OBEC AWARDS
MTTA for Open Approach Model
MTTA for Open Approach
คำนำ
รายงานผลการปฏิบัติงาน เพื่อรับรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ปีการศึกษา 2562
ประเภท ครูผู้สอนยอดเยี่ยม ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม
ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารรวบรวมรายการ หลักฐาน
ตามหวั ขอ้ การประเมนิ แตล่ ะดา้ น ประกอบด้วย รายการประเมนิ ตามคุณลกั ษณะเบอ้ื ตน้ การประเมินตวั ชีว้ ัด
เฉพาะ และการประเมนิ ตวั ชีว้ ดั ร่วม
หวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ รายงานเล่มน้จี ะเปน็ ประโยชน์ต่อคณะกรรมการในการรวบรวมหลกั ฐานในการ
ประเมินได้ หากมขี ้อผดิ พลาดประการใด ขออภัยมา ณ โอกาสน้ี
จักรภทั ร เกิน้ โนนกอก
ผูข้ อรบั การประเมิน
สารบญั เร่อื ง
1
หวั ขอ้
รางวลั ท่ีเสนอขอ 1
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลเบอ้ื งตน้ ของผขู้ อรบั การประเมนิ 1
1. แบบประวัติส่วนบคุ คล 2
2. ประวตั ิการศกึ ษา 3
ตอนที่ 2 แบบประเมินคุณสมบัตเิ บอ้ื งตน้ (O-BEC AWARDS)
ตัวชว้ี ัดที่ 1 คณุ สมบตั ิเบอ้ื งต้นเชิงประจักษ์ 4
ตวั ชีว้ ดั ท่ี 2 การครองตน (มคี ณุ ธรรมจริยธรรมทีพ่ ึงประสงค)์
ตัวชว้ี ัดที่ 3 การครองคน ( ทำงานร่วมกบั ผ้อู นื่ ไดด้ ี เปน็ ท่ียอมรับ 8
12
รกั ใครข่ องศิษย์ ผู้รว่ มงาน )
ตัวชว้ี ดั ที่ 4 การครองงาน (รบั ผิดชอบ มงุ่ มนั่ ตั้งใจทำงานตามภารกิจ 13
/ท่ไี ดร้ ับมอบหมายอยา่ งสรา้ งสรรคจ์ นเกิดความสำเรจ็ ) 18
ตัวชว้ี ดั ท่ี 5 มผี ลงานทเี่ กดิ จากการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา 21
ตัวชว้ี ัดที่ 6 ไดร้ ับรางวัลยกยอ่ งเชิดชเู กียรติจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน 23
26
เป็นทย่ี อมรับในวิชาชีพและสังคม
ตอนที่ 3 การประเมนิ ตัวช้ีวดั เฉพาะ ด้านนวตั กรรมและเทคโนโลยีเพอ่ื การเรยี นการสอน 29
31
องค์ประกอบท่ี 1 คุณภาพ 34
ตวั ชว้ี ัดที่ 1 คณุ ลกั ษณะของนวตั กรรม
ตัวชี้วดั ที่ 2 คณุ ภาพขององค์ประกอบในนวัตกรรม 36
ตัวชี้วดั ที่ 3 การออกแบบนวัตกรรม 37
ตัวชี้วัดที่ 4 ประสิทธิภาพของนวตั กรรม 38
องคป์ ระกอบท่ี 2 ดา้ นคุณประโยชน์ 39
ตัวชว้ี ัดที่ 1 ความสามารถในการแก้ปญั หาหรือพัฒนา
ตวั ชว้ี ัดที่ 2 ประโยชนต์ อ่ บุคคล
ตัวชี้วดั ท่ี 3 ประโยชน์ตอ่ หน่วยงาน
องคป์ ระกอบท่ี 3 ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์
ตัวชี้วดั ที่ 1 ความแปลกใหม่ของนวตั กรรม
ตัวชี้วดั ที่ 2 จุดเด่นของนวตั กรรม
ตวั ชวี้ ดั ท่ี 3 ลงทนุ นอ้ ย
ภาคผนวก
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัตงิ าน ( self report ) 1
รายงานผลการปฏิบตั งิ าน ( Self report )
ครผู ู้สอนยอดเย่ียมมผี ลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จ
เพื่อรบั รางวัลทรงคณุ ค่า สพฐ. (OBEC AWARD) ประจำปีการศกึ ษา 2562
--------------------------------------------------------------------------------------------
ชือ่ รางวลั ท่เี สนอขอ ครผู ู้สอนยอดเย่ียม
ประเภท บุคคลยอดเยยี่ ม
สงั กดั สำนกั งานพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษา
ด้าน ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยเี พ่ือการ
เรียนการสอนยอดเย่ียม
ระดับ ประถมศึกษา
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์
ตอนที่ 1 ข้อมูลเบือ้ งตน้ ของผูข้ อรบั การประเมิน
1. แบบประวัติสว่ นบคุ คล
ชื่อ - สกลุ นายจกั รภทั ร เกน้ิ โนนกอก
วนั เดอื น ปี เกิด วันที่ 26 เดอื นพฤษภาคม พ.ศ.2535 อายุ 28 ปี
สถานศกึ ษา โรงเรียนบ้านโคกม่ังงอย(คุรปุ ระชาบำเพญ็ ) สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา
ประถมศกึ ษาชัยภมู ิ เขต 1 ตำบลโคกม่งั งอย อำเภอคอนสวรรค์ จังหวดั ชัยภูมิ
รหัสไปรษณยี ์ 36140 โทร 044 – 876866
ทีอ่ ยู่ปจั จุบนั 59 หมทู่ ่ี 13 ถนนประชาสนั ติ บา้ นไทยเจริญ ตำบลหนองบัวแดง
อำเภอหนองบวั แดง จงั หวดั ชัยภมู ิ 36210
บรรจุเมื่อ 25 เดือนตลุ าคม พ.ศ.2559
ตำแหนง่ ปจั จบุ ัน ตำแหนง่ ครู
โทรศพั ทม์ ือถือ 085 – 023 – 2003 E – mail [email protected]
2. ประวตั กิ ารศึกษา
ตารางท่ี 1 แสดงประวัติการศกึ ษา
วฒุ กิ ารศึกษา ปที จี่ บ สถาบันการศึกษา
ประถมศึกษา 2547 โรงเรยี นบ้านราษฎรด์ ำเนนิ อ.หนองบวั แดง จ.ชัยภมู ิ
มัธยมศกึ ษาตอนต้น 2550 โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา อ.หนองบวั แดง จ.ชัยภูมิ
มัธยมศึกษาตอนปลาย 2553 โรงเรยี นหนองบัวแดงวทิ ยา อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภมู ิ
การศึกษาบณั ฑิต(คณิตศาสตร)์ 2558 มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ( self report ) 2
ตอนท่ี 2 แบบประเมินคณุ สมบตั เิ บอ้ื งต้น ( OBEC AWARDS)
ชื่อรางวลั ที่เสนอขอ ครูผสู้ อนยอดเยย่ี ม
ชื่อ
ประเภท นายจกั รภัทร เก้นิ โนนกอก ตำแหนง่ ครู
สงั กดั
ดา้ น บุคคลยอดเย่ียม
ระดบั
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สำนกั งานพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรยี นการสอนยอดเย่ียม
ประถมศึกษา
คณติ ศาสตร์
ตัวช้วี ัดท่ี 1 คุณสมบตั เิ บ้ืองตน้ เชงิ ประจักษ์
ข้าพเจ้าขอรับการประเมนิ ครูผู้สอนยอดเยย่ี ม ด้านนวตั กรรมและเทคโนโลยเี พ่อื การเรียนการสอน
ยอดเยี่ยม ระดบั ช้ันประถมศึกษาของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน (OBEC AWARD) กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ มีคุณสมบัตเิ บอ้ื งต้นเชิงประจกั ษ์ ดังตอ่ ไปนี้
1. ปัจจุบันขา้ พเจา้ ดำรงตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นโคกม่งั งอย(ครุ ุ
ประชาบำเพญ็ ) สงั กัด สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาชยั ภูมิ เขต 1 อำเภอคอนสวรรค์ จงั หวดั ชัยภูมิ
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
2. ขา้ พเจา้ เริ่มเขา้ รับราชการและปฏบิ ัติหนา้ ที่สอน ตง้ั แตว่ ันท่ี 25 ตุลาคม พ.ศ.2559 จนถงึ
ปัจจุบนั รวมอายุราชการ 3 ปี 4 เดือน ในโครงการครเู พ่อื พัฒนาท้องถ่นิ (ครูคืนถน่ิ )ร่นุ ที่ 1 แสดงประวัติการ
รบั ราชการโดยสังเขป ไดด้ งั นี้
วัน เดอื น ปี ตำแหน่ง สถานทท่ี ำงาน
25 ตุลาคม 2559 ครผู ูช้ ว่ ย โรงเรยี นบา้ นโคกม่ังงอย(ครุ ุประชาบำเพญ็ ) สพป.ชย 1
25 ตลุ าคม 2561 ครู โรงเรยี นบ้านโคกมงั่ งอย(คุรปุ ระชาบำเพ็ญ) สพป.ชย 1
3. ขา้ พเจ้าเปน็ ผไู้ มเ่ คยถกู ลงโทษทางวินยั ตงั้ แต่รับราชการมา แม้แต่คำว่ากลา่ วตักเตอื น ในการ
ปฏิบัตหิ นา้ ที่ครไู ด้จดั กระบวนการเรียนรใู้ ห้แกน่ ักเรยี น ด้วยความรักและศรัทธาในวชิ าชีพครู มีความมุง่ มน่ั ทีจ่ ะ
พฒั นาผเู้ รยี น ให้เปน็ คนดี คนเก่ง และมคี วามสุข
ตวั ช้ีวัดท่ี 2 การครองตน (มคี ุณธรรมจริยธรรมท่พี งึ ประสงค)์
ขา้ พเจ้าไดป้ ฏิบัติตนจนมีผลการประเมนิ มาตรฐานที่ 9 จากการประเมินคณุ ภาพการศึกษาภายนอกรอบสาม
ตามมาตรฐานการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน อยใู่ นระดบั ดี
ข้าพเจ้ามีความรกั และศรทั ธาในอาชีพครูเปน็ อย่างย่ิง เพราะเปน็ ครูดว้ ยใจรักตงั้ แต่เรม่ิ รบั ราชการ และได้
ตระหนกั อยูเ่ สมอว่าบทบาททดี่ ขี องครูสง่ ผลต่อประเทศชาติ ข้าพเจา้ สำนึกอยู่เสมอวา่ ตนเองเปน็ ครตู อ้ งเปน็
ตัวอย่างทด่ี ีให้กบั ลูกศิษยโ์ ดยยึดถอื แนวปฏบิ ัตใิ นจรรยาบรรณครู รักและเมตตาศษิ ย์ โดยให้ความเอาใจใส่
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัติงาน ( self report ) 3
ชว่ ยเหลือสง่ เสรมิ ให้กำลังใจในการศกึ ษาเล่าเรยี นแก่ศษิ ย์โดยเสมอหน้าอบรม ส่งั สอน ฝึกฝนสร้างเสริมความรู้
ทักษะและนสิ ัยทถี่ กู ตอ้ งดีงามให้แก่ศษิ ย์อยา่ งเตม็ ความสามารถด้วยความบริสุทธใิ์ จ สรา้ งขวัญและกำลงั ใจใน
โอกาสสำคญั ตา่ ง ๆ ประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นแบบอย่างท่ดี ีแกศ่ ิษยท์ ัง้ ทางกาย วาจาและจิตใจ ไม่กระทำตนใหเ้ ป็น
ปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญทางกาย สติปัญญา จติ ใจ อารมณ์และสงั คมของศษิ ย์ ไม่แสวงหาประโยชน์อนั เปน็ อามิส
สินจา้ งจากศษิ ย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไมใ่ ช้ให้ศษิ ย์กระทำการใด ๆ อนั เป็นการหาผลประโยชน์ใหแ้ กต่ น
โดยชอบพัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาชพี ด้านบุคลกิ ภาพและวิสยั ทศั น์ให้ทนั ตอ่ การพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ
สงั คม และการเมอื งอยู่เสมอรกั และศรัทธาในวิชาชีพครแู ละเปน็ สมาชกิ ที่ดีขององค์กรวชิ าชีพครู ชว่ ยเหลือ เกอ้ื กูล
ครแู ละชุมชนในทางสรา้ งสรรค์ ประพฤติ ปฏิบัตติ นเปน็ ผนู้ ำในการอนุรกั ษ์และพฒั นาภมู ิปญั ญาและวัฒนธรรมไทย
ไดน้ ำมาเปน็ แนวทางในการทำหนา้ ที่ครู โดยอบรมส่ังสอนลูกศษิ ยด์ ้วยความรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ี สอนเน้อื หาความรู้
ควบคู่ไปกบั คุณธรรม จริยธรรมและทกั ษะชวี ิตในดา้ นต่าง ๆ อนาคตของเยาวชนไทยมคี รเู ปน็ ผ้ทู ี่กำหนดบทบาท
วางรากฐานชีวติ และเป็นแบบอยา่ งท่ีดงี ามให้ นอกจากนัน้ ข้าพเจา้ ยังพัฒนาตนเองอยู่เสมอเพ่อื ท่จี ะนำ
ประสบการณ์ต่าง ๆ รวมทัง้ ความรู้ความสามารถมาสรา้ งสรรค์ใหแ้ ก่นกั เรยี นตามแนวทางการปฏริ ูปการศกึ ษา ให้
เปน็ คนดี คนเกง่ มีปญั ญา และอยู่รว่ มกับผอู้ ่ืนในสงั คม ได้อย่างเปน็ สุข ข้าพเจ้าปฏบิ ตั ิงานด้วยความเอาใจใส่
ต้ังใจเสยี สละท้งั กำลังกายกำลังทรพั ย์ กำลงั สตปิ ัญญา อทุ ศิ เวลาให้กบั งานอยา่ งแท้จริงทงั้ ในและนอกเวลา
ราชการ และ ข้าพเจา้ เป็นผ้มู คี วามรู้ความเขา้ ใจในการปฏิบตั ติ นในบทบาทหน้าที่ของครทู ่ีดโี ดยยึดหลักความเสมอ
ภาคในการให้การศึกษาตอ่ ศษิ ย์ มีความซือ่ สตั ยส์ ุจริต มานะ ไดอ้ ุทิศเวลาให้แกศ่ ิษยอ์ ย่างเต็มความสามารถ
ใหบ้ ริการในดา้ นต่าง ๆ แกศ่ ิษย์ เพ่อื นครแู ละบคุ ลากรอนื่ ๆ รวมทง้ั ชมุ ชนอยา่ งเสมอหน้ากัน
ปฏิบตั หิ นา้ ที่เตม็ ความสามารถ พัฒนาตนเองในทกุ ด้านอยูเ่ สมอ การแต่งการเรยี บรอ้ ยเหมาะสม
ขา้ พเจา้ มีบุคลกิ ภาพเหมาะสมกับการเปน็ ครู แต่งกายสะอาดถกู ตอ้ งตามระเบียบของทางราชการกำหนด
การวางตนถูกตอ้ งตามกาลเทศะ ทำใหผ้ ู้คบหาสมาคมสบายใจไม่เห็นแกต่ ัวเป็นคนมีเหตผุ ลมองโลก ในแง่ดี ไม่ใช้
อารมณใ์ นแก้ไขปัญหา มีอปุ นสิ ยั ร่าเริง แจ่มใส อ่อนนอ้ มถ่อมตน ไมเ่ คยเอาเปรียบผู้อืน่ รับฟังความคิดเห็นของ
ผู้อ่นื มาปรับปรงุ ตนเองและในการปฏบิ ตั งิ านใหด้ ยี ่ิงขึ้น มคี วามกตัญญกู ตเวที
แสดงความยนิ ดกี ับผู้บังคับบัญชา แสดงความรักบุพการตี ามวาระโอกาส
ตามวาระโอกาส
รายงานสรุปผลการปฏิบัตงิ าน ( self report ) 4
ตวั ช้ีวัดที่ 3 การครองคน ( ทำงานร่วมกับผ้อู ่ืนไดด้ ี เปน็ ทย่ี อมรับ รักใคร่ของศิษย์ ผ้รู ว่ มงาน )
1. ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามหลกั ธรรมพรหมวิหาร 4 ประกอบด้วย เมตตา กรณุ า มทุ ิตา อเุ บกขา ข้าพเจ้ามี
คุณลกั ษณะประจำตวั ท่ีแสดงถงึ การครองคน ดงั น้ี
เมตตา ขา้ พเจา้ มีความปรารถนาให้ผอู้ ่ืนไดร้ บั ความสุขท้งั กายและใจ โดยทำตนให้ผูอ้ น่ื ไม่เปน็ ทุกข์จาก
การกระทำของตวั ข้าพเจา้ เอง ดังนี้
1.1 เป็นครทู ี่ดีจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทเี่ น้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้นกั เรียนมีความสขุ ในหอ้ งเรียน
รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของนกั เรยี น วางตนใหเ้ ปน็ ธรรมและเปน็ กลาง รักนกั เรียนทุกคนอย่างเสมอภาคกนั
1.2 การทำตนเป็นเพื่อนรว่ มงานท่ีดี รบั ฟงั ความคดิ เหน็ กับเพือ่ นร่วมงาน เมอื่ มีปัญหาข้าพเจา้ จะ
ปรกึ ษาผูบ้ ังคับบญั ชาและเพ่ือนร่วมงาน เป็นการตัดสนิ ใจจากมติท่ีประชุมเป็นหลักการปฏิบัตงิ าน ในขณะเดียวกัน
เพือ่ นร่วมงานเม่ือมีปญั หาหรอื ผดิ พลาดในการปฏบิ ตั ิงาน ขา้ พเจา้ จะไมต่ ำหนิ ในทางตรงกนั ขา้ ม ขา้ พเจ้าได้ให้
กำลงั ใจและช่วยเหลือแก้ปญั หาดว้ ยเหตุผล ทำให้การปฏิบัติงานสำเร็จไปได้ด้วยดี
รักนักเรียนทุกคน และมคี วามเสมอภาค กัลยาณมติ ร และเป็นเพ่อื นรว่ มงานท่ดี ี
กรณุ า ข้าพเจ้าปรารถนาให้ผ้อู น่ื ไดพ้ ้นทุกข์ โดยเปน็ ส่วนหน่งึ ในการคลายความทกุ ขใ์ จ ให้กับนักเรียน
เพือ่ นร่วมงาน ญาติมิตร และผ้อู ่ืนในสงั คมเสมอ ดงั นี้
2.1 การบริจาคทาน อันเปน็ ปัจจัย 4 คือ อาหาร ท่อี ยู่
อาศัย เคร่ืองนุ่งห่ม ยารักษาโรค ให้กับผทู้ ่ีดอ้ ยโอกาสกว่าตนเอง
เช่น รว่ มสมทบทุนในการการทำบุญโรงทานทกุ ครงั้ เม่อื มีโอกาส
การบรจิ าคเงิน อาหาร และยารกั ษาโรคเพ่ือช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัย
น้ำทว่ ม การนำเครือ่ งนงุ่ ห่มของตนเองที่อยใู่ นสภาพดี แตไ่ มใ่ ช้
แลว้ ให้กบั บุคคลอ่นื ทด่ี อ้ ยโอกาส เปน็ ต้น
2.2 รับฟงั ปญั หาของนักเรียนหรอื เพ่ือนรว่ มงาน เม่ือ
เกดิ ความไมส่ บายใจ และพยายามหาวธิ ีการช่วยเหลอื และให้
คำแนะนำ เพอ่ื ให้คลายความทกุ ข์ใจ แสดงมทุ ติ าจิตในการเกษยี ณอายุราชการ
มุทิตา การยกยอ่ งชมเชยผู้อืน่ เม่ือบคุ คลน้ันประพฤติ
ตนไดถ้ ูกตอ้ งและประสบผลสำเรจ็ รจู้ ักยกย่องชมเชยเพ่อื นขา้ ราชการครูทปี่ ระสบความสำเร็จ นักเรยี นท่ีมี
ความประพฤติดี เรยี นดี แตง่ กายสะอาดเรียบรอ้ ย
รายงานสรุปผลการปฏบิ ัติงาน ( self report ) 5
อุเบกขา ขา้ พเจ้าวางเฉย วางใจเปน็ กลาง เม่ือมบี คุ คลซ่งึ คดิ ไมด่ ีกบั เรา พจิ ารณาเห็นว่า ใครทำดยี ่อม
ได้ดี ใครทำชัว่ ยอ่ มไดช้ ัว่ ตามกฎแหง่ กรรม คอื ใครทำส่ิงใดไว้สง่ิ นนั้ ยอ่ มตอบสนองคืนบคุ คลผกู้ ระทำ เมื่อเหน็ ใคร
ได้รับผลกรรมในทางที่เปน็ โทษ ขา้ พเจา้ ก็ไมด่ ใี จหรือคิดซ้ำเตมิ เขาในเรื่องทเี่ กิดขึน้ มีแตค่ วามปรารถนาดี คือ
พยายามชว่ ยเหลอื ให้เขาพ้นจากความทุกข์ และช่วยเหลอื ตามกำลังของตน
มอบของขวญั เป็นกำลังให้นกั เรยี น แสดงความยินดกี ับกัลยาณมิตร แสดงความยนิ ดใี นงานมงคลสมรส
นอกจากการปฏิบัติตนตามหลกั พรหมวิหาร 4 แล้ว ขา้ พเจ้าทำงานร่วมกบั ผูอ้ ่นื ดว้ ยความเป็นกลั ยาณมติ ร
และมมี นุษยสมั พนั ธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนได้ทกุ กลุ่ม ทุกเพศ และทกุ วัย จงึ ไดร้ ับ การยอมรับจาก
ผ้บู ริหารโรงเรยี น เพื่อนร่วมงาน นกั เรยี น ผูป้ กครองและประชาชนทั่วไป อีกท้ังมีความเอื้อเฟื้อเผอื่ แผ่ มี
บุคลกิ ภาพท่ีดี ประสานงานกับผูอ้ นื่ ได้ มเี หตุผลสามารถแกป้ ญั หาตา่ ง ๆได้ ทำงานรว่ มกับผู้อื่นโดยสามารถวางตัว
ในการเป็นผูน้ ำ ผู้ตาม ทีด่ ี และเปน็ ผู้ให้ ผูร้ ับ ท่ีดี มหี ลักในการทำงาน มคี วามบริสทุ ธิ์
ยุติธรรมและทำงานอยา่ งโปร่งใส ปราศจากอคติ ยดึ ประโยชน์ของนกั เรียนและส่วนรวมเป็นทต่ี งั้ จงึ ประสบ
ความสำเรจ็ ในการทำงานเป็นทมี ไดร้ บั การยอมรับจากทกุ ฝ่ายทีเ่ กี่ยวข้อง สามารถเปน็ แบบอย่างท่ีดีได้ ร่วม
กจิ กรรมในโรงเรียนและกจิ กรรมกบั หน่วยงานตา่ ง ๆ ภายนอกโรงเรยี น อาทิ เช่น การอบรม ศึกษาดูงาน การเป็น
วทิ ยากรร่วมกบั สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชัยภูมิ เขต 1 การเป็นครูพี่เล้ียงทปี่ รึกษาของนกั ศึกษา
สังเกตการสอนมหาวิทยาลยั ราชภฎั ชยั ภมู ิ เปน็ ตน้
เป็นที่ปรึกษาให้กบั นกั ศึกษา กรรมการสร้างข้อสอบมาตรฐานกลาง อบรมการสร้างข้อสอบ PISA
รว่ มกับ สพฐ.
ร่วมกับศนู ย์ PISA สพฐ.
2. ข้าพเจ้าไดเ้ ข้ารว่ มกบั ผรู้ ว่ มงานดงั นี้
2.1กจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรมและจริยธรรม ดว้ ยการสวดมนต์ไหว้พระ การทำบญุ ไหวพ้ ระ รบั ศีล ฟังเทศนท์ ่ี
วดั การน่ังสมาธิ มีการประกวดเด็กที่มีมารยาทงาม การบันทกึ ความดี
2.2กิจกรรมส่งเสรมิ ระเบียบวินัย ไดแ้ ก่ การเดนิ แถวเขา้ ชั้นเรียน
2.3กิจกรรมการปฐมนเิ ทศ
รายงานสรปุ ผลการปฏิบตั ิงาน ( self report ) 6
2.4กจิ กรรมวนั ไหวค้ รู
2.5กิจกรรมวันภาษาไทยและวันสนุ ทรภู่
2.6กิจกรรมรณรงค์และตอ่ ตา้ นยาเสพตดิ
2.7กจิ กรรมการแขง่ ขนั กีฬาสีในโรงเรียน กีฬาศนู ย์เครอื ขา่ ยฯ
2.8 กิจกรรมวนั สำคัญ เชน่ วันเขา้ พรรษา วันอาสาฬหบชู า วันลอยกระทง บุญกฐิน
2.9 กิจกรรมวันเดก็ แห่งชาติ
2.10 กิจกรรมทศั นศึกษาของนกั เรียน
2.11 กิจกรรมวันวิทยาศาสตรแ์ หง่ ชาติ
2.12 กิจกรรมปจั ฉิมนเิ ทศ(วนั แหง่ ความภาคภูมใิ จในความสำเร็จ)
2.13 กจิ กรรมเข้าคา่ ยลูกเสอื -ยวุ กาชาด งานกฬี าศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
ร่วมกับชมุ ชนเดนิ รณรงคว์ นั งดสูบบุหร่ีโลก
วิทยากรคา่ ยลกู เสอื กิจกรรมหนา้ เสาธงทกุ เชา้ กจิ กรรมวันภาษาไทย/วันสุนทรภู่
3. จดั / รว่ มกิจกรรมตามระบบดูแลช่วยเหลือเด็ก
3.1 การแก้ไขขอ้ บกพร่องของเด็ก ขา้ พเจา้ จะศึกษาสาเหตุของปัญหาและจัดการแกป้ ัญหาทต่ี ้นเหตุ
เพราะเดก็ มีความแตกต่างระหว่างบุคคล บางคนมาจากครองครวั ยากจนขาดแคลน ข้าพเจ้าแก้ปญั หา โดยร่วมเปน็
คณะกรรมการพจิ ารณาจดั สรรทนุ การศึกษาของโรงเรียนให้ หรือขอความรว่ มมือจากชุมชนในการสนบั สนุนใน
การจัดหาทนุ การศึกษาให้กบั นกั เรียนทีเ่ รยี นดแี ต่ยากจน
3.2 กจิ กรรมออกเย่ยี มบา้ นเด็ก
3.3 จดั ทำเอกสารระบบดแู ลช่วยเหลอื เดก็
3.4 การคัดเลือกเด็กเขา้ รับทุนการศึกษาของโรงเรียน ภาคเรียนละ 1 คร้งั
3.5 รว่ มกิจกรรมกับชมุ ชน
3.5.1 การติดตอ่ ประสานงานกบั ผู้ปกครอง
1) การประชมุ พบผ้ปู กครองในวนั ปฐมนเิ ทศของนกั เรียน ช้แี จงระเบียบ วนิ ัยของโรงเรียน
หลักสตู ร การจดั การเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล หลักเกณฑก์ ารเลอื่ นช้นั เรียน และการจบการศกึ ษาทำให้
ผูป้ กครองพอใจและเข้าใจ ออกเย่ียมเดก็ และผ้ปู กครองที่บา้ นเดก็ ในชั้นที่สอนเพื่อทราบ ความเป็นอยู่ ทางบา้ น
เด็กเปน็ รายบคุ คล สรา้ งสัมพนั ธก์ นั ดีระหวา่ งผู้สอนกบั ผปู้ กครองเด็ก
รายงานสรปุ ผลการปฏิบตั ิงาน ( self report ) 7
2) การเชญิ ผู้ปกครองและบุคคลในชมุ ชนเป็นวทิ ยากรภายนอกให้ความรู้แกเ่ ด็ก
3) รว่ มกบั คณะครชู ่วยเหลอื งานศพ คารวะศพ สวดอภธิ รรมและเผาศพ
4) เชิญผู้ปกครองพฒั นาและร่วมงานกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรยี น
5) ผปู้ กครองร่วมมือแกไ้ ขความประพฤติของเด็ก ติดตามเดก็ ท่ีขาดเรยี นโดยไมท่ ราบสาเหตุ
โดยตามไปสอบถามที่บ้าน โทรศพั ท์พดู คุยถงึ ปญั หา และร่วมกันหาทางแก้ไขตอ่ ไป
กำกบั ติดตามเย่ยี มบา้ นนกั เรยี น ประชมุ ผปู้ กครองประจำปี
เกบ็ ข้อมูลนกั เรยี นเพ่ือขอทนุ การศกึ ษา ลงชมุ ชมเพอื่ รว่ มกนั แก้ไขปญั หาพฤตกิ รรมเด็ก
ตวั ชีว้ ัดที่ 4 การครองงาน (รบั ผดิ ชอบ มุ่งมั่น ต้งั ใจทำงานตามภารกิจ/ทไ่ี ด้รับมอบหมายอย่างสร้างสรรค์ จน
เกดิ ความสำเรจ็ )
1. ไม่เคยขาดงาน
ข้าพเจา้ ได้นำแนวพระราชดำรขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รชั กาลที่ 9 ผเู้ ป็น “ครแู ห่งแผ่นดิน”
มาเปน็ แบบอย่างในการดำเนินชีวติ และการทำงาน โดยยึดมนั่ ในพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั
รชั กาลที่ 9 ท่วี ่า “ผทู้ ่ีเปน็ ครูจะตอ้ งถอื เปน็ หนา้ ท่ีอนั ดับแรกทจี่ ะต้องให้การศกึ ษา คอื ส่ังสอนอบรมอนุชนใหไ้ ดผ้ ล
แทจ้ ริง ทั้งในด้านวิชาความรู้ ทงั้ ในด้านจติ ใจและความประพฤติ ท้งั ต้องคดิ ว่างานที่แต่ละคนกำลงั ทำอยู่นี้คอื ความ
เปน็ ความตายของประเทศเพราะอนุชนท่ีมีความรคู้ วามดีเท่านน้ั ที่จะรกั ษาชาตบิ ้านเมืองไวไ้ ด้” จากพระราชดำรสั
ดงั กล่าวขา้ พเจา้ จึงตั้งใจปฏิบัตหิ น้าทรี่ าชการตามบทบาทและหนา้ ทข่ี องครู อย่างเต็มกำลงั ความสามารถมศี รทั ธา
และยดึ มนั่ ในอดุ มการณ์แหง่ วิชาชีพครูอุทศิ เวลาให้กบั การอบรม ส่งั สอนเดก็ และไม่เคยขาดงานเลย
2. ลากจิ ไมเ่ กิน 2 ครัง้ /ภาคเรียน และไม่เคยเกนิ 4 คร้งั /ปกี ารศกึ ษา
รายงานสรปุ ผลการปฏิบตั ิงาน ( self report ) 8
ข้าพเจา้ ปฏบิ ัติงานอย่างเตม็ กำลังความสามารถ ไม่เคยลากจิ เกนิ 2 ครง้ั / ภาคเรียนเลย หรือไม่เคยละทิ้ง
หน้าทีข่ องตนเองเลย
3. มชี วั่ โมงสอนตามเกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ. กำหนด
ขา้ พเจา้ ปฏบิ ัติหนา้ ที่สอน โดยได้รบั ชั่วโมงสอนตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด และสอนแทนเมื่อมคี ณะครูใน
สายชั้นลาหรือไปราชการ
3.1 การปฏิบัตกิ ารสอน
ตารางที่ 3 การปฏิบตั ิการสอน ปกี ารศกึ ษา 2561 ปฏิบตั กิ ารสอนดงั น้ี
รายวิชา รหสั วิชา ระดบั ช้ัน จำนวนช่วั โมง/สปั ดาห์
รายวชิ าคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค16101 ป.6 4
ค21101
ค21102
รายวชิ าคณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน ค22101 ม.1-3 9
ค22102
ค23101
ค23102
ค21201
ค21202
รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ ค22201 ม.1-3 3
ค22202
ค23201
ค23202
กิจกรรมชุมชนคณติ ศาสตร/์ สังคมและ ม.1-3 1
สาธารณประโยชน์
กิจกรรมลกู เสอื -ยวุ กาชาด ม.1-3 1
รวม 18
รายงานสรปุ ผลการปฏิบตั งิ าน ( self report ) 9
ตารางท่ี 4 การปฏิบัตกิ ารสอน ปกี ารศกึ ษา 2562 ปฏบิ ัตกิ ารสอนดงั น้ี
รายวิชา รหสั วชิ า ระดับชนั้ จำนวนชว่ั โมง/สัปดาห์
รายวิชาคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน ค16101 ป.6 4
ค21101
ค21102
รายวิชาคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน ค22101 ม.1-3 9
ค22102
ค23101
ค23102
ค21201
ค21202
รายวิชาคณิตศาสตร์เพ่ิมเตมิ ค22201 ม.1-3 3
ค22202
ค23201
ค23202
กจิ กรรมชุมชนคณติ ศาสตร/์ สงั คมและ ม.1-3 1
สาธารณประโยชน์
กจิ กรรมลกู เสอื -ยุวกาชาด ม.1-3 1
รวม 18
3.2 ปฏบิ ตั หิ นา้ ทค่ี รทู ป่ี รึกษา/ครูประจำช้นั
- ปกี ารศึกษา 2561 ปฏิบัติหนา้ ที่ครปู ระจำชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
- ปีการศึกษา 2562 ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีครูประจำช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
3.3 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนทีร่ บั ผดิ ชอบ
- กจิ กรรมลูกเสอื -เนตรนารี ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6
- กจิ กรรมแนะแนวนกั เรียน ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6
- กิจกรรมชุมนุมคณิตศาสตร์ ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6
- กิจกรรมสงั คมและสาธรณประโยชน์ ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6
3.4 หนา้ ทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมายเปน็ พิเศษ
1) ครเู วรประจำวนั
2) ครเู วรรกั ษาความปลอดภยั สถานท่รี าชการในเวลากลางวัน
3) รับผิดชอบเป็นคณะกรรมการดำเนนิ การโครงการตา่ ง ๆ ตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
4) รบั ผดิ ชอบงานดา้ นวดั ผลและประเมินผล
5) รบั ผิดชอบงานหลักสูตรกลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์
รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ตั ิงาน ( self report ) 10
4. มผี ลงานดงั น้ี
4.1 มีแผนการจัดการเรียนรู้ทเ่ี น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ
ขา้ พเจา้ ไดจ้ ัดการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั โดยการวเิ คราะหห์ ลักสตู ร
วเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากมาตรฐานการเรยี นรู้ วเิ คราะห์บรบิ ทของชมุ ชน
บรบิ ทของโรงเรยี น และวิเคราะห์ผู้เรยี นเปน็ รายบคุ คล จดั ทำหนว่ ยการเรยี นร้ใู ห้สอดคลอ้ งกับธรรมชาติ การ
เรยี นรู้ของนักเรียน กำหนดจำนวนหนว่ ยการเรยี นรู้ ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรยู้ อ่ ยและจำนวนชั่วโมง
จัดทำแผนการจดั การเรียนรทู้ เี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญการดำเนินการสอนมงุ่ ให้เดก็ มีสว่ นรว่ มในการทำกจิ กรรมด้วย
ตนเองมากท่สี ุด มีระบบในการทำงาน การแกป้ ัญหา และการคิดอย่างสรา้ งสรรคแ์ สวงหาความรู้หลากหลาย
เนน้ ทักษะการปฏิบัตทิ ัง้ ในเวลาเรยี นและนอกเวลาเรียน เสรมิ สร้างกจิ กรรมที่สอดแทรกคุณธรรมจรยิ ธรรม มี
การวัดและประเมนิ พฒั นาการ ได้ดำเนินการวัดและประเมนิ พฒั นาการตามสภาพจรงิ โดยไดส้ ร้างเครอื่ งมือวัด
ไดแ้ ก่ แบบสังเกต แบบสังเกตพฤติกรรม ไดว้ ิเคราะหเ์ ดก็ รายบุคคล ซ่ึงมคี วามหลากหลายสามารถนำไปใช้วดั และ
ประเมินความพร้อมให้สอดคล้องกับที่กำหนดไว้ ทำให้ทราบผลการเรยี นรู้ สะท้อนถึงการเรยี นของนักเรยี น และ
ผลการจัดประสบการณข์ องครู นำผลดังกล่าวทไี่ ด้ ไปปรับปรงุ การเรยี นการสอน และมีการรายงานผล ต่อ
นกั เรยี น ผูป้ กครองและผ้บู ริหารสถานศึกษา ได้ดำเนินการวเิ คราะห์ สรุปผลการวดั และประเมนิ ความพรอ้ มทุก
ภาคเรียน แจง้ ใหน้ กั เรียนทราบ เพื่อจะไดน้ ำไปเปน็ ข้อมลู พฒั นาตนเองและปรับปรุงวธิ กี ารเรียนรู้ใหด้ ขี ้ึนแลว้ มอบ
ขอ้ มลู สารสนเทศของผลการเรยี นรู้แก่ผู้ปกครอง ได้ทราบผลการเรยี นของบุตรหลาน ซ่ึงเป็นวธิ ีการท่ดี ี ที่ทำให้
ผ้ปู กครองไดร้ ว่ มมอื กับโรงเรียนในการดูแลเอาใจใส่และร่วมพัฒนาการเรยี นรูใ้ หก้ บั เดก็ นอกจากน้ยี ังไดร้ ายงาน
ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ให้ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษารับทราบ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลกำหนดนโยบายและหา
แนวทางพัฒนาครู เพ่อื วางแผนการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีคณุ ภาพต่อไป
4.2 มีความสำเร็จในการพฒั นาตามแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan)
ขา้ พเจา้ ได้พัฒนาตนเองตามสมรรถนะหลกั และประจำสายงานโดยสรปุ ดังน้ี
สมรรถนะหลัก
1. การม่งุ ผลสัมฤทธ์ิ ประกอบดว้ ย 1) ความสามารถในการวางแผนการปฏิบัติงาน 2) ความสามารถใน
การปฏิบตั งิ าน และ3) ผลการปฏิบัติงาน ข้าพเจ้าไดว้ างแผนการปฏบิ ัติงานที่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ได้ปฏบิ ตั ิงาน
จริงจากสือ่ ของจริง สือ่ รอบตวั ในชีวิตประจำวนั นวัตกรรมใช้ทม่ี ีประสิทธภิ าพ มีผลทำให้ผ้เู รียนสนใจ ตงั้ ใจ มีความ
กระตอื รือร้นท่ีจะเรียนรู้ มผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นที่ดขี นึ้ มีทักษะในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตามศักยภาพของแตล่ ะ
บุคคล
2. การบริการทดี่ ี ประกอบด้วย1) ความสามารถในการสร้างระบบการใหบ้ รกิ าร และ2) ความสามารถ
ในการให้บริการ ข้าพเจ้าไดใ้ ห้บรกิ ารผลงานทางวชิ าการ ใหค้ ำปรกึ ษา ช่วยเหลอื เพ่ือนครู ผ้ปู กครองและชมุ ชน
เป็นการเผยแพร่นวัตกรรมไปด้วย มผี ลทำให้ข้าราชการครูแนวทางในการจัดการความรู้ใหแ้ กต่ นเองและผู้เรยี น
ชุมชนไดร้ ับการพัฒนาในสิง่ ทถี่ กู ต้อง
3. การพัฒนาตนเอง ประกอบดว้ ย1) ความสามารถในการวางแผนเพ่อื การปฏิบัติ2) ความสามารถใน
การใช้ภาษาองั กฤษเพื่อการสอื่ สาร 3) ความสามารถในการติดตามความเคลอ่ื นไหวทางวชิ าการและวชิ าชพี และ
4) ความสามารถในการประมวลความรู้และการนำความรมู้ าใช้ ข้าพเจ้าไดเ้ ข้ารับการอบรม สมั มนา ศึกษาดงู าน
รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ( self report ) 11
ศกึ ษาจากเอกสาร สบื คน้ ขอ้ มูลจาก web site ต่าง ๆ ตลอดทงั้ แลกเปล่ยี นความรกู้ ับบุคคลอ่ืน ทำให้ข้าพเจ้า มี
ความรูม้ าพฒั นางานในหน้าท่ี เกดิ ประโยชน์ตอ่ การจดั การศึกษา
4. การทำงานเปน็ ทีม ประกอบด้วย1) ความสามารถในการวางแผนการปฏบิ ัติงาน และ2)
ความสามารถในการปฏิบัตงิ านรว่ มกัน ขา้ พเจ้าระลึกอย่เู สมอว่าทำงานหลายคนดีกว่าทำงานคนเดียว ยอมรับฟัง
ความคดิ เห็นของผู้อื่น ทำให้เกิดความสามัคคีในหม่คู ณะ มีความสขุ ในการทำงานและสามารถทำงานไดส้ ำเรจ็
รับการนเิ ทศน์จากศกึ ษานเิ ทศก์ คณะกรรมการสร้างขอ้ สอบ คณะกรรมการสร้างข้อสอบ
ร่วมกบั มหาวิทยาลยั ร่วมกับ สพฐ.
สมรรถนะประจำสายงาน
5. การจดั การเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) ความสามารถในการสรา้ งและการพฒั นาหลกั สตู ร 2) ความสามารถใน
เน้ือหาสาระทส่ี อน 3) ความสามารถในการจัดกระบวนการเรยี นรทู้ ี่เน้นผู้เรียนเป็นสำคญั 4) ความสามารถในการ
ใชแ้ ละพฒั นานวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ จดั การเรยี นรู้ และ 5) ความสามารถในการวัดและประเมนิ ผล
การเรยี นรู้ ขา้ พเจา้ ได้วางแผนการจัดการเรียนรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญโดยยึดแนวคดิ ทฤษฎกี ารเรยี นรมู้ า
ประยุกตใ์ ชใ้ นการเขียนแผนการจัดการเรยี นรู้ ปรับปรุงข้อบกพร่องแลว้ นำมาประยกุ ต์ใชใ้ ห้เกดิ ผลดีต่อการจดั การ
เรยี นรู้
6. การพัฒนาผเู้ รียน ประกอบด้วย 1) การปลกู ฝังคณุ ธรรม จริยธรรม แก่ผ้เู รยี น 2) ส่งเสริมกิจกรรม
ความคดิ วเิ คราะห์ให้แก่ผู้เรยี น และ3) สง่ เสรมิ ทกั ษะและกระบวนการเรยี นรู้ข้าพเจา้ ได้สอดแทรกคุณธรรม
จริยธรรมในแผนการจัดการเรยี นรทู้ กุ แผนทำให้ผูเ้ รยี นมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงคห์ ลายประการ
7. การบรหิ ารจัดการช้นั เรียน ประกอบด้วย 1) ความสามารถในการจัดบรรยากาศในการเรียนรู้ 2) ความสามารถใน
การจัดทำข้อมูลสารสนเทศ และ3) ความสามารถในการกำกบั ดูแลชัน้ เรียนข้าพเจ้าได้จัดบรรยากาศในชัน้ เรียนเสมือน
บา้ นจัดป้ายนิเทศทำเอกสารเด็กรายบุคคล จัดระบบดูแลชว่ ยเหลอื เด็กเพื่อนำขอ้ มูลไปพัฒนาผู้เรยี น ทำให้ผู้เรยี นมี
ความสุขในการเรยี น ครเู ปน็ แบบอย่างท่ดี ี ในการรวบรวมขอ้ มูลอย่างเปน็ ระบบ
8. การวเิ คราะห์ สังเคราะหแ์ ละการวจิ ัยในช้ันเรยี น ประกอบดว้ ย1) ความสามารถในการวเิ คราะห์
2) ความสามารถในการสังเคราะห์ และ3) ความสามารถในการเขียนผลงานทางวชิ าการ
9. การสรา้ งความรว่ มมอื กบั ชมุ ชน ประกอบดว้ ย 1) ความสามารถในการวางแผนนำชุมชุนมีสว่ นรว่ มใน
กิจกรรมของสถานศกึ ษาและ 2)ความสามารถในการเขา้ รว่ มกิจกรรมของชมุ ชน ข้าพเจ้าไดป้ ระสานความรว่ มมอื
กบั ชมุ ชน เพื่อร่วมกนั พฒั นาผเู้ รียนเชญิ เปน็ วทิ ยากรภายนอก ให้ความรแู้ ก่นักเรียน นกั เรียนไปศึกษาจากแหล่ง
เรยี นร้ใู นชมุ ชน เชน่ สวนพชื ผัก ไร่นาสวนผสม ร้านคา้ ชมุ ชน วดั งานบุญประเพณใี นชมุ ชน จากผลการตดิ ต่อกบั
ผ้ปู กครองเดก็ ทำให้ผปู้ กครองเข้าใจการจัดการเรียนร้ขู องหลักสูตรสถานศึกษา ภาคภมู ิใจที่ครเู อาใจใสต่ อ่ บุตร
รายงานสรุปผลการปฏบิ ตั งิ าน ( self report ) 12
หลานของตนเอง เห็นความสำคญั การจดั การศกึ ษา เข้าร่วมพัฒนาโรงเรยี น สนบั สนนุ อุทิศแรงกาย และทนุ ทรัพย์
ช่วยเหลอื กจิ การของโรงเรยี น
10. วนิ ัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชพี ประกอบด้วย 1) การมีวินยั 2) การประพฤติปฏบิ ัตติ น
เป็นแบบอยา่ งท่ดี ี 3) การดำรงชีวติ อย่างเหมาะสม 4) ความรกั และศรัทธาในวิชาชีพและ 5)ความรบั ผิดชอบใน
วิชาชพี ข้าพเจา้ มีวินยั ในตนเอง ไม่เคยกระทำผิดแมแ้ ต่คำว่ากลา่ วตกั เตือน ปฏิบตั ิในสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ปฏบิ ัตติ นเปน็
แบบอย่างที่ดีใหแ้ กเ่ ดก็ และชมุ ชน ดำรงชวี ติ อยา่ งเหมาะสม โดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขา้ พเจ้า
สมัครเป็นสมาชกิ คุรสุ ภาต้ังแตเ่ ร่มิ บรรจุจนถึงปจั จุบัน ขา้ พเจา้ รกั และศรัทธาในวิชาชพี ครู เพราะครูเปน็ ปูชนีย
บคุ คล หน้าที่ครนู น้ั ยิ่งใหญ่ เปน็ ผู้สร้างคนใหเ้ ป็นคนเม่อื ประเทศชาตมิ แี ต่คนดีชาตินัน้ กเ็ จรญิ รุ่งเรืองจากการปฏบิ ัติ
หน้าท่คี รู มีสว่ นรว่ มดา้ นวิชาชีพของผู้ประกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษา เปน็ สมาชิกทีด่ ีขององคก์ รวชิ าชพี ครู ข้าพเจ้า
มคี วามเช่อื ม่นั ชืน่ ชม ภมู ใิ จในความเปน็ ครูและองค์กรวิชาชีพครวู า่ มีความสำคัญจำเป็นต่อสังคม
นำเสนอผลงาน best practice รางวลั เหรยี ญทอง นำนกั เรียนเขา้ ร่วมประกวด
best pratice โครงงานระดบั ชาติ
ตัวชีว้ ดั ท่ี 5 มีผลงานท่เี กิดจากการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
1. ผลการประเมนิ ตามมาตรฐานท่ี 10 ตามมาตรฐานการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พ.ศ.2550 อยูใ่ นระดับดี
2. มีงานวจิ ยั ในชัน้ เรยี นทีส่ ำเร็จ
งานวจิ ัยในชน้ั เรียนทส่ี ำเร็จ มีดังน้ี
1) การพัฒนากจิ กรรมการเรียนร้คู ณิตศาสตรโ์ ดยใช้การเรียนการสอนแบบ open approach ท่ีเน้นการ
แกป้ ญั หาจากแบบทดสอบระดับชาติ O-net เรอ่ื ง เศษสว่ นและทศนยิ ม ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
ข้าพเจ้าได้นำผลงานทางวชิ าการไปเผยแพรร่ ปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบ open approach
นวัตกรรมทมี่ ีส่วนเกยี่ วข้อง รวมไปถงึ รปู แบบการสร้างแบบทดสอบเพ่อื การสอนแบบ open approach ในงาน
ประชมุ โครงการพัฒนาศักยภาพครเู พื่อพฒั นาทอ้ งถิ่นร่วมกบั มหาวิทยาลัยขอนแกน่ และเข้าร่วมการนำเสนอ
ผลงานท่เี ปน็ เลศิ best practice ในงานสปั ดาห์วิชาการอำเภอคอนสวรรค์ และผลงานวชิ าการที่ข้าพเจา้ นำเสนอ
ไดร้ ับการยอมรบั ให้เป็นผลงานท่เี ปน็ เลศิ ( best practice ) จากคณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่นและ
ไดร้ ับรางวัลเหรยี ญทองผลงานที่เป็นเลศิ ( best practice ) จากผ้อู ำนวยการเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา
ชยั ภมู ิเขต 1
รายงานสรุปผลการปฏบิ ตั ิงาน ( self report ) 13
นำเสนอผลงาน best practice นำเสนอผลงาน best practice
งานวิชาการอำเภอคอนสวรรค์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่
ตัวช้ีวัดท่ี 6 ไดร้ ับรางวลั ยกยอ่ งเชิดชเู กยี รติจากหน่วยงานภาครฐั เอกชน เป็นที่ยอมรับในวชิ าชพี และสังคม
1. ไดร้ บั รางวัลยกยอ่ งเชดิ ชเู กียรตจิ ากหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน เปน็ ท่ียอมรับในวงวชิ าชพี (ภายใน 2 ปี นบั ถงึ
วนั ทย่ี น่ื ขอรบั การประเมนิ )
ตารางท่ี 5 แสดงรางวัลยกย่องเชดิ ชูเกียรติจากหน่วยงานภาครฐั /เอกชน
พ.ศ. ชอื่ รางวัล หน่วยงาน/ระดับ อา้ งองิ
ผลงานระดบั เหรียญทองผลงานท่เี ป็นเลิศ
2562 best practice กล่มุ สาระการเรียนรู้ ระดับอำเภอ เกียรตบิ ตั ร
คณิตศาสตร์ เน่อื งในงานวิชาการอำเภอ
คอนสวรรคป์ ระจำปีการศกึ ษา 2562
ครผู ฝู้ ึกสอนได้รบั รางวลั เหรียญเงนิ จากการ
ประกวดโครงงานคณติ ศาสตร์ประเภท ระดับประเทศ รูปถ่าย/
2562 บูรณาการคณติ ศาสตร์ไปใช้ระดบั ชั้น ม.1-3 ระดบั ภาค / ระดับชาติ เกยี รติบตั ร
ในงานศลิ ปหัตกรรมนกั เรียนภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนอื ครง้ั ที่ 69
ครูผู้ฝึกสอนไดร้ ับรางวลั เหรียญทองชนะเลศิ
จากการประกวดโครงงานคณิตศาสตร์ ระดบั เขตพน้ื ท่ี สพป.ชย 1 รูปถ่าย/
2562 ประเภทบูรณาการคณิตศาสตรไ์ ปใช้ เกยี รตบิ ัตร
ระดับช้ัน ม.1-3 ในงานศลิ ปหัตกรรม
นกั เรียน ครั้งท่ี 69
รายงานสรปุ ผลการปฏิบตั ิงาน ( self report ) 14
ตารางที่ 5 แสดงรางวัลยกยอ่ งเชิดชูเกียรติจากหนว่ ยงานภาครัฐ/เอกชน
พ.ศ. ช่ือรางวัล หน่วยงาน/ระดับ อา้ งอิง
รูปถา่ ย/
ครูผู้ฝึกสอนไดร้ ับรางวลั เหรยี ญทองรอง เกยี รตบิ ตั ร
ชนะเลิศอันดับท่ี 2 จากการประกวด รูปถา่ ย/
เกยี รตบิ ตั ร
2562 โครงงานคณติ ศาสตรป์ ระเภททฤษฎีและ ระดับเขตพ้ืนท่ี สพป.ชย 1
รปู ถา่ ย/
คำอธบิ ายทางคณติ ศาสตร์ระดบั ชัน้ ม.1-3 เกยี รติบัตร
ในงานศิลปหตั กรรมนกั เรยี น ครง้ั ท่ี 69 รูปถ่าย/
เกียรตบิ ตั ร
ครูผู้ฝกึ สอนได้รบั รางวลั เหรียญทองรอง
ชนะเลิศอันดับท่ี 2 จากการประกวด
2561 โครงงานคณิตศาสตรป์ ระเภททฤษฎีและ ระดับเขตพืน้ ที่ สพป.ชย 1
คำอธบิ ายทางคณติ ศาสตรร์ ะดับช้นั ม.1-3
ในงานศลิ ปหัตกรรมนักเรยี น ครง้ั ท่ี 68
ครูผู้ฝึกสอนได้รับรางวลั เหรยี ญทองรอง
ชนะเลิศอนั ดบั ที่ 1 จากการประกวด
2561 โครงงานคณติ ศาสตร์ประเภททฤษฎีและ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ชยั ภมู ิ
คำอธบิ ายทางคณติ ศาสตรร์ ะดบั ชั้น ม.1-3
ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัย
ราชภฏั ชัยภูมิ
ผลงานระดับเหรียญทองผลงานท่ีเปน็ เลิศ
best practice กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณะศึกษาศาสตร์
2561 คณติ ศาสตร์ เนอื่ งในงานโครงการพฒั นาครู มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ครเู พอ่ื พฒั นาท้องถ่นิ
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่
รายงานสรปุ ผลการปฏิบตั งิ าน ( self report ) 15
2. ไดร้ ับเชญิ ใหเ้ ปน็ วิทยากรบรรยายหวั ข้อทตี่ รงกบั ภารกจิ /งานทไี่ ด้รับมอบหมาย ดังนี้
ตารางท่ี 6 แสดงข้อมูลการเปน็ วิทยากร
พ.ศ. ท่ี หวั ข้อบรรยาย หนว่ ยงานทีเ่ ชญิ
2562 1 วิทยากร กจิ กรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ โรงเรียนบ้านโคกมง่ั งอยฯ
เรียน O-net
2562 2 วทิ ยากร กจิ กรรมยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการ ศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
เรียน O-net นครกาหลง 1
2561 3 วิทยากร กิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการ โรงเรยี นบา้ นโคกม่ังงอยฯ
เรยี น O-net
2561 4 วทิ ยากร กิจกรรมยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการ ศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพการศึกษา
เรยี น O-net นครกาหลง 1
วิทยากร จัดอบรมชี้แจงความเข้าใจการ
2561 5 ปรบั ปรุงหลักสูตรฉบับปรับปรงุ มาตรฐานและ สพป.ชย เขต 1
ตัวชีว้ ดั 2560
รายงานสรุปผลการปฏบิ ัตงิ าน ( self report ) 16
ตอนที่ 3 การประเมินตัวชี้วัดเฉพาะ ด้านนวตั กรรมเทคโนโลยเี พ่ือการเรียนการสอน
การดำเนนิ การและผลงานท่ีเปน็ เลิศ
ขา้ พเจา้ ดำเนนิ การจดั การเรียนการสอนโดยเน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญดังน้ี ศกึ ษาเป้าหมาย การจัดการศึกษาและ
หลกั สตู รการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานซ่ึงหลกั สูตรการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน มงุ่ พัฒนาผเู้ รียนทกุ คน ซง่ึ เป็นกำลังของชาติให้เป็น
มนุษยท์ ีม่ คี วามสมดุลทง้ั ด้านร่างกาย ความรู้ คณุ ธรรม มจี ติ สานึกในความเป็นพลเมอื งไทยและเป็นพลโลก ยดึ มนั่
ในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ มคี วามร้แู ละทักษะพ้นื ฐาน รวมท้งั
เจตคตทิ ีจ่ ำเปน็ ต่อการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมงุ่ เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญบน
พนื้ ฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรแู้ ละพฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพโดยมจี ุดมงุ หมายให้นกั เรียนมี
ลักษณะต่างๆ ดงั นี้
1. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มท่พี ึงประสงค์ เหน็ คณุ คา่ ของตนเอง มีวินยั และปฏบิ ัติตนตามหลักธรรม
ของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนับถอื ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. มคี วามรู้อันเปน็ สากลและมคี วามสามารถในการส่อื สาร การคิดการแกป้ ัญหาการใช้เทคโนโลยแี ละมี
ทกั ษะชีวติ
3. มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจิตทีด่ ี มีสุขนิสยั และรกั การออกกำลงั กาย
4. มคี วามรักชาติ มจี ิตสำนึกในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวถิ ชี ีวิตและการปกครองใน
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ
5. มจี ติ สำนกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย การอนรุ กั ษ์และพฒั นาส่งิ แวดล้อมมีจติ สาธารณะ
ท่มี ุ่งทำประโยชน์และสร้างสงิ่ ทด่ี งี ามในสังคม และอยรู่ ่วมกนั ในสังคมอย่างมคี วามสขุ
จากเปา้ หมายการจดั การศึกษาดงั กล่าวข้าพเจา้ ได้นำมาเปน็ แนวทางในการจดั การเรียนรสู้ ู่ชัน้ เรยี นโดยไดม้ ี
การวางแผนการจัดการเรียนรูโ้ ดยการจดั ทำแผนการจดั การเรยี นรแู้ บบ open Approach เป็นขน้ั ตอนสชู่ ั้นเรียน
โดยใชก้ ระบวนการ MTTA เสริมสรา้ งกระบวนการ Open Approach ดงั น้ี
MTTA หมายถงึ 1. M คอื Mathematics ความสำคัญของการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
2. T คือ Translate and การแปลภาษาเพ่อื การเรียนรู้
3. T คอื High order thinking skill การคดิ วิเคราะห์ข้นั สูง
4. A คือ Application การนำไปประยกุ ตใ์ ช้
Open Approach หมายถึง การเรยี นรู้ห้องเรยี นแบบเปิด ประกอบด้วย
ขั้นที่ 1 การนำเสนอปญั หาปลายเปดิ ขนั้ ท่ี 2 การเรียนร้ดู ้วยตนเองของนกั เรยี น
ข้นั ท่ี 3 การอภิปรายท้ังชั้นเรยี น ข้นั ที่ 4 การสรุปเชอื่ มโยงแนวคิดของนักเรยี น
ข้าพเจา้ ได้นำ รปู แบบของนวัตกรรม ใชห้ ลักการ MTTA เพ่อื กระบวนการ Open Approach ดังแผนภาพ
รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ( self report ) 17
นวัตกรรมและเทคโนโลยเี พอ่ื การเรยี นรู้ MTTA for Open Approach
กระบวนการ MTTA นวตั กรรมการสอนแบบเปดิ ( Open Approach ) ผลที่เกดิ ขึน้ กบั ผู้เรียน
T : Translate - นักเรยี นเข้าใจปัญหา
ของสถานการณด์ ีเยีย่ ม
นกั เรียนใช้ทักษะในการแปลภาษา ข้นั ท่ี 1 นำเสนอปญั หาปลายเปิด - นักเรียนสอื่ สารอธิบายปญั หาได้
จากสถานการณ์เพ่ือเข้าใจปญั หา
T : High order thinking skill ขั้นที่ 2 การเรียนร้ดู ้วยตนเอง - นักเรียนสร้างกระบวนการแก้ปญั หา
ของนกั เรยี น ดว้ ยตนเอง และใชอ้ งคค์ วามรเู้ ดิม
นกั เรียนใชท้ กั ษะการคิด ปรพกอบการแก้ปัญหา
วิเคราะหข์ ั้นสงู - นักเรยี นเกดิ กระบวนการแลกเปลยี่ น
ข้อมลู การเรยี นรู้แบบรว่ มมอื
เพอื่ เรียนรแู้ ละแกป้ ญั หา
รวมถงึ ใช้อภปิ ราย ขน้ั ที่ 3 การอภิปรายทัง้ ช้ันเรียน
ทัง้ ช้ันเรียน
A : Application ขัน้ ท่ี 4 การสรปุ เชือ่ มโยงแนวคดิ - นกั เรียนเกดิ การเรยี นรู้ทีย่ ัง่ ยืน
นักเรยี นนำองค์ความรู้ไป ของนักเรยี น เพราะนกั เรยี นสร้างองค์ความรู้เอง
ตอ่ ยอดประยกุ ต์ใช้ personal learning และเห็นความสำคัญ
M : Mathematics ของคณติ ศาสตร์ เพือ่ นำไปประยุกตใ์ ช้
นกั เรยี นเหน็ ความสำคญั ของคณิตศาสตร์
จากแผนภาพขา้ พเจ้าจึงได้สร้างนวตั กรรมการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ของนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โดยใช้
ช่ือนวัตกรรมวา่ นวตั กรรมและเทคโนโลยเี พื่อการเรยี นรู้ MTTA for Open Approach model
T T M Open Approach
high order Thinking skill Translate Mathematics
Personal
A learnning
Application
MTTA for Open Approach Model
รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ตั งิ าน ( self report ) 18
องค์ประกอบที่ 1
ตวั ชวี้ ัดที่ 1 คุณลกั ษณะของนวัตกรรม
ข้อท่ี 1 มรี ปู แบบนวัตกรรมถูกตอ้ งครบถว้ นตามประเภทของนวัตกรรมทรี่ ะบุ
นวัตกรรมที่จัดทำขน้ึ คอื แผนการจดั การเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โดยใช้ MTTA for
Open Approach ทมี่ ีเน้อื หาตรงมาตรฐานการเรียนรู้ตามตัวชี้วดั และสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ดงั น้ี
ซึง่ เปน็ นวตั กรรมทอ่ี อกแบบมาเพ่อื การจัดการเรยี นรูร้ ะดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 ในเร่อื งของเศษสว่ นและ
ทศนิยมแผนการจดั การเรยี นรคู้ ณิตศาสตรร์ ะดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 โดยใช้ มีวัตถุประสงคใ์ นการจดั ทำ ขอ้ ที่ 1
นกั เรยี นมที กั ษะในการแปลภาษาคณติ ศาสตร์เชิงสญั ลักษณจ์ ากสถานการณ์ท่กี ำหนดให้ได้ ขอ้ ท่ี 2 นักเรยี น
สามารถอภปิ รายการแกป้ ัญหาจากสถานการณท์ ่กี ำหนดใหไ้ ด้ ขอ้ ที่ 3 นักเรียนสามารถประยกุ ตใ์ ชอ้ งค์ความรู้
คณิตศาสตรส์ รา้ งเป็นชิ้นงานได้ โดยมกี ลมุ่ เปา้ หมายคือ นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกมั่งงอยครุ ุ
ประชาบำเพ็ญ ปกี ารศึกษา 2562 ค่าสถิติทใ่ี ช้ ค่าร้อยละ และคา่ เฉลี่ยเลขคณติ
ข้อที่ 2 นวตั กรรมมีความสอดคล้องกับความรู้ความสามารถและการปฏิบัติหนา้ ท่ใี นด้านท่ขี อรบั การประเมนิ
คดั เลอื ก
ข้าพเจา้ ปฏิบตั ิหนา้ ที่สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตัง้ แตเ่ ขาพระเจ้าเร่มิ รับราชการรวมท้ังส้ินเป็น
เวลา 3 ปี 4 เดือนและสอนในรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้ืนฐานชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ตัง้ แต่ปกี ารศึกษา 2559 จนถึง
ปจั จุบนั และนวัตกรรมทส่ี รา้ งขึ้นคอื แผนการจัดการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้
MTTA for Open Approach ตรงกบั รายวชิ าที่ข้าพเจ้าปฏบิ ัติหน้าท่ีสอนและเป็นนวตั กรรมทีม่ เี น้ือหาตรงตาม
ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรียนรมู้ าตรฐานการเรียนรตู้ ามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศักราช 2551
กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตรต์ รงตามความต้องการในการนำไปใชจ้ ดั การเรยี นการสอนเพ่ือเป็นนวัตกรรมทีใ่ ช้
ในการแก้ปัญหานักเรียนศตวรรษที่ 21 เพือ่ ทจ่ี ะให้นักเรียนฝึกการคดิ วเิ คราะหข์ ั้นสงู และฝกึ การสร้างนวัตกรรม
จากปัญหาและสถานการณ์ท่กี ำหนดให้ โดยสรา้ งเป็นโมเดลที่ช่ือว่า “ MTTA for Open Approach Model”
รายงานสรุปผลการปฏิบัตงิ าน ( self report ) 19
ข้อที่ 3 รปู แบบการจดั พิมพ์ จัดรปู เล่มนวัตกรรม การนำเสนอนา่ สนใจ มกี ารจดั เรยี งลำดับอย่างเป็นขน้ั ตอน
ขา้ พเจา้ ได้ดำเนินการจัดทำนวตั กรรม โดยตัง้ เปน็ นวัตกรรมแผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาคณิตศาสตร์
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้ MTTA for Open Approach Model เปน็ หลักในการสรา้ งนวตั กรรม ตั้งแต่
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 เป็นต้นมา เพ่อื ทจ่ี ะให้นวัตกรรมเป็นเครื่องมอื ในการพฒั นาผูเ้ รียนใหเ้ ป็นผูท้ ่ีมี
ศกั ยภาพด้านการคดิ วเิ คราะห์ขั้นสงู และสามารถอภปิ รายองคค์ วามร้คู วามสามารถในการสรา้ งนวตั กรรมหรือ
ช้ินงานท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ สังคมและชว่ ยแก้ปัญหา ใหก้ ับผู้เรยี นทีม่ ีความบกพรอ่ งทางด้านการเรียนรดู้ ว้ ย ซง่ึ การ
เรียนร้แู บบ open Approach สามารถสร้างองค์ความรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง หรือท่เี รยี กวา่ Personal learning ซึ่ง
ขา้ พเจา้ ไดจ้ ัดทำและเรียงลำดับรูปแบบของนวตั กรรมดังนี้
ปก มีสีสนั สวยงาม แต่ละเล่นใชส้ ีตา่ งกนั เพ่อื ให้นักเรียนไมส่ ับสนมีชอื่ เร่ืองชัดเจนและการออกแบบให้มีความ
นา่ สนใจสอดคลอ้ งกับเน้ือหาท่จี ะสอน
ช่อื เรือ่ งชัดเจน
ตวั ช้วี ัดชดั เจน
รปู แบบกระบวน
การเรยี นรู้
คำนำและสารบญั มีคำแนะนำเพอื่ บง่ บอกถึงเป้าหมายการพัฒนาตาม มาตรฐานและตวั ชวี้ ัด และสารบญั ท่ี
ถกู ต้องชัดเจนบอกหวั ข้อสำคัญทีม่ ีอย่ใู นเล่มได้เป็นอย่างดี
คำชแ้ี จงและคำแนะนำ ในสว่ นของคำช้ีแจงคำแนะนำสำหรับนักเรยี นและคำแนะนำสำหรับครูเป็นส่วนท่ที ำ
ให้นักเรยี นหรือครูเข้าใจวิธีการใช้แบบฝกึ แต่ละเล่มและสามารถนำไปใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ งโดยใช้ขอ้ ความทอ่ี ่านแลว้ เข้าใจ
งา่ ยกระชับไดใ้ จความ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด และจุดประสงค์การเรียนรู้ ภายในเล่มแต่ละเล่ม ขา้ พเจ้าได้บอกมาตรฐาน
การเรียนรู้ ตัวชี้วัด และจุดประสงค์การเรียนรู้ แต่ละเล่ม เพื่อให้นักเรียนทราบจุดประสงค์ก่อนท่ีจะได้เริม่ การ
เรียนรูข้ องแบบฝึกทกั ษะแต่ละเล่ม เป็นการกำหนดทิศทางในการศึกษาและการนำไปสูก่ ารปฏิบัติตนได้ตรงตาม
เป้าหมายและสรุปใจความสำคัญของเรือ่ งทเ่ี รยี นได้ตรงตามจุดประสงค์
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและเฉลย แบบฝึกทักษะแตล่ ะเล่มจะมแี บบทดสอบกอ่ นเรยี นตรงตามจดุ ประสงคท์ ่ี
เรียน มีจำนวนข้อท่เี หมาะสมกับเวลา และกบั เนื้อหา มีแบบทดสอบหลายรปู แบบ เช่น แบบจบั คู่ แบบ
เลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก แบบเตมิ คำตอบ แบบพจิ ารณาจรงิ เท็จ เป็นตน้ โดยแต่ละแบบจะเลือกให้เหมาะสมกับ
เนอื้ หาของเรื่องที่ตอ้ งการวดั เพื่อใหน้ กั เรียนได้ประเมนิ ระดับความรคู้ วามสามารถของเร่ืองนน้ั ๆ วา่ มีความรู้
ความสามารถก่อนท่ีเรียนเรอ่ื งนั้น ๆ มากนอ้ ยเพยี งใด และยังผลักดันใหน้ กั เรียนอยากที่จะเรียนรู้ เพอ่ื ท่จี ะได้รบั
ความรู้มากข้นึ ในเรอ่ื งนนั้ ๆ และมผี ลการประเมินหลงั เรียนท่ีดีข้ึน
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัตงิ าน ( self report ) 20
การวิเคราะห์มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด แบบทดสอบที่หลากหลาย เกณฑ์การประเมิน Rubric score ชัดเจน
ใบความรู้ ใบความรู้เปน็ แหล่งเรียนรเู้ น้ือหาสาระนน้ั ๆ ไดด้ ้วยตนเอง และเป็นแหล่งเรยี นรู้ทนี่ ักเรียน
ทบทวนบทเรียนหลังจากเสรจ็ สิ้นกิจกรรมการเรียนรู้ และเป็นส่วนเสรมิ ให้นกั เรียนเขา้ ใจมากยิ่งข้ึน เม่ือนกั เรียน
ได้ศกึ ษาเพ่ิมเติม เน้ือหาในใบความรูจ้ งึ เปน็ ส่วนที่สำคญั มาก ข้าพเจ้าจงึ ต้องสร้างใบความรูใ้ ห้ถกู ตอ้ ง สมบูรณ์
ตรงตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ด้วยข้อความ/ภาษาทอ่ี า่ นเขา้ ใจงา่ ย กระชบั ได้ใจความ มีการยกตัวอย่าง
หลากหลาย ใหน้ กั เรียนได้เรียนรู้สถานการณท์ แี่ ตกต่างกัน มีการสรุปองค์ความรู้ หรือเทคนิค/เคล็ดลบั ที่ทำให้
นักเรยี นเข้าใจงา่ ย มกี ารเสริมหรอื ทบทวนความรู้เดมิ สน้ั ๆ ภายในเนอื้ หาใหม่ เพ่อื นำไปตอ่ ยอดกับความรใู้ หม่
และมีการนำเสนอหลากหลายรปู แบบ เช่น สภานการณ์ การต์ ูน การเผชญิ กบั ปัญหาท่ใี กล้เคียงกับ
ชวี ติ ประจำวัน
รปู แบบมคี วามสวยงาม และน่าสนใจในการอา่ น
รายงานสรุปผลการปฏบิ ตั งิ าน ( self report ) 21
ตัวช้ีวัดท่ี 2 คุณภาพขององคป์ ระกอบในนวตั กรรม
ขอ้ ที่ 1 จุดประสงค์ เป้าหมายของนวตั กรรมสอดคล้องกบั สภาพปญั หาความตอ้ งการพฒั นา
จากสภาพการจัดการเรียนรวู้ ชิ าคณิตศาสตรข์ องโรงเรียนบา้ นโคกมง่ั งอยคุรุประชาสรรคเ์ พ็ญสำนักงานเขตพน้ื ท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษาชัยภมู ิเขต 1 พบว่านักเรยี นมผี ลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (o-net)
วชิ าคณิตศาสตร์ตำ่ กว่าเกณฑ์ท่ีกำหนด มีคะแนนเฉล่ยี ร้อยละ 27.50 และเมือ่ พิจารณาผลการทดสอบตามสาระ
พบวา่ นักเรียนมีผลการทดสอบในสาระจำนวนและการดำเนนิ การ ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 และนกั เรยี นยงั มี
ทศั นคติเชิงลบต่อรายวิชา รวมไมถ่ ึงภายในโรงเรยี นเป็นโรงเรยี นขยายโอกาสซง่ึ นักเรยี นมีความม่งุ มน่ั ตัง้ ใจและ
ความต้องการทจี่ ะเขา้ ศึกษาต่อในระดับอาชวี ศกึ ษา ซึง่ เป็นระดับ ทีก่ ลา่ วได้วา่ จะต้องมีองคค์ วามรู้ ทกั ษะการคดิ
วิเคราะหข์ ้ันสูง และการประยกุ ตใ์ ช้องค์ความรใู้ ห้ออกมาเปน็ ช้นิ งานท่สี ามารถจับตอ้ งได้ ขา้ พเจ้า ในฐานะครู
ประจำรายวิชาคณติ ศาสตร์ จะต้องปูพ้นื ฐาน ทกั ษะและกระบวนการคดิ ของผูเ้ รียนใหเ้ หมาะสมกบั อนาคตทผี่ ู้เรยี น
จะเข้าไปศึกษาต่อ จึงไดด้ ำเนนิ การสรา้ งนวัตกรรมแผนการจดั การเรียนรู้ เพอ่ื ฝึกและพฒั นาผู้เรียน ให้เปน็ ผทู้ ม่ี ี
ทกั ษะการคดิ ข้ันสงู และสามารถนำองคค์ วามรไู้ ปประยุกต์ใช้ในการสร้างชิ้นงาน ซ่ึงข้าพเจา้ ไดเ้ รม่ิ ดำเนินการจดั ทำ
นวัตกรรมต้ังแตภ่ าคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2562 เปน็ ตน้ มา โดยใช้ MTTA for Open Approach Model เปน็
แบบในการสรา้ งนวัตกรรมเพอ่ื ตอบปญั หาและความสำคญั ท่ีเกดิ ขนึ้ ดงั กล่าว
ข้าพเจา้ สรา้ งแผนการจดั การเรียนร้โู ดยใช้ MTTA for Open Approach Model โดยมีวตั ถุประสงค์ ดงั น้ี
ขอ้ ท่ี 1 นักเรียนมีความสามารถในการแปลภาษาเชิงสัญลกั ษณเ์ พอ่ื แกป้ ญั หาจากสถานการณ์ทก่ี ำหนดให้ได้
ซึ่งสามารถวดั ไดจ้ ากผลคะแนนการทดสอบจากการเรียนร้ตู ามแผนการจดั การเรยี นรู้ MTTA for Open
Approach ซึ่งแบบทดสอบหาค่าคณุ ภาพความเท่ียงตรงเชิงเนอ้ื หาจากผูเ้ ช่ียวชาญ
ขอ้ ที่ 2 นักเรยี นมที ักษะความสามารถในการอภปิ รายเพอื่ แกป้ ัญหาจากสถานการณ์ท่กี ำหนดให้ได้ ซึ่ง
สามารถวัดไดจ้ ากการประเมินในชน้ั เรียนดว้ ยเกณฑก์ ารประเมินทกั ษะในศตวรรษที่ 21 และคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ
ประสงคต์ ามเกณฑท์ ก่ี ำหนด
ขอ้ ที่ 3 นกั เรยี นสามารถประยกุ ต์ใช้องค์ความรู้ในการสรา้ งนวัตกรรม จากสถานการณ์และปญั หาท่ี
กำหนดให้ได้ ซึง่ วัดได้จากการทน่ี กั เรยี นสามารถสรา้ ง mind map , flow chart และโครงงานคณิตศาสตร์ ซึง่
ไดร้ บั รางวลั และเปน็ ทีย่ อมรับ
ชน้ิ งานของนักเรยี น mind map นกั เรียนได้รบั รางวลั เหรยี ญเงนิ
Flow chart , โครงงาน การประกวดโครงงานคณิตศาสตรร์ ะดับชาติ
รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ตั งิ าน ( self report ) 22
ขอ้ ที่ 2 ความถูกต้องสมบรู ณ์ในเนื้อหาสาระของนวตั กรรม
แผนการจดั การเรยี นรฉู้ บับน้ี สรา้ งความถกู ต้องสมบูรณใ์ นเนือ้ หาสาระของนวตั กรรมดว้ ยการวเิ คราะห์
หลักสูตรและตวั ชีว้ ดั มาตรฐานการเรยี นรูร้ ายวชิ าคณติ ศาสตร์ และ สรา้ งจุดประสงคข์ องการเรยี นรู้ในแตล่ ะราย
ชวั่ โมงรวมไปถงึ จำนวนชวั่ โมงท่ีระบถุ ูกตอ้ งชัดเจนเพ่ือใหเ้ กิดความเขา้ ใจง่ายในการนำไปใช้ ดงั น้ี
ตัวอย่างตารางวิเคราะห์ตวั ชีว้ ัดจากนวตั กรรม
ตวั ช้ีวัดท่ีวเิ คราะห์ ค 1.1 ป.6/2 เปรียบเทียบและเรยี งลำดบั เศษสว่ นและทศนิยมและทศนยิ มไม่เกิน 3 ตำแหนง่
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ สาระสำคญั จำนวน น้ำหนกั
ชั่วโมง คะแนน
1.นกั เรียนสามารถเขยี น การเปรยี บเทยี บเศษส่วน ทำไดโ้ ดย
เครื่องหมายแสดงการ 1.นักเรียนใชก้ ระบวนวิธีทางคณติ ศาสตรใ์ ห้ 1 20
เปรียบเทยี บเศษสว่ นท่ี สว่ นเท่ากัน
กำหนดให้ได้ 2.นักเรียนเปรยี บเทยี บตวั เศษ
2.นักเรยี นสามารถเขยี น การเปรียบเทียบทศนยิ ม ทำไดโ้ ดย
เครอ่ื งหมายแสดงการ 1.พจิ ารณาหลักตอ่ หลัก ตำแหน่งต่อตำแหน่ง
เปรยี บเทียบทศนิยมไม่ ของทศนิยมทเี่ ปรยี บเทยี บ 1 20
เกิน 3 ตำแหนง่ ท่ีกำหนดใหไ้ ด้ 2.นักเรยี นเปรยี บเทยี บค่าประจำหลกั หรือค่า
ประจำตำแหนง่ เรยี งจากซา้ ยไปขวา
3.นักเรยี นสามารถเขียน การเขยี นเรยี งลำดับเศษส่วน ทำได้โดย
เรียงลำดบั เศษส่วนที่ 1.พจิ ารณาให้เศษส่วนทก่ี ำหนดมีตัวสว่ น
กำหนดให้ได้ เท่ากันโดยกระบวนวธิ ีทางคณติ ศาสตร์
2.นกั เรยี นเปรยี บเทียบเฉพาะตัวเศษจาก 2 40
เศษส่วนท่ีไดใ้ หม่
3.นกั เรียนเรยี งลำดบั มาก น้อย จากความ
ตอ้ งการ
4.นกั เรยี นสามารถเขียน การเขียนเรียงลำดับทศนิยม ทำได้โดย
เรียงลำดบั ทศนยิ มไม่ 1.พิจารณาหลกั ต่อหลกั ตำแหน่งต่อตำแหนง่
เกนิ 3 ตำแหนง่ จากทศนยิ มท่ี 2.นักเรียนเปรยี บเทยี บค่าประจำหลักและค่า 1 20
กำหนดให้ได้ ประจำตำแหนง่
3.นักเรียนเขยี นเรียงลำดับทศนยิ มจากความ
ตอ้ งการ
จากตารางข้าพเจ้านำเสนอตัวอยา่ งเพียงบางสว่ นของการวิเคราะหม์ าตรฐานและตัวชว้ี ดั นำมาซ่งึ การสรา้ ง
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ และแนวทางขัน้ ตอนในการแกป้ ญั หาเพื่อสรา้ ง flow chart ตอ่ ไป
รายงานสรุปผลการปฏบิ ตั งิ าน ( self report ) 23
ข้อท่ี 3 ความถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ
ข้าพเจ้าได้สรา้ งนวตั กรรมในรูปลักษณะแผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาคณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6
โดยใช้ MTTA for Open Approach Model เป็นแนวคิด ในการสร้างนวัตกรรม ตัง้ แต่ ภาคเรียนท่ี 1 ปี
การศึกษา 2562 เพอื่ แก้ไขปัญหา และสภาพที่นกั เรยี นจำเปน็ ทจี่ ะต้องมีพืน้ ฐานเพ่ือการสร้างองค์ความรู้ด้วย
ตนเอง และพฒั นาสรา้ งเปน็ นวัตกรรมด้วยตนเอง โดยการนำไปให้ผ้เู ชย่ี วชาญดา้ นตรวจสอบความถูกตอ้ งตาม
โครงสรา้ งตามเน้อื หาและตรวจสอบความเหมาะสมของ แผนการจดั การเรียนรู้ว่าเป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่
เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ท่ีดีมีจุดประสงค์ชดั เจนสอดคลอ้ งกบั การพฒั นาทกั ษะสาระการเรียนรแู้ ละกระบวนการ
เรียนรูข้ องกลุม่ สาระการเรียนรเู้ นือ้ หาถกู ต้องตามหลักวิชาสงั เคราะห์มาตรฐานการเรยี นรตู้ ัวช้วี ัดสาระการเรยี นรู้
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐานพทุ ธศกั ราช 2551 ใช้ภาษาเหมาะสมมีคำอธิบายและคำส่งั ที่ชัดเจน
งา่ ยตอ่ การปฏบิ ัติตามสามารถพฒั นาทักษะการเรยี นรู้นำผเู้ รยี นสกู่ ารสรุปความคดิ รวบยอดเปน็ ไปตามลำดับ
ข้นั ตอนการเรยี นรู้ซง่ึ สามารถเรียนรู้ได้แบบ Personal Learning สอดคล้องกบั วธิ ีการเรยี นรแู้ บบ open
Approach และความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล มกี ารตั้งคำถามในเชงิ สถานการณ์เพ่ือให้สอดคลอ้ งกับแบบทดสอบที่
เปน็ ลกั ษณะของ PISA และการร้เู ท่าทนั สอ่ื ความร้ตู า่ ง ๆ ในยุคปัจจบุ นั กิจกรรมที่ท้าทายสง่ เสรมิ ทกั ษะ
กระบวนการเรยี นร้ขู องธรรมชาตวิ ิชารวมไปถงึ ส่งเสริมทักษะกลยุทธใ์ นการใช้ความคิดทเ่ี กดิ จากทักษะ
กระบวนการคดิ ขน้ั สงู และผเู้ รยี นยังมกี ลยทุ ธ์ในการนำเสนอไอเดียและความคิดรว่ มไมถ่ งึ มกี ลยทุ ธใ์ นการอภปิ ราย
เพอ่ื ให้ได้สรปุ ความคิดรวบยอดหรือรวมเป็นขั้นตอนการเรียนรแู้ บบ Personal Learning ผเู้ รยี นมีความชดั เจน
และความน่าสนใจ ในการสรา้ งองคค์ วามรู้ และสามารถให้ข้อมลู ยอ้ นกลับเพ่อื ปรบั ปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ของ
ผเู้ รยี นได้อย่างตอ่ เน่ืองและภายในแผนการจดั การเรียนร้รู ายวชิ าคณิตศาสตรใ์ นแต่ละเนื้อหาประกอบไปด้วยคำนำ
สารบัญแบบทดสอบกอ่ นเรียนเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนใบความรแู้ บบฝึกทักษะเฉลยแบบฝกึ ทกั ษะแบบทดสอบ
หลงั เรียนตารางบันทึกคะแนนเกณฑก์ ารให้คะแนนและเกณฑป์ ระเมนิ ครบถ้วนถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการสามารถ
นำไปใชใ้ นการจดั การเรียนรไู้ ด้และนกั เรยี นสามารถศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเองซ่งึ การศึกษาไดด้ ้วยตนเองของนกั เรียน
นั้นถือไดว้ ่า เป็นเปา้ หมายหลักสำคัญในการสรา้ งและออกแบบนวัตกรรมตาม MTTA for Open Approach
Model
ตวั ชวี้ ัดที่ 3 การออกแบบนวตั กรรม
ขอ้ ท่ี 1 มีแนวคดิ ทฤษฎรี องรบั อย่างสมเหตสุ มผลสามารถอ้างองิ ได้
นวตั กรรมแผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวิชาคณิตศาสตร์ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี
6 มีหลกั การและแนวคดิ สว่ นหนงึ่ มาจาก MTTA for Open Approach Model และอกี สว่ นหน่งึ มาจาก
แนวคดิ ทฤษฎที ี่รองรับดังนี้
Tejima (1997) เป็นการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนท่ีใชป้ ญั หาปลายเปิด (Open-ended
problems) ซงึ่ เปน็ ปัญหาชนิดที่มีคาํ ตอบ หรอื มีแนวทางในการแก้ปัญหาไดห้ ลากหลาย การพิจารณาคําตอบ
ของปัญหาปลายเปิดไมใ่ ช่ตัดสนิ เฉพาะความถกู ผิดของคาํ ตอบ หรอื ตัดสนิ โดยคนสว่ นมากวา่ ถูกหรือผดิ แต่จะมกี าร
พจิ ารณาถึง เหตผุ ลวา่ มีความสมเหตุสมผลมากน้อยเพยี งใดการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทเี่ นน้ การใชป้ ญั หา
ปลายเปิดจึงเปน็ กจิ กรรมหนง่ึ ทีส่ ามารถตอบสนองต่อความคดิ ท่ีหลากหลายของนกั เรียนไดเ้ น่อื งจากกจิ กรรมการ
รายงานสรุปผลการปฏบิ ัติงาน ( self report ) 24
เรยี นการสอน ท่เี นน้ การใชป้ ัญหาปลายเปดิ สามารถจดั กจิ กรรมท่ีเป็นการบูรณาการเนือ้ หาหลายๆ เรือ่ ง เข้าไวใ้ น
กจิ กรรมเดยี วกันได้ ซ่งึ เปน็ การจัดสรรเนื้อหาโดยการเนน้ กจิ กรรมใหส้ อดคลอ้ งกับเวลาท่ีมีอยนู่ อกจากนี้ สอ่ื การ
สอนทใี่ ช้จะเปน็ ลักษณะของการดึงเอากระบวนการคดิ ของนักเรียนออกมา ทำให้สามารถศึกษากระบวนการคิด
ของนกั เรยี นแต่ละคน และสง่ เสริมใหม้ กี ารพัฒนาดา้ นการใหเ้ หตุผลของนกั เรียนได้เป็นอยา่ งดยี งิ่ อกี ด้วย
วิจารณ์ พานชิ (2557) กลา่ ววา่ Open Approach เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้นกั เรยี นมวี ิถแี ละวิธีการ
เรียนรู้ทแี่ ตกต่างหลากหลาย เปน็ การพัฒนาการเรยี นรูข้ องตนเองอย่างทว่ั ถงึ เตม็ ศกั ยภาพของแต่ละคน ผเู้ รียนได้
ยกระดับความรู้ และ ระดับการเรยี นรู้ร่วมกนั ผ่านการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ ทำให้เกดิ การเรยี นรใู้ นระดบั สูงเกิด
สมรรถนะฝังลึกท่ีจะเรยี นรแู้ กป้ ัญหาและสรา้ งสรรคใ์ นเรอื่ งและ ในเงอ่ื นไขทีต่ นยังไม่เคยรูจ้ ักได้ดว้ ยตนเองและโดย
กระบวนการกล่มุ จนเกดิ การเปล่ียนแปลงภายในตนเอง (Transformative Learning) ร่วมกนั ซงึ่ จะทำใหผ้ ู้เรียน
เกดิ อุปนสิ ยั และความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต อนั เปน็ ภารกิจหลกั ประการหน่งึ ของโรงเรียนเพลินพัฒนา
ท่จี ะทำให้นกั เรียนเป็นผู้มคี วามสามารถในการเรยี นรู้ตลอดชีวิต
สรปุ ไดว้ ่า วธิ กี ารแบบเปิด (Open Approach) เป็นกระบวนการจัดการเรยี นการสอนทีเ่ น้นใหน้ ักเรียนได้มี
ประสบการณห์ ลากหลายกบั ปัญหาปลายเปิดทม่ี ีลักษณะหลายๆคำตอบอนั เกดิ จากกระบวนการแกป้ ัญหา
หลากหลายวิธที นี่ ักเรยี นคิดออกมาไมใ่ ช่ครเู ปน็ ผบู้ อกคำตอบเหมือนการเรียนการสอนในปจั จุบนั ทมี่ ุ่งแต่ผลลัพธใ์ น
การสอบแข่งขันขาดการจัดกระบวนการทางความคดิ ที่จะใหน้ ักเรยี นรูจ้ กั คดิ อย่างเป็นระบบ มเี หตมุ ีผล
ขอ้ ที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎที ร่ี ะบมุ คี วามเป็นไปได้ในการพฒั นานวัตกรรมใหส้ มั ฤทธ์ผิ ล
ขา้ พเจ้าไดน้ ำทฤษฎที ท่ี ำการศึกษาเพอ่ื สรา้ งเปน็ นวัตกรรมทมี่ กี ารสอนแบบ open Approach ซง่ึ การสอนแบบ
open Approach จะเป็นการฝึกให้ผู้เรียนสามารถสรา้ ง Personal Learning ได้ ด้วยนวตั กรรมท่ีออกแบบน้ี ยดึ
หลัก MTTA for Open Approach Model เป็นหลกั ในการสร้างนวตั กรรมตง้ั แตภ่ าคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา
2562 ซง่ึ แนวคิดทฤษฎจี ากการศกึ ษาพบว่า ปัญหาชนิดท่เี ปน็ ปญั หาปลายเปดิ สามารถหาคำตอบหรือแนวทางการ
แก้ปัญหาได้หลากหลายเม่ือพจิ ารณาคำตอบจงึ ไมส่ ามารถตัดสนิ ความถกู ผิดของคำตอบได้ คำตอบย่อมมเี หตุและ
ผลโดยตัวของคำตอบเองซง่ึ ผ้เู รียนแตล่ ะคนจะยึดหลกั ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลใชก้ ารคิดวิเคราะหข์ น้ั สูงและ
การอภิปรายเพ่อื รวบรวมเปน็ องคค์ วามรเู้ ฉพาะของตนเองในการแกป้ ญั หาจากขอ้ คำถามปลายเปดิ และผู้เรียนนั้น
สามารถใช้องคค์ วามรทู้ ี่หลากหลายจากผูเ้ รียนคนอืน่ มาสร้างปรับปรงุ วิเคราะหข์ ้นั สูง และทำการสังเคราะห์เพ่ือ
เป็นองคค์ วามรู้ของตนเอง จนเกิดการเปลย่ี นแปลงภายในตนเอง และสง่ ผลให้ผ้เู รยี นเกิดความรักและเจตคตทิ ี่ดีต่อ
รายวชิ ามากยง่ิ ขึ้น ซึง่ จากการนำทฤษฎีทีเ่ กยี่ วขอ้ งมาออกแบบเป็นนวัตกรรมแผนการจดั การเรยี นรู้ซงึ่ จากการนำ
นวัตกรรมแผนการจดั การเรยี นรไู้ ปใชจ้ ริงพบว่าผเู้ รยี นสามารถท่จี ะทำกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ท่ีตั้งไวไ้ ด้ครบถ้วน
โดยนกั เรยี นสามารถทจ่ี ะแปลภาษาเชงิ คณิตศาสตร์เพ่อื แกส้ ถานการณจ์ ากปัญหาทกี่ ำหนดให้ไดร้ วมไปถึงผู้เรยี น
สามารถใชท้ ักษะวิเคราะห์ขน้ั สงู และทักษะการอภิปรายเพื่อสังเคราะหอ์ งค์ความรูจ้ ากผู้เรยี นผู้อ่นื ซ่งึ เกดิ
กระบวนการ Personal Learning และสามารถนำกระบวนการเรยี นรู้ทง้ั หมดไปสร้างเปน็ นวตั กรรมช้นิ งานท่ี
สามารถใช้แกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆตอ่ ไปไดน้ บั ได้วา่ นวัตกรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ Open Approach
สามารถใช้ได้จริงและส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนเกิดทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ขัน้ สูงและตอ่ ยอดทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ขั้นสงู ให้
เกดิ เปน็ นวัตกรรมซ่ึงสามารถวดั ไดจ้ ากช้นิ งานของนกั เรียน และรูปแบบการทำงานของนักเรียนในแต่ละช่วั โมง ซ่ึง
รายงานสรปุ ผลการปฏบิ ตั ิงาน ( self report ) 25
กระบวนการทั้งหมดท่ถี ือได้วา่ มีความสำคัญมากกวา่ การเรยี นร้ใู นปัจจบุ นั ทเ่ี นน้ ไปทกี่ ารทดสอบเพอ่ื ให้ไดม้ าซงึ่
คะแนนมากกวา่ จากกระบวนการทงั้ หมดเราสามารถตอบไดว้ ่านวัตกรรมท่เี ราสร้างข้ึนมาน้นั มกี ระบวนการอยา่ งไร
และสามารถตอบไดว้ า่ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นที่เราสามารถวัดได้จากชิน้ งานของผู้เรยี นเปน็ หลักและทกั ษะ
กระบวนการคิดวิเคราะห์ข้ันสงู ของผูเ้ รียน ออกมาเป็นเกณฑ์การประเมนิ ท่ีน่าพงึ พอใจซ่ึงผเู้ รียนสามารถผา่ นเกณฑ์
การประเมนิ จากวตั ถปุ ระสงคท์ ุกขอ้ ได้
ขอ้ ที่ 3 นวตั กรรมมีความสอดคล้องตามแนวคิดทฤษฎที ี่ระบุ
ขา้ พเจ้าไดย้ ดึ หลกั MTTA for Open Approach Model ในการสร้างและออกแบบนวัตกรรมในรูปของ
แผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวิชาคณิตศาสตร์ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ตั้งแต่
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562 เงินดว้ ยว่าตอ้ งการทีจ่ ะแกป้ ัญหาผเู้ รียนให้มีทักษะการคดิ วเิ คราะห์ขน้ั สูงตาม
แบบทกั ษะในศตวรรษที่ 21 และผูเ้ รียนสามารถนำองคค์ วามร้ไู ปตอ่ ยอดและปรับปรุงสรา้ งเปน็ นวัตกรรม และ
ส่ิงประดษิ ฐ์ในการแก้ปญั หาสถานการณ์ในปจั จุบันถือไดว้ า่ เปน็ การพัฒนาผเู้ รยี นใหม้ คี วามพร้อมในการศึกษาตอ่ ใน
ระดบั อาชีวศกึ ษารวมไปถึงมคี วามพร้อมในการท่ีจะเป็นบุคลากรท่ีมีคุณภาพต่อชมุ ชนและสังคม จงึ ไดพ้ ยายาม
ศกึ ษาทฤษฎีและแนวคิดพบวา่ ผู้เรยี นแตล่ ะคนมคี วามแตกต่างระหว่างบคุ คลข้าพเจา้ จงึ ไดเ้ ลือกการจดั การเรียนรู้
แบบเปดิ หรอื ทเี่ รียกว่า Open Approach จากทฤษฎตี า่ ง ๆ กล่าววา่ การศึกษาแบบ open Approach สามารถท่ี
จะทำให้ผู้เรยี นนน้ั เกิดการเกิดกระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองทเี่ รียกว่า caroling และผู้เรยี นเกิดทกั ษะการ
วเิ คราะหข์ ้ันสูงรวมไปถึงทกั ษะการอภปิ รายในการเสาะแสวงหาความรู้ร่วมกับผูอ้ น่ื ถอื ได้ว่าเป็นการทำงานแบบ
cooperative Learning ซ่ึงทำให้ผู้เรียนสามารถสรา้ งองคค์ วามรู้ทีย่ ั่งยนื ขา้ พเจา้ จึงมแี นวคิดทีว่ ่าการจดั การเรียนรู้
แบบ open Approach ถือไดว้ า่ เหมาะสมที่สุดที่ข้าพเจา้ สามารถท่จี ะเลอื กมาใชแ้ ละนำมาปฏบิ ตั ิกับผ้เู รยี นได้
กระบวนการ Open Approach มีกระบวนการดว้ ยกนั 4 ข้ันตอน 1) สรา้ งสถานการณ์แบบเปิดเป็นคำถาม
ปลายเปิด 2) ให้ผ้เู รียนหาองคค์ วามรู้และฝกึ คิดแก้ปัญหาโดยใช้ทักษะการแกป้ ัญหาจากการคิดข้ันสงู 3) ผูเ้ รียนมี
การอภิปรายทั้งชนั้ เรียนเพ่ือเป็นการสังเคราะห์ความรู้ให้เกิดเป็นกระบวนการ 4) ผเู้ รยี นเชื่อมโยงองคค์ วามรูเ้ ดมิ
และองคค์ วามรู้ใหม่เพ่อื นำไปประยกุ ตใ์ ชแ้ ละสร้างเป็นนวตั กรรมในการแกป้ ัญหาตอ่ ไปซ่ึงเราสามารถวดั ได้จากผล
การศึกษาของผ้เู รียนในแต่ละรายชั่วโมงของแผนการจดั การเรียนรู้วา่ ผเู้ รียนผา่ นจุดประสงค์ครบทุกขอ้ ตามเกณฑ์ที่
ไดก้ ำหนดไวร้ อ้ ยละ 100 ของผ้เู รยี น
รายงานสรุปผลการปฏบิ ัตงิ าน ( self report ) 26
ตวั ช้วี ัดท่ี 4 ประสิทธิภาพของนวัตกรรม
ขอ้ ที่ 1 กระบวนการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมถูกตอ้ งตามหลักวิชา
การสร้างและการหาประสิทธิภาพเครือ่ งมือ
แผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวชิ าคณิตศาสตร์ มีขั้นตอนการสรา้ งดังน้ี
1) ศึกษาหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานพทุ ธศกั ราช 2551 ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรู้
แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นโคกมง่ั งอยคุรุประชาบำเพ็ญเอกสารและ
งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้องกับการสรา้ ง แผนการจดั การเรียนรู้และเอกสารเกย่ี วขอ้ งกบั การจดั การเรยี นรู้คณิตศาสตร์
2) วเิ คราะห์เน้ือหาและกำหนดขอบข่ายเนือ้ หาท่ีจะนำมาสร้างเปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้
3) สรา้ งแผนการจัดการเรียนรู้ ใหต้ รงกับตวั ชว้ี ดั และตรงกับการวิเคราะหห์ ลักสูตรที่จดั ทำไว้
4) นำแผนการจัดการเรียนรู้ทสี่ ร้างขึ้นเสนอให้ผเู้ ชี่ยวชาญจำนวน 3 ทา่ นดังน้ี
- นางราตรี ขวาไทย ครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบ้านโคกมง่ั งอย(ครุ ปุ ระชาบำเพญ็ ) สำนกั งาน
เขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาชัยภมู เิ ขต 1 ผู้เชี่ยวชาญดา้ นการสอนและการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ หวั หนา้
กลมุ่ งานวชิ าการ
- นางพชั รนิ ทร์ พงษ์จำนงค์ ครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นโคกมัง่ งอย(ครุ ุประชาสรรค์เพ็ญ)
สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชัยภมู ิเขต 1 ผูเ้ ชยี่ วชาญดา้ นการสอนและการสร้างแผนการจัดการ
เรยี นรู้
- นางละมัย เฉยชัยภมู ิ ครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นโคกมัง่ งอย(คุรุประชาบำเพ็ญ)
สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาชยั ภมู ิเขต 1 ผู้เช่ยี วชาญดา้ นการสอนและการสร้างแผนการจัดการ
เรยี นรู้ ครูชำนาญการพิเศษกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เสนอแนะ โดยใช้การประเมินแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5
ระดบั ตามวิธีของลิเคิร์ท (Likert) แลว้ นำผลจากผู้เช่ียวชาญ มาแปลผล การประเมนิ โดยการหาค่าเฉลี่ย และ
เทียบกับเกณฑ์ของ บุญชม ศรีสะอาด (2554 : 72) ดังนี้
คะแนน 4.51 - 5.00 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด
คะแนน 3.51 - 4.50 หมายถงึ เหมาะสมมาก
คะแนน 2.51 - 3.50 หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง
คะแนน 1.51 - 2.50 หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ย
คะแนน 1.00 - 1.50 หมายถึง เหมาะสมน้อยท่ีสดุ
ยึดเกณฑ์ตัดสนิ คะแนน 3.51 อยใู่ นระดบั เหมาะสมมาก ขนึ้ ไป จึงนำบทเรยี นไปทดลองใช้ (Try Out)
ผลจากการตรวจสอบจากผู้เชย่ี วชาญของแบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ในภาพรวมได้
คะแนนเฉลย่ี 4.66 ซ่งึ มีความเหมาะสมอยใู่ นระดับเหมาะสมมากท่สี ดุ เป็นบทเรียนท่ีสามารถนำไปใชไ้ ด้และนำ
ขอ้ เสนอแนะจากผ้เู ช่ียวชาญไปปรับปรงุ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ
5) นำแผนการจัดการเรยี นรมู้ าปรับปรุงแกไ้ ขตามคำแนะนำของผู้เช่ียวชาญ
6) นำแผนการจดั การเรยี นร้จู ัดฉบบั รูปเล่มให้เรียบรอ้ ย
รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ( self report ) 27
จากขนั้ ตอนการสรา้ งแผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ดงั กลา่ วข้างต้น
สามารถสรปุ เป็นแผนภมู ิได้ดงั นี้
ศึกษาหลกั สูตรแกนกลาง ศกึ ษาทฤษฎีทีเ่ กยี่ วข้องกบั การออกแบบ ศึกษาการใชแ้ ละทกั ษะตา่ ง ๆ
ข้นั พน้ื ฐาน มาตรฐานและตัวชว้ี ัด และการสร้างรูปแบบการเรยี นรู้ เพือ่ ออกแบบ Model
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ แบบเปดิ (Open Approach) แหง่ การเรียนรู้
วเิ คราะหเ์ นอื้ หา ทกั ษะความสามารถท่ตี ้องการ
นำมาสงั เคราะหเ์ ปน็ model และแผนการจัดการเรยี นรู้
สร้างแผนการจัดการเรยี นรู้
MTTA for Open Approach
นำแผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach
เสนอให้ผู้เชย่ี วชาญพจิ ารณา
ปรับปรงุ แก้ไข
นำไปทดลองใช้ เพ่อื ปรับปรุงแกไ้ ขตอ่ ไป
นำแผนการจดั การเรยี นรู้ ไปใช้และต่อยอดต่อไป
แผนภาพการสรา้ งแผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี
6 ตาม MTTA for Open Approach Model
รายงานสรุปผลการปฏบิ ตั งิ าน ( self report ) 28
ข้อที่ 2 นวัตกรรมมปี ระสิทธภิ าพตามเกณฑ์ที่กำหนด
ขา้ พเจ้าไดร้ บั ผิดชอบใหส้ อนในกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตรร์ ะดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 ได้ดำเนินการสร้าง
นวัตกรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA for Open Approach วชิ าคณติ ศาสตร์ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 และได้หา
คา่ ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรยี นรใู้ นเทอมท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2562 เพอื่ ท่ีจะให้ ทราบถงึ ประสิทธิภาพใน
การใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ทไ่ี ดส้ ร้างเป็นนวตั กรรมขน้ึ โดยได้ใหผ้ เู้ ชยี่ วชาญจำนวน 3 ทา่ น ประเมินประสทิ ธิภาพ
ของแผนการจัดการเรยี นรู้ ไดผ้ ลลพั ธด์ ังนี้ ยดึ เกณฑต์ ัดสินคะแนน 3.51 อยู่ในระดบั เหมาะสมมาก ข้นึ ไป จงึ นำ
บทเรยี นไปทดลองใช้ (Try Out)ผลจากการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญของแบบประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้ ช้ัน
ประถมศึกษาปที ่ี 6 ในภาพรวมไดค้ ะแนนเฉลย่ี 4.66 ซง่ึ มีความเหมาะสมอยูใ่ นระดบั เหมาะสมมากทีส่ ดุ เป็น
บทเรยี นทสี่ ามารถนำไปใช้ไดแ้ ละนำข้อเสนอแนะจากผเู้ ชยี่ วชาญไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ซึ่งจากผลท่ีได้จากการ
ประเมนิ นวตั กรรมมีประสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด อยูใ่ นระดบั เหมาะสมมาก
ข้อท่ี 3 วิธกี ารหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมครอบคลุมในดา้ นเนอ้ื หา (Content validity) และโครงสรา้ ง
(construct validity)
ข้าพเจ้าได้หาประสิทธิภาพเบื้องต้น ในการหาความสอดคล้องในด้านเนื้อหา และโครงสร้าง โดยให้ให้
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เสนอแนะ โดยใช้การประเมินแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ
ตามวิธีของลิเคิร์ท (Likert) แล้วนำผลจากผู้เชี่ยวชาญ มาแปลผล การประเมินโดยการหาค่าเฉลี่ย และเทียบ
กบั เกณฑ์ของ บญุ ชม ศรีสะอาด (2554 : 72) ดงั น้ี
คะแนน 4.51 - 5.00 หมายถึง เหมาะสมมากท่ีสุด
คะแนน 3.51 - 4.50 หมายถึง เหมาะสมมาก
คะแนน 2.51 - 3.50 หมายถึง เหมาะสมปานกลาง
คะแนน 1.51 - 2.50 หมายถงึ เหมาะสมน้อย
คะแนน 1.00 - 1.50 หมายถึง เหมาะสมนอ้ ยทีส่ ดุ
ยึดเกณฑต์ ดั สินคะแนน 3.51 อยใู่ นระดับ เหมาะสมมาก ข้นึ ไป จึงนำบทเรียนไปทดลองใช้ (Try Out)
ผลจากการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญของแผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach วิชา
คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในภาพรวม ได้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.66 (ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่ในระดับ
เหมาะสมมากที่สุด เป็นบทเรียนที่สามารถนำไปใช้ได้ และนำข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญไปปรับปรุงแบบฝึก
ทกั ษะตามคำแนะนำของผู้เชีย่ วชาญ
รายงานสรุปผลการปฏบิ ัติงาน ( self report ) 29
องคป์ ระกอบที่ 2 ดา้ นคณุ ประโยชน์
ตวั ชี้วัดท่ี 1 ความสามารถในการแก้ปัญหาและพฒั นา
ข้อที่ 1 สอดคลอ้ งตามวัตถปุ ระสงค์และเป้าหมายทีร่ ะบุไดค้ รบถว้ น
ขา้ พเจ้า พบปญั หา ของผเู้ รยี นในดา้ นการ ใชท้ กั ษะการคิดขัน้ สูงและการแปลภาษาเชิงคณติ ศาสตร์ จงึ ไดส้ ร้าง
นวัตกรรมแผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวชิ าคณิตศาสตรร์ ะดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6
โดยตั้งวัตถปุ ระสงค์ไว้ดงั นี้
ขอ้ ที่ 1 ผเู้ รียนมีความสามารถในการแปลภาษาเชิงสญั ลักษณจ์ ากสถานการณ์ท่กี ำหนดให้ ซึง่ นวตั กรรม
แผนการจดั การเรยี นรู้ MTTA for Open Approach สามารถ ที่จะใช้ ให้ผูเ้ รยี นแปลภาษาเชงิ สญั ลักษณ์จาก
สถานการณท์ ่กี ำหนดโดยวดั ได้จากการอภปิ รายปัญหาในช้ันเรยี น ซง่ึ ผูเ้ รยี นสามารถนำไปต่อยอดในการเข้าใจสือ่
ความปัญหาทีเ่ กิดข้ึนในชีวติ ประจำวัน ซงึ่ จะสามารถเป็นประโยชนต์ ่อการนำไปใชท้ ำงานหรอื เป็นประโยชน์ต่อ
สังคมตอ่ ไปได้
ข้อท่ี 2 ผูเ้ รียนมคี วามสามารถในการอภิปรายปัญหาจากสถานการณ์ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้ นวัตกรรมแผนการจัดการ
เรยี นรู้ MTTA for Open Approach สามารถที่จะทำให้ผเู้ รียนฝึกการอภปิ รายปัญหาในช้ันเรยี นเพือ่ เปน็
ประโยชน์ใหผ้ เู้ รยี นไดใ้ ช้ทกั ษะการคดิ วิเคราะหข์ น้ั สูงซึง่ สามารถวดั ไดจ้ าก พฤตกิ รรมท่ีผู้เรยี นแสดงออกในชน้ั เรียน
จากแบบประเมิน สมรรถนะ ผูเ้ รียนในทกั ษะศตวรรษที่ 21 และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประการ ซ่งึ การ
อภิปรายปัญหา สง่ ผลประโยชนต์ อ่ ผ้เู รยี น ตอ่ เพือ่ นครู และต่อสถานศึกษาในด้านท่ี ผเู้ รยี นสามารถเป็นบุคลากรที่
สำคญั เป็นตวั อย่างที่ดขี องสถานศกึ ษา และสามารถนำทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ข้นั สูงการอภิปรายปัญหาไปใชศ้ ึกษา
ต่อยอ่ ในรายวิชาอน่ื ๆ ของครูผู้สอนท่านอืน่ ได้
ขอ้ ท่ี 3 ผูเ้ รยี นมที กั ษะความสามารถในการสร้างนวัตกรรมเพ่อื ใช้แกป้ ัญหา จากสถานการณ์ทกี่ ำหนดใหไ้ ด้ ซึง่
นวัตกรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA for Open Approach สามารถฝึกทกั ษะของผ้เู รยี น ให้ประยกุ ต์ใช้องค์
ความรู้ทีเ่ กดิ จาก Personal Learning สรา้ งเปน็ นวตั กรรมหรอื ชิน้ งานในการแกป้ ญั หา เป็นประโยชน์ตอ่ ผู้เรยี น
ชมุ ชน ตอ่ ไปในอนาคตได้
สรปุ ไดว้ า่ นวัตกรรมแผนการจดั การเรยี นรู้สอดคล้องตามวัตถุประสงคแ์ ละยังสามารถ สรา้ งประโยชน์ให้กบั
ผเู้ รียน เพ่อื นครสู ถานศึกษาและชมุ ชนตามเปา้ หมายเพ่ือการแกป้ ญั หา ทักษะการคดิ วิเคราะห์ขัน้ สงู และการฝึก
ผ้เู รยี นใหเ้ ป็นผ้นู ักพฒั นา จากปญั หาของผเู้ รยี นดังกล่าวข้างตน้ ได้
ข้อท่ี 2 แกป้ ัญหาหรอื พัฒนาไดต้ รงตามกลมุ่ เป้าหมาย
ขา้ พเจ้าได้ตงั้ กลุ่มเป้าหมายคือนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ซ่ึงพบวา่ จากการศกึ ษา
ตลอดปกี ารศกึ ษา 2561 ทำให้ทราบถงึ ปญั หาของผู้เรยี นในด้านทักษะการคดิ วิเคราะหข์ ัน้ สงู ทักษะการแปลภาษา
เชิงคณิตศาสตร์ในการแก้ไขปญั หาจากสถานการณ์ท่ีกำหนดและทักษะในการตอ่ ยอดองค์ความรู้ท่ไี ด้นำไปส่กู าร
พัฒนาคุณภาพชวี ติ ตอ่ ไปทีย่ งั จะตอ้ งเตมิ เตม็ ใหก้ ับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซ่ึงเป็นช่วงวยั ที่จะตอ้ งได้รับการ
พฒั นาและเตรยี มตวั เพอ่ื มุง่ เป้าสู่การประกอบอาชพี ที่เป็นประโยชนต์ อ่ ผเู้ รยี น ต่อสถานศกึ ษาและตอ่ ชุมชนต่อไป
ในปกี ารศกึ ษา 2562 ข้าพเจา้ จึงได้ศกึ ษาองค์ความรแู้ ละคิดค้นนวตั กรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA for Open
Approach ท่ใี ช้หลกั การ MTTA for Open Approach Model ควบค่ไู ปกบั การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัตงิ าน ( self report ) 30
พบว่าเมอ่ื ผู้เรยี นได้เรียนตามแผนการจัดการเรยี นรู้และแนวคดิ ทำให้ผู้เรยี นได้รบั ผลการประเมนิ ตามตัวชว้ี ัดและ
จุดประสงค์ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 100 ซึ่งกลา่ วทว่ี า่ นวัตกรรมท่ีเกิดจาก MTTA for Open Approach Model
สามารถพฒั นาและแก้ปัญหาและตรงตามกลุ่มเป้าหมายและกลมุ่ เป้าหมายยังสามารถสรา้ งองคค์ วามรใู้ นศาสตร์
อน่ื ๆ ตามรปู แบบ Personal Learning จากการศึกษาแบบ open Approach ซ่ึงเป็นประโยชนอ์ ย่างย่ิงกับ
ครูผ้สู อนท่านอ่นื ในสถานศกึ ษานบั ไดว้ ่าสรา้ งประโยชน์ท้ังต่อผู้เรยี นเพื่อนครูสถานศึกษา และยังเป็นพืน้ ฐานสำคัญ
ท่ีทำใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ ทกั ษะในการแก้ปัญหาเพอื่ เปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คมต่อไป
ขอ้ ท่ี 3 นำไปประยกุ ต์ใช้ในสภาพบรบิ ททม่ี ีลกั ษณะใกล้เคยี งกนั
ขา้ พเจ้าได้รับมอบหมายให้ดำเนนิ การสอน รายวชิ าคณิตศาสตรต์ ง้ั แตร่ ะดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ถึงระดับชน้ั
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 นับได้วา่ เปน็ การ ตอ่ ยอดองค์ความรูแ้ ละฝึกทักษะการคิดวเิ คราะหข์ น้ั สงู ของผเู้ รียนต้งั แต่ชัน้
ประถมศึกษาจนถึงชัน้ มธั ยมศกึ ษาจากการศึกษาและคน้ คว้าหาความรู้ จึงสรา้ งออกมาเปน็ หลกั การ MTTA for
Open Approach Model และนวัตกรรมแผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach พบวา่ สามารถ
นำนวัตกรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA for Open Approach ท่ีเกดิ ขึน้ ไปประยุกต์ใช้ในสภาพบรบิ ทเดยี วกัน
กบั นกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาซึ่งเปน็ นกั เรียนทต่ี อ่ ยอดมาจากช้นั ประถมศกึ ษา พบวา่ นักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาสามารถ
ฝึกทักษะการคิดวเิ คราะห์และการอภิปรายรวมไปถงึ การแปลภาษาประสงคข์ องการนวัตกรรมแผนการจดั การ
เรียนรู้ MTTA for Open Approach ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่ใู นระดับดเี ยยี่ ม และนกั เรียนช้นั ระดับมธั ยมศึกษา
ยังมีความถนัด ในดา้ นการใชอ้ งค์ความรู้ทีไ่ ด้จาก Personal Learning ในการตอ่ ยอดสรา้ งเปน็ นวตั กรรมและ
ชิน้ งานในการแก้ปญั หาจากสถานการณต์ ่าง ๆ สามารถวัดได้จาก นักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาสามารถสรา้ ง Flow
Chart และ mind map รวมไปถงึ นกั เรยี นช้นั มธั ยมสามารถเป็นแบบอยา่ งทด่ี ีในการประยุกตแ์ ละตอ่ ยอดองค์
ความรคู้ ณิตศาสตรส์ ร้างเปน็ นวตั กรรมและชิ้นงานในรูปลักษณะของโครงงานคณิตศาสตรส์ ามารถเข้าร่วมการ
แข่งขันการประกวดโครงงานคณติ ศาสตรใ์ นระดับต่าง ๆได้รบั รางวลั และเปน็ ที่ยอมรับของชุมชน ถอื ไดว้ ่าการนำ
นวตั กรรมไปประยุกตใ์ ช้ในบรบิ ททม่ี ีลักษณะใกล้เคียงกันประสบความสำเรจ็ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน เพอ่ื นครู
สถานศกึ ษาและยังเปน็ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนอยา่ งมาก สถานศึกษาไดป้ ระโยชน์
ผเู้ รียนมที ักษะการแปลภาษา สถานศกึ ษา จากการที่ผู้เรยี นเป็นแบบอย่างทีด่ ี
และมีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นท่ีสงู ขน้ึ
การอภปิ รายปญั หา ผู้เรียน
การสรา้ งองค์ความรู้ อัตราการศกึ ษาต่อสงู ขึ้น
และการประยุกต์ใชค้ วามรู้ MTTA for Open Approach Model
เพอ่ื นครู ผเ็ รียนมที ักษะและความสามารถในการ
ผ้เู รียนสามารถนำทักษะท่ีเกดิ ขน้ึ ชมุ ชน ตอ่ ยอดองค์ความรู้ และสามารถผลิต
ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการแกป้ ัญหารายวิชาอืน่ ๆ ต่อไป
ทำให้เพอ่ื นครงู า่ ยตอ้ การจัดระบบการเรยี นรู้ของผเู้ รียน นวัตกรรมเพอ่ื แก้ปญั หา เป็นอาชพี
และเปน็ ประโยชนต์ ่อคนในชุมชนได้
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัติงาน ( self report ) 31
ตัวชวี้ ัดท่ี 2 ประโยชนต์ ่อบุคคล
ข้อท่ี 1 ผลงานสง่ ผลให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ ผเู้ รยี น
ขา้ พเจ้าได้รับมอบหมายให้สอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ถงึ ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี
3 ซึง่ ไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ เอกสารและคิดคน้ หลักแนวคิด MTTA for Open Approach Model และนวัตกรรม
แผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวชิ าคณติ ศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีท่ี 6 ซงึ่ นำมาเพ่อื
แก้ปัญหา ทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง และการแปลภาษาเชงิ สญั ลกั ษณ์จากสถานการณ์ที่กำหนด โดยนำองค์
ความรู้ท่ีได้ไปประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชน์ และเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ของตนเอง ซ่ึงนวตั กรรมแผนการจดั การ
เรยี นรู้ MTTA for Open Approach รายวชิ าคณิตศาสตร์ส่งผลใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ผ้เู รียน จึงสามารถวัดไดจ้ าก
การส่งผลงานเขา้ รว่ มการแข่งขันในระดบั ต่าง ๆ ดังนี้
ชนะเลิศแขง่ ขันโครงงานคณติ รองชนะเลศิ แขง่ ขนั โครงงานคณติ เหรยี ญเงินแข่งขันโครงงานคณติ
ประเภทบรู ณาการ ประเภททฤษฎี ประเภทบูรณาการ
ศลิ ปหัตกรรมระดบั เขต ศลิ ปหัตกรรมระดบั เขต ศลิ ปหัตกรรมระดบั ชาติ
รองชนะเลิศแขง่ ขันโครงงานคณติ รองชนะเลศิ แข่งขนั โครงงานคณิต
ประเภททฤษฎี ประเภททฤษฎี
ศิลปหัตกรรมระดับเขต 2561 มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ชัยภูมิ 2561
เหรียญทอง ซโู ดกุ เหรยี ญทองแดง เวทคณิต
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 – 6 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3
ศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขต 2561
ระดบั เขต 2561
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัติงาน ( self report ) 32
ตารางสรปุ การรางวัล ดงั น้ี รายการท่เี ขา้ ร่วม หนว่ ยงาน/ระดบั
ปี พ.ศ. รางวลั การแขง่ ขนั ประกวดโครงงานคณิตศาสตร์
ประเภทบรู ณาการความร้ใู นคณติ ศาสตร์ไปใช้ สพฐ.
2562 เหรยี ญเงิน
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตพื้นทีก่ ารศึกษา
2562 เหรยี ญทองชนะเลศิ งานศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี นระดบั ชาติ คร้ังท่ี ประถมศึกษาชยั ภูมิเขต 1
2562 รางวัลรองชนะเลิศ 69 เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา
อนั ดับที่ 2 เหรยี ญทอง การแข่งขันประกวดโครงงานคณติ ศาสตร์ ประถมศกึ ษาชัยภมู เิ ขต 1
ประเภทบรู ณาการความรู้คณิตศาสตรไ์ ปใช้
2562 รางวัลเหรียญทองแดง เขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ประถมศกึ ษาชัยภมู เิ ขต 1
2562 รางวลั ชนะเลศิ เหรียญ งานศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี นระดบั เขตพน้ื ทค่ี รงั้
ทอง ศนู ยพ์ ฒั นาคณุ ภาพ
ท่ี 69 การศกึ ษานครกาหลง 1
2562 รางวลั รองชนะเลิศ การแข่งขนั การประกวดโครงงานคณติ ศาสตร์
อนั ดบั ท่ี 1 เหรยี ญทอง ประเภททฤษฎแี ละคำอธิบายทางคณติ ศาสตร์ ศูนยพ์ ฒั นาคณุ ภาพ
การศึกษานครกาหลง 1
2562 รางวลั รองชนะเลศิ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตน้
เหรียญทอง งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดบั เขตพ้นื ท่ีครงั้ ศนู ย์พฒั นาคุณภาพ
การศึกษานครกาหลง 1
2562 รางวลั รองชนะเลศิ ท่ี 69
เหรยี ญทอง การแข่งขนั ตอ่ สมการคณติ ศาสตร์เอแม็ท ศนู ย์พฒั นาคุณภาพ
การศกึ ษานครกาหลง 1
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาตอนต้นงาน
ศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นคร้ังที่ 69 ระดบั เขต
พนื้ ทก่ี ารศกึ ษา
การแขง่ ขันอจั ฉรยิ ภาพทางคณติ ศาสตร์
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น งาน
ศลิ ปหัตถกรรมนักเรียนระดับศนู ย์พฒั นา
คณุ ภาพการศึกษา
การแขง่ ขันซโู ดกรุ ะดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนต้น
นักเรยี นระดบั ศูนย์พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
การแข่งขนั คดิ เลขเร็วระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปี
ที่ 4-6 งานศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นระดบั ศนู ย์
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
การแข่งขันคดิ เลขเร็วระดับ ชน้ั มธั ยมศึกษา
ตอนตน้ ดา้ นศิลปะหตั ถกรรมนักเรียนระดับ
ศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
รายงานสรุปผลการปฏบิ ัตงิ าน ( self report ) 33
ตารางสรุปการรางวัล ต่อ
ปี พ.ศ. รางวลั รายการที่เข้าร่วม หน่วยงาน/ระดบั
การประกวดโครงงานคณิตศาสตร์ประเภท
2561 รางวลั รองชนะเลศิ ทฤษฎแี ละคำอธิบายทางคณติ ศาสตร์ระดับชัน้ เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
อนั ดับที่ 2 เหรยี ญทอง มธั ยมศึกษาตอนต้นงานศิลปหัตถกรรม ประถมศึกษาชยั ภมู ิเขต 1
นกั เรียนระดบั เขตพื้นท่คี รงั้ ที่ 68
2561 ลำดบั ที่ 10 เหรยี ญ การแข่งขนั ซูโดกรุ ะดบั ช้นั ประถมศกึ ษา เขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา
ทองแดง ปีที่ 1-6 งานศิลปหตั ถกรรมนักเรียนระดบั เขต ประถมศึกษาชัยภมู เิ ขต 1
พืน้ ท่ีคร้ังที่ 68
2561 รางวลั ชนะเลศิ เหรียญ การแขง่ ขันซโู ดกรุ ะดับชั้นประถมศกึ ษา ศูนย์พัฒนาคณุ ภาพ
ทอง ปีที่ 1-6 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับศูนย์ การศึกษานครกาหลง 1
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
รางวลั รองชนะเลิศ การแข่งขนั โครงงานคณิตศาสตร์ ระดับช้ัน
มัธยมศกึ ษาตอนต้นเนื่องในงานสปั ดาห์
2561 อันดับที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชยั ภูมิ มหาวิทยาลัยราชภฏั
ทุนการศกึ ษา 1, 500 ชยั ภมู ิ
บาท
2561 รางวลั เหรยี ญทองแดง การแข่งขนั ทกั ษะคดิ เลขเรว็ แบบเวทคณิต สำนกั งานเขตพื้นที่
ประจำปกี ารศึกษา 2560 การศึกษาประถมศึกษา
ชยั ภูมิเขต 1
ข้อท่ี 2 ผลงานส่งผลให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ เพื่อนครู
ขา้ พเจ้าไดเ้ ลง็ เห็นปญั หาของผูเ้ รยี นในดา้ นการเรยี นแตล่ ะรายวชิ า ที่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะการคดิ วเิ คราะหข์ น้ั
สูง การแปลภาษาเชงิ สญั ลักษณเ์ พือ่ การแกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆ และการประยกุ ตใ์ ช้องค์ความรจู้ ากองค์
ความรู้ที่สรา้ งขึน้ ในแต่ละรายวิชาจึงไดค้ ิดคน้ ศึกษา เอกสารที่สำคญั จนเปน็ หลกั MTTA for Open Approach
Model และนวตั กรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA for Open Approach ซ่ึงผูเ้ รยี นทีผ่ ่านนวตั กรรมแผนการ
จัดการเรียนรไู้ ด้สรา้ งผลงานในรายวชิ าอ่นื ๆ จนเป็นทีย่ อมรับและเป็นประโยชนต์ ่อการเรียน และยังสรา้ ง
ประโยชน์ใหก้ บั เพอื่ นครูอกี ดว้ ย
เป็นแกนนำเพื่อนครูประกวด เพื่อนครนู ำนักเรยี นทผี่ า่ นนวตั กรรม เปน็ แกนนำเพือ่ นครูจัดประชมุ
best practice ตอ่ ยอดการแข่งขนั คอมพิวเตอร์ PLC เพือ่ เผยแพร่
งานศลิ ปหัตถกรรมระดบั ชาติคร้งั ที่ 68 MTTA for Open Approach Model
รายงานสรปุ ผลการปฏิบตั ิงาน ( self report ) 34
ขอ้ ที่ 3 ผลงานสง่ ผลให้เกิดประโยชนต์ ่อผ้บู ริหารสถานศึกษา
ขา้ พเจ้าไดร้ ับมอบหมายให้สอนในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ซ่ึงพบว่าผเู้ รียนที่เปน็ ผลผลติ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา มี
ความจำเป็นที่จะตอ้ งมีความรู้ และทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ขั้นสงู พระเจา้ จึงไดย้ ึดหลัก MTTA for Open
Approach Model นำมาสร้างเปน็ นวัตกรรมแผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach เพ่ือฝกึ ทกั ษะ
ใหผ้ เู้ รียนในสถานศกึ ษา รู้จกั การแปลภาษาเพ่อื การแก้สถานการณ์ การคิดวิเคราะห์ขัน้ สูง การสรา้ งองค์ความรู้
ดว้ ยตนเอง และการนำองค์ความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุด ซ่ึงผูเ้ รยี นที่อยใู่ นสถานศกึ ษา เมือ่ ผ่านการ
เรียนการสอนจากนวตั กรรมแผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach แลว้ สามารถเปน็ แบบอยา่ ง
และเปน็ ผลผลิตของการศกึ ษาท่ีมีคุณภาพ ซง่ึ นบั ได้ว่า เป็นประโยชน์อยา่ งยง่ิ กับผู้บริหารสถานศกึ ษาในด้าน
นโยบาย สามารถวัดได้จากการที่ผู้เรยี น เขา้ รว่ มการแขง่ ขันในรายการระดับตา่ ง ๆ เป็นตัวแทนของสถานศึกษา ใน
การเขา้ รว่ มการเผยแพร่นวตั กรรม ที่เกิดจากองค์ความรูข้ องผเู้ รียน ทำใหส้ ถานศกึ ษาไดร้ ับประโยชน์และไดผ้ ลผลิต
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน และช่อื เสียงอีกมากมาย
ศกึ ษานิเทศก์เขา้ มานเิ ทศก์ นกั เรียนเผยแพรผ่ ลงานในงานสัปดาห์วทิ ยาศาสตร์
การสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ชยั ภูมิ
ตวั ชวี้ ัดท่ี 3 ประโยชน์ตอ่ หนว่ ยงาน
ขอ้ ท่ี 1 ผลงานส่งผลใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อสถานศึกษา
ข้าพเจา้ ไดร้ ับมอบหมายจากผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ตามนโยบายที่สถานศกึ ษาได้กำหนดไว้ ว่าผู้เรียนจะต้องมี
ทักษะความสามารถ ที่สามารถต่อยอดในการเรียนรูส้ ู่ชมุ ชนได้ ข้าพเจ้าจงึ ได้ศึกษา และคดิ คน้ นวัตกรรมโดยยดึ
หลัก MTTA for Open Approach Model เพอ่ื สรา้ งเปน็ นวตั กรรมแผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open
Approach ซึง่ นวตั กรรมสามารถที่จะเกิดประโยชนต์ ่อผเู้ รยี นแล้วยังสามารถท่ีจะเกิดประโยชนต์ อ่ การศึกษาใน
ด้านของผ้เู รยี นเปน็ ผลผลิตของสถานศึกษาท่เี ปน็ หนว่ ยงานในการผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดชมุ ชนและตลาดแรงงาน
ในอนาคต ซึ่งนวัตกรรม MTTA for Open Approach Model ฝึกใหผ้ ู้เรยี นเปน็ ผ้ทู ่ีมีทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ขนั้ สูง
ทกั ษะการแปลภาษาจากสถานการณต์ า่ ง ๆ ทกั ษะการตอ่ ยอดองคค์ วามรู้และสรา้ งองค์ความรู้ดว้ ยตนเองซ่งึ นบั ได้
วา่ ผเู้ รยี นเปน็ ผลผลิตของสถานศกึ ษาทม่ี คี ุณภาพส่งผลให้สถานศึกษามีชือ่ เสยี งในดา้ นการผลิตผเู้ รียนทม่ี ีคณุ ภาพ
ตรงตามนโยบายของสถานศกึ ษาและนโยบายของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาท่ีตอ้ งการใหผ้ เู้ รียน เปน็ ประโยชนต์ ่อสังคม
และชุมชนตอ่ ไปไดซ้ ่งึ สามารถวดั ไดจ้ ากการท่ีสถานศึกษา นำผลงานของผ้เู รียนไปแสดงในงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปน็
เปดิ โลกวชิ าการอำเภอคอนสวรรคห์ รืองานเปิดบ้านวชิ าการโรงเรียนบ้านโคกมง่ั งอย(คุรปุ ระชาบำเพ็ญ)หรอื คณะ
คณุ ครูสามารถนำผลงานของผเู้ รียนท่ีเกดิ จากการฝกึ ทักษะเหลา่ น้ี ไปเผยแพร่เปน็ Best Practice ของครผู สู้ อน
และเป็นการเผยแพรส่ ถานศกึ ษาให้เป็นที่ร้จู กั และสามารถพัฒนาสถานศึกษาต่อยอดจากร่นุ สรู่ ่นุ ต่อไปได้ กลา่ วได้
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัตงิ าน ( self report ) 35
วา่ MTTA for Open Approach Model เปน็ โมเดลที่สามารถนำไปสร้างนวตั กรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA
for Open Approach ที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ สถานศึกษาเป็นอยา่ งย่งิ ได้
นำเสนอผลงานเปดิ โลกวชิ าการ นำเสนอผลงานเปิดโลกวิชาการ นำเสนอผลงานเปดิ โลกวชิ าการ
อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ โรงเรียนบา้ นโคกม่ังงอยฯ
ขอ้ ที่ 2 ผลงานส่งผลให้เกดิ ประโยชนต์ ่อวงการวิชาชีพ
ขา้ พเจา้ ไดร้ ับมอบหมายใหจ้ ัดกจิ กรรมการเรียนร้รู ายวชิ าคณิตศาสตร์จงึ ไดย้ ึดหลัก MTTA for Open
Approach Model มาสรา้ งเป็นนวัตกรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA for Open Approach รายวิชา
คณิตศาสตร์ ซึ่งได้มีการเผยแพร่ให้กบั โรงเรยี นในเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาชยั ภมู ิเขต 1 ตอนนมี้ กี าร
เผยแพรใ่ หก้ ับโรงเรียนในศนู ย์พัฒนาคณุ ภาพนครกาหลง 1 และโรงเรียนในอำเภอคอนสวรรค์ ได้นำไปทดลอง
ปรบั ปรุง และเป็นแนวทางในการสรา้ งนวัตกรรมทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่อการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาคณติ ศาสตร์ รวมไป
ถงึ เป็นประโยชน์ในการพัฒนาผเู้ รยี นทักษะในศตวรรษที่ 21 ซ่ึงหลัก MTTA for Open Approach Model ท่ี
สร้างนวัตกรรมแผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach เป็นประโยชน์ในการพฒั นาคณุ ภาพการ
จดั การเรยี นการสอน ซึ่งการท่ี ได้มโี อกาสนำผลงานไปเผยแพร่ถือไดว้ า่ เป็นประโยชนต์ อ่ วงการวิชาชพี ครูเปน็ อย่าง
มากเพราะ ครูท่ีสนใจสามารถนำไปปรบั ปรุงและปรับใช้ให้เขา้ กับบริบทของตนเองได้
นำเสนอ Model การสอน นำเสนอ Best practice การสอน นำเสนอผลงาน OBEC awards
ร่วมกับศูนย์ฯนครกาหลง 1 ร่วมกับอำเภอคอนสวรรค์ การสอนร่วมกับ สพป.ชย เขต 1
ขอ้ ที่ 3 ผลงานส่งผลใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อชุมชน
ข้าพเจ้าไดร้ บั นโยบายและได้รบั มอบหมายให้สอนในรายวิชาคณิตศาสตร์พบวา่ ผู้เรยี นขาดทกั ษะการคิด
วเิ คราะหข์ นั้ สูงและการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพอื่ ท่ีจะนำไปตอ่ ยอดในการสร้างนวัตกรรมทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่
ชุมชนเจา้ จึงไดพ้ ยายามศกึ ษาค้นคว้าจนนำมาส่หู ลกั MTTA for Open Approach Model ในการสร้างนวัตกรรม
แผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวิชาคณติ ศาสตร์ซง่ึ จากการทน่ี ำนวตั กรรมไปใช้เพ่อื ฝกึ ให้
ผู้เรยี นมีทักษะตา่ ง ๆ ทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ชุมชน พบว่าผู้เรยี นสามารถทีจ่ ะสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชนต์ อ่ ชุมชน
รายงานสรปุ ผลการปฏิบัติงาน ( self report ) 36
ได้ซงึ่ สามารถวัดไดจ้ ากครูผู้สอน กำกับตดิ ตาม โดยใช้โครงการเย่ียมบา้ น และการสำรวจข้อมูล ซง่ึ ครผู สู้ อนและตัว
ขา้ พเจา้ เขา้ พบปะกบั ผู้ปกครองในชมุ ชน ทำให้ได้ทราบว่าผู้ปกครองมคี วามพงึ พอใจในระดับท่ดี ี ที่ผู้เรยี นสามารถท่ี
จะมีผลการเรียนทดี่ ขี นึ้ และผลิตนวตั กรรมจนเป็นที่ยอมรบั ในชมุ ชนได้
เข้าพบปะผูป้ กครองในชุมชน โครงการสำรวจขอ้ มูลและเยย่ี มบา้ นนักเรยี น
องค์ประกอบท่ี 3 ความคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรค์
ตวั ชว้ี ัดท่ี 1 ความแปลกใหม่ของนวตั กรรม
ขอ้ ท่ี 1 เกิดจากแนวคิดแปลกใหม่ ไม่เคยมีปรากฏมากอ่ น
ขา้ พเจา้ ไดร้ บั มอบหมายใหป้ ฏิบัตกิ ารสอนในรายวิชาคณติ ศาสตรพ์ บปัญหาว่าผู้เรียนยังขาดทกั ษะการคดิ
วิเคราะหข์ ั้นสูงและการนำองคค์ วามรูไ้ ปประยุกต์ใช้จึงไดส้ รา้ งเปน็ นวตั กรรมโดยใช้หลัก MTTA for Open
Approach Model เป็นนวัตกรรมแผนการจดั การเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ซ่งึ
จะเหน็ ได้วา่ การจดั การเรียนรู้แบบ open Approach ถอื วา่ เป็นการจดั การเรยี นรทู้ ีใ่ หมส่ ำหรบั โรงเรยี นบ้านโคกมั่ง
งอย(คุรปุ ระชาบำเพ็ญ)หรือในระแวกโรงเรยี นใกลเ้ คยี ง และ MTTA for Open Approach Model เป็นหลัก
แนวคิด ที่สรา้ งขึ้นมาใหม่ ตามแนวคิดทฤษฎี ท่ีส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเกดิ กระบวนการคดิ วิเคราะห์ขั้นสูงการสร้างองค์
ความรู้ดว้ ยตนเอง การแปลภาษาเพ่ือความเข้าใจในการแกป้ ัญหา และการนำขององค์ความรทู้ งั้ หมดเพ่ือไปสร้าง
ประยุกต์เปน็ นวัตกรรมเพื่อแกไ้ ขปัญหาในชีวติ ประจำวันซ่งึ หลักการแนวคดิ ใหมน่ ้ีสามารถเปน็ ประโยชน์ ผูเ้ รยี นใน
ดา้ นการพฒั นาตนเอง ต่อเพือ่ นครู ในด้านการสรา้ งชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ ต่อสถานศกึ ษา ในการปรบั ปรงุ หลักสตู ร
การเรียนรู้ของสถานศกึ ษาให้สถานศกึ ษาเป็นสถานศกึ ษาท่ีมีความม่ันคง ด้านการจดั การและพัฒนาผู้เรียน และตอ่
ชุมชน เพ่ือสร้างผู้เรียนให้เปน็ บุคลากร ท่ีสำคัญต่อชุมชนและพฒั นาชุมชนต่อไปในอนาคต
ขอ้ ท่ี 2 เปน็ การตอ่ ยอดและพฒั นาจากแนวคดิ เดิม
จากการที่ขา้ พเจา้ ได้รบั มอบหมายให้สอนในรายวิชาคณติ ศาสตร์พบว่าผูเ้ รียน ยงั ขาดทักษะการคดิ วิเคราะหข์ ้นั
สูงและการนำองคค์ วามรู้ไปประยุกต์ใช้ ขา้ พเจ้าจึงไดค้ ิดหลกั การ MTTA for Open Approach Model นำมา
สรา้ งเปน็ นวัตกรรม MTTA for Open Approach ซึง่ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่มี ีการศึกษาใช้หลกั การ MTTA for
Open Approach Model มาตอ่ ยอด จากแผนการจดั การเรยี นรูเ้ ดิม เสรมิ สรา้ งให้แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ตี ่อยอด
เป็นนวตั กรรมทสี่ ง่ เสรมิ และพฒั นา ผู้เรียนในดา้ นทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ข้นั สูง การแปลภาษาเพ่ือแก้ไขปญั หา
สถานการณ์ การสรา้ งองคค์ วามร้ดู ว้ ยตนเองและนำไปประยกุ ต์ใช้ ซ่ึงมผี ลประโยชนต์ อ่ ผเู้ รยี นขึน้ ครูสถานศกึ ษา
และชุมชน
รายงานสรุปผลการปฏบิ ตั ิงาน ( self report ) 37
ข้อท่ี 3 มกี ารปรับปรงุ จากแนวคดิ เดิม และนำมาพัฒนาใหม่
จากท่ีขา้ พเจา้ ไดร้ บั มอบหมาย ให้ปฏบิ ตั หิ น้าที่ในการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ จงึ ได้พยายามปรับปรงุ รปู แบบ
การสอนใหม้ ีความหลากหลายมากยิง่ ข้นึ และสามารถ ตอบโจทยก์ ารแก้ปญั หาเพมิ่ ทักษะผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21
โดยเนน้ ไปทกี่ ารเพ่มิ ทกั ษะการคดิ วเิ คราะหข์ ้ันสูงการแปลภาษาสถานการณ์ เพือ่ แกป้ ัญหา และการนำองคค์ วามรู้
ไปประยุกต์ใช้ ในการแกป้ ญั หาจากสถานการณต์ ่าง ๆ ได้ ขา้ พเจ้าจงึ ไดพ้ ยายามปรบั ปรงุ นวัตกรรมการสอนเดมิ
เป็นการสอนคณติ ศาสตรเ์ พอื่ การทดสอบ ให้เปน็ การสอนคณติ ศาสตรเ์ พ่อื การสรา้ งองคค์ วามร้จู ากการคดิ วเิ คราะห์
ขน้ั สูงและสามารถนำไปแก้ปญั หาประยุกต์ใช้สร้างนวัตกรรมในการแกป้ ัญหาในชีวิตประจำวันได้ จนออกมาเป็น
หลักการ MTTA for Open Approach Model เป็นหลกั ในการสรา้ งนวัตกรรมแผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for
Open Approach ซึง่ สามารถตอบโจทยแ์ ละแก้ปัญหา เป็นประโยชน์ตอ่ ผเู้ รยี นครสู ถานศึกษาและชุมชนตอ่ ไปได้
ตวั ช้วี ัดที่ 2 จุดเดน่ ของนวตั กรรม
ข้อท่ี 1 ผลงานมจี ดุ เด่นน่าสนใจ สะท้อนถึงการมแี นวคดิ ใหม่
จากการท่ีข้าพเจ้าไดร้ บั มอบหมายให้สอนในรายวิชาคณติ ศาสตร์ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาและได้ยึดหลกั การ
MTTA for Open Approach Model นำมาสร้างเปน็ นวัตกรรมแผนการจัดการเรยี นรู้ MTTA for Open
Approach Model ซ่ึงมรี ายละเอยี ดตามตวั ชี้วัด ดงั น้ี
ผลงานมจี ุดเด่นในดา้ นการพัฒนาทกั ษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง การแปลภาษาเพ่ือแก้ปญั หาสถานการณ์การ
สร้างองคค์ วามรดู้ ้วยตนเองจาก Personal learning และการนำองค์ความรูท้ ี่ไดไ้ ปประยุกตใ์ ชต้ ่อยอดใหเ้ กดิ
ประโยชน์สูงสดุ ซ่งึ ออกมาเป็น MTTA for Open Approach Model
ด้านความน่าสนใจของนวัตกรรม นวัตกรรมแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ยดึ หลกั MTTA for Open Approach
Model จะออกมาเปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ MTTA for Open Approach รายวชิ าคณิตศาสตร์ มีความนา่ สนใจ
ตรงที่ผเู้ รยี นทผ่ี ่านกจิ กรรมการเรยี นรู้จากนวัตกรรมดังกลา่ ว สามารถเรียงลำดบั ขั้นตอนตามโมเดลให้เปน็ ผทู้ ่มี ี
ทักษะการแปลภาษาเพื่อการแก้ไขสถานการณ์ การพัฒนาทกั ษะการคิดข้นั สงู การใชอ้ งค์ความรู้ Personal
learning ในการตอ่ ยอดองค์ความรู้เปน็ นวตั กรรมที่เป็นประโยชนต์ ่อผู้เรียนและพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของผูเ้ รียน ทำ
ใหผ้ ูเ้ รยี นทราบวา่ ประโยชนข์ องการศึกษาทม่ี ีต่อตนเอง ต่อเพือ่ นครู ต่อสถานศกึ ษาและตอ่ ชุมชนอย่างไร
ในด้านการสะท้อนการมีแนวคดิ ใหม่ จากปัญหาที่เกิดขน้ึ ทราบว่าผู้เรยี นตอ้ งมีการพัฒนาทักษะการแปลภาษา
เพอื่ แกไ้ ขสถานการณ์ทักษะการคดิ วิเคราะห์ขั้นสงู ทกั ษะการสรา้ งองคค์ วามรู้ Personal Learning และการนำองค์
ความรู้ไปต่อยอดสรา้ งเปน็ นวัตกรรมเพ่ือประโยชนใ์ นการพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนเอง จนสร้างมาเป็นโมเดล
MTTA for Open Approach Model จะเหน็ ไดว้ ่าเป็นแนวคิดใหมท่ ี่ได้จากการศึกษาบรบิ ทของผ้เู รยี นปจั จัยต่าง
ๆ ทีม่ ีผลตอ่ ผู้เรยี นและประโยชน์ ที่ผูเ้ รียนจะนำไปใชใ้ นอนาคต
รายงานสรุปผลการปฏิบตั ิงาน ( self report ) 38
ขอ้ ที่ 2 ใชง้ า่ ยสะดวก
นวตั กรรมแผนการจัดการเรียนรูท้ ีย่ ดึ หลกั MTTA for Open Approach Model สรา้ งแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี
เปน็ นวตั กรรม ทสี่ ามารถนำไปออกแบบการจัดการเรียนรไู้ ด้อย่างงา่ ย ก็เป็นแนวคิดทฤษฎี ที่เน้นให้ครูเปน็ ผชู้ แี้ นะ
แนวทางมากกวา่ เปน็ ผ้สู อนและเน้นใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถสร้างองคค์ วามร้จู ากการแปลภาษาและการใช้ทักษะการคดิ
วเิ คราะห์ขั้นสูงสร้างองคค์ วามรู้เปน็ การเรยี นแบบ Personal Learning ถอื ไดว้ า่ นวัตกรรมสามารถนำไปใช้งานได้
ง่ายและสะดวก วดั ได้จากครผู ู้สอนสามารถนำแนวคิดและโมเดลไม่ออกแบบเปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ เกณฑ์การ
วัดผลและสอ่ื เพอื่ การเรยี นรู้จากบรบิ ทของผู้เรียนตนเอง
ขอ้ 3 ลงทนุ นอ้ ย
จากการทขี่ า้ พเจา้ ได้พยายามคิดคน้ จากบริบทปัญหาของผู้เรยี นที่ขาดทักษะการคิดวิเคราะหข์ ้ันสงู ของทักษะ
การใช้ภาษาเพื่อการแกป้ ญั หาสถานการณ์ตา่ ง ๆ ขาดการสรา้ งองคค์ วามรดู้ ้วยตนเองอย่าง Personal Learning
และไม่สามารถนำองค์ความร้ไู ปต่อยอดในการประกอบอาชพี ไดพ้ ระเจ้าจึงพยายามคดิ คน้ วธิ กี าร คิดออกมาเป็น
โมเดลที่ชือ่ วา่ MTTA for Open Approach Model ซ่งึ โมเดลดงั กลา่ วเปน็ แนวคิดทีส่ ามารถเผยแพรแ่ ละทำให้
ผเู้ รยี นหรือคณุ ครูสามารถนำไปต่อยอดการสรา้ งนวตั กรรมของตนเองไดแ้ ละข้าพเจ้าได้สร้างนวตั กรรม แผนการ
จดั การเรยี นรู้ MTTA for Open Approach และนำไปเผยแพร่เพื่อเปน็ แบบอยา่ ง หรือเปน็ ต้นแบบให้กับผู้ทส่ี นใจ
ซึง่ ผู้ทสี่ นใจสามารถลงทนุ ศกึ ษาดว้ ยตนเอง และสามารถนำไปสร้างเปน็ นวตั กรรมทสี่ อดคลอ้ งกบั บริบทของตนเอง
ได้
ภาคผนวก
แบบวิเคราะหต์ วั ช้ีวดั จาก Test Blue Print
คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ปกี ารศกึ ษา 2561
ตัวชีว้ ัดทว่ี ิเคราะห์ ค 1.1 ป.6/2 เปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วนและทศนิยมและทศนยิ ม
ไมเ่ กิน 3 ตำแหนง่
จุดประสงค์การเรยี นรู้ สาระสำคญั จำนวน นำ้ หนัก
ช่ัวโมง คะแนน
1.นกั เรยี นสามารถเขียน การเปรียบเทยี บเศษสว่ น ทำได้โดย
เครอื่ งหมายแสดงการ 1.นกั เรยี นใชก้ ระบวนวธิ ที างคณติ ศาสตร์ 1 20
เปรยี บเทียบเศษส่วนที่ ให้สว่ นเทา่ กัน
กำหนดให้ได้ 2.นักเรยี นเปรียบเทยี บตัวเศษ
2.นกั เรยี นสามารถเขียน การเปรียบเทียบทศนยิ ม ทำไดโ้ ดย
เครื่องหมายแสดงการ 1.พจิ ารณาหลกั ต่อหลกั ตำแหนง่ ตอ่
เปรียบเทยี บทศนยิ มไม่ ตำแหน่ง ของทศนิยมท่ีเปรยี บเทียบ 1 20
เกิน 3 ตำแหน่งท่ี 2.นักเรียนเปรยี บเทยี บคา่ ประจำหลกั
กำหนดให้ได้ หรือคา่ ประจำตำแหน่ง เรียงจากซ้ายไป
ขวา
3.นักเรยี นสามารถเขยี น การเขยี นเรยี งลำดบั เศษสว่ น ทำได้โดย
เรยี งลำดบั เศษส่วนที่ 1.พจิ ารณาให้เศษส่วนทีก่ ำหนดมีตัวสว่ น
กำหนดใหไ้ ด้ เทา่ กนั โดยกระบวนวิธีทางคณิตศาสตร์
2.นกั เรยี นเปรียบเทยี บเฉพาะตัวเศษจาก 2 40
เศษสว่ นท่ีไดใ้ หม่
3.นกั เรยี นเรยี งลำดบั มาก นอ้ ย จาก
ความต้องการ
4.นักเรยี นสามารถเขียน การเขียนเรียงลำดบั ทศนิยม ทำได้โดย
เรยี งลำดับทศนยิ มไม่ 1.พิจารณาหลกั ต่อหลกั ตำแหน่งต่อ 1 20
เกนิ 3 ตำแหน่งจาก ตำแหนง่
ทศนยิ มทก่ี ำหนดให้ได้
2.นกั เรยี นเปรยี บเทยี บคา่ ประจำหลกั
และค่าประจำตำแหน่ง
3.นักเรยี นเขยี นเรยี งลำดบั ทศนิยมจาก
ความต้องการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
รายวิชาคณิตศาสตร์พ้นื ฐานช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
ค 1.1 ป.6/2
เปรยี บเทียบและเรยี งลำดบั เศษสว่ นและทศนยิ มและทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแหนง่
ผสู้ อน นายจักรภัทร เกน้ิ โนนกอก จำนวน 1 ชวั่ โมง รวม 20 คะแนน
...................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
• ค 1.1 เขา้ ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจรงิ
ตวั ชี้วัดการเรียนรู้
• ค 1.1 ป.6/2 เปรียบเทียบและเรียงลำดบั เศษสว่ นและทศนิยมและทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหนง่
สาระการเรยี นรู้
• เศษส่วนและทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแหนง่
สาระสำคัญ
การเปรียบเทียบเศษส่วน ทำไดโ้ ดย
• นกั เรียนใชก้ ระบวนวิธที างคณิตศาสตรใ์ ห้ส่วนเทา่ กัน
• นักเรยี นเปรียบเทยี บตัวเศษ
จุดประสงค์การเรียนรู้
• นกั เรยี นสามารถเขยี นเครือ่ งหมายแสดงการเปรยี บเทยี บเศษสว่ นทก่ี ำหนดให้ได้
• นกั เรยี นมคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา
• นักเรยี นมีความใฝ่เรยี นรู้
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (แบบ open approach)
ข้นั ตอนตามแนวความคิด open approach ขน้ั ตอนการดำเนนิ การ
ข้ันท่ี 1 การนำเสนอปลายเปิด • ครทู ักทายนกั เรียน
ขนั้ ท่ี 2 การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเองของนกั เรยี น • ครใู หป้ ญั หานักเรียนไปว่า “จากภาพท่นี ักเรยี น
เหน็ นกั เรียนคิดวา่ กล่องสเ่ี หลย่ี มใดมีขนาดใหญ่
กวา่ กนั ”
• ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นแสดงแนวคดิ ของตนเอง
ขนั้ ตอนตามแนวความคิด open approach ขนั้ ตอนการดำเนินการ
ข้ันที่ 2 การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรยี น
• ครูตงั้ เง่ือนไขให้กับนักเรียนวา่ ถา้ แนวคิดใดที่
ข้นั 3 การอภปิ รายทง้ั ชัน้ เรียน นักเรยี นสนใจ ให้นักเรยี นซ้ือด้วยวิธีการเขียน
บันทึกลงสมุดของตนเอง
• ครูเร่ิมต้นด้วยการนำเสนอแนวคดิ ของครู ด้วย
การเปล่ียนรูปภาพเปน็ จำนวนเศษสว่ น ทเ่ี ป็น
ความรู้เดมิ ของนักเรยี น
• ครใู ห้นักเรียนแสดงแนวคิดเพิม่ เติม เนอ่ื งจากว่า
ครไู ด้เสนอแนวคิดของครูเพอื่ เปน็ ปัญหาถดั ไปของ
นกั เรยี น
• ครูต้ังเป้าหมายในการแสดงแนวคดิ ของนักเรยี น
ไม่ให้ออกนอกกรอบของการสร้างเศษสว่ นเพอื่ การ
เปรยี บเทยี บ
• เม่ือครไู ดก้ ระบวนการทำตัวสว่ นให้เท่ากนั เพอ่ื
การเปรยี บเทยี บแล้ว ครูใหป้ ญั หาไปต่อว่า “เราจะ
ทำอยา่ งไรดใี ห้ตวั สว่ นเท่ากัน”
• ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงแนวคดิ การใช้
กระบวนวธิ ีการทำใหส้ ว่ นเท่ากัน
• ครตู ง้ั เป้าหมายในการแสดงแนวคิดของนกั เรียน
ไม่ใหอ้ อกนอกกรอบแนวคดิ การใช้วธิ ีพหคุ ูณในการ
ช่วย
• ครูสร้างปญั หาใหน้ ักเรียนเพมิ่ เติมว่า “เมอื่ เราได้
ตวั สว่ นที่เทา่ กนั แลว้ เราจะร้ไู ด้อย่างไรว่าเศษสว่ น
ใดมากกวา่ หรือนอ้ ยกว่า”
• ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นแสดงแนวคิดการ
เปรียบเทียบเศษสว่ น
• ครูตัง้ เป้าหมายในการแสดงแนวคิดของนักเรียน
ไมใ่ หอ้ อกนอกกรอบการเปรยี บเทียบเฉพาะตัวเศษ
เพื่อเปรยี บเทียบเศษสว่ น
ขั้นตอนตามแนวความคิด open approach ข้ันตอนการดำเนนิ การ
ขนั้ 4 การสรปุ โดยเชอื่ มโยง • ครูร่วมกับนกั เรียนสรุปองคค์ วามรู้ที่ได้
แนวคดิ ของนักเรยี น • ครใู ห้นักเรยี นแสดงแนวคิดความเช่ือมโยงว่า
กลอ่ งสเี่ หล่ยี มใดมีขนาดใหญ่กวา่ และกลอ่ ง
ข้นั 5 การฝกึ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ สี่เหลีย่ มใดมีขนาดเล็กกว่า
• ครูวางปญั หาให้นักเรยี นว่า “จากกระบวนการ
ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ ทั้งหมด เรามาเขยี นเป็นแผนผงั การทำงานได้
• แผนภาพแสดงกลอ่ งส่ีเหล่ียมเปรียบเทียบ อยา่ งไร”
• แบบฝกึ ทักษะทางคณติ ศาสตร์ที่ 1 • ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นไดน้ ำเสนอแผนผังการ
• ผ้าดา้ ยดิบใช้การเขียนสรปุ ขัน้ ตอนการทำงาน ทำงานอยา่ งเป็นขัน้ ตอน
• ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั เขียนแผนผังการทำงานบน
ผ้าดา้ ยดบิ
• ครูให้นกั เรียนทำแบบฝกึ ทักษะท่ี 1 ดว้ ยวธิ กี าร
ทำงานแบบคลนิ ิก(เพือ่ นช่วยเพอ่ื น)
• ครตู รวจใหค้ ะแนนพรอ้ มเฉลย
• ครูบนั ทกึ คะแนนการทำงานใหน้ ักเรียนทราบ
ความก้าวหนา้ ของตนเอง
การประเมินผล วธิ ี เครอ่ื งมอื เกณฑ์
จดุ ประสงค์ การประเมิน การประเมิน การประเมิน
การเรยี นรู้
• ครตู รวจ • แบบประเมนิ แบบฝกึ Rubric score
• นกั เรียนสามารถเขียน แบบฝกึ ทักษะ ทกั ษะคณติ ศาสตร์
เคร่อื งหมายแสดงการ คณิตศาสตร์ 1
เปรยี บเทยี บเศษส่วนท่ี
กำหนดให้ได้ • ครปู ระเมนิ จากการ • แบบสังเกตพฤตกิ รรม Rubric score
• นักเรียนมีความสามารถใน สงั เกตการแสดง การแกป้ ัญหา Rubric score
การแก้ปัญหา แนวคดิ
• แบบสังเกตพฤตกิ รรม
• นกั เรยี นมีความใฝ่เรียนรู้ • ครูประเมนิ จากการ ใฝเ่ รยี นรู้
สังเกตพฤตกิ รรม
แบบบนั ทึกการจัดการเรียนรู้
• สรุปผลการจดั กิจกรรม
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
• ปญั หาท่ีพบ
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
• วเิ คราะห์แนวทางแกป้ ัญหา
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................ครูผูส้ อน
(นายจักรภทั ร เก้ินโนนกอก)
ครผู ูช้ ่วย
ความคิดเหน็ ของฝ่ายบริหาร
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................ฝา่ ยวชิ าการ
(นางราตรี ขวาไทย)
ครชู ำนาญการพิเศษ
ความคิดเห็นของฝ่ายบรหิ าร
...................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................ผู้อำนวยการ
(นายไพฑูรย์ ดบี ้านโสก)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านโคกม่งั งอย(ครุ ปุ ระชาบำเพ็ญ)
แบบประเมินคะแนนความกา้ วหนา้
จากบทเรยี นตัวช้วี ัด
ค 1.1 ป.6/2 เปรยี บเทยี บและเรียงลำดับเศษสว่ นและทศนิยมและทศนยิ ม
ไม่เกนิ 3 ตำแหน่ง
แบบประเมินแบบฝกึ ทักษะคณติ ศาสตร์
เกณฑ์การวดั ผล
• ระดับ 5 คะแนน หมายถึง นกั เรียนสามารถทำแบบฝึกทกั ษะได้ถกู ต้องสมบรู ณ์
• ระดบั 4 คะแนน หมายถงึ นักเรยี นสามารถทำแบบฝกึ ทกั ษะได้คอ่ นขา้ งถกู ต้อง
• ระดบั 3 คะแนน หมายถงึ นักเรยี นสามารถทำแบบฝกึ ทกั ษะได้ปานกลาง
• ระดับ 2 คะแนน หมายถึง นักเรยี นสามารถทำแบบฝึกทกั ษะไดค้ ่อนขา้ งนอ้ ย
• ระดบั 1 คะแนน หมายถงึ นกั เรียนสามารถทำแบบฝึกทักษะไดน้ ้อย
เกณฑก์ ารประเมินผล
• ระดับ 4 – 5 คะแนน หมายถงึ นักเรยี นผ่านการประเมนิ
• ระดับ 1 – 3 คะแนน หมายถึง นกั เรยี นไม่ผา่ นการประเมิน
หมายเหตุ ถา้ นกั เรยี นไม่ผา่ นการประเมนิ ครูต้องสอนซ่อมเสรมิ และประเมินใหมอ่ ีกครัง้
สมรรถนะด้านความสามารถในการแกป้ ัญหา
เกณฑ์การวดั ผล
• ระดบั 2 คะแนน หมายถึง นกั เรยี นร่วมแสดงแนวคิดในชัน้ เรยี นค่อนข้างมาก
• ระดบั 1 คะแนน หมายถงึ นกั เรยี นร่วมแสดงแนวคิดในชั้นเรยี นค่อนขา้ งนอ้ ย
• ระดบั 0 คะแนน หมายถึง นกั เรียนไมร่ ว่ มแสดงความคิดในชน้ั เรยี น
เกณฑก์ ารประเมินผล
• ระดบั 1 – 2 คะแนน หมายถึง นักเรยี นผา่ นการประเมนิ
• ระดบั 0 คะแนน หมายถึง นกั เรยี นไม่ผ่านการประเมิน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใฝ่เรียนรู้
เกณฑก์ ารวดั ผล
• ระดับ 2 คะแนน หมายถึง นักเรียนทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายเสร็จสมบูรณ์
• ระดับ 1 คะแนน หมายถึง นกั เรียนทำงานที่ได้รบั มอบหมายเสรจ็ บางสว่ น
• ระดับ 0 คะแนน หมายถงึ นักเรียนไม่ทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
• ระดบั 1 – 2 คะแนน หมายถงึ นกั เรยี นผา่ นการประเมนิ
• ระดับ 0 คะแนน หมายถึง นกั เรียนไม่ผา่ นการประเมนิ
แบบบนั ทึกคะแนนความก้าวหน้าของผ้เู รียน
จากบทเรียนตัวชีว้ ัด
ค 1.1 ป.6/2 เปรยี บเทียบและเรยี งลำดบั เศษสว่ นและทศนยิ มและทศนิยม
ไม่เกิน 3 ตำแหน่ง
เลขท่ี กอ่ น คะแนนแบบฝึกทกั ษะ หลัง สมรรถนะ คณุ ลักษณะ รวม เต็ม
เรียน คณติ ศาสตร์ เรยี น 100
1 2 345
1
2
3
4
ลงช่ือ................................................ครผู ้บู นั ทกึ คะแนน
(นายจกั รภทั ร เก้นิ โนนกอก)
ครูผชู้ ว่ ย