46
1. การพจิ ารณาความยากงา่ ยของแบบทดสอบทั้งฉบับ
1.1 พิจารณาจากคะแนนรวมของแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยของ
คะแนนรวมท้ังฉบับ
- หากคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม แสดงว่าแบบทดสอบฉบับนั้นง่ายหรือ
ค่อนข้างง่าย
- หากคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม แสดงว่าแบบทดสอบฉบับนั้นยากหรือ
คอ่ นข้างยาก
1.2 พิจารณาจากค่าความยากง่ายของข้อคำถามรายข้อ โดยพิจารณาค่าเฉลี่ยของความยากราย
ข้อท้งั ฉบับ ความยากง่ายของขอ้ สอบรายขอ้ มีคา่ อยรู่ ะหว่าง 0 – 1.00
- หากค่าเฉลี่ยค่าความยากง่ายรายข้อทั้งฉบับสูงกว่า .50 แสดงว่าแบบทดสอบฉบับนั้นง่าย หรือ
คอ่ นขา้ งง่าย
- ถ้าค่าเฉลี่ยของค่าความยากง่ายรายข้อทั้งฉบับต่ำกว่า .50 แสดงว่าแบบทดสอบฉบับนั้น ยาก
หรือค่อนขา้ งยาก
การพิจารณาความยากงา่ ยของแบบทดสอบรายขอ้
พิจารณาจำนวนผู้ตอบถกู ในแตล่ ะข้อ
- ถ้าขอ้ ใดทีม่ ผี ู้ตอบถกู มากกว่าครึ่งหนึ่งของผูส้ อบ แสดงวา่ เป็นผูส้ อบทีง่ ่ายหรือคอ่ นขา้ งงา่ ย
- ถ้ามีจำนวนผู้ตอบถูกน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้สอบทั้งหมด แสดงว่ายากหรือค่อนข้างยาก ค่า
ความยากง่ายของข้อสอบ หมายถึง สัดส่วนของผู้ที่ตอบข้อคำถามนั้นถูก ซึ่งนิยมให้แทนค่า “ P ” มี ค่า
ตัง้ แต่ 0 ถึง 1.00
47
การแปลความหมายคา่ P : อาจแบง่ ได้เป็น 5 ชว่ ง ดงั น้ี
คา่ P ระดบั ความยาก ความหมายเทียบสอบจาก การพจิ ารณา
ผสู้ อบ 100 คน
0 - .19 ยากมาก มผี ตู้ อบถูกไม่ถงึ 20 คน ควรปรบั ปรงุ หรือตัดท้ิง
.20 - .39 ค่อนข้างยาก มีผู้ตอบถูก 20 - 39 พอใช้ได้
.40 - .59 ยากพอเหมาะ มีผูต้ อบถูก 40 - 59 ใช้ได้
.60 - .80 คอ่ นข้างงา่ ย มีผู้ตอบถูก 60 - 80 พอใช้ได้
.81 - 1.00 งา่ ยมาก มีผตู้ อบถูก 81 - 100 ควรปรับปรุงหรอื ตดั ทิ้ง
ดังนั้น ค่า ความยากง่าย ( p ) ของข้อสอบท่ีควรนามาใช้ควรมาคา่ ระหว่าง .20 - .80
48
บทที่ 4
ผลการศึกษาคน้ คว้า
วเิ คราะหข์ ้อมลู
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการเรียนของนักเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยเสนอผลการวเิ คราะห์
ข้อมลู เป็นลำดบั ในลักษณะตารางประกอบคำบรรยายดงั น้ี
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละและค่าเฉลยี่ ของคะแนนสอบความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาการคำนวณ ของ
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ท่ไี ด้รบั การจัดการเรยี นรู้ในชน้ั เรยี นตลอดงานวิจัยนี้ เรอ่ื งการใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ของนักเรียนก่อนและหลังเรยี น ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 จำนวน 22 คน
การทดสอบ คะแนนเตม็ คะแนนเฉลี่ย ( x ) ร้อยละของคะแนนท่ี ส่วนเบยี่ งเบน
เพม่ิ ขึ้น มาตรฐาน (S.D.)
กอ่ นเรยี น 10 4.00 -
หลงั เรียน 10 6.98 69.75 1.40
1.29
จากตารางพบว่า คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 4.00 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ
6.98 ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เท่ากับ 2.98 และนักเรียนทุกคนมีคะแนนสูงขึ้นกว่าเดิมโดยมี
คะแนนความก้าวหน้าเมื่อเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 69.75 และมีส่วน
เบีย่ งเบนมาตรฐานท่ลี ดลง
49
ตารางท่ี 2 แสดงผลการทดสอบก่อนและหลงั เรยี นโดยใชว้ ิธกี ารสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
ท่ี ทดสอบก่อนเรียน ทดสอบหลังเรยี น ความแตกต่างค่า
(10 คะแนน) (10 คะแนน) คะแนน
14 62
25 83
32 75
42 53
55 61
63 52
73 63
82 53
92 64
10 1 54
11 5 72
12 3 63
13 4 62
14 4 84
15 6 71
16 3 85
17 3 63
18 4 51
19 4 62
20 4 51
21 5 72
22 6 71
23 4 73
24 5 72
25 5 83
26 4 84
27 2 75
50
ที่ ทดสอบก่อนเรยี น ทดสอบหลังเรียน ความแตกตา่ งค่า
(10 คะแนน) (10 คะแนน) คะแนน
28 4 95
29 4 84
30 5 83
31 6 93
32 4 73
33 7 92
34 3 97
35 2 75
36 4 62
37 5 83
38 6 71
39 6 93
40 4 95
จากตารางที่ 2 แสดงใหเ้ ห็นวา่ ผลการทดสอบก่อนและหลงั เรยี นนกั เรียนประถมศึกษาปีที่ 3/6 นน้ั โดยใช้
วธิ ีการสอนแบบเพื่อนชว่ ยเพื่อนน้นั นกั เรียนทดสอบก่อนเรยี นมคี า่ คะแนนเฉล่ียเทา่ กบั 4.00 จากน้นั ทดสอบหลัง
เรียนมีคา่ คะแนนเฉล่ยี เทา่ กับ 6.98 โดยนักเรยี นมีค่าคะแนนเฉล่ียท่เี พิ่มขน้ึ 2.98 คะแนน ซึ่งเป็นพัฒนาการของ
คะแนนเพม่ิ ขนึ้ เกือบเท่าตัว
51
ตารางท่ี 3 การวเิ คราะห์ความคิดเห็นของผทู้ รงคุณวุฒิต่อแบบทดสอบทใ่ี ช้ในการเรยี นการสอน
ประมาณค่าความ ค่า
รายการขอความคดิ เห็น คิดเห็นของ IOC แปลผล
ผทู้ รงคณุ วุฒิคนที่
ใช้ได้
12 3 ใชไ้ ด้
ใชไ้ ด้
1. ความสอดคล้องเหมาะสมกับหลกั สตู ร +1 +1 0 0.7 ใชไ้ ด้
2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาตวิ ชิ า +1 0 +1 0.7 ใชไ้ ด้
ใชไ้ ด้
3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของผู้เรยี น +1 +1 +1 1.0 ใช้ได้
ใช้ได้
4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปจั จบุ นั +1 +1 +1 1.0 ใช้ได้
ใชไ้ ด้
และปญั หา
5. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพฒั นาผ้เู รยี น +1 0 +1 0.7
6. ความเหมาะสมของเนอื้ หา +1 +1 +1 1.0
7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอกั ษร +1 +1 +1 1.0
8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา 0 +1 +1 0.7
9. ความเหมาะสมกบั ความสนใจของนักเรียน 0 +1 +1 0.7
10.ความเหมาะสมของรูปแบบ +1 +1 +1 1.0
คา่ IOC = 0.7+0.7+1.0+1.0+0.7+1.0+1.0+0.7+0.7+1.0 / 10
= 8.5/10 = 0.85
สรปุ วา่ แบบทดสอบการเรียนการสอดังกลา่ วน้ันใชไ้ ด้
52
บทท่ี 5
สรุป อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ
สรุปผลการศกึ ษา
การวจิ ยั คร้ังนม้ี ีวตั ถุประสงค์เพ่อื พฒั นาวธิ กี ารเรยี นของนกั เรียนใหเ้ อ้อื ตอ่ การเรยี นรู้ ของนักเรียนช้นั
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3/6 โดยมีเปา้ หมายใหน้ กั เรียนทกุ คนมผี ลการเรยี นผา่ นเกณฑ์ที่กำหนด
สมมตุ ิฐานของการวจิ ัย
คำอธิบายจากเพื่อนสามารถทำใหน้ ักเรยี นบางส่วนท่ีไมเ่ ข้าใจบทเรียนนน้ั กลับมาเข้าใจบทเรยี นมากข้ึน
และเรียนรไู้ ด้มากขึ้นกวา่ คำอธบิ ายของครู
กลุ่มเป้าหมาย
กลุม่ เป้าหมาย คือ นักเรยี นระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3/6 จำนวน 40 คน
เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการวิจัย
1. รปู แบบการเรียนการสอนแบบเพอื่ นช่วยเพ่ือน
2. แบบบันทกึ คะแนน
3. สมดุ แบบฝึกหัดและใบกจิ กรรมของนักเรยี น
การเก็บรวบรวมข้อมลู
1. แบ่งกลมุ่ นกั เรียนออกเปน็ กลุ่ม ในแตล่ ะกลุ่มจะเฟน้ หานักเรียนทีเ่ ก่ง และมีความรับผิดชอบ มี
ลกั ษณะเปน็ ผ้นู ำมอบหมายให้เปน็ หัวหนา้ กลุม่
2. ครผู ู้สอนชแี้ จงการเรียนแบบเพื่อนชว่ ยเพื่อน โดยหลงั จากครสู อนในแตล่ ะครง้ั กจ็ ะมอบหมายให้
นักเรยี นทำแบบฝึกหัด โดยนกั เรียนนัง่ ทำแบบฝึกหดั ระดมสมองช่วยกนั คิด หากหวั ข้อใดสมาชิกในกลมุ่ ไม่เข้าใจ
ผู้ท่ีเข้าใจก็จะชว่ ยกันอธบิ ายจนเพ่ือนเขา้ ใจ หากสมาชิกในกลุ่มยังไม่เข้าใจกจ็ ะปรกึ ษาครูผูส้ อน
3. ครสู งั เกตการทำกจิ กรรมของกลมุ่ การชว่ ยกนั แกป้ ญั หา ความสนใจ และความต้ังใจของสมาชิกใน
กลุ่ม
4. สังเกตผลการทำแบบฝึกหัดว่าดขี น้ึ หรอื ไม่
5. สังเกตการประเมินตามสภาพจริงในแต่ละคร้งั
6. วัดผลการเรยี นเมอ่ื ส้ินบทเรยี น
53
สรุปผลการวิจัย
ผลจากการจัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนมาใช้ในการเรียนการสอนวิชา วิทยาการคำนวณ
ผลปรากฎว่า คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 4.00 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 6.98 ซึ่งมี
คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เท่ากับ 2.98 และนักเรียนทุกคนมีคะแนนสูงขึ้นกว่าเดิมโดยมีคะแนน
ความก้าวหน้าเมื่อเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 69.75 และมีส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานที่ลดลง นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และกิจกรรมกลุ่มของ
นักเรียนทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีและเอื้อต่อการเรียนการสอน ช่วยให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นสนใจ ตั้งใจ
และมคี วามรับผดิ ชอบต่อการเรียนมากขน้ึ อกี ทง้ั ยงั ช่วยกระตุน้ ให้นกั เรียนมีความกระตือรอื ร้นอยู่ตลอดเวลา ช่วย
สรา้ งความสามัคคีให้เกดิ ขน้ึ ในกลุ่ม รู้จักแก้ปญั หาร่วมกัน ทำงานเปน็ ทมี ระดมความคิดของหลายคน ซ่ึงแนวทาง
นี้เหมาะสมในการแก้ปัญหาในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชา วิทยาการ
คำนวณเป็นอยา่ งมาก
อภิปรายผลการวจิ ัย
จากการศึกษาวจิ ัยพบว่าการสอนโดยวธิ ีเพ่ือนชว่ ยเพื่อนระหว่างนกั เรียนในรายวิชา ทำให้ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นของผ้เู รียนมพี ัฒนาการท่ีดีขึน้ อยา่ งเหน็ ได้ชัด
ขอ้ เสนอแนะ
1. ครผู ูส้ อนจะต้องคอยติดตามดแู ล การปฏบิ ัติงานกลุม่ อย่างตอ่ เนื่อง
2. ควรเฟ้นหาหวั หนา้ กลมุ่ ทเี่ ก่ง และมีคณุ ภาพจริงๆ
3. ครผู ู้สอนจะต้องคอยให้แรงเสริมแกน่ ักเรียนอย่างต่อเนื่อง
4. ครผู ้สู อนควรแจ้งผลการประเมนิ ทุกคร้งั เพ่ือกล่มุ จะได้ปรับปรงุ และพัฒนาตวั เองในจุดทย่ี งั ด้อยอยู่
54
บรรณานุกรม
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2556). วิทยาการคำนวณ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6. พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรง
พมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ เลิศ สิทธโิ กศล. (2556). วิทยาการคำนวณ เล่ม 4 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6. พทุ ธศักราช 2551.
กรุงเทพฯ : เจรญิ ดีม่นั คงการพิมพ.์
คมเพชร ฉัตรศุภกุล. (2557). กจิ กรรมกลุ่มในโรงเรียน. พมิ พ์คร้ังที่ 5. กรงุ เทพฯ : ศนู ยห์ นงั สอื มหาวทิ ยาลัยศรี
นครินทรวิโรฒ.
ชยั ยงค์ โสภานิธิกุลชยั . (2557). กิจกรรมในรายวิชาเพอื่ การสอน. พมิ พ์ครงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : ศนู ยห์ นงั สือ
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
บัญชา อ้งึ สกุล. บทบาทของผูบรหิ ารโรงเรียนมธั ยมศึกษาที่มีตอการสงเสริมการทาํ วจิ ัย ในโรงเรียน สงั กัดกรม
สามัญศึกษา เขตการศึกษา 12 . ปริญญานพิ นธ การศึกษา มหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ประสานมิตร, 2558.
เบญจพร ทองโอ. บทบาทการสงเสรมิ การทาํ วิจยั ในชั้นเรียนของผูบริหารสถานศึกษาตาม ทัศนะของผูบริหาร
สังกัดสํานักงานการประถมศึกษาจงั หวดั สงขลา. วิทยานพิ นธ ปริญญามหาบณั ฑิต มหาวยิ าลยั ทักษิณ ,
2559.
ชาตรี ชิดพนาสริ สิ กุลชัย. (2560). กิจกรรมในรายวชิ าเพอ่ื การคิดและพัฒนา. พมิ พค์ ร้ังที่ 4. กรุงเทพฯ : ศนู ย์
หนงั สือจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, 2561.
55
ภาคผนวก
56
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1 ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
วชิ าวิทยาการคำนวณพ้ืนฐาน เวลา 4 ชั่วโมง
เรอ่ื งการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย
1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
1.1 ตัวชวี้ ดั
ว 4.2 ป.2/4 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ปฏบิ ัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพวิ เตอร์
รว่ มกัน ดแู ลรกั ษาอปุ กรณเ์ บื้องต้น ใช้งานอยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของข้อมูลสว่ นตวั ไดถ้ ูกต้อง (K)
2. จำแนกขอ้ มลู ส่วนตัวไดอ้ ย่างถกู ต้อง (K)
3. เขยี นวธิ กี ารขอความช่วยเหลือเมอื่ พบปัญหาจากการเผยแพร่ข้อมูลสว่ นตวั ได้ (P)
4. เหน็ ความสำคัญของข้อมลู ส่วนตัวและการเก็บรักษาข้อมูลสว่ นตัวไดเ้ ป็นอย่างดี (A)
3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
-
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เช่น ร้จู กั
ขอ้ มูลส่วนตัว อนั ตรายจากการเผยแพรข่ ้อมูลสว่ นตวั
และไมบ่ อกข้อมูลส่วนตัวกบั บุคคลอนื่ ยกเว้นผูป้ กครอง
หรือครู แจง้ ผเู้ กี่ยวข้องเม่อื ต้องการความชว่ ยเหลอื
เกย่ี วกบั การใช้งาน
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ข้อมลู สว่ นตัว เป็นขอ้ มลู เฉพาะบคุ คลที่ใชใ้ นการยนื ยนั ตัวตนของบุคคลใดบุคคลหนึง่ จึงไม่ควรเผยแพร่
ให้บุคคลอน่ื รับรู้ และเพ่อื ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว แตถ่ า้ มีบุคคลที่ไมห่ วงั ดแี อบนำข้อมลู สว่ นตัวไปใช้
โดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต ผู้ใช้สามารถขอความชว่ ยเหลอื จากผู้ท่ีมสี ว่ นเกยี่ วข้องได้
57
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินัย รับผิดชอบ
2. ใฝเ่ รยี นรู้
- ทกั ษะการแลกเปลี่ยนข้อมลู 3. มุง่ มั่นในการทำงาน
- ทกั ษะการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- ทักษะการสำรวจ
- ทักษะการทำงานรว่ มกนั
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ กี ารสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ขั้นนำ
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรอ่ื ง การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งปลอดภัย เพ่ือวดั ความรู้เดิมของนักเรยี นก่อนเขา้ สู่กิจกรรม
2. ครถู ามคำถามเพื่อกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนว่า“นักเรียนคิดวา่ ข้อมูลส่วนตัวทเ่ี ป็นข้อมลู
เฉพาะบุคคลมีอะไรบ้าง”
(แนวตอบ : ข้อมลู เบอรโ์ ทรศัพท์ ข้อมลู รหสั ผ่าน ขอ้ มูลเลขบตั รประชาชน เปน็ ตน้ )
3. จากนนั้ ครูถามคำถามประจำหวั ข้อกับนักเรยี นว่า“นักเรยี นคดิ วา่ การเผยแพรข่ ้อมูลส่วนตวั
ให้แก่ผอู้ นื่ จะทำให้เกิดโทษอย่างไร”
(แนวตอบ : คำตอบข้ึนอย่กู บั ประสบการณ์ของนักเรียนแต่ละคน โดยข้ึนอยู่กบั ดุลยพนิ ิจ
ของครูผูส้ อน เช่น ผูท้ ี่ไมห่ วังดนี ำขอ้ มลู ไปใชใ้ นทางทผ่ี ิด นำเลขบัตรประชาชนไปสวมรอย
ทำใหเ้ กดิ อันตรายในการใช้ชวี ิตประจำวนั เชน่ การลักขโมย การลักพาตัว เป็นตน้ )
ขน้ั สอน
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Exploration)
1. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 2-3 คน และศึกษาเน้ือหาร่วมกันเกย่ี วกบั เร่ือง ข้อมลู สว่ นตัว
58
จากหนังสือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย หรือสบื ค้นจากอินเทอรเ์ น็ต
2. ครูเขียนคำว่า “ขอ้ มูลส่วนตัว” ลงบนกระดานหน้าชนั้ เรยี น และใหน้ ักเรยี นออกมาเตมิ คำตอบ
โดยนกั เรียนทอ่ี อกมาเติมคำตอบจะต้องตอบคำถามได้ว่าข้อมลู ส่วนตัวน้ันมคี วามสำคัญอยา่ งไร
และเพราะเหตใุ ดจงึ ไม่ควรเผยแพร่ข้อมูลให้บุคคลอื่นรับรู้
ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
3. ครอู ธิบายกับนักเรยี นวา่ “การติดต่อเข้ารับบริการของหนว่ ยงานราชการและหน่วยงานเอกชนต่าง
ๆ จำเป็นต้องใชข้ ้อมูลส่วนตวั ในการตดิ ต่อส่ือสาร ไมว่ า่ จะเป็น เลขประจำตัวประชาชน ชอ่ื ผ้ใู ชแ้ ละ
รหสั ผ่านในการเข้าส่รู ะบบ เลขบญั ชธี นาคาร รายละเอียดการฝาก-ถอนในสมุดบัญชธี นาคาร
เบอรโ์ ทรศัพท์ รูปถ่ายสว่ นตัว เลขทหี่ นังสอื เดนิ ทาง ท่ีอยูท่ ี่สามารถตดิ ต่อได้ เป็นต้น”
4. นกั เรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะจากหนังสอื เรยี น โดยใหน้ กั เรียนพิจารณาข้อมลู และบอกได้วา่ ขอ้ มูล
ใดถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตวั และข้อมลู ใดไมใ่ ช่ขอ้ มูลส่วนตัว โดยบันทกึ ลงในสมุดประจำตัว
5. เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ อภิปรายร่วมกนั เกย่ี วกับวิธกี ารขอความชว่ ยเหลอื เม่ือพบปัญหา
จากการเผยแพร่ข้อมูล หรือมีผูท้ ี่ไมห่ วงั ดีแอบอ้างนำข้อมูลส่วนตัวไปใชใ้ นทางทผี่ ิด
6. ครูสมุ่ นกั เรยี น 4-5 คน ออกมาเขียนวิธกี ารขอความชว่ ยเหลอื เม่ือพบปญั หาจากการเผยแพร่ข้อมูล
ส่วนตวั บนกระดานหน้าชั้นเรียน
(แนวตอบ : แจง้ ให้ผ้ปู กครองทราบ เปล่ยี นรหัสผา่ น แจง้ ตำรวจเพือ่ ดำเนนิ การ แจ้งไปยังผดู้ แู ล
เว็บไซต์ นำหลักฐานทเี่ กีย่ วข้องแจ้งกับธนาคารเพื่อยนื ยันตัวตน เปน็ ตน้ )
7. ครูอธิบายเพ่ิมเติมกบั นกั เรียนเกี่ยวกบั ความสำคัญของข้อมูลสว่ นตวั วา่ “ข้อมูลสว่ นตวั เกย่ี วข้อง
กับเรอ่ื งต่าง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั ดังนี้
1. การเขา้ รับบริการทางการแพทย์ เชน่ การไปโรงพยาบาลจะต้องมีประวตั ิการรกั ษา
ของผปู้ ว่ ยซงึ่ นัน่ ก็ถือวา่ คอื ขอ้ มูลสว่ นตัว
2. การเขา้ ใช้บริการกบั ทางธนาคารจำเปน็ ตอ้ งมกี ารระบุตัวตนเจ้าของบัญชโี ดยให้
สมดุ บัญชีธนาคารกับเจ้าหน้าทเี่ พ่ือทำการฝาก-ถอนหรอื ทำรายการอ่นื ๆ
3. การเข้าใช้ข้อมูลเทคโนโลยสี ารสนเทศทางออนไลนม์ ีความจำเป็นตอ้ งระบุตวั ตน
โดยการระบุ Username และ Password เพื่อความปลอดภัยสำหรบั เจา้ ของ
ข้อมลู เป็นต้น”
8. ครูอธบิ ายเกร็ดน่าร้กู ับนักเรยี นวา่ “การป้องกนั การถูกขโมยข้อมูลสว่ นตวั จากการเป็นสมาชิก
ของเว็บไซตต์ ่าง ๆ ไม่วา่ จะเป็นเว็บแชทออนไลน์หรือเวบ็ เมลตา่ ง ๆ เพ่อื รักษาความปลอดภัย
ผใู้ ชค้ วรเปลีย่ นรหัสผา่ นทุก ๆ 2-3 เดือน และหากเกิดการขโมยข้อมูลส่วนตัวขนึ้ ผใู้ ช้จะต้อง
รบี แจง้ กบั หนว่ ยงานท่ดี ูแลเก่ียวกบั การกระทำความผดิ ทางเทคโนโลยี คอื ปอท. หรอื กองบงั คบั
การปราบปรามการกระทำความผิดเก่ียวกบั อาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
59
ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
9. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ระดมความคดิ ในการทำใบงานที่ 4.1.1 เรือ่ ง มารูจ้ ักข้อมลู ส่วนตัว และ
ใบงานที่ 4.1.2 เร่ือง ข้อมลู ส่วนตัวของเราเพ่ือขยายความเขา้ ใจ
10. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลลัพธ์จากการทำใบงานหน้าช้นั เรียน
11. นกั เรยี นทำกจิ กรรมฝกึ ทักษะ โดยการพูดคุยแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นกบั เพื่อนรว่ มชัน้ และพิจารณา
ภาพพร้อมทำเครอื่ งหมายถูกในขอ้ ทนี่ ักเรียนคิดว่า เป็นบุคคลทีม่ สี ว่ นเก่ยี วขอ้ งในการชว่ ยเหลือ
เมอ่ื พบปัญหาจากการเผยแพร่ข้อมูลสว่ นตวั
Note
วัตถุประสงคข์ องกจิ กรรมเพื่อใหน้ กั เรียน
- มีทักษะการทำงานร่วมกันโดยใช้กระบวนการกลมุ่ ในการทำงานเพ่ือใหน้ ักเรยี นได้
สือ่ สารและแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ร่วมกนั ในการตอบคำถามและการทำใบงาน
- มีทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ ในการพจิ ารณาข้อมลู ตา่ ง ๆ ว่าขอ้ มลู ใดจัดเปน็
ข้อมลู ส่วนตวั และเมื่อพบปัญหาจากการเผยแพรข่ ้อมลู ส่วนตัวจะมีวธิ กี ารขอความชว่ ยเหลือ
ไดอ้ ยา่ งไร
- มที ักษะการสำรวจ โดยการเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นไดส้ ำรวจสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั
และบอกไดว้ ่าส่งิ ใด คือ ข้อมูลส่วนตวั และในชีวติ ประจำวันมีการใชข้ ้อมูลส่วนตวั
ในด้านใดบา้ ง
ขนั้ สรุป
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครูประเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม การทำใบงาน และจากการนำเสนองานหนา้ ชนั้ เรยี น
2. ครตู รวจสอบความถูกต้องของผลการทำกิจกรรมฝึกทักษะและการทำใบงาน
3. นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปเก่ียวกบั เร่อื ง ข้อมลู สว่ นตัวและการขอความชว่ ยเหลอื เมื่อพบปัญหา
จากการเผยแพรข่ ้อมูลส่วนตัว ให้นักเรียนเขา้ ใจถึงความสำคญั ของข้อมลู ส่วนตัวของแตล่ ะบคุ คล
และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการเผยแพรข่ ้อมลู ส่วนตัวให้ผู้อ่ืนทราบ
7. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีวัด เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวดั
7.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมินตามสภาพจริง
- แบบทดสอบก่อนเรยี น ก่อนเรียน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
เรื่อง การใชเ้ ทคโนโลยี
60
สารสนเทศอย่าง - ตรวจใบงานที่ 4.1.1 - ใบงานท่ี 4.1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ปลอดภัย
7.2 การประเมนิ ระหว่างการ
จัดกจิ กรรม
1) มารจู้ กั ข้อมลู ส่วนตวั
2) ขอ้ มลู สว่ นตัวของเรา - ตรวจใบงานที่ 4.1.2 - ใบงานท่ี 4.1.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
3) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน การนำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
รายบุคคล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
5) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
กลุ่ม การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
6) คุณลักษณะ - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ความรบั ผิดชอบ คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ ม่นั อันพึงประสงค์
ในการทำงาน
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4
เรอ่ื ง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
2) ใบงานท่ี 4.1.1 เร่อื ง มารจู้ ักข้อมลู ส่วนตัว
3) ใบงานที่ 4.1.2 เร่ือง ข้อมลู สว่ นตัวของเรา
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- อนิ เทอรเ์ นต็
61
ใบงานท่ี 1 มารู้จกั ขอ้ มูลสว่ นตวั เลขท่ี
ช่ือ ชน้ั
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นสังเกตภาพดังตอ่ ไปน้แี ละจับคูก่ บั ข้อความดา้ นล่างให้ถูกตอ้ ง
ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2 ภาพท่ี 3
ภาพที่ 4 ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6
1. รหสั เคร่อื งคอมพิวเตอร์ ภาพท่ี
ภาพท่ี
2. รูปถ่ายส่วนตวั ภาพท่ี
ภาพท่ี
3. ทะเบียนบ้าน/ ทอ่ี ยู่ ภาพท่ี
ภาพที่
4. หมายเลขโทรศพั ท์
5. สมุดบญั ชีเงินฝาก
6. บตั รประจำตัวประชาชน
62
เฉลย ใบงานท่ี 1 มารจู้ ักข้อมลู ส่วนตวั เลขท่ี
ช่ือ ช้ัน
คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นสังเกตภาพดังตอ่ ไปนีแ้ ละจับคู่กับข้อความด้านลา่ งให้ถกู ตอ้ ง
ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3
ภาพท่ี 4 ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6
1. รหสั เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ ภาพที่ 2
ภาพท่ี 3
2. รูปถา่ ยส่วนตวั ภาพที่ 4
ภาพท่ี 5
3. ทะเบียนบา้ น/ ทีอ่ ยู่ ภาพที่ 6
4. หมายเลขโทรศพั ท์
5. สมดุ บญั ชีเงินฝาก
63
ใบงานที่ 2 ขอ้ มลู สว่ นตวั ของเรา
ชอื่ ชัน้ เลขท่ี
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาภาพดังต่อไปน้ี โดยถา้ รูปใดเป็นข้อมลู ส่วนตัวให้ใสเ่ ครื่องหมายถกู √ ลงใน
และถา้ รปู ใดไม่ใช่ข้อมลู ส่วนตัวให้ใส่เคร่อื งหมายผดิ X ลงใน
64
เฉลย ใบงานที่ 2 ข้อมลู สว่ นตวั ของเรา
ช่ือ ชน้ั เลขท่ี
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาภาพดงั ตอ่ ไปนี้ โดยถ้ารปู ใดเปน็ ข้อมลู ส่วนตวั ให้ใส่เครื่องหมายถูก √ ลงใน
และถา้ รปู ใดไม่ใชข่ ้อมูลส่วนตัวให้ใส่เครื่องหมายผดิ X ลงใน
√X
√√ √
√X
X√
65
แบบทดสอบ
ช่อื ช้นั เลขที่
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบที่ถูกต้องทีส่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว
1. ขอ้ ใดถือว่าเปน็ ข้อมลู สว่ นตัว 7. ถา้ มีบคุ คลแปลกหน้ามาขอหมายเลขโทรศัพท์
ก. ชื่อจงั หวดั ผ้ปู กครองของนักเรียน นักเรียนควรปฏิบัติ
ข. จำนวนครูในโรงเรยี น อย่างไรจึงจะเหมาะสมมากท่สี ดุ
ค. เบอรโ์ ทรศพั ท์ ก. ให้หมายเลขโทรศัพทแ์ ละรีบแจง้ ผ้ปู กครอง
2. การติดตอ่ รับบริการกบั หนว่ ยงานราชการจำเป็นต้องใช้ ข. ไม่ใหห้ มายเลขโทรศพั ทแ์ ละรีบแจง้ ผ้ปู กครอง
เอกสารใด ให้เร็วทส่ี ุด
ก. ตารางเรียน ค. ใหห้ มายเลขโทรศพั ทโ์ ดยกำชบั วา่ ห้ามบอก
ข. บัตรประจำตวั นักเรียน ผปู้ กครอง
ค. ชือ่ ครปู ระจำชน้ั 8. เพราะเหตุใดจงึ ต้องศึกษาวิธกี ารใช้งานอุปกรณ์
3. เม่อื ใช้งานคอมพิวเตอร์เสร็จแล้ว ควรปฏบิ ัติอยา่ งไร เทคโนโลยีต่าง ๆ ใหล้ ะเอียดกอ่ นการใช้งาน
ก. ปดิ คอมพวิ เตอรห์ ลังการใช้งาน ก. ป้องกนั ไม่ให้อุปกรณ์เทคโนโลยีเสอ่ื มสภาพ
ข. เปิดโปรแกรมทิ้งไวเ้ พื่อสะดวกต่อการใชง้ าน ข. ประหยัดค่าใชจ้ า่ ยในการซื้ออุปกรณเ์ ทคโนโลยี
ค. ถอดปลั๊กไฟและใช้ผา้ คลุมคอมพิวเตอรไ์ ว้ ค. เพอื่ การใชอ้ ยา่ งถกู วิธแี ละยืดอายกุ ารใช้งาน
4. สิง่ ท่ไี มค่ วรปฏบิ ัติเม่ือมกี ารใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์คือข้อ ใหย้ าวนานมากย่ิงข้ึน
ใด 9. ขอ้ ใดเป็นการดแู ลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยี
ก. ปรบั แสงหน้าจอให้พอดีกบั สายตา ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ข. เปิดใชง้ านซอฟตแ์ วร์รกั ษาความปลอดภยั ก. ใช้ผ้าชบุ น้ำบิดให้หมาดเชด็ ทำความสะอาดแผน่ ซีดี
เพื่อปอ้ งกนั ไวรสั คอมพวิ เตอร์ ข. วางอปุ กรณ์ท่ีมคี ล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้
ค. รบั ประทานอาหารขณะใช้งานคอมพิวเตอร์ ใหห้ า่ งจากจอคอมพวิ เตอร์
5. ขอ้ ใดคือข้อดีของการใสร่ หสั ผา่ นกอ่ นเข้าใช้งาน ค. เคลอื่ นย้ายเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ขณะใชง้ าน
ก. ปอ้ งกนั การขโมยข้อมลู สว่ นตวั ดว้ ยความระมัดระวัง
ข. เพ่อื การเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว
ค. สามารถเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างทว่ั ถึง 10. การป้องกนั ฝุ่นไมใ่ ห้เขา้ ไปภายในเมาส์
มวี ิธีการแกไ้ ขอยา่ งไร
6. เมอ่ื นกั เรยี นพบปัญหาจากการเผยแพรข่ ้อมูล ก. ใช้ผ้าชุบนำ้ เช็ด
ควรปฏบิ ตั ิส่งิ ใดเป็นลำดับแรก ข. ใช้แผน่ รองเมาสข์ ณะใชง้ าน
ก. แจ้งผปู้ กครองทราบ ค. เคาะกับพน้ื เพือ่ เอาฝุน่ ออก
ข. เกบ็ เรอ่ื งน้ีไว้เป็นความลับ
ค. แกป้ ัญหาดว้ ยตนเอง
เฉลย 1. ค 2. ข 3. ก 4. ค 5. ก 6. ก 7. ข 8. ค 9. ข 10. ข
66
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ของนักเรยี น
ประกอบหนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 แผนการเรยี นรทู้ ่ี 1
คำชแ้ี จง ครูสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี น และการปฏบิ ตั งิ านของนักเรยี น แลว้ ขดี / ใหค้ ะแนนลงในช่อง ที่ตรง
กบั พฤติกรรมของนกั เรยี น
คณุ ลักษณะท่ีประเมิน
ความสนใจ ความ ความมี ความรบั ผิด การตรงต่อ สรปุ ผล
และ ซ่อื สตั ย์ ระเบยี บ ชอบ เวลาในการ การประเมิน
เลขที่ ใฝร่ ู้ ต่องาน ทำงาน
ใฝ่เรยี น
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 ผา่ น/ไม่
ผา่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
67
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
เกณฑ์การประเมนิ ผทู้ ผี่ า่ นเกณฑป์ ระเมนิ ต้องไดค้ ะแนน 12 คะแนนข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน
ลงชื่อ ผปู้ ระเมนิ
(…………........…………………………………..)
68
แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียนรายบุคคล
ช่ือ ชนั้ เลขที่
คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนนทกี่ ำหนด
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ่นื
3 การทำงานตามหน้าท่ีท่ีได้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
69
แบบแสดงความคิดเห็นของผทู้ รงคุณวุฒทิ ่มี ีตอ่ แบบทดสอบการอ่านเพือ่ ความเข้าใจ
คำชแี้ จง ขอใหท้ ่านผ้เู ชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านทม่ี ตี ่อแบบทดสอบการอ่านเพ่ือความเขา้ ใจ
โดยใส่เครื่องหมาย ( ✓) ลงในช่องความคดิ เห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะท่เี ปน็ ประโยชนใ์ นการนำไป
พจิ ารณาปรับปรงุ ต่อไป
รายการขอความคิดเหน็ ความคดิ เห็น
ไม่
ขอ้ เสนอแนะ
เหมาะสม ไม่แนใ่ จ เหมาะสม
1 0 -1
1. ความสอดคล้องเหมาะสมกับหลักสตู ร
2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาตวิ ชิ า
3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวยั ของผู้เรียน
4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปจั จบุ นั และ
ปัญหา
5. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพัฒนาผูเ้ รียน
6. ความเหมาะสมของเนอื้ หา
7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอักษร
8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา
9. ความเหมาะสมกับความสนใจของนักเรยี น
10.ความเหมาะสมของรปู แบบ
ขอแสดงความขอบคุณอย่างย่ิง
............................................
(..............................................)
70
9.บนั ทกึ หลังจดั การเรยี นรู้
9.1 ผลความรทู้ เี่ กิดข้ึนกบั นักเรยี น (K)
9.2 กระบวนการ/สมรรถนะ (P)
9.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงคข์ องนกั เรยี น (A)
ลงชอ่ื ............................................................ ลงชื่อ............................................................
(...................................................) (...................................................)
ครูผ้สู อน หัวหนา้ กลุ่มสาระฯ
71