The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-22 21:19:36

สีสันกล้วยไม้

สีสันกล้วยไม้

สสี นั กลว้ ยไม้

ผู้จัดทำ
นำงสำวกญั ญำภัค ทองสกุ
เลขที่ 2 ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ่ี 4/4

เสนอ
คณุ ครสู ิรลิ ักษณ์ แสงศลิ ำ

รำยงำนน้ีเปน็ ส่วนหนง่ึ ของกำรศึกษำ
วิชำห้องสมุดและกำรรู้สำรสนเทศ ท 31204

ภำคเรยี นท่ี 2 ปีกำรศึกษำ 2564
โรงเรยี นสงวนหญิง

สสี นั กลว้ ยไม้

ผู้จัดทำ
นำงสำวกญั ญำภัค ทองสกุ
เลขที่ 2 ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ่ี 4/4

เสนอ
คณุ ครสู ิรลิ ักษณ์ แสงศลิ ำ

รำยงำนน้ีเปน็ ส่วนหนง่ึ ของกำรศึกษำ
วิชำห้องสมุดและกำรรู้สำรสนเทศ ท 31204

ภำคเรยี นท่ี 2 ปีกำรศึกษำ 2564
โรงเรยี นสงวนหญิง



คำนำ

รายงานฉบบั นเี้ ป็นส่วนหน่ึงของห้องสมุด ท 31204 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 โดยมจี ดุ ประสงค์
เพอ่ื การศึกษาความรทู้ ี่ได้จากเรือ่ งกลว้ ยไม้ ซง่ึ รายงานน้ีมีเนอ้ื หาเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับกล้วยไม้ สกุล
ตา่ งๆของกล้วยไม้ วิธกี ารปลูก ตลาดกลว้ ยไม้

ผจู้ ดั ทาไดเ้ ลอื ก หัวขอ้ น้ีในการทารายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องทีน่ ่าสนใจ ผู้จดั ทาจะต้อง
ขอขอบคุณ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผใู้ หค้ วามรู้ และแนวทางการศึกษาเพื่อน ๆ ทุกคนทใี่ ห้ ความ
ช่วยเหลอื มาโดยตลอด ผูจ้ ัดทาหวงั ว่ารายงานฉบบั น้ีจะให้ความรู้ และเปน็ ประโยชน์แกผ่ ู้อ่านทุก ๆ
ท่าน

ชือ่ ผูจ้ ดั ทา
กญั ญาภคั ทองสุก

สำรบญั ข

คานา ก
สารบญั ข
บทนา 1
สกุลของกล้วยไม้ 4
วธิ กี ารปลกู กล้วยไม้ 7
ตลาดกล้วยไม้ในไทยและระดับโลก 9
สรุป 10
บรรณานุกรม 11

1

บทนำ

กล้วยไม้ หรือ เอ้ือง เปน็ พชื ดอกที่มคี วามหลากหลายมากท่ีสุดกลุ่มหนง่ึ โดยมีประมาณ 899
สกุล และมีประมาณ 27,000 ชนิดทมี่ ีการยอมรบั สายพันธุ์ของกล้วยไมท้ ี่ขนึ้ และเตบิ โตในป่า
เรยี กว่า กลว้ ยไม้ปา่

กลว้ ยไมจ้ ดั อยู่ในกลุม่ พชื ใบเล้ียงเดยี่ ว อย่ใู นวงศ์กลว้ ยไม้ (Orchidaceae) สามารถแบ่งตาม
ลักษณะการเตบิ โตได้ดงั นี้

• กล้วยไมอ้ ากาศ (Epiphyte) คือ กลว้ ยไม้ประเภทน้ี มักจะทรงต้นอยู่ไดด้ ว้ ยการใชร้ าก
อาศัยเกาะอยตู่ ามต้นไม้ กง่ิ ไม้ คบไม้ และบางชนิดเกาะอย่กู ับก้อนหินก็ได้ กลว้ ยไมอ้ ากาศ
เหล่านี้ ไม่ไดด้ ูดนา้ เลี้ยง หรือแบ่งอาหาร โดยการทาลายหรอื ทาอันตรายแกต้ น้ ไม้ทม่ี ันเกาะ
มันเพียงแตเ่ กาะอย่เู พื่ออาศยั เทา่ น้ัน อาหารส่วนใหญข่ องกล้วยไม้รากอากาศ ไดแ้ ก่ แรธ่ าตุ
ตา่ งๆท่มี ีอยใู่ นอากาศ เพราะกลว้ ยไม้จาพวกน้มี ีระบบรากพเิ ศษ สามารถดูดแร่ธาตุอาหารทมี่ ี
อย่ใู นอากาศได้ นอกจากน้ียงั ไดพ้ วกอนิ ทรียว์ ัตถตุ า่ งๆท่เี นา่ เปอ่ื ยผุพงั ไปแลว้ ได้แก่ พวก
เปลอื กไม้ หรือไม้ทผ่ี ุแล้ว เปน็ อาหารอีกทางหนึ่งด้วย ซง่ึ ได้แก่ กล้วยไม้สกุลหวาย
(Dendrobium) , สกลุ แวนด้า (Vanda) , สกลุ เข็ม (Ascocentrum) , สกลุ ช้าง
(Ryhnchostylis) เป็นตน้

• กล้วยไมด้ ิน (Terrestrial) คอื กล้วยไมท้ ขี่ น้ึ อย่ตู ามพื้นดินท่ีปกคลมุ ดว้ ยอนิ ทรยี วตั ถุ เป็น
กล้วยไม้ปา่ ประเภทหนงึ่ ท่ีพบข้ึนบรเิ วณพ้นื ดิน บางชนดิ พบข้ึนอยใู่ ตร้ ่มไม้ บางชนิดพบในทุง่
หญา้ ดอกมหี ลายสี เช่น ขาว เหลอื ง เขียว มว่ ง ม่วงแดง บางชนิดมีสนี า้ ตาล ในฤดูแลง้ จะทิ้ง
ใบเหลอื หวั ฝงั อย่ใู ต้ดิน ซ่งึ มีลักษณะร่วนซยุ ผสมกบั ใบไม้ผุ เม่ือไดร้ บั ความชุ่มชน้ื มีฝนตกลง
มาจะผลิดอกหรือช่อดอกพร้อมใบ

เราลองมาดูรายละเอียดเกี่ยวกบั กลว้ ยไม้ ดงั น้ี

1. ประวตั กิ ลว้ ยไม้
2. สกลุ ของกล้วยไม้
3. วิธกี ารปลกู กล้วยไม้
4. ตลาดกล้วยไม้ในไทยระดบั โลก

2

ประวัติกลว้ ยไม้

แหล่งกาเนิดกลว้ ยไม้ป่าทส่ี าคัญของโลกมี 2 แหลง่ ใหญ่ ๆ ด้วยกันคอื ลาตนิ อเมรกิ า กับ
เอเชยี แปซิฟคิ สาหรับในลาตินอเมรกิ าเปน็ อาณาบรเิ วณอเมรกิ ากลางตดิ ต่อกับเขตเหนือของอเมริกา
ใต้ สว่ นแหลง่ กาเนิดกลว้ ยไม้ป่าในภมู ภิ าคเอเชยี และแปซิฟิค จากการค้นพบประเทศไทยมีพันธุ์
กล้วยไมป้ ่าเป็นจานวนมาก แสดงใหเ้ ห็นวา่ ประเทศไทยมสี ภาพแวดล้อมเอ้ืออานวยต่อการเจริญงอก
งามของ กลว้ ยไม้มาก และกล้วยไมป้ า่ ทใี่ นพบในภูมิภาคแถบน้มี ลี ักษณะเดน่ ท่ีเป็นเอกลกั ษณข์ อง
ตนเอง แตกตา่ งจากกลว้ ยไม้ในภมู ภิ าคลาตนิ อเมริกา

ประวัติกลว้ ยไมใ้ นไทย

จากการสารวจในอดีตพบว่าประเทศไทยเปน็ ประเทศท่มี ีกล้วยไมอ้ ยูใ่ นป่าธรรมชาติ ไม่ตา่
กวา่ 1000 ชนิด ทั้งประเภทท่ีพบอยู่บนตน้ ไม้ บนพื้นผิวของภเู ขาและบนพื้นดิน สรุปได้ว่า
สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศไทยเอื้ออานวยแกก่ ารเจรญิ งอกงาม ของกล้วยไมเ้ ป็นอยา่ ง
มาก ในอดตี ชาวชนบทของไทย โดยเฉพาะในแหลง่ ทเี่ คยมีกลว้ ยไมป้ า่ อุดมสมบูรณ์ ไดน้ ากลว้ ยไมป้ า่
มาปลูกเลยี้ งโดยเลยี นแบบธรรมชาติ โดยนากล้วยไม้มาปลูกไวก้ บั ตน้ ไม้ที่ขึ้นอยู่ใกล้ ๆ บ้านเรือน การ
เลี้ยงกลว้ ยไม้เรมิ่ เปลย่ี นมาเป็นการปลกู เล้ยี งอยา่ งจริงจงั โดยชาวตะวันตกผ้หู นง่ึ ทเ่ี ข้ามาทาธรุ กจิ ใน
ประเทศไทย เหน็ ว่าสภาพแวดลอ้ มของประเทศไทยเหมาะสมสาหรบั การปลกู เลย้ี งกล้วยไม้ จึงไดส้ รา้ ง
เรือนกลว้ ยไม้อย่างงา่ ย ๆ และนาเอากลว้ ยไมป้ ่าจากเขตรอ้ นของอเมริกา ซ่งึ เปน็ แหลง่ กาเนิดกลว้ ยไม้
ป่าแหลง่ ใหญ่แหล่งหน่ึงของโลก ซง่ึ มีลกั ษณะแตกต่างจากกลว้ ยไม้ในเอเชยี และเอเซยี แปซฟิ คิ โดย
นามาปลูกเลย้ี งเป็นงานอดเิ รกในขณะเดยี วกนั กม็ เี จา้ นายช้นั สงู และบรรดา ขา้ ราชการทใ่ี กล้ชดิ ให้
ความสนใจเลีย้ งกลว้ ยไม้เป็นงานอดิเรกเชน่ กัน นอกจากนัน้ กย็ ังมีกลุ่มบุคคลสงู อายุซงึ่ เล้ียงกล้วยไม้
เพ่ือความสขุ ทางใจ การปลูกเลีย้ งกล้วยไม้ อยา่ งไรก็ตามการปลูกเล้ยี งกล้วยไมย้ ังคงจากัดอย่ใู นวง
แคบ คือ ในกล่มุ ผสู้ ูงอายแุ ละกลุม่ ผู้มีเงนิ ในยุคน้ัน และเป็นการปลูกเลยี้ งท่นี ยิ มกลว้ ยไม้พันธ์ุ
ตา่ งประเทศ ส่วนกลว้ ยไม้ท่ีมีถ่นิ กาเนิดในปา่ ของประเทศไทยจะนิยมและยกย่องเฉพาะพนั ธ์ุ ทห่ี ายาก
และมีราคาแพง

หลังการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี พ.ศ. 2475 สภาพการเลี้ยงกย็ ังคงจากัดอยู่ใน
วงแคบเช่นเดมิ แต่ผลงานเก่ยี วกบั การผสมพันธก์ุ ลว้ ยไม้ในต่างประเทศเร่มิ มีอิทธพิ ลกระตนุ้ ให้
ผูเ้ กี่ยวขอ้ งกับวงการกลว้ ยไมใ้ นประเทศไทยสนใจกลว้ ยไมล้ ูกผสมมากขึน้ มีการส่งั กล้วยไมล้ กู ผสม
จากประเทศในทวปี ยโุ รป สงิ คโปร์ และอนิ โดนีเซยี เพื่อนาเข้ามาปลกู เล้ยี งในประเทศไทย การ
พฒั นาการปลูกเล้ียงกลว้ ยไม้ เป็นไปอย่างจริงจงั เม่ือประมาณปีพ.ศ. 2493 โดยไดม้ ีการวจิ ยั
นับตงั้ แตก่ ารรวบรวมปลกู ในระดับพื้นฐาน ต่อมาในปีพ.ศ. 2497 ไดเ้ ริ่มเปิดการฝึกอบรมการเลี้ยง
กล้วยไมใ้ ห้แก่ประชาชนผสู้ นใจทัว่ ไป และมีการจัดตัง้ ชมรมกลว้ ยไม้ข้ึนในปพี .ศ. 2498 ซ่ึงตอ่ มาได้รับ
การสถาปนาเป็นสมาคมกล้วยไมเ้ ม่ือปีพ.ศ. 2500 และในปีเดียวกนั นี้ ไดเ้ รม่ิ มีการนาเอาความรใู้ น

3

เรือ่ งกล้วยไมแ้ ละแนวความคิดในการพฒั นาวงการ กลว้ ยไม้ออกเผยแพร่ทง้ั ทางโทรทัศน์และวทิ ยุ
และมีการผลิตเอกสารสิง่ พมิ พ์เผยแพร่ ทาให้วงการกล้วยไม้ของประเทศไทย ขยายตวั ออกไปอย่าง
กว้างขวาง จนกระทงั่ มีการจัดต้ังสมาคมและสโมสรเก่ียวกบั กลว้ ยไม้ขน้ึ ในภาคและจังหวดั ตา่ ง ๆ

ในปี พ.ศ. 2501 ได้มีการเปิดการสอนวชิ ากลว้ ยไม้ข้ึนในมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรเ์ ป็นคร้งั
แรก เพ่ือผลติ นกั วิชาการและพฒั นางานวจิ ัยกล้วยไม้ของประเทศ และเป็นจุดเรม่ิ ตน้ ทท่ี าให้การปลกู
เลี้ยงกล้วยไมไ้ ม่ได้จากดั อยภู่ ายในวง แคบอีกต่อไป จากการสง่ เสริมดังกลา่ ว ทาใหม้ ีการนาเข้า
กลว้ ยไมล้ ูกผสมจากต่างประเทศ เช่น จากฮาวายและสงิ คโปร์จานวนมากย่งิ ขึ้น ทาใหผ้ ้ทู ่ีมีความร้หู นั
มารวบรวมพนั ธุ์ผสมและเพาะพนั ธ์จุ ากพ่อแม่พันธใ์ุ น ประเทศ ทงั้ ท่ีเป็นพ่อแม่พันธุจ์ ากป่า และ
ลูกผสมทีส่ ัง่ เข้ามาแลว้ ในอดีต ปีพ.ศ. 2506 วงการกลว้ ยไม้ของไทยได้เร่ิมมีแผนในการขยายข่ายงาน
ออกไปประสานกับวงการกล้วย ไม้สากล เพื่อยกระดบั วงการกล้วยไมใ้ นประเทศให้ทดั เทียมกับ
ตา่ งประเทศ ปีพ.ศ. 2509 เริ่มการทาสวนกล้วยไม้ตัดดอกอยา่ งจรงิ จงั เม่ือไทยเริม่ สง่ ออกกลว้ ยไม้ไปสู่
ตลาดต่างประเทศในยุโรปตะวันตก เช่น สหพนั ธ์สาธารณรัฐเยอรมนั เนเธอรแ์ ลนด์ และอติ าลี ตอ่ มา
จึงขยายตลาดไปสู่ประเทศญ่ีปนุ่ แคนาดา และบางรฐั ของสหรฐั อเมรกิ า

ท่ีมาภาพ: https://travel.mthai.com/region/201588.html

4

สกุลของกลว้ ยไม้

กล้วยไม้ เปน็ อีกหน่ึงพรรณไม้ ที่คนจัดสวนชอบนาไปปลูกกันบอ่ ย ๆ เพราะเปน็ ดอกไม้ที่ให้ดอก
นาน มสี สี ันสวยงาม แถมบางชนดิ ยังมีกลน่ิ หอมอ่อนๆ มรี ูปทรง สสี นั และกลน่ิ หอมทแี่ ตกตา่ งกันไป
ซึ่งในทน่ี ข่ี อกลา่ วเพียงบางสว่ น

1. สกุลหวาย(Dendrobium)
เปน็ กลว้ ยไม้สกุลใหญ่ท่สี ุด มีการแพร่กระจายพนั ธ์อุ อกไปในบริเวณกว้างท้ังในทวปี เอเชีย
และหมเู่ กาะในมหาสมทุ รแปซิฟิก นักพฤกษศาสตรไ์ ด้จาแนกออกเปน็ หมูป่ ระมาณ 20 หมู่
และรวบรวมกล้วยไมช้ นดิ น้ีที่ค้นพบแล้วได้ประมาณ 1,000 ชนดิ พันธ์ุ
กล้วยไมส้ กลุ หวาย มีลักษณะการเจรญิ เตบิ โตแบบซิมโพเดียล คือ มลี าลกู กล้วย เมื่อลาต้น
เจรญิ เติบโตเต็มทีแ่ ล้วจะแตกหน่อเป็นลาตน้ ใหม่และเปน็ กอ ใบแข็งหนาสีเขียว ดอกมี
ลักษณะท่วั ไปของกลบี ช้ันนอกคบู่ นและคู่ล่างขนาดยาวพอๆกนั โดยกลีบชนั้ นอกบนจะอยู่
อยา่ งอสิ ระเดีย่ วๆ สว่ นกลีบชั้นนอกคลู่ ่างจะมสี ่วนโคน ซึ่งมีลกั ษณะย่นื ออกไปทางด้านหลัง
ของสว่ นล่างของดอกประสานเชอ่ื มติดกบั ฐานหรือสนั หลงั ของเส้าเกสร และส่วนโคนของ
กลีบชัน้ นอกคู่ลา่ งและสว่ นฐานของเสา้ เกสรซ่ึงประกอบกนั จะปดู ออกมา มลี ักษณะคลา้ ย
เดือยทเี่ รยี กว่า “เดือยดอก” สาหรบั กลบี ชั้นในท้ังสองกลบี มีลกั ษณะตา่ งกันแล้วแต่ชนดิ พันธุ์
ของกล้วยไม้น้นั ๆ

เอ้ืองผง้ึ
ที่มาภาพ: https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php

5

2. สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum)
เปน็ พันธ์ไุ ม้ประเภทกล้วยไม้ ตงั้ ข้ึนเม่ือ พ.ศ. 2429 โดยนกั พฤกษศาสตรช์ าวเยอรมนั มาจาก
รากศัพท์ภาษากรีกคือ Paphia หมายถงึ เทพธดิ าแห่งความรักและความงาม และ pedilon
หมายถึงรองเทา้ ของผู้หญงิ ซ่ึงหมายถึงลักษณะกลบี ดอกทเี่ ป็นถุงลกึ คล้ายรองเท้า พบท่ัวไป
ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
บางชนิดเกาะอาศยั อยู่ตามต้นไม้ แต่ส่วนใหญแ่ ล้วจะเปน็ พวกท่ีข้นึ อยตู่ ามพืน้ ดินหรือซอกหนิ
ทีม่ ีตน้ ไม้ใบหญ้าเน่าตายทบั ถมกนั เจรญิ งอกงามในท่โี ปรง่ ไมช่ อบทร่ี กทึบ แสงแดดสอ่ งถงึ
รองเทา้ นารี เปน็ กลว้ ยไม้ประเภทแตกกอ ต้นหนงึ่ หรือกอหน่ึงจะประกอบด้วยต้นย่อยหลาย
ตน้ รากออกเปน็ กระจุกท่ีโคนต้นและมักจะทอดไปทางดา้ นราบมากกวา่ หยัง่ ลึกลงไป หน่อ
ใหม่จะแตกจากตาทีโ่ คนต้นเก่า มลี าตน้ ส้นั มาก แต่ไม่มลี าลูกกล้วย ใบมีขนาดรูปรา่ งต่างกัน
บางชนดิ มใี บยาว บางชนดิ ใบตงั้ ชขู นึ้ บางชนดิ ใบทอดขนานกบั พ้ืน บางชนิดใบมีลาย บาง
ชนิดใบไมม่ ีลายแตเ่ ปน็ สีเดียว การออกดอกจะออกท่ียอด มีทงั้ ชนิดออกดอกเป็นดอกเดยี่ ว
และออกดอกเป็นชอ่ กลบี ดอกชน้ั นอกกลบี บนมขี นาดใหญ่สะดดุ ตา ส่วนกลบี ชั้นนอกค่ลู ่าง
จะเชอ่ื มตดิ กันและมีขนาดเลก็ ลงจนส่วนปากบังมดิ หรือเกอื บมดิ กลีบคู่ในซึ่งมลี ักษณะ
เหมือนกนั กางออกไปท้ัง 2 ข้างซ้ายขวาของดอก ส่วนกลบี ในกลบี ท่ี 3 จะเปล่ียนเป็น
“กระเปาะ” คลา้ ยรูปรองเท้า

รองเทา้ นารีขาวสตูล
ทมี่ าภาพ: http://siamensis.org/node/34813

6

3. สกุลแคทลียา Cattleya
แคทลยี าเป็นกล้วยไม้ที่ไดร้ บั ความนิยมปลกู เลย้ี งอยา่ งกวา้ งขวางในหลายประเทศ เน่อื งจาก
แคทลยี าเป็นกล้วยไมท้ ่ีมีดอกขนาดใหญท่ ีส่ ุดและสีสวยงามท่ีสุด บางชนิดมีกลน่ิ หอม และถือ
กันว่าแคทลียาเปน็ ราชินแี ห่งกล้วยไม้ และเปน็ สญั ลักษณ์สากลของกล้วยไม้ท่ัวไป
แคทลียาเปน็ กล้วยไม้ที่มีถนิ่ กาเนดิ อยใู่ นเขตร้อนแถบอเมริกากลางและอเมริกาใตต้ อนเหนือ
เปน็ กล้วยไมท้ ่เี จรญิ เติบโตและมีรปู ทรงแบบซิมโพเด้ียล คอื มเี หงา้ แนบไปตามเคร่อื งปลกู
เหง้าอาจจะมที ง้ั ยาวและส้ัน มรี ากงอกเจริญจากเหงา้ ไมม่ ีรากแขนง เป็นระบบรากกง่ึ อากาศ
ดูดอาหารจากอากาศและเคร่ืองปลกู แคทลยี ามีใบเกิดท่สี ่วนปลายลาลูกกล้วยเท่าน้นั ในลา
ใหม่ที่กาลังเจรญิ ใบสว่ นมากแบน แตบ่ างชนดิ ใบกลมรูปทรงกระบอก ใบอาจมหี รือไมม่ ีกาบ
รูปลกั ษณะค่อนข้างหนาแข็งแตไ่ มเ่ ปราะ ลาลกู กลว้ ยลาหนึง่ อาจจะมีใบเพยี งใบเดยี วหรือสอง
ใบก็ได้ ลักษณะของใบใช้ในการแบง่ ประเภทของกลว้ ยไมส้ กลุ แคทลยี า โดยแบ่งออกเปน็ 2
ประเภท คือ

• ประเภทใบเดี่ยว เป็นแคทลียาประเภทที่ปลายลาลกู กล้วยมีใบเพยี งใบเดียวเท่าน้นั แคทลยี า
ประเภทนม้ี กั ออกดอกน้อย ชอ่ หนึ่งอาจมีเพยี ง 1 หรอื 2 ดอกเท่าน้นั ลกั ษณะดอกใหญ่ ชอ่
ดอกส้ัน

• ประเภทใบคู่ เป็นแคทลยี าประเภททีล่ าลกู กล้วยมี 2 ใบ อาจจะมีใบถึง 3 ใบก็ได้ แคทลยี า
ประเภทน้ีจะออกดอกเปน็ ช่อ ช่อหนงึ่ มหี ลายดอก ดอกเล็กช่อยาว

กลว้ ยไมแ้ คทลียาควีนสริ ิกติ ์ิ
ทีม่ าภาพ: https://th.wikipedia.org/wiki

7

วธิ กี ำรปลกู กลว้ ยไม้

วิธกี ารปลูกกลว้ ยไมเ้ ป็นปจั จยั สาคัญที่ช่วยบังคับการเจรญิ เติบโตของกลว้ ยไม้ ถ้าใช้วิธกี าร
ปลกู ท่ไี ม่เหมาะสมกลว้ ยไมก้ ็ไม่เจริญงอกงามเท่าท่ีควร ดงั นั้นผปู้ ลูกเลย้ี งกลว้ ยไมจ้ ึงจาเป็นตอ้ งศึกษา
ความต้องการของกล้วยไมแ้ ต่ละชนดิ เลอื กภาชนะปลูกและเครื่องปลกู รวมทัง้ วธิ ีการปลูกให้
เหมาะสมกับกล้วยไมช้ นดิ นนั้ ๆ

ภำชนะ

• กระถางดินเผาทรงเตี้ย เปน็ กระถางดนิ เผาขนาดปากกวา้ ง เจาะรทู ่กี น้ และรอบกระถาง
เหมาะกบั กลว้ ยไม้รากอากาศ เชน่ กล้วยไมส้ กลุ แวนด้า สกุลเข็ม สกุลกุหลาบ สกลุ ช้าง การ
ปลูกไม่จาเป็นต้องใสเ่ ครือ่ งปลกู ใดๆ หรอื อาจใสถ่ ่านไม้ มะพร้าวสับ วางให้โปรง่ ก็พอ

• กระถางดินเผาทรงสูง ป็นกระถางดนิ เผาขนาดปากกวา้ ง เจาะรูทกี่ ้นและรอบกระถางแตร่ ู
น้อยกวา่ กระถางทรงเตีย้ เหมาะกบั กล้วยไม้ท่ีตอ้ งการเคร่ืองปลูกหรอื กล้วยไม้รากกงึ่ อากาศ
เช่น คัทลยี า หวาย

• กระเชา้ ไมส้ กั ทาจากไม้สกั หรือไมช้ นิดอื่น นยิ มทาเป็นรูปสี่เหลยี่ มจตุรัส เหมาะกบั กลว้ ยไม้
รากอากาศ มีตน้ ใหญ่ รากใหญ่ เชน่ กลว้ ยไม้สกลุ แวนดา้ สกุลเขม็ สกลุ กหุ ลาบ สกลุ ช้าง การ
ปลูกด้วยกระเช้าไมส้ ักภายในไม่จาเปน็ ต้องใสเ่ ครอ่ื งปลูกใดๆ

• ท่อนไม้ทมี่ ีเปลอื ก โดยผูกกลว้ ยไมต้ ิดกับท่อนไมท้ ี่มีเปลือกขนาดเสน้ ผ่าศูนยก์ ลางประมาณ
ปลายหนึ่งของทอ่ นไม้ยึดติดกับลวดไว้สาหรับแขวนกับราว เหมาะกับกล้วยไม้รากอากาศ เชน่
กล้วยไม้สกลุ เข็ม สกุลกหุ ลาบ สกลุ ช้าง สกุลแวนดา้

• ตน้ ไมใ้ หญ่ โดยการปลูกยดึ ติดกบั ตน้ ไม้ยนื ต้นขนาดใหญ่ เหมาะกบั กลว้ ยไม้รากอากาศและ
รากกึง่ อากาศ เชน่ กล้วยไม้สกุลเขม็ สกลุ กหุ ลาบ สกลุ ช้าง สกลุ หวาย สาหรับกลว้ ยไมท้ เ่ี ป็น
รากอากาศสามารถใชล้ วดหรอื เชือกผูกตดิ กบั ต้นไมไ้ ด้เลย แตส่ าหรบั กลว้ ยไมท้ ่ีเปน็ รากกิ่ง
อากาศใหห้ มุ้ ดว้ ยกาบมะพร้าวทบั อกี ช้นั หนึง่ ยึดกาบมะพร้าวดว้ ยตาข่ายหรือซาแลนอีก
ชนั้ หนง่ึ

เคร่ืองปลกู วัสดุทีใ่ ส่ลงไปในภาชนะทใี่ ชป้ ลกู กล้วยไม้ เป็นทเี่ ก็บอาหาร เกบ็ ความชน้ื หรือป๋ยุ ของ

กลว้ ยไม้ และเพ่ือใหร้ ากของกลว้ ยไมเ้ กาะ ลาตน้ จะไดต้ งั้ อยู่ได้ เครือ่ งปลูกท่ีเหมาะสมกับลกั ษณะการ
เจรญิ เติบโตของรากกล้วยไมจ้ ะทาให้กล้วยไมเ้ จรญิ เติบโตได้ดแี ละแข็งแรง เคร่ืองปลกู ที่นิยมใชม้ ดี งั น้ี

• ออสมนั ด้า เปน็ เคร่ืองปลูกท่ีได้มาจากรากของเฟิรน์ ลักษณะเปน็ เส้นยาว สีนา้ ตาลจนเกอื บ
ดา ค่อนข้างแข็ง ก่อนทีจ่ ะใชต้ อ้ งลา้ งใหส้ ะอาด

8

• กาบมะพร้าว เป็นเคร่ืองปลกู ที่นยิ มใช้ปลกู กลว้ ยไมม้ าก เพราะหาง่าย ราคาถกู เหมาะที่จะใช้
อัดลงในกระถางดนิ เผาสาหรับใชป้ ลูกกลว้ ยไมร้ ากกง่ึ อากาศ

• ถ่าน ถา่ นไมจ้ ดั เปน็ เครื่องปลูกกลว้ ยไม้ทด่ี ีชนิดหนง่ึ เพราะหางา่ ย ราคาไมแ่ พง คงทนถาวร
ไม่เน่าเป่ือยผุพงั งา่ ยและดดู อมน้าไดด้ ีพอเหมาะไม่ช้ืนแฉะเกินไป

• ทรายหยาบและหินเกล็ด การปลกู กล้วยไม้ที่มรี ะบบรากก่งึ อากาศโดยเฉพาะพวกสกุลหวาย
มักใชท้ รายหยาบและหนิ เกล็ดทล่ี ้างสะอาดแล้วเป็นเครื่องปลกู

วธิ ีกำรปลูก

การล้างลูกกล้วยไม้ คือการลา้ งลูกกลว้ ยไมจ้ ากการเพาะเนอื้ เยือ่ ออกจากขวดเพาะแลว้ ล้างให้
หมดเศษวุ้นอาหาร นาจมุ่ ลงในน้ายานาตริฟินในอตั ราสว่ นนา้ ยา 1 สว่ นตอ่ นา้ สะอาด 2,000 ส่วน
แลว้ นาไปผ่ึงใหแ้ หง้ ในที่ร่ม แยกลูกกล้วยไมอ้ อกเป็น 2 ขนาด คอื ขนาดเล็กกบั ขนาดใหญ่พอจะปลูก
ลงในกระถางน้วิ และควรรอใหร้ ากของกลว้ ยไม้แข็งแรงก่อนคอ่ ยยา้ ยไปปลูกในภาชนะอ่ืน

กำรปลกู ลูกกล้วยไม้ขนำดเลก็

ลกู กลว้ ยไมข้ นาดเล็กใหป้ ลูกในกระถางหมหู่ รอื กระถางดนิ เผาทรงสงู ขนาด 4-6 นิ้ว รองก้น
กระถางด้วยถ่านขนาดประมาณ 1 นวิ้ สงู จนเกอื บถึงขอบลา่ งของกระถาง แล้วโรยทับดว้ ยออสมันด้า
หนาประมาณ 1 น้วิ ใหร้ ะดบั ออสมนั ด้าต่ากว่าขอบกระถางประมาณครงึ่ นว้ิ ใชม้ อื ข้างหน่ึงจบั ไม้
กลมๆ เจาะผวิ หน้าออสมนั ด้าในกระถางใหเ้ ปน็ รูลึกและกว้างพอสมควร ใชม้ ืออกี ขา้ งหน่ึงจับปากคีบ
คบี ลูกกล้วยเบาๆ เอารากหย่อนลงไปในรูท่เี จาะไว้ ใหย้ อดตง้ั ตรง แลว้ กลบออสมันดา้ ลงไปในรูใหท้ ับ
รากจนเรียบร้อย ควรจัดระยะหา่ งระหวา่ งต้นให้พอดี กระถางหมูข่ นาดปากกว้าง 4 น้ิว ปลกู ลกู
กลว้ ยไม้ได้ประมาณ 40-50 ต้น

กำรปลกู ลกู กล้วยไม้ขนำดใหญ่

ลกู กลว้ ยไมท้ ่ีตน้ ใหญใ่ ห้ปลูกในกระถางขนาด 1 นว้ิ ใชไ้ มแ้ ข็งๆ ค่อยๆ แคะออสมันด้าใน
กระถางตามแนวตั้งออกมาใช้นิ้วมอื รดั เส้นออสมันด้าให้คงเปน็ รูปตามเดิม ค่อยๆ แบะออสมนั ดา้ ใหแ้ ผ่
บนฝ่ามือ หยบิ ลกู กล้วยไมม้ าวางทบั ใหโ้ คนตน้ อย่ใู นระดับผวิ หนา้ ตัดของออสมันด้าพอดี หรือตา่ กว่า
เล็กน้อย แล้วรวบออสมนั ด้าเขา้ ด้วยกนั นากลับไปใสก่ ระถางตามเดมิ เสร็จแลว้ นาเข้าไปเกบ็ ไวใ้ น
เรอื นเล้ยี งลูกกลว้ ยไม้ สาหรบั ลกู กล้วยไมข้ นาดเล็กที่อยู่ในกระถางหมมู่ าเป็นระยะเวลาประมาณ 6
เดือนขน้ึ ไป มีลาตน้ ใหญ่แข็งแรงพอสมควรแล้วควรยา้ ยไปปลูกลงในกระถางนิ้ว โดยนากระถางหม่ไู ป
แช่น้าประมาณ 10 นาที ค่อยๆ แกะรากทจี่ ับกระถางและเครื่องปลูกออก แยกเปน็ ตน้ ๆ นาไปปลกู ลง
ในกระถางนิ้วเชน่ เดยี วกัน

9

ตลำดกล้วยไมใ้ นไทยและระดบั โลก

ตลำดกล้วยไม้ในไทย

ปจั จุบนั กล้วยไมย้ ังเป็นสินค้าที่ตลาดทงั้ ในและต่างประเทศมคี วามต้องการเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะกลว้ ยไมต้ ัดดอก เพราะบา้ นเรามีการผลิตกล้วยไม้ท่หี ลากหลายสายพันธ์ุ จึงทาใหเ้ ปน็ อีก
หน่งึ ประเทศท่ีมีแหล่งผลติ ทต่ี ลาดตา่ งประเทศมีความต้องการ เมอื่ เขา้ มาตดิ ต่อซ้ือขายในประเทศไทย
นอกจากจะไดค้ วามหลากหลายของกล้วยไม้ตดั ดอกไปแลว้ ยังไดช้ ่อดอกกลว้ ยไม้ที่มีคุณภาพตรงตาม
มาตรฐานทกี่ าหนด

อย่างเชน่ กลว้ ยไมส้ กุลหวายเปน็ สายพนั ธทุ์ ดี่ แู ลได้ง่าย และการสร้างเปน็ ไม้ตัดดอกกส็ ามารถ
ทาเปน็ คุณภาพไดด้ ี ส่งผลใหเ้ กษตรกรในบ้านเราเลือกที่จะปลูกเปน็ ไมต้ ัดดอก สร้างเมด็ เงนิ เข้าสู่
ประเทศเป็นหลักหลายล้านบาททเี ดียว เมอ่ื ตลาดตา่ งประเทศมีความตอ้ งการเพ่ิมมากข้ึน ส่งผลให้
ลกู ค้าที่เขา้ มาติดตอ่ ซ้ือต้องการความตอ่ เนื่องของสินค้าอยู่ตลอด จึงทาให้เกษตรกรเพ่ิมให้ความสาคญั
ของการรวมกลมุ่ สร้างผลิตกลว้ ยไม้แปลงใหญ่ขนึ้ มา เพือ่ ใหส้ นิ ค้าท่ีผลติ มีจานวนทีม่ ากเพียงพอ ส่ง
จาหน่ายได้ลูกค้าไดต้ ลอดท้ังปี

ตลำดกลว้ ยไมไ้ ทยในระดบั โลก

พืน้ ที่ปลกู กล้วยไมใ้ นประเทศไทยมปี ระมาณ 20,000 ไร่ ผลผลิตดอกกล้วยไม้เฉลย่ี ประมาณ
44,000-45,000 ตนั /ปี เพ่ิมข้ึนเฉล่ียรอ้ ยละ 1-2 ต่อปี โดยแยกเป็นปริมาณการใช้ในประเทศรอ้ ยละ
50 สว่ นที่เหลอื อีกร้อยละ 50 นั้นสง่ ออกไปจาหน่ายต่างประเทศ ซึ่งการสง่ ออกดอกกลว้ ยไม้รอ้ ยละ
95 ของกล้วยไม้ทีส่ ง่ ออกทัง้ หมดเป็นกลว้ ยไมส้ กุลหวาย มูลคา่ การค้ากล้วยไม้ในตลาดโลกสูงถงึ 200
ล้านดอลลารส์ หรฐั ฯ โดยแยกเป็นมลู ค่าการคา้ กล้วยไม้ตัดดอกร้อยละ 85.0 ซ่ึงสว่ นใหญเ่ ป็นสาย
พนั ธ์ุDendrobrium และต้นกล้วยไม้รอ้ ยละ 15.0 ส่วนใหญเ่ ปน็ สายพนั ธุ์Phalaenopsis และ
Cymbidium ซึ่งประเทศในภูมภิ าคเอเชียเปน็ แหลง่ ผลติ กลว้ ยไมห้ ลักเพ่ือป้อนตลาดโลก

10

สรปุ

จากการศึกษาสามารถสรปุ ได้วา่ กลว้ ยไม้หรือ เอื้อง เปน็ พืชดอกท่ีมีความหลากหลายมาก
ทีส่ ุดกลุ่มหน่ึงกลว้ ยไมจ้ ัดอยูใ่ นกลุม่ พืชใบเลี้ยงเดยี่ ว อยใู่ นวงศ์กลว้ ยไม้ (Orchidaceae) สามารถแบง่
ตามลกั ษณะการเตบิ โตได้เปน็ กลว้ ยไมอ้ ากาศและกล้วยไม้ดิน สกลุ ของกลว้ ยไมม้ ีความหลากหลาย
และมีหลายชนดิ เชน่ กลว้ ยไมส้ กลุ หวาย กล้วยไมส้ กลุ รองเท้านารี กลว้ ยไมส้ กลุ แคทลียาและอีก
มากมาย ในขน้ั ตอนการปลูกกล้วยไม้ต้องมีความพถิ ีพิถันท้งั การเลอื กสายพนั ธุ์ท่จี ะปลกู การเลือก
เคร่อื งปลูก การเลือกภาชนะและวธิ ีการปลกู กล้วยไม้เปน็ อีกหน่งึ สินคา้ ส่งออกทมี่ ีช่ือเสียงของไทย
จงึ ได้มีการรวมของกลุ่มผู้ประกอบการทางด้านนแ้ี ละพัฒนาศักยภาพของการปลกู กลว้ ยไม้เพ่ือ
มาตรฐานของกลว้ ยไม้ท่ดี ยี ่ิงขึ้น

ท่ีมาภาพ: http://www.thaismescenter.com/

11

บรรณำนุกรม

เทคโนโลยชี าวบ้าน(2561). กลว้ ยไม้ในเมืองไทย. สบื คน้ เมื่อวนั ท่ี 28 ธันวาคม พ.ศ.2564
จาก https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_85112

108 พรรณไม้ไทย.(2559). กล้วยไม.้ สบื ค้นเมอื่ วันท่ี 27 ธันวาคม พ.ศ.2564
จาก https://www.panmai.com/Orchid/orchid.shtml

บา้ นและสวน.(2559). ศนู ย์รวมข้อมูลสายพนั ธ์กุ ลว้ ยไม้ทง้ั ในเมืองไทยและเมืองนอก. สบื ค้นเม่อื วันท่ี
28 ธนั วาคม 2564

จาก https://www.baanlaesuan.com/plants-update/orchid
วกิ ิพเี ดีย.(2558). กล้วยไม้. สบื ค้นเมือ่ วนั ที่ 29 ธนั วาคม พ.ศ.2564

จาก https://th.wikipedia.org/wiki
Positioning Magazine.(2550). กล้วยไมต้ ัดดอก:ไทยส่งออก. สบื คน้ เมือ่ วนั ที่ 28 ธนั วาคม พ.ศ.
2564 จาก https://positioningmag.com/30043

12


Click to View FlipBook Version