The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการสัมนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เรื่อง เทคนิคการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wareerat22, 2023-01-03 00:37:41

โครงการสัมนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เรื่อง เทคนิคการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร 2566

โครงการสัมนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เรื่อง เทคนิคการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร 2566

เอกสารประกอบการสัมมนา
เรอื่ ง

“เทคนคิ การสอนทกั ษะการฟงั และการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร”

ภายใตโ้ ครงการสัมมนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

วนั องั คารท่ี 3 มกราคม 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ ห้อง 151102

อาคารเฉลมิ พระเกยี รติ 50 พรรษามหาวชริ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบุรีรมั ย์

เอกสารประกอบการสัมมนา
เรอ่ื ง

“เทคนคิ การสอนทักษะการฟังและการพูดภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร”
ภายใตโ้ ครงการสมั มนาการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษ

วนั องั คารที่ 3 มกราคม 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ ห้อง 151102

อาคารเฉลมิ พระเกียรติ 50 พรรษามหาวชริ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏบรุ รี มั ย์

สารบญั หนา้

1.โครงการสัมมนาการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เรอื่ ง 1
“เทคนคิ การสอนทักษะการฟังและการพดู ภาษาอังกฤษ เพ่ือการสื่อสาร”

2.กาหนดการจดั การสัมมนา 5

3.เอกสารประกอบการสัมมนา 6

1) เอกสารประกอบการอภปิ ราย เรอ่ื ง ประเดน็ ทเ่ี ปน็ ปญั หา/ส่งผลต่อการเรยี น
การสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย

2) เอกสารประกอบการอภปิ ราย เร่อื ง ปัจจัยทีส่ ่งผลต่อการสอนทักษะการฟงั และ 9
การพดู ภาษาองั กฤษ 14

3) เอกสารประกอบการอภิปราย เร่อื ง เทคนคิ การสอนภาษาเพื่อการสอื่ สาร

โครงการสมั มนาการจดั การเรียนการสอนภาษาองั กฤษ
เรือ่ ง เทคนคิ การสอนทกั ษะการฟงั และการพดู ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

วันท่ี 3 มกราคม 2566
ณ หอ้ ง 151102 อาคารเฉลมิ พระเกียรติ 50 พรรษามหาวชริ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบุรรี มั ย์

1.หลกั การและเหตุผล
ในการเรยี นภาษาตา่ งประเทศน้นั ผู้เรยี นไมเ่ พยี งแค่เรียนเพื่อไดร้ ับความรูเ้ กีย่ วกับภาษาเพยี งอย่างเดยี ว

แต่เพ่ือให้สามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสอ่ื สารในสถานการณ์ตา่ งๆได้ ทงั้ น้ีการที่ผู้เรียนจะสามารถใชภ้ าษา
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่ และเหมาะสมน้นั ขึ้นอยู่กับทักษะการใช้ภาษา ดังนนั้ ในการจัดการเรียนการสอน
จะตอ้ งเปดิ โอกาสใหผ้ ้เู รยี นได้มโี อกาสฝึกใชภ้ าษาอย่างเพียงพอโดยเฉพาะอย่างยง่ิ การจดั กิจกรรมการเรยี นการ
สอนในหอ้ งเรียนที่รับผิดชอบโดยครูผสู้ อนและจะต้องสง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี นได้ฝึกใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสารให้มากท่ีสุด

โดยเฉพาะทักษะการฟัง-พูด แตท่ ั้งน้ีสภาพการเรียนการสอนภาษาองั กฤษในประเทศไทยขนึ้ อยูก่ ับปจั จยั
หลายประการ หนึ่งในน้ันคอื ครูผู้สอนภาษาองั กฤษ โดยครูสว่ นใหญย่ ังคงใชว้ ธิ กี ารสอนแบบเดมิ ไมเ่ นน้ ให้นักเรยี น
ฝึกใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ครูมหี น้าทป่ี อ้ นข้อมูลใหน้ กั เรยี นเพียงอย่างเดยี ว ไม่มกี ารปรบั เปลย่ี นวธิ กี ารสอนหรอื
เลือกวธิ กี ารสอนไม่เหมาะสมกับผเู้ รียน การจัดกจิ กรรมการเรียนไมเ่ ป็นไปตามธรรมชาติของการเรียนภาษา (นวพร
ชลารกั ษ์,2559)

ดงั นนั้ ครจู งึ มหี นา้ ท่ีสาคัญคือการเลอื กใชเ้ ทคนคิ หรือวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผเู้ รียนหรอื ทักษะท่ี
ตอ้ งการเน้น โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในทักษะการฟัง-พูดทีเ่ ปน็ ทักษะระดับตน้ ในการเรยี นภาษา ครูผู้สอนจะต้องหา
เทคนคิ วธิ ีการ กจิ กรรมการสอนใหม่ๆเข้ามาใช้ในการพฒั นาคณุ ภาพของผเู้ รยี น ไมใ่ ช่การสุ่มเลือกหรอื ลองผดิ ลอง
ถูก กิจกรรมท่เี ลือกใชจ้ ะต้องกระตนุ้ ใหผ้ ูเ้ รยี นเกิดความสนุกสนาน ไมน่ ่าเบื่อ ชใ้ี ห้เห็นความสาคัญของการเรยี น
ภาษาองั กฤษและสามารถนาสิ่งทไี่ ด้เรยี นร้ไู ปใชจ้ รงิ ได้

2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพ่อื ให้ผู้สัมมนาหารือเกีย่ วกบั ปัญหา นาเสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา และรูปแบบวธิ กี ารจัดการ

เรยี นรูก้ ารฟงั -พดู ภาษาองั กฤษท่เี หมาะสมในยุคปจั จุบัน
2.2 เพอื่ ให้ผู้สัมมนาเรยี นรูเ้ ทคนคิ ในการสอนทักษะการฟงั -พูดภาษาองั กฤษ เพม่ิ ประสิทธิภาพในการสอน

และสามารถนาเทคนิคเหลา่ น้ีไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนแกผ่ ู้เรียน
2.3 เพอ่ื ให้ผ้สู มั มนาทราบและปรับปรุง พัฒนาตนเองเพื่อการจัดการสอนทักษะการพดู -ฟังภาษาองั กฤษ

โดยใช้เทคนิคท่ีเหมาะสมโดยเนน้ ใหผ้ ู้เรียนเกดิ การเรยี นรสู้ งู สุด

3. ระยะเวลา/สถานที่ ดาเนนิ การ
วนั องั คาร ที่ 3 มกราคม 2565 ณ หอ้ ง 151102 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษามหาวชริ าลงกรณ์

มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบรุ ีรมั ย์

4.ขั้นตอนการดาเนนิ การ

ลาดับท่ี รายการกจิ กรรม ระยะเวลา(ว/ด/ป) ผ้รู บั ผิดชอบ หมายเหตุ
1
2 ตั้งคณะกรรมการ 13/12/2565 ดร.นยิ ม อานไมล์

ประชมุ กรรมการดาเนินงาน 15/12/2565 – จรยิ า กุลรมั ย์
25/01/2566 ธนิดาพร สุระศรี
3 ติดตอ่ วทิ ยากร
4 จัดเตรียมสถานที่ นดั ดา ราชประโคน
5 จัดเตรยี มข้อมลู รายละเอียด/เอกสาร วารีรชั น์ อนิ ทรแ์ ปลง
25/12/2566 วารรี ัชน์ อนิ ทรแ์ ปลง
ประกอบการสัมมนา
26//2566 ธนิดาพร สรุ ะศรี
6 ทาหนงั สอื เชิญผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ
7 จดั สมั มนา ผเู้ ข้าร่วมโครงการฟงั บรรยาย 26/12/2565 จรยิ า กลุ รมั ย์

จากวทิ ยากร/กิจกรรม 29/12/2566 นัดดา ราชประโคน
3/01/2566
8 ประเมินผลการจดั โครงการ จรยิ า กุลรมั ย์
3/01/2566 ธนดิ าพร สุระศรี
นดั ดา ราชประโคน
วารีรชั น์ อนิ ทร์แปลง
จรยิ า กลุ รัมย์
ธนดิ าพร สรุ ะศรี
นดั ดา ราชประโคน
วารีรชั น์ อินทร์แปลง

5.ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ

นักศึกษาคณะครศุ าสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ ช้นั ปที ่ี 4 หมู่ 2 มหาวิทยาลัยราชภฏั บุรีรมั ย์ จานวน 24 คน
6.ตัวชี้วดั

6.1 เชงิ ปรมิ าณ
6.1.1 ผเู้ ข้ารว่ มสมั มนาเรื่อง เทคนิคการสอนทักษะการฟงั และการพูดภาษาอังกฤษ ไมต่ ่ากวา่ ร้อย

ละ 80 หรือผู้เขา้ ร่วมสัมมนาอย่างน้อย 19 คน
6.2 เชิงคุณภาพ
6.2.1 ผู้เข้าร่วมสัมมนามีผลการทดสอบหลงั การรว่ มสมั มนา เรื่อง เทคนิคการสอนทักษะการฟังและ

การพดู ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร ไม่ตา่ กวา่ ร้อยละ 70 ของแบบทดสอบ หรอื ตอบถูกจานวน 10 ขอ้ จาก 15 ข้อ
6.2.2 ผู้เข้าร่วมสัมมนามีทัศนคติที่ดตี ่อการใช้เทคนิคการสอนทักษะการฟังและการพูดภาษาองั กฤษ

ร้อยละ 80 %

7.งบประมาณดาเนินการ
7.1 คา่ ตอบแทนวทิ ยากร จานวน 3 คน จานวน 3 ช่ัวโมงๆละ 600 บาท เปน็ เงนิ 3*600 = 1,800บาท
7.2 ค่าอาหารวา่ ง เคร่ืองดื่ม จานวน 29 คน คนละ 30 บาท เปน็ เงนิ 29*30 = 870บาท
7.3 คา่ เอกสารคูม่ ือประกอบการสัมมนา จานวน 24 เลม่ ชดุ ละ 15 บาท เป็นเงิน 24*15 = 360บาท
7.4 ค่าวสั ดุ อปุ กรณ์ กระดาษ สี ฟิวเจอรบ์ อร์ด ปากกาสี ฯลฯ เปน็ เงนิ 470 บาท
รวมเป็นเงนิ ทั้งส้ิน 3,500 บาท

8.ผรู้ ับผิดชอบและดาเนินการ

นางสาวจริยา กลุ รมั ย์ รหสั นักศึกษา 620113102040

นางสาวธนิดาพร สุระศรี รหสั นกั ศกึ ษา 620113102046

นางสาวนดั ดา ราชประโคน รหสั นกั ศกึ ษา 620113102049

นางสาววารรี ชั น์ อินทรแ์ ปลง รหัสนักศกึ ษา 620113102057

สาขาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบุรรี มั ย์

9.ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ
9.1 ผูส้ มั มนาหารอื เก่ียวกบั ปัญหา นาเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา และรูปแบบวธิ ีการจดั การเรยี นการ

ฟัง-พดู ภาษาอังกฤษทเ่ี หมาะสมในยุคปัจจบุ ัน
9.2 ผ้สู มั มนาเรยี นร้เู ทคนิคในการสอนทักษะการฟงั -พดู ภาษาอังกฤษ เพมิ่ ประสทิ ธิภาพในการสอนและ

สามารถนาเทคนิคเหล่าน้ีไปใช้ในการจดั การเรยี นการสอนแกผ่ ้เู รียน

9.3 ผสู้ มั มนาทราบและปรบั ปรุง พัฒนาตนเองเพื่อการจดั การสอนทักษะการพูด-ฟงั ภาษาองั กฤษโดยใช้
เทคนิคทีเ่ หมาะสมโดยเน้นให้ผูเ้ รยี นเกดิ การเรียนร้สู ูงสดุ

กาหนดการโครงการสัมมนาการจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ
เรอ่ื ง เทคนิคการสอนทกั ษะการฟังและการพดู ภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร

วนั ท่ี 3 มกราคม 2566 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้อง 151102 อาคารเฉลมิ พระเกียรติ 50 พรรษามหาวชริ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบุรรี มั ย์

12.30 – 12.59 น. ลงทะเบียน

13.00 – 13.29 น. กล่าวเปิดการสัมมนา
โดย ดร.นยิ ม อานไมล์
อาจารย์สาขาวชิ าภาษาอังกฤษ สงั กดั คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบรุ รี ัมย์

13.30 – 13.59 น. บรรยายเรือ่ ง “ประเดน็ ที่เป็นปญั หา/ส่งผลตอ่ การเรยี น
การสอนภาษาองั กฤษในประเทศไทย”
โดย ดร.นดั ดา ราชประโคน

14.00 – 14.15 น. พกั รบั ประทานอาหารว่าง

14.16 – 14.45 น. บรรยายเรอ่ื ง “ปัจจัยทส่ี ่งผลต่อการสอนทักษะการฟังและการพดู
ภาษาอังกฤษ”โดย ผศ.ดร.จรยิ า กลุ รมั ย์

14.46 – 15.30 น. บรรยายเรือ่ ง “เทคนิคการสอนภาษาเพือ่ การสือ่ สาร”
โดย อาจารย์วารีรชั น์ อินทร์แปลง

15.31 – 15.59 น. ผู้สมั มนาทาแบบทดสอบและประเมนิ ความพงึ พอใจ

16.00 น. ปิดการสมั มนา

1

เอกสารประกอบการสัมมนา

“เทคนคิ การสอนทักษะการฟงั และการพูดภาษาอังกฤษเพอ่ื การสือ่ สาร”

เอกสารประกอบการอภปิ ราย

ประเดน็ ที่เปน็ ปัญหา/ส่งผลตอ่ การเรียนการสอนภาษาองั กฤษในประเทศไทย

โดย
ดร.นดั ดา ราชประโคน

ทักษะการฟังและการพดู ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สาร

ทักษะการฟังและการพดู ภาษาองั กฤษเพ่ือการสือ่ สาร
จุดมุง่ หมายของการเรียนภาษาคือ เพ่ือมุ่งหวงั ให้ผู้เรยี นใชภ้ าษาในการสอ่ื สารในสถานการณ์ตา่ งๆได้ และ

การเรียนการสอนภาษานนั้ จะให้ไดผ้ ลควรจดั แนวการเรียนการสอนใหส้ อดคล้องกับแนวการสอื่ สารจริง โดยผลท่ี
ได้ คือความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร
ทกั ษะการฟัง

ในชีวิตประจาวันของคนเราใช้การฟังเป็น 2 เท่าของการพูด 4 เทา่ ของการอ่าน และมากกวา่ 5 เท่าของ
การเขยี น มนุษย์เราใช้การฟงั เพอ่ื รบั ข้อมลู ขา่ วสารต่าง ๆ โดยประสาทหรู ับเสียงต่าง ๆ โดยเฉพาะเสยี งพูดของ
มนุษย์ เราสามารถการฟังออกเป็น 2 ระดบั คือ ระดับเริ่มตน้ จะเนน้ ในการฟงั เสยี ง ให้นกั เรยี นจาเสยี งได้และ
สามารถออกเสียงได้ถูกต้อง รู้จักสงั เกตและจบั ได้วา่ เสยี งต่างๆ มคี วามแตกต่างกนั อยา่ งไรและในระดับท่ี 2 เป็น
การฟังประโยคและเรอ่ื งราวเพ่อื ความเขา้ ใจ การฝกึ ทักษะการฟังในข้ันนจี้ งึ ประกอบไปด้วย การฟงั เสยี ง พยางค์
คาศัพท์ ประโยค การสนทนา และฟังเรื่องราวไดเ้ ขา้ ใจเป็นขั้นสดุ ทา้ ย การฟงั นบั เปน็ ทกั ษะขน้ั พนื้ ฐานแรกที่เกิดข้นึ
ของชีวิตทจ่ี ะเชอื่ มสูท่ ักษะอื่น ๆ อีก 3 ทักษะ คือ การพดู การอา่ น และการเขยี น ดังน้ันจงึ เป็นทักษะแรกทตี่ ้องมี
การสอน เพราะผู้พูดตอ้ งฟังให้เข้าใจ ก่อน จงึ จะมีความสามารถในการพูดโต้ตอบ
ทกั ษะการพูด

ทกั ษะการพูดเบ้ืองต้นจาเปน็ ตอ้ งมุง่ เนน้ ให้ผู้เรยี นพดู เพื่อการสอ่ื สารในสถานการณ์ จรงิ โดยผเู้ รยี น จะตอ้ ง
ปฏิบตั ติ ามแบบหรอื ตัวอยา่ งท่ีกาหนด เพื่อนาไปสกู่ ารพูดทม่ี ีประสทิ ธิภาพ อกี ทง้ั ทักษะการพูด เป็นทักษะทบี่ ่งบอก
ถึงความสาเรจ็ ในการเรียนรูภ้ าษาได้อยา่ งชัดเจน ผเู้ รยี นจะได้มีโอกาสฝึกพูดมากขึน้ และในการเรยี นการสอนทุก
ครง้ั ผูเ้ รียนตอ้ งสามารถนาไปใช้ไดจ้ รงิ ในชวี ิตประจาวนั
เมอื่ มีการพูดเกิดขึ้น ยอ่ มจะทาให้เกิดทักษะการฟังด้วย ซึ่งสอดคล้องกบั คากลา่ วทีว่ ่า การสอนพดู จะแทรกปนไป
กับ ดังนนั้ การสอนฟงั เปน็ ทกั ษะทีจ่ ะฝกึ ควบคู่กนั ไปกับการฟงั เสมอ
ดงั นนั้ ความสามารถในการส่ือสารท่ีแทจ้ ริงคือการท่ีสามารถใชค้ วามรแู้ ละทักษะในด้านการฟัง-พดู นาไปใช้ส่ือสาร
ได้ในสถานการณจ์ ริง และยงั สามารถนาภาษาไปใชเ้ พ่ือให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ต่างๆ (Canale and Swain, 1980)
การสอนภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
เปน็ การสอนให้ผู้เรยี นมีความสามารถในการสือ่ สาร นักการศกึ ษาดา้ นภาษาทีส่ อง ได้คดิ วิธีการสอนขน้ึ มาเพื่อชว่ ย
ใหผ้ ู้เรียนมีความสามารถในการสอ่ื สาร (communicative competence) ซึง่ ผู้เรยี นตอ้ งสามารถใชภ้ าษาเพอื่
ปฏสิ ัมพันธก์ บั ผอู้ ่ืนตามสถานการณ์และบรบิ ทตา่ งๆ

การเรียนการสอนภาษาในปัจจุบันถอื วา่ กลวิธีการสอ่ื สารเป็นการชว่ ยใหผ้ พู้ ูดกบั ผู้ฟงั สอื่ ความหมายกนั ไดถ้ ือว่าเป็น
เหตกุ ารณ์ปกติของคนที่กาลังใชภ้ าษาที่สอง และครตู ้องฝึกใหน้ ักเรียนใชก้ ลกลวิธีสอดแทรกเข้าไปในการจดั
กจิ กรรมการพดู ทุกคร้งั จะทาใหน้ กั เรยี นพูดได้คล่องแคลว่ มากข้ึน

2

เอกสารประกอบการสมั มนา

“เทคนคิ การสอนทักษะการฟังและการพดู ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร”

เอกสารประกอบการอภิปราย
ปัจจยั ท่สี ง่ ผลต่อการสอนทกั ษะการฟังและการพูด ภาษาองั กฤษ

โดย
ผศ.ดร.จรยิ า กุลรมั ย์

ปจั จยั ทสี่ ่งผลต่อการสอนทกั ษะการฟงั และการพูด ภาษาอังกฤษ

ปจั จัยดา้ นผู้เรยี น
เจตคตติ ่อการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ
เจตคตติ ่อวชิ าเรยี นมบี ทบาทสาคัญในอันท่จี ะชว่ ยส่งเสรมิ การเรยี นรู้ของผูเ้ รียน ผเู้ รียน

จะสามารถเรียนร้วู ิชาใดๆไดด้ ีข้ึนหากผเู้ รยี นมีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อวชิ านนั้ ๆ ดังนน้ั ผูเ้ รียนมีเจตคตทิ ไี่ มด่ ีตอ่ วชิ าใดย่อมทา
ให้การเรยี นวชิ านน้ั ๆไม่ประสบผลสาเร็จเท่าท่ีควร ดงั นนั้ การที่ผเู้ รยี นจะเรยี นวชิ าภาษาอังกฤษไดด้ ีขึน้
ผ้เู รียนจะต้องมเี จตคติทด่ี ีต่อวิชาภาษาอังกฤษกอ่ น เพราะจะทาให้ผู้เรยี นสนใจเรียนและศกึ ษาหาความรู้
เพม่ิ เติม เหน็ คณุ ค่าของวิชาภาษาอังกฤษและไม่เบื่อหน่ายในการเข้าช้นั เรยี น ซ่งึ สอดคลอ้ งกับคากลา่ วของนิพนธ์
แจง้ เอีย่ ม (อา้ งถึงใน พภิ พ วชงั เงิน, 2547) กล่าวว่า เจตคติ หมายถึงส่งิ ท่ีอย่จู ติ ใจของบุคคลท่ีจะตอบสนองตอ่ สิ่ง
ใดสงิ่ หนงึ่ ไปในทศิ ทางใดทศิ ทางหน่ึงเราสามารถรู้ได้โดยดจู ากพฤติกรรมของบุคคลวา่ จะตอบสนองตอ่ สงิ่ เร้า
อยา่ งไร

ปจั จัยดา้ นครู
ครตู ่างชาติ
ความแตกต่างทเ่ี หน็ ได้ชัดในการเรียนภาษาองั กฤษกับเจ้าของภาษา เรามักมีขอ้ ถกเถยี งกันอยู่เสมอเม่อื พดู

ถึงการเรยี นภาษาองั กฤษระหว่างการเรยี นกบั ครูชาวไทยและครชู าวต่างชาติที่เปน็ เจา้ ของภาษา ดงั น้นั ข้อดีและ
ขอ้ ไดเ้ ปรียบของการเรยี นภาษาอังกฤษกบั เจา้ ของภาษาเพื่อใชเ้ ปน็ แนวทางการตัดสนิ ใจเลอื กเรียนกับครูสอน
ภาษาองั กฤษได้อย่างเหมาะสม

เรียนรู้สาเนยี งแทๆ้ จากเจา้ ของภาษา
นี่คือข้อได้เปรียบท่สี าคญั ทส่ี ดุ ในการเรยี นภาษาองั กฤษกบั เจา้ ของภาษา การสอนภาษาอังกฤษโดยเจา้ ของ
ภาษาจะทาให้ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้สาเนียงท่ถี กู ตอ้ ง รวมถึงการออกเสียงที่ถกู หลักไวยากรณ์ ซ่ึงในเรอ่ื งนี้ ครูตา่ งชาตจิ ะ
สอนหลักการพูดภาษาอังกฤษได้อยา่ งถูกตอ้ ง เปน็ ธรรมชาติมากกว่าครูทไี่ มใ่ ชเ่ จ้าของภาษา การเรยี นในลกั ษณะน้ี
จะทาให้สมองของเราซึมซับวิธกี ารออกเสียงโดยไม่รตู้ วั และพดู ออกมาตามสง่ิ ที่เราคนุ้ เคยโดยอตั โนมัติ ดังนนั้ ยิ่ง
ไดเ้ รยี นตง้ั แต่อายุยงั น้อย โอกาสทจ่ี ะพูดโดยมีสาเนียงใกลเ้ คยี งเจา้ ของภาษาก็มมี ากขนึ้
ฝกึ สนทนา
ปญั หาหลักๆ ของนกั เรียนชาวไทย คือ ความอายและความกลวั ที่จะต้องพูดภาษาองั กฤษ เมือ่ เรยี นกบั ครู
ไทย ผเู้ รยี นบางคนอาจจะยงั อายและกลา้ ๆ กลวั ๆ ท่จี ะส่อื สารออกไปเพราะเราทราบดีวา่ คุณครสู ามารถพดู
ภาษาไทยได้ แต่การเรียนภาษากับเจ้าของภาษาจะเปน็ การบังคับใหค้ ุณตกอยูใ่ นสภาพแวดลอ้ มท่ีต้องใช้

ภาษาองั กฤษไปโดยปริยาย ซึ่งจะช่วยให้คณุ สามารถสื่อสารได้คล่องข้นึ มีความพยายามมากขน้ึ และเปน็ การฝึกฝน
ความกลา้ แสดงออกไปในตวั

ตรวจสอบการพูดและฝกึ การฟัง
การออกเสยี งภาษาองั กฤษให้ถูกหลกั และมีความไพเราะนา่ ฟังคือการพดู ท่ีถูกต้องตามหลักการออกเสียง
(Pronunciation) การเน้นเสียงหนกั เบา (Stress) การออกเสยี งสูงต่า (Intonation) และการออกเสียงพยัญชนะ
และสระ (Phonics) ซงึ่ แน่นอนวา่ ผู้เรยี นจะได้ฝึกการพดู 100% เต็ม การเรยี นกับเจ้าของภาษายงั เปน็ การ
ตรวจสอบและยนื ยันวา่ ส่งิ ท่ีเรากาลงั พูดอยนู่ ้นั ถูกต้องตามหลกั จรงิ ๆ ชาวต่างชาติเข้าใจได้จรงิ เพ่อื ให้เกิดความ
มน่ั ใจในการสื่อสาร ผลพลอยได้อีกประการหน่งึ ก็คือการฟังใหห้ เู ราชินกบั สาเนียงและการออกเสยี มากทีส่ ดุ เพ่ือให้
เกิดการตกผลกึ จนกลายเปน็ การพดู ท่ีถูกต้อง เพราะจรงิ ๆ แลว้ เหตุผลทชี่ าวต่างชาติฟงั เราไมร่ ู้เรื่องก็มาจากการ
ออกเสียงที่ไม่ถูกต้องน่นั เอง
คลังคาศพั ทแ์ ละสานวนที่แปลกใหม่
ขนึ้ ชื่อวา่ เปน็ ภาษาแม่ การสอนภาษาองั กฤษโดยเจ้าของภาษากย็ ่อมจะชว่ ยขยายคลังคาศัพท์ เช่น คา
แสลง และสานวนมากกว่าครูท่ีใช้ภาษาองั กฤษเปน็ ภาษาที่สองอยู่แล้ว ดงั นน้ั นอกจากคาศัพท์และสานวนที่เปน็
ทางการทค่ี วรร้ทู ่วั ไปแล้ว ผ้เู รียนอาจจะได้เรียนรู้คาศัพท์ คาแสลง และสานวนแปลกใหม่ท่ีเจ้าของภาษาใช้กันจริงๆ
รวมถึงบริบทและสถานการณ์ในการใชศ้ ัพทห์ รือสานวนนัน้ ๆ ให้เหมาะสมตามสถานการณ์
ครูไทย
เน้นไวยากรณ์
เนน้ สอนไวยากรณ์ไมเ่ น้นสอนให้ใชภ้ าษา และมักจะสอนเพ่ือท่องจามากกวา่ นาไปใช้ ซึ้งเป็นปญั หาการ
สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนไทย
คนทเี่ คยผา่ นการท่องจาศัพท์ภาษาอังกฤษเปน็ ร้อยเปน็ พันคา หรอื การจดจา Tense ต่างๆ เพื่อนาไปใช้
ในการสอบ คงเขา้ ใจปญั หาน้เี ป็นอย่างดี ซ่งึ นักวิชาการบางคนกม็ องวา่ เรอ่ื งน้ีเป็นปัญหาเหมอื นกนั
อยา่ ง อ.มินตรา ภรู ิปญั ญวานิช จากสถาบนั ภาษา จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั เคยพูดถงึ ปัญหาการเรียนการสอน
ภาษาองั กฤษในประเทศไทยกับสานักขา่ วบบี ีซีไทยวา่ ครรู ่นุ เก่าและใหมค่ ุ้นชินกับการสอนทเี่ นน้ ไวยากรณ์ และ
ระบบการเรียนการสอนมงุ่ เน้นใหเ้ ด็กสอบผ่าน ไม่ไดเ้ นน้ การฝกึ ใช้ภาษา
เมื่อการสอนภาษาอังกฤษเนน้ ให้ท่องจาคาศัพท์และไวยากรณไ์ ปสอบ มากกว่าเนน้ ให้เดก็ ใช้ภาษาอังกฤษ
เป็น พอเด็กสอบเสร็จแล้วกล็ ืมเนือ้ หาความรู้ ดังนั้น การสอนภาษาอังกฤษแบบน้ี ก็ไม่ได้ทาให้เดก็ เห็นความสาคญั
ของการใชภ้ าษาท่สี องและทาให้เดก็ ขาดแรงจูงใจในการเรยี นภาษาอังกฤษไดด้ ้วย เพราะรู้สกึ วา่ การเรียน
ภาษาองั กฤษเป็นเรอื่ งน่าเบอ่ื ตอ้ งเรยี นไวยากรณย์ ากๆ และจาศัพทจ์ านวนมาก ยังมปี ัญหาที่เด็กไมก่ ล้าใช้
ภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจาวัน เพราะกลัวว่า หากใชผ้ ดิ ไวยากรณ์แล้ว จะดเู ป็นคนโง่ในสายตาของคนอ่ืน ปัญหา
เหล่านล้ี ้วนเป็นอุปสรรค์ตอ่ การพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษของคนไทย

ดงั นน้ั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษไม่ได้จากัดเฉพาะการออกเสยี งเพียงอย่างเดียวเทา่ นนั้ แต่ยงั จะต้อง
ประกอบดว้ ยความถกู ต้องในการใชภ้ าษา (Accuracy) เพ่ือใหส้ ามารถสอ่ื สารภาษาได้สมบรู ณแ์ บบทสี่ ุด และสิ่งที่
สาคญั ทส่ี ุดในการเรยี นภาษาอังกฤษไมว่ ่าจะกบั ครูไทยหรือครเู จ้าของภาษา คุณสมบตั ิท่ีสาคญั ที่ควรพจิ ารณา
ประกอบด้วย ได้แก่ ทกั ษะการสอนภาษาอังกฤษ ความรับผิดชอบตอ่ การสอน การเตรียมตัวของผสู้ อน ส่อื และ
อุปกรณ์ท่ีใช้อีกดว้ ย

ปจั จัยดา้ นสภาพแวดลอ้ มที่ต่างกนั ของในเมืองกับชนบท
ในเมือง
ในเมอื ง จดั วา่ เปน็ ศูนย์กลางความเจริญ เมอื งเป็นสถานทต่ี ัง้ ถิ่นฐานอันถาวร และหนาแน่นดว้ ยประชากร

และเปน็ ท่ีรวมของผู้คนท่มี ีความแตกต่างทางพ้ืนเพโดยชุมชนเมอื งมักอยใู่ นเขตเมืองหรอื เทศบาล
ในชนบท
ชนบท เป็นเขตพนื้ ที่ท่ีพน้ จากตัวเมืองออกไป หรืออาจเปน็ พ้นื ทท่ี ี่อยนู่ อกเขตเทศบาล เปน็ เขตท่ีมีความ

เจรญิ ทางด้านวตั ถุน้อย มีการรวมกล่มุ อย่างไม่เป็นทางการ ประชากรส่วนใหญป่ ระกอบอาชพี เกษตรกรรม ประมง
เลย้ี งสตั ว์ เป็นตน้

ปัจจยั ดา้ นส่ือการสอนท่แี ตกต่างกัน
เด็กในเมือง
ขึ้นช่อื วา่ ในเมืองแลว้ ทกุ อย่าง อย่างเช่น สภาพแวดลอ้ ม ความเจรญิ ท่มี ีมากกว่าชนบท และรวมไปถึง การ

ใช้สื่อการสอนโดยเทคโนโลยีเขา้ มาชว่ ยในการเรยี นการสอน มนั จึงทาใหก้ ารเรียนการสอนของเด็กในเมืองมี
คุณภาพและประสทิ ธภิ าพเป็นอย่างยงิ่ แต่ก็ไมใ่ ช้แค่ผู้เรียนเทา่ นัน้ แตท่ ้งั น้รี วมไปถึงครผู ู้สอนด้วย เช่น ครใู ช้สือ่ การ
เรียนการสอนภาษาอังกฤษในด้านทกั ษะการฟงั และทักษะการพูดโดย การใหด้ ูคลิปวีดิโอ ฟงั เพลง ดูหนัง ผ่าน
โปรเจ็คเตอร์ คอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน และอีกมากมาย สิง่ เหล่าน้ีเองทจ่ี ะสง่ ผลใหก้ ารเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นประสบ
ความสาเรจ็ ได้

เดก็ ชนบท
พูดถึงชนบท แน่นอนว่าชนบทเปน็ พนื้ ท่ีที่ข้อนค้างห่างไกลกบั ความเจริญมาก ไมว่ า่ จะเป็นในดา้ นของ
สภาพแวดล้อม ถนน บ้านเรือน และอีกมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สื่อการสอนด้านเทคโนโลยี
เพราะวา่ ในชนบทไม่คอ่ ยจะมเี ทคโนโลยเี ขา้ มาช่วยในด้านการเรียนการสอน เน่อื งจาก ไมม่ ีกาลงั ทรพั ย์มาก
พอท่จี ะซื้อเทคโนโลยมี าช่วยในดา้ นการสอน ครูจึงสอนแคใ่ ชส้ ื่อจากการผลติ เอง และใชก้ ระดานในการชว่ ยสอน
เทา่ นั้น จงึ ทาให้เด็กในชนบทมีทักษะการฟังและทักษะการพูดท่ีออ่ น

ดงั นนั้ เดก็ ในเมืองจึงมีความสามารถในการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเด็กในชนบท เพราะส่อื การสอน
ดา้ นเทคโนโลยีมีความสาคัญเป็นอย่างยงิ่ ต่อการเรยี นการสอน มีความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา มคี วามทนั สมยั
และทาให้การเรยี นการสอนบรรลวุ ตั ถุประสงค

3

เอกสารประกอบการสัมมนา

“เทคนคิ การสอนทักษะการฟงั และการพูดภาษาอังกฤษเพือ่ การส่อื สาร”

เอกสารประกอบการอภิปราย

เทคนิคการสอนทกั ษะการฟังและการพูดภาษาองั กฤษเพ่อื การส่ือสาร

โดย

อาจารย์วารรี ชั น์ อินทร์แปลง

เทคนคิ การสอนทกั ษะการฟงั และการพดู ภาษาองั กฤษเพ่อื การสือ่ สาร

ความหมายของการสอนภาษาเพ่อื นการสอื่ สาร (Communicative Language Teaching: CLT)
การสอนภาษาเพ่ือการส่ือสาร เป็นการสอนภาษาที่เน้นหน้าทีข่ องภาษาและการส่ือความหมาย กล่าวคอื

ผ้เู รยี นสามารถใช้ภาษาที่ สองในการสื่อสารได้ ซงึ่ อาจจะใชภ้ าษาไดไ้ มถ่ ูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แตส่ ามารถส่ือ
ความไดแ้ ละเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยการสอนภาษาชนิดนมี้ เี ป้าหมายเพ่อื ให้ผเู้ รียนสามารถนาทักษะทาง
ภาษามาใช้เพื่อการสื่อสารได้

Globish ได้นาทฤษฎี Communicative Language Teaching มาปรับใชก้ ับบทเรยี น ท่ีมุ่งสกู่ ารเรยี นรู้
จากการสอดแทรกทักษะต่าง ๆ โดยเนน้ การจาลองสถานการณจ์ รงิ มาใหผ้ ู้เรยี นได้ทาความเขา้ ใจกบั การใชภ้ าษา
ซงึ่ จะชว่ ยให้ผูเ้ รยี นสามารถนาภาษาไปใชง้ านในชวี ติ จริงได้อย่างคล่องแคล่ว ไมว่ า่ จะทั้งด้านการฟงั (Listening)
และการพดู (Speaking)

คเนล และสเวน (1980) และเซวกิ นอน (Savignon, 1982) ได้แยกองค์ประกอบของความสามารถในการ
สือ่ สารไว4้ องค์ประกอบ ดงั นี้

1.ความสามารถทางด้านไวยากรณห์ รอื โครงสรา้ ง (grammatical competence) หมายถึง ความรู้
ทางดา้ นภาษา ได้แก่ ความรเู้ กี่ยวกบั คาศัพท์ โครงสร้างของคาประโยค ตลอดจนการสะกดและการออกเสียง

2.ความสามารถด้านสังคม (sociolinguistic competence) หมายถึง การใช้คาและโครงสรา้ งประโยคได้
เหมาะสมตามบรบิ ทของสงั คม เชน่ การขอโทษ การขอบคุณ การถามทิศทางและข้อมลู ตา่ ง ๆ และการใชป้ ระโยค
คาส่งั เปน็ ต้น

3.ความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาเพ่ือสอื่ ความหมายด้านการพูด และเขียน (discourse
competence) หมายถงึ ความสามารถในการเชือ่ มระหวา่ งโครงสรา้ งภาษา (grammatical form) กับ ความหมาย
(meaning) ในการพดู และเขียนตามรปู แบบ และสถานการณ์ทแ่ี ตกต่างกัน

4.ความสามารถในการใช้กลวธิ ใี นการสอ่ื ความหมาย (strategic competence) หมายถงึ การใชเ้ ทคนิค
เพอื่ ให้การติดต่อส่ือสารประสบความสาเรจ็ โดยเฉพาะการสอ่ื สารดา้ นการพูด ถา้ ผู้พดู มีกลวิธใี นการทจ่ี ะไมท่ าให้
การสนทนานนั้ นัน้ หยุดลงกลางคัน เช่นการใชภ้ าษาทา่ ทาง (body language) การขยายความโดยใช้คาศัพท์อน่ื
แทนคาท่ีผู้พูดนึกไม่ออก เปน็ ต้น

ลักษณะสาคัญของกลวธิ ีการสอนภาษาอังกฤษแบบ CLT
• เน้นทกั ษะการฟงั และการพูด
• เน้นการสอนทมี่ ผี ู้เรยี นเปน็ ศูนย์กลาง (student-centered) ในบรรยากาศการเรยี นทีส่ นุกสนาน
• นกั เรียนไดเ้ คล่ือนไหวระหว่างเรยี นมากกวา่ ทจี่ ะนั่งอยู่บนเกา้ อี้เพียงอย่างเดียว ในการทากจิ กรรมที่

ผสู้ อนเป็นผู้เตรยี มบทเรยี นและกากับให้เป็นไปตามแผนการสอน
• เนน้ ให้นักเรยี นใช้ภาษาองั กฤษกันเองในกลุ่มมากกว่าการพูดกับครูผสู้ อน
• สว่ นใหญไ่ มม่ ีการใช้หนังสือเรียน
• ไมเ่ นน้ สอนไวยากรณ์ และผู้สอนอาจไมไ่ ดแ้ ก้ไขไวยากรณ์ที่ผดิ ของนักเรยี นในทันทที นั ใด

ขั้นตอนการเรียนการสอนตามแนวการสอนภาษาเพ่ือการสอื่ สาร
1. ข้นั การนาเสนอเน้ือหา (Presentation) ในข้นนีค้ รูจะให้ขอ้ มลู ทางภาษาแก่ผูเ้ รยี น ซง่ึ เป็นการเริ่มต้น

การเรียนรู้ มกี ารนาเสนอเนอื้ หาใหม่ โดยจะมุ่งเนน้ การใหผ้ ู้เรียนไดร้ บั รู้และทาความเข้าใจเกีย่ วกบั ความหมายและ
รปู แบบภาษาทีใ่ ช้กนั จริงโดยทัว่ ไป

2. ขน้ั การปฏิบตั ิ (Practice) ในขน้ั นี้ครจู ะให้ผู้เรยี นไดฝ้ ึกใชภ้ าษาทจี่ ะเพง่ิ เรยี นรใู้ หมจ่ ากการนาเสนอ
เน้ือหาในลกั ษณะของการฝกึ ควบคมุ หรอื ชน้ี า (Controlled Practice/Directed Activities) โดยมีครูผสู้ อนเป็น
ผนู้ าในการฝกึ ไปสู่การฝึกที่แบบคอ่ ยๆปล่อยให้ทาเองมากขึน้ ในการฝึกนั้น ครูจะเริม่ การฝึกปากเปล่า (Oral) ซง่ึ
เป็นการพูดแบบงา่ ยๆก่อน จนได้รปู แบบภาษา แล้วคอ่ ยเปลย่ี นสถานการณท์ ี่ลว้ นแต่สร้างข้นึ ภายในห้องเรยี น
ทง้ั น้นั เพ่ือฝึกการใช้โครงสร้างประโยคตามบทเรียน นอกจากนี้ควรมกี ารตรวจสอบความเข้าใจของผเู้ รียนควบคู่ไป
ด้วย แตไ่ มค่ วรใช้เวลามากนัก ตอ่ จากนนั้ จงึ ฝึกดว้ ยการเขยี น (Written) เพ่ือเปน็ การผนึกความแมน่ ยาในการใช้

3. ข้นั การใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสาร (Production) ถอื เปน็ ขั้นทีม่ คี วามสาคัญมากทส่ี ดุ เพราะการฝกึ ใช้
ภาษาเพื่อการสื่อสารเปรยี บเสมือนการถา่ ยโอนการเรียนรู้ภาษาจากสถานการณใ์ นชัน้ เรียน ไปสกู่ ารนาภาษาไปใช้
จรงิ นอกชั้นเรยี น

แนวการสอนภาษาเพอื่ การส่ือสาร
แนวการสอนภาษาเพ่ือการสอื่ สารทม่ี คี วามเชื่อมโยงและสมั พนั ธก์ ัน มลี กั ษณะ 4 ประการ ได้แก่
1.เป้าหมายของการสอนเน้นไปที่องค์ประกอบทง้ั หมดของทักษะการส่อื สาร ไมจ่ ากัดอยู่ภายในกรอบของ

เนือ้ หาภาษาหรือไวยากรณ์
2.เทคนิคทางภาษาได้รับการออกแบบมาเพื่อนาผูเ้ รยี นไปสู่การใชภ้ าษาอย่างแท้จริงตามหนา้ ท่ีของภาษา
3.ความคลอ่ งแคลว่ และความถูกต้อง เปน็ หลกั การเสรมิ อยู่ภายใต้เทคนิคการสือ่ สาร
4.ผเู้ รียนจะตอ้ งใช้ภาษาได้อย่างมคี วามเข้าใจและสรา้ งสรรค์ ภายในบริบทท่ีไมเ่ คยมกี ารฝกึ มาก่อน

การวัดและประเมินผลการเรียนการสอนภาษาเพอื่ การส่ือสาร
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนการสอนภาษาเพื่อการส่ือสารนที้ าได้หลายวิธีทัง้ โดยการทดสอบ ไม่มกี าร

ทดสอบ การวดั และประเมินผลโดยไม่มีการทดสอบนั้นอาจทาได้โดยการสังเกตความสนใจ ความเอาใจใส่

แบบฝกึ หดั การซักถามในเนื้อหา ตลอดจนความร่วมมือในการทากิจกรรม สว่ นการวดั และประเมินผลโดยการ
ทดสอบมักใช้แบบทดสอบที่ครูผสู้ อนเปน็ ผจู้ ัดทาข้ึน

สุภทั รา อกั ษรานุเคราะห์ กล่าวถงึ ลักษณะของการทดสอบความสามารถทางการสอ่ื สารวา่ ควรเปน็ การ
ประเมนิ ผลภาพรวมในรปู ของทักษะสมั พนั ธ์ซึง่ เป็นการวัดความรู้หลายอย่างประกอบกนั โดยม่งุ วดั การใช้ภาษาใน
สภาพจริงหรือสถานการณ์จาลองที่สร้างขนึ้ เลียนแบบสถานการณ์จรงิ ตัวอยา่ งข้อสอบแบบน้ี คือ การทดสอบ
ความเขา้ ใจภาษาจากการฟัง พูด อ่านและเขยี น จะเป็นข้อสอบแบบเตมิ คาลงในช่องวา่ ง การเขียนตามคาบอก
การสมั ภาษณห์ รือการเขยี นเรียงความ สาหรับการทดสอบวัตถุประสงคย์ อ่ ยนัน้ การออกขอ้ สอบจะเป็นแบบ
เลอื กตอบ แบบจับคู่ หรือเติมคา ผู้สอนจะประเมินผลเปน็ ระยะแลว้ ปรบั ปรงุ การเรียนหลายคร้งั ระหว่างภาคเรยี น
แล้วประเมนิ ผลสรุปเพือ่ วัดผลสมั ฤทธใ์ิ นปลายภาคเรียนอีกครั้งหนึ่ง สรปุ ได้วา่ การวดั และประเมินผลการเรียนการ
สอนภาษาเพ่ือการส่ือสารน้นั ผู้สอนจะตอ้ งคานงึ ถึงการพฒั นาทักษะของผู้เรียนในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความรู้ ความ
เขา้ ใจ ทกั ษะ เจตคติ จึงจาเป็นต้องใชก้ ารวดั หลากหลายแบบเพ่อื ให้ครอบคลมุ จดุ มุง่ หมาย

เทคนคิ การสอนภาษาเพ่อื การสื่อสาร
เทคนคิ การสอนเป็นองคป์ ระกอบท่ีสาคัญมากในกระบวนการเรยี นการสอน เพ่ือการสอ่ื สาร เพราะเทคนคิ

การสอนที่เหมาะสมจะชว่ ยให้การเรยี นการสอนเพ่ือการสื่อสารประสบความสาเรจ็ เทคนิคการสอนที่มี
ประสิทธภิ าพ ได้แก่

1.ใหผ้ เู้ รียนได้พบและไดใ้ ชภ้ าษาในการสื่อสารให้มากทีส่ ดุ การสื่อสารทีส่ มจริงคือการท่ี ผู้เรยี นมงุ่ ความ
สนใจไปท่สี ารทส่ี ื่อออกมาหรือสารทตี่ ้องการส่ือออกไป ไมใ่ ชม่ ่งุ ทีต่ ัวภาษา (Breen และ Candlin, 1980)

2.ใช้อุปกรณ์และสือ่ การสอนทชี่ ่วยใหผ้ ้เู รยี นเข้าใจภาษาได้งา่ ยข้นึ ส่อื ตามแนวการสอนแบบ CLT
ประกอบด้วย

• เนอื้ หา (Text-based materials) คอื แบบเรยี นที่จดั กจิ กรรมเนน้ การสอนแบบ CLT เชน่ มี
กจิ กรรมใหผ้ ู้เรยี นแสดงบทบาทสมมติ กจิ กรรมคู่ หรือกิจกรรมกลุ่ม

• งาน/กิจกรรม (Task-based materials) คือ สื่อทีเ่ นน้ การทากิจกรรมและภาระงาน ทเ่ี น้นให้
ผเู้ รียนไดท้ างานกลุม่ เพ่อื ให้เกิดกระบวนการเรยี นรู้

• สอื่ จริง (Realia / Authentic materials) คอื สื่อท่ีใชจ้ รงิ ในชวี ติ ประจาวนั เชน่ ปา้ ยประกาศ
โฆษณา รปู ภาพ แผนท่ี แผน่ พบั และหนังสือพิมพ์ เปน็ ต้น

3.หาวิธีการทีท่ าให้ผู้เรียนไมร่ สู้ กึ เครยี ดระหว่างเรียน และสรา้ งบรรยากาศที่ทาใหผ้ เู้ รียน ไมอ่ ายเวลาตอบ
ผดิ (Dulay, Burt และ Krashen, 1982)

4.ศึกษาความสนใจของผูเ้ รยี นและแทรกสง่ิ ทผี่ เู้ รียนสนใจไว้ในบทเรยี นดว้ ย และครผู สู้ อนควร เรียนรูด้ ว้ ย
วา่ ผ้เู รียนชอบทางานกับผู้ใด

5.เนน้ กระบวนการเรยี นรู้ของผู้เรียน (Process) มากกว่าผลงานการเรียนรู้ (Product)

บทบาทของครูผูส้ อนและผเู้ รียน
Jack C. Richards (2006) ได้เสนอบทบาทครแู ละผเู้ รียนท่ีต้องปรบั เปล่ียนในการจัดการเรียน การสอน

ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร ดังน้ี

บทบาทครูผู้สอน(Teacher's role)
ครูมีบทบาทเปน็ ผเู้ ตรียมและดาเนนิ การจดั กจิ กรรม เพือ่ การสื่อสาร ให้ผู้เรียนได้มโี อกาสใช้ภาษาใหม้ าก

ท่ีสดุ ครผู ูส้ อนจะควบคุมการเรยี นในช่วงที่มกี ารฝึก รูปแบบภาษาเท่านัน้ แตใ่ นชว่ งท่ีให้ผเู้ รียนใช้ภาษา ครูผ้สู อน
จะลดบทบาทลงเปน็ เพียงผู้กากับรายการ คอยให้ความสะดวก ตลอดจนให้ความช่วยเหลอื เม่ือผู้เรียนตอ้ งการ
เทา่ นน้ั ครจู ะกระตุ้นให้กาลังใจ ช่วยเหลือให้ผเู้ รียนสามารถใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสารใหไ้ ด้ความหมายและถกู ต้อง
ตามหลกั ไวยากรณ์ อันเป็นการเชอ่ื ม ชอ่ งวา่ งระหวา่ งความสามารถทางไวยากรณ์ (grammar competence)
และความสามารถทางดา้ นส่ือสาร (communicative competence) ของผเู้ รียน และครผู สู้ อนจะไม่ขัดจงั หวะใน
ขณะที่ผ้เู รียนกาลังใชภ้ าษา ถึงแมว้ ่าผเู้ รียนจะใช้ภาษาไม่ถกู ตอ้ งก็ตาม แต่ครจู ะชว่ ยอธิบายและใหค้ วามชว่ ยเหลือก็
ต่อเม่ือการสื่อสาร ของผู้เรียนชะงักงัน อย่างไรกต็ าม ครูผู้สอนยังคงเปน็ แหล่งความรู้ (Resource) ใหผ้ ู้เรยี นเมื่อ
เขาต้องการ เป็นผเู้ ตรยี มผเู้ รียนให้พร้อมก่อนการเรียนรู้ รวมทงั้ เป็นผใู้ หข้ ้อมลู ทางภาษาแก่ผเู้ รียน ครูผู้สอนต้อง
พยายาม ใช้ภาษาอังกฤษในการสือ่ สารในหอ้ งเรยี นให้มากท่ีสดุ เป็นผู้สร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียนให้ผเู้ รียนอยาก
เรยี นรู้ นอกจากน้ี ครูผู้สอนยังเปน็ ผู้ประเมนิ ผลการเรียนรู้ และใหข้ ้อมลู สะท้อนกลับแก่ผู้เรยี นอกี ดว้ ย

บทบาทผู้เรียน (Learner’s role)
ในการเรยี นการสอนภาษาเพ่ือการส่ือสาร ผเู้ รยี นมบี ทบาท สาคญั ในหอ้ งเรียนมากกว่าครูผู้สอน ผู้เรยี น

เปน็ ผูม้ สี ว่ นร่วมในการเรยี นรู้ ไดล้ งมือใชภ้ าษาดว้ ยตนเอง โดยการแลกเปล่ียนขอ้ มลู กับเพอื่ น การชว่ ยเหลือซึง่ กนั
และกันทาให้เกดิ การเรยี นรู้จากการทากิจกรรมกล่มุ ร่วมกนั และผู้เรียนพยายามเรยี นรู้ดว้ ยตนเองเพิม่ ขึน้ โดยนา้ ส่งิ
ทีต่ นเรียนร้ใู นหอ้ งเรียนเป็นเครือ่ งมือช่วยในการหา ความรเู้ พ่มิ เตมิ นอกห้องเรยี น เชน่ การอ่านหนงั สือ
ภาษาอังกฤษ เรยี นรเู้ พม่ิ เติมในส่งิ ทต่ี นสนใจจากห้องสมุด อินเทอรเ์ นต็ เป็นตน้ นอกจากนี้ ผูเ้ รียนยงั สามารถ
ประเมินผลการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง และสามารถให้ขอ้ มูล ยอ้ นกลบั แก่เพือ่ รว่ มชน้ั เรียนไดอ้ ีกด้วย


Click to View FlipBook Version