เด็กที่มีความ ต้องการพิเศษ HILDREN WITH SPECIAL NEEDS
องค์การอนามัยโลก (WHO) เด็กที่มีความต้องการ พิเศษจะต้องอยู่ในขอบเขต 3 ประการ คือ 1) บกพร่อง (Impairment) หมายถึง มีการสูญเสีย หรือมีความผิดปกติของจิตใจ และสรีระ หรือ โครงสร้างและหน้าที่ของร่างกาย 2) ไร้สมรรถภาพ (Disability) หมายถึง การมีข้อ จากัดใด ๆ หรือขาดความสามารถอันเป็นผลมา จาก ความบกพร่องจนไม่สามารถกระทากิจกรรมในลักษณะ หรือภายในขอบเขตที่ถือว่าปกติสาหรับมนุษย์ได้ 3) ความเสียเปรียบ (Handicap) หมายถึง การมี ความจากัดหรืออุปสรรคกีดกั้นอันเนื่องมาจาก ความ บกพร่อง และการไร้สมรรถภาพที่จากัดหรือขัดขวางจน ทาให้บุคคลไม่สามารถบรรลุการกระทาตาม บทบาท ปกติของเขาได้สาเร็จ ความหมาย
เด็กทีมีความต้องการพิเศษ หมายถึง เด็กกลุ่มทีจาเปน ต้องได้รับ การดูแลช่วยเหลือ เป็นพิเศษเพิม เติมจาก วิธีการตามปกติ เด็กท่ีมีความสามารถพิเศษ • เด็กที่มีระดับสติปญญาสงู (ไอคิว 130 ขึ้นไป) • เด็กที่มีความสามารถพเิศษเฉพาะด้าน • เด็กที่มีความคิดสรา้งสรรค เด็กที่มีความบกพร่อง (ยึดตามกระทรวงศึกษาธิการ) • เด็กที่มีความบกพร่องทางการ มองเห็น • เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน • เด็กที่มีความบกพร่องทางการสือสาร • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และการเคชื่ออนไหว • เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์และพฤติกรรม • เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางการ เรียนรู้เด็กออทิสติก เด็กที่มีความพิการซ้อน เด็กยากจนและด้อยโอกาส เด็กทีอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจนขาดแคลนปัจจัยที่ จำ เป็นในการเจริญเติบโต และการเรียนรู้ของเด็ก และรวมถึง กลุ่มเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาจากสาเหตุอื่นๆ เชน่ เด็ก เร่ร่อน เด็กถูกใช้แรงงาน เด็กต่างด้าว
• เด็กที่มีวามบกพร่องทางการได้ยิน • เด็กที่มีความความบกพร่องทางสติปีญญา • เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น • เด็กที่มีความบกพร้องทางร่างกายและสุขภาพ • เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม • เด็กที่มีปัญหาทางการเรียน • เด็กสมาธิสั้น • เด็กที่มีความบกพร่องทางการสือความหมาย • เด็กออทิสติก • ความพิการซ้ำ ซ้อน • เด็กที่มีความสามารถพิเศษ ประเภทของเด็ก ท่ีมีความต องการพิเศษ
• 1 พัฒนาการของเด็กปกติ เน้นพัฒนาการของเด็ก ปกติ • 2 ทั้งต้องจัดการสอนให้เป็นไปตามลาดับขั้น และ ฝึกทักษะหรือให้ทากิจกรรมต่าง ๆ ให้สาเร็จด้วย ตนเอง พฤติกรรมมนุษย์ เน้นเรื่องการปรับพฤติกรรม และการ สอนทักษะท่ีเหมาะสมแก่เด็กแต่ละคน • 3 บูรณาการทฤษฎีต่าง ๆ เน้นการนาหลักการของ ทฤษฎีต่าง ๆ มาผสมผสานกัน ทางานร่วมกับแพทย์ และนักวิชาชีพ • 4 ฝึกอบรมคณะทางาน เน้นการฝึกอบรมให้แก่ผู้ที่ทา งานร่วมกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้รู้จัก • 5 การสังเกต และแปลความหมายพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เด็กเหล่านี้แสดงออกมา ทั้งจะต้องราบวิธีการ ตอบ สนองต่อพฤติกรรมนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้องด้วย • 6 เน้นครอบครัวเป็นศูนย์กลางให้ความสาคัญใน ด้านความร่วมมือกับครอบครัว ปรัชญาและแนวการจัดบริการช่วยเหลือ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ
รูปแบบการจัดการศึกษาสาหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษในประเทศไทย • พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำ หรับคนพิการ พ.ศ. 2551 มาตรา 8 ให้ สถานศึกษาในทุกสังกัดจัดทำ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยให้ สอดคล้องกับความต้องการจาเป็นพิเศษของคนพิการ และต้องมีการ ปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามหลัก เกณฑ์และวิธีการที่กำ หนดในประกาศกระทรวง ดังนั้น สถานศึกษาในทุก สังกัดและศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการอาจจัดการศึกษา สำ หรับคนพิการ ในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ในรูปแบบที่หลากหลายทั้งการเรียน ร่วม การจัดการศึกษาเฉพาะความพิการ รวมถึงการให้บริการฟื้นฟู สมรรถภาพ การพัฒนาศักยภาพในการ ดำ รงชีวิตอิสระการพัฒนาทักษะพ้ืน ฐานที่จาเป็น การฝึกอาชีพ หรือการบริการอ่ืนใด บุคลากรที่เกียวข้องในการจัดการศึกษาพิเศษ 1.ครูประจำ ชั้นพิเศษ 2.ครูสัญจรหรือครูเดินสอน 3.ครูเสริมวิชาการ 4.ครูแนะแนว 5.ครูสอนพูดแก้ไขการพูดทําหน้าทีสอนพูด หรือแก้ไข การพูดแก่เด็กทที่มีความต้องกาพิเศษ 6.นักจิตวิทยา 7.นักโสตสัมผัสวิยา มีหน้าทีตรวจวัดการได้ยินของเด็ก 8.นักกายภาพบาบัด 9.นักกิจกรรมบาบัด มีหน้าที่ฝึกการใช้มือและนิ้วมือแก่เด็ก ที่มีความต้องการพเิศษ 10.นักสังคมสงเคราะห์ 11.เเพทย์ 12.จิตเเพทย์
องค์ประกอบของแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล 1. ข้อมูลทั่วไป เช่น วันเกิด ประเภทความพิการ ชื่อ นามสกุล และที่อยู่ ของผู้เรียน บิดา มารดา ผู้ปกครอง เป็นต้น 2. ข้อมูลทางการแพทย์หรือสุขภาพ 3. ข้อมูลทางการศึกษา 4. การกำ หนดแนวทางการศึกษาและการวางแผนการจัดการศึกษาพิเศษ 5. ข้อกำ หนดสำ หรับการอำ นวยความสะดวก เทคโนโลยี สิ่งอำ นวย ความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นทางการศึกษา 6. คณะกรรมการจัดทำ แผน 7. ความเห็นของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือนักเรียน 8. ข้อมูลอื่นที่จำ เป็น ขั้นตอนการจัดทำ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล 1. ประเมินระดับความสามารถและความต้องการพิเศษของผู้เรียนเป็นราย บุคคล 2.กำ หนดเป้าหมายระยะยาว 9 ปี เป้าหมายระยะสั้นหรือจุดประสงค์เชิง พฤติกรรม 3. ประเมินความต้องการของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ด้านเทคโนโลยีสิ่ง อำ นวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา 4. ระบุกระบวนการเรียนรู้และปัจจัยที่จำ เป็นในการศึกษา 5. กำ หนดรูปแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินนักเรียน คณะกรรมการ จัดทำ แผนวัดผลการเรียนรู้ของนักเรียน การศึกษาเฉพาะบุคคล มี กรรมการอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วย 1. ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้แทน 2. บิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครอง 3. ครูประจำ ชั้นหรือครูแนะแนวหรือ ครูการศึกษาพิเศษหรือครูผู้รับผิด ชอบงานการศึกษาพิเศษเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีที่สถาน ศึกษาใดมีนักวิชาการเฉพาะด้านความพิการ สถานศึกษานั้นอาจแต่งตั้ง นักวิชาการดังกล่าวเข้าร่วมเป็นกรรมการเพิ่มเติมได้ 6.ให้คณะกรรมการจัดทำ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ประชุมจัดทำ แผนตามข้อ 2 และนำ แผนสู่การปฏิบัติและติดตามผลตามแผน รวมทั้ง จัดประชุมประเมิน ทบทวน ปรับแผนและจัดทำ รายงานปีละ 2 ครั้ง
นางสาวทรัญ รั ญู ทองมา 6511030031 Thank you