The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายวิชาโปรแกรมตารางงาน รหัสวิชา 20204-2103

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Project G3, 2023-11-10 02:31:49

หน่วยที่ 1 ลักษณะพื้นฐานของโปรแกรมตารางงาน

รายวิชาโปรแกรมตารางงาน รหัสวิชา 20204-2103

แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้งานส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Microsoft Excel 2016 1.อธิบายคุณสมบัติทั่วไปของโปรแกรม Microsoft Excel 2016 ได้ 2.สามารถเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Excel 2016 ได้ 3.อธิบายส่วนประกอบหน้าจอของ Microsoft Excel 2016 4.อธิบายส่วนประกอบของแผ่นงาน (Worksheet) 5.สามารถใช้งานริบบอน (Ribbon) ได้ 6.สามารถจัดการกับแทบเครื่องมือด่วน (Quick Access Toolbar) ได้ 7.สามารถเรียกใช้แท็บอื่นๆได้ 8.สามารถสร้างสมุดงานใหม่ (New) ได้ 9.สามารถบันทึกสมุดงาน (Save) ได้ 10.สามารถปิดสมุดงาน และออกจากโปรแกรม (Close) ได้ 11.สามารถเปิดสมุดงาน (Open) ได้


โปรแกรม Microsoft Excel 2016 เป็นโปรแกรมหนึ่งในชุด Microsoft Excel 2016 หรือชุดโปรแกรม สำนักงาน พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟท์คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นสุดยอดโปรแกรมสำหรับการคำนวณซึ่งผู้ใช้ สามารถจัดเก็บ ปรับปรุง และวิเคราะห์ช้อมูลในตารางเพื่อใช้ในงานธุรกิจและงานทั่วไปได้ โดยโปรแกรม Microsoft Excel 2016 ได้มีการพัฒนาขึ้นจากโปรแกรม Microsoft Excel 2016 รุ่นก่อนๆ และมีการเพิ่ม การใช้งานรูปแบบใหม่ คุณสมบัติโดยทั่วไปของโปรแกรม Microsoft Excel 2016 สรุปได้ดังนี้ 1.พัฒนาระบบ Ribbon ให้มีการใช้งานที่ง่ายขึ้นจาก Microsoft Excel เวอร์ชันก่อน 2.มีการนำ Microsoft Backstage View มาใช้งาน โดยเมื่อคลิกที่ File tab จะเป็นการเข้าสู่ Microsoft Backstage View ซึ่งผู้ใช้สามารถจัดการกับไฟล์งานได้สะดวกขึ้น 3.สามารถใช้งาน Microsoft Excel Online เพื่อใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้ 4.เพิ่มคุณสมบัติใหม่ เช่น Sparklines มีลักษณะเป็นราฟขนาดเล็กที่สามารถบรรจุอยู่ภายใน Cell ได้ และ Slicers ใช้ในการกรองข้อมูลภายใน PivotTable รวมไปถึงพัฒนา PivotTable ให้มีการใช้งานที่ง่ายขึ้น 5.พัฒนา Conditional formatting สำหรับการเน้นความสำคัญของข้อมูลที่หน้าสนใจ ให้มีความ หลากหลายขึ้น 6.เพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีการพัฒนา Power Pivot for Excel add-in,Solver add-in และเพิ่มความแม่นยำของฟังก์ชัน 7.สามารถใช้งานในระบบปฏิบัติการ 64-Bit ได้ 8.สามารถใช้งานสมการทางคณิตศาสตร์ในแผ่นงานได้ จากคุณสมบัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่าโปรแกรม Microsoft Excel 2016 มีประโยชนร์กับผู้ใช้เกือบทุกสาขา อาชีพ เช่น นักบัญชี ช่วยในการสร้างแบบฟอร์มและจัดทำบัญชี นักการตลาด ช่วยในการสรุปข้อมูล แบบสอบถามจำนวนมาก นักวางแผน ช่วยในการพยากรณ์ ครู-อาจารย์ ช่วยในการตัดเกรด นักเรียน นักศึกษา วิศวกร ช่วยในการทำแผนภูมิ พนักงานการเงิน ช่วยในการทำทะเบียนเงินเดือนและค่าแรง พนักงานสินเชื่อ ช่วยในการคำนวณดอกเบี้ย เงินค่างวด เป็นต้น คุณสมบัติทั่วไปของโปรแกรม Microsoft Excel 2016


วิธีที่ 1 คลิกเมาส์ที่ปุ่ม ที่ทาสก์บาร์ และเลือกคลิกที่ Excel 2016 ดังภาพ ภาพที่ 1.1 การเปิดโปรแกรม วิธีที่1 วิธีที่2 คลิกเลือกไอคอน Shortcut บนหน้าจอ Desktop โดยดับเบิ้ลคลิกที่รูป ภาพที่ 1.2 การเปิดโปรแกรม วิธีที่2 การเรียกใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel 2016 2.เลือก Excel เพื่อเปิดโปรแกรม 1.คลิกปุ่ม Start


Microsoft Excel 2016 มีลักษณะใกล้เคียงกับ Microsoft Excel 2010 แตกต่างกันในส่วน ของความสามารถที่เพิ่มขึ้น มีการจัด Interface ที่ดีขึ้น ใช้งานร่วมกับเว็บเบราว์เซอร์ โดยเปิดและ แก้ไข้ข้อมูลในโปรแกรมผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้ทันที สามารถทำงานร่วมกับการบริการ Cloud โปรแกรมใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต สมาร์ตโฟน หรืออุปกรณ์หน้าจอสัมผัสได้ โปรแกรมสามารถวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใหม่ที่เข้าใจง่ายขึ้น เช่น Analysis Toolpak,Slicer และ Format Builder ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงาน สามารถแชร์ข้อมูลผ่าน อินเทอร์เน็ต ลักษณะและรายละเอียดส่วนประกอบหน้าจอของ Microsoft Excel 2016 มีดังนี้ ภาพที่ 1.3 ส่วนประกอบของหน้าจอ ส่วนประกอบหน้าจอของ Microsoft Excel 2016


1. File Tab เป็นศูนย์รวมคำสั่งจัดการกับไฟล์ทั่วไป เช่น Save, Open, New เป็นต้น 2. Quick Access Toolbar (แถบเครื่องมือด่วน) เป็นปุ่มคำสั่งด่วนและคำสั่งสำคัญๆที่ใช้เป็น ประจำ ผู้ใช้สามารถเพิ่มหรือลดปุ่มคำสั่งได้ตามต้องการ 3. Title Bar (แถบชื่อเรื่อง) เป็นส่วนแสดงชื่อโปรแกรม ชื่อสมุดงานและชื่อประเภทของสมุด งาน 4. Menu Bar (แถบเมนู) เป็นส่วนแสดงกลุ่มของชุดคำสั่งต่างๆ ในการทำงานของโปรแกรม Microsoft Excel 2016 ซึ่งประกอบด้วย File, Home, Insert, Page, Layout, Formulas, Data, Review, View และ Power Pivot 5. Minimize Button ปุ่มสำหรับย่อหน้าจอ 6. Maximize Button ปุ่มสำหรับย่อ-ขยาย 7. Close Button ปุ่มสำหรับปิดโปรแกรม 8. Ribbon เป็นชุดคำสั่งและปุ่มเรื่องมือต่างๆ โดยจัดเป็นกลุ่มๆ ตามการใช้งานให้ใช้ได้ สะดวกยิ่งขึ้น 9. Active Cell (เซลล์ที่ทำงานอยู่) เป็นส่วนแสดงการทำงานในขณะนั้นว่าทำงานอยู่ที่เซลล์ ใด 10.Formula Bar (แถบสูตรคำนวณ) เป็นส่วนแสดงสูตรในการคำนวณ รวมทั้งแก้ไขหรือ ปรับเปลี่ยนข้อมูลในเซลล์ 11.Scroll Bar (แถบเลื่อน) เป็นส่วนที่ใช้เลื่อนหน้าจอ ขึ้น-ลง หรือเลื่อนไปซ้าย-ขวาเพื่อย้าย ไปดูข้อมูลบนแผ่นงานในกรณีที่แผ่นงานมีขนาดใหญืไม่สามารถแสดงข้ออมูลได้หมดใน หน้าจอเดียวแถบเลื่อนนี้มีทั้งแนวตั้งและแนวนอน 12.Sheet Tab เป็นส่วนแสดงชื่อของแผ่นงานที่ใช้งานอยู่ในสมุดงาน 13. Zoom เป็นเครื่องมือย่อ-ขยายหน้าจอ


แผ่นงาน เป็นบริเวณที่ใช้สำหรับจัดการกับข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังนี้ ภาพที่ 1.4 ส่วนประกอบแผ่นงาน (Worksheet) 1. Name Box (กล่องชื่อเซลล์) เป็นส่วนแสดงชื่อเซลล์ที่ทำงานอยู่ขณะนั้น 2. Row (แถว) เป็นส่วนแสดงพื้นที่ในแผ่นงานตามแนวนอน โดยมีจำนวนแถวทั้งหมด 1,048,576 แถว 3. Column (คอลัมน์/สดมภ์) เป็นส่วนแสดงพื้นที่ในแผ่นงานตามแนวตั้ง โดยมีจำนวนคอลัมน์ทั้งหมด 16,384 คอลัมน์ ตั้งแต่คอลัมน์ A ถึงคอลัมน์ XFD 4. Cell (เซลล์) เป็นส่วนที่ใช้ในการอ้างอิง โดยเป็นส่วนของ Column และ Row ตัดกัน ดังภาพข้างต้น Active Cell อยู่ที่ Column C, Row 3 หมายความว่าขณะนี้ทำงานอยู่ที่ Cell C3 ส่วนประกอบของแผ่นงาน (Worksheet)


โปรแกรมชุด Microsoft Excel 2016 ได้มีการใช้งาน Ribbon ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มของชุดคำสั่ง แบ่ง ตามประเภทของการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานทำงานได้สะดวกและง่ายขึ้น ประกอบด้วยปุ่มของเครื่องมือ 8 แท็บ มีรายละเอียดดังนี้ 1.File ใช้ในการเข้าสู่ Backstage View เพื่อจัดการกับไฟล์งานต่างๆ เช่น การบันทึกไฟล์ การเปิด-ปิดไฟล์และการพิมพ์งาน เป็นต้น ภาพที่ 1.5 Ribbon File ตารางที่ 1.1 คำสั่งใน Ribbon File หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Save, Save As บันทึกสมุดงาน 2 Open เปิดสมุดงาน 3 Close ปิดสมุดงาน 4 Info แสดงข้อมูลของสมุดงาน การใช้งานริบบอน (Ribbon)


ตารางที่ 1.1 คำสั่งใน Ribbon File (ต่อ) หมายถึง คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 5 Share บันทึกเอกสารและส่งเอกสารไปยังอีเมลหรือผ่านเครือข่าย 6 New สร้างสมุดงานใหม่ 7 Print พิมพ์สมุดงาน 8 Export การส่งเอกสารแบบ PDF/XPS 9 Account บัญชีผู้ใช้ ลงชื่อเข้าใช้ office 10 Options ตัวเลือกสำหรับกำหนดค่าต่างๆ ของโปรแกรม 2.Home ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 7 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.6 Ribbon Home กลุ่มที่ 2.1 Clipboard (คลิปบอร์ด) กลุ่มที่ 2.2 Font (แบบอักษร) กลุ่มที่ 2.3 Alignment (การจัดแนว) กลุ่มที่ 2.4 Number (ตัวเลข) กลุ่มที่ 2.5 Styles (ลักษณะ) กลุ่มที่ 2.6 Cell (เซลล์) กลุ่มที่ 2.7 Editing (การแก้ไข) กลุ่มที่ 2.1 Clipboard (คลิปบอร์ด) ใช้ในการจัดการข้อมูลในแผ่นงาน เช่น การคัดลอก การตัดข้อมูล เป็นต้น ภาพที่ 1.7 Clipboard


ตารางที่ 1.2 คำสั่งใน Clipboard หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ Short key หน้าที่การทำงาน 1 Paste (Ctrl+V) วางข้อมูลที่ตัดหรือคัดลอกไว้ 2 Cut (Ctrl+X) ตัดข้อมูล 3 Copy (Ctrl+C) คัดลอกข้อมูล 4 Format Painter (Ctrl+Shift+C) คัดลอกการจัดรูปแบบข้อมูล กลุ่มที่ 2.2 Font (แบบอักษร) ใช้ในการกำหนดลักษณะของตัวอักษร เช่น ขนาด สีตัวอักษร เป็นต้น ภาพที่ 1.8 Font ตารางที่ 1.3 คำสั่งใน Font หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ Short key หน้าที่การทำงาน 5 Font (Ctrl+Shift+F) เลือกรูปแบบอักษร 6 Font Size (Ctrl+Shift+P) กำหนดขนาดแบบอักษร 7 Increase Font Size (Ctrl+>) เพิ่มขนาดแบบอักษร 8 Decrease Font Size (Ctrl+<) ลดขนาดแบบอักษร 9 Bold (Ctrl+B) ใช้ลักษณะตัวอักษรแบบตัวหนา 10 Italic (Ctrl+I) ใช้ลักษณะตัวอักษรแบบตัวเอียง 11 Underline (Ctrl+U) ใช่ลักษณะอักษรแบบขีดเส้นใต้ 12 Borders - กำหนดรูปแบบเส้นขอบ 13 Fill Color - กำหนดสีพื้นหลังตัวอักษร 14 Font Color - กำหนดสีตัวอักษร


กลุ่มที่ 2.3 Alignment (การจัดแนว) ใช้สำหรับกำหนดการเรียงของตัวอักษร เช่น ให้ตัวอักษรชิดขอบซ้าย หรืออยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษ เป็นต้น ภาพที่ 1.9 Alignment ตาราง 1.4 คำสั่งใน Alignment หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 15 Top Align จัดข้อความชิดด้านบน 16 Middle Align จัดข้อความตรงกลาง 17 Bottom Align จัดข้อความชิดด้านล่าง 18 Orientation การวางแนวตัวอักษร 19 Wrap Text ตัดข้อความ 20 Align Text Left จัดแนวข้อความชิดซ้าย 21 Center จัดแนวข้อความกึ่งกลาง 22 Align Text Right จัดแนวข้อความชิดขวา 23 Decrease Indent ลดการเยื้อง 24 Increase Indent เพิ่มการเยื้อง 25 Merge & Center ผสานและจัดกึ่งกลาง


กลุ่มที่ 2.4 Number (ตัวเลข) ใช้ในการกำหนดรูปแบบของตัวเลข เช่น กำหนดให้เป็นตัวเลขจำนวนเต็ม แสดงตัวเลขในรูปทศนิยม เป็นต้น ภาพที่ 1.10 Number ตารางที่ 1.5 คำสั่งใน Number หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ Short key หน้าที่การทำงาน 26 Number Format - กำหนดรูปแบบตัวเลข 27 Accounting Number Format - รูปแบบตัวเลขทางบัญชี 28 Percent Style (Ctrl+Shift+%) แสดงตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ 29 Comma Style - ใช้จุลภาคคั่นที่หลักพัน ทุก 3 หลัก ถัดไป 30 Increase Decimal - เพิ่มตำแหน่งทศนิยม 31 Decrease Decimal - ลดต่ำแหน่งทศนิยม กลุ่มที่ 2.5 Style (ลักษณะ) ใช้ในการจัดรูปแบบของข้อมูล ภาพที่ 1.11 Style


ตารางที่ 1.6 คำสั่งใน Style หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 32 Conditional Formatting จัดรูปแบบตามเงื่อนไข 33 Format as Table จัดรูปแบบเป็นตาราง 34 Cell Styles กำหนดลักษณะเซลล์ กลุ่มที่ 2.6 Cell (เซลล์) ภาพที่ 1.12 Cells ตารางที่ 1.7 คำสั่งใน Cells หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 35 Insert Cells แทรกเซลล์ 36 Delete Cells ลบเซลล์ 37 Format รูปแบบ กลุ่มที่ 2.7 Editing (การแก้ไข) ภาพที่ 1.13 Editing


ตารางที่ 1.8 คำสั่งใน Editing หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 38 AutoSum คำนวณผลรวมอัตโนมัติ 39 Fill เติม (ใส่ลวดลายต่อไปในเซลล์ที่ติดกันอย่างน้อยหนึ่งเซลล์) 40 Clear ล้างข้อมูล 41 Sort & Filter เรียงลำดับและกรองข้อมูล 42 Find & Select ค้นหาและเลือก 3.แท็บ Insert (แทรก) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 8 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.14 Ribbon Insert กลุ่มที่ 3.1 Tables (ตาราง) กลุ่มที่ 3.2 Illustrations (ภาพประกอบ) กลุ่มที่ 3.3 Recommended Charts (แผนภูมิ) กลุ่มที่ 3.4 Sparklines (แผนภูมิขนาดเล็ก) กลุ่มที่ 3.5 Filter (ตัวคัดกรอง) กลุ่มที่ 3.6 Links (การเชื่อมโยง) กลุ่มที่ 3.7 Text (ข้อความ) กลุ่มที่ 3.8 Symbols (สัญลักษณ์และสมการทางคณิตศาสตร์) กลุ่มที่ 3.1 Table (ตาราง) ใช้ในการสร้างตารางและ PivotTable ภาพที่ 1.15 Table


ตารางที่ 1.9 คำสั่งใน Tables หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ Short key หน้าที่การทำงาน 1 Insert PivotTable - แทรก PivotTable 2 Table (Ctrl+T) ตาราง กลุ่มที่ 3.2 Illustrations (ภาพประกอบ) ใช้สำหรับแทรกรูปภาพหรือรูปทรงต่างๆลงในแผ่นงาน ภาพที่ 1.16 Illustrations ตารางที่ 1.10 คำสั่งใน Illustrations หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 3 Pictures แทรกรูปภาพจากแฟ้ม 4 Online แทรกภาพตัดปะจากอินเทอร์เน็ต 5 Shapes แทรกรูปร่าง 6 SmartArt แทรกกราฟิก SmartArt(แทรกกราฟิกSmartArt ในการ สื่อวารข้อมูลแบบมองเห็นได้) 7 Screenshot หรือ Pictures แทรกภาพจากโปรแกรมที่แกใช้ง่นอยู่ขณะนั้น กลุ่มที่ 3.3 Recommended Charts (แผนภูมิ) ใช้ในการแทรกแผนภูมิต่างๆ ลงในแผ่นงาน ภาพที่ 1.17 Recommended Charts


ตารางที่ 1.11 คำสั่งใน Recommended Charts หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 8 Column or Bar แทรกแผนภูมิแท่งในแนวตั้ง 9 Line แทรกเส้นกราฟ 10 Pie แทรกแผนภูมิวงกลม 11 Hierarchy แทรกแผนภูมิลำดับชั้น 12 Statistic แทรกแผนภูมิรูปแบบสถิติ 13 Scatter แทรกกราฟแสดงการกระจายข้อมูล 14 Other Charts แทรกแผนภูมิรูปแบบอื่น 15 Combo แทรกแผนภูมิแบบคอมโบ กลุ่มที่ 3.4 Sparklines (แผนภูมิขนาดเล็ก) ใช้ในการแทรกแผนภูมิขนาดเล็กซึ่งสามารถบรรจุอยู่ภายใน เซลล์ได้ เพื่อใช้แสดงแนวโน้มของข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ภาพที่ 1.18 Sparklines ตารางที่ 1.12 คำสั่งใน Sparklines หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 16 Line แทรก Sparklines แบบกราฟเส้น 17 Column แทรก Sparklines แบบแผนภูมิแท่ง 18 Win/Loss แทรก Sparklines แสดงค่าบวก/ลบ ของข้อมูล


กลุ่มที่ 3.5 Filter (ตัวคัดกรอง) ใช้ในการแทรก Slicer สำหรับคัดกรองข้อมูล ภาพที่ 1.19 Filter ตารางที่ 1.13 คำสั่งใน Filter หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 19 Slicer แทรก Slicer ลงในแผ่นงาน กลุ่มที่ 3.6 Links (การเชื่อมโยง) ใช้ในการแทรกการเชื่อมโยงข้อมูล ภาพที่ 1.20 Links ตารางที่ 1.14 คำสั่งใน Links หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 20 Hyperlink แทรกการเชื่อมโยงหลายมิติ กลุ่มที่ 3.7 Text (ข้อความ) ใช้ในการแทรกตัวอักษรลงในแผ่นงาน ภาพที่ 1.21 Text


ตารางที่ 1.15 คำสั่งใน Text หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 21 Text Box แทรกกล่องข้อความ 22 Header & Footer แทรกหัวกระดาษและท้ายกระดาษ 23 WordArt แทรกอักษรศิลป์ 24 Signature Line แทรกบรรทัดลายเซ็นที่ระบุแต่ละบุคคลที่ต้องเซ็นชื่อ 25 Object แทรกวัตถุอื่นๆ กลุ่มที่ 3.8 Symbols (สัญลักษณ์และสมการทางคณิตศาสตร์) ใช้ในการแทรกสัญลักษณ์และสมการทาง คณิตศาสตร์ลงในแผ่นงาน ภาพที่ 1.22 Symbols ตารางที่ 1.16 คำสั่งใน Symbols หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 26 Equation แทรกสมการลงในแผ่นงาน 27 Symbol แทรกสัญลักษณ์ต่างๆ 4.แท็บ Page Layout (เค้าโครงหน้ากระดาษ) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.23 Ribbon Page Layout กลุ่มที่ 4.1 Themes (ชุดรูปแบบ) กลุ่มที่ 4.2 Page Setup (ตั้งค่าหน้ากระดาษ) กลุ่มที่ 4.3 Scale to Fit (ปรับให้พอดี) กลุ่มที่ 4.4 Sheet Options (ตัวเลือกของแผ่นงาน) กลุ่มที่ 4.5 Arrange (จัดเรียง)


กลุ่มที่ 4.1 Themes (ชุดรูปแบบ) ใช้ในการกำหนดลักษณะทั่วไปของแผ่นงาน เช่น แบบอักษร สีของแผ่นงาน เป็นต้น ภาพที่ 1.24 themes ตารางที่ 1.17 คำสั่งใน Themes หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Themes กำหนดชุดรูปแบบของแผ่นงาน 2 Colors กำหนดสีของชุดรูปแบบ 3 Fonts กำหนดแบบอักษรของชุดรูปแบบ 4 Effects กำหนดลักษณะพิเศษของชุดรูปแบบ กลุ่มที่ 4.2 Page Setup (ตั้งค่าหน้ากระดาษ) ใช้ในการกำหนดขนาดของแผ่นงาน ภาพที่ 1.25 Page Setup ตารางที่ 1.18 คำสั่งใน Page Setup หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 5 Margins กำหนดระยะขอบ 6 Orientation กำหนดการวางแนวหน้ากระดาษ 7 Size กำหนดขนาดขแงกระดาษ 8 Print Area กำหนดพื้นที่การพิมพ์ 9 Breaks เพิ่ม/ลด ตัวแบ่ง 10 Background กำหนดลักษณะของพื้นหลัง 11 Print Titles พิมพ์ชื่อเรื่อง


กลุ่มที่ 4.3 Scale to Fit (ปรับพอดี) ใช้ในการปรับขนาดของบริเวณที่ต้องการพิมพ์ ภาพที่ 1.26 Scale to Fit ตารางที่ 1.19 คำสั่งใน Scale to Fit หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 12 Width กำหนดความกว้างของบริเวณที่ต้องการพิมพ์ 13 Height กำหนดความสูงของบริเวณที่ต้องการพิมพ์ 14 Scale กำหนดมาตราส่วนของบริเวณที่ต้องการพิมพ์ กลุ่มที่ 4.4 Sheet Options (ตัวเลือกของแผ่นงาน) ใช้ในการแสดง/ซ่อน เส้นตาราง และหัวของคอลัมน์ และแถว ภาพที่ 1.27 Sheet Options ตารางที่ 1.20 คำสั่งใน Sheet Options หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 15 Gridlines มุมมองแสดงหรือไม่แสดงเส้นตาราง 16 Headings มุมมองแสดงหรือไม่สดงหัวของคอลัมน์และแถว กลุ่มที่ 4.5 Arrange (จัดเรียง) ใช้ในการจัดเรียงวัตถุในแผ่นงาน ภาพที่ 1.28 Arrange


ตารางที่ 1.21 คำสั่งใน Arrange หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 17 Bring Forward ย้ายวัตถุไปไว้ข้างหน้า 18 Send Backward ย้ายวัตถุไปไว้ข้างหลัง 19 Selection Pane แสดงบานหน้าต่างส่วนที่เลือก 20 Align จัดแนวขอบของวัตถุที่เลือกให้ตรงกัน 21 Group จัดกลุ่มวัตถุที่เลือก 22 Rotate หมุนวัตถุที่เลือก 5.แท็บ Formulas (สูตร) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 4 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.29 Ribbon Formulas กลุ่มที่ 5.1 Function Library (ไลบรารีฟังก์ชัน) กลุ่มที่ 5.2 Defined Names (ชื่อที่กำหนด) กลุ่มที่ 5.3 Formula Auditing (ตรวจสอบสูตร) กลุ่มที่ 5.4 Calculation (การคำนวณ) กลุ่มที่ 5.1 Function Library (ไลบรารีฟังก์ชัน) ใช้ในการเลือกฟังก์ชันสำหรับการคำนวณที่ต้องการ ภาพที่ 1.30 Function Library ตารางที่ 1.22 คำสั่งใน Function Library หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Insert Function แทรกฟังก์ชัน 2 AutoSum คำนวณผลรวม 3 Recently Used ฟังก์ชันที่ใช้ล่าสุด (เรียกดูและเลือกจากรายการของ ฟังก์ชันที่ใช้ล่าสุด)


ตารางที่ 1.22 คำสั่งใน Function Library (ต่อ) หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 4 Financial การเงิน (เรียกดูและเลือกจากรายการฟังก์ชัน การเงิน) 5 Logical แบบตรรกะ (เรียกดูและเลือกจากรายการฟังก์ชัน ตรรกศาสตร์) 6 Text Function ฟังก์ชันข้อความ (เรียกดูและเลือกจากรายการ ฟังก์ชันข้อความ) 7 Date & Time วันที่และเวลา 8 Lookup & Reference การค้นหาและการอ้างอิง 9 Math & Trig คณิตศาสตร์และตรีโกณมิติ (เรียกดูและเลือกจาก รายการฟังก์ชันคณิตศาสตร์และตรีโกณมิติ) 10 More Functions ฟังก์ชันเพิ่มเติม กลุ่มที่ 5.2 Defined Names (ชื่อที่กำหนด) ใช้ในการกำหนดชื่อให้กับเซลล์เพื่อใช้ในการอ้างอิง ภาพที่ 1.31 Defined Names ตารางที่ 1.23 คำสั่งใน Defined Names หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 11 Name Manager (Ctrl+F3) ตัวจัดการชื่อ (สร้าง แก้ไข ลบและค้นหาชื่อทั้งหมด ที่ใช้ในสมุดงาน) 12 Define Name กำหนดชื่อให้กับเซลล์ 13 Use in Formula นำชื่อที่เลือกไปใช้ในสูตร 14 Create from Selection (Ctrl+Shift+F3) สร้างชื่อให้กับเซลล์ที่เลือกโดยอัตโนมัติ


กลุ่มที่ 5.3 Formula Auditing (ตรวจสอบสูตร) ใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของสูตรที่ใช้ ภาพที่ 1.32 Formula Auditing ตารางที่ 1.24 คำสั่งใน Formula Auditing หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 15 Trace Precedents ติดตามเซลล์ที่ถูกอ้าง 16 Trace Dependents ติดตามเซลล์ที่อ้างถึง 17 Remove Arrows การเอาลูกศรออกทั้งหมด 18 Show Formulas (Ctrl+’) แสดงสูตร 19 Error Checking การตรวจสอบข้อผิดพลาด 20 Evaluate Formula ประเมินสูตร 21 Watch Window หน้าต่างการตรวจสอบเซลล์ กลุ่มที่ 5.4 Calculation (การคำนวณ) ใช้ในการควบคุมการคำนณข้อมูลในแผ่นงาน ภาพที่ 1.33 Calculation ตารางที่ 1.25 คำสั่งใน Calculation หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 22 Calculation Options ตัวเลือกการคำนวณ 23 Calculate Now (F9) ทำการคำนวณทั้งสมุดงาน (ใช้ในกรณีที่ปิดการ คำนวณอัตโนมัติ) 24 Calculate Sheet (Shift+F9) คำนวณแผ่นงานที่เลือก


6.แท็บ Data (ข้อมูล) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.34 Ribbon Data กลุ่มที่ 6.1 Get External Data (รับข้อมูลภายนอก) กลุ่มที่ 6.2 Connections (การเชื่อมต่อ) กลุ่มที่ 6.3 Sort & Filter (การเรียงลำดับและกรอง) กลุ่มที่ 6.4 Data Tools (เครื่องมือข้อมูล) กลุ่มที่ 6.5 Outline (เค้าร่าง) กลุ่มที่ 6.1 Get External Data (รับข้อมูลภายนอก) ใช้ในการดึงข้อมูลจากภายนอกสมุดงานมาใช้ ภาพที่ 1.35 Get External Data ตารางที่ 1.26 คำสั่งใน Get External Data หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Get External Data From Access รับข้อมูลภายนอกจาก Access 2 Get External Data From Web รับข้อมูลภายนอกจากเว็บ 3 Get External Data From Text รับข้อมูลภายนอกจากข้อความ 4 Get External Data From Other Sources รับข้อมูลภายนอกจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ 5 Get External Data From Using an Existing Connections รับข้อมูลภายนอกการเชื่อมต่อที่มีอยู่


กลุ่มที่ 6.2 Connections (การเชื่อมต่อ) ใช้ในการจัดการการเชื่อมต่อข้อมูล ภาพที่ 1.36 Connections ตารางที่ 1.27 คำสั่งใน Connections หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 6 Refresh All (Ctrl+Alt+F5) ฟื้นฟูทั้งหมด (ปรับปรุงข้อมูลทั้งหมดในสมุดงาน ที่มาจากแหล่งข้อมูล) 7 Connections แสดงการเชื่อมต่อข้อมูลในสมุดงาน 8 Data Range Properties กำหนดคุณสมบัติช่วงข้อมูล 9 Edit Links แก้ไขการเชื่อมโยง กลุ่มที่ 6.3 Sort & Filter (เรียงลำดับและกรอง) ใช้ในการเรียงลำดับและคัดกรองข้อมูล ภาพที่ 1.37 Sort & Filter ตารางที่ 1.28 คำสั่งใน Sort & Filter หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 10 Sort เรียงลำดับข้อมูล 11 Sort A to Z การเรียงลำดับจากน้อยไปมาก 12 Sort Z to A การเรียงลำดับจากมากไปน้อย 13 Filter (Ctrl+Shift+L) ตัวกรองข้อมูล 14 Clear ล้างการใช้งานการเรียงลำดับและตัวกรองข้อมูล 15 Reapply (Ctrl+Alt+L) นำการเรียงลำดับและตัวกรองข้อมูลไปใช้ใหม่ 16 Advanced การจัดเรียงและการคัดกรองขั้นสูง


กลุ่มที่ 6.4 Data Tools (เครื่องมือข้อมูล) เรียกใช้เครื่องมือสำหรับจัดการข้อมูล ภาพที่ 1.38 Data Tools ตารางที่ 1.29 คำสั่งใน Data Tools หมาเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 17 Text to Columns แบ่งข้อความในเซลล์ออกเป็น Column 18 Remove Duplicates เอารายการที่ซ้ำกันออก 19 Data Validation การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล 20 Consolidate รวมข้อมูลในหลายช่วงเข้าด้วยกัน 21 What-If Analysis การวิเคราะห์แบบ What-If กลุ่มที่ 6.5 Outline (เค้าร่าง) ใช้ในการกำหนดเค้าร่างของข้อมูล ภาพที่ 1.39 Outline ตารางที่ 1.30 คำสั่งใน Outline หมายเลข คำสั่งในภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 22 Group (Shirt+Alt+Right ) จัดกลุ่มเซลล์เข้าด้วยกัน 23 Ungroup (Shift+Alt+Left ) ยกเลิกจัดกลุ่มเซลล์ 24 Subtotal คำนวณผลรวมย่อย 25 Show Detail แสดงรายละเอียดของการจัดกลุ่ม 26 Hide Detail ซ่อนรายละเอียดของการจัดกลุ่ม


7.แท็บ Review (ตรวจทาน) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 4 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.40 Ribbon Review กลุ่มที่ 7.1 Proofing (การพิสูจน์อักษร) กลุ่มที่ 7.2 Language (ภาษา) กลุ่มที่ 7.3 Comments (ข้อเปลี่ยนแปลง) กลุ่มที่ 7.4 Changes (การเปลี่ยนแปลง) กลุ่มที่ 7.1 Proofing (การพิสูจน์อักษร) ใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อความ ภาพที่ 1.41 Proofing ตารางที่ 1.31 คำสั่งใน Proofing หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Spelling (F7) ตรวจสอบการสะกดของข้อความ 2 Thesaurus อรรถาภิธาน กลุ่มที่ 7.2 Language (ภาษา) ใช้ในการแปลภาษา ภาพที่ 1.42 Language ตารางที่ 1.32 คำสั่งใน Language หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 3 Translate แปล (แปลข้อความที่เลือกเป็นภาษาอื่น)


กลุ่มที่ 7.3 Comments (ข้อคิดเห็น) ใช้จัดการกับข้อคิดเห็น ภาพที่ 1.43 Comments ตารางที่ 1.33 คำสั่งใน Comments หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 4 New Comment (Shift+F2) สร้างข้อคิดเห็น 5 Delete Comment ลบข้อคิดเห็น 6 Previous ก่อนหน้า (เลือกข้อคิดเห็นก่อนหน้าในแผ่นงาน) 7 Next ถัดไป (ไปยังข้อคิดเห็นถัดไปในเอกสาร) 8 Show/Hide Comment แสดง/ซ่อนข้อคิดเห็น 9 Show All Comments แสดงข้อคิดเห็นทั้งหมด 10 Show Ink แสดงหมึก (แสดงหรือซ่อนคำอธิบายประกอบที่เป็น หมึกใดๆ บนแผ่นงาน) กลุ่มที่ 7.4 Changes (การเปลี่ยนแปลง) ใช้ควบคุมการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในสมุดงาน ภาพที่ 1.44 Changes ตารางที่ 1.34 คำสั่งใน Changes หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 11 Protect Sheet ป้องกันการแก้ไขข้อมูลในแผ่นงาน 12 Protect Workbook ป้องกันการแก้ไขข้อมูลในสมุดงาน 13 Share Workbook อนุญาตให้ใช้สมุดงานร่วมกัน 14 Protect and Share Workbook อนุญาตให้ใช้สมุดงานร่วมกันโดยมีการใช้ Password 15 Allow Users to Edit Ranges อนุญาให้ผู้ใช้ที่กำหนดแก้ไขช่วงของช้อมูล 16 Track Changes ติดตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่เกิดขึ้นในสมุด งาน


8.แท็บ View (มุมมอง) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.45 Ribbon View กลุ่มที่ 8.1 Workbook Views (มุมมองสมุดงาน) กลุ่มที่ 8.2 Show (แสดง) กลุ่มที่ 8.3 Zoom (ย่อ/ขยาย) กลุ่มที่ 8.4 Window (หน้าต่าง) กลุ่มที่ 8.5 Macros (แมโคร) กลุ่มที่ 8.1 Workbook View (มุมมองสมุดงาน) ใช้กำหนดมุมมองของสมุดงาน ภาพที่ 1.46 Workbook Views ตารางที่ 1.35 คำสั่งใน Workbook Views หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Normal View แสดงมุมมองปกติ 2 Page Break Preview แสดงตัวอย่างตัวแบ่งหน้า 3 Page Layout แสดงมุมมองเค้าโครงหน้ากระดาษ 4 Custom Views มุมมองแบบกำหนดเอง กลุ่มที่ 8.2 Show (แสดง) ใช้ในการแสดง/ซ่อน เครื่องมือที่กำหนด ภาพที่ 1.47 Show


ตารางที่ 1.36 คำสั่งใน Show หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 5 Ruler แสดง/ซ่อน ไม้บรรทัด 6 Gridlines แสดง/ซ่อน เส้นตาราง 7 Formula Bar แสดง/ซ่อน แถบสูตร 8 Headings แสดง/ซ่อน ดูหัวเรื่อง กลุ่มที่ 8.3 Zoom (ย่อ/ขยาย) ภาพที่ 1.48 Zoom ตารางที่ 1.37 คำสั่งใน Zoom หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 9 Zoom ย่อ/ขยายขนาดของแผ่นงาน 10 100% ย่อ/ขยายเอกสารเป็น 100% จากขนาดปกติ 11 Zoom to Selection ย่อ/ขยายส่วนที่เลือก กลุ่มที่ 8.4 Window (หน้าต่าง) ภาพที่ 1.49 Window


ตารางที่ 1.38 คำสั่งใน Window หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 12 New Window สร้างหน้าต่างงานใหม่ 13 Arrange All จัดเรียงสมุดงานที่เปิดไว้ทั้งหมด 14 Freeze Panes ตรึงแผ่นงานบริเวณที่ต้องการไว้ โดยสามารถเลื่อน ส่วนที่ไม่ได้ตรึงไว้ได้ 15 Split แยก (แยกหน้าต่างที่มีมุมมองแผ่นงานอยู่ออกเป็น บานหน้าต่างที่ปรับขนาดได้หลายขนาด) 16 Hide ซ่อนหน้าต่าง 17 Unhide ยกเลิกการซ่อนหน้าต่าง 18 View Side by Side แสดงแผ่นงานสองแผ่นคู่กัน 19 Synchronous Scrolling กำหนดการเลื่อนของแผ่นงานให้ไปในทางเดียวกัน 20 Reset Window Position ตั้งค่าตำแหน่งหน้าต่างใหม่ 21 Switch Windows สลับหน้าต่าง กลุ่มที่ 8.5 Macros (แมโคร) ภาพที่ 1.50 Macros ตารางที่ 1.39 คำสั่งใน Macros หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 22 View Macros (Alt+F8) แสดงแมโคร Quick Access Toolbar คือ แถบเครื่องมือที่มีการใช้งานบ่อยครั้ง ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้มี แถบเครื่องมือด่วนใดบ้าง การจัดการกับแถบเครื่องมือด่วน (Quick Access Toolbar)


เมื่อมรการทำงาน หากต้องการเพิ่มแถบเครื่องมือด่วนซึ่งอยู่บริเวณด้านบนซ้ายของหน้าจอ เพื่อให้สามารถ ทำงานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น มีขั้นตอนดังนี้ 1.คลิกเลือกที่รูปแบบ (Customize Quick Access Toolbar) 2.เลือกคำสั่ง Toolbars (แถบเครื่องมือ) ที่ต้องการ เช่น เลือกที่ Spelling ภาพที่ 1.51 การเพิ่มแถบเครื่องมือด่วน 3.ผลที่ได้จากการเลือกแถบเครื่องมือ Spelling ภาพที่ 1.52 ผลที่ได้จากการเลือกแถบเครื่องมือ Spelling หมายเหตุ แถบเครื่องมือใดแสดงเครื่องหมาย หน้าหัวข้อ แสดงว่าเรียกใช้งานแถบเครื่องมือนั้นอยู่ เมื่อไม่ต้องการใช้แถบเครื่องมือด่วน และต้องการยกเลิก ให้ปฏิบัติขั้นตอนดังนี้ 1.คลิกขวา ที่ต้องการยกเลิก 2.เลือกคำสั่ง Remove from Quick Access Toolbar ภาพที่ 1.53 การยกเลิกแถบเครื่องมือด่วน การเพิ่มแถบเครื่องมือด่วน การยกเลิกแถบเครื่องมือด่วน


นอกจากการเพิ่มแถบเครื่องมือด่วนตามวิธีการที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้ใช้ยังสมารถเพิ่มปุ่มของแถบเครื่องมือ เข้ามาในหน้าต่างได้อีก โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1.คลิกเลือกรูปแบบ (Customize Quick Access Toolbar) 2.เลือกคำสั่ง More Commands… (คำสั่งเพิ่มเติม) จะปรากฏ Dialog Box ให้ผู้ใช้เลือก ภาพที่ 1.54 การกำหนดแถบเครื่องมือด่วนเอง 3.คลิกเลือก Choose commands from : (กลุ่มคำสั่ง) 4.คลิกเลือกปุ่มแถบเครื่องมือที่ต้องการเพิ่ม 5คลิกที่ (เพิ่ม) 6.ปุ่มแถบเครื่องมือที่ถูกเลือกจะเพิ่มเข้ามาทางช่องด้านขวามือ (สามารถทำการเพิ่มเครื่องมืออื่นๆ ได้อีก) 7.คลิก OK ภาพที่ 1.55 การกำหนดแถบเครื่องมือด่วนเอง (ต่อ) การกำหนดแถบเครื่องมือด่วนเอง


Quick Access Toolbar ที่เพิ่มขึ้นมีลักษณะดังภาพ ภาพที่ 1.56 ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากแท็บที่กล่าวมาแล้วยังมีแท็บอื่นๆ ที่เกิดจากการเรียกใช้งาน เช่น อักษรศิลป์ การแทรกรูปภาพ เป็นต้น จะปรากฏการทำงานของแถบเครื่องมือ (Format Toolbars) เพื่อให้ผู้ใช้ได้ปรับเปลี่ยนตามความ เหมาะสม 1.แถบเครื่องมือรูปวาด (Drawing Toolbars) จะแสดงเมื่อผู้ใช้แทรกรูปภาพ (Insert>Picture) โดยอยุ่ ในรูปแบบของคำสั่งในเมนู Format (รูปแบบ) เป็นแถบเครื่องมือที่ช่วยในการวาดภาพและตกแต่งชิ้นงาน ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 4 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.57 Ribbon Drawing Toolbars กลุ่มที่ 1 Adjust (ปรับ) ภาพที่ 1.58 Adjust แท็บอื่นๆที่เกิดจาก การเรียกใช้งาน รายละเอียดของแถบเครื่องมือ


ตารางที่ 1.40 คำสั่งใน Adjust หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Remove Background ลบพื้นหลังของรูปภาพ 2 Corrections ปรับความคมชัดและความสว่างของรูปภาพ 3 Color เปลี่ยนสีของรูปภาพ 4 Artisitc Effects เพิ่ม Effects พิเศษให้กับรูปภาพ 5 Compress Picture บับอัดรูปภาพ 6 Change Picture เปลี่ยนรูปภาพ 7 Reset Picture ตั้งค่ารูปภาพใหม่ กลุ่มที่ 2 Picture Styles (ลักษณะรูปภาพ) ภาพที่ 1.59 Picture Styles ตารางที่ 1.41 คำสั่งใน Picture Styles หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 8 Picture Border กำหนดลักษณะเส้นขอบรูปภาพ 9 Picture Effects กำหนดลักษณะพิเศษของรูปภาพ 10 Picture Layout กำหนดเค้าโครงของรูปภาพ กลุ่มที่ 3 Arrange (จัดเรียง) ภาพที่ 1.60 Arrange ตารางที่ 1.42 คำสั่งใน Arrange หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 11 Bring Forward นำรูปภาพเคลื่อนไปไว้ข้างหน้า 12 Send Backward ย้ายรูปภาพไปไว้ข้างหลัง 13 Selection Pane เปิด Selection Pane เพื่อกำหนดลำดับของรูปภาพ และเลือกแสดง/ซ่อน รูปภาพ


ตารางที่ 1.42 คำสั่งใน Arrange (ต่อ) หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 14 Align จัดแนวรูปภาพ 15 Group จัดกลุ่มรูปภาพ 16 Rotate หมุนรูปภาพ กลุ่มที่ 4 Size (ขนาด) ภาพที่ 1.61 Size ตารางที่ 1.43 คำสั่งใน Size หมายเลข คำสั่งในภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 17 Crop ครอบตัดรูปภาพ 18 Shape Height กำหนดความสูงของรูปร่าง 19 Shape Width กำหนดความกว้างของรูปร่าง 2.แถบเครื่องมือข้อความศิลป์ (WordArt) จะแสดงเมื่อผู้ใช้แทรกตัวอักษรศิลป์ (Insert>WordArt) หรือ แทรกรูปร่าง (Insert>Shapes) ในรูปแบบของคำสั่งเมนู Format (รูปแบบ) เป็นแถบเครื่องมือที่ช่วยสร้าง ข้อความศิลป์ และจัดการกับข้อความศิลป์รวมทั้งจัดการเกี่ยวกับรูปร่างประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 1.62 Ribbon WordArt กลุ่มที่ 1 Insert Shapes (แทรกรูปร่าง) ภาพที่ 1.63 Insert Shapes


ตารางที่ 1.44 คำสั่งใน Insert Shapes หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 1 Insert Shapes กลุ่มของรูปร่างที่สามารถแทรกได้ 2 Edit Shape แก้ไขรูปร่าง 3 Text Box เพิ่มกล่องข้อความ กลุ่มที่ 2 Shape Styles (ลักษณะรูปร่าง) ภาพที่ 1.64 Shape Styles ตารางที่ 1.45 คำสั่งใน Shape Styles หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 4 Shape Styles ลักษณะรูปร่างที่สามารถเลือกใช้ได้ 5 Shape Fill กำหนดสีรูปร่าง 6 Shape Outline กำหนดเส้นกรอบรูปร่าง 7 Shape Effects กำหนดลักษณะพิเศษรูปร่าง กลุ่มที่ 3 WordArt Styles (ลักษณะอักษรศิลป์) ภาพที่ 1.65 WordArt Styles ตารางที่ 1.46 คำสั่งใน WordArt Styles หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 8 WordArt Styles กลุ่มของอักษรศิลป์ที่สามารภเลือกใช้ได้ 9 Text Fill กำหนดสีอักษรศิลป์ 10 Text Outline กำหนดเส้นกรอบอักษรศิลป์ 11 Text Effects กำหนดลักษณะพิเศษอักษรศิลป์


กลุ่มที่ 4 Arrange (จัดเรียง) ภาพที่ 1.66 Arrange ตารางที่ 1.47 คำสั่งใน Arrange หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 12 Bring Forward นำรูปภาพเลื่อนไปไว้ข้างหน้า 13 Send Backward ย้ายรูปภาพไปไว้ข้างหลัง 14 Selection Pane เปิด Selection Pane เพื่อกำหนดลำดับรูปภาพ และเลือกซ่อน/แสดง รูปภาพ 15 Align จัดแนวรูปภาพ 16 Group จัดกลุ่มรูปภาพ 17 Rotate หมุนรูปภาพ กลุ่มที่ 5 Size (ขนาด) ภาพที่ 1.67 Size ตารางที่ 1.48 คำสั่งใน Size หมายเลข คำสั่งภาษาอังกฤษ หน้าที่การทำงาน 18 Shape Height กำหนดความสูงอักษรศิลป์ 19 Shape Widht กำหนดความกว้างอักษรศิลป์


เมื่อเข้าสู่โปรแกรม Microsoft Excel 2016 คั้งแรก ผู้ใช้สามารถทำงานหรือสร้างสมุดงานได้ทันทีหลังจาก บันทึกสมุดงานและปิดสมุดงานแล้ว หากต้องการสร้างสมุดงานใหม่ให้ปฏิบัติดังนี้ 1.คลิกที่ File Tab เพื่อเข้าสู่ Backstage View ภาพที่ 1.68 คลิกที่ File Tab 2.ที่หน้า Backstage View คลิกเลือก New และเลือก Blank workbook เพื่อสร้างสมุดงานเปล่า ภาพที่ 1.69 คลิกเลือก Backstage View 3.นอกจากนี้ยังสามารถสร้างสมุดงานใหม่ได้โดยการกด Ctrl+N การสร้างสมุดงานใหม่ (New)


เมื่อสร้างสมุดงานเรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้ใช้ต้องการบันทึกหรือจัดเก็บสมุงานนั้นไว้ มีวิธีการจัดเก็บหลาย รูปแบบแล้วแต่ความประสงค์ของผู้ใช้ ซึ่งวิธีการบันทึกสมุดงานมีขั้นตอนดังนี้ 1.คลิกที่ File tab เพื่อเข้าสู่ Backstage View ภาพที่ 1.70 คลิกที่ File tab 2.ที่หน้า Backstage View คลิกเลือก Save หรือ Save As 1) กรณีที่เลือก Save และเป็นการบันทึกสมุดงานครั้งแรกจะปรากฏหน้าต่างให้ทำการตั้งชื่อสมุดงานที่ ต้องการบันทึก การบันทึกสมุดงาน (Save)


ภาพที่ 1.71 การบันทึกสมุดงาน 2) กรณีที่เลือก Save และไม่ใช่การบันทึกสมุดงานครั้งแรก จะเป็นการบันทึกสมุดงานซ้ำ โดยใช้ชื่อสมุด งานเดียวกันกับที่เคยตั้งชื่อไว้ 3) กรณีที่เลือก Save As จะปรากฏหน้าต่างสำหรับตั้งชื่อสมุดงานที่ต้องการบันทึกทุกครั้ง 3.เมื่อตั้งชื่อสมุกงานแล้วให้คลิกที่ปุ่ม Save จะเป็นการบันทึกสมุดงาน 4.นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกสมุดงานได้โดยใช้แถบเครื่องมือบันทึกที่อยู่บน Quick Access Toolbar (ใน กรณีที่มีการตั้งค่าไว้) หรืออาจใช้การกดคีย์ลัด Ctrl+S


หลังจากบันทึกหรือจัดเก็บสมุดงานแล้ว ควรปิดสมุดงานให้เรียบร้อยก่อนที่จะสร้างสมุดงานต่อไป หรือ ออกจากโปรแกรม เพื่อไม่ให้ข้อมูลหรือตัวโปรแกรมได้รับความเสียหายหรือสูญหาย โดยปฏิบัติดังนี้ 1.คลิกที่ File tab เพื่อเข้าสู่ Backstage View ภาพที่ 1.72 คลิกที่ File tab 2.ที่หน้า Backstage View คลิกเลือก Close ภาพที่ 1.73 คลิกเลือก Close การปิดสมุดงานและ การออกจากโปรแกรม (Close)


3.สามารถบันทึกสมุดงานได้โดยการคลิกที่ ซึ่งอยู่มุมขวาบนของโปรแกรม หรือใช้คีย์ลัด Ctrl+ W ภาพที่ 1.74 การปิดสมุดงาน 4.นอกจากนี้ยังสามารถออกจากโปรแกรมได้ด้วยการใช้คีย์ลัด Alt+F4 ในกรณีที่สมุดงานนั้นยังไม่ได้มีการบันทึกหรือจัดเก็บ หน้าจอจะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้ผู้ใช้ยืนยัน โดยคลิกเลือก Save (บันทึกและปิดสมุดงาน) หรือ Don’t Save (ปิดสมุดงานโดยไม่บันทึก) หรือ Cancel (ยกเลิกและปิดสมุดงาน) ภาพที่ 1.75 หน้าจอ Dialog Box การเปิดสมุดงาน คือ การเรียกสมุดงานขึ้นมาทำงานต่อหรือแก้ไข มีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้ 1.คลิกที่ File tab เพื่อเข้าสู่ Backstage View ภาพที่ 1.76 คลิกที่ File tab การเปิดสมุดงาน (Open)


2.ที่หน้า Backstage View คลิกเลือก Open หรือใช้คีย์ลัด Ctrl+O ภาพที่ 1.77 คลิกเลือก Open 3.จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้เลือกสมุดงานที่ต้องการเปิดและคลิก Open ภาพที่ 1.78 คลิกเลือกไฟล์ แล้วคลิก Open


Click to View FlipBook Version