Social Engineer Skills กิจกรรมสร้างแกนนำราชภัฏวิศวกรสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ณ เทศบาลตำบลปะแต และกลุ่มสตรีพัฒนาทำผ้าบาติก อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
บทนำ SOCIAL ENGINEER SKILLS โครงการวิศวกรสังคมเป็นกระบวนการพัฒนานักศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะ ของบัณฑิตให้สอดคล้องกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยเน้นบทบาทของมหาวิทยาลัย ราชภัฏในการพัฒนาท้องถิ่นผ่านการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชน การยกระดับองค์ความรู้ ของชุมชน และการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม โครงการนี้มุ่งเน้นให้นักศึกษา สามารถประยุกต์ใช้ความ ช้ รู้ที่ได้จากห้องเรียนไปสู่การปฏิบัติจริง โดยเสริมสร้างทักษะ การคิดวิเคราะห์ทักษะการสื่อสาร ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแก้ปัญหา เชิงสชิ ร้างสรรค์ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน
Social Engineer Skills 1 3-STEPS GUIDE TO SUCCESS IN SUSTAINABILITY STRATEGIES การวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน นักศึกษาจะลงพื้นที่ศึกษาและสำรวจศักยภาพของ เทศบาลตำบลปะแต และ กลุ่มสตรีพัฒนาทำผ้าบาติก อำเภอยะหา เพื่อทำความเข้าใจสภาพ ปัจจุบันของชุมชน ทั้งใน ทั้ ด้านทรัพยากร วัฒนธรรม ประเพณีและ เศรษฐกิจ โดยนักศึกษาได้ดำเนินการ สัมภาษณ์กลุ่มผู้นำชุมชนและกลุ่มสตรีทำผ้าบาติก เพื่อศึกษา ปัญหาและแนวทางพัฒนา สำรวจลักษณะผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกของกลุ่มสตรีพร้อมประเมิน โอกาสในการพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พิ่ วิเคราะห์ช่องทางการตลาดและกล ช่ ยุทธ์การสร้างแบรนด์เพื่อให้ ชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น กรอบแนวคิดของโครงการวิศวกรสังคม ดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ดังนี้
Social Engineer Skills 3-STEPS GUIDE TO SUCCESS IN SUSTAINABILITY STRATEGIES 2 หลังจากการศึกษาข้อมูล นักศึกษาได้ร่วมกันพัฒนาแนวทางในการเสริม สร้างองค์ความรู้ให้กับชุมชน โดยเน้น การพัฒนาเทคนิคการทำผ้าบาติก โดยนำเสนอแนวทางการ ออกแบบลวดลายใหม่ๆ เพื่อเพิ่ม พิ่ มูลค่า การสร้างอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ผ่านเรื่องเล่าท้องถิ่นเพื่อทำให้ ผ้าบาติกมีจุดเด่นเฉพาะตัว การตลาดดิจิทัล ให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีในการใช้โซเ ช้ ชียลชี มีเดียเป็น ช่องทางการขาย ช่ เพื่อเพิ่มโอกาสทาง พิ่ ธุรกิจ กรอบแนวคิดของโครงการวิศวกรสังคม ดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ดังนี้ การยกระดับองค์ความรู้ของชุมชน
Social Engineer Skills 3 3-STEPS GUIDE TO SUCCESS IN SUSTAINABILITY STRATEGIES นักศึกษาได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่ม พิ่ มูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ช่ การออกแบบ ลวดลายผ้าบาติกแนวใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น การนำเสนอ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวด สิ่ ล้อม เพื่อเพิ่มความ พิ่ น่าสนใจให้ผลิตภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ช่ ผ้าคลุมไหล่กระเป๋าผ้า ผ้าบาติกแฟชั่นชั่ กรอบแนวคิดของโครงการวิศวกรสังคม ดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ดังนี้ การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม
เครื่องมือ วิศวกรสังคม SOCIAL ENGINEER SKILLS 01 เครื่องมือ “ฟ้าประทาน” 02 03 04 เครื่องมือ “ไทม์ไลน์พัฒนาการ” เครื่องมือ “นาฬิกาชีวิชี ต” เครื่องมือ “ไทม์ไลน์กระบวนการ” 05 เครื่องมือ “M.I.C. MODEL
เครื่องมือ “ฟ้าประทาน” เครื่องมือนี้ใช้ในการระบุทรัพยากรและศักยภาพของพื้นที่โดยพิจารณา ว่าชุมชนมีปัจจัยเกื้อหนุนใดบ้างที่สามารถนำมาใช้พัฒนาท้องถิ่น เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น เครือข่ายภายในชุมชน การนำไปใช้ในโครงการ: ในกรณีของ กลุ่มสตรีพัฒนาผ้าบาติกบ้านบาจุทรัพยากรสำคัญที่พบ ได้แก่ ภูมิปัญญาการทำผ้าบาติกที่สืบทอดมา วัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถใช้ย้อมผ้า การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและมหาวิทยาลัย
เครื่องมือ “นาฬิกาชีวิชี ต” เป็นเครื่องมือที่ใช้ศึกษาวันเวลาชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย โดยดูว่าคนในชุมชนมีกิจกรรม อะไรบ้างในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรม วิถีชีวิต และช่วงเวลาที่ เหมาะสมในการเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน การนำไปใช้ในโครงการ: สำรวจเวลาทำงานของกลุ่มสตรีบ้านบาจุว่าช่วงไหนเหมาะสมกับการจัดกิจกรรม ฝึกอบรม วิเคราะห์ว่าแต่ละวัน กลุ่มสตรีมีเวลาทำงานหลักอยู่ช่วงใด และช่วงไหนสามารถ เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ได้
เวลา กิจวัตรประจำวัน หมายเหตุ 05.00 ตื่นนอน 06.00 ทำความสะอาดบ้าน 07.00 ทำกับข้าว 09.00 ไปทำงานที่กลุ่มแม่บ้าน 12.00 พักกลางวัน ละหมาด 13.00 ไปทำงานที่กลุ่มแม่บ้าน 16.00 เลิกงาน 18.00 ทำข้าวเย็น 21.00 เข้านอน นาฬิ ฬิกาชี ชีวิวิต กรณีศึกษานางสาวฮุสนา อายุ 30 ปี อาชีพ แม่บ้าน
เวลา กิจวัตรประจำวัน หมายเหตุ 05.00 ตื่นนอน 06.00 ทำกับข้าว 07.00 รีดผ้า , กวาดบ้าน 08.00 ส่งลูกไปโรงเรียน 09.00 ไปทำงานที่กลุ่มแม่บ้าน เพื่อทำผ้า 12.00 พักกลางวัน ละหมาด 13.00 ไปทำงานที่กลุ่ม 17.00 เลิกงาน 18.00 ทำข้าวเย็น 21.00 เข้านอน กรณี ณีศึศึกษา นางสาวกา กษา นางสาวกาตีตีปัปัน อายุ ยุ 27 ปีปี อาชีชีพ แม่ ม่บ้ บ้าน นาฬิ ฬิกาชี ชีวิวิต
เครื่องมือ “ไทม์ไลน์พัฒนาการ” เครื่องมือนี้ใช้วิเคราะห์ประวัติศาสตร์การพัฒนาของชุมชน โดยศึกษาว่ามีการ เปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การนำไปใช้ในโครงการ: วางไทม์ไลน์พัฒนาการของกลุ่มสตรีพัฒนาผ้าบาติกบ้านบาจุ เช่น ปี 2542: ก่อตั้งกลุ่มโดยใช้พื้นที่เกษตรที่ไม่ได้ใช้งาน ปี 2545: ได้รับงบประมาณสร้างอาคารใหม่ ปี 2547: หยุดกิจกรรมเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ ปี 2567: ฟื้นฟูกลุ่มสตรีโดยสำนักงานแรงงานจังหวัดยะลาและ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ประวัวัติติความเป็ ป็นมา กลุ่มสตรีพัฒนาผ้าบาติกบ้านบาจุอำเภอยะหา จังหวัดยะลา เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2542 โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ บ้านที่มอบสถานที่ซึ่งเดิมมีไว้สำหรับการเกษตรแต่ไม่ถูกใช้ งาน กลุ่มสตรีจึงได้ใช้สถานที่นี้ในการทำผ้าบาติกแทน ซึ่งช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะการทำผ้าบาติก ในท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในปี พ.ศ. 2545 กลุ่มสตรีพัฒนาผ้าบาติกบ้านบาจุ ได้รับการ สนับสนุนในการสร้างอาคารใหม่เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับ ทำผ้าบาติกโดยเฉพาะ แม้จะมีการสร้างอาคารใหม่ แต่กลุ่ม ยังคงใช้สถานที่เดิมที่ได้รับมอบหมายในการทำผ้าบาติกต่อ ไป จนกว่าจะพร้อมสำหรับการย้ายไปยังสถานที่ใหม่ ในปี พ.ศ. 2547 เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สาม จังหวัดชายแดนใต้ การทำผ้าบาติกของกลุ่มสตรีบ้านบาจุ จึงต้องหยุดชะงัก เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทำให้ การดำเนินงานในพื้นที่เป็นไปได้ยากและส่งผลกระทบต่อ กิจกรรมต่างๆ ของกลุ่ม ในปี พ.ศ. 2567 สำนักงานแรงงานจังหวัดยะลาได้เข้ามา ฟื้นฟูการทำผ้าบาติกของกลุ่มสตรีบ้านบาจุอีกครั้ง โดยได้มี การจัดการอบรมการใช้สีเคมีและการทำลายผ้าเพื่อสร้าง ลวดลายดอกขี้เหล็ก ซึ่งช่วยให้กลุ่มสามารถนำเทคนิคใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการผลิตผ้าบาติก พร้อมทั้งเพิ่มความหลาก หลายและความสวยงามให้กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ต่อมา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้เข้ามาสอนกลุ่มสตรีบ้าน บาจุในเรื่องการสกัดสีจากธรรมชาติและการทำผ้ามัดย้อม ซึ่งเป็นการเพิ่มทักษะใหม่ให้กับกลุ่มในการสร้างสรรค์ผ้าบา ติกที่มีความหลากหลายและยั่งยืน โดยการใช้วัตถุดิบจาก ธรรมชาติช่วยเสริมความเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์และ เพิ่มมูลค่าให้กับงาน
เครื่องมือ “ไทม์ไลน์กระบวนการ” เครื่องมือนี้ใช้ ออกแบบและติดตามกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอน เพื่อให้เห็นภาพรวม ของกิจกรรมและแนวทางการดำเนินโครงการ การนำไปใช้ในโครงการ: วางแผน ไทม์ไลน์กระบวนการอบรมและพัฒนาผ้าบาติกบ้านบาจุ เช่น เดือนท 1: สำรวจข้อมูลพื้นฐานและพูดคุยกับชุมชน เดือนท 2: จัดอบรมการสกัดสีธรรมชาติและออกแบบลวดลาย เดือนท 3: ทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เดือนท 4: นำผลิตภัณฑ์ไปทดลองตลาดออนไลน์
วัสสดุ ดุอุ อุปปกกรรณ์ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. ผ้าดิบ, ผ้าคอตตอน ผ้าซาติน กรอบไม้บาติก เทียนขี้ผึ้ง (ผสมพาราฟิน) ปากกาเดินเทียน (จันติ้ง) แม่พิมพ์ ลายผ้า โซเดียมซิลิเกท สีผง เตาไฟฟ้า/เตาฟืน หม้อเคลือบ (ทนความร้อนสูง) ไม้สำหรับคนผ้า
ละลายเทียนออก นำผ้าที่ลงโซเดียมซิลิเกต จนแห้งแล้วไปซักทำความสะอาดให้สี และ โซเดียมซิลิเกตออก แล้วต้มให้เทียนออก ซักกับ ผงซักฟอก แล้วซักในน้ำเปล่าให้สะอาด นำไป ผึ่ง รีดให้เรียบร้อย ขั้นต นำผ้าที่ทำความสะอาดแล้ว นำมาขึงให้ ตึงกับกรอบไม้บาติก โดยวิธีการขลิบผ้า แล้วเขียนลาย เขียนลวดลาย หรือภาพที่ ต้องการ ลงบนผ้า จุ่มชานติ้งในน้ำเทียนให้ชานติ้งร้อน เดินเทียนขณะที่ เทียนอุ่นกำลังดี เขียนเส้นที่ต้องการ เส้นเทียนไม่ควร ใหญ่เกิน 2 –3 ม.ม. ควรถือกระดาษทิชชูไว้รอง เพื่อ ป้องกันการหยดของน้ำเทียนขณะเขียนลาย เพราะถ้า น้ำเทียนหยดใส่ตรงจุดใดแล้วสีจะไม่ติด เวลาวาดเส้น เทียน ถ้าเส้นเทียนเริ่มเล็กลง และเป็นสีขุ่นแสดงว่า เทียนเริ่มแข็งจะไม่ซึมเข้าเนื้อผ้า ให้รีบขูดออกแล้ว วาดใหม่ ไม่เช่นนั้นเวลาลงสี สีจะซึมออกนอกขอบ เทียน ใช้น้ำเทียนที่ตั้งไฟจนละลาย มาทาบนเฟรม แล้วนำผ้ามาวางขึงบนเฟรมให้ตึง น้ำเทียนจะ เป็นตัวจับผ้ากับเฟรม ขูดผ้าบริเวณขอบเฟรม ด้วยเหรียญ หรือด้ามช้อน เพื่อให้ผ้าจับกับ เฟรมแน่นขึ้น ผสมสีตามอัตราส่วนเข้มมาก เข้มน้อย และสีแต่ละแบบ ระบายสีตามลาย ส่วนไหนจะให้สีกลมกลืนกันให้ใช้ปลาย นิ้วไล่สีไป – มาให้กลมกลืนกันก่อนระบายสีควรระบายน้ำ ที่ผืนผ้าก่อน ถ้าผ้ามีน้ำแฉะมากเกินไปให้ซับด้วยกระดาษ ทิชชู เวลาจะระบายสี ให้ระบายจากส่วนริมก่อน หรือ ตามแนวลูกศรของลาย เพราะบางลายต้องการไล่สีจาก เข้มไปหาอ่อน หรือส่วนขอบเข้าหาตรงกลางเสมอ(การ ระบายน้ำบนผ้าก่อน เพื่อเวลาระบายสีจะได้ไม่เป็นคราบ สีเข้มตรงขอบลาย) ระบายพื้น เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผึ่ง ให้สีแห้ง ทาน้ำยากันสีตก ทาโซเดียมซิลิเกต ให้ทั่ว ลายที่ลงสีไว้ (ถ้าโซเดียมซิลิเกตข้นเกินไปให้ ผสมน้ำได้เล็กน้อย แล้วคนให้เข้ากัน) ผึ่งให้ โซเดียมซิลิเกตแห้งหรือประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง เวลาผึ่งผ้าเพื่อรอให้สีหรือโซเดียมซิ ลิเกตแห้ง ต้องผึ่งผ้าให้ราบกับพื้น อย่าตั้ง ขึ้นหรือตะแคงเป็นอันขาดเพราะสีจะไหลซึม เข้าหากัน
เครื่องมือ “M.I.C. model M.I.C. Model ในบริบทของวิศวกรสังคม ย่อมาจาก Modify, Improve, Create ซึ่งหมายถึง กระบวนการพัฒนาโดยการปรับปรุง แก้ไข และสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบ การนำ M.I.C. Model ไปใช้ในโครงการกลุ่มสตรีพัฒนาผ้าบาติกบ้านบาจุ Modify: ปรับกระบวนการผลิตผ้าบาติกให้ใช้สีธรรมชาติ แทนสีเคมีบางส่วน เพื่อให้เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม ปรับลวดลายให้ทันสมัยและเหมาะสมกับตลาดปัจจุบัน Improve: อบรมเทคนิคการตลาดดิจิทัล เพื่อให้กลุ่มสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด Create: สร้างสรรค์ลายผ้าบาติกที่สะท้อนอัตลักษณ์ของยะลา เช่น ลายดอกขี้เหล็ก คิดค้นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์
ประมวลภาพ กิจกรรม
อาจารย์ซัลมา รัตนเยี่ยม อาจารย์อิลฮัม วรรณอาลี อาจารย์สุรพล หลินมา อาจารย์ฮุสนา หะยีวาจิ อาจารย์ซูนัยซะห์ ดอเล๊าะ SOCIAL ENGINEER SKILLS คณะทำงาน นางสาวซูรีน่า นาแว สาขาวิชาศิลปศึกษา นางสาวมายมูร์ณ หะ สาขาวิชาศิลปศึกษา นายกอเซ็ม ยูโซ๊ะ สาขาวิชาศิลปศึกษา นายสุรศักดิ์ ชูมณี สาขาวิชาศิลปศึกษา นางสาวกัลย์สุดา ปอหรา สาขาวิชาภาษาไทย นายอดินันท์ ซา สาขาวิชาภาษาไทย นางสาวการีมะห์ มะยีงอ สาขาวิชาภาษาไทย นางสาวสาธนี ผ่องภักดี สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศภาครัฐและเอกชน นายฟารุก ยิ่ง ยิ่ สุขสกุล สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศภาครัฐและเอกชน นายบัสซาม อาบู สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศภาครัฐและเอกชน อาจารย์ที่ปรึกษา อำนวยการผลิต ผู้ช่วยศาสตราจาร ช่ ย์นิชาภัทรชย์รวิชาติ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ แกนนำวิศวกรสังคม