สื่อประกอบการสอน
ท ๓๓๑๐๑
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖
ภาคเรยี นท่ี ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๕
โรงเรียนแม่จริม อ.แม่จริม จ.น่าน
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา น่าน
ระดบั ภาษาและอทิ ธพิ ลของ
การใช้ภาษา
ระดบั ภาษา คำรำชำศพั ท์ ภาษาตา่ งประเทศ ภาษาถ่ิน
ในภาษาไทย
ภาษาแบบแผน ทม่ี าคาราชาศัพท์ การแบ่งกลุม่ ภาษาถ่นิ
ภาษากง่ึ แบบแผน วธิ กี ารใช้ ภาษาบาลี ภาษา การใชภ้ าษาถิ่น
ภาษาไม่เป็นแบบแผน สันสกฤต
ภาษาเขมร
ภาษาชวา-มลายู
ภาษาองั กฤษ
ในภาษาไทยเธอสนใจ ฉนั สนใจเรอ่ื ง
เรอื่ งอะไรมากทีส่ ุด ภาษาต่างประเทศใน
ฉนั สนใจเรื่องระดบั ภาษา ภาษาไทย ฉันอยากรู้วา่
อยากรู้วา่ แตล่ ะระดับ ภาษาไทยใช้คายืมอยา่ งไรบา้ ง
ภาษาต้องใช้อยา่ งไร
นกั เรียนมคี วามคิดเห็นอยา่ งไรเกย่ี วกบั ประเด็นน้บี า้ งครับ
ระดบั ภาษา
ภาษาแบบแผน มีลกั ษณะ ดังนี้
การเรยี บเรยี งประโยค
มีการกล่าวถึงวัตถุประสงค์เรือ่ งอยา่ งตรงไปตรงมา ประกอบดว้ ยเหตุผล
ความตอ้ งการ ความจาเปน็ ประสงคใ์ ห้ผู้รบั สารทราบหรอื ใหท้ าอย่างใด
ถ้อยคาอทยีใ่ ชา่ ้ งหนึ่ง
สรรพนามผพู้ ูด เชน่ สรรพนามผู้รับสาร เชน่
กระผม, ผม ดิฉัน ข้าพเจ้า ทา่ น ท่าน
ทั้งหลาย
ตวั อยา่ ง
งานทใี่ ชภ้ าษาแบบแผน
เช่น
การกล่าวรายงานในพิธตี า่ ง ๆ
งานประชมุ เชงิ วิชาการ
การกล่าวปราศรยั
ตวั อยา่ ง งานเขียนภาษาแบบแผน
พระราชพงศาวดารเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีความสาคัญ เนื่องจากเป็นหลักฐานซ่ึงนัก
ประวัติศาสตร์ใช้เป็นข้อมูล ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะต้ังแต่พุทธศตวรรษที่
๑๙ เปน็ ต้นมา ดงั นัน้ ในการศึกษาประวตั ศิ าสตร์ไทย และประวัติศาสตร์กัมพูชา พระราชพงศาวดารจึงเป็น
เอกสารสาคัญท่คี วรได้มกี ารจดั พิมพ์เผยแพร่ใหเ้ ปน็ ท่ีรู้จกั แพร่หลาย สาหรบั ใหน้ กั ประวัติศาสตรแ์ ละนกั เรยี น
นักศึกษาได้มีเอกสารทางประวัติศาสตร์ไว้ใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย และประวัติศาสตร์กัมพูชา แต่
ปัจจุบันพระราชพงศาวดารไทยยังไม่เคยมีการแปลและจัดพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาเขมรมาก่อน ดังนั้น นัก
ประวัติศาสตร์ชาวกัมพูชาจึงศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยโดยผ่านพระราชพงศาวดารไทยที่แปลเป็น
ภาษาฝรงั่ เศสหรือภาษาองั กฤษ
โครงการแปลพระราชพงศาวดารกรงุ เก่าฉบับหลวงประเสรฐิ อักษรนิต์ิ ฉบับภาษาไทย-เขมร
ตวั อย่างงานเขียนนี้มลี กั ษณะการใชภ้ าษาอย่างไรบา้ งคะ
ภาษากึง่ แบบแผน มีลักษณะ ดังนี้
การเรียบเรยี งประโยค
สาหรับภาษากง่ึ แบบแผนทมี่ ีการโต้ตอบและอภิปราย การพดู อาจไม่เรียงลาดับ
หรอื ไม่เปน็ ระเบียบบา้ ง อาจพูดในส่ิงท่ีตนอยากรู้ อยากพูด ถือเป็นหน้าที่ของผู้นา
การพูดที่ต้องพยายามนาเข้าสู่ประเด็น เพื่อให้การพูดหรือการอภิปรายตรงตาม
ถ้อยจคดุ ำปทรใ่ี ะชส้ งค์
ผสู้ ง่ สารและผรู้ บั สารใช้สรรพนามคล้ายกับระดับภาษาแบบแผน
แตจ่ ะลดระดบั ความทางการลงมา โดยเฉพาะสรรพนามผู้รบั สาร เช่น
ทา่ น ทุกคน คุณ
ทง้ั หลาย
ตวั อยา่ ง
งานที่ใชภ้ าษากงึ่ แบบแผน
เชน่
การกล่าวอวยพร
การประชุมกลุ่มเล็ก
การบรรยายในห้องเรียน
ตวั อย่าง งานเขียนภาษาก่ึงแบบแผน
วันนี้ครูจะมาสอน เร่ือง ระดับภาษา เรื่องนี้เป็นเร่ืองที่นักเรียนสามารถเจอได้ใน
ชีวิตประจาวัน นักเรียนจาเป็นต้องศึกษาเร่ืองนี้ เพ่ือนาภาษาไปใช้ได้อย่างถูกกาลเทศะ มาดู
กนั ว่า ระดับภาษามกี ่ีระดับ
ระดบั ภาษาแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ
๑. ภาษาแบบแผน นักเรียนจะเห็นคนใช้ภาษาระดับนี้ในการประชุมพิธีการ เช่น การเปิด
ประชมุ สภา การกล่าวปราศรยั
๒. ภาษากึง่ แบบแผน จะเจอได้ในการกล่าวคาอวยพร การประชุมกลุ่มเล็ก หรือการบรรยาย
ในช้นั เรยี นอย่างทค่ี รพู ดู อยูน่ ีก้ ็เปน็ ภาษาก่งึ แบบแผน
๓. ภาษาไม่เป็นแบบแผน คือภาษาท่ีใชพ้ ูดส่ือสารกนั ระหว่างครอบครัว เพ่อื น
ภาษาไม่เป็นแบบแผน มลี กั ษณะ ดังนี้
การเรยี บเรียงประโยค
สำหรับภำษำไมเ่ ปน็ แบบแผนไมม่ รี ะเบยี บชัดเจน เนน้ ให้พดู สอ่ื สำรเข้ำใจงำ่ ยเทำ่ นั้น
ถอ้ ยคำท่ใี ช้ ใช้สรรพนามแทนตัวผรู้ บั สาร เชน่
ใชส้ รรพนามแทนตวั ผูส้ ง่ สาร เช่น เธอ คุณ แก
ฉนั หนู เรา
ตวั อย่าง
งานทีใ่ ช้ภาษาไม่เป็นแบบแผน
เช่น
การส่อื สารกนั ระหว่างคนในครอบครัว เพ่อื น
ตวั อย่าง งานเขียนภาษาไม่เป็นแบบแผน
พอดีเวลาน้ันจวนค่าแล้ว ตาของผมเหลือบไปเห็นชายทุ่งไกลโน้น มีกระต๊อบเล็ก ๆ
และมีตะเกียงจุด มีแสงริบหรี่ ผมจึงชี้ให้เขาดูและพูดว่า เอ็งลองคิดดูซิว่า กระต๊อบเล็ก ๆ
ไฟริบหรี่น้ันมันจะมีอะไรเกิดข้ึนบ้างในท่ีน้ัน นายก้านเหมือนสะกิดใจ มองดูภาพนั้นอย่างใช้
ความคิด ในครู่น้ันเอง เขาคงจะได้ความคิดขึ้นแล้วตบขาตัวเองฉาดใหญ่ แล้วร้องไห้ข้นึ เฉย
ๆ และพูดทั้งร้องไห้ “กูไม่ตายแล้วมึงเอ๋ย กูพบทางแล้ว” พูดแล้วจับแขนผมเบา ๆ และพูด
ต่อ “มึงเอ๋ย มึงเป็นเพื่อนแท้ของกู ท่ีไม่ท้ิงกู กูได้ทางจะตอบแทนมึงแล้ว กูไม่ต้องเข้าป่า”
ผมมองเขาอย่างตื้นตันและก็อดจะน้าตาไหลไปด้วยไม่ได้ “เพ่ือนเอ๋ย ข้าขอเวลาสองวันจะ
สรา้ งเรื่องใหมใ่ ห้เอง็ ตรวจ รับรองว่าเอง็ ตอ้ งชอบใจ”
(“คานา” แผลเกา่ : เหม เวชกร)
เหตผุ ลของกำรเลือกใช้ระดบั ใดระดบั ภำษำหนึ่งในชีวิตประจำวันมีอะไรบ้ำง
คำรำชำศัพท์
ทีม่ ำของคำรำชำศัพท์ คาราชาศัพทท์ ีใ่ ชใ้ นปจั จุบันมีท่มี าแตกต่างกนั ไป ดงั นี้
ราชาศพั ทม์ าจากภาษาไทยแท้
๑. คาทใ่ี ช้เรียกเครือ ความหมาย
ญาติ คำรำชำศัพท์ พระองคเ์ จ้าทเ่ี ป็นพ่ีชายของพระเจา้ แผน่ ดิน
เจ้าฟา้ ทเ่ี ปน็ พ่ีชายของพระเจา้ แผ่นดิน
พระเจา้ พีย่ าเธอ
สมเด็จพระเจ้าพีย่ าเธอ
๒. คาทีใ่ ชเ้ รียกส่วนต่าง ๆ ของ ความหมาย
ร่างกาย คำรำชำศัพท์ กราม
พระกราม
ความหมาย
๓. คาทใ่ี ชเ้ รยี กกริ ยิ าอาการ ถาม
คำรำชำศพั ท์ ขี่มา้
ทรงถาม
ทรงมา้
ราชาศพั ทม์ าจากภาษาอ่นื
๑. คาทีใ่ ช้เรยี กเครอื ความหมาย
ญาติ คำรำชำศพั ท์
ปู่ ตา ของพระมหากษัตรยิ แ์ ละเจา้ นาย
พระอัยกา (อยั กา มาจากภาษาบาลี) (ปู่ ตา ซงึ่ ไม่ใชพ่ ระมหากษัตรยิ ์หรอื เจ้านาย)
สมเด็จพระบรมอยั กาธิราช ปู่ ตา ของพระมหากษตั ริย์
(ปู่ ตา ท่เี ป็นพระมหากษัตรยิ ์)
๒. คาท่ใี ชเ้ รยี กส่วนต่าง ๆ ของ ความหมาย
ร่างกาย คำรำชำศัพท์
พระหัตถ์ (มาจากภาษาบาลี) มอื
พระเนตร (มาจาภาษาบาลี) ตา
๓. คาใชเ้ รยี กกิรยิ าอาการ ความหมาย
คำรำชำศพั ท์
กิน, รบั ประทาน
เสวย (มาจากภาษาเขมร) ชว่ ยเหลอื (ใช้สาหรับ พระราชวงศช์ ั้นสมเดจ็
พระอนุเคราะห์ (มาจากภาษาบาลี สนั สกฤต) เจ้าฟ้าและพระองค์เจ้า)
๔. คาใชเ้ รยี กชื่อส่ิงของเครื่องใชท้ วั่ ๆ ความหมาย
ไป คำรำชำศัพท์
ตา่ งหู
พระกณุ ฑล (มาจากภาษาบาลี สันสกฤต) แหวน
พระธามรงค์ (มาจากภาษาเขมร)
กำรใช้คำรำชำศพั ท์ คาราชาศพั ท์ต้องใช้ใหถ้ กู ตอ้ ง โดยต้องคานงึ ถงึ ลาดับราชอิสรยิ ยศ ซงึ่
ลาดบั ชั้นพระบรมราชวงศต์ ามประสตู ิกาลทใ่ี ชใ้ นรชั การปจั จุบนั มดี งั นี้
ลำดับท่ี ๑ พระมหำกษตั ริย์
ลำดบั ท่ี ๒ และพระรำชนิ ี
ลำดบั ท่ี ๓ พระบรมวงศ์ชัน้
สมเด็จพระบรม
พระบรมวงศ์ชั้นสมเดจ็ เจำ้ ฟ้ำ
ลำดบั ที่ ๔ พระบรมวงศ์ชั้นพระองคเ์ จำ้
ลำดบั ท่ี ๕ พระอนุวงศช์ ัน้ หมอ่ มเจ้ำ
กำรใช้คำรำชำศัพท์ นาหน้าคากรยิ าสามญั เชน่ ทรงฟงั ทรงยนิ ดี
ทรงยืน
๑. การใชค้ าว่า ทรง
นาหนา้ คานามราชาศัพท์ใหเ้ ปน็ กริยาราชาศพั ท์ เชน่
ใช้ พระกรณุ า หมายถงึ ความกรณุ า
ทรง ทรงพระกรุณา หมายถึง มคี วามกรุณา
ไมใ่ ช้ ไม่นาหนา้ คากรยิ าราชาศพั ท์ เช่น เสวย โปรด ประทับ
ไมน่ าหน้าคากริยาทม่ี ีคานามราชาศพั ทต์ อ่ ทา้ ย เช่น
มีพระกรุณา จะไม่ใช้ว่า ทรงมีพระกรณุ า
ตอ้ งใชค้ าวา่ ทรงพระกรุณา
๒. การใช้คาวา่ พระบรม, พระรำช,
พระ
พระรำช พระบรม
พระมหำกษัตรยิ ์ พระ
สมเด็จพระบรมรำชินี
สมเด็จพระบรม
สมเด็จพระ
พระบรมวงศ์ช้ันสมเด็จเจำ้ ฟ้ำ
พระบรมวงศช์ น้ั พระองคเ์ จ้ำ
พระอนวุ งศ์ชั้นหม่อมเจ้ำ
ตวั อยำ่ ง คำรำชำศัพท์ ใช้สำหรับ
พระบรมราโชวาท
คำสำมัญ พระมหากษตั รยิ ์
พระราโชวาท
คาสอน สมเด็จพระบรมราชนิ ี
พระโอวาท สมเด็จพระบรม
สมเด็จพระ
โอวาท
พระราชวงศ์ชัน้ สมเด็จเจ้าฟ้า
และพระองค์เจา้
หมอ่ มเจา้
๓. การใชค้ าราชาศัพทก์ ราบบังคมทลู
ฐานันดรของผรู้ บั ฟงั คำขึ้นตน้ สรรพนำม คำลงทำ้ ย
พระมหากษตั รยิ ์ ขอเดชะฝา่ ละอองธลุ ี บรุ ุษท่ี ๑ : ขา้ พระพทุ ธเจา้ ดว้ ยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
พระบาทปกเกล้า บุรุษที่ ๒ : ใตฝ้ ่าละอองธลุ ี
ปกกระหม่อม พระบาท ดว้ ยเกล้าด้วยกระหมอ่ ม หรือ ควรมคิ วร
แล้วแต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรด
๑. สมเด็จพระบรมราชินี ขอพระราชทานกราบบงั คมทลู บุรุษท่ี ๑ : ขา้ พระพทุ ธเจ้า กระหม่อม
๒. สมเดจ็ พระบรม ทราบฝ่าละอองพระบาท บุรษุ ท่ี ๒ : ใต้ฝา่ ละออง ควรมิควรแล้วแตจ่ ะโปรดเกล้าโปรด
๓. สมเดจ็ พระ กระหมอ่ ม
สมเด็จเจา้ ฟา้ พระบาท ควรมิควรแล้วแตจ่ ะโปรดเกลา้ โปรด
กระหมอ่ ม
พระองค์เจ้า ขอพระราชทานกราบทลู ทราบ บรุ ุษที่ ๑ : ขา้ พระพุทธเจา้ แล้วแตจ่ ะโปรด
บรุ ษุ ท่ี ๒ : ใต้ฝา่ พระบาท
หมอ่ มเจ้า ฝ่าพระบาท
ขอประทานกราบทลู ทราบ บุรุษที่ ๑ : ขา้ พระพทุ ธเจ้า
บุรษุ ท่ี ๒ : ใตฝ้ า่ พระบาท
ฝา่ พระบาท
ทลู ฝ่าพระบาท บรุ ุษที่ ๑ : กระหมอ่ ม (ช.)
หมอ่ มฉัน (ญ.)
บรุ ุษที่ ๒ : ฝา่ พระบาท
ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
ภาษาบาลแี ละสันสกฤต อยใู่ นตระกูลภาษาอินโด-อารยัน (Indo-Aryan) ซง่ึ เป็น
สาขาย่อยในภาษาตระกูลอินโด-ยูโรเปยี น (Indo-European)
คำยืมภำษำบำลแี ละสนั สกฤตในภำษำไทย
พบการใช้ในการติดต่อส่ือสารท่ัวไปทั้งในภาษาพูด ภาษาเขียน คาราชาศัพท์ บทร้อยกรอง
เช่น
ตง้ั ครรภ์ ปราชญ์
หลักกำรสังเกตคำยมื ภำษำบำลแี ละสนั สกฤตในภำษำไทย
คาท่ีมตี วั อักษรเหลา่ นี้อยู่ คาทีม่ ีตวั การนั ต์
เชน่ ศาสตร์ ฤทธ์ิ มนษุ ย์
ฆฌฎฏฐฑฒณ
ภ ศ ษ ฬ ฤ ฤๅ
เช่น ฐานะ ฎกี า ทกั ษะ
ไมใ่ ช้ไม้ไต่คู้ ไม่ปรากฏรปู วรรณยกุ ต์ แมค้ านั้นจะมีเสียง
แมจ้ ะเปน็ คาทีอ่ อกเสยี งสั้น เชน่ วรรณยกุ ต์อน่ื นอกจากคาสามัญ เช่น
เพชฌฆำต อำ่ นวำ่ เพด็ -ชะ-คำด เกษม
แม้คาวา่ เพช จะมเี สียงสั้น แตก่ ไ็ มใ่ สไ่ มไ้ ตค่ ู้ เษม เป็นเสียงจตั วา แต่กไ็ มใ่ สจ่ ตั วา
ภำษำเขมร อยูใ่ นตระกลู ภาษาออสโตรเอเชียติก (Austroasiatic)
ภาษาอน่ื ในตระกลู น้ี เช่น ภาษามอญ ภาษาเวยี ดนาม
คำยืมภำษำเขมรในภำษำไทย
มลี ักษณะคล้ายคลงึ กบั คายมื ภาษาบาลสี นั สกฤต คือ ใชส้ ือ่ สารในชวี ิตประจาวัน
ใช้เรียกชอื่ คน สถานที่ และยงั พบในคาราชาศพั ท์อกี ด้วย เช่น
แถลง ฉลอง
หลักกำรสังเกตคำยืมภำษำเขมรในภำษำไทย มกั มี ญ เป็นตวั สะกด เช่น
เปน็ คาโดด เช่น เพ็ญ
กรุง เนำ ขลัง คาวา่ เพญ็ อา่ นวา่ เพ็น มาตราแมก่ น
ใช้ ญ สะกด ไม่ใช้ น
ไมม่ รี ูปวรรณยกุ ต์เพราะภาษาเขมร
ไมม่ ีหนว่ ยเสยี งวรรณยกุ ต์ เชน่ เปน็ คาแผลง ภาษาเขมรสรา้ งคาใหม่ดว้ ยการเติม
หน่วยคาเตมิ หน้าและหน่วยคาเตมิ กลาง เชน่
กระแส
ดำรสั มำจำกคำว่ำ ตรัส
กระแส คาวา่ แส เปน็ เสียงจัตวา แตไ่ มใ่ สจ่ ัตวา
โดยเตมิ คาวา่ ดา เพ่มิ เข้าไป
ภาษาชวา-มลายู อยูใ่ นตระกูลภาษามาลาโย-โพลเิ ชยี น (Malayo-Polynesian)
หรือ ออสโตรนีเชียน (Austronesian)
คำยืมภำษำชวำ-มลำยูในภำษำไทย
สามารถแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ กลุ่มท่ี ๑ รับมาใช้ในภาษาถ่ินใต้ กลุ่มที่ ๒ รับมา
ใชใ้ นภาษาไทยท่ัวไป กลมุ่ ท่ี ๓ นามาใช้ในวรรณคดี เชน่
หลดุ หมายถึง ดนิ โคลน กรชิ หมายถึง อาวธุ ชนดิ หนงึ่ ยิหวา หมายถงึ ดวงใจ, ดวงชวี ติ
ภาษาถ่ินใต้ ภาษาไทยทั่วไป ภาษาในวรรณคดี
หลักกำรสงั เกตคำยมื ภำษำชวำ-มลำยูในภำษำไทย ไม่มเี สยี งพยัญชนะควบกล้า เช่น
เป็นคาสองพยางค์ เช่น กลั ปงั หำ กะปะ
ระเดน่ บหุ ลัน แตค่ ายืมบางคาก็มีวรรณยุกตก์ ากับดว้ ย
บุหรง ปำเตะ๊ เพ่ือให้สอดคล้องกับระบบเสียงในภาษาไทย
สว่ นใหญไ่ ม่มรี ูปวรรณยกุ ต์ เนอ่ื งจาก บำ้ บำ๋ ย่ำหนดั
ภาษาชวา-มลายูไม่มหี น่วยเสยี ง
วรรณยกุ ต์ เช่น
เจยี ระไน โนรี
ภำษำอังกฤษ อยู่ในตระกลู ภาษาอนิ โด-ยโู รเปยี น (Indo-European) คาในภาษาองั กฤษ
สามารถเปลยี่ นรปู ดว้ ยการเติมหน่วยผนั คาหรอื เปลย่ี นเสยี งสระในคา
คำยืมภำษำอังกฤษในภำษำไทย
พบคายืมได้ในคาศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจาวัน ในศัพท์ทางวิชาการ หรือการใช้
เรยี กช่อื ประเทศตา่ ง ๆ เชน่
เกม นวิ เคลียส อติ ำลี
หลกั กำรสังเกตคำยืมภำษำองั กฤษในภำษำไทย
ลกั ษณะเปน็ คาหลายพยางค์ เชน่
ไดโนเสำร์ คอมพวิ เตอร์
มีเสียงพยัญชนะทีไ่ ม่มีในระบบเสยี งภาษาไทย
เสียงคาควบกลา้ ที่ไมม่ ใี นระบบเสียง เสียงพยัญชนะทา้ ยท่ไี มม่ ใี นระบบเสยี ง
ภาษาไทยบล ดร ฟล ฟร ภาษาไทอยอเชฟน่ ฟิศ เซลล์
เช่น บล็อก ดรัมเมเยอร์ แฟลต เฟรนฟ เสียงตวั สะกด ฟ และ ล ไมม่ ใี นภาษาไทย
ราย แต่เพิ่มเขา้ มาในคายมื ภาษาองั กฤษ
ภาษาถิน่ ภาษาไทย
ถน่ิ เหนอื
ภาษาถนิ่ หมายถึง ภาษาย่อยของภาษาใดภาษา
หนึ่ง ซ่ึงแตกต่างไปตามท้องถน่ิ ท่ผี พู้ ูดอาศัยอยู่ ภาษาไทย ภาษาไทย
ถ่นิ กลาง ถิ่นอสี าน
ภาษาไทยถ่ิน หมายถึง ภาษาย่อยของภาษาไทย
ท่ีใช้ส่ือสารกันในท้องถิ่นต่าง ๆ ในประเทศไทย และ ภาษาไทย
มคี วามแตกต่างกนั ไปตามทอ้ งถ่นิ ถนิ่ ใต้
ภาษาไทยมาตรฐาน หมายถงึ ภาษาไทยซง่ึ เปน็ ที่
ยอมรับให้ใช้เป็นภาษากลาง ในการติดต่อส่ือสาร
และใชเ้ ปน็ ภาษาทางราชการ
โดยภาษาไทยถ่ินแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม ตาม
ภูมศิ าสตรแ์ ละสภาพการปกครอง
กำรใช้ภำษำถ่นิ ภ า ษ า ไ ท ย ถิ่ น ใ ช้ สื่ อ ส า ร ใ น แ ต่ ล ะ ภู มิ ภ า ค ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
นอกจากน้ียังพบได้จากเอกสารหรือวรรณคดีโบราณท่ีทาให้เห็นว่า
คาในอดีตท่ีใช้ ในงานเหล่านี้มีการนามาใช้ในปัจจุบันอย่างไร
ตวั อยา่ ง คำวำ่ หลวก
ในเอกสารหรอื จารึกโบราณ “ปราชญ์เรยี นจบปิฎกไตรหลวกกวา่ ปคู่ รูในเมืองนที้ ุกคน”
(ศลิ าจารึกพ่อขนุ รามคาแหง พ.ศ. ๑๘๓๕)
หมายถึง ฉลาด, รอบรู้
ปจั จบุ นั ในภาษาถิน่ เหนอื ยังคงใช้รปู ปัจจุบนั ภาษาไทยมาตรฐานเปลย่ี นจาก
คาและความหมายตามเดิมอยู่ สระ หลวก เป็น หลัก ในคาวา่
หลกั แหลม
คำวำ่ ยำ่ ง
ในภาษาโบราณ หมายถึง
เดนิ
ปจั จุบนั ในภาษาถิ่นเหนอื ปัจจบุ ันภาษาไทยมาตรฐาน
และถ่ินอีสานยงั คงใชร้ ปู คา เปล่ยี นไปใชค้ าว่า เดนิ และคาวา่
และความหมายตามเดมิ อยู่ ย่าง เพมิ่ ความหมาย วิธกี ำรหนง่ึ
ท่ีทำให้อำหำรสุก เข้าไปด้วย
เหตุผลใดทำให้คำมกี ำรเปลีย่ นแปลงรูปคำหรอื ควำมหมำยไปจำกเดมิ
สรปุ บทเรยี น
ระดบั ภำษำ
ภำษำแบบแผน ภำษำกึ่งแบบแผน ภำษำไม่เปน็ แบบแผน
เรยี บเรยี งประโยคให้ตรง เรยี บเรียงคล้ายภาษาแบบ ไม่มหี ลกั ในการเรยี บเรยี ง
ตามวัตถปุ ระสงค์ มคี วาม แผน แต่เรียงลาดบั ไม่เปน็ ไมเ่ คร่งครดั
สละสลวย มีระเบียบ ระเบียบและไม่เคร่งครดั มาก ใชส้ อ่ื สารแบบเป็นกนั เอง
ใช้ในงานทเ่ี ป็นทางการ ใชใ้ นงานกง่ึ ทางการ เชน่ เช่น การส่ือสารใน
เชน่ การกลา่ วปราศรยั การอภิปรายกลมุ่ ครอบครวั
คำรำชำศพั ท์
ทีม่ ำคำรำชำศพั ท์ กำรใชค้ ำรำชำศัพท์
คาไทยแท้ ใช้แตกต่างกนั ตามลาดบั
คายมื ภาษาตา่ งประเทศ พระราชวงศ์
ภำษำต่ำงประเทศ
ในภำษำไทย
กำรใช้คำ หลักกำรสงั เกต
ภำษำบำลี ภำษำสนั สกฤต ภำษำชวำ-มลำยู ภำษำบำลี ภำษำสันสกฤต ภำษำชวำ-มลำยู
ใช้ในภาษาพดู และเขยี นท่ัวไป ใชใ้ นภาษาถ่นิ ใต้ ใชต้ ัวอกั ษรที่ไมน่ ิยมใช้ในคา เป็นคาสองพยางค์
ใช้ในคาราชาศัพท์ ใชใ้ นภาษาพูดและเขยี นทัว่ ไป ภาษาไทย มีการันต์ ไม่มพี ยัญชนะควบกลา้
ใชใ้ นวรรณคดี ไม่ใชเ้ ครอ่ื งหมายไมไ้ ตค่ ู้และ ไม่มรี ปู วรรณยกุ ต์
ไม่มรี ูปวรรณยกุ ต์
ภำษำเขมร ภำษำอังกฤษ
ใชใ้ นภาษาพูดและเขยี นทั่วไป ใช้ในภาษาพดู และเขียนทว่ั ไป ภำษำเขมร ภำษำอังกฤษ
ใชใ้ นคาราชาศัพท์ ใชเ้ ป็นศพั ทท์ างวชิ าการ เปน็ คาโดด ตัวสะกดไมต่ รง เป็นคาหลายพยางค์ มเี สียง
ใชเ้ รียกช่อื ประเทศ ตามมาตราตวั สะกดภาษาไทย พยญั ชนะทไ่ี มม่ ีในระบบเสียง
ไม่มีรูปวรรณยุกต์ ภาษาไทย
จบการนาเสนอ
ขอบคณุ ค่ะ
ท ๓๓๑๐๑
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๖
ภาคเรียนท่ี ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๕
โรงเรยี นแม่จริม อ.แม่จริม จ.น่าน
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา น่าน