The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายวิชาโปรแกรมตารางงาน รหัสวิชา 20204-2103

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Project G3, 2024-01-11 02:22:18

หน่วย7 การสรุปและนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิ

รายวิชาโปรแกรมตารางงาน รหัสวิชา 20204-2103

ส่วนประกอบแผนภูมิ ในการใช้งานแผนภูมิควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบต่างๆ ของแผนภูมิ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ ภาพ 7.1 ส่วนประกอบของแผนภูมิ 1. Plot Area (พื้นที่ส่วนที่ใช้แสดงแผนภูมิ) 2. Chart Title(ชื่อของแผนภูมิ) 3. Grid Line(เส้นกริดใช้เปรียบเทียบข้อมูล 4.แกน Y 5.Legend(สัญลัษณ์ที่ใช้อธิบายแทนข้อมูล 6.Value Axis(แสดงค่าข้อมูล) 7.Category Axis(แสดงหมวดของข้อมูล) 8.Data Series (ชุดข้อมูล) 9.แกนx 10.Chart Area (พื้นที่ทั้งหมดของแผนภูมิ) ชนิดของแผนภูมิและลักษณะการใช้งาน


ชนิดของแผนภูมิที่จะกล่าวต่อไปนี้ ผู้ใช้จะต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าแผนภูมิชนิดใดจะเหมาะสมกับ ข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์และสื่อความหมายได้ง่ายและเหมาะสมที่สุด ดังนั้นผู้ใช้ควรรู้จัก แผนภูมิแต่ละรูปแบบโดย รายละเอียด ตาราง7.1 ชนิดของแผนภูมิและลักษณาการใช้งาน ชนิดของแผนภาพ ลักษณะการใช้งาน Columm Chart(กราฟแท่งแนวตั้ง) เปรียบเทียบข้อมูลในเชิงปริมาณ Bar Chart(กราฟแท่งแนวนอน) เปรียบเทียบข้อมูลในด้านเวลาและระยะทาง Line Chart(กราฟเส้น) แสดงแนวโน้มข้อมูลภายในระยะเวลาหนึ่ง Pie Chart(กราฟวงกลม) แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลแต่ละค่ากับผลรวม ทั้งหมด (XY) Scatter Chart(กราฟXY) แสดงค่าของข้อมูล 2กลุ่มเพื่อวิเคราะห์แบบเชิงเส้น เพื่อดูการแบ่งช่วงข้อมูลหรือกลุ่มของข้อมูล Area chart(กราฟพื้นที่) คล้ายกราฟเส้น แต่จะแสดงแนวโน้มและผลรวมของ ข้อมูลทั้งหมด Doughnut Chart(กราฟรูปโดนัท) คล้ายกราฟเส้น แต่จะแสดงข้อมูลได้ซับซ้อนกว่า สามารถแสดงข้อมูลได้ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป Radar Chart(กราฟเรดาร์) แสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลในรูปของเขตพื้นที่ จุดศูนย์กลางร่วมกัน Surface Chart(กราฟพื้นผิว) แสดงแนวโน้มของข้อมูลของกราฟที่มีพื้นผิวต่อเนื่อง Bubble Chart(กราฟฟองสบู่) คล้ายกราฟ XY แต่มีตัวแปรค่าที่ 3 จะแสดงด้วย ขนาดฟองสบู่ Stock Chart(กราฟหุ้น) แสดงค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และค่าอื่นๆ ของข้อมูลใน แต่ละชาวงเวลา


ตารางที่7.1 ชนิดแผนภูมิและลักษณะการใช้งาน (ต่อ) Cylinder Chart (กราฟแท่งรูปทรงกระบอก) คล้ายกับกราฟแท่งแสดงค่าข้อมูลเป็นรูปทรงกระบอก Cone Chart (กราฟแท่งรูปทรงกรวย) คล้ายกับกราฟแท่งแต่แสดงค่าของข้อมูลเป็นรูปทรงกรวย Pyramid Chart (กราฟแท่งรูปทรงพีระมิด) คล้ายกับกราฟแท่งแต่แสดงค่าของข้อมูลเป็นรูปทรงพีระมิด การเริ่มต้นสร้างแผนภูมิ ภาพที่7.2 ตารางยอดขายสินค้า จากตารางข้อมูลข้างต้น การสร้างแผนภูมิมีขั้นตอนดังนี้ 1.คลิกเลือกกลุ่มข้อมูลที่ต้องการแสดงสร้างแผนภูมิ (A4:D6) ภาพที่ 7.3 คลิกเลือกกลุ่มของข้อมูลที่ต้องการ


2. คลิกที่แท็บ Insert (แทรก) จะแสดงประเภทของChart (แผนภูมิ)ให้เลือก ภาพที่7.4 Chart 3.คลิกที่คำสั่งแ Column (คอลัมน์) จะปรากฏลักษณะประเภทของแผนภูมิแท่งให้เลือก ภาพที่ 7.5 Column 4. ทดลองเลือกรูปแบบแผนภูมิที่ต้องการ โปรแกรมจะทำการสร้างแผนภูมิให้โดยอัตโนมัติ


จากรูปเป็นการเลือกแผนภูมิแท่งแบบ 3D การแก้ไขและปรับแต่งแผนภูมิ การแก้ไขและปรับแต่งแผนภูมิให้สวยงามและดูโดดเด่นมากขึ้นนั้นมีมากมายหลายลักษณะ ซึ่งผู้ใช้ สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการและความเหมาะสมกับข้อมูล ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ เมื่อมีการสร้างแผนภูมิ และมีการคลิกเลือกแผนภูมินั้น จะมีแท็บเครื่องมือในการปรับแต่งแผนภูมิ ปรากฏให้ใช้งานเพิ่มขึ้น ภายในโปรแกรมีอยู่ด้วยกัน 3 แท็บหลักๆ คือ Design (ออกแบบ) Layout (เค้าโคง) และ Format (รูปแบบ) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. แท็บ Design (ออกแบบ) ประกอบด้วยกลุ่มคำ 5 กลุ่ม ได้แก่


กลุ่มที่ 1.1 Type (ชนิด) กลุ่มที่ 1.2 Data(ข้อมูล) กลุ่มที่ 1.3 Chart Layouts(เค้าโครงแผนภูมิ) กลุ่มที่ 1.4 Chart Styles(ลักษณะแผนภูมิ) กลุ่มที่ 1.5 Location(ลักษณะที่ตั้ง) กลุ่มที่ 1.1 Type (ชนิด) ภาพที่ 7.8 Type ตารางที่ 7.2 Type กลุ่มที่1.2 Data (ข้อมูล) กลุ่มที่1.3 Chart Layouts (เค้าโครงแผนภูมิ ภาพที่ 7.10 Chart Layouts ภาพที่ 7.4 Chat Layouts ภาพที่ 7.11 Chart Styles


ตารางที่ 7.5 Chart Styles กลุ่มที่1.5 Location (ตำแหน่งแผนภูมิ) ภาพที่7.12 Location ตารางที่ 7.6 Location 2. แท็บ Layout (เค้าโครง)ประกอบกด้วยกลุ่มคำสั่ง 7 กลุ่ม ได้แก่ ภาพที่ 7.13 Ribbon Layout กลุ่มที่ 2.1 Current Selection (ส่วนที่เลือกในปัจจุบัน) กลุ่มที่ 2.2 Insert (แทรก) กลุ่มที่ 2.3 Labels (ป้ายชื่อ) กลุ่มที่ 2.4 Axes (แกน) กลุ่มที่ 2.5 Background (พื้นหลัง) กลุ่มที่2.6 Analysis (วิเคราะห์) กลุ่มที่ 2.7 Properties (คุณสมบัติ) กลุ่มที่ 2.1 Current Selection (ส่วนที่เลือกในปัจจุบัน)


ภาพที่ 7.14 Current Selection ตารางที่ 7.7 Current Selection กลุ่มที่ 2.2 Insert (แทรก) ภาพที่ 7.15 Insert ตารางที่ 7.8 Insert กลุ่มที่ 2.3 Labels (ป้ายชื่อ) ภาพที่ 7.16 Labels ตารางที่ 7.9 Labels


ตารางที่ 7.9 Labels (ต่อ) กลุ่มที่ 2.4 Axes (แกน) ภาพที่ 7.17 Axes ตารางที่ 7.10 Axes กลุ่มที่ 2.5 Background (พื้นหลัง) ภาพที่ 7.18 Background ตารางที่ 7.11 Background


กลุ่มที่ 2.6 Analysis (วิเคราะห์) ภาพที่ 7.19 Analysis ตารางที่ 7.12 Analysis กลุ่มที่2.7 Properties (คุณสมบัติ) ภาพที่ 7.20 Properties ตารางที่ 7.13 Properties 3. แท็บ Format (รูปแบบ) ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่งที่5 กลุ่ม ได้แก่


กลุ่มที่ 3.1 Current Selection(ส่วนที่เลือกในปัจจุบัน) กลุ่มที่ 3.2 Shape Styles(ลักษณะรูปร่าง) กลุ่มที่ 3.3 WordArt Styles(ลักษณะอักษรศิลป์) กลุ่มที่ 3.4 Arrange(จัดเรียง) กลุ่มที่ 3.5 Size(ขนาด) กลุ่มที่ 3.1 Current Selection(ส่วนที่เลือกในปัจจุบัน) ภาพที่ 7.22 Current Selection ตารางที่ 7.14 Current Selection กลุ่มที่ 3.2 Shape Styles(ลักษณะรูปร่าง) ภาพที่ 7.23 Shape Styles ตารางที่ 7.15 Shape Styles


กลุ่มที่ 3.3 WordArt Styles(ลักษณะอักษรศิลป์) ภาพที่ 24 WordArt Styles ตารางที่ 7.16 WordArt Styles กลุ่มที่ 3.4 Arrange(จัดเรียง) ภาพที่ 7.25 Arrange ตารางที่ 7.17 Arrange


กลุ่มที่ 3.5 Size(ขนาด) ภาพที่ 7.26 Size ตารางที่ 7.18 Size การเปลี่ยนชนิดของแผนภูมิ สามารถปฏิบัติได้ 2 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 1. คลิกเลือกแผนภูมิที่ต้องการเปลี่ยน ภาพที่ 7.27 คลิกเลือกแผนภูมิที่ต้องการ 2. คลิกที่แท็บ Design (ออกแบบ) เลือกคำสั่ง Change Chart Type (เปลี่ยนชนิดของแผนภูมิ) ในกลุ่มของ เครื่องมือ Type(ชนิด)


3.จะปรากฏ Dialog Box เพื่อให้เลือกชนิดของแผนภูมิตามต้องการ 4.เลือกชนิดของแผนภูมิที่ต้องการและคลิก OK จากรูปเป็นการเลือกแผนภูมิชนิด Pie วิธีที่2 1. คลิกเลือกแผนภูมิทที่ต้องเปลี่ยน 2. คลิกขวาเลือก Change Chart Type… (เปลี่ยนชนิดของแผนภูมิ)


3. จะปรากฏ Dialog Box เพื่อให้เลือกรูปแบบหลักละรูปแบบย่อของแผนภูมิ 4. เลือกเปลี่ยนชนิดของแผนภูมิตามต้องการ 5. คลิก OK ภาพที่7.32 แผนภูมิแท่งแนวนอน (Bar) จากรูปเป็นการเลือกแผนภูมิชนิด แผนภูมิแท่งแนวนอน (Bar) ภาพที่ 7.33 ข้อมูลและแผนภูมิเดิม


2.ลักษณะของข้อมูลหลังการเปลี่ยนแปลงเป็นดังนี้ ภาพที่ 7.34 ข้อมูลหลังการเปลี่ยนแปลง 3. การเปลี่ยนขอบเขตของข้อมูลสำหรับแผนภูมิใหม่ สามารถทำได้โดยคลิกที่แท็บ Select Data ซึ่งอยู่ในแท็บ Design ภาพที่7.35 คลิก Select Date… หรือคลิกขวาที่แผนภูมิเติมเลือก Select Data ภาพที่ 7.36 คลิกขวาที่แผนภูมิเดิมเลือก Select Data


4.จะปรากฏ Dialog Box ให้ทำการเลือกขอบเขตของข้อมูลใหม่โดยใส่ลงในช่องChart data range ภาพที่ 7.37 เลือกขอบเขตของข้อมูลใหม่ 5. คลิก OK จะได้แผนภูมิใหม่ดังภาพ ภาพที่ 7.38 แผนภูมิใหม่ การจัดการแผนภูมิ การลบแผนภูมิ ผู้ใช้สามารถทำการลบแผนภูมิได้โดยการคลิกเลือกที่แผนภูมิจะเกิดกรอบเส้นหนาล้อมรอบ จากนั้นกดปุ่ม Delete ที่แป้นพิมพ์ แผนภูมิก็จะถูกลบไปและจะไม่ส่งผลต่อตารางข้อมูลของผู้ใช้แต่งอย่างใด


การเคลื่อนย้ายแผนภูมิ การเคลื่อนย้ายแผนภูมิเป็นการย้ายแผนภูมิจากที่หนึ่งที่ผู้ใช้ต้องการ สามารถปฏิบัติ ได้ดังนี้ 1.คลิกเลือกแผนภูมิในส่วนของ Chart Are (พื้นที่แผนภูมิ) ภาพที่ 7.39 คลิกเลือกแผนภูมิในส่วน Chart Area 2.คลิกเมาส์ค้างไว้แล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการของแผนภูมิ ภาพที่ 7.40 คลิกเมาส์ค้างไว้แล้วลากไปยังตำแหน่งที่ต้องการ


3. ปล่อยเมาส์ แผนภูมิก็จะมาอยู่ในตำแหน่งทันที ภาพที่ 7.41 ผลลัพธ์ที่ได้ หมายเหตุ ขณะทำการย้ายตำแหน่งของแผนภูมิ จะเกิดกรอบแบบโปร่งใส เพื่อแสดงตำแหน่งในการ วางแผน การปรับเปลี่ยนขนาดของแผนภูมิ การปรับเปลี่ยนขนาดของแผนภูมิให้เล็กหรือใหญ่ตามที่ผู้ใช้ต้องการนั้น เพื่อให้ง่ายต่อการดูข้อมูล ในแผนภูมิ ซึ่งจะไม่มีผลต่อตารางข้อมูลแต่อย่างใด สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือกแผนภูมิที่ Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) 2. นำเมาส์ไปชี้ยังจุดหนึ่งจุดเล็ก ๆ ของกรอบเส้นแผนภูมิ (สังเกตเมาส์จะเปลี่ยนเป็นหัวลูกศร) ภาพที่ 7.42 นำเมาส์ไปชี้ที่กรอบเส้นแผนภูมิ


3.คลิกเมาส์ค้างไว้แล้วลากเมาส์เพื่อปรับขนาดของแผนภูมิตามที่ผู้ใช้ต้องการ ภาพที่ 7.43 ปรับขนาดของแผนภูมิตามที่ผู้ใช้ต้องการ 4.ปล่อยเมาส์เมื่อได้ขนาดของแผนภูมิตามที่ต้องการ ภาพที่ 7.44 ผลลัพธ์ที่ได้ การกำหนดจัดวางตำแหน่งของแผนภูมิ การกำหนดจัดวางตำแหน่งให้กับแผนภูมิ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและง่ายต่อการนำเสนองาน ตามที่ผู้ใช้ต้องการนั้นสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือกแผนภูมิที่ Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) 2. คลิกที่แท็บ Design (ออกแบบ) เลือกคำสั่ง Move Chart… (ย้ายแผนภูมิ...) ภาพที่ 7.45 คลิกเลือก Move Chart….


3. จะปรากฏ Dialog Box เพื่อให้เลือกการจัดวางตำแหน่งของแผนภูมิ ดังนี้ ภาพที่ 7.46 Dialog Box -New sheet: สร้างแผนภูมิขึ้นในแผ่นงานใหม่ -Object in: สร้างแผนภูมิไว้กับตารางข้อมูลในแผนงานที่กำหนด ผู้ใช้สามารถที่จะตกแต่งพื้นที่ (Chart Area) ให้กับแผนภูมิได้ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดสี ลวดลาย หรือรูปภาพ ซึ่งเมื่อทีการเปลี่ยนจะมีผลต่อแผนภูมิทั้งหมด 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่ของแผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกที่แท็บ Format (รูปแบบ) คลิกเลือกคำสั่ง Shape Fill (เติมสีรูปแบบ) ภาพที่ 7.47 คลิกเลือก Shape Fill


3. จะปราฏตัวเลือกคำสั่งต่างๆ ให้ผู้ใช้เลือกการทำงานให้กับแผนภูมิ ดังนี้ ภาพที่ 7.48 คำสั่ง Shape Fill -Automatic (สีอัตโนมัติ) -More Colors… (สีเติมเพิ่มเติม…) -Theme Colors (สีของชุดรูปแบบ) -Picture… (รูปภาพ) -Standard Colors (สีมาตรฐาน) -Gradient (ไล่ระดับสี) -No Fill (ไม่เติมสี) -Texture (พื้นผิว) Theme Colors (สีของชุดรูปแบบ) และStandard Colors (สีมาตรฐาน)เป็นการกำหนด ตกแต่งพื้นหลังของแผนภูมิ ซึ่งในโปรแกรมจะมีมาให้เลือกตามที่ผู้ใช้ต้องการ ดังภาพ ภาพที่7.49 Theme Colors และStandard Colors


More Fill Colors… (สีเติมเพิ่มเติม..) หากผู้ใช้ต้องการกำหนดสีให้กับแผนภูมิออกเหนือจาก ที่โปรแกรมกำหนดมามให้ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1.คลิกเลิก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเว้นแผนภูมิ 2.คลิกที่แท็บ Format (รูปแบบ) 3. คลิกเลือกคำสั่ง Shape Fill (เติมสีรูปแบบ) คลิกคำสั่ง Mare Fill Colors…(สีเติมเพิ่มเติม) ภาพที่ 7.50 คลิกเลือก More Fill Colors จะปรากฏ Dialog Box ของสีให้ผู้ใช้เลือก 2 แบบคือ แบบมาตรฐาน (Standard) แบบกำหนดเอง (Custom) ภาพที่ 7.51 แบบมาตรฐาน (Standard) ภาพที่ 7.52 แบบกำหนดเอง (Custom)


4.คลิกเลือกสีตามต้องการ ภาพที่ 7.53 คลิกเลือกสีตามต้องการ 5. คลิก OK จะได้แผนภูมิที่มีสีพื้นตามต้องการ Picture… (รูปภาพ) การตกแต่งแผนภูมิโดยนำรูปภาพมาเป็นพื้นหลังสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกที่แท็บ Format (รูปแบบ) 3. คลิกเลือกคำสั่ง Shape Fill (เติมสีรูปแบบ) คลิกคำสั่ง Picture… (รูปภาพ)


จะปรากฏ Dialog Box ของ Insert Picture(แทรกรูปภาพ) 4.คลิกเลือก Folder ที่เก็บไฟล์ของรูปภาพ แล้วเลือกภาพที่ต้องการ 5.เมื่อเลือกภาพที่ต้องการแล้วให้คลิกที่ Insert (แทรก) ใน Dialog Box ของ Insert Picture(แทรกรูปภาพ) จะได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนด ภาพที่ 7.56 เลือกภาพที่ต้องการ


แผนภูมิที่มีการแทรกรูปภาพเป็นพื้นหลัง ภาพที่ 7.57 ผลลัพธ์ที่ได้ Gradient (ไล่ระดับสี) ในการใส่สีและรูปภาพให้กับพื้นหลังของแผนภูมินั้น ผู้ใช้ยังสามารถใส่สีให้กับ พื้นหลังด้วยการไล่ระดับของสีได้ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1.คลิกเลือก Chart Area(พื้นที่แผนภูมิ)จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2.คลิกที่แท็บ Format(รูปแบบ) 3.คลิกเลือกคำสั่ง Shape Fill (เติมสีรูปแบบ) คลิกที่คำสั่ง Gradient (ไล่ระดับสี) ภาพที่ 7.58 คลิกเลือก Gradient


จะปรากฏรูปแบบการไล่ระดับสีให้เลือก หรือถ้าต้องการเพิ่มเติมให้คลิกที่ More Gradients (การไล่ระดับสีเพิ่มเติม...) ภาพที่ 7.59 เลือกรูปแบบการไล่ระดับสี 4. เมื่อเลือกรูปแบบของการไล่ระดับสีที่ต้องการแล้วจะได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนด ภาพที่ 7.60 ผลลัพธ์ที่ได้ Texture (พื้นผิว) การนำพื้นผิวมาเป็นพื้นหลังให้กับแผนภูมิ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area(พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกที่แท็บ Format (รูปแบบ) 3. คลิกเลือกคำสั่ง Shape Fill (เติมคำสั่ง Texture (พื้นผิว)


ภาพที่ 7.61 คลิกเลือก Texture จะปรากฏรูปแบบพื้นที่ผิวให้เลือก หรือหากผู้ใช้ต้องการเพิ่มเติมพื้นผิวให้คลิกที่ More Textures… (พื้นผิวเพิ่มเติม...) ภาพที่ 7.62 เลือกรูปแบบพื้นผิว


4. เมื่อเลือกรูปแบบของพื้นผิวที่ต้องการแล้วจะได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนด ภาพที่ 7.63 ผลลัพธ์ที่ได้ การกำหนดชื่อแผนภูมิและชื่อแกน การเพิ่มชื่อของแผนภูมิและชื่อของแกนแนวนอน และแนวตั้งนั้น เพื่อแสดงถึงรายละเอียดข้อมูล ของแผนภูมิให้มีความสมบูรณ์ ซึ่งในโปรแกรมนี้ มีการทำงานดังนี้ การเพิ่มชื่อแผนภูมิ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกที่แท็บ Layout (เค้าโครง) เลือกคำสั่ง Chart Area (ชื่อแผนภูมิ) ภาพที่ 7.64 คลิกเลือก Chart Title 3. จะปรากฏคำสั่งในการจัดวางตำแหน่งของชื่อแผนภูมิ ดังนี้ ภาพที่ 7.65 Chart Title


-None ไม่มีชื่อแผนภูมิ -Centered Overlay Title ชื่อแผนภูมิวางซ้อนกับแผนภูมิและจัดวางกึ่งกลาง -Above Chait จัดชื่อแผนภูมิไว้เหนือแผนภูมิโดยไม่ซ้อนกัน -More Title Options ตัวเลือกชื่อเรื่องเพิ่มเติม 4. เลือกการวางตำแหน่งแบบต่างๆ รูปแบบ Centered Overlay Title ภาพที่ 7.66 รูปแบบ Centered Overlay Title รูปแบบ Above Chart ภาพที่ 7.67 รูปแบบ Above Chart


5. จะปรากฏกรอบชื่อแผนภูมิเพิ่มขึ้นมา จากนั้นคลิกที่กล่องข้อความเพื่อพิมพ์ข้อความ เช่น “สรุปยอดขายสินค้าเดือนกรกฎาคม” ลงไปในแผนภูมิ ก็จะแสดงแผนภูมิตามต้องการ ภาพที่ 7.68 ผลลัพธ์ที่ได้ การกำหนดชื่อแกนแนวนอน และแกนแนวตั้งของแผนภูมิ เพื่อเป็นการแสดงให้ทราบถึงลักษณะ หรือประเภทของข้อมูลในแผนภูมิ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกที่แท็บ Layout (เค้าโครง) เลือกคำสั่ง Axis Titles (ชื่อแกน) ภาพที่ 7.69 คลิกเลือก Axis Titles 3. จะมีคำสั่งย่อยในการเลือก 2 ประเภท คือ Primary Horizontal Axis Title (ชื่อแกนนอนปฐมภูมิ) ภาพที่ 7.70 Primary Horizontal Axis Title


ตัวเลือกต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ -None ไม่แสดงชื่อแกน -Title Below Axis ชื่อได้แกน Primary Horizontal Axis Title (ชื่อแกนนอนปฐมภูมิ) ภาพที่ 7.71 Primary Horizontal Axis Title ตัวเลือกต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ -None ไม่แสดงชื่อแกน -Rotated Title ชื่อบนหมุน -Vertical Title ชื่อเรื่องแนวตั้ง -Horizontal Title ชื่อเรื่องแนวนอน 4. เลือกคำสั่ง Primary Horizontal Axis Title (ชื่อแกนนอนปฐมภูมิ) เลือก Title Below Axis (ชื่อใต้แกน) ภาพที่ 7.72 เลือกคำสั่ง Primary Horizontal Axis Title 5. จะปรากฏกรอบชื่อแกนแนวนอนของแผนภูมิเพิ่มขึ้นมา จากนั้นคลิกที่ข้อความเพิ่มพิมพ์ข้อความ เช่น “รายการสินค้า” ลงไปในชื่อแกนแผนภูมิ ก็จะแสดงชื่อแกนแผนภูมิตามต้องการ


ภาพที่ 7.73 ผลลัพธ์ที่ได้ 6. จากนั้นจึงเลือกคำสั่ง Primary Vertical Title (ชื่อแกนตั้งปฐมภูมิ) เลือก Rotated Title(ชื่อแบบหนุน) ภาพที่ 7.74 คลิกเลือก Rotated Title 7.จะปรากฏกรอบชื่อแกนแนวตั้งของแผนภูมิเพิ่มขึ้นมา จากนั้นคลิกที่ข้อความเพื่อพิมพ์ข้อความ เช่น “จำนวนสินค้า” ลงไปในชื่อแกนแผนภูมิ ก็จะแสดงชื่อแกนแผนภูมิตามต้องการ ภาพที่ 7.75 ผลลัพธ์ที่ได้


ผู้ใช้สามารถที่จะจัดวางต าแหน่งของค าอธิบายแผนภูมิได้ตามความเหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้เลือก ลักษณะของแผนภูมิในรูปแบบใด ซึ่งในการจัดวางคำอธิบายสามารถที่จะกำหนดให้วางอยู่ในตำแหน่ง เช่น ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย ด้านขวา ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกที่แท็บ Layout (เค้าโครง) เลือกคำสั่ง Legend (คำอธิบายแผนภูมิ) ภาพที่ 7.76 คลิกเลือก Legend 3. จะมีคำสั่งย่อยในการเลือกตำแหน่งการวางคำอธิบาย คือ ภาพที่7.77 คำสั่ง Legend - None ไม่แสดงคำอธิบายแผนภูมิ - Show Legend at Right แสดงคำอธิบายแผนภูมิที่ด้านขวา - Show Legend at Top แสดงคำอธิบายแผนภูมิที่ด้านบนสุด - Show Legend at Left แสดงคำอธิบายแผนภูมิด้านซ้ายสุด - Show Legend at Bottom แสดงคำอธิบายแผนภูมิด้านล่างสุด - Overlay Legend at Right วางซ้อนคำอธิบายแผนภูมิที่ด้านขวา - Overlay Legend at Left วางซ้อนคำอธิบายแผนภูมิที่ด้านซ้าย - More Legend Options… ตัวเลือกคำอธิบายแผนภูมิเพิ่มเติม…


4. คลิกเลือกคำสั่ง Show Legend Bottom (แสดงคำอธิบายแผนภูมิที่ด้านล่างสุด) ก็จะได้ ผลลัพธ์แสดงขึ้นมาตามต้องการ ภาพที่ 7.78 ผลลัพธ์ที่ได้ การก าหนดป้ายชื่อข้อมูลในแผนภูมิ ในการสร้างแผนภูมิ ผู้ใช้สามารถที่จะกำหนดให้แสดงป้ายชื่อหรือไม่แสดงป้ายชื่อของแผนภูมิก็ได้ เพื่อเป็นการแสดงรายละเอียดป้ายชื่อข้อมูลของแผนภูมิในการกำหนดป้ายชื่อข้อมูลแผนภูมิจะแสดงออกมา เป็นค่าตัวเลข โดยจะวางในตำแหน่งของรูปแบบของแผนภูมิแต่ละแบบที่ผู้ใช้กำหนด ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกที่แท็บ Layout (เค้าโครง) เลือกคำสั่ง Data Labels (ป้ายชื่อข้อมูล) ภาพที่ 7.79 คลิกเลือก Data Labels 3. จะมีคำสั่งย่อยในการแสดงตำแหน่งของป้ายชื่อข้อมูล คือ ภาพที่ 7.80 คำสั่งของ Data Labels


-None ไม่แสดงป้ายชื่อข้อมูล - Center แสดงป้ายชื่อข้อมูลวางไว้กึ่งกลางจุดข้อมูล - Inside End แสดงป้ายชื่อข้อมูลไว้ภายในส่วนปลายจุดข้อมูล -Inside End แสดงป้ายชื่อข้อมูลวางไว้ฐานจุดข้อมูล -Outside End แสดงป้ายชื่อข้อมูลไว้บนสุดภายนอกส่วนปลายจุดข้อมูล -More Data Label Options… ตัวเลือกป้ายชื่อข้อมูลเพิ่มเติม 4. คลิกเลือกคำสั่ง Outside End (ภายนอกส่วนปลาย) ก็จะได้ผลลัพธ์แสดงขึ้นมาตามต้องการ ภาพที่ 7.81 ผลลัพธ์ที่ได้ การกำหนดตารางข้อมูลใต้แผนภูมิ เป็นการแสดงตารางข้อมูลใต้แผนภูมิให้แสดงพร้อมกับแผนภูมิหรือไม่แสดงก็ได้ สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกแท็บ Layout (เค้าโครง) เลือกคำสั่ง Data Table (ตารางข้อมูล) ภาพที่ 7.82 คลิกเลือก Data Table 3. จะมีคำสั่งย่อยในการแสดงตารางข้อมูล ดังนี้


ภาพที่ 7.83 คำสั่งของ Data Table -None ไม่แสดงตารางข้อมูล -Show Data Table แสดงตารางข้อมูล -Show Data Table with Legend Keys แสดงตารางข้อมูลที่มีคีย์คำอธิบายแผนภูมิ -More Data Table Options ตัวเลือกตารางข้อมูลเพิ่มเติม 4.คลิกเลือกคำสั่ง Show Data Table with keys จะได้ผลลัพธ์แสดงดังภาพ ภาพที่ 7.84 ผลลัพธ์ที่ได้ การปรับแกน (Axis) การปรับแกนของแผนภูมินั้น สามารถปรับแต่งได้ตามความเหมาะสมองค่าข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ โดยมีการกำหนดทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือก Chart Area (พื้นที่แผนภูมิ) จะเกิดเป็นกรอบเส้นแผนภูมิ 2. คลิกแท็บ Layout (เค้าโครง) เลือกคำสั่ง Axes (แกน) ภาพที่ 7.85 คลิกเลือก Axes 3. จะมีค่าสั่งย่อยในการแสดงแกนตารางข้อมูล 2 ประเภท คือ Primary Horizontal Axis (แกนนอนปฐมภูมิ)


ภาพที่ 7.86 Primary Horizontal Axis -None ไม่แสดงแกน -Show Left Right Axis แสดงแกนแบบจากซ้ายไปขวา -Show Axis without labeling แสดงแกนโดยไม่มีป้ายชื่อ -Show Right to Left Axis แสดงแกนแบบจากขวาไปซ้าย -More Primary Horizontal Axis Options… ตัวเลือกแกนแนวนอนปฐมภูมิเพิ่มเติม Primary Vertical Axis (แกนตั้งปฐมภูมิ) ภาพที่ 7.87 Primary Vertical Axis ภาพที่ 7.88 ผลลัพธ์ที่ได้ -None ไม่ต้องแสดงแกน - Show Default Axis แสดงแกนเริ่มต้น - Show Axis Thousands แสดงแกนในหลักพัน - Show Axis in Millions แสดงแกนในหลักล้าน - Show Axis in Billions แสดงแกนในหลักพันล้าน -Show Axis with Log Scale แสดงแกนด้วยมาตราส่วนลอการิทึม -More Primary Vertical Axis Options… ตัวเลือกแกนตั้งปฐมภูมิเพิ่มเติม 4.เลือกคำสั่ง Primary Horizontal Axis (แกนนอนปฐมภูมิ) เลือก Show Right to Left Axis


(แสดงแกนแบบจากขวาไปซ้าย) ชื่อแกนจะปรับไปอยู่ด้านซ้ายของแผนภูมิตามผลลัพธ์ที่ได้ตามต้องการ ภาพที่ 7.89 ผลลัพธ์ที่ได้ 5. เลือกคำสั่ง Primary Vertical Axis (แกนตั้งปฐมภูมิ) เลือก Show Axis in Thousands (แสดงแกนในหลักพัน) ชื่อแกนจะปรับไปตามค่าที่ผู้ใช้กำหนด ตามผลลัพธ์ที่ได้ตามต้องการ ภาพที่ 7.90 ผลลัพธ์ที่ได้ หมายเหตุ หากต้องการปรับค่าตนเองให้ผู้ใช้คลิกขวาเลือกคำสั่ง Format Axis จะปรากฏ Dialog Box ให้ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าเองในช่องได้โดยตรง การกำหนดเส้นตาราง (Gridline) การกำหนดเส้นตารางทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะอ่านข้อมูลของแผนภูมิได้ละเอียดและแม่นยำ ในการ เปรียบเทียบชุดของข้อมูลในแผนภูมิ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1.คลิกเลือกแผนภูมิที่ต้องการเปลี่ยนจะเกิดจุดเล็กๆ ล้อมรอบแผนภูมิ ภาพที่ 9.91 คลิกเลือกแผนภูมิตามที่ต้องการ 2. คลิกแท็บ Layout (เค้าโครง) เลือกคำสั่ง Gridlines (เส้นตาราง)


ภาพที่ 7.92 คลิกเลือก Gridlines จะมีคำสั่งย่อยในการแสดงเส้นตารางข้อมูล 2 ประเภท ดังนี้ Primary Horizontal Gridlines (เส้นตารางหลักแนวนอน) ภาพที่ 7.93 Primary Horizontal Gridlines -None ไม่แสดงเส้นตารางแนวนอน -Major Gridlines เส้นตารางหลัก - Major Gridlines เส้นตารางมอง -Major & Minor Gridlines เส้นตารางหลัดและเส้นตารงรอง - Major Primary Horizontal Gridlines Options… ตัวเลือกเส้นตารางหลักแนวนอนเพิ่มเติม Primary Vertical Gridlines (เส้นตารางหลักแนวตั้ง) ภาพที่ 7.94 Primary Vertical Gridlines -None ไม่แสดงตารางแนวตั้ง -Major Gridlines เส้นตารางหลัก -Minor Gridlines เส้นตารางรอง -Major & Minor Gridlines เส้นตารางหลักและเส้นตารางรอง -More Primary Vertical Gridlines Options… ตัวเลือกเส้นตารางหลักแนวตั้งเพิ่มเติม


3. จากนั้นคลิกเลือกคำสั่งของเส้นตารางที่ต้องการ เช่น คลิกคำสั่ง Primary Vertical Gridlines (เส้นตารางหลักแนวนอน) เลือกคำสั่ง Major & Minor Gridlines (เส้นตารางหลักและเส้นตารางรอง) จะ ได้ผลดังภาพ ภาพที่ 7.95 ผลลัพธ์ที่ได้ การนำแผงภูมิมาใส่พื้นหลังลักษณะรูปร่าง และเส้นรอบรูปร่างใน Microsoft Excel 2016 สามารถทำได้สะดวกรวมเร็วขึ้น เนื่องจากจะมีปรูปร่างแบบสำเร็จรูปให้เลือกอีกหลายตามที่ผู้ใช้ต้องการ จะ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1.คลิกเลือกแผนภูมิที่ต้องการจะเปลี่ยนจะเกิดจุดเล็ก ๆ ล้อมรอบแผนภูมิ ภาพที่ 7.96 คลิกเลือกแผนภูมิที่ต้องการ 2.คลิกที่แท็บ Format (รูปแบบ) เลือกคำสั่ง Shape Styles (ลักษณะรูปร่าง) ภาพที่ 7.97 คลิกเลือก Shape Styles


เมื่อคลิกที่ More จะแสดงลักษณะรูปร่างให้เลือกมากมายโดยคลิกเลือกลักษณะรูปร่างที่ต้องการ ภาพที่ 7.98 คลิกเลือก Shape Styles(ต่อ) 3. จากนั้นคลิกเลือกที่ Shape Outline (เส้นรอบรูป) เพื่อทำการเลือกลักษณะต่างๆ ในการตกแต่งเส้นกรอบของแผนภูมิ ภาพที่ 7.99 คลิกเลือกเส้นกรอบรูปร่าง


4. เมื่อทำการเลือกสีของเส้น รูปแบบลักษณะของเส้น จะได้แผนภูมิตามที่กำหนด ดังภาพ ภาพที่ 7.100 ผลลัพธ์ที่ได้ การสร้างแผนภูมิแบบ 3 มิติ การสร้างแผนภูมิเป็นแบบ 3 มิติ ในโปรแกรม Microsoft Excel 2016 นี้จะทำให้มีแสงสีและเงา ของแผนภูมิสวยมากขึ้น และสะดุดตา และดึงดูดความสนใจในการนำเสนองานมากขึ้น เนื่องจากมีการ เปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือกแผนภูมิที่ต้องการเปลี่ยนจะเกิดจุดเล็กๆล้อมรอบบแบบแผนภูมิที่ต้องการ 2. คลิกที่แท็บ Format (รูปแบบ) เลือกคำสั่ง Shape Effects (ลักษณะพิเศษรูปร่าง) ภาพที่ 7.101 คลิกเลือก Shape Effects


จะมีลักษณะพิเศษให้ผู้ใช้เลือกกำหนด ดังนี้ ภาพที่ 7.102 Shape Effects 3. คลิกเลือกที่ Bevel (ยกนูน) คลิกเลือกรูปแบบ Soft Round ดังภาพ ภาพที่ 7.103 คลิกเลือกรูปแบบ Soft Round


ลักษณะของแผนภูมิที่ได้เป็นดังภาพ ได้ภาพที่ 7.104 ผลลัพธ์ที่ การนำภาพมาสร้างเป็นแผนภูมิ (Picture Chart) การสร้างแผนภูมิรูปภาพก็เพื่อให้แผนภูมินั้นดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือกแท่งแผนภูมิต้องการจะเปลี่ยนจะเกิดจุดเล็กๆ ล้อมรอบแท่งแผนภูมิ ภาพที่ 7.105 คลิกเลือกแผนภูมิที่ต้องการ 2. คลิกที่แท็บ Format (รูปแบบ) เลือกคำสั่ง Shape Fill (เติมสีรูปแบบ) เลือกคำสั่ง Picture… (รูปภาพ...) ภาพที่ 7.106 คลิกเลือก Picture


จะปรากฏ Dialog Box ให้เลือกที่ตำแหน่งของ Folder ภาพที่ 7.107 เลือกรูปแบบภาพที่ต้องการ 3. คลิกที่ปุ่ม Insert จะได้ตามที่กำหนดคำอธิบายก็จะมีรูปแบบตามที่แห่งแผนภูมินั้นด้วย ภาพที่ 7.108 ผลลัพธ์ที่ได้ การสร้างแผนภูมิแบบผสม การสร้างแผนภูมิแบบผสม คือ การนำเอาแผนภูมิหลายๆ ประเภทแสดงในแผนภูมิเดียวกัน เพื่อเน้นข้อมูล ให้ดูเด่นขึ้น ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ 1. คลิกเลือกแท่งแผนภูมิที่ต้องการจะเปลี่ยนการเปลี่ยนประเภทจะเกิดจุดเล็ก ภาพที่ 7.109 คลิกเลือกแท่งแผนภูมิที่ต้องการ 2. คลิกที่แท็บ Design(ออกแบบ) เลือกChange Chart Type


ภาพที่ 7.110 คลิกเลือก Change Chart Type 3. หรือคลิกขวาเลือก Type Change Series Chart....(เปลี่ยนชนิดแผนภูมิชุดที่ขัดคล่อง ภาพที่ 7.111คลิกขวาเลือก Type Change Series 4. เลือกประเภทหลักและประเภทย่อยของแผนภูมิใหม่ได้ตามต้องการ ภาพที่7.112 เลือกประเภทหลักและประเภทย่อยตมต้องการ 5. คลิก OK จะได้ดังภาพ ภาพที่7.113 ผลลัพธ์ที่ได้


Spaytเป็นคุณสมบัติใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามอง Microsoft Excel2016 โดยได้ที่Spartklop คือแผนภูมิที่มีขนาดเล็กที่สามารถบรรจุไว้ในเขตเซลล์เดียวได้ ทำใหเกิดสามารถใช้งาน Sparklie ได้เป็นจำนวนมากของดีของ ข้อดีของSparkline คือสามารถSparkrkingeได้ง่ายขึ้นและที่วางเอาเปียกเทียบหลอกง่ายขึ้นอีก ด้วย ขั้นตอนในการสร้าง Sparkline มีดังนี้ 1. เลือกเซลล์ที่ต้องการสร้าง Sparkline ภาพที่ 7.114 เลือกเซลล์ที่ต้องสร้าง Sparkline ภาพที่7.115 คลิกเลือกรูปแบบของ Sparkline 2. คลิกเลือกรูปแบบของ Sparkline ซึ่งอยู่ในแท็บ insert กลุ่ม Sparklines รูปแบบของ Sparkline มีดังนี้ -Line รูปแบบแผนภูมิเส้น -Column รูปแบบแผนภูมิแท่ง -Win/Loss รูปแบบแผนภูมิแท่งที่สุดค่าบวก/ลบ


Click to View FlipBook Version