The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปการวางแผนองค์การและการบริหารการเปลี่ยนแปลง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Manop, 2021-06-26 21:58:10

สรุปการวางแผนองค์การและการบริหารการเปลี่ยนแปลง

สรุปการวางแผนองค์การและการบริหารการเปลี่ยนแปลง

พระมหามานพ วตี โรโค ( แผน ก )
รหสั นักศึกษา 6320540412005

ED 41206 การวางแผนองค์การและการบริหารการเปลยี่ นแปลง
Organization Planning and Change Management

งานชิน้ ท่ี 1 สรุปความรู้จากบทความ

******************************************

ความรู้พื้นฐานทางการวางแผน
1. ความหมาย ความสาคญั ของการวางแผน และองคป์ ระกอบของการวางวางแผนการวางแผนเป็นกระบวนการ
ที่ต่อเน่ือง มีการตดั สินใจร่วมกนั จดั ทาเป็นเอกสารที่สมบูรณ์และดาเนินการได้มีการคาดคะเนในอนาคตเพ่ือให้
บรรลวุ ตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนดไวโ้ ดยทางเลือกที่ดีที่สุด

1.1 ความหมายของการวางแผน (Planning Definition)
“การวางแผน” เป็นกระบวนการเลือกวธิ ีดาเนินงานเพ่ือใหบ้ รรลุวตั ถปุ ระสงคห์ รือเป้าหมายท่ีกาหนดไว้

ในอนาคตท้งั น้ีการวางแผนในแตล่ ะความหมายอาจมีองคป์ ระกอบร่วมท่ีตรงกนั อยู่ 4 ประการ คอื
1. เป็นกระบวนการ (Process)
2. เป็นการเลือกกาหนดวธิ ีดาเนินการ (Alternative the Action)
3. เป็นการทางานใหส้ าเร็จตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว(้ Action to Objective)
4. เป็นการคาดการณ์ถึงความสาเร็จในอนาคต (Future Forecasting)

1.2 ความสาคญั ของการวางแผน
การวางแผนเป็ นเรื่องของการกาหนดความตอ้ งการ วิธีการดาเนินการและคาดหมายผลการดาเนินการ

ในอนาคต โดยใช้หลกั วิชาการ เหตุผล มีขอ้ มูลตวั เลขประกอบ มีการเสนอปัญหาเพื่อขจดั อุปสรรคที่จะมาถึง
เป้าหมายขา้ งหนา้ ไดท้ าให้ผปู้ ฏิบตั ิรู้ไดว้ ่าจะทาอะไร ที่ไหนเมื่อใด กบั ใคร ทาอยา่ งไร และทาเพื่ออะไร ไดอ้ ย่าง
ชดั เจน ซ่ึงนาไปสู่แนวทางการปฏิบตั ิงานที่ถกู ตอ้ งและไดผ้ ล การวางแผนจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการบริหาร
งานอย่างย่ิง เพราะการวางแผนจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ตอ้ งการได้อาจกล่าวไดว้ ่าการวางแผนมี
ความสาคญั ต่อความสาเร็จของวตั ถุประสงคข์ ององคก์ ารในประการสาคญั ดงั ต่อไปน้ี(สานกั งานคณะกรรมการ
การอุดมศึกษา 2547 :228) คือ

1. ทาให้การทางานของบุคลากรประสานงานซ่ึงกันและกันโดยมีแผนเป็ นกรอบในการดาเนินงาน
(Frame of Reference)

2. ช่วยให้เกิดการประหยดั ในการบริหาร เช่น คน เงิน วสั ดุและการจดั การแทนท่ีจะตอ้ งเสียเวลา
ดาเนินการไปโดยไม่มีทิศทางท่ีสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การซ่ึงจะทาให้เสียหายต่อ
ทรัพยากรในการบริหารดงั กล่าว

3. ช่วยใหก้ ารปฏิบตั ิงานสาเร็จลลุ ่วงไปโดยรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพราะมีแผนเป็นแนวปฏิบตั ิงาน
ใหเ้ ป็นแนวทางอยแู่ ลว้

4. เป็ นการแบ่งเบาภาระ หน้าท่ีการงานของหัวหน้างานไดเ้ ป็ นอย่างดีเพราะการมีแผนจะต้องมีการ
กาหนดหนา้ ท่ีในการปฏิบตั ิงาน (Job Description)

5. ทาให้สามารถระดมสรรพกาลงั ของทรัพยากร (Mobilization of Resources) ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและมี
ประสิทธิภาพ ซ่ึงไดแ้ ก่คน เงิน วสั ดุและการจดั การ

6. หัวหน้างานหรือผูบ้ งั คบั บญั ชา สามารถทราบปัญหาและอุปสรรคท่ีเกิดข้ึนจากการปฏิบตั ิงานตาม
แผน(Plan Implementation) ไดเ้ ป็นอยา่ งดีทาใหส้ ามารถปรับปรุงแกไ้ ขปัญหาและอุปสรรคไดท้ นั ทว่ งที

1.3 องค์ประกอบของการวางแผน
การวางแผนเป็ นการเตรียมการเพ่ือปฏิบตั ิการในอนาคต การวางแผนจาเป็ นตอ้ งอาศยั การคาดคะเนท่ี

แม่นยาเก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ ม ทรัพยากรและขอ้ จากดั หรืออุปสรรคต่างๆ ที่อาจจาแนกเป็นองคป์ ระกอบได้ 6
ลกั ษณะ คือ อนาคต การปฏิบตั ิผรู้ ับผดิ ชอบการตดั สินใจ มาตรฐานหรือเกณฑ์ การประหยดั สมรรถภาพและการ
ตรงตอ่ เวลา (ดิลก บญุ เรืองรอด. 2534 : 133)

1. อนาคต การวางแผนเป็ นการมองอนาคต เป็ นการกาหนดแนวทางดาเนินการหรืองดเวน้ การดาเนิน
การไวส้ าหรับอนาคต

2. การปฏิบตั ิแผนแต่ละแผนจะตอ้ งปฏิบตั ิใหบ้ รรลุเป้าหมายท่ีกาหนดไว้
3. ผรู้ ับผิดชอบ แผนแต่ละแผนจาเป็นตอ้ งมีผรู้ ับผิดชอบดาเนินการ ซ่ึงอาจแยกหยาบๆ ได้ 3 ระดบั คือ
ผบู้ ริหารระดบั สูง ผบู้ ริหารระดบั กลาง และผปู้ ฏิบตั ิ
4. การตดั สินใจ การวางแผนตอ้ งมีการตดั สินใจเลือกทางเดินสาหรับอนาคต จึงตอ้ งมีการตดั สินใจท่ีมี
โอกาสพลาดนอ้ ยท่ีสุด สามารถใชแ้ กป้ ัญหาไดด้ ีท่ีสุด และเป็นที่ยอมรับการตดั สินใจน้นั
5. มาตรฐาน แผนจาเป็นจะตอ้ งระบเุ ป้าหมายหรือมาตรฐานในการปฏิบตั ิงานไวด้ ว้ ย
6. ประหยดั สมรรถภาพ และตรงต่อเวลาแผนแต่ละแผนจะตอ้ งใช้ทรัพยากรอย่างประหยดั แต่ใช้
สมรรถภาพของบคุ คลสูงสุดและตรงตามเวลาท่ีแผนระบุไวจ้ ึงจะถือวา่ เป็นแผนท่ีดี

2. กระบวนการวางแผน (Planning Process)
การวางแผนมีลกั ษณะเป็นท้งั ศาสตร์และศิลปะเพราะการวางแผนเป็นการใชค้ วามรู้ทางวิชาการในการ

กาหนดส่ิงที่พึงปฏิบตั ิในอนาคต โดยกาหนดหรือคาดการณ์วา่ การบริหารจะดาเนินไปเช่นน้ีเช่นน้นั การพยากรณ์
หรือการคาดเดาเหตุการณ์น้ีจาเป็ นตอ้ งมีความรอบรู้และความชานาญและประสบการณ์ประกอบกนั เขา้ เป็ น
พิเศษนอกจากที่ว่าแผนน้ีจะเป็ นเรื่องเก่ียวกับอนาคตแลว้ แผนยงั มกั เป็ นเรื่องที่มีความเกี่ยวขอ้ งกบั การเลือก
แนวทางปฏิบตั ิการอย่างใดอยา่ งหน่ึงอยา่ งไรก็ตามควรจะมีการศึกษาถึงข้นั ตอนต่างๆ ของกระบวนการวางแผน
ใหช้ ดั เจน

2.1 หลกั การของแผนทีม่ ปี ระสิทธผิ ล
แผนที่ดีและสามารถนาไปปฏิบตั ิอยา่ งมีประสิทธิผลควรมีลกั ษณะดงั น้ี (Dessler. 1982 : 129)
1. พฒั นาแนวโนม้ ในอนาคตใหแ้ น่นอน ชดั เจน เพอื่ กาหนดเป้าหมายใหช้ ดั เจน
2. กาหนดเกณฑใ์ นการวางแผนใหเ้ ป็นที่ยอมรับแก่ทุกคน
3. แผนมกั มีส่ิงสอดแทรกตลอดเวลาในระหวา่ งการดาเนินงานที่จะถึงเป้าหมาย
4. พฒั นาประสิทธิผลของแผนในองคก์ าร
5. มีจุดม่งุ หมาย
6. มีการตรวจสอบตลาดและส่วนแบง่ การตลาดของหน่วยงานตนเองอยา่ งต่อเน่ือง
7. แบ่งเกณฑท์ ่ีคดิ วา่ จะลม้ เหลวทิง้ ไปบา้ ง ยดื หยนุ่ กบั แผน
8. กาหนดระบบการควบคุม ; ควบคุมแผนใหม้ ีความยดื หยนุ่
9. ทบทวนแผน 5 ปี ในทุกๆ ปี
10. กาหนดแผนใหเ้ หมาะสมกบั การปฏิบตั ิ

2.2 ประเภทของแผน (Types of Plans)
อุทยั บุญประเสริฐ (2532 : 25-29) แบ่งประเภทของแผนไวด้ ังน้ีแผนซ่ึงแบ่งด้วยระยะเวลา ซ่ึงแบ่ง

ประเภทดว้ ยเวลา ตามปกติมีประเภทสาคญั ๆ อยดู่ ว้ ยกนั 3ประเภท คือ
1. แผนระยะส้นั (Short – Range Plan) ระยะเวลา 1-2 ปี
2. แผนระยะปานกลาง (Medium – Range Plan) ระยะเวลา 5-7 ปี
3. แผนระยะยาว (Long – Range Plan) ระยะเวลา 10 ปี ข้ึนไป

ปัจจุบนั ไดน้ าเอาแผนลกั ษณะหมุนเวยี นมาใชโ้ ดยทาแผน 5ปี และการใชห้ ลกั การหมนุ เวียนนนั่ คือขยายเวลาของ
แผนออกไป 1 ปี ในแตล่ ะคร้ังและทบทวนเป้าหมายจากผลที่นาแผนไปใชบ้ งั คบั

แผนเชิงมหาภาค-จุลภาค
1. แผนมหาภาค (Macro Plan) ไดแ้ ก่แผนชาติและแผนสาขา (National and Sect oral Plan)ต่างๆ เช่น

แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,แผนเกษตร,แผนอุตสาหกรรม,แผนการศึกษา,แผนความมน่ั คง,แผน
สาธารณสุขแผน่ ชาติฯลฯแผนเหลา่ น้ีส่วนใหญถ่ ือเป็นแผนระดบั มหาภาค (Macro-Plan) หรือระดบั โดยส่วนรวม
ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมระบบน้นั ๆ ท้งั ระบบ โดยเฉพาะนิยมใชก้ บั ระดบั ชาติ

2. แผนจุลภาค (Micro Plan) ไดแ้ ก่แผนเฉพาะเร่ือง เฉพาะส่วนเฉพาะสถาบนั หรือเฉพาะส่วนยอ่ ยๆ ของ
ระบบใหญ่เช่น แผนภาคและท้องถิ่น (Regional and Local Plan)เป็ นต้น แต่ในบางที่มีการแยกแผนภูมิภาค
(Regional) ออกไปต่างหากแลว้ กาหนดใหแ้ ผนเฉพาะทอ้ งถิ่นเฉพาะหน่วยหรือสถาบนั เป็นแผนระดบั จุลภาค

แผนตามระดบั องค์การ
แผนซ่ึงแบ่งตามระดบั ขององค์การน้ี จะถือว่าแผนรวมขององค์การเป็ นแผนใหญ่ท้งั น้ีข้ึนอยู่กับว่า

องค์การน้ันคืออะไร แบ่งเป็ นข้นั เป็ นระดบั อย่างไร ถา้ องคก์ ารเป็ นระดบั ชาติแผนก็จะแบ่งเป็ นแผนระดบั ชาติ
ระดบั กระทรวง ทบวง ระดบั กรม สานกั งาน ระดบั กอง ระดบั ฝ่าย/สายระดบั หน่วย/ศูนยห์ รืองาน

แผนตามโครงสร้างของระบบแผน
แผนซ่ึงแบง่ ตามระดบั ช้นั ตามโครงสร้างของระบบแผนจะประกอบดว้ ย
1. แผน (Plan)
2. แผนงาน (Programmer) 5. กิจกรรม (Activity)
3. โครงการ (Project)
4. งาน (Task)
เมื่อพิจารณาแลว้ จะเห็นว่าการแบ่งประเภทตามที่ไดก้ ล่าวจะทาให้มองเห็นลกั ษณะของแผนไดช้ ดั เจน

ข้ึนวา่ แผนซ่ึงเป็ นผลผลิตของการวางแผนน้นั มีลกั ษณะเฉพาะอย่างไรบา้ งแต่ในการวางแผนจริงในภาคปฏิบตั ิ
น้นั จะมีคุณลกั ษณะหลายอย่างผสมผสานกันไม่ว่าจะเป็ นดา้ นระยะเวลาพ้ืนท่ีท่ีครอบคลุมระดบั องค์การและ
ประเภท ของวธิ ีการวางแผนและอ่ืนๆ

2.3 ลกั ษณะของแผนท่ดี ี การวางแผนที่ดีน้นั ควรมีลกั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ี
1. มีความยดื หยนุ่
2. มีความครอบคลมุ
3. คุม้ คา่ ใชจ้ ่าย

4. มีความชดั เจน
5. ระยะเวลาของแผน
6. มีข้นั ตอนในการปฏิบตั ิ
7. ความปกปิ ดและความเปิ ดเผย
8. ความมีเหตผุ ล
9. ความสอดคลอ้ ง
10. มีการเนน้ ถึงอนาคต
11. ความต่อเนื่อง
จะเห็นไดว้ า่ แผนที่เป็ นเอกสาร (Documentary) ท่ีเกิดจากกระบวนการวางแผน (Planning Process)เป็ น
เครื่องสาคญั ยง่ิ ของผบู้ ริหาร และนกั บริหารมืออาชีพตอ้ งจดั ทาดว้ ยตนเองหรือเป็นผนู้ าในการจดั หาแผนเองท้งั น้ี
แผนจะเป็นเคร่ืองมือที่บอกอนาคตของหน่วยงานบอกว่าขณะน้ีหน่วยงานของตนอยู่ ตรงไหนแลว้ โดยรู้ไดจ้ าก
การวดั ผลงานและประเมินผลงานจะกา้ วไปขา้ งหนา้ อยา่ งไรผบู้ ริหารตอ้ งเป็นผูต้ ดั สินใจเองเพราะผบู้ ริหารเ ป็ น
ผนู้ าของหน่วยงาน

2.4 แผนกลยทุ ธ์ของสถานศึกษา
1 การวางแผนกลยทุ ธ์ของสถานศึกษา

จุดเร่ิมตน้ ของการวางแผนกลยุทธ์ระดบั สถานศึกษา คือการศึกษาสถานภาพของสถานศึกษาโดยการ
วิเคราะห์และสังเคราะห์ปัจจยั ต่างๆท่ีเก่ียวขอ้ งกบั สภาพแวดลอ้ มภายนอกและภายในของสถานศึกษา เพ่ือจะทา
ให้ทราบว่าสถานศึกษามีโอกาส อุปสรรคจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไรบา้ ง ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ะนาไปใชป้ ระโยชน์ใน
การกาหนดทิศทางพฒั นาสถานศึกษาในการจดั ทาแผนกลยทุ ธ์สามารถกาหนดข้นั ตอนสาคญั ได3้ ข้นั ตอน คอื

1. การศึกษาสถานภาพของสถานศึกษา
2. การกาหนดทิศทางของสถานศึกษา
3. การกาหนดกลยทุ ธ์สถานศึกษา
กระบวนการวางแผนกลยทุ ธท์ ุกข้นั ตอนจาเป็นอยา่ งยงิ่ ตอ้ งสร้างการมีส่วนร่วมของบคุ ลากรทุกฝ่ายให้มี
ส่วนร่วมในการวางแผน ซ่ึงไดแ้ ก่
1. บคุ ลากรของสถานศึกษา
2. ผปู้ กครองนกั เรียน นกั ศึกษา
3. คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานของโรงเรียน หรือผทู้ รงคณุ วุฒิภายนอก
4. บคุ ลากรอื่นที่สถานศึกษาเห็นสมควร

บุคลากรทุกฝ่ ายที่ไดร้ ่วมมือกนั จะเป็ นประโยชน์ในการให้ขอ้ มูลต่างๆท่ีทาให้สามารถสะทอ้ นสถาน
ภาพของสถานศึกษาไดอ้ ย่างแทจ้ ริงซ่ึงเป็ นจุดเร่ิมตน้ สาคญั ที่ทาให้การวางแผนเป็ นไปอย่างถูกตอ้ งนับแต่ข้นั
เร่ิมตน้ ของการดาเนินงานเพ่ือใหก้ ารจดั ทาแผนกลยุทธ์ของสถานศึกษาดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีลาดบั
ข้นั ตอนการดาเนินงานท่ีชดั เจนและเป็ นส่วนสาคญั ของการกาหนดกรอบในการปฏิบตั ิงาน ดงั น้ี(สานักงาน
คณะกรรมการการอดุ มศึกษา 2547 : 256)คือ

1. การวิเคราะห์ภารกิจขององค์กร (Mission Analysis) ภารกิจขององคก์ ารเป็นกิจกรรมท่ีเป็ นเหตุผลที่
จดั ต้งั ข้ึนมา และเป็นการกาหนดวา่ จะทาอยา่ งไรให้องคก์ ารสามารถดารงอยไู่ ดแ้ ละมีความกา้ วหนา้ พฒั นาไปสู่
เป้าหมายที่กาหนดไวถ้ ือเป็นส่ิงท่ีสาคญั มากต่อความสาเร็จขององคก์ ารภารกิจขององคก์ ารท่ีมีประสิทธิผล

2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Environment Scanning) การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มเป็นการศึกษาถึง
สิ่งแวดลอ้ มขององค์การท่ีเจาะลึกถึงปัจจยั ต่างๆของสภาพแวดลอ้ มที่มีอิทธิพลอย่างแทจ้ ริงต่อการปฏิบตั ิงาน
ขององคก์ ารจากการศึกษา

3. การกาหนดกลยุทธ์สถานศึกษา กระบวนการกาหนดกลยุทธ์พบว่าสภาพแวดลอ้ มมี 2 ประเภท คือ
สภาพแวดลอ้ มในองคก์ ารและสภาพแวดลอ้ มภายนอกองคก์ าร

3.1 สภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ าร (The Internal Environment) ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดา้ นความเหมาะสม
กับสภาพทรัพยากรมนุษยค์ วามสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคล การตัดสินใจและการมีทัศนะส่วนตวั ค่านิยมของ
บคุ ลากร

3.2 ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มภายนอกองคก์ าร ไดแ้ ก่สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในขณะน้นั ๆ
จะมีอิทธิพลต่อองค์การวิเคราะห์ถึงโอกาสดีที่น่าจะเกิดข้ึนกับองค์การในขณะท่ีจะตอ้ งวิเคราะห์ถึงปัญหา
อุปสรรคที่น่าจะเกิดข้ึน

3.3. การกาหนดวิสัยทศั น์ขององคก์ าร (Organizational Vision Strategy) การกาหนดวิสัยทศั น์
เป็ นการมองอนาคต ประหน่ึงกับการหยงั่ รู้เป็ นภาพท่ีเห็นได้จากจิตใตส้ านึกท่ีเก่ียวกับอนาคต มองในความ
เป็นไปไดอ้ งคป์ ระกอบของวสิ ัยทศั น์ขององคก์ าร

4. การกาหนดกลยทุ ธ์(strategic Decision) เป็นการกาหนดแนวทางการวางแผนแนวทางของแนวปฏิบตั ิ
รวมถึงแนวทางในการประเมินผลเพ่ือใหส้ ามารถดาเนินงานจนสามารถบรรลุจุดมุง่ หมายใหญ่ไดก้ ารกาหนดกล
ยทุ ธ์มี 4 องคป์ ระกอบใหญ่คือ

4.1 การเสนอสภาพปัจจุบนั และการคาดคะเนในอนาคตเก่ียวกบั โอกาสและการเส่ียง

4.2 ความตอ้ งการขององคก์ ารท่ีมีผลมาจากจุดแขง็ และจุดอ่อน
4.3 ค่านิยมส่วนบคุ คลและความมุ่งมน่ั ของการบริหาร
4.4 ความเขา้ ใจถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

5. การจัดทาแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) หลงั จากกาหนดหลกั ในการดาเนินการ เพือ่ ใหบ้ รรลุ
เป้าหมายและสามารถขจดั ปัญหาอุปสรรคไดแ้ ลว้ จึงจะมาสงั เคราะห์วา่ กลุ่มของความตอ้ งการและปัญหาน้ันควร
จะใชแ้ นวทางในการแกป้ ัญหาอยา่ งใดโดยกาหนดเป็นขอ้ ๆ

5.1 แผนกลยุทธ์ระยะยาวส่วนใหญ่จะกาหนดให้สอดคล้องกับระยะของช่วงแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมระยะต่างๆจะกาหนดเพียงภารกิจขององค์การ วิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มกาหนดวิสัยทัศน์
ระยะยาว กาหนดกลยุทธ์ หลกั กาหนดความสาเร็จในช่วงระยะเวลาต่างๆ ไวใ้ ห้ชัดเจนและความสาเร็จในปี
สุดทา้ ยของแผนฯ

5.2 แผนกลยุทธ์ระยะกลาง ส่วนใหญ่เป็นแผนฯ 5 ปี โดยการตดั ออกมาจากแผน 15 หรือ 20 ปี
นามากาหนดในช่วง 5 ปี ตอ้ งการอะไร ปัญหาอะไรจะหมดไปเพียงใดกาหนดวิสัยทศั น์ ในช่วง 5 ปี กลยุทธ์
ในช่วง 5ปี ชื่อแผนงานและโครงการท่ีคาดวา่ เม่ือดาเนินงานแลว้ จะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายที่กาหนด
โดยมีระยะเวลาดาเนินการเป็นรายปี ไวเ้ ป็นกรอบ

5.3 แผนกลยทุ ธ์ระยะส้ัน โดยทว่ั ไปจะเป็นแผนพฒั นาประจาปี และแผนปฏิบตั ิการประจาปี ใช้
ระยะเวลาเพียง 1ปี แผนพฒั นาประจาปี เป็นแผนฯที่ตอ้ งการใหเ้ กิดผลสาเร็จในระยะเวลา 1 ปี โดยถอดออกมาจาก
แผนฯ 5 ปี เป็นรายปี นามาเขยี นเป็นรายละเอียดของแผนฯ ซ่ึงมีองคป์ ระกอบดงั น้ีคอื ภารกิจขององคก์ าร

6. การเขยี นโครงการและประเมนิ โครงการ
โครงการคืออะไร

โครงการ ความหมายตามพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายถึงแผนหรือเคา้ โครง
ตามที่กาหนดไว้ แผน (Plan) เป็ นการคาดการณ์(Forecast) ล่วงหนา้ ถึงอนาคต (Future)ต่อวตั ถุประสงค์ท่ีต้อง
การ โดยมีกิจกรรมต่างๆ (Activity) เพื่อแสดงให้รู้วา่ ใครเป็นผทู้ า (Who) ทาอะไร (What) ทาที่ไหน (Where) ทา
เม่ือไหร่ (When) ทาไมตอ้ งทา (Why) และทาอย่างไร (How) ใช้งบประมาณเท่าไร(HowMany) จึงจะบรรลุผล
ตามท่ีตอ้ งการ นน่ั คือ จาง่ายๆ วา่ แผน/โครงการน้นั มีไวเ้ พ่ือตอบคาถาม5W + 2H นนั่ เองโครงการเป็นส่วนหน่ึง
ในการวางแผนพฒั นาซ่ึงจะช่วยใหเ้ ห็นภาพและทิศทางการพฒั นาขอบเขตของการพฒั นาที่สามารถติดตามและ
ประเมินผลไดน้ น่ั คอื แผนที่วางอยใู่ นสมองหรือหวั คดิ ของใครคนใดคนหน่ึงโดยที่ผอู้ ื่นไม่สามารถลว่ งรู้ได้ ถือวา่
ไม่ใช่แผนงานหรือโครงการโดยทวั่ ไปองคป์ ระกอบของโครงการจะมีหลายส่วน ดงั น้ี

1. ช่ือโครงการ
2. หลกั การและเหตุผล
3. วตั ถุประสงคห์ รือความมุ่งหมายของโครงการ
4. เป้าหมาย
5. วิธีดาเนินการ
6. ระยะเวลาดาเนินการ
7. สถานที่ดาเนินการ
8. งบประมาณที่ใช้
9. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการหรือเจา้ ของโครงการ
10. การประเมินผล
11. ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ


Click to View FlipBook Version