The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เขียว เหลือง สนุกสนาน พาสเทล เมนูแนะนำ โปสเตอร์_20240115_105645_0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jutamas Muanmee, 2024-01-14 22:58:37

เขียว เหลือง สนุกสนาน พาสเทล เมนูแนะนำ โปสเตอร์_20240115_105645_0000

เขียว เหลือง สนุกสนาน พาสเทล เมนูแนะนำ โปสเตอร์_20240115_105645_0000

เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง มหาเวสสัสัสั นสั นดรชาดก กักั กั ณ กั ณฑ์ฑ์ ฑ์ มัฑ์ มั มั ท มั ทรีรี รีรี จัดทำ โดย นางสาว วิภารัตน์ พุดช่อ โรงเรียนบ้านปล่องเหลี่ยม เสนอ คุณครู สิริญากร ดาราเย็น วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕


เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เกิดในช่วงปลายสมัยอยุธยา รับราชการใน สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน กรุงธนบุรี โดยมีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสรวิ ชิต ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้รับการ แต่งตั้งให้เป็นพระยาพิพิฒนโกษา ก่อนจะเลื่อนมาเป็นเจ้าพระยาพระ คลัง เสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า ซึ่งนอกจากผลงานด้านราชการแล้ว เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังมีผลงานด้านการประพันธ์จำ นวนมาก เช่น สามก๊ก (ฉบับแปล) ราชาธิราช บทมโหรีเรื่องกากี อิเหนาคำ ฉันท์ ร่าย ยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร และกัณฑ์มัทรี ฯลฯ ประวัติผู้แต่ง


มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี มีลักษณะคำ ประพันธ์เป็นแบบร่ายยาว โดยหนึ่งบทจะมีกี่วรรคก็ได้ ส่วนใหญ่จะนิยมแต่ง ๕ วรรคขึ้นไป แต่ละ วรรคมีจำ นวนคำ ๖-๑๐ คำ และใช้คำ สร้อย เช่น นั้นแล แล้วแล ดังนี้ ฯลฯ ซึ่งคำ สร้อยนี้จะมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้ ฉันทลักษณ์ของร่ายยาว จะมีการบังคับเฉพาะคำ สุดท้ายของวรรคก่อน หน้าจะสัมผัสกับคำ ที่ ๑ ถึงคำ ที่ ๕ ของวรรคถัดไป เช่น “ ...จึ่งตรัสว่าโอ้โอ๋เวลาปานฉะนี้เอ่ยจะมิดึกดื่น จวนจะสิ้นคืนค่อนรุ่งไปเสีย แล้วหรือกระไรไม่รู้เลย พระพายรำ เพยพัดมารี่เรื่อยอยู่เฉื่อยฉิว... ” จุดเด่นของร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก คือ การมีคาถาบาลีขึ้นต้น เช่น “ ...อิมาตา โปกฺขรณี รมฺมา เจ้าเคยมาประพาสสรงสนานในสระศรี โบกขรณี ตำ แหน่งนอกพระอาวาส นางเสด็จลีลาสไปเที่ยวเวียนรอบ จึ่งตรัสว่าน้ำ เอ๋ย เคยเปี่ยมขอบเป็นไร… ” ลักษณะคำ ประพันธ์


การอ่านคำ บาลี อ่านเรียงพยางค์ไปทีละตัว คำ ไหนที่ ‘ไม่มีสระ’ ให้อ่านเป็น ‘สระอะ’ นิคหิต( ํ) อ่านเป็นตัวสะกด ง แต่ถ้าไม่มีสระจะอ่านออกเสียง อัง เช่น ยํ โกลาหลํ อ่านว่า ยัง-โก-ลา-หะ-ลัง พินทุ (.) ซึ่งอยู่ใต้พยัญชนะ หากพยัญชนะตัวหน้ามีสระ จะนับเป็นตัว สะกด เช่น ราชปุตฺตี อ่านว่า รา-ชะ-ปุด-ตี แต่หากพยัญชนะตัวหน้า ไม่มีสระจะใช้เป็นไม้หันอากาศ เช่น นีเจ โวลมฺพเก อ่านว่า นี-เจ-โวลัม-พะ-เก การอ่านคำ บาลีและร่ายยาว การอ่านร่าย จะมีการขึ้นเสียงสูงต่ำ และใส่ลีลาตามจังหวะเนื้อความ เช่น อ่านเร็วขึ้น เมื่อเนื้อหาสื่อถึงอารมณ์โกรธ เป็นต้น (ถ้าเพื่อน ๆ อยากจะฟังวิธีการ อ่านร่ายยาวเพิ่มเติม ก็สามารถโหลดแอปพลิเคชัน StartDee มา เรียนเรื่องนี้กันต่อได้เลย)


ความหมายของคำ ว่า ‘ชาดก’ ชาดกเกิดจากการสร้าง คำ แบบบาลีสันสกฤต โดยคำ ว่า ชาดก มาจาก ชาตะ แปลว่า เกิด และ ก (อ่านว่า กะ) แปลว่า ผู้, หมวด ดัง นั้น ชาดก จึงหมายถึง ผู้ที่เกิดมาแล้ว อย่างคำ ว่า ทศชาติชาดก ที่แปลว่า ผู้ที่เกิดมาแล้วสิบชาติ หรือ พระพุทธเจ้านั่นเอง ความเป็นมาของมหาเวสสันดรชาดก


ที่มาของ ‘มหาเวสสันดรชาดก’ มีความเชื่อว่า พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติมาหลายชาติ ทั้งคนทั้งสัตว์เดรัจฉาน โดยแต่ละชาติพระองค์ได้บำ เพ็ญบารมีแตกต่างกันออกไป ซึ่ง มหาเวสสันดรชาดกเป็นชาติสุดท้ายก่อนจะประสูติมาเป็นพระพุทธเจ้าในชมพู ทวีป(ชาติสุดท้ายก่อนพระองค์จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน) และมีการบำ เพ็ญบารมี ด้วยการให้ทาน โดยบริจาคลูกและบริจาคเมียเป็นทาน (บุตรทารทาน) สำ หรับที่มาที่ ไปของมหาเวสสันดรชาดก เริ่มต้นขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่เมืองกบิลพัสดุ์ พร้อม กับพระอรหันต์สองรูป เพื่อจะไปเทศนาโปรดพระบิดาและพระญาติ แต่พระญาติเกิด อัตตา ไม่ยอมไหว้พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงแสดงปาฏิหารย์ โดยการเหาะเหินเดิน อากาศ ทำ ให้ฝุ่นใต้พระบาทาปลิวมาติดหัวพระญาติ และมีฝนโบกขรพรรษตกลงมาสู่ เบื้องล่าง ฝนโบกขรพรรษเป็นฝนที่มีสีแดงใสบริสุทธิ์ราวกกับทับทิม ถ้าต้องการเปียก ฝนนั้น ฝนก็จะเปียกเนื้อตัวตามปกติ แต่ถ้าไม่ต้องการเปียกฝน เม็ดฝนนั้นก็จะ ระเหยหายไปทันที (ถ้ามีฝนแบบนี้ที่บ้านเรา คงหายห่วงเรื่องภัยแล้ง น้ำ ท่วมแน่เลย แต่น่าเสียดายที่ฝนโบกขรพรรษเป็นฝนที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ พระพุทธเจ้าเท่านั้น) เมื่อเกิดฝนโบกขรพรรษขึ้น พระอรหันต์ที่ตามพระพุทธเจ้าไปจึงถามว่าฝนนี้เกิดขึ้นได้ อย่างไร พระองค์จึงบอกว่า ฝนนี้เคยเกิดมาแล้วในครั้งที่พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น พระเวสสันดร พระพุทธเจ้าเลยถือโอกาสนี้เล่าว่าพระองค์สามารถระลึกชาติได้ โดย ๑๐ ชาติสุดท้ายหรือทศชาติ ได้แก่ เตมีย์ชาดก มหาชนกชาดกสุวรรณสามชาดก เนมิราช ชาดก มโหสถชาดกภูริทัตชาดก จันทชาดก นารทชาดก วิทูรชาดก และเวสสันดร ชาดก ซึ่งแต่ละชาติพระองค์ได้บำ เพ็ญบารมีในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป สำ หรับชาติสุดท้าย คือ เวสสันดรชาดก ประกอบด้วย ๑๓ กัณฑ์ แต่ละกัณฑ์จะมีผู้ ประพันธ์แตกต่างกันออกไป โดยจุดประสงค์หลักในการแต่งคือใช้สำ หรับเทศนาให้ กับพุทธศาสนิกชนหรือบุคคลที่สนใจ ส่วนกัณฑ์ที่เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ประพันธ์ มี ๒ กัณฑ์ ได้แก่ กัณฑ์กุมาร และกัณฑ์มัทรีซึ่งอยู่ในบทเรียนวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕


ตัวละครในมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี พระเวสสันดร พระเวสสันดรเป็นตัวละครหลักของร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก เป็นพระโอรสของ พระเจ้ากรุงสัญชัยและพระนางผุสดีแห่งเมืองสีพี พระเวสสันดร มักจะบริจาคทานด้วยวิธีต่าง ๆ มาตั้งแต่เด็ก เช่น ยกเครื่องประดับเงินทองแก้ว เพชรของตนให้ผู้อื่น ต่อมาเมื่ออภิเษกกับพระนางมัทรี และมีลูกชื่อพระกัณหา และ พระชาลี พระองค์ได้ตั้งโรงทานจำ นวนมาก และบริจาคช้างปัจจัยนาเคนทร์ซึ่งเป็น ช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองให้กับทูตของเมืองอื่นที่มาขอช้างเชือกนี้ ทำ ให้ชาวเมืองไม่ พอใจจึงเรียกร้องให้พระเจ้ากรุงสัญชัยเนรเทศพระเวสสันดรออกจากเมือง พระ เวสสันดร พระนางมัทรีและลูก ๆ จึงต้องออกจากเมืองไปอยู่ในป่า ซึ่งพระเวสสันดร ได้บำ เพ็ญเพียรภาวนาประพฤติพรหมจรรย์อยู่ในอาศรม ส่วนพระนางมัทรีได้ดูแล ปรนนิบัติลูกและสามีที่อาศัยอยู่ในอาศรมแห่งนี้ พระนางมัทรี พระนางมัทรีเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์มัทราช อภิเษกสมรสกับพระเวสสันดร มีพระโอรสชื่อพระชาลี และมีพระ ธิดาชื่อพระกัณฑ์หา ด้วยความภักดีต่อพระสวามีนางจึงพาลูก ๆ ตามเสด็จพระเวสสันดรออกมาอยู่ในป่าด้วย ทั้งยังทำ หน้าที่ดู และปรนนิบัติรับใช้สามีและดูแลลูกทั้งสองตามหน้าที่ของตน


พระชาลี พระชาลีเป็นพระราชโอรสของพระเวสสันดร กับพระนางมัทรี ซึ่งคำ ว่า ชาลี หมายถึง ตาข่าย มา จากตอนที่พระชาลีประสูติ เหล่าพระประยูรญาติได้ นำ ตาข่ายทองมารองรับพระชาลี พระกัณหา พระกัณหาเป็นพระราชธิดาของพระ เวสสันดรกับพระนางมัทรี และเป็นพระกนิษฐา (น้อง สาว) ของพระชาลี ชูชก ชูชกเกิดในตระกูลพราหมณ์แต่กลับเที่ยว ขอทานผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีพ และมีนิสัยที่เรียกว่า บุรุษ โทษ ๑๘ ประการ เช่น ความตระหนี่ ความโลภ ความ ฉลาดในกลอุบายและเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ เป็นต้น


ถอดคำ ประพันธ์ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี คืนก่อนที่พระนางมัทรีจะออกจากอาศรมไปเก็บผลไม้ในป่า พระกุมารทั้งสองฝันร้าย ทำ ให้ พระนางหวั่นวิตกนึกถึงลูกตลอดเวลาจนน้ำ ตาอาบแก้มทั้งสองข้าง พลางสังเกตเห็นว่าต้นที่มี ผลไม้กลับกลายเป็นดอกไม้ ส่วนต้นที่มีดอกไม้กลับกลายเป็นผลไม้ขึ้นแทน ส่วนดอกไม้ที่ เคยเก็บไปร้อยให้ลูกก็ถูกลมพัดปลิวร่วงลงมา เมื่อมองไปรอบทิศก็มืดมัวทุกหนแห่ง ท้องฟ้า กลับกลายเป็นสีแดงคล้ายกับลางบอกเหตุร้าย สายตาของพระนางก็เริ่มพร่ามัว ตัวสั่นใจสั่น ของที่ถือก็หลุดจากมือ คานที่หาบไว้ก็ร่วงลงจากบ่าซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยิ่ง พระนางคิดเท่าไร ก็ยิ่งทุกข์ใจมากขึ้นเท่านั้น ด้วยความหวั่นใจเรื่องลูก พระนางจึงรีบเก็บผลไม้เพื่อจะได้รีบกลับไปหาลูกที่อาศรม แต่ ระหว่างทางกลับเจอ สิงโต เสือเหลือง และเสือโคร่ง ขวางทางไว้ นางกลัวจนใจสั่นร่ำ ไห้ คิดไป ว่าเป็นกรรมของตนเอง นางจะหนีไปทางไหนก็ไม่ได้เพราะถูกสัตว์ทั้งสามกั้นไว้ทุกทิศทางจน ฟ้ามืด พระนางมัทรีไม่รู้จะทำ อย่างไร จึงยกมือไหว้อ้อนวอนขอให้สัตว์หิมพานต์ทั้งสามเปิด ทางให้ตน โดยกล่าวว่า พระนางคือพระนางมัทรีเป็นภรรยาของพระเวสสันดร ตามมาอยู่ที่ อาศรมในป่าด้วยความบริสุทธิ์ใจและกตัญญูต่อสามี นี่ก็เวลาย่ำ ค่ำ แล้วลูกคงหิวนม โปรด เปิดทางให้พระนางกลับไปที่อาศรมแล้วตนจะแบ่งผลไม้ให้ จากนั้นไม่นานสัตว์หิมพานต์ทั้ง สามจึงยอมเปิดทางให้ พระนางมัทรีก็รีบวิ่งกลับไปที่อาศรมด้วยแก้มที่อาบน้ำ ตา


เมื่อถึงที่พักพระนางมัทรีก็ตกใจไม่เห็นลูกอยู่ในอาศรม ร้องเรียกหาเท่าไรก็ ไม่มีใครตอบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะออกมาหาแม่กันพร้อมหน้า ทั้งกัณหาขอกิน นม ส่วนชาลีจะขอกินผลไม้ พระนางมัทรีเสียใจมาก พร่ำ บอกว่าที่ผ่านมาก็ ดูแลลูกอย่างดีแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หวังจะกลับมาพบลูกให้ชื่นใจ ก่อนหน้านี้ยังได้ยินเสียงลูกเล่นกันอยู่แถวนี้ นั่นก็รอยเท้าชาลี นี่ก็ของเล่น กัณหา แต่เมื่อลูกหายไปอาศรมกลับดูเงียบเหงาเศร้าหม่น นางจึงไปถามพระ เวสสันดรว่าลูกหายไปไหน เหตุใดจึงปล่อยให้คลาดสายตา หากมีสัตว์ป่า จับไปจะทำ อย่างไร แต่พระเวสสันดรกลับไม่ตอบอะไร ทำ ให้นางกลุ้มใจยิ่ง ไปกว่าเก่า ด้วยความกลุ้มใจ ตัวก็ร้อน น้ำ ตาก็ไหล กระวนกระวายพลางบอกว่า ไม่เคยมี ครั้งใดที่นางรู้สึกแค้นเคืองใจขนาดนี้ เพราะนางออกจากเมืองมาก็หวังว่าอย่าง น้อยจะได้สุขใจเพราะอยู่พร้อมหน้ากับลูกและสามี แต่เมื่อลูกหายตัวไป ความหวังนั้นก็คล้ายจะดับสิ้น


ความรักของแม่ที่มีต่อลูก เห็นได้จากความกังวลที่เกิดขึ้นเมื่อมีลาง ร้าย หรือความเศร้าโศกเสียใจเมื่อพระนางมัทรีไม่เจอลูกอยู่ใน อาศรม สะท้อนให้เห็นว่าลูกเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ที่ไม่ว่ายุค สมัยไหน ความรักแบบไม่มีเงื่อนไขของพ่อแม่ยังเป็นเรื่องคลาสสิก ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ความเชื่อเรื่องการทำ นายฝัน หรือโชคลาง แม้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่ความเชื่อเรื่องดวงชะตา การทำ นายฝัน หรือโชคลางยังคงอยู่ในสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะลดน้อยลงเมื่อเทียบกับอดีต ซึ่งอาจมาจากความเชื่อหรือสิ่งที่ มองไม่เห็นยังสามารถยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างความสบายใจให้ กับผู้คนได้ โดยเฉพาะเรื่องอนาคตหรือเรื่องที่เราไม่สามารถคาดเดา ได้ล่วงหน้า มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี สะท้อนอะไรบ้าง


มุมมองเรื่องลูกและภรรยานับเป็นสมบัติของสามี หรือสามีมีอำ นาจเหนือ กว่าภรรยา ทำ ให้สามีสามารถยกลูกและภรรยาให้กับผู้อื่นในฐานะ ทรัพย์สินอย่างหนึ่งของตนได้ เพราะในอดีตยังมีเรื่องการขายทาส หรือค่า นิยมชายเป็นใหญ่ ขณะที่สภาพสังคมปัจจุบันเริ่มมองว่ามนุษย์ทุกคนมี ความเท่าเทียมกันมากขึ้น และไม่มีทาสแบบในสมัยก่อน พ่อแม่จึงไม่สา มารยกลูกของตนเองให้ผู้อื่นได้ และสามีไม่ได้มีอำ นาจเหนือภรรยาหรือมี บทบาทเป็นช้างเท้าหน้าแบบในอดีต หน้าที่ของภรรยาที่ต้องคอยปรนนิบัติสามี จากเดิมที่เชื่อว่า ‘ผู้ชายเป็นช้าง เท้าหน้า ’ หรือเป็น ‘หัวหน้าครอบครัว’ และเชื่อว่าภรรยาที่ดี ต้องเป็นคนที่ ทำ งานบ้านไม่ขาดตกบกพร่อง ดูแลรับใช้สามีอย่างดี และเชื่อฟังสามีใน ทุก ๆ เรื่อง ปัจจุบันความเชื่อเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะสังคม ปัจจุบันให้ความสำ คัญกับความเท่าเทียมมากขึ้นอย่างที่ได้กล่าวไปข้าง ต้น ทำ ให้บางครั้งผู้ชายก็สามารถอ่อนแอ ทำ อาหาร ดูแลลูก ๆ ช่วยภรรยา ได้ ขณะที่ภรรยาก็สามารถทำ งานเลี้ยงครอบครัว ไม่จำ เป็นต้องทำ งานบ้าน ได้เสมอไป ขึ้นอยู่กับความสมัครใจและการตกลงกันระหว่างสามีภรรยา มา อย่างไรก็ตามค่านิยมเรื่องหน้าที่ของสามีและภรรยาแบบในอดีตอาจ ยังปรากฏให้เห็นบ้างในบางครอบครัว หรือสังคมไทยในปัจจุบัน เพราะ เป็นเป็นความเชื่อเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต ขณะที่บางเรื่องอาจเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วในสังคมปัจจุบัน เช่น


คำ ถาม ๑.เรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี สะท้อนแง่คิดอย่างไรบ้าง. ตอบ


๒.ลักษณะคำ ประพันธ์เป็นอย่างไร ตอบ


อ้างอิงจาก https://blog.startdee.com/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0 %B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E 0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81- %E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%A1 %E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%A1-5- %E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8% 97%E0%B8%A2 https://cleverlearnhocthongminh.edu.vn/%E0%B9%80%E0%B8 %84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E 0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8% B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1-1690125791613655/


Click to View FlipBook Version