ระบำ นพรัตน์
ประวัติความเป็นมา ระบำ นพรัตน์อยู่ในละครนอก เรื่องสุวรรณหงส์ ตอนสุวรรณหงส์พา พราหมณ์เกศสุริยงไปชมถ้ำ แก้ว ซึ่งกรมศิลปากรจัดแสดงให้ประชาชนชม ณ โรงละคร ศิลปากร เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ปัจจุบันระบำ ชุด นี้นิยมนำ มาแสดงเป็นชุดระบำ เอกเทศ เพราะบทร้อง และทำ นองเพลงไพเราะ ท่ารำ และเครื่องแต่งกายงาม ระบำ นพรัตน์
ระบำ นพรัตน์ - นางลมุล ยมะคุปต์ - ครูมัลลี คงประภัศร์ - ครูศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมครูต่วน) ครูมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญ ด้านดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ ผู้แต่งบทร้องและทำ นองเพลง
ระบำ นพรัตน์ บทร้อง รัตนคูหากายสิทธิ์ ล้วนวิจิตรนวรัตน์จรัสฉาย แสงมณีสีวามอร่ามพราย เป็นเลื่อมลายแลสลับระยับตา อันเพชรดีสีขาวรุ้งพราวเพริศ สุดประเสริฐแสงสีวิเลขา ใครประดับเพชรดีมีราคา เรืองเดชานุภาพด้วยดวงมณี ทับทิมแท้แลดูแดงอร่าม แสงแวววามแจ่มจรัสรัศมี กำ จัดปวงโรคาพยาธี พูนทวีสินทรัพย์นับอนันต์ มรกตสดขจีสีเขียวขำ แสงงามล้ำ เลอเลิศประเสริฐสรรพ์ ประดับกันเขี้ยวงาสารพัน คุ้มภยันตรายถ้วนมวลพาลา อันมณีสีเหลืองเรืองวิรุจน์ นี่คือบุษราคัมเลิศล้ำ ค่า เป็นอาภรณ์พูนสวัสดิ์วัฒนา ชนม์พรรษายืนดำ รงคงนิรันดร์
แก้วโกเมนแดงก่ำ น้ำ ใสสด แสนงามงดรูจีแสงสีสัน ผู้ประดับรับเคารพอภิวันทน์ ประชานันท์นับถือเลื่องลือนาม นิลกาฬน้ำ เงินก่ำ ล้ำ หมอกเมฆ รุจิเรขรุ่งโรจน์โชติอร่าม อำ นวยสรรพ์สุขารมณ์อภิราม สิ่งดีงามหลามหลั่งสะพรั่งมา สีขาวหม่นหมอกมัวสลัวแสง บอกแสดงมุกดาหารตระการสง่า ดลขจัดสัตว์ร้ายพ่ายเดชา อสรพิษนานาล่าหลีกไกล แก้วเพทายพรายแสงสีแดงเรื่อ พรรณอะเคื้อลำ ยองผุดผ่องใส นำ ศิริมงคลดลโชคชัย กำ จัดชัยผ่องอุบาทว์ให้คลาดคลาย แก้วไพฑูรย์ขุ่นฉวีสีไม้ไผ่ สังวาลไหมสาแหรกผ่านประสานสาย บันดาลชัยชนะหมู่ศัตรูร้าย แผ่กำ จายเสน่ห์ติดจับจิตเอย ระบำ นพรัตน์
ระบำ นพรัตน์ สีขาวผ่องเพชรดี ทับทิมสีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลสายไพฑูรย์ เจิดจำ รูญนพรัตน์ อวยสวัสดิภาพล้น ปวงวิบัติขจัดผ่านร้าย กลายดี
ระบำ นพรัตน์ รูปแบบและลักษณะของการแสดง ระบำ นพรัตน์จัดแสดงได้สองแบบ คือ - แบบที่หนึ่ง รำ เต็มทุกบทร้องและเพลงเร็วท้าย สมเด็จ ใช้เวลาแสดงประมาณ ๑๒ นาที - แบบที่สอง รำ เฉพาะเพลงสุรินทราหูกับเพลงเร็ว ท้ายสมเด็จ ใช้เวลาแสดงประมาณ ๕ นาที
เครื่องแต่งกาย ผู้แสดงแต่งชุดพระราชนิยมไทยจักรี หรือไทย จักรพรรดิ หรือแต่งกายแบบเบ็ดเตล็ดห่มสไบเฉียงตาม สีอัญมณี ทั้งเก้าชนิด พร้อมถนิมพิมพาภรณ์ ศิราภรณ์ เกี้ยวดอกไม้ไหว
เครื่องดนตรี ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง เป็นวงปี่พาทย์ไม้นวม เครื่องห้า หรือเครื่องคู่ หรือเครื่องใหญ่ ทำ นองเพลง นพรัตน์ เพลงสุรินทราหู เพลงเร็วท้ายสมเด็จ วงปี่พาทย์เครื่องห้า แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ วงปี่พาทย์เครื่องคู่ เหมือนวงปี่พาทย์เครื่องห้า เพียงแต่เพิ่มระนาดทุ้ม และฆ้องวงเล็กเข้าไป วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ เหมือนวงปี่พาทย์เครื่องคู่ เพียงแต่เพิ่มระนาดเอกเหล็ก และระนาดทุ้มเหล็ก เข้าไป
วงปี่พาทย์เ ย์ ครื่อ รื่ งคู่ มีเครื่องดนตรีที่ผสมเป็นวงดังนี้ ๑. ปี่ใน ๖. ฆ้องวงใหญ่ ๒. ระนาดเอก ๗. ฆ้องวงเล็ก ๓. ระนาดทุ้ม ๘. ตะโพน ๔. ฆ้องวงใหญ่ ๙. กลองทัด ๕. ระนาดทุ้มเหล็ก ๑๐. ฉิ่ง ปี่พาทย์เครื่องคู่นี้ เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วงปี่พาทย์เ ย์ ครื่อ รื่ งใหญ่ มีเครื่องดนตรีผสมอยู่ในวงดังนี้ ๑. ปี่ใน ๖. ฆ้องวงใหญ่ ๒. ระนาดเอก ๗. ฆ้องวงเล็ก ๓. ระนาดทุ้ม ๘. ตะโพน ๔. ระนาดเอกเหล็ก ๙. กลองทัด ๕. ระนาดทุ้มเหล็ก ๑๐. ฉิ่ง วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่นี้ เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์