมพวิ เตอรส ามารถมองเห็น และจําแนกรปู ภาพหรอื สงิ่ ตา งๆ
ออกจากกัน ในดานการฟงเสียงก็รบั รแู ละแยกแยะเสยี ง และจดจาํ คําพูดและเสยี งตางๆ ได
การสัมผัสและรับรขู อ มูลขา วสารจะตองมกี ระบวนการเก็บความรอบรู การถายทอด การแปลเอกสาร
ขอความจากระบบหนงึ่ ใหเปนอกี ระบบหนึ่งอยางอตั โนมตั ิ และการนาํ เอาความรูมาใชป ระโยชน
หากใหค อมพวิ เตอรร ับรขู า วสารและเหตุการณต า งๆได และสามารถนําเอาความรตู า งๆ
เหลา นน้ั มาประมวลผลกจ็ ะมีประโยชนไดมาก เชน ถา ใหคอมพิวเตอรม ขี อ มูลเกยี่ วกบั คําศัพท
มีความเขาใจในเรอื่ งประโยคและความหมายแลว สามารถเขาใจประโยคท่ีรับเขา ไป
การประมวลผลภาษาในลักษณะน้ีจึงเรียกวา การประมวลผลภาษาธรรมชาติ โดยจดุ มุง หมาย
ทจี่ ะทาํ ใหค อมพิวเตอรมีความสามารถในการใชภาษา เขาใจภาษา และนําไปประยุกตง านดา นตางๆ
เชน การตรวจสอบตวั สะกดในโปรแกรมประมวลคํา ตรวจสอบการใชประโยคท่กี าํ กวม
ตรวจสอบไวยากรณท่อี าจผดิ พลาด และหากมีความสามารถดีกจ็ ะนาํ ไปใชในเรอื่ งการแปลภาษาได
ปญ ญาประดษิ ฐเ ปน วชิ าการท่มี หี ลกั การตางๆ มากมายและมีการนาํ ออกไปใชบา งแลว
เชน การแทนความรอบรูดวยโครงสรา งขอมลู ลกั ษณะพิเศษ การคดิ หาเหตุผลเพอื่ นาํ ขอสรปุ ไปใชง าน
การคนหาเปรยี บเทียบรปู แบบ ตลอดจนกระบวนการเรยี นรูท่เี ปนประโยชนและมขี ัน้ ตอนอยา งเปน
ระบบ เพือ่ ใหเ ครอื่ งคอมพวิ เตอรส ะสมความรูไดเ อง
งานประยุกตทางดานปญญาประดิษฐ
ทก่ี ําลังไดร ับความสนใจ เชน งานประมวลผลภาษาธรรมชาติ ทีท่ ําใหเ ครอื่ งคอมพวิ เตอร
เขา ใจภาษามนุษยไดม ากข้นึ งานระบบผูชํานาญการ เปนการประยุกตหลกั การปญ ญาประดิษฐ
ที่เก็บสะสมความรขู องผเู ช่ียวชาญเพอ่ื เรียกมาใชป ระโยชนได งานหุนยนตเปนวิชาการทางดา น
คอมพิวเตอรท ตี่ องการสรางเคร่ืองจกั รใหท ํางานแทนมนุษย การมองเห็นและการรบั ความรูสึก
เปน ระบบท่ีจะสรางใหเคร่อื งจกั รรบั รูก ับส่งิ แวดลอ มตางๆ เหมอื นมนุษย
งานวิจยั ดานปญ ญาประดษิ ฐ
เปนงานทน่ี า สนใจมากเพราะมีบางเรื่องทแี่ ปลกใหม ทาทายความสามารถของมนษุ ย
และเปนงานทร่ี อนกั วิทยาศาสตรแ ละนักคอมพิวเตอรร นุ ใหมท ่ีจะเขามาชวยกันคิด ชวยกนั พฒั นา
ใหเกิดประโยชนต อ ไป
ปญ ญาประดิษฐจ งึ เปน เรือ่ งทีน่ กั วิจัยไดพยายามดําเนินการและสรางรากฐานไวส ําหรับอนาคต
มกี ารคดิ คน หลกั การ ทฤษฎี และวธิ กี ารตา งๆเพ่อื ทาํ ใหค อมพวิ เตอรสามารถทํางานอยา งมเี หตุผล
มกี ารพัฒนาโครงสรา งฐานความรอบรู
ความหมายของปญญาประดษิ ฐ(Artificial Intelligence)
ปญ ญาประดิษฐ หมายถงึ การสรา งเครอ่ื งจกั รใหสามารถทํางานไดเหมือนคนท่ใี ชปญ ญา
หรืออาจกลาวไดว าเปนการประดิษฐป ญ ญาใหคอมพิวเตอร เพือ่ ใหคอมพิวเตอรสามารถจาํ ลองการ
ทํางานตางๆ เลียนแบบพฤติกรรมของคน โดยเนนกระบวนการคดิ การกระทําตามแบบสมองมนุษย
ที่มกี ารวางแผนการเรียนรู การใหเ หตุผล การปรับตัว การทํางานของสมอง การตัดสินใจ
การแกปญ หา ตลอดจนการเลอื กแนวทางดาํ เนินการในลักษณะคลา ยมนษุ ย เปนความฉลาดเทยี ม
ที่สรางขน้ึ ใหกบั สิ่งทไ่ี มม ีชวี ติ
วทิ ยาการคอมพิวเตอรสาขาหนึ่ง ทีว่ าดวยการสรา งเคร่ืองจักรใหส ามารถคิดแกป ญ หา
ใหเ หตผุ ลตัดสินใจและสามารถเรียนรเู พม่ิ เติมโดยตัวของมนั เองไดโดยเลียนแบบลักษณะตางๆ
ของมนุษยใหม ากท่ีสดุ
นยิ ามของปญญาประดิษฐ(Artificial Intelligence)
คาํ นิยามของปญ ญาประดษิ ฐส ามารถจดั แบง ออกเปน 4 ประเภทโดยมองใน 2 มติ ิ ไดแ ก
- ระหวา ง นยิ ามทเี่ นนระบบที่เลียนแบบมนษุ ย กับ นิยามทเี่ นนระบบทร่ี ะบบที่มเี หตุผล
(แตไ มจาํ เปนตองเหมอื นมนษุ ย)
- ระหวาง นิยามท่เี นนความคิดเปนหลกั กับ นิยามท่ีเนน การกระทําเปนหลัก
ปจจบุ นั งานวิจยั หลกั ๆ ของ AI จะมแี นวคดิ ในรูปทีเ่ นน เหตุผลเปนหลัก เนือ่ งจากการนาํ AI
ไปประยกุ ตใ ชแ กป ญหา ไมจาํ เปน ตอ งอาศยั อารมณหรือความรูสกึ ของมนุษย อยางไรก็ตามนิยาม
ท้ัง 4 ไมไดตา งกนั โดยสมบูรณ นิยามท้ัง 4 ตางก็มีสวนรว มท่คี าบเกี่ยวกนั อยู นิยามดังกลา วคอื
1. ระบบทีค่ ดิ เหมอื นมนุษย
1.1 [AI คือ] ความพยายามใหมอันนาต่นื เตนท่ีจะทําใหค อมพวิ เตอรคิดได ... เครื่องจักรท่ีมี
สตปิ ญ ญาอยางครบถวนและแทจ รงิ
1.2 [AI คือ กลไกของ]กจิ กรรมทเ่ี กี่ยวของกับความคิดมนษุ ย เชน การตดั สนิ ใจ การแกป ญหา
การเรียนรู
หมายเหตุ กอ นท่จี ะทําใหเ ครอื่ งคิดอยา งมนษุ ยไ ด ตอ งรูกอนวามนษุ ยมีกระบวนการคดิ อยางไร
ซึง่ การวิเคราะหล ักษณะการคดิ ของมนษุ ย เปน ศาสตรด า น science เชน ศึกษาการเรียงตัวของเซลล
สมองในสามมติ ิ ศกึ ษาการถา ยเทประจไุ ฟฟา และวเิ คราะหก ารเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟาในรางกาย
ระหวา งการคดิ ซ่ึงจนถึงปจ จบุ ัน (พ.ศ. 2548) เรากย็ ังไมรูแ นช ัดวา มนษุ ยเ รา คดิ ไดอยา งไร
2. ระบบทีก่ ระทาํ เหมอื นมนุษย
2.1 [AI คือ] วิชาของการสรางเครอื่ งจักรที่ทํางานในสิ่งซึ่งอาศัยปญ ญาเมือ่ กระทาํ โดยมนษุ ย
2.2 [AI คอื ] การศึกษาวิธีทาํ ใหค อมพิวเตอรกระทําในสิ่งท่ีมนุษยทาํ ไดด กี วาในขณะนั้น
หมายเหตุ การกระทําเหมือนมนุษย เชน
- ส่ือสารไดดว ยภาษาทมี่ นุษยใช เชน ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวอยางคือ การแปลงขอ ความ
เปน คําพดู และการแปลงคาํ พูดเปน ขอความ
- มปี ระสาทรับสมั ผัสคลายมนุษย เชน คอมพวิ เตอรรับภาพไดโ ดยอุปกรณรับสมั ผัส
แลว นําภาพไปประมวลผล
- เคลื่อนไหวไดค ลา ยมนษุ ย เชน หนุ ยนตช ว ยงานตา ง ๆ อยา งการดูดฝนุ เคลื่อนยา ยส่งิ ของ
- เรยี นรไู ดโ ดยสามาถตรวจจบั รูปแบบการเกดิ ของเหตกุ ารณใด ๆ แลว ปรับตัวสสู ง่ิ แวดลอ ม
ทีเ่ ปล่ียนไปได
3. ระบบท่คี ิดอยา งมีเหตุผล
3.1 [AI คือ] การศกึ ษาความสามารถในดา นสตปิ ญญาโดยการใชโ มเดลการคํานวณ
3.2 [AI คือ] การศกึ ษาวธิ ีการคํานวณทีส่ ามารถรบั รู ใชเ หตผุ ล และกระทาํ
หมายเหตุ คดิ อยา งมีเหตุผล หรอื คดิ ถูกตอ ง เชน ใชห ลกั ตรรกศาสตรใ นการคิดหาคําตอบ
อยางมีเหตุผล เชน ระบบผเู ชยี่ วชาญ
4. ระบบที่กระทําอยางมเี หตุผล
4.1 [AI คอื ] เกี่ยวของกับพฤติกรรมที่แสดงปญญาในส่งิ ทม่ี นุษยส รางขน้ึ
ตวั อยางของปญ ญาประดษิ ฐ(Artificial Intelligence)
การสรางปญญาประดษิ ฐมี กระบวนการสรา ง 2 ดานคอื พฒั นากระบวนการคิดของเทคโนโลยี
ซ่งึ เปรยี บเหมอื นสมองของมนษุ ยและพฒั นากระบวนการโดยเครื่องจกั รเปรียบเหมอื นรา งกายของ
มนุษย โดยทั้ง 2 ตองมีความสอดคลองซึ่งกนั และกนั โดยการพฒั นาดานกระบวนการคิดของมนษุ ย
นั้นเปน การเขยี นโปรแกรมขึ้นมาในเงื่อนไขกบั งานทต่ี องการ
ดังนนั้ การสรางปญ ญาประดิษฐน ้ันไดข ึน้ อยกู บั วัตถุประสงค จงึ ทําใหเกดิ การผสมผสานกับ
ศาสตรดา นตางๆ เกิดเปน เทคโนโลยีและระบบการทาํ งานหลายแขนง ไดแก
1. หุน ยนต
เปน การเรยี นรูดานสรีระของมนุษย ซึ่งในปจจุบัน สถาบนั การศึกษาระดบั อุดมศึกษามคี วาม
สนใจในเรอื่ งนี้เปนอยา งมาก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลาธนบรุ ไี ดจ ัดตง้ั ศนู ยว ิจัย
ทช่ี ื่อวา FIBO
หุนยนตควบคุมการทาํ งานในโรงงานอตุ สาหกรรม
หนุ ยนตท่เี ปน ของเลน ของเด็ก
2. ระบบผูเช่ียวชาญ
เปน ลกั ษณะเนน ทอี่ งคความรู โดยใชผ เู ชีย่ วชาญแตละสาขามาเกยี่ วของเพอ่ื ประยกุ ตใ ชก ับงาน
เฉพาะดา น เชน เคร่ืองมอื ในการพัฒนาและวจิ ัยการแพทย
3. การประมวลผลภาษาธรรมชาติและเทคโนโลยเี สยี ง
เปนการสอื่ สารระหวางผใู ชก บั อปุ กรณเทคโนโลยี เชน การสงอเี มลดวยเสยี ง หรอื การโทรออก
ของโทรศัพทมือถือดว ยเสียง
4. คอมพวิ เตอรโ ครงขา ยใยประสาท
เปนการเลียนแบบการทาํ งานของสมองมนษุ ย ซ่งึ สามารถประมวลผลขอมลู สารสนเทศคราวละ
มากๆ เชนโปรแกรม NeroXL Predictor เปนโปรแกรมท่ใี ชพ ยากรณหนุ และการลงทุนดานการตลาด
หรือการสบื คน ส่ือสารสนเทศในหอสมดุ สุรตั นโ อสถานเุ คราะหข องมหาวทิ ยาลัยกรุงเทพ
5. ระบบชวยสอนอันชาญฉลาด และระบบความจรงิ เสมือน(Vertual Reality Systems)
เปน ระบบในการสอนมนุษยโ ดยเคร่ืองคอมพวิ เตอรซึง่ ขณะน้ีเปน ทีน่ ยิ มในโรงเรยี น
และประยุกตใ นวงการทหารและองคก รธรุ กจิ โดยจําลองสถานการณแ ละการทดสอบ
จากขางตน ไดรูเ รื่องเทคโนโลยีและระบบทาํ งานหลายแขนงทจี่ ําแนกออกมาใชในองคกรตา งๆ
นอกจากจะชวยใหการใชงานในเทคโนโลยเี ปน เรื่องที่งายขึ้นและยงั มีประโยชนในดานอน่ื ดงั นี้
1. ชวยพฒั นาในดา นศกั ยภาพการเรียนรูของมนุษย
2. ชวยใหก ระบวนการในการแกปญหามคี วามรวดเรว็ และมคี วามสอดคลอ งกนั มากขน้ึ
3. กระบวนการในการประมวลผลมคี วามเท่ียงตรง
4. ชว ยแกป ญ หาทีไ่ มส ามารถแกเ องได หรอื ยากตอ การแกไขดวยการใชร ะบบสนับสนุนการตดั สนิ ใจ
แบบธรรมดาของมนุษย
5. สนบั สนุนในการแกปญ หาท่ขี อ มูลไมชดั เจนหรือไมสมบรู ณ
6. ชวยคน หาวิเคราะหสรุปความหรือแปลผลสารสนเทศทีม่ ีจํานวนมากได
7. ชว ยเพิม่ ผลติ ผลในการทํางานมากข้ึน
นอกจากปญญาประดษิ ฐจะมีประโยชนแ ลวยอมตอ งมีขอจํากดั และขดี ความสามารถในการ
ทาํ งานของมนั เชน กัน
1. ปญ ญาประดษิ ฐจะไมมคี วามคิดรเิ รมิ่ สรางสรรคแ ละแรงบนั ดาลใจ
2. สารสนเทศทีเ่ ปนองคความรู (ความรบู วกประสบการณ) สําหรบั ปญ ญาประดิษฐแลวจะตองแปล
สารสนเทศนน้ั กอนจึงจะสามารถเขาใจและใชง านไดใ นขณะท่ีมนุษยสามารถเขาใจสารสนเทศ
นั้นไดเ ลย
3. การใหเ หตผุ ลจะดีกวามนษุ ยกต็ อเม่ือเปนปญหาเฉพาะดา นเทา นั้น จากเดมิ ในการสราง
ปญ ญาประดิษฐม ีทศิ ทางการพัฒนาท่เี นน การเอื้ออํานวย สะดวกสบาย และเขา ถึงตวั มนษุ ยแ ตในอนาคต
อาจเนน ไปเชงิ ธรุ กิจอยางเตม็ รปู แบบ
ในโลกทุกวันนมี้ ีองคความรูเกิดขึ้นอยางมากมาย และรวดเร็ว ซง่ึ มอี ยูหลายดานดว ยกัน จงึ ทําให
เกดิ สง่ิ ประดิษฐดานตางๆ ขึ้นมากมาย เชน เทคโนโลยดี านการส่ือสาร เทคโนโลยดี า นอาหาร
เทคโนโลยดี า นการคมนาคมขนสง เปนตน ส่งิ เหลานเ้ี กิดข้ึนเพ่อื ตอบสนองการดํารงชีวิตของมนษุ ย
และอํานวยความสะดวกสบายความรวดเรว็
ในขณะเดยี วกนั เทคโนโลยีเหลา นก้ี ม็ ีผลในทางลบอยไู มนอ ย ทง้ั ท่เี กดิ ขนึ้ กับชีวิตมนษุ ยโดยตรง
และตอระบบนิเวศทีเ่ ปนสว นสําคัญของการดํารงชวี ิตของมนษุ ย กลา วอีกอยางหน่งึ ก็คอื เทคโนโลยมี ีท้ัง
ผลบวก และผลลบตอมนุษย เพราะโลกมกี ารเปลี่ยนแปลงอยา งรวดเร็ว และระบบ คุณคาดา นวัตถไุ ดรบั
ความสําคัญมากขนึ้ คา นยิ มในการดําเนนิ ชีวิตเปลี่ยนไปอยา งมากและยากท่ีจะหลีกเล่ยี งการใช
เทคโนโลยตี า งๆ โดยเฉพาะเมอื่ เทคโนโลยใี หมๆ มีความสอดคลอ งกบั ปจจยั สี่ ของมนษุ ยท ีต่ องการ
ความสะดวกสบาย ดังนน้ั การหลกี เลี่ยงการใชเทคโนโลยีนั้นเปนไปไมไ ด
มนุษยหลงใหลไปกบั เทคโนโลยีท่ีทันสมัยมากขึ้น นับวันยิง่ ทวีคณู เพราะเทคโนโลยีเปนสง่ิ ท่ี
เกดิ ใหมไ ดอ ยางไมม ีทีส่ ้นิ สุด ย่ิงตอบรบั ความตองการของมนุษยไดม ากเพียงใด มนุษยก ย็ ิง่ ตกอยูเปน
ทาสของมันมากข้ึน ทัง้ ท่ีมนษุ ยเปน เจาของเทคโนโลยี แตก ย็ อมรับวามนั มีสวนชว ยไดม ากโดยเฉพาะ
โลกท่มี ีแตความเรง รีบ และในอนาคตของมนุษยชาติน้ันตองเก่ียวของกับเทคโนโลยีอยา งเล่ียงไมพน แต
จะเปนนายหรือเปนทาสของเทคโนโลยีขึ้นอยูกบั มนุษยเปนผูก าํ หนดเองเทา นน้ั
ตวั อยา งท่ัวไป
พฒั นาหนุ ยนต 'ไอแมลงวนั ' ออกศกึ บนิ ไปสอดแนมศตั รูในแนวรบ
นกั วิทยาศาสตรท หารเมืองผูดีอังกฤษ ไดพ ัฒนาหนุ ยนตแ มลงวนั สามารถปลอยออกไปสืบหา
ตําแหนงท่ีตั้งของทหารขา ศกึ ได
ดร.ราฟาล ไบคาวสกี ผเู ปนแมง าน ระบุวา หนุ ยนตแ มลงวันตวั แรก จะสามารถบินได
ภายใน 10 ปน ี้ เขาสรางตวั ตน แบบ สามารถกระพอื ปก ไดเ ร็ว ในอัตราเทา กบั แมลงวนั ท่ีบนิ รอน
อยูไดแ ลว ในการกลา วแจงกับหนงั สือพมิ พร ายวัน “เดอะ สกอตแมน” เขาแจง วาแมลงวนั หุนยนต
สามารถจะ สง ออกไปบินอยูใ นชอ งแคบๆ ของชองตึก ชองบนั ได อุโมงค หรือตามถา้ํ ตา งๆ เพื่อคนหา
ผูก อการราย หรอื ผูประสบภยั ธรรมชาติ อยา งแผน ดนิ ไหวได
ในขณะท่ีทางฝา ยทหารสหรัฐฯ ซ่ึงชวยออกทนุ วิจยั บางสวน กส็ นใจจะใชม ันขนวตั ถรุ ะเบดิ
เลก็ นอยใหตดิ ตัวไป ซงึ่ ทําใหมนั กลายเปน “สมารต บอมบ” ใหท ําลายเปา หมายเล็กๆ อยางจําเพาะ
เจาะจง เชน เคร่ืองคอมพวิ เตอร โดยไมต อ งทําลายทัง้ อาคารได
NASA ประดษิ ฐหนุ ยนตส าํ รวจอวกาศแบบเปลยี่ นรูปรา งไดตามสภาพแวดลอม "TETWalker"
“หุนยนตรุนใหมนจี้ ะสามารถสํารวจโลกใหมไ ดง ายย่งิ ขนึ้ โดยการเปลย่ี นรูปทรงของมันเองให
เขา กบั สถานการณแ ละสภาพแวดลอมตา งๆ”
เมื่ออาทิตยท่ผี า นมานกั วทิ ยาศาสตรท่ีศูนย NASA’s Goddard Space Flight Center ประสพ
ความสาํ เร็จในการประกอบหุนยนตสํารวจอวกาศและดวงจนั ทรแบบใหม กลมุ นกั วิจยั ดังกลาวเสริม
ดวยวางานวจิ ยั หนุ ยนตนีจ้ ะสามารถนาํ ไปใชกบั สภาพแวดลอมทโ่ี หดรา ยบนโลกไดดวย
พาเมลา คลา รก (Pamela Clark) ศาสตราจารยแ หง มหาวิทยาลยั Catholic University of America
หน่ึงในผอู อกแบบหนุ ยนตดงั กลาวใหสัมภาษณวา หุนยนตต ัวนจี้ ะไมมีการเคล่อื นทีแ่ บบขับเคลื่อนดวย
ลอ เดนิ หรอื กลง้ิ ไปตามพน้ื ผวิ ท่ีตอ งการสํารวจ หากแตม นั จะมกี ารเคลื่อนที่พรอ มกบั การเปลี่ยนรูปทรง
ในลักษณะ “เซ” ไปมาโดยกลุมนักวจิ ยั เรยี กการเคลื่อนทีล่ ักษณะนีว้ า “Drunken-Sailor Walk” (กะลาสี
เรอื เมา)
หุนยนตท่ีถือไดวามขี นาดเล็กตวั นี้ประกอบไปดว ยโครงสรางที่สามารถยดื หดไดซง่ึ มีจุด
ศนู ยก ลางในการเคลือ่ นท่ีอยทู ่ีขอ ตอ /จุดเชือ่ มแบบกลม (Node) โดยมบี ารบางๆอยูรอบๆ Node เปน
ลักษณะรปู ทรงสด่ี า นซ่งึ จะมหี นวยประมวลผลและอุปกรณตรวจวัดอยูต รงกลาง หนุ ยนตจ ะเคล่ือนท่ี
โดยการยืดหรือหดบารร อบๆ Node เพ่อื เปล่ียนรูปทรงตวั เองจนจดุ ศนู ยถวง (Center of Gravity) เทไป
ในดานที่ตองการซ่งึ จะสงผลทําใหร ูปทรงโดยรวมเซไปในลักษณะเหมือนกับการลม และขนั้ ตอน
ดงั กลา วกจ็ ะถูกปฏิบัติตอไปเรื่อยๆจนกวาจะถึงที่หมาย โดยรูปทรงทีเ่ จา หุนยนตตวั น้จี ะสามารถ
เปลี่ยนแปลงไประหวา งการเคลื่อนที่นน้ั ขึน้ อยกู ับสภาพแวดลอมและสภาพพนื้ ผวิ โดยทัว่ ไปมันจะ
สามารถแปลงเปน รปู ทรงสามเหลี่ยม วงกลม หรือแมท ่ีแบบราบไปกับพ้นื ผิว ขอดขี องการเคลอื่ นที่
ลักษณะน้ีคือจะทําใหหนุ ยนตสามารถสาํ รวจไปในพืน้ ทท่ี ี่ยากตอการเขา ถงึ เชนหลมุ ทลี่ กึ และชันหรือ
แมแตก ารไตผ าสงู
การเคลื่อนโดยการถายเทจุดศนู ยถวงในลกั ษณะดังกลาวอาจฟง ดเู หมือนเปน การเคลื่อนท่ีทไ่ี ม
สะดวกและไมใ หผ ลดใี ดๆ แตด ร.คลา รกยืนยนั วา การเคลือ่ นท่ีดังกลาวจะสามารถทาํ ใหห นุ ยนตขอพวก
เขาสามารถผานอุปสรรคตา งๆ พื้นผวิ ที่ลื่นมากๆ หรอื แมแ ตเนนิ ทม่ี คี วามชนั สูง คํากลาวดงั กลาวไดรับ
การพิสจู นแ ลว เม่อื เดือนที่ผานมาโดยหนุ ยนตต น แบบสามารถปนเขาไดอยา งสบายๆแมลมจะแรงขนาด
ทก่ี ลุมนักวจิ ยั ยงั ตองระวงั ท่ีจะตกเขาในระหวา งการทดสอบ
หุนยนตท ดลองตวั ใหมท ี่เพงิ่ ประกอบเสร็จเมอ่ื อาทิตยที่ผานมาประกอบไปดวยโครงสรางของ
หนุ ยนตต นแบบรูปทรงสเ่ี หล่ียมถงึ 12 ตวั ดร.คลารกใหเหตผุ ลวา การเพมิ่ จํานวนโครงสรา งจะทาํ ใหเกิด
สภาพคลองทด่ี ีขึน้ ในการเคลื่อนทแี่ ละหนว ยประมวลผลจะสามารถปรับและควบคมุ รูปทรงที่
เปลี่ยนแปลงไดระเอียดและดยี ิง่ ขน้ึ โดยองคประกอบและขนาดของหนุ ยนตต น แบบเดมิ ก็ไมจ าํ เปน ตอ ง
มีการปรับเปลี่ยนอะไรมาก
ดร.คลารก ยังใหสัมภาษณดวยวา ส่ิงที่ยากที่สดุ ในงานวิจยั นีค้ อื อลั กอริธมึ (Algorithm) ทีใ่ ชในการ
ควบคมุ เนือ่ งจากมนั เปนการยากมากท่ีจะนึกภาพโครงสราง 26 ชิน้ ซง่ึ เชอื่ มตอกับ Node มากมาย
เคลอื่ นที่เพ่อื นําหุนยนตไ ปในท่ที ่ีตองการโดยไมตองใชล อ นอกจากน้ันโครงสรา งแตละช้ินยังจะตอง
สามารถถอดเปลี่ยนไดอยางงา ยดายเพื่อไมใหงานสํารวจอวกาศลาชาหากเกิดการชาํ รุดในโครงสรางบาง
ชนิ้ จากอบุ ตั เิ หตุท่อี าจเกดิ ข้นึ ได
เพราะฉะน้ันงานวจิ ัยดังกลา วกําลงั อยใู นขั้นตอนการคิดหาอลั กอรธิ มึ การเคลื่อนท่ีใหมๆ ใน
ลกั ษณะตา งๆกนั ออกไปทเ่ี หมาะสมสาํ หรับการเคลือ่ นที่บนสภาพพน้ื ผิวตา งๆท่ีอาจจะพบในการสาํ รวจ
อวกาศ การคิดหา อลั กอริธมึ นจี้ ะรวมไปถงึ การคิดในเชงิ โครงสรา งวาโครงสรางแตละช้ินจะตอ งยืดหด
เทา ใดและในลาํ ดับใด ในเบ้อื งตนดร.คลารกกาํ ลังคิดชุดคําสง่ั สําหรบั การเคล่ือนที่แบบอะมีบา
(Amoeba) ซึ่งจะทําใหหุน ยนตเคล่อื นที่เหมือนสตั วเ ซลเดียวทีค่ ลานไปตามพ้ืนผวิ โดยจะพยายามยืดเซล
ของตวั เองไปในทางท่ีตองการในแนวราบลกั ษณะเดยี วกบั การยดื หรือหดโครงสรา งของรูปทรงหนุ ยนต
ของเขา การเคล่อื นที่แบบน้จี ะชวยทําใหมีการสญู เสียพลงั งานสาํ หรับตัวขับที่ตองใชออกแรงตานแรง
โนม ถวงนอยลงเน่อื งจากไมม ีการเคลอ่ื นท่ีในแนวดิง่
หลงั จากการทดลองอันยาวนานในหองทดลอง ทีมวจิ ยั ก็พรอ มทจ่ี ะนําหุนยนตต นแบบตัวใหมน้ี
ไปทดลองกบั สภาพแวดลอมจริงโดยสถานท่ีทดลองจะเปน ที่ Sedan Crater ในรฐั เนวาดา (Nevada)
ประเทศสหรัฐอเมริกา สถานที่ทดลองดังกลา วเปน สถานท่ที ดสอบระเบิดนวิ เคลียเกา (Nuclear Bomb
Test Site) ซ่ึงประกอบไปดวยเนินเขาท่ีมคี วามชนั ถงึ 40 องศาและมสี ภาพพ้นื เปน ทรายรวน คุณสมบัติ
ของสถานท่ที ดลองใหมนี้ตางไปจากสถานที่ทดลองเดินทใี่ ชทดสอบหุนยนตตนแบบรปู ทรงสเี่ หลี่ยม
ซึง่ มีความลาดชันเพยี ง 23 องศาและพ้ืนดนิ เปนหนิ กรวด หนุ ยนตแบบปรับเปลย่ี นรูปทรงไดจะตอ ง
สามารถผานอุปสรรคนี้ไปไดโ ดยไมม คี วามลาชาเมอื่ เทยี บกับหนุ ยนตห รือรถสํารวจอวกาศ
ทีมวจิ ยั ไดเ ตรียมหนุ ยนตสาํ หรบั การสาํ รวจดวงจนั ทรและดาวอังคารไวเรยี บรอ ยแลวโดยเชอ่ื วา
หนุ ยนตของพวกเขาจะสามารถสาํ รวจดาวเคราะหด ังกลา วในบริเวณที่รถสาํ รวจอวกาศเขา ไมถ งึ ทงั้ ยงั
จะสามารถปนเขาหรือรองเขาแคบๆไดโ ดยเทคนคิ การปน เขาของคนเพื่อท่กี ารสาํ รวจจะสามารถเก็บ
ขอมลู และตัวอยางจากท่ีท่ีมีความนาสนใจทัง้ ในทางชวี วิทยาและธรณีวทิ ยา
ทมี นักวิจัยหวังวา หุนยนตของพวกเขาจะสามารถทํางานรวมกับรถสาํ รวจอวกาศไดใ นลักษณะที่
รถสํารวจอวกาศจะทาํ หนาทเี่ ปน ฐานและเปน พาหนะใหหนุ ยนตข องพวกเขาเพื่อนํากลุม หุน ยนต
ดังกลา วไปในที่ท่ีตองการสํารวจและทํางานเสมอื นเปน “กลุม ทหารพรานหรือหนว ยสอดแนมยอ ย”
โรมัน
ไรมนั (Riman) คอื สง่ิ ประดิษฐอ ันนา ภาคภมู ิใจของสถาบนั วิจยั ไรเคน (RIKEN) ประเทศญ่ีปุน
ซง่ึ สถาบนั วิจัยแหง นท้ี าํ การคนควา วิจัยและประดิษฐห นุ ยนตท่ีชวยเหลอื ทางดา นการแพทย และ
ทางดา นการชว ยเหลือมนุษยโ ดยเฉพาะผูป ว ย ซึง่ เจาไรมันก็เปน ส่ิงประดษิ ฐท่ีไดรับการยกยองจาก
นติ ยสารไทมว าเปน หนึ่งในสดุ ยอดสง่ิ ประดิษฐแ หง ป 2006
การทาํ งานของไรมันนนั้ เกดิ ขนึ้ จากการคนควา วิจัย และตองการทจ่ี ะประดิษฐห ุนยนตท ีม่ คี วาม
ยดื หยนุ สงู มีการเคลอื่ นไหวคลายกับการทาํ งานของกลามเนอื้ ในระบบชวี วิทยาของมนุษยเรา ซง่ึ ทางทีม
วจิ ัยไดตง้ั เปา หมายที่จะสรา งส่ิงประดษิ ฐท างวิศวกรรมขั้นสูง เชน หุน ยนตที่มกี ารโตต อบ หรอื ปฏิบตั ิ
กับมนษุ ยอยางนมุ นวล ออนโยน
ไรมนั เปนหุนยนตท่ีสามารถดแู ลมนษุ ยได หรอื สามารถทํางานเกี่ยวกับการชวยเหลอื ผปู วยได
และจากลกั ษณะการทาํ งานทีม่ ีประสทิ ธิภาพของไรมันนี่เอง จะทาํ ใหมนั เปนหนุ ยนตทีม่ ีประโยชน
มากๆ ในทางการแพทยและการพยาบาล
ในตวั ไรมนั จะมีการตดิ ตงั้ เซน็ เซอรที่ใหความสามารถในการมองเห็น รับรูถึงกล่นิ และไดย นิ
เสยี งรอบขาง นอกจากนมี้ ันยงั มีสามารถปรบั ระดับความดนั ที่แขนและหนา อกถึง 320 ระดับ ซ่งึ จะทํา
ใหม ันรบั รูห รือรับความรูสกึ ไดถึงตาํ แหนง และนาํ้ หนักท่ีตา งกนั ของอะไรก็ตามท่ีมันถอื หรืออุมอยู
เพอ่ื ท่ีมันจะปฏบิ ัตติ อสิง่ ๆนน้ั ไดอยางเหมาะสม ปจจุบันถงึ แมวาไรมันจะสามารถยกวัตถุ หรอื มนุษยได
มากถงึ 80 ปอนด แตน กั วจิ ยั ก็ยงั ตองการท่ีจะพฒั นาท่จี ะเพ่มิ ประสิทธิภาพของมอเตอรในแขนของ
หุนยนตใ หแ ข็งแรงมากขนึ้ เพ่ือที่จะยกวตั ถุทห่ี นกั ข้นึ โดยไมเพ่ิมขนาดของหนุ ยนต
ซง่ึ ลกั ษณะเดนของไรมัน มดี งั น้ี
1. ที่บริเวณแขนทง้ั สองขา ง และรางกายสว นบนต้ังแตหัวถึงอกจะมกี ารฝง เซ็นเซอรท เ่ี กย่ี วกับการสัมผัส
หรอื ประสาทสัมผัส เพอ่ื จะวัดและทําการประมวลผลใหไรมันสามารถปฏบิ ัติตอ สิ่งทม่ี นั สมั ผัสไดอ ยา ง
ถูกตอ ง เหมาะสม
2.เนอ่ื งจากไรมันถูกออกแบบมาเพ่ือใหช วยเหลือมนุษย และทาํ งานทางการแพทย ดงั นั้นรา งกายของมนั
จึงถูกสรา งข้นึ มาโดยใชวสั ดทุ ี่นมุ และไมเ ปนอันตรายตอมนษุ ย
3.ภายในแขนของไรมันจะมมี อเตอรท ่ีทํางานขา งละหกตัว โดยมอเตอรเหลา นจ้ี ะทาํ งานเปนคู ซงึ่ จะทํา
ใหก ารงอแขน หรือการเคลอ่ื นไหวเปน ไปอยางสมดลุ และคลา ยขอ ตอ ของมนุษยเ รามาก
4.ภายในรา งกายของไรมันจะมกี ารฝงตัวควบคมุ การทํางานทีส่ ามารถทาํ งานไดดว ยตวั มันเอง ทงั้ หมด
15 ตวั ซ่งึ การใชเจาคอมพวิ เตอรอ ันเล็กทั้ง 15 ตวั น่ีเองที่เปนเทคนิคท่ีทําใหขนาดของไรมนั มีขนาด
กะทดั รดั
5.ไรมนั จะไดย นิ เสียงทางหูท้ังสองขา ง ทมี่ ีไมโครโฟนตดิ อยูแ ละเชื่อมตอกบั ตวั สะทอนเสียงท่ที าํ งาน
คลายหขู องคนเรา และทตี่ าของมนั จะมีกลอ งติดอยูเพื่อทจี่ ะทาํ งานในการหาตําแหนง ของผูพูดหรอื ผใู ช
โดยการทาํ งานทางการรับรูทางตาและหูจะทาํ งานเช่ือมโยงกัน เพ่ือระบหุ าผูใชงาน
ซ่ึงรายละเอยี ดอนื่ ๆ สามารถเขา ไปดูเพมิ่ เตมิ ในเวบ็ ไซดสว นตวั ของหุนยนตไรมัน
ไมแนน ะ ในอนาคตขา งหนา นี้ เราอาจจะมีหุน ยนตลกั ษณะเหมอื นเจา ไรมันมาทํางานแทนพยาบาลใน
โรงพยาบาลทัว่ ไปกเ็ ปนได
หนุ ยนตปลาคารฟ
ทีเ่ มืองฮโิ รชิมา บริษทั Ryomei Engineering
สรางหุน ยนตป ลาคารฟ ขนาด 31 น้ิวขึน้ มา
ชอื่ วา “Nishiki koi carp” ซึง่ เปน หุนยนตปลาตัวท่ี 5
ที่ผลิตขนึ้ มาทเี่ อาไวเ พอ่ื ตรวจสอบคณุ ภาพน้าํ
โดยจะถา ยรูป (ใช censor เปน CCD นะ) ใตน้าํ ไว
การเคลอ่ื นท่ี ก็เปนลักษณะ การวายนาํ้ ของปลาคารฟ
เลยควบคมุ การเคลอ่ื นทีโ่ ดยใช remote control อีกที
ตวั อยางภาพหุนยนตป ระดษิ ฐ