The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พลังงานและไฟฟ้าในร่างกาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by puviput2545, 2021-10-11 06:25:57

พลังงานและไฟฟ้าในร่างกาย

พลังงานและไฟฟ้าในร่างกาย

Energy and
electricity
in humans

Chutipong Karnsuwan



บทนำ

ในช่วงอากาศหนาวแบบนี้ หลายคนคงเกิดปั ญหาไม่ว่า
จะจับอะไรก็โดนช็อต เช่น จับลูกบิด จับประตู จับราว
บันไดในห้าง หรือแม้กระทั่งจับเพื่อนข้างๆ สิ่งที่เกิดขึ้น
เรียกว่าไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้าสถิตเกิดจากการเสียดสีกัน
ของวัตถุ 2 ชนิด เช่น เราใส่เสื้อแล้วเดินแกว่งแขนไป
มา ก็ทำให้ผิวเราและเสื้อเกิดการเสียดสีกัน ซึ่งการ
เสียดสีกันระหว่างสสารต่างชนิด จะทำให้ประจุไฟฟ้า
เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ และ
ประจุไฟฟ้าจะถ่ายเทได้ดีมากในที่อากาศแห้ง คนผิว
แห้งก็อาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ พอเราไปจับสิ่งของที่
เป็นโลหะ หรือสิ่งต่างๆ ก็อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้



สารบัญ ก

บทนำ ข
สารบัญ 1
พลังงานและกระแสไฟฟ้าในร่างกายมนุษย์ 2
ความต้านทาน
ร่างกายคนเรามีความต้านทานต่อไฟฟ้าเท่าไร 3
ร่างกายสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เท่าไร
ไฟฟ้าสถิต 4
ไฟฟ้าสถิตในร่างกาย 5
วิธีป้องกันไฟฟ้าสถิต 6
พลังงานในร่างกายมนุษย์ 7
9
การใช้พลังงานของร่างกาย
10
บรรณานุกรม




พลังงานและกระแสไฟฟ้าใน
ร่างกายมนุษย์

ในร่างกายของมนุษย์สามารถสร้างพลังงานได้มากมาย อาจ
เคยพบกับเหตุการณ์ เวลาที่แตะหรือสัมผัสอะไรที่เป็นโลหะ
เช่น รั้วบ้าน ประตูรถ รถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ จะรู้สึก
เหมือนโดนไฟช็อต นั่นเป็นเพราะร่างกายของมนุษย์สะสม
ไฟฟ้าสถิตไว้มากเกินไป เมื่อใดก็ตามที่บังเอิญไปสัมผัสกับ
กระแสไฟฟ้าจะถูกกระตุก การกระตุกเกิดจากผลกระทบ
ของการไหลของกระแสไฟฟ้าที่เข้ามาในร่างกายมนุษย์ และ
ถ้าแรงดันไฟฟ้าที่ทำงานอยู่ในร่างกายมนุษย์มีน้อยกว่าหรือ
อ่อนแอกว่าไฟฟ้าที่เข้ามาปะทะ มนุษย์ก็จะทรุดตัวลงและอาจ
หมดสติได้ แต่ถ้าไฟฟ้านั้นถูกควบคุมให้กระแสวิ่งผ่าน
ร่างกายลงพื้นดินก็จะปลอดภัยจากการกระตุกได้

1

ความต้านทาน

กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านร่างกายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
ความต้านทานรวมซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่ง
ความต้านทานรวมนี้คือ ความต้านทานของตัวนำไฟฟ้า ความ
ต้านทานของร่างกาย ความต้านทานของดิน ในกรณีที่กระแส
ไฟฟ้าไหลลงสู่ดิน ความต้านทานของร่างกายคนเปลี่ยนแปลง
ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางกายภาพของแต่ละคน สภาวะทาง
อารมณ์และความชื้นบนผิวหนัง ความต้านทานของร่างกาย
จะลดลงอย่างมากเมื่อผิวหนังเปียกชื้น จากรูปเมื่อร่างกาย
สัมผัสกับสายไฟ 1 เส้นจะมีอันตรายน้อยกว่าการที่ร่างกาย
สัมผัสกับไฟฟ้าทั้ง 2เส้น เนื่องจากกรณีแรกมีความต้านทาน
รวมมากกว่าคือ ควาต้านทานของร่างกายจากมือถึงเท้า และ
ความต้านทานเนื่องจากดิน กรณีที่สองทางเดินของกระแส
ไฟฟ้ามีระยะทางอันสั้นและความต้านทานรวมน้อยกว่ามาก
อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ทันที

2

ร่างกายคนเรามีความต้านทานต่อไฟฟ้าเท่าไร ?

ความต้านทานของร่างกายต่อไฟฟ้า เป็นปั จจัยหนึ่งที่ทำให้เกิด
อันตรายเกิดขึ้นต่อมนุษย์ ผิวหนังเป็นตัวควบคุมปริมาณของกระแส
ไฟฟ้าให้ไหลผ่านเข้าได้มากหรือน้อย จากการศึกษาพบว่า
- ผิวหนังแห้ง มีความต้านทาน 100,000-600,000 โอห์มต่อตา
รางเซนติเมตร
- ผิวหนังเปียก มีความต้านทาน 1,000 โอห์มต่อตารางเซนติเมตร
- ความต้านทานภายในร่างกายจากมือถึงเท้า (ไม่มีผิวหนัง) 400-
600 โอห์มต่อตารางเซนติเมตร
- ความต้านทานระหว่างช่องหู ประมาณ 100 โอห์มต่อตาราง
เซนติเมตรโดยทั่วไปในทางปฏิบัติกำหนดค่าความต้านทานต่อไฟฟ้า
ของคนที่ทำงานกับไฟฟ้าไว้ 1,000 โอห์ม

3

ร่างกายของมนุษย์สามารถผลิตกระแส
ไฟฟ้าได้เท่าไหร่

โดยมาตรฐานทั่วไปแล้ว ร่างกายของคนเรานั้นสามารถ
ผลิตกระแสไฟฟ้าได้โดยเฉลี่ย 100 วัตต์ ใน 1 วัน สำหรับ
คนที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อย่างเช่นนักกีฬา สามารถ
สร้างกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 300-400 วัตต์ ซึ่งอาจสูง
มากกว่านี้แล้วแต่ศักยภาพของบุคคล กระแสไฟฟ้าใน
ร่างกายของมนุษย์นั้น เกิดจากพลังงานความร้อนใน
ร่างกายที่เราได้มาจากการทานอาหารยิ่งเรากินอาหารและ
เกิดการเผาผลาญในร่างกายมากเท่าไหร่ ความร้อนที่เกิดใน
ร่างกายนั้นก็จะผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นขึ้นเท่านั้น

4

ไฟฟ้าสถิต

ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ปรากฏเป็น
อิสระอยู่บนวัตถุ และไม่เคลื่อนที่เป็นกระแส ปกติจะแสดง
ในรูปของการดึงดูด การผลักดัน และเกิดประกายไฟ

ชนิดของประจุไฟฟ้า

แรงกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้า
การทดลองนำผ้าแพร ถูกับแก้วผิวเกลี้ยงสองแท่ง แล้วนำ

แท่งแก้วทั้งสองขึ้นแขวนไว้ใกล้ๆ กัน จะปรากฏว่าแท่งแก้วทั้ง
สองเบนหนีออกจากกัน แสดงว่าเกิดมีแรงผลัก ระหว่างแท่งแก้ว
ทั้งสอง นำแท่งแก้วผิวเกลี้ยงชนิดเดียวกันอีกคู่หนึ่งถูด้วยขนสัตว์
แล้วนำ ขึ้นแขวนเช่นเดียวกัน จะปรากฏว่าแท่งแก้วคู่นี้ผลักกัน
และเบนห่างจากกันแต่ถ้านำแท่งแก้วที่ถูด้วยผ้าแพร จากคู่แรกมา
หนึ่งแท่ง แขวนคู่กับอีกหนึ่งแท่งจากคู่หลังที่ถูด้วยขนสัตว์แล้ว จะ
ปรากฏว่าแท่งแก้วทั้งสองเบนเข้าหากัน แสดงว่าแท่งแก้วคู่นี้ดูด
กัน เมื่อทำการทดลองซ้ำหลายครั้งก็จะปรากฏผลเช่นเดียวกัน

แรงที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้า
-ประจุไฟฟ้าชนิดเดียว จะผลักกัน
-ประจุไฟฟ้าต่างชนิด จะดูดกัน
-แรงผลักหรือแรงดูดนี้เป็นแรงคู่ปฏิกิริยากัน
(action=reaction)
-วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าจะดูดวัตถุที่เป็นกลางเสมอ

5

ไฟฟ้าสถิตในร่างกาย เกิดจาก...



สสารทุกชนิดที่อยู่บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเก้าอี้ เสื้อผ้า ประตู หรือ
แม้แต่ตัวเราเอง ประกอบไปด้วยอะตอมที่มีอนุภาคของประจุไฟฟ้า
ขั้วบวก (โปรตอน) และประจุไฟฟ้าขั้วลบ (อิเล็กตรอน) ซึ่งโดยปกติ
แล้วอนุภาคของประจุไฟฟ้าขั้วบวกและลบจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
อยู่ตลอดเวลา จากการเสียดสีกันระหว่างสสารต่างชนิด ทำให้
ประจุไฟฟ้าเกิดความไม่สมดุลกันระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ

ดังนั้น อะตอมในสสารที่เว้า ๆ แหว่ง ๆ จึงมีความพยายามจะ
แลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้ากับสสารชนิดอื่นเพื่อให้เกิดความสมดุลใน
ตัวเอง ซึ่งการถ่ายโอนประจุไฟฟ้าระหว่างสสารสองชนิดที่เกิดขึ้นนี้
ก็มีส่วนทำให้เกิดการสปาร์ก หรือที่เราเรียกว่าไฟฟ้าสถิตขึ้น โดย
เฉพาะหากสสารชนิดใดชนิดหนึ่งสะสมประจุไฟฟ้าขั้วบวกไว้มาก ๆ

โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะเกิดการแลกเปลี่ยน
ประจุไฟฟ้ากับสิ่งของรอบตัวตลอดเวลา ผ่านทางการเสียดสีหรือ
สัมผัส เช่น การที่สวมใส่เสื้อผ้า การนั่งเสียดสีกับเก้าอี้ หรือการ
สัมผัสลูกบิดประตู ซึ่งการแลกเปลี่ยนอะตอมระหว่างกันนี้จะค่อย
เป็นค่อยไป หรืออธิบายง่าย ๆ ว่าต่างฝ่ายต่างได้ระบายประจุไฟฟ้า
ในตัวนั่นเอง

6

วิธีป้องกันไฟฟ้าสถิต

ไฟฟ้าสถิตจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการสะสมของ
อะตอมหรือประจุไฟฟ้าในร่างกาย รวมทั้งปั จจัยภายนอก
สภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้ง ซึ่งจะเป็นตัวนำให้เกิด
ไฟฟ้าสถิตได้ง่ายขึ้น ดังนั้น
- ป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง โดยควรดื่มน้ำมาก ๆ รวมทั้งทา
โลชั่นบำรุงผิวร่วมด้วยเติมความชื้นในอากาศ โดยอาจอาศัย
เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ หรือนำอ่างน้ำมาตั้งไว้ในห้องที่
เราอยู่ก็ได้

- พรมน้ำใส่เสื้อผ้าเล็กน้อย โดยเฉพาะเสื้อผ้าขนสัตว์ หรือ
พรมบนโซฟา เพื่อเพิ่มความชื้นและป้องกันการสะสมของ
ประจุไฟฟ้า
- สวมใส่รองเท้าพื้นยาง ยางจะช่วยลดทอนการไหลของ
ประจุไฟฟ้า

- สวมถุงเท้าผ้าคอตตอนเป็นตัวกรองประจุไฟฟ้าอีกชั้น
หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ผลิตด้วยผ้าขนสัตว์ ผ้าใยสังเคราะห์ หรือ
โพลีเอสเตอร์ เพราะผ้าเหล่านี้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ง่าย เปลี่ยน
มาใส่ผ้าฝ้ายแทนดีกว่า

- ใช้เครื่องประดับช่วย หากคุณมักจะเกิดไฟฟ้าสถิตกับ
ลูกบิดประตู หรือวัตถุใด ๆ ก็ตามอยู่บ่อยครั้ง ให้ลดทอนการ
ถ่ายเทประจุไฟฟ้าด้วยการนำเครื่องประดับ เช่น แหวน
สร้อย หรือโลหะใดก็ได้ ไปแตะกับวัตถุที่จะจับก่อน แค่นี้
ไฟฟ้าสถิตก็จะไม่เกิดแล้ว

7

- ปลูกต้นไม้ไว้ในห้อง และหมั่นรดน้ำให้ชุ่มชื้นเสมอ วิธีนี้จะช่วยลด
อากาศแห้งได้
พยายามหลีกเลี่ยงการคลุมเตียง เพราะผ้าที่เสียดสีกันอาจสะสม
ประจุไฟฟ้าไว้มาก โดยเฉพาะหากห้องนอนไม่มีที่ระบายอากาศติดอยู่
- ถือโลหะไว้ในมือ เมื่อต้องอยู่นอกสถานที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า
อากาศที่แห้งในนั้นอาจทำให้ประจุไฟฟ้าในตัวคุณถูกสะสมโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้นหากจับรถเข็น หรือตะกร้าแล้วเกิดไฟฟ้าสถิต แนะนำให้ถือ
โลหะอย่างกุญแจหรือสร้อยไว้ในมือสักพัก เพื่อถ่ายโอนประจุไฟฟ้า
ออกไปจากตัว จากนั้นจึงค่อยจับวัตถุอื่น ๆ ตามปกติ




8

พลังงานในร่างกายมนุษย์

พลังงานพลังงาน คือ พลังที่ทำให้เกิดงานแหล่งพลังงาน
ทุกกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตล้วนแต่ต้องใช้ พลังงาน

ร่างกายของคนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ คนแต่ละคนจะมี
พลังงานเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟฟ้าขนาด 120
วัตต์ เพราะคนที่กินอาหารเข้าไปปริมาณ 2,500
แคลอรีในแต่ละวันจะให้พลังงานความร้อน 104
แคลอรีต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากระแสไฟฟ้าที่มีพลังงาน
120 วัตต์




พลังงาน 5 ชนิ
ดในร่างกาย

1. จะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล ( Mechanical Energy )
เมื่อกล้ามเนื้อมีการหดตัว
2. จะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานออสโมติค ( Somotic
Energy ) สำหรับการขนส่งของเหลวและสารอาหารต่างๆ
3. จะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ( Electrical Energy )
ในการส่งกระแสความรู้สึกของระบบประสาท
4. จะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานเคมี ( Chemical Energy )
สำหรับการสังเคราะห์สารใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นและการสร้างเซลล์
ของร่างกาย
5. จะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานความร้อน ( Thermal Energy
) สำหรับการรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย

9

การใช้พลังงานของร่างกาย

ร่างกายมีความต้องการพลังงานอยู่เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะ
นำพลังงานไปใช้ประโยชน์ดังต่อไปนี้

1. พลังงานที่ต้องการขั้นพื้นฐาน ( Basal Metabolism )
จะถูกนำไปใช้เพื่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย
ในขณะที่กำลังพักผ่อน

2. พลังงานที่ร่างกายต้อยการเพื่อการประกอบกิจกรรม
ต่างๆ โดยจะต้องการพลังงานมากเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการทำ
กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หรือการทำงาน รวมถึงการ
ออกกำลังกาย การทำงานบ้านหรือการเดินก็ต้องใช้พลังงาน
เช่นกัน

3. พลังงานที่ใช้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอาหารภายในร่างกาย
( Specific Dynamic Action of Food ) กล่าวคือร่างกาย
จำเป็นต้องใช้พลังงานในการเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ นั่นเอง

4. พลังงานในการขับของเสียออกจากร่างกาย โดยจะต้อง
ใช้พลังงานเพื่อให้การขับถ่ายของเสียออกมาเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ

10

บรรณานุกรม

มนุษย์พลังงานกับกระแสไฟฟ้าในร่างกายมนุษย์
https://www.scimath.org/article-

science/item/11344-2020-03-06-08-31-32
จับแล้วช็อต!คนผิวแห้งเกิดง่าย หมอแล็บ เผยวิธีป้องกันไฟฟ้าสถิต

https://workpointtoday.com/electrostatic/
ไฟฟ้าสถิตในร่างกายมนุษย์ป้องกันอย่างไร

https://health.kapook.com/view130966.html
ไฟฟ้าสถิต-learning sanook

https://sites.google.com/site/learningsanook/fifasthit




Click to View FlipBook Version