เด็กที่มีความต้องการพิเศษ
กล่าวถึงการจัดการศึกษาสาหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ และบุคคลพิการ ไว้ว่า ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษาขั้น ขั้ พื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้ อย่างทั่ว ทั่ ถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายสาหรับบุคคล ซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ ซึ่งไม่สามารถ พึ่งตนเองได้ ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าว มีสิทธิและโอกาสได้รับ การศึกษาขั้น ขั้ พื้นฐานเป็นพิเศษ พระราชบับั บั ญ บั ญญัญั ญั ติ ญั ติติกติารศึศึ ศึ ก ศึ กษาแห่ห่ ห่ ง ห่ งชาติติติติ พุทธศักราช 2542 มาตรา10
ความหมาย เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือบางคนเรียกว่า เด็กพิเศษ หมายถึง เด็กที่จำ เป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ เนื่องจากความบกพร่อง หรือข้อจำ กัด หรือข้อจำ กัด ทางด้าน ร่างกาย จิตใจ สติปัญญาประสาทสัมผัส อารมณ์ และสังคม รวมถึงการได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางสภาพแวดล้อม อันเป็นเหตุ ให้เด็กมีข้อจำ กัดหรืออุปสรรคต่างๆ ในการดำ เนินชีวิต หรือ การมีส่วนร่วมในการทำ กิจกรรมต่างๆ ทางสังคมในสำ เร็จ ตามบทบาทปกติ ทั้ง ทั้ นี้ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรง ของความ บกพร่องหรือข้อจำ กัดนั้น นั้ ๆ
องค์การอนามัยโลก (WHO) เด็กที่มีความต้องการพิเศษจะต้อง อยู่ในขอบเขต 3 ประการ คือ 1) บกพร่อง (Impairment) หมายถึง มีการสูญเสียหรือมีความ ผิดปกติของจิตใจ และสรีระ หรือ โครงสร้างและหน้าที่ของ ร่างกาย 2) ไร้สมรรถภาพ (Disability) หมายถึง การมีข้อจากัดใด ๆ หรือขาดความสามารถอันเป็นผลมา จากความบกพร่องจนไม่ สามารถกระทำ กิจกรรมในลักษณะหรือภายในขอบเขตที่ถือว่า ปกติสาหรับมนุษย์ได้ 3) ความเสียเปรียบ (Handicap) หมายถึง การมีความจากัด หรืออุปสรรคกีดกั้น กั้ อันเนื่องมาจาก ความบกพร่อง และการไร้ สมรรถภาพที่จำ กัดหรือขัดขวางจนทำ ให้บุคคลไม่สามารถบรรลุ การกระทำ ตาม บทบาทปกติของเขาได้สำ เร็จ เด็กที่มีความต้อ งการพิเ ศษ
AUTISTIC DISORDER ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพเิศษ 1.เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 2.เด็กท่ีมีความสามารถพิเศษ 3.ความพิการซ้ำ ซ้อน 4.เด็กออทิสติก 5.เด็กท่ีมีความความบกพร่องทางสติปัญญา 6.เด็กท่ีมีความบกพร่องทางการมองเห็น 7.เด็กท่ีมีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ 8.เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม 9.เด็กท่ีมีปัญหาทางการเรียนรู้ 10.เด็กที่มีความบกพร่องทางการส่ือความหมาย 11.เด็กสมาธิสั้น สั้
Exceptionality ความเบี่ยงเบนด้านพัฒนาการ พฤติกรรมจากเกณฑ์ปกติ เป็นอย่างมาก ชัดเจน ทั้ง ทั้ ทางบวกและทางลบ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เลขา กล่าวว่า เด็กพิเศษ มาจากคาเต็มว่า เด็กที่มีความ ต้องการพิเศษ หมายถึง เด็กกลุ่มที่จาเป็นต้องได้รับ การดูแลช่วยเหลือ เป็นพิเศษเพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ เด็กท่ี่มีความสามารถพิเศษ • เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง (ไอคิว 130 ขึ้นไป) • เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เฉพาะด้าน • เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ เด็กที่มีความบกพร่อง (ยึดตามกระทรวงศึกษาธิการ) • เด็กที่มีความบกพร่องทางการ มองเห็น • เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน • เด็กที่มีความบกพร่องทางการสื่อสาร • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และการเคลื่อนไหว • เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์และ พฤติกรรม • เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ • เด็กออทิสติก • เด็กที่มีความพิการซ้อน
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เลขา กล่าวว่า เด็กพิเศษ มาจากคาเต็มว่า เด็กที่มีความ ต้องการพิเศษ หมายถึง เด็กกลุ่มที่จาเป็นต้องได้รับ การดูแลช่วยเหลือ เป็นพิเศษเพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ เด็กยากจนและด้อยโอกาส • เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะ ยากจน ขาดแคลนปัจจัยที่ จำ เป็นในการเจริญ เติบโต และ การเรียนรู้ของเด็ก และรวมถึง กลุ่มเด็กที่ด้อยโอกาส ทาง การศึกษาจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น เด็กเร่ร่อน เด็กถูกใช้แรงงาน เด็กต่างด้าว
แนวทางดูแลช่วยเหลือเด็กออทิสติก 1) ส่งเสริมพลังครอบครัว การดูแลช่วยเหลือเด็ก ออทิสติก ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ ของทุกคน ควรเริ่มต้นลงมือฝึกเด็กก่อนแล้วค่อยๆ พัฒนา วิธีการตามคำ ชี้แ ชี้ นะจากผู้เชี่ยวชาญ 2) ส่งเสริมความสามารถเด็ก จะช่วยให้มีกำ ลังใจ โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำ บ่อยๆ แล้วสอนเพิ่มในเรื่องที่ ใกล้เคียงกับสิ่งที่เด็กทำ ได้ เช่น ดนตรี กีฬา งานศิลปะต่างๆ 3) ส่งเสริมพัฒนาการ และ ปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะ สม การจัดกิจกรรมเพื่อใช้ในการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ เป็นไปตามวัย โดยยึดหลักและลำ ดับขั้น ขั้ พัฒนาการของเด็ก ปกติ ควรทำ ตั้ง ตั้ แต่อายุน้อย โดยต้องทำ อย่างเข้มข้น สม่ำ เสมอ และต่อเนื่อง
แนวทางดูแลช่วยเหลือเด็กออทิสติก 4) การแก้ไขการพูด ถ้าเด็กพูดได้เร็ว โอกาสที่จะมี พัฒนาการทางภาษาใกล้เคียงปกติก็จะเพิ่มมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญ ที่แก้ไขการพูด คือ “นักแก้ไขการพูด” (Speech Therapist) แต่ผู้ที่มีบทบาทสำ คัญ คือผู้ปกครองซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเด็ก 5) การฟื้นฟูการศึกษา การจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล จำ เป็น ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับความสามารถ ความบกพร่อง และความสนใจของเด็กแต่ละคน ปัจจุบันมีทางเลือกในการ ศึกษาเพิ่มขึ้น ทั้ง ทั้ ในรูปแบบโรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะทาง โรงเรียนเรียนร่วม ห้องเรียนคู่ขนาน ห้องเรียนปกติ รวมถึง การศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย
แนวทางดูแลช่วยเหลือเด็กออทิสติก 6) การฟื้นฟูทางสังคม และทางอาชีพ บุคคลออทิสติก สามารถประกอบอาชีพได้ปกติ ตามความถนัดของแต่ละคน ถ้า มีการเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม และสังคมมีความ เข้าใจ เปิดโอกาสให้ 7) การรักษาด้วยยา นำ มาใช้เพื่อบรรเทาอาการบางอย่างที่ เกิดร่วม เด็กไม่จำ เป็นต้องรักษาด้วยยาทุกคน และเมื่อทานยา แล้วก็ไม่จำ เป็นต้องทานต่อเนื่องไปตลอดชีวิตเช่นกัน แพทย์ จะพิจารณาปรับขนาดยา หรือหยุดยา เมื่ออาการทุเลาลงแล้ว
การศึกษา แบบเรียนรวม การศึกษาแบบเรียนรวม หมายถึง การรับเด็กเข้ารับการ ศึกษาโดยไม่แบ่งแยกความบภพร่องของเด็ก หรือคัด แยกเด็กที่ด้อยว่าเด็กส่วนใหญ่ออกจากชั้น ชั้ เรียน แต่จะใช้ การบริหารจัดการและวิธีการในการให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และพัฒนาการตามความต้องการ จำ เป็นอย่างเหมาะสม เป็นรายบุคคล
ปรัชญาของการศึกษาแบบเรียนรวม การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม เกิดจากปรัชญาการศึกษา ที่ก ที่ ล่าวไว้ว่า การศึกษาเพื่อทุกคน (Education for All) เพราะเด็กแต่ละคนจะมีความแตกต่างทั้ง ทั้ ในด้านร่างกาย สติปัญญาอารมณ์ และสังคม ดังนั้น นั้ ความต้องการของเด็กๆ ทุกคนย่อมมีความแตกต่างกันแม้อยู่ในชั้น ชั้ เรียนเดียวกัน โรงเรียนและครูจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เด็กทุกคน เรียนรวมกันและได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล
แผนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมการเรียนรู้ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งการเรียนรู้ของคนเราอาศัยประสาทสัมผัส ได้แก่ ตา หู จมูกลิ้น ลิ้ กาย ใจ เป็นองค์ประกอบหลักของการเรียนรู้ และการรับรู้ หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งสูญเสีย หรือบกพร่องไปย่อมมีผลต่อการเรียนรู้ และการรับรู้ตามไปด้วย ทำ ให้การเรียนรู้ ของเด็กต้องล้มเหลว เรียนไม่ได้ดีเท่าที่ควรหรือเกิดข้อขัดข้องเสียก่อน ซึ่งอาจจัด เป็นองค์ประกอบใหญ่ ๆ ได้ 3 ประการ 1. องค์ประกอบด้านสรีรวิทยา ได้แก่ สาเหตุที่สืบเนื่องมาจากการทำ งานผิดปกติ ของระบบการทำ งานของร่างกาย เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางร่างกาย ของเด็กเอง 2. องค์ประกอบด้านจิตวิทยา ได้แก่ สติปัญญา อัตราเร็วของการเรียนรู้ ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับตนเอง การปรับตัวทางอารมณ์และสังคม ความสัมพันธ์ ระหว่างครอบครัวและเพื่อน 3. องค์ประกอบด้านสภาพแวดล้อม ตลอดจนประสบการณ์ต่างๆเด็กที่มีความ ต้องการพิเศษย่อมได้รับผลกระทบต่อการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ และหากเป็นเด็ก ที่มีความบกพร่องทางด้านต่างๆ ซ้อนจะมีผลกระทบต่อการเรียนรู้มากขึ้นไปอีก หลักการการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม
องค์ประกอบพื้นฐานของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม องค์ประกอบพื้น พื้ ฐานที่สำ คัญต่อการศึกษาแบบเรียนรวม ประกอบด้วย 1.มีผู้ช่วยสอนและผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มบุคลากรที่มีศักุยภาพอย่างมากในการช่วยส่งเสริมให้เกิดความหลากหลาย หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ครูผู้สอนสามารถมองเห็นความต้องการของเด็ก นักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียม หรือช่วยส่งเสริมให้นักเรียนที่ละทิ้ง ทิ้ การเรียน ในห้องเรียนให้กลับมาอีกครั้ง รั้ ด้วยการสื่อสารแบบตัวต่อตัวมากขึ้น 2.หลักสูตรที่ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม การมีหลักสูตรนี้รวมถึงการนำ แนวคิดที่สำ คัญของท้องถิ่นและสร้าง การมีส่วนร่วมของเด็กที่เป็นกลุ่มชายขอบหลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องที่แบ่งแยก สิ่งดีและสิ่งที่แยกเปิดโอกาสให้มีการปรับหลักสูตรที่เข้ากับรูปแบบการเรียนรู้ ของนักเรียนที่อาจมีความต้องการเฉพาะ
องค์ประกอบพื้นฐานของการจัดการศึกษา แบบเรียนรวม 3.การมีส่วนร่วมของครอบครัว โรงเรียนจะต้องเปิดพื้นที่ให้พ่อแม่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแจ้งความ ต้องการของเด็กเสนอความคิดเห็นในการกำ หนดรูปแบบการเรียนรู้ในห้องเรียน สำ หรับระบบโรงเรียนที่มีความหลากหลาย การคำ นึงถึงผู้เรียนทุกคนนั้น นั้ หมายถึงการคิดวิธีที่หลากหลายในการเข้าถึงครอบครัวภายใต้เงื่อนไข ที่โรงเรียนมี 4.รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ จำ เป็นต้องมีรัฐบาลที่รับผิดชอบต่อการดำ เนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่เลือก ปฏิบัติ ออกเอกสารทางกฎหมายที่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย อย่างเท่าเทียม และยกเลิกนโยบายที่ไม่เป็นธรรม
6511030030 นางสาวกุล กุ ณัฐ ณั พัด พั เถื่อ ถื่ น09 สาขาสัง สั คมศึก ศึ ษา