ส่อื การเรสยี ุภนาษติ ไทย
สารบญั ทีม่ าของสุภาษิต 11-40
คุณคา่ ของสำนวนสุภาษติ 45-50
สุภาษิตหมายถึงอะไร 1 ท่มี าของสำนวนสภุ าษิต 51-62
ประวตั ิของสภุ าษติ 2-3 ประโยชนข์ องสุภาษติ 63
ลกั ษณะสำนวนสภุ าษติ 4-10
ประเภทของสำนวนสภุ าษติ 41-44
สภุ าษิตหมายถึงอะไร 1 ประวัติของสุภาษิต 2
สุภาษิต ประวตั ิของสุภาษิต
หมายถงึ ถอ้ ยคำที่กลา่ วคำแนะนำ ส่งั สอน เตอื นส สุภาษิตนน้ั มีทีม่ าจากสำนวนที่แตกตา่ งกนั ที่ สุภาษิ
ติดว้ ยหลกั ความจรงิ สว่ นมากเป็นคำข้องจอง มีกา ตนน้ั เปน็ การวา่ กลา่ วส่งั สอน เตือนใจให้ขอ้ คดิ โด
รสืบถอดตงั้ แตโ่ บราณและแตล่ ะชมุ ชน กระทงั่ แต่ ยสำนวน ไทยนั้นมีมาต้งั แต่กอ่ นสมัยพอ่ ขุนรามคำ
ละเหลา่ อาชพี ก็มีสำนวนของใครของมันคลา้ ยกนั บ้ แหง ถอ้ ยคําหรอื ขอ้ ความทีก่ ล่าวสืบต่อกันมาชา้ นา
าง แตกต่างกนั ไปบา้ ง ท้งั นเ้ี พราะทม่ี าไม่เหมอื นกั นแลว้ มคี วามหมาย ไม่ตรง ตามตัวหรอื มีความหม
นแต่โดยความหมายมกั เทยี บเคียงกนั ได้ แม้แต่วฒั ายอื่นแฝงอยู่ ซ่งึ มกี ารสันนิษฐานไว้ว่าสำนวนนน้ั มี
อยใู่ นภาษา พดู กอ่ น ทจ่ี ะมภี าษาเขียนเกิดข้นึ ในส
นธรรมกย็ ังมสี ่วนคลา้ ยกันในทางอปุ มา มยั สุโขทยั
ประวตั ิของสุภาษิต 3 1. ลกั ษณะสำนวนภาษติ 4
สามารถจำแนกได้นี้
ประวัติของสภุ าษติ (ตอ่ ) 1.1 มีลักษณะเป็นโวหารและสัมผสั กนั หม
ายถงึ สำนวนทีม่ ลี ักษณะไพเราะด้วยการซ้ำค
โดยเมอื่ พจิ ารณาจากข้อความในศลิ าจารึก พ่อ ำ หรอื สมั ผสั คลอ้ งจองกนั ท้ังสัมผสั สระอยู่ใ
ขนุ รามคำแหงแลว้ ก็พบว่ามี สำนวนไทยนัน้ นสำนวนนน้ั
ปรากฏเปน็ หลักฐานอยู่ เช่น ไพร่ฟ้าหน้าใส 1.2 มีลกั ษณะเป็นความเปรยี บเทยี บหรืออุปมา
หมายถึง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข หนงั สือสุภ อุปไมยถึงส่ิงต่างๆ เช่น
าษติ พระรว่ ง กม็ ีเนอื้ หาเปน็ สำนวนไทยทีย่ ังใ - แก้มแดงเป็นลกู ตำลงึ สุก หมายถึง แก้มสวยแดงเรอ่ื
ช้อยูใ่ นปจั จุบันมากมาย เช่น เมอื่ นอ้ ยใหเ้ รยี น - ขาวเหมอื นสำลี หมายถงึ เปรียบกับสำลีทมี่ สี ีขาว
วชิ า ให้หาสนิ เมือ่ ใหญ่
แกม้ แดงเป็นลกู ตำลงึ สกุ 5 ขาวเหมือนสำลี 6
หมายถึง แก้มสวยแดงเรอื่ หมายถงึ เปรยี บกบั สำลที ม่ี ีสขี าว
ลกั ษณะสำนวน 7 8
สามารถจำแนกไดด้ งั น้ี
1.3 มีลกั ษณะเปน็ คำคมหรอื คำกลา่ วท่ใี หแ้ งค่ ิดตา่ งๆ
1.4 มลี กั ษณะเปน็ บุคลาธิษฐาน คือสำนวนท่ีนำคำกรยิ าทใ่ี ช้
สำหรับมนุษย์ ไปใชก้ ับสตั ว์หรอื สิ่งไมม่ ชี วี ติ ต่างๆ
ให้มลี ักษณะการกระทำและความร้สู ึกนกึ คิดเหมือนมนษย์
เชน่
- ฝนสัง่ ฟ้า ปลาส่ังน้ำ หมายถึง สั่งเสยี เป็นครัง้ สุดทา้ ย
ทำการอันใดทเ่ี ปน็ เร่อื งสำคัญเพ่ือไว้อาลัยก่อนจากไป
- น้ำน้อยย่อมแพไ้ ฟ หมายถึง ส่ิงของบางอย่างทีม่ พี ละ
กำลังนอ้ ยกวา่ มักจะพา่ ยแพ้ส่งิ ทมี่ กี ำลงั หรอื อำนาจทม่ี ากกว่า
ฝนสงั่ ฟ้า ปลาสง่ั นำ้ 9 น้ำนอ้ ยยอ่ มแพ้ไฟ 10
หมายถงึ ส่งั เสียครง้ั สดุ ทา้ ย ทำการอันใด หมายถงึ สง่ิ ของบางอยา่ งทมี่ ีพละกำลงั น้อยกวา่
ท่เี ปน็ เรือ่ งสำคัญเพ่อื ไวอ้ าลยั ก่อนจากไป มักจะพ่ายแพส้ ิ่งที่มีกำลงั หรือ อำนาจทม่ี ากกว่า
2. ทม่ี าของสำนวนภาษติ 11 12
แหลง่ ท่ีเกิดของสำนวนไทย
2.1. สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและทางภมู ศิ าสตร์
1. สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในท้องถ่ิน เชน่
- ขา้ วนอกนา หมายถงึ คนทีไ่ ม่ไดเ้ กดิ ในถน่ิ นนั้ ๆ
และถกู มองวา่ เปน็ คนละหมเู หลา่ กับคนในถนิ่ น้นั
- นำ้ สง่ั ปลา ปลาส่ังหนอง หมายถึง สั่งเสยี เป็นคร้งั สุดทา้ ย
ทำการอันใดเปน็ เร่ืองสำคัญ เพื่อไว้อาลยั กอ่ นจากไป
ขา้ วงนอกนา 13 น้ำสง่ั ฟา้ ปลาสัง่ หนอง 14
หมายถงึ คนทีไ่ ม่ได้เกดิ ในถิ่นนั้นๆ หมายถึง สัง่ เสยี เปน็ คร้ังสดุ ท้าย
และถกู มองว่าเป็นคนละหมเู หล่ากบั คน ทำการอนั ใดเป็นเรอ่ื งสำคัญ เพ่อื ไวอ้ าลัยก่
ในถนิ่ นั้น
อนจากไป
2. ทม่ี าของสำนวนสุภาษิต 15 16
แหลง่ ท่เี กดิ ของสำนวนไทย
2. พฤติกรรมของสตั วต์ ่างๆ เปน็ การเปรยี บเปรย
พฤติกรรมของสตั ว์ กับความรสู้ กึ ของมนุษย์ เช่น
- กระต่ายต่นื ตมู หมายถึง อาการตนื่ ตกใจในเหตกุ ารณ์
ทสี่ รปุ ขึ้นเอง
อย่างไมม่ เี หตุผล ต่นื ตกใจโดยไมค่ ิดถงึ เหตุผลว่าเกดิ ข้นึ กนั แน่
ดว่ นสรปุ อะไรง่ายๆ
- ปลาหมอตายเพราะปาก หมายถงึ คนทป่ี ากพล่อยชอบพดู จา
ไมด่ ี จนตัวเองต้องได้รับผลกระทบจากคำพดู ของตน
กระตา่ ยตน่ื ตูม 17 ปลาหมอตายเพราะปาก 18
หมายถึง อาการตน่ื ตกใจในเหตกุ ารณ์ หมายถึง คนที่ปากพล่อยชอบพดู จา
ท่สี รุปขึน้ เอง ไม่ดี จนตัวเองต้องได้รบั ผลกระทบจา
กคำพูดของตน
ที่มาของสำนวนสุภาษติ 19 20
แหล่งท่ีเกิดของสำนวนไทย
2.3 ลกั ษณะทางกายภาพของมนุษยค์ อื อวัยวะต่างๆ ทเ่ี ป็นสว่ น
ประกอบในรา่ งกายคน เชน่
- ปากว่าตาขยิบ หมายถึง ปากพดู อย่างหนงึ่ แต่ใจคดิ อกี
อยา่ งหนงึ่
- เคียงบา่ เคียงไหล่ หมายถึง มฐี านะเสมอกนั ทดั เทียมกนั
หรอื อยู่ในระดับเดยี วกันร่วมสขุ ร่วมทกุ ข์หรือรว่ ม
เป็นร่วมตายดว้ ยกัน
ปากวา่ ตาขยิบ 21 เคียงบ่าเคียงไหล่ 22
หมายถงึ ปากพูดอย่างหนง่ึ แ หมายถึง มีฐานะเสมอกัน ทัดเทียมกนั หรืออ
ตใ่ จคดิ อกี อย่างหน่งึ ยใู่ นระดับเดียวกนั ร่วมสขุ รว่ มทุกข์หรือรว่ มเ
ปน็ รว่ มตายด้วยกนั
ท่ีมาของสำนวนสภุ าษิต 23 24
แหลง่ ท่ีเกิดของสำนวนไทย
2.4 สภาพแวดล้อมทางสงั คมและวัฒนธรรม
สภาพชวี ิตความเปน็ อยู่ การกระทำและความ
ประพฤติของคน เช่น
- ทำนาบนหลงั คน หมายถงึ หาผลประโยชนใ์ ส่ตัวอยา่ งสบาย
ๆ บนความลำบากยากทกุ ข์ของผอู้ ืน่
- หาเชา้ กินคำ่ หมายถงึ หาเงินใหพ้ อเลยี้ งปากเลี้ยงท้อง
ไปวนั หน่ึงๆ
ทำนาบนหลังคน 25 หาเช้ากนิ คำ่ 26
หมายถงึ หาผลประโยชนใ์ สต่ ัวอย่างสบ หมายถงึ หาเงนิ ใหพ้ อเล้ยี งปากเลี้ยง
ายๆ บนความลำบากยากทุกข์ของผอู้ นื่ ทอ้ งไปวันหนงึ่ ๆ
ทีม่ าของสำนวนสุภาษติ 27 28
แหลง่ ที่เกดิ ของสำนวนไทย
2.5 ศาสนาหรือพิธีกรรมท่เี ก่ยี วขอ้ งทางศาส
นา เชน่
- ชีปลอ่ ยปลาแหง้ หมายถึง การกระทำที่ออกหน้าออ
กตาว่าเป็นคนใจบญุ มีความเมตตากรณุ าแตไ่ มม่ ีคว
ามจรงิ ใจ
- ผา้ เหลอื งร้อน หมายถงึ อยากสกึ เพราะมเี หตรุ ้อนใจ
ใช้แก่พระภิกษุสามเณร
ชีปล่อยปลาแหง้ 29 ผา้ เหลอื งรอ้ น 30
หมายถงึ การกระทำทอี่ อกหน้าออกตาวา่ เป็ หมายถงึ อยากสึกเพราะมเี หตรุ อ้ นใจ ใช้
นคนใจบุญ มคี วามเมตตา แกพ่ ระภกิ ษุสามเณร
ทมี่ าของสำนวนสุภาษิต 31 กิง้ กา่ ไดท้ อง 32
แหล่งที่เกิดของสำนวนไทย
2.6 เหตกุ ารณ์ในนทิ าน ตำนาน วรรณคดหี รือประวั
ตศิ าสตร์ เชน่
- กง่ิ ก่าไดท้ อง หมายถึง พอได้ดหี รอื รำ่ รวยขน้ึ มาก็เย่อหย่งิ จอง
หองลมื ตวั ลืมฐานะเดมิ ของตน
หมายถึง พอไดด้ หี รอื รำ่ รวยข้นึ มากเ็ ยอ่ ห
ยิ่งจองหองลืมตัว ลืมฐานะเดิมของตน
ทม่ี าของสำนวนสุภาษิต 33 กินขันหมาก 34
แหล่งที่เกิดของสำนวนไทย
2.7 ประเพณตี า่ งๆในสังคม เชน่
- กินขันหมาก หมายถงึ ไดแ้ ต่งงานอย่างมหี นา้ มีตา
สมศกั ดิศ์ รี
หมายถงึ ไดแ้ ต่งงานอยา่ งมีหนา้ มี
ตา สมศักดิ์ศรี
ที่มาของสำนวนสุภาษติ 35 36
แหลง่ ที่เกดิ ของสำนวนไทย
2.8 วัตถุสง่ิ ของตา่ งๆ ที่ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั เชน่
- ดีดลูกคดิ รางแก้ว หมายถงึ คิดถงึ ผลประโยชนท์ จี่ ะไดฝ้ า่ ย
เดียว
- ฆ้องปากแตก หมายถงึ ปากโปง้ ชอบนำความลับของ
ผู้อ่นื ไปโพนทะนา
ดดี ลูกคิดรางแกว้ 37 ฆอ้ งปากแตก 38
หมายถงึ คิดถงึ ผลประโยชน์ทจี่ ะได้ฝา่ ยเดยี ว หมายถึง ปากโปง้ ชอบนำความลบั ของผ
ู้อ่ืนไปโพนทะนา
ที่มาของสำนวนสภุ าษติ 39 งกู ินหาง 40
แหลง่ ท่ีเกดิ ของสำนวนไทย
2.9 การละเลน่ พื้นบ้านต่างๆ เชน่
- งกู นิ หาง หมายถึง การเลน่ ของเด็กอยา่ งหนง่ึ มลี กู งู
เกาะหลังแม่งยู าวเปน็ แถว อีกฝ่ายเปน็ พ่องูไลจ่ บั ลูกงตู วั สุดท้าย
มาเป็นพวกทีละตวั ๆ
หมายถงึ พวั พันเก่ยี วโยงกันไปเปน็ ทอดๆ จนหาท่สี ้ิน
สุดไม่ได้
ประเภทของสำนวนสุภาษิต 41 42
อาจแบง่ ตามท่ีได้มาเปน็ 2 ประเภท
3.สำนวนสุภาษิตของนกั ปราชญ์ ได้แก่ ส
ำนวนสุภาษิตทีท่ ราบทมี่ าหรือทราบว่าใครเ
ปน็ ผู้กลา่ ว เช่น
- ทำดไี ด้ดี ทำชว่ั ได้ช่วั หมายถึง คนเรา
ทำอยา่ งไรก็จะไดอ้ ย่างนนั้
- ตนเปน็ ทพ่ี ่งึ แห่งตน หมายถึง จะทำกา
รใดๆควรคดิ ควรศกึ ษาพยายามทำดว้
ยตวั เองอยา่ งสดุ ความสามารถก่อนที่จะ
ไปพง่ึ พาขอความช่วยเหลอื
ทำดไี ด้ดี ทำชว่ั ไดช้ ่ัว 43 ตนเปน็ ท่ีพึง่ แห่งตน 44
หมายถงึ คนเราทำอย่างไรกจ็ ะไดอ้ ย่างน้นั หมายถงึ จะทำการใดๆควรคิด ควรศึกษาพยายา
มทำดว้ ยตัวเองอยา่ งสุดความสามารถก่อนทจี่ ะไป
พง่ึ พาขอความชว่ ยเหลือ
คณุ ค่าของสำนวนสุภาษติ 45 นอนสงู ใหน้ อนควำ่ นอนต่ำให้ 46
นอนหงาย
3.1สำนวนสภุ าษติ ของชาวบา้ น ไดแ้ ก่ สำนวนสภุ าษิต
ท่ไี ม่ทราบวา่ ใครเป็นผ้กู ล่าว
แต่จดจำสงั่ สอนสืบตอ่ กนั มาชา้ นาน เชน่
-นอนสงู ให้นอนควำ่ นอนต่ำให้นอนหงาย
หมายถึง คนทีเ่ ปน็ ผู้นำหรอื ผปู้ กครองอยา่ หลง
ลมื ตน ควรกม้ มองดลู กู น้องหรอื คนทีต่ ำ่ ตอ้ ยกวา่
หมายถงึ คนท่ีเป็นผ้นู ำหรือผปู้ กครองอยา่ หลง
ลืมตน ควรก้มมองดูลกู นอ้ งหรือคนทีต่ ่ำต้อยกว่า
คณุ คา่ ของสำนวนสุภาษิต 47 48
3.2 เป็นเคร่อื งอบรมส่ังสอนและชแ้ี นะให้เป
็นคนดใี นดา้ นตา่ งๆ ไมว่ ่าจะเป็นด้านความรกั
การสมาคม การครองเรือน การศึกษาเชน่
- อย่าใฝส่ ูงให้เกนิ ศักด์ิ หมายถงึ หวงั สิง่ ที่เ
กนิ ฐานะของตน
- น้ำขนุ่ ไวใ้ น น้ำใสไว้นอก หมายถึง การ
อดทนอดกล้ัน เก็บความโกรธไม่พอใจไ
ว้ภายใน
อยา่ ใฝ่สูงใหเ้ กนิ ศกั ด์ิ 49 นำ้ ขุน่ ไว้ใน น้ำใสไว้นอก 50
หมายถึง หวงั สิ่งที่เกินฐานะของตน หมายถงึ การอดทนอดกลั้น เกบ็ ความโกรธไมพ่ อใ
จไวภ้ ายใน
ทม่ี าของสำนวนสภุ าษติ 51 52
แหล่งท่เี กิดของสำนวนไทย
3.3เป็นเครือ่ งสะทอ้ นให้เป็นแนวคดิ ความเชื่อของคนในสังคม
ไทยหลายประการ เชน่ ความเชอ่ื ในเรื่อง กรรม ความเชื่อ เกย่ี วกับ
ความไมป่ ระมาท เช่น
- กงเกวียนกำเกวยี น หมายถงึ เวรสนองเวร กรรมสนองกรรม เชน่
ทำแก่เขาอย่างไร ตนหรือลกู หลานเป็นต้นของตนกอ็ าจจะถูกทำ
ในทำนองเดยี วกนั อยา่ งนนั้ บ้าง
- ช้างสารงเู ห่า ขา้ เกา่ เมยี รกั หมายถงึ บรรดาสิง่ ไม่นา่ ไวว้ างใจ
ซึ่งอาจนำภยั มาสูช่ วี ติ ตน
กงเกวียนกำเกวยี น 53 54
ช้างสารงูเหา่ ขา้ เก่าเมยี รัก
หมายถงึ เวรสนองเวร กรรมสนองกรรม หมายถึง บรรดาสง่ิ ไมน่ ่าไวว้ างใจ
เชน่ ทำแก่เขาอยา่ งไร ซ่ึงอาจนำภัยมาสู่ชีวติ ตน
ตนหรือลูกหลานเป็นต้นของตนกอ็ าจจ
ะถูกทำ
ในทำนองเดียวกนั อย่างนน้ั บา้ ง
ที่มาของสำนวนสภุ าษิต 55 ซอื้ ควายหนา้ นา ซ้ือผา้ หนา้ ตร 56
ษุ ซ้อื งัวหน้านา ซ้อื ผ้าหน้าห
แหล่งท่เี กดิ ของสำนวนไทย
นาว
3.4 เปน็ เคร่ืองชส้ี ะท้อนให้เหน็ สภาพชีวติ ความเปน็ อ
ย่ขู องคนในสงั คมด้านตา่ งๆ เชน่ การทำมาหากนิ การค
รองชีพ เศรษกฐิ เช่น
- ซือ้ ควายหนา้ นา ซือ้ ผ้าหน้าตรุษ ซอ้ื งัวหน้านา ซอื้
ผ้าหน้าหนาว หมายถึง ซื้อของไม่คำนงึ ถึงกาลเวล
า ยอ่ มได้ของแพง ทำอะไรไม่เหมาะกับการเวลา
หมายถงึ ซ้อื ของไม่คำนึงถงึ กาลเวลา ยอ่ มไดข้ อ
งแพง ทำอะไรไม่เหมาะกับการเวลา
ที่มาของสำนวนสภุ าษติ 57 58
แหล่งที่เกดิ ของสำนวนไทย
3.5 เปน็ เครอื่ งชใี้ หเ้ ห็นความสมั พนั ธข์ องคนไทยกับ
ธรรมชาติ จงึ ได้ นำเอาเอกลกั ษณะทางธรรมชาติมมาต
งั้ เปน็ สำนวน เช่น
- ฝนตกไม่ทัว่ ฟา้ หมายถงึ ทำอะไรหรอื แจกจ่ายอะไ
รให้ไมท่ วั่ ถงึ กัน
- นำ้ ซึมบอ่ ทราย หมายถงึ หามาไดอ้ ยู่เสมอไมข่ าด
ฝนตกไม่ทั่วฟา้ 59 น้ำซึมบอ่ ทราย 60
หมายถึง ทำอะไรหรือแจกจ่ายอะไรใหไ้ มท่ ่ั
วถึงกนั
หมายถงึ หามาไดอ้ ยเู่ สมอไมข่ าด
ทีม่ าของสำนวนสภุ าษติ 61 62
แหล่งท่เี กดิ ของสำนวนไทย
3.6 การศกึ ษาสำนวนสภุ าษติ เปน็ การสบื ตอ่ วัฒนธรรม
ของชาตเิ อาไว้ ไมใ่ หส้ ูญหายและเกิดความภาคภูมใิ จ
ท่บี รรพชนได้สรา้ งสรรค์ถ้อยคำท่มี ีคุณคา่ ไวใ้ ห้แก่เรา
ประโยชน์ของสภุ าษิต 63 64
5.1 นำหลกั คำสอนมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประ
จำวนั
5.2 ทำให้ทราบความหมายของแต่ละสภุ าษิต
5.3 ช่วยกดั เกลานิสยั ของเยาว์ชนใหอ้ ยใู่ นกร
อบและมรี ะเบยี บมากข้นึ