The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน1 0 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supavadeeyordsing, 2023-03-18 13:15:39

วิจัยในชั้นเรียน1 0 2565

วิจัยในชั้นเรียน1 0 2565

ประเด็นท้าทาย ตามข้อตกลง PA ปีการศึกษา 2565 ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด นางสาวสุภาวดี ยอดสิงห์ โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์


1 ประเด็นท้าทาย เรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย ชื่อวิจัย ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด ชื่อผู้วิจัย สุภาวดี ยอดสิงห์ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้จุดมุ่งหมาย เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ที่กำลัง ศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 24 แผน แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ป.4 เรื่อง การคูณ การหาร แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ลักษณะเป็นแบบมาตรา ส่วนประมาณค่า มี 5 ระดับ ใช้เวลาในการทดลอง 26 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คิด เป็นร้อยละ 85.15 โดยมีร้อยละความก้าวหน้า เท่ากับ 67.58 และ 2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.61)


2 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด ความเป็นมาและความสำคัญของการวิจัย คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ ปรับตัวเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืนได้นั้น คนไทยควรได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมอง และพหุปัญญาโดยสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ถือเป็นหนึ่ง ในแปดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้งหมด (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิชา คณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป เนื่องจากการพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน และอนาคต ล้วนแล้วแต่มีความรู้คณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งวิชา คณิตศาสตร์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบและความสัมพันธ์เพื่อให้ได้ข้อสรุป และการ นำไปใช้ประโยชน์ เนื้อหาสาระทางคณิตศาสตร์มีลักษณะเป็นภาษาสากลที่สามารถใช้เพื่อการสื่อสาร การสื่อความหมาย และใช้เพื่อถ่ายทอดความรู้ระหว่างศาสตร์ต่าง ๆ ได้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้รับการพัฒนาได้อย่างเหมาะสมกับการทำงาน ของสมอง การเชื่อมโยงวงจรสมอง และพัฒนาการทางสมองจะส่งผลให้นักเรียนมีจินตนาการความคิด สร้างสรรค์ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข โดยใช้ประสบการณ์ตรงด้านร่างกายที่เป็น รูปธรรม ข้อเท็จจริงและทักษะด้านต่าง ๆ ที่ปรากฏในชีวิตจริงตามธรรมชาติเป็นเครื่องมือในการจัดการ เรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ สมองเป็นฐานต้องทำให้การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่มีชีวิตชีวา (active) บทเรียนหรือกิจกรรมต้อง ท้าทาย ชัดเจน ไม่คลุมเครือ ใช้สถานการณ์ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์โดยมีกิจกรรมฝึกซ้ำทบทวน บ่อย ๆ สิ่งที่อยู่รอบตัวนักเรียนมีผลต่อการเรียนรู้จึงต้องจัดสภาพแวดล้อมอุปกรณ์หรือสื่อให้เอื้อต่อการ คิด การสอนใช้แบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง กิจกรรมมีความสุข มีความหมาย และกระตุ้นการเรียนรู้ รายบุคคล ผู้สอนให้โอกาสผู้เรียนเรียนได้รับประสบการณ์จากการทำกิจกรรมที่ใช้สมองและเรียนรู้ เนื้อหา (ชนาธิป พรกุล. 2554 : 34-35) จากการสัมภาษณ์นางเวียงแก้ว ศรีงาน ครูผู้สอนรายวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 พบว่า นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย มีปัญหาด้านการคูณ การหาร ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน รายวิชาคณิตศาสตร์ค่อนข้างต่ำ จากที่ได้กล่าวมา ผู้วิจัยจึงมีความสนใจ ศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 เพื่อศึกษาการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยแบบฝึกทักษะที่มีผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจในกิจกรรมการ เรียนรู้ของนักเรียน เพื่อใช้เป็นแนวทางและวิธีการให้ครูผู้สอนเลือกปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


3 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย ความมุ่งหมายของการวิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วย การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4/1 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 สมมติฐานของการวิจัย นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 สูงกว่าก่อนเรียน ความสำคัญของการวิจัย 1. ได้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ที่มีประสิทธิภาพและ สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ดี 2. ทำให้ทราบถึงประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ซึ่ง ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์สำหรับครูผู้สอนเพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3. เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอน ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจในการนำไปประยุกต์ให้ในการ พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ในระดับอื่น ๆ ต่อไป ขอบเขตของการวิจัย ประชากร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 161 คน กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 33 คน โดยการเลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) นิยามศัพท์เฉพาะ 1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หมายถึง สื่อการสอนที่สร้างขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติด้วย ตนเองจนเกิดความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่ได้เรียนรู้ และมีลักษณะที่หลากหลาย 2. การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หมายถึง การจัดการเรียนรู้ให้ สอดคล้องกับการทำงานของสมอง โดยการสร้างบรรยากาศเชิงบวกเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความ สนใจตระหนักในสิ่งที่เรียน สร้างบรรยากาศที่ท้าทายยั่วยุนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน และ ผ่อนคลาย และมีการฝึกปฏิบัติเพื่อทบทวนบทเรียนหรือสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนมาแล้วด้วยการทำแบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์


4 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสามารถในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การ คูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในรูปของคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน 4. ความพึงพอใจในการเรียน หมายถึง ความชอบ หรือไม่ชอบของนักเรียนต่อการจัดการ เรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับแบบฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เกิดจาก ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่แสดงออกมาได้ทางใดทางหนึ่ง วัดได้โดยใช้แบบวัดความพึงพอใจต่อการ เรียนรู้ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยจำแนกได้ 2 ประเภท คือ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและเครื่องมือที่ ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้ 1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 1. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 24 แผน ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คูณจำนวน 1 หลัก กับจำนวนมากกว่า 4 หลัก 2) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การคูณจำนวน 2 หลัก กับจำนวนมากกว่า 2 หลัก (1) 3) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การคูณจำนวน 2 หลัก กับจำนวนมากกว่า 2 หลัก (2) 4) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การคูณจำนวน 2 หลัก กับจำนวนมากกว่า 2 หลัก (3) 5) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การคูณจำนวนมากกว่า 2 หลัก กับจำนวน มากกว่า 2 หลัก (1) 6) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การคูณจำนวนมากกว่า 2 หลัก กับจำนวน มากกว่า 2 หลัก (2) 7) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การหารที่ตัวตั้งมีมากกว่า 4 หลักและตัวหารมี 1หลัก (1) 8) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การหารที่ตัวตั้งมีมากกว่า 4 หลักและตัวหารมี 1หลัก (2) 9) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง การหารที่ตัวหารมี 2 หลัก (1) 10) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง การหารที่ตัวหารมี 2 หลัก (2) 11) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง การหารที่ตัวหารมี 2 หลัก (3) 12) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง การหารที่ตัวหารมีสามหลัก (1) 13) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง การหารที่ตัวหารมีสามหลัก (2) 14) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (1) 15) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (2) 16) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (3)


5 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย 17) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (4) 18) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (5) 19) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 เรื่อง โจทย์ปัญหาการคูณ (1) 20) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 เรื่อง โจทย์ปัญหาการคูณ (2) 21) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 เรื่อง โจทย์ปัญหาหาร (1) 22) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 เรื่อง โจทย์ปัญหาหาร (2) 23) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 23 เรื่อง โจทย์ปัญหาการคูณการหาร 24) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 24 เรื่อง การสร้างโจทย์ปัญหาการคูณการหาร 2. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การคูณ การหาร 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ 2. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ลักษณะเป็นแบบ มาตราส่วนประมาณค่า มี 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ การสร้างเครื่องมือ 1. การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.2 วิเคราะห์เนื้อหา มาตรฐาน/ตัวชี้วัด จากการศึกษาหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ คำอธิบายรายวิชา และโครงสร้างรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 1.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การ หาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ 1.4 จัดพิมพ์แบบทดสอบก่อนเรียนจำนวน 10 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 33 คน 2. การสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างตามลำดับ ขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในเรื่องการสร้างแบบสอบถาม 2.2 สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 10 ข้อ


6 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย 2.3 จัดพิมพ์แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนำไปใช้เก็บข้อมูลจาก กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 33 คน แบบแผนการทดลอง ผู้วิจัยนำการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายพร้อมกับเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีขั้นตอนในการ ดำเนินการ ดังนี้ 1. ผู้วิจัยได้นำการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด อำเภอบ้าน กรวด จังหวัดบุรีรัมย์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 33 คน ซึ่งผู้วิจัยดำเนินการจัดการเรียนรู้ ด้วยตนเอง ผู้วิจัยชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัยและอธิบายวิธีการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ ของผู้เรียนในการ ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อให้นักเรียนเข้าใจร่วมกัน 2. ผู้วิจัยทำการทดสอบก่อนเรียน (Pre - Test) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร 3. ผู้วิจัยจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ให้กับ กลุ่มเป้าหมายใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้รวม 26 ชั่วโมง โดยใช้เวลาในการทดสอบก่อนเรียน 1 ชั่วโมง เวลาในการจัดการเรียนรู้ 24 ชั่วโมง และเวลาในการทดสอบหลังเรียน 1 ชั่วโมง 4. ผู้วิจัยทดสอบหลังเรียน (Post - Test) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการ เรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร 5. ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและ ประเมินผล ปรากฏดังตารางการเก็บข้อมูล ตารางการเก็บข้อมูล วัน เดือน ปี ที่เก็บข้อมูล เวลา ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้ 20 กรกฎาคม 2565 09.00 – 10.00 น. ทดสอบก่อนเรียน 21 กรกฎาคม 2565 09.00 – 10.00 น. คูณจำนวน 1 หลัก กับจำนวนมากกว่า 4 หลัก 22 กรกฎาคม 2565 11.00 – 12.00 น. การคูณจำนวน 2 หลัก กับจำนวนมากกว่า 2 หลัก (1) 26 กรกฎาคม 2565 09.00 – 10.00 น. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การคูณจำนวน 2 หลัก กับ จำนวนมากกว่า 2 หลัก (2) 27 กรกฎาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การคูณจำนวน 2 หลัก กับจำนวนมากกว่า 2 หลัก (3) 29 กรกฎาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การคูณจำนวนมากกว่า 2 หลัก กับจำนวนมากกว่า 2 หลัก (1) 2 สิงหาคม 2565 11.00 – 12.00 น. การคูณจำนวนมากกว่า 2 หลัก กับจำนวนมากกว่า 2 หลัก (2) 3 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหารที่ตัวตั้งมีมากกว่า 4 หลักและตัวหารมี 1หลัก (1)


7 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย 4 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหารที่ตัวตั้งมีมากกว่า 4 หลักและตัวหารมี 1หลัก (2) 5 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหารที่ตัวหารมี 2 หลัก (1) 9 สิงหาคม 2565 11.00 – 12.00 น. การหารที่ตัวหารมี 2 หลัก (2) 10 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหารที่ตัวหารมี 2 หลัก (3) 11 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหารที่ตัวหารมีสามหลัก (1) 16 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหารที่ตัวหารมีสามหลัก (2) 17 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (1) 18 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (2) 19 สิงหาคม 2565 11.00 – 12.00 น. การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (3) 23 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (4) 24 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. การหาค่าของตัวไม่ทราบค่า (5) 25 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. โจทย์ปัญหาการคูณ (1) 26 สิงหาคม 2565 11.00 – 12.00 น. โจทย์ปัญหาการคูณ (2) 30 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. โจทย์ปัญหาหาร (1) 31 สิงหาคม 2565 09.00 – 10.00 น. โจทย์ปัญหาหาร (2) 1 กันยายน 2565 09.00 – 10.00 น. โจทย์ปัญหาการคูณการหาร 2 กันยายน 2565 11.00 – 12.00 น. การสร้างโจทย์ปัญหาการคูณการหาร 6 กันยายน 2565 09.00 – 10.00 น. ทดสอบหลังเรียน การวิเคราะห์ข้อมูล 1. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วย การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วิเคราะห์โดยหา ร้อยละความก้าวหน้า 2. การวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วิเคราะห์โดยหา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน แล้วนำค่าเฉลี่ยมาแปความหมายตามเกณฑ์ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 แปลความว่า พึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 แปลความว่า พึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 แปลความว่า พึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 แปลความว่า พึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 แปลความว่า พึงพอใจน้อยที่สุด


8 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติพื้นฐาน 1) ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใช้สูตรดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี. 2551: 237) x̅ = ∑ x N เมื่อ x̅ แทน ค่าเฉลี่ย ∑ x แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน N แทน จำนวนคนทั้งหมด 2) ร้อยละ (Percentage) ใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2546 : 104) F 100 P N = เมื่อ P แทน ร้อยละ F แทน ความถี่หรือคะแนนที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมดหรือคะแนนเต็ม 3) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้สูตรดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2551: 250) ( ) N(N -1) N X X S.D. 2 2 = − เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนสมาชิกในกลุ่มนั้น 2. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน การหาร้อยละความก้าวหน้าของคะแนนเฉลี่ยของผู้เรียน ก่อนเรียน – หลังเรียนใช้สูตร ดังนี้(พิชิต ฤทธิ์จรูญ. 2553 : 78) ร้อยละความก้าวหน้า = (x̅2- x̅1 ) คะแนนเต็ม ×100 เมื่อ x̅1 แทน คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน x̅2 แทน คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน


9 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การ คูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด ซึ่งผู้ศึกษาได้เสนอผลการ วิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ลำดับขั้นตอนในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมายและเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ถูกต้องอีกทั้ง เพื่อสะดวกในการเสนอข้อมูล ผู้ศึกษาค้นคว้าได้กำหนดความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ดังนี้ N แทน จำนวนนักเรียน x̅ แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. ลำดับขั้นตอนในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาค้นคว้าได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 2.1 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการ จัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดย วิเคราะห์หา ร้อยละความก้าวหน้า 2.2 วิเคราะห์หาระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 วิเคราะห์โดยหา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน แล้วนำค่าเฉลี่ยมาแปลความหมายตามเกณฑ์ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 แปลความว่า พึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 แปลความว่า พึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 แปลความว่า พึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 แปลความว่า พึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 แปลความว่า พึงพอใจน้อยที่สุด


10 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและห ลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการใช้ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 วิเคราะห์โดยหาร้อยละ ความก้าวหน้าและร้อยละ ปรากฏดังตาราง ตาราง ร้อยละความก้าวหน้าของนักเรียนโดยใช้กับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 คนที่ คะแนนก่อนเรียน(10) คะแนนหลังเรียน (10) ผลต่างของคะแนน ร้อยละความก้าวหน้า 1 2 7 5 50 2 1 10 9 90 3 2 10 8 80 4 1 9 8 80 5 1 9 8 80 6 2 8 6 60 7 1 7 6 60 8 2 9 7 70 9 2 8 6 60 10 2 7 5 50 11 2 8 6 60 12 1 9 8 80 13 2 10 8 80 14 1 9 8 80 15 2 8 6 60 16 2 7 5 50 17 2 10 8 80 18 2 10 8 80 19 2 9 7 70 20 5 8 3 30 21 4 7 3 30 22 2 8 6 60


11 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย คนที่ คะแนนก่อนเรียน(10) คะแนนหลังเรียน (10) ผลต่างของคะแนน ร้อยละความก้าวหน้า 23 1 9 8 80 24 1 7 6 60 25 2 10 8 80 26 0 8 8 80 27 1 9 8 80 28 1 7 6 60 29 2 8 6 60 30 2 7 5 50 31 0 9 9 90 32 3 10 7 70 33 2 10 8 80 รวม 58.00 281.00 223.00 2230.00 1.76 8.52 6.76 67.58 S.D 0.97 1.12 ร้อยละ 17.58 85.15 67.58 จากตาราง พบว่าโดยภาพรวม คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน เท่ากับ 1.76 และ 8.52 คิดเป็นร้อยละ 17.58 และ 85.15 ตามลำดับ โดยนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โดยมีร้อยละ ความก้าวหน้า เท่ากับ 67.58 ̅


12 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ปรากฏดังตาราง ตาราง ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยการใช้แบบ ฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ข้อที่ รายการ S.D ระดับความพึงพอใจ 1 1. บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการ ทำกิจกรรม 4.87 0.34 มากที่สุด 2 2. นักเรียนสามารถทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ 4.53 0.50 มากที่สุด 3 3. นักเรียนมีความสุขเมื่อเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยแบบฝึก ทักษะคณิตศาสตร์ 4.47 0.50 มาก 4 4. กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมกระบวกการคิดของนักเรียน 4.53 0.50 มากที่สุด 5 5. กิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากหลาย ทำให้อยากเรียนมากขึ้น 4.80 0.54 มากที่สุด 6 6. กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาการเรียนรู้ของ ตัวเองอย่างต่อเนื่อง 4.33 0.79 มาก 7 7. นักเรียนสามารถนำความรู้จากการทำกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 4.60 0.49 มาก 8 8. นักเรียนสามารถนำประสบการณ์จากการทำกิจกรรมไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.40 0.80 มาก 9 9. นักเรียนได้เรียนรู้การช่วยเหลือกัน 4.87 0.34 มากที่สุด 10 10. เมื่อเรียนแล้วทำให้นักเรียนเข้าใจ เรื่อง การคูณ การหาร มาก ขึ้น 4.67 0.60 มากที่สุด รวม 4.61 0.54 มากที่สุด จากตารางรางที่ 8 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 อยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.61) เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 6 ข้อ และอยู่ในระดับมาก จำนวน 4 ข้อ โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้อ 1 บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้ นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม (x̅ = 4.87) ข้อ 9 นักเรียนได้เรียนรู้การช่วยเหลือกัน (x̅ = 4.87) และ ข้อ 5 กิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากหลายทำให้อยากเรียนมากขึ้น (x̅ = 4.80) x̅


13 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง การ คูณ การหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด สรุปสาระสำคัญของการวิจัย ได้ดังนี้ สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 85.15 โดยมี ร้อยละความก้าวหน้า เท่ากับ 67.58 2. ระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.61) อภิปรายผล จากการวิจัย เรื่อง ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การ หาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด อภิปรายผลได้ดังนี้ 1. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดย ใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 85.15 โดยมีร้อยละความก้าวหน้า เท่ากับ 67.58 หมายความว่า นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร เพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับ ณัฐพล เฟื่องฟุ้ง (2560 : 85-87) ที่ศึกษาการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้สมองเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็น ฐานสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสอดคล้องกับ สมสันต์ ศรีธรรมสาร (2553 : 82-86) ได้ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องชนิดและหน้าที่ของคำ ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐาน โรงเรียนชุมชนบ้านโนนเปือย (มหาพิมพ์ สงเคราะห์) พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.08/84.70 2. การวิเคราะห์หาระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.61) หมายความว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความสนใจและพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก ทักษะ เนื่องจากกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าวมีการบริหารสมองทำให้นักเรียนผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการสร้าง บรรยากาศเชิงบวกให้กับผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนได้ฝึก ย้ำ ทบทวนด้วยการทำแบบฝึกทักษะ ซึ่ง สอดคล้องกับ กรุณา มีวัน (2553 : 99-102) ได้ศึกษาการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการ เขียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน โรงเรียนบ้านห้วยตะแคง ใต้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยการเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐานอยู่ในระดับมาก และสอดคล้องกับ Chuan Lin (2010 : 87-90) ได้ศึกษาผลกระทบ ของวิธีการทั้งภาษา (WLA) และการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานในหลักสูตรเตรียมความพร้อม GEPT และประสิทธิภาพกลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนกวดวิชาในไถหนาน


14 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามความพึงพอใจในการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สมอง เป็นฐาน และสังเกตการร่วมกิจกรรม การสัมภาษณ์นักเรียน และแบบทดสอบ ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษและพัฒนาความรู้ความเข้าใจทักษะทางภาษา มีความพึง พอใจในการเรียนทักษะทางภาษาโดยใช้สมองเป็นฐาน มีความสนใจสื่อเสริมภาษาอังกฤษ อ่านและฟัง มากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์ในการสนทนาภาษาอังกฤษมากขึ้น ผลการทดสอบไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักเรียนเปลี่ยนแปลงรูปแบบการฟังและนักเรียนมีความวิตกกังวลในการทดสอบแต่พวกเขา มั่นใจที่จะผ่านการทดสอบในครั้งต่อไป ข้อเสนอแนะ การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะสำหรับการนำ ผลการวิจัยไปใช้และข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้ ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ 1) การจัดกิจกรรมในแต่ละขั้นตอนตามการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ ผู้สอน สามารถเลือกใช้เทคนิคการสอนอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับหลักการในแต่ละขั้นตอนได้หลากหลาย ตาม เนื้อหาการเรียนรู้หรือตามความรู้เดิมของนักเรียน 2) ผู้สอนควรชี้แจงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจนก่อนที่จะเริ่มการ จัดการเรียนรู้ บอกบทบาทของผู้สอนและผู้เรียน วัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ พร้อมทั้งประโยชน์ ที่ได้รับจากการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าใจ และครอบคลุมเนื้อหาที่ศึกษาให้มากที่สุด 3) การกระตุ้นผู้เรียนถือเป็นองค์ประกอบหลักของการจัดการเรียนรู้นี้ ดังนั้นผู้สอนควรหา วิธีที่หลากหลายและทำให้ผู้เรียนพร้อมที่จะเรียนรู้ตามเนื้อหาที่ศึกษาให้มากที่สุด ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป 1) ควรนำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นไปใช้กับนักเรียน โรงเรียนอื่น เพื่อศึกษาเปรียบเทียบถึงบริบทที่แตกต่างกัน เช่น ขนาดของโรงเรียน จำนวนนักเรียน 2) ควรมีการเปรียบเทียบวิธีการจัดการเรียนรู้กับนักเรียนที่มีความแตกต่างกันในด้านต่างๆ เช่น กลุ่มเก่งกับกลุ่มอ่อน


15 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย ภาพกิจกรรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกทักษะ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ ภาคผนวก


16 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย


17 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย


18 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย


19 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกทักษะ เรื่อง การคูณ การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1


20 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. จิราภรณ์ แน่นอุดร. (2559). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ทศนิยม โรงเรียนแปลงยาวพิทยาคม จังหวัดฉะเชิงเทรา. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิตหลักสูตร ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง. จิรารัตน์ บุญส่งค์. (2559). ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. สงขลา : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. ฉวีวรรณ สีสม. (2555). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ในหน่วยการเรียนรู้ วิชาเคมีทั่วไปสำหรับนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ชนาธิป พรกุล. (2554). การสอน กระบวนการคิด ทฤษฎีและการนำไปใช้. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ญาณี ไชยวงศา. (2556). การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ สมองเป็นฐานและแนวคิดการช่วยเหลือเด็กในการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการ อ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. กลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. ณัฐพล เฟื่องฟุ้ง. (2560). การจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้สมองเป็นฐานเพื่อส่งเสริม ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. ถวิล ธาราโรจน์. (2536). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพ ฯ : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏเพชรบุรี วิทยาลง กรณ์ในพระบรมราชูปถัมป์. ทิศนา แขมมณี. (2558). ศาสตร์การสอน (พิมพ์ครั้งที่ 19). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. นิติพร ประสบพิชัย. (2560). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เรื่ององค์ประกอบศิลป์ ตามรูปแบบการเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐานด้วยเทคนิคส์ซินเนคติคส์ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการ สร้างสรรค์งานศิลปะ ของนกัเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร. บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบืองต้น. พิมพ์ครังที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์. ประสาท อิศรปรีดา. (2541). สารัตถะจิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย มหาสารคาม.


21 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย ปวีณา วิชนี และเชษฐ์ ศิริสวัสดิ์.(2558). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่องอาณาจักร ของสิ่งมีชีวิตด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (BBL)ร่วมกับการใช้เทคนิคเกม สา หรับกเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4.วารสารวิชาการ Veridian e-journal มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2558. เผชิญ กิจระการ. (2542). การวิจัยและทฤษฎีเทคโนโลยีการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาสารคาม : ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2553). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ : ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : ศูนย์ หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มยุรี ศรีคะเณย์. 2547. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนความคงทนในการเรียนและ ความ พึงพอใจในการเรียนแบบร่วมมือด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์วิชาภาษาไทย เรื่อง รามเกียรติ์และ คําราชาศัพท์นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่างกัน. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (สําเนา) มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม. (2553). วิธีการทางสถิติสําหรับการวิจัย. ภาควิชาวิจัยและ พัฒนา หลักสูตร มหาสารคาม : ประสานการพิมพ์. รังศิยา ทองงาม. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยตามแนวคิดสมองเป็นฐาน โดยใช้แบบ ฝึกทักษะ เรื่อง การอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระลดรูปและเปลี่ยนรูป ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1. กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. รัตถภรณ์ คากมลและบุษบา บัวสมบูรณ์.(2559).การศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้านการแต่งคาประพันธ์ประเภท กาพย์ยานีของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวสมองเป็นฐาน. วารสารวิชาการ Veridian e-journal มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 เดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2559. รุ่งโรจน์ พงศ์กิจวิทูร. (2554). การพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็น ฐาน รายวิชาการผลิตและนำเสนอมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. รายงานการวิจัย. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมา. แรกขวัญ นามสว่าง. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน เพื่อส่งเสริม ทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2-3. ปริญญานพินธ์ กศ.ด. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมติร. ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. ลักขณา สริวัฒน์. (2539). จิตวิทยาในชีวิตประจำวัน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. วิมลรตัน์ สุนทรโรจน์. (2550). นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : ช้างทอง. ศรีสุดา ญาติปลื้ม. (2547). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สกสค. ลาดพร้าว. สมนึก ภัททิยธนี. (2537). การวัดผลการศึกษา. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.


22 ประเด็นท้าทายเรื่องผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึ กทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ การหาร ของนกัเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่4/1โรงเรียนอนุบาลบา้นกรวด ประเด็นท้าทาย สมสันต์ศรีธรรมสาร. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง ชนิดและหน้าที่ของคำ ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สำนักทดสอบการศึกษา. (2560). รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติ ปีการศึกษา 2559 บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทย จำกัด. อดิพันธุ์ ประสิทธิ์. (2559). การพัฒนาการจัดการเรียนการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้สมองเป็นฐานเพื่อ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อังสนา ศรีสวนแดง. (2555). การพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องโจทย์ปัญหาระคนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับเทคนิค KWDL. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร. เอมอร แก้วเพชร. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยที่มีต่อความสามารถด้านการอ่าน คล่อง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐาน. วิทยานิพนธ์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


Click to View FlipBook Version