E BOOK
กลางภาค
ประเภท
เครื่องปริ้นเตอร์
Dot Matrix Printer
เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ การทำงานของเครื่องพิมพ์
ประเภทนี้คือจะใช้การสร้างจุดลงบนกระดาษ ซึ่งหัวพิมพ์
จะมีลักษณะเป็นหัวเข็ม เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูป
ภาพใดๆ หัวเข็มที่อยู่ในตำแหน่งตามรูปประกอบนั้นๆ จะ
ยื่นออกมามากกว่าหัวอื่นๆ และกระแทกกับผ้าหมึกลง
กระดาษที่ใช้ พิมพ์ จะทำให้เกิดจุดมากมายประกอบกัน
เป็นรูปเกิดขึ้นมา เครื่องพิมพ์ประเภทนี้เป็นที่นิยมกันอย่าง
มากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะ สมกับราคา แต่
ข้อเสียคือเวลาสั่งพิมพ์จะเกิดเสียดังพอสมควร
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต DInkjet Printer
(Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทำงานโดยการ
พ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อ
ต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะ
ทำการพ่นหมึกออกตามแต่ละจุดในตำแหน่งที่เครื่อง
ประมวลผลไว้ อย่างแม่นยำ ตามความต้องการของเรา
ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่อง
พิมพ์ดอตแมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมากๆ
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจน
และคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์
Laser printer
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยี
เดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพ
บนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่ง
ผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคา
เครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์
เลเซอร์จะทำงานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและราย
ละเอียดทำออกมาได้ดีกว่าแบบพ่น หมึกมาก
Thermal Printer
ครื่องพิมพ์ใบเสร็จแบบความร้อน (Thermal Printer) ใช้หลัก
การถ่ายเทความร้อนจากหัวพิมพ์ไปยังกระดาษความร้อน หรือ
กระดาษเทอร์มอล ซึ่งในตัวกระดาษจะมีเคมีที่จะเกิดสีดำเมื่อโดน
ปริมาณความร้อนที่พอเหมาะ ไม่ต้องใช้ตัวกลาง(หมึก)ในการ
พิมพ์ การพิมพ์ประเภทนี้จะมีความได้เปรียบในเรื่องของความ
รวดเร็ว ความเงียบ และไม่ต้องคอยกังวลในเรื่องของการเปลี่ยน
หมึกเมื่อหมึกหมด แต่ด้วยธรรมชาติของกระดาษเคมีประเภทนี้
ข้อมูลบนเนื้อกระดาษจะเลือนหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับใบ
เสร็จที่เราได้รับจากร้านสะดวกซื้อต่างๆ จึงนิยมใช้ในธุรกิจ
ประเภทที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานในระยะ
เวลายาวนาน
Multifunction Printer
(MFP)
เป็นเครื่องพิมพ์ออลอินวัน (All in one) นั่นก็เพราะว่า
เป็นการผสมผสานฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์หลายๆ
ส่วนในชุดเดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วย เครื่องปริ้นเตอร์
เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องแฟกซ์ และ เครื่องสแกนเนอร์
เป็นต้น ส่วนหนึ่งเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน แต่ละรุ่น อาจจะมี
ประส่วนประกอบแตกต่างกันออกไป
ระบบสี RGB
ย่อมาจากคำว่า Red Green Blue เป็นระบบสีที่เกิดจากการรวมกัน
ของแสง สีแดง สีเขียว และ สีน้ำเงิน เมื่อมีการใช้สัดส่วนของ 3 สีนี้ต่าง
กัน จะทำให้เกิดสีต่าง ๆ ได้อีกมากมายถึง 16.7 ล้านสี ซึ่งใกล้เคียงกับสี
ที่ตาเรามองเห็นปกติ โดยสีที่ได้จากการผสมสีขึ้นอยู่กับความเข้มของสี
ถ้าหากสีมีความเข้มมากเมื่อนำมาผสมกันจะทำให้เกิดเป็นสีขาว จึงเรียก
ระบบสีนี้ว่า Additive หรือการผสมสีแบบบวก หลักการแสดงสีของจอ
คอมพิวเตอร์นั้นจะแสดงสีเป็นระบบ RGB อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเลือกโหมด
การทำงานใดก็ตาม
ระบบสี CMYK
ย่อมาจากคำว่า Cyan Magenta Yellow Black เป็นระบบสีมาตรฐานที่
เหมาะกับงานพิมพ์ พิมพ์ออกทางกระดาษหรือวัสดุผิวเรียบอื่น ๆ โดย
ทำการแก้ไขจุดบกพร่องของระบบสี RGB ที่เครื่องพิมพ์ ไม่สามารถ
พิมพ์สีบางสีออกไปได้ ซึ่งประกอบด้วยสีหลัก 4 สี ได้แก่ สีฟ้ า สีชมพูม่วง
สีเหลือง และสีดำ เมื่อนำสีทั้งหมดมาผสมกันจะเกิดเป็นสีดำ จึงเรียก
ระบบสีนี้ว่า Subtractive Color หลักการเกิดสีของระบบนี้คือ หมึกสีห
นึ่งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่งและสะท้อนกลับออกมาเป็นสีต่าง ๆ
ระบบสี HSB
Hue
คือ สีต่างๆ ที่สะท้อนออกมาจากวัตถุแล้วเข้าสู่สายตาของเรา ซึ่งมักเรียก
สีตามชื่อสี เช่น สีเขียว สีเหลือง สีแดง เป็นต้น
Saturation
คือ ความสดของสี โดยค่าความสดของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100 ถ้ากำหนด
Saturation ที่ 0 สีจะมีความสดน้ อย แต่ถ้ากำหนดที่ 100 สีจะมีความสด
มาก
Brightness
คือ ระดับความสว่างของสี โดยค่าความสว่างของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100
ถ้ากำหนดที่ 0 ความสว่างจะน้ อยซึ่งจะเป็นสีดำ แต่ถ้าดำหนดที่ 100 สี
จะมีความสว่างมากที่สุด
ระบบสี LAB
เป็นมาตรฐานสำหรับการวัดค่าแบบครอบคลุมทุกสีในระบบสี RGB และ
CMYK สามารถใช้กับสีที่ เกิดจากอุปกรณ์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นจอ
คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ส่วนประกอบ
ของระบบสีนี้ ได้แก่
L (Luminance) เป็นค่าความสว่าง จะมีค่าตั้งแต่ 0 (สีดำ) ไปจนถึงค่า
100 (สีขาว)
A แสดงการไล่สีจากสีเขียวไปยังสีแดง
B แสดงการไล่สีจากสีน้ำเงินไปยังสีเหลือง
ระบบสี Grayscale
ระบบสีแบบ Grayscale จะจัดการแต่ละพิกเซลในแบบ 8 บิต เหมือน
เป็นสวิทช์เปิด-ปิด แสดง 8 อัน เพื่อสร้างเป็น 1 สีดำ , 1 สีขาว ,
และ254 ระดับสีเทา มักใช้กับภาพขาว-ดำ หรือแปลงภาพสีเพื่อไปใช้ใน
งานพิมพ์แบบขาว-ดำ ซึ่งจะทำให้ขนาดของไฟล์ลดลง 2 ใน 3 ของ
RGB
ระบบสี Bitmap
ระบบสีแบบ Bitmap จะประกอบด้วยสี 2 สี คือ ขาวและดำ บางครั้ง
เรียกว่า ภาพแบบ 1 บิต ซึ่งแต่ละพิกเซลในภาพจะเป็นได้เพียงขาวหรือ
ดำเท่านั้น มักใช้กับภาพวาดที่วาด้วยหมึกดำ ภาพลายเส้น ภาพสเก็ตซ์
เป็ นต้น
ระบบสี Indexed
เป็นระบบจัดเก็บสี โดยกำหนดให้ 1 ภาพ จะมีความละเอียดของสีไม่
เกิน 256 สีเท่านั้น เป็นโหมดสีที่เหมาะสำหรับการทำภาพบน web
โดยที่ทุกครั้งที่แปลงภาพจากโหมดสีอื่นๆ มาเป็น Index โปรแกรมจะ
ทำการสร้างตารางดัชนี ( Indexed Color ) ขึ้นมาจัดเก็บสีในภาพ และ
จะทำการตรวจสอบรหัสสีที่ได้ โดยถ้าค่าสีใดอยู่นอกเหนือจาก 256 ใน
ตารางดัชนีสี จะถูกแปลงเป็นสีจากสีทั้ง 256 สีที่เก็บเอาไว้ใกล้เคียงให้
โดยอัตโนมัติ ดังนั้นภาพที่ได้จะให้ความสวยงามที่ใกล้เคียงของเดิม
และทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลงด้วย จุดด้อยของระบบสี Indexed Color
คือการมีสีใช้งานเพียง 256 เฉดสี จึงทำให้ไม่สามารถเก็บรายละเอียด
ของสีเอาไว้ได้ครบถ้วน
นามบัตร
เกียรติบัตร
จัดทำโดย
นายวัลลภ โพพวง
ชคธ.311 เลขที่ 03