ส่ือประกอบการสอน
ท ๒๒๑๐๑
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๕
โรงเรียนแม่จริม อ.แม่จริม จ.น่าน
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา น่าน
๒หน่วยการเรยี นร้ทู ี่
บทเสภาสามคั คีเสวก
ตอน วิศวกรรมาและสามคั คเี สวก
ตวั ชี้วดั
• สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ ่าน
• วิเคราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมท่อี า่ น พร้อมยกเหตุผลประกอบ
• อธบิ ายคณุ คา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ น
• สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิดจากการอา่ นเพือ่ ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
• ทอ่ งจำบทอำขยำนตำมที่กำหนดและบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคณุ คำ่ ตำมควำมสนใจ
เม่ือฉันโตขึน้ ฉนั จะเป็นจิตรกร แลว้ จิตรกรมปี ระโยชนอ์ ย่างไร
ท่ที ำประโยชนใ์ หก้ บั ประเทศชาติละ่ กับประเทศนะ
ควำมสำคญั ของ
ความเปน็ มาของบทเสภาสามัคคเี วสรวกรณคดี
พระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำ มีทั้งหมด ๔ ตอน แต่ละตอนมีแนวคิดสำคัญ คือ
เจ้ำอยู่หัว ทรงพระรำชนิพนธ์ ควำมสำมัคคีและควำมจงรักภักดีของข้ำรำชกำร
ข้ึนตำมคำกรำบบังคมทูลขอ ดงั น้ี
พระรำชทำนของเจ้ำพระยำ
ธรรมำธกิ รณำธบิ ดี บทเสภาสามัคคีเสวก
ตอนที่ ๑ กิจการแหง่ พระนน
ที ตอนท่ี ๒ กรีนริ มิต
ตอนที่ ๓ วิศวกรรมา ตอนที่ ๔ สามคั คเี สวก
เพราะเหตุใด ขา้ ราชการจงึ ตอ้ งมีความสามคั คี
พระราชประวัตผิ ู้ทรงพระราชนพิ นธ์
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว (รชั กาลที่ ๖)
❖ ทรงบำเพ็ญพระรำชกรณียกิจในหลำยสำขำ เช่น ด้ำนกำรศึกษำ
กำรต่ำงประเทศ กำรเมืองกำรปกครอง และท่ีสำคัญท่ีสุด คือ
ด้ำนวรรณกรรมและอกั ษรศำสตร์
❖ ทรงพระรำชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้จำนวนมำก จนได้รับ
สมัญญำเมื่อเสด็จสวรรคตแล้วว่ำ “สมเด็จพระมหำธีรรำชเจ้ำ”
หมำยถึง นกั ปรำชญ์ผู้ย่งิ ใหญ่
❖ ทรงไดร้ บั ยกยอ่ งจำกองค์กำรศึกษำวิทยำศำสตรแ์ ละวฒั นธรรมแห่ง
สหประชำชำติ (UNESCO) ให้ทรงเปน็ ๑ ใน ๕ ของนกั ปรำชญ์ไทย
ฉนั ทลกั ษณ์กลอนเสภา
❖ ๑ บท มี ๒ บำท หรือ ๔ วรรค ได้แก่ วรรคสดบั วรรครับ วรรครอง วรรคสง่ ตำมลำดับ
❖ มีลักษณะคล้ายกลอนสุภาพหรือกลอนแปด ❖ เน้อื ควำมตอนหนง่ึ ๆ จะยำวกค่ี ำกลอนกไ็ ด้
ฉันทลักษณ์กลอนเสภา
ตวั อย่าง
◎ ประการหนง่ึ พึงคดิ ในจติ มัน่ วา่ ทรงธรรมเ์ หมอื นบิดาบงั เกิดหวั ๑ บท
๑ บท
ควรเคำรพยำเยงและเกรงกลัว ประโยชนต์ ัวนึกนอ้ ยหน่อยจะดี
ควรนกึ ว่าบรรดาข้าพระบาท ลว้ นเป็นราชบรพิ ารพระทรงศรี
เหมือนลกู เรืออยู่ในกลำงหว่ำงวำรี จำต้องมีมิตรจิตสนทิ กัน
ในระดบั ชน้ั ม.๒ เรียนบทเสภาเสวก ๒ ตอน คอื
ตอนที่ ๓ วิศวกรรมา ตอนท่ี ๔ สามคั คีเสวก
บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วิศวกรรมา
ตัวละคร
พระวศิ วกรรม
❖ เปน็ เทวดานายช่างใหญ่ของพระอินทร์
❖ ตำมตำนำน เป็นเทวดำผู้รบั เทวโองกำรตำ่ ง ๆ
จำกพระอินทร์ เพ่อื สรำ้ งอุปกรณ์ สง่ิ ของ อำคำรต่ำง ๆ
และเป็นผ้นู ำวชิ ำช่ำงมำสอนแกม่ นษุ ย์
❖ ช่ำงไทยแขนงตำ่ ง ๆ ให้ควำมเคำรพบูชำพระวิศวกรรม
ในฐำนะครชู ำ่ งหรือเทพแหง่ วิศวกรรมของไทย
บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วิศวกรรมา
เรือ่ งยอ่
หำกประเทศชำตไิ ม่มคี วำมสงบสุข ประชำชน
ยอ่ มไมส่ นใจสร้ำงสรรค์งำนศลิ ป์ ซ่ึงศิลปะแสดงถงึ
อำรยธรรมของชำติ โดยจะเห็นไดว้ ่ำ ประเทศไทย
เปน็ ชำติท่มี ีควำมเจรญิ รุง่ เรือง เพรำะมชี ำ่ งทีม่ ีควำม
ชำนำญในกำรสร้ำงสรรค์งำนศลิ ปะทุกแขนง เช่น
ชำ่ งปน้ั ชำ่ งเขียน ช่ำงกอ่ สรำ้ ง ชำ่ งทอง ช่ำงเงิน
ช่ำงถม ช่ำงทำอญั มณี และควรสง่ เสริมใหศ้ ลิ ปะ
ของชำตคิ งอยู่สบื ไป
เพราะเหตุใด ประเทศชาติทีไ่ มม่ คี วามสงบสขุ ประชาชนจงึ ไม่สนใจสรา้ งสรรคง์ านศิลป์
ตวั อย่าง บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วศิ วกรรมา
◎ อันชาตใิ ดไร้ศานตสิ ุขสงบ ต้องมวั รบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาตนิ ั้นนรชนไม่สนใจ ในกิจศลิ ปะวิไลละวาดงาม
แตช่ าตใิ ดรงุ่ เรอื งเมอื งสงบ วา่ งการรบอรพิ ลอนั ล้นหลาม
ยอ่ มจานงศิลปาสง่างาม เพ่อื อร่ามเรืองระยับประดับประดา
(บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วิศวกรรมา : พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หวั )
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน สามคั คีเสวก
เรื่องยอ่
หน้าทขี่ องข้าราชบรพิ ารที่ดี คือ
ต้องจงรกั ภักดีตอ่ พระมหากษตั รยิ ์
มคี วามสามคั คี มวี ินัย เปรยี บเสมือน
ลูกเรอื ที่จะตอ้ งเชือ่ ฟงั กปั ตนั มิฉะนั้น
เรือที่บังคบั ก็จะลม่ ลงในที่สุด
ขา้ ราชการที่ดีควรมลี ักษณะอยา่ งไร
ตัวอยา่ ง บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน สามคั คีเสวก
◎ ประการหน่ึงพงึ คิดในจิตมนั่ ว่าทรงธรรมเ์ หมอื นบิดาบงั เกิดหวั
ควรเคารพยาเยงและเกรงกลวั ประโยชน์ตวั นกึ น้อยหนอ่ ยจะดี
ควรนึกวา่ บรรดาข้าพระบาท ลว้ นเป็นราชบรพิ ารพระทรงศรี
เหมือนลูกเรืออยู่ในกลางหว่างวารี จาต้องมมี ติ รจิตสนิทกัน
(บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน สามคั คเี สวก : พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว)
คำศัพท์ คำศพั ท์
เฉโก ความหมาย
ช่างเขียน
ชา่ งสถาปนา ฉลาดแกมโกง ไม่ตรงไปตรงมา
ทรงธรรม์ ช่างวาดภาพ ปัจจบุ นั ใช้ จิตรกร
นรชน ชา่ งกอ่ สร้าง
พระเจ้าแผน่ ดนิ
โยเส คน
เสวก มำจำกคำวำ่ โยโส หมำยถึง โหยกเหยก อวดดี
อริพล อำ่ นว่ำ เส - วก หมำยถงึ ข้ำรำชกำรในรำชสำนัก
ข้าศกึ
คุณค่าด้านเนอื้ หา
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรรมา บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน สามคั คเี สวก
แ ส ด ง เ น้ื อ ห ำ เ ร่ื อ ง คุ ณ ค่ ำ ข อ ง แสดงเน้ือหำเรื่อง กลไกสำคัญในกำร
ศิลปกรรมที่ทำให้จิตใจมีควำมสุขอันจะ บรหิ ำรรำชกำรแผ่นดิน คือ ข้ำรำชกำร ซ่ึง
ส่งผลให้ร่ำงกำยแข็งแรงสมบูรณ์ โดย ข้ำรำชกำรต้องต้ังใจปฏิบัติหน้ำที่ มี
ศิ ล ปิ น มี ค ว ำ ม ส ำ คั ญ ใ น ฐ ำ น ะ เ ป็ น ผู้ ระเบียบวนิ ัย เสียสละ และมีควำมสำมัคคี
ส ร้ ำ ง ส ร ร ค์ ง ำ น ศิ ล ป ะ ค ว ร ช่ ว ย กั น ไ ม่ แ ก่ ง แ ย่ ง ชิ ง ดี ชิ ง เ ด่ น เ ช่ื อ ฟั ง
สนับสนุนผลงำนของศิลปิน เพื่อให้ศิลปินมี ผู้บงั คบั บญั ชำ
รำยได้พอเลี้ยงชีพและเกิดกำลังใจในกำร
สรำ้ งสรรค์งำนศลิ ปะ
คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ป์
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน สามัคคีเสวก
◎ ควรนกึ ว่าบรรดาข้าพระบาท ลว้ นเป็นราชบรพิ ารพระทรงศรี
เหมอื นลูกเรอื อยู่ในกลางหวา่ งวารี จาตอ้ งมีมติ รจติ สนทิ กนั
แมล้ กู เรือเชื่อถอื ผเู้ ปน็ นาย ต้องมุ่งหมายชว่ ยแรงโดยแขง็ ขนั
คอยตั้งใจฟงั บงั คบั กปั ปิตนั นาวานน้ั จึ่งจะรอดตลอดทะเล
มกี ารใช้ภาพพจนแ์ บบอปุ มา โดยเปรยี บเทียบประเทศชาติกับเรือ
เปรยี บพระมหากษตั รยิ ์เปน็ กับตนั เรือ เปรยี บข้าราชการทงั้ หลายเป็นกะลาสีเรือ
คณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรรมา
“กล่าวถงึ เทพศลิ ปศี รเี รืองราม” มีกำรแตกศัพท์ คำว่ำ ศิลป์ ให้เป็น
“ในกิจศิลปะวไิ งละวาดงาม” คำศัพท์หลำกหลำยคำ เช่น ศิลปี ศิลปะ
“ยอ่ มจานงศิลปาสง่างาม” ศิลปำ ศิลป์ ศิลปะกรรม์ ซ่ึงมีควำมหมำยว่ำ
“อนั ชาตใิ ดไร้ช่างชานาญศลิ ป”์ “ศิลปะ” เหมือนกนั ทกุ คำ
“ศิลปกรรมนาใจให้สร่างโศก”
“จึงยกย่องศิลปกรรม์นัน้ ทัว่ ไป”
คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์
บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วศิ วกรรมา
“วา่ ทรงธรรม์เหมือนบดิ าบังเกิดหัว” มีกำรหลำกคำที่มีควำมหมำยว่ำ
“ลว้ นเปน็ ราชบริพารพระทรงศรี” “พระมหำกษัตริย์” เช่น ทรงธรรม์
“ในพระราชสานกั พระภธู ร” พระทรงศรี พระภธู ร พระจักรี
“สมานใจจงรักพระจกั รี”
ยกตัวอย่ำงคำทม่ี คี วำมหมำยวำ่ “พระมหำกษัตริย์” นอกเหนอื จำกคำท่กี ลำ่ วมำขำ้ งตน้ อย่ำงนอ้ ย ๓ คำ
คณุ ค่าดา้ นวรรณศิลป์
บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วศิ วกรรมา
“ควรนกึ วา่ บรรดาขา้ พระบาท” มี ก ำ ร ห ล ำ ก ค ำ ท่ี มี ค ว ำ ม ห ม ำ ย ว่ ำ
“ถึงเสวที เ่ี ป็นขา้ ฝ่าพระบาท” “ข้ำรำชบริพำร” เช่น ข้ำพระบำท เสวี ข้ำฝ่ำพระบำท
“เหลา่ เสวกตกที่กะลาสี” เสวก รำชเสวี
“ควรปรองดองในหมรู่ าชเสวี”
ในปัจจุบนั คำว่ำ “ข้ำรำชบรพิ ำร” หมำยถึงอะไร
คุณคา่ ดา้ นสังคม
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรรมา
◎ บารงุ แดนดนิ ด้วยศิลปกรรม ให้แลลา้ ล้วนอรา่ มและงามงอน
....................................... ............................................
อกี สถาปนะการช่างฉลาด ปลูกปราสาทเคหฐานทงั้ น้อยใหญ่
ก่อกาแพงกาแหงรอบกรุงไกร ท้าประยทุ ธ์ชงิ ชัยแห่งไพรี
สร้างศาสตราอาวุธรทุ ธ์กาแหง เพอื่ ใช้แย้งยุทธากรสมรศรี
ทวยทหารได้ถือเคร่ืองมอื ดี ก็สามารถราวีอรลี าน
สะทอ้ นควำมเจรญิ รงุ่ เรอื งของบำ้ นเมอื ง คอื ผลงำนที่ศิลปนิ และช่ำงทง้ั หลำยได้ประดิษฐ์คิดคน้ ขึ้นเปน็ เคร่อื งมอื
ทแี่ สดงใหเ้ ห็นถึงควำมเจริญรุง่ เรืองของบำ้ นเมอื ง และแสดงให้เห็นถึงภมู ิปัญญำและเกยี รติภมู ขิ องชำติ
คุณค่าดา้ นสงั คม
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน สามคั คีเสวก
◎ เหลา่ เสวกตกท่กี ะลาสี ควรคิดถึงหนา้ ทนี่ ัน้ เป็นใหญ่
รกั ษาตนเคร่งคงตรงวินยั สมานใจจงรกั พระจักรี
ไม่ควรเลอื กทีร่ ักมกั ที่ชัง สามัคคีเปน็ กาลงั พลังศรี
ควรปรองดองในหมู่ราชเทวี ใหส้ มทีร่ ว่ มพระเจา้ เราองคเ์ ดยี ว
สะทอ้ นคุณธรรมหนำ้ ทแี่ ละควำมสำมัคคี คอื แสดงใหเ้ หน็ ว่ำ ชำตจิ ะดำรงอยู่ไดอ้ ย่ำงมั่นคง ขำ้ รำชกำรตอ้ งพร้อมใจกนั ปฏิบัติ
หน้ำท่ีในตำแหน่งของตนอยำ่ งเตม็ ควำมสำมำรถ เคร่งครดั ในระเบียบวินัยและมคี วำมสำมคั คปี รองดองกนั
หากขา้ ราชการขาดความสามัคคปี ระเทศชาติจะเปน็ อย่างไร
สรปุ บทเรียน
ใจควำมสำคญั ส่ิงที่ได้ ข้อคิด
บทเสภาสามคั คีเสวก ตอน วศิ วกรรมา ความรู้ • ความรกั และความภาคภมู ิใจใน
ศิลปะของชาติ
ศิลปะเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ช่วยให้จิตใจมีความสุข • ควำมสำคัญของศลิ ปะ
หากชาติใดมีความสงบ ย่อมมีศิลปะแสดงถึง ตอ่ ควำมเจรญิ ของชำติ • ควำมสำคญั ของควำมสำมคั คี
ความเจริญ จึงควรสนับสนนุ ศิลปินผสู้ ร้างสรรค์
ศิลปะเพอ่ื รักษาศลิ ปะของชาติ • ลกั ษณะทพี่ งึ กระทำของ • การตระหนักในหน้าท่ีของตนเอง
บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน สามัคคีเสวก ขำ้ รำชกำรไทย • การปฏิบัติตนตามหน้าท่ีอย่าง
เตม็ ความสามารถ
ข้ำรำชกำรเป็นกลไกสำคัญในกำรพัฒนำ
ประเทศ ข้ำรำชกำรจงึ ตอ้ งต้ังใจปฏบิ ัติหน้ำที่
มีควำมสำมัคคี และเชื่อฟังผู้บังคับบัญชำ
เพ่ือให้ประเทศชำติเจรญิ ร่งุ เรือง
จบการนาเสนอ ขอบคณุ ค่ะ
ท ๒๒๑๐๑
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๕
โรงเรียนแมจ่ ริม อ.แม่จริม จ.น่าน
สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา น่าน