คำ นำ ปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งสำ คัญสำ หรับองค์กรที่เข้ามา ช่วยอำ นวยความสะดวกในการดำ เนินงาน ทำ ให้การเข้าถึงข้อมูลมีความ รวดเร็ว การติดต่อสื่อสารมีประสิทธิภาพ และ ช่วยประหยัดต้นทุนในการ ดำ เนินงานด้านต่าง ๆ ของหน่วยงานที่เชื่อมต่อในระบบอินเทอร์เน็ต เช่น การ รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์การมีเว็บไซต์สำ หรับเป็นช่องทางในการ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่าง ๆ เป็นต้น แม้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะมี ประโยชน์และสามารถช่วยอำ นวยความสะดวกใน ด้านต่าง ๆ แต่ในขณะ เดียวกันก็มีความเสี่ยงสูง และอาจก่อให้เกิดภัยอันตรายหรือสร้างความเสียหาย ต่อการปฏิบัติราชการได้เช่นกัน เพราะการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อติดต่อเชื่อมโยง ข้อมูลไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทำ ให้มีโอกาสถูกบุกรุกได้มาก ขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาชญากรรมทาง คอมพิวเตอร์ได้หลายรูปแบบ เช่น โปรแกรมประสงค์ร้าย หรือการบุกรุกโจมตีผ่านระบบเครือข่าย อินเตอร์เน็ต เพื่อก่อกวนให้ระบบใช้การไม่ได้รวมถึงการขโมยข้อมูลหรือความลับทาง ราชการ ซึ่งสิ่ง เหล่านี้เป็นการสร้างความเสียหายด้านระบบสารสนเทศเป็นอย่าง มาก และท าให้สูญเสียชื่อเสียงหรือ ภาพพจน์ ของหน่วยงาน ดังนั้น นั้ ผู้ใช้บริการ และผู้ดูแลระบบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร จึงมีความจ า เป็นจะต้องตระหนักถึงการให้การดูแลบำ รุงรักษา และการควบคุมรักษาความ มั่น มั่ คงปลอดภัย ด้านสารสนเทศเป็นอย่างยิ่ง
สารบัญ ชื่อเรื่อง หน้า บทที่1 ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ บทที่2 แนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ บทที่3 ชนิดของข้อมูล เครื่องมือ บทที่4 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประเภทของระบบสารสนเทศ บทที่5 ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1 3 4 5 8 14 15 16 18 19
บทที่1 ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยสารสนเทศ หรือ ไอที (อังกฤษ: information technology: IT) คือการ ประยุกตใ์ช้ คอมพิวเตอร ์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม เพื่อจัดเก็บ ค้นหา ส่งผ่าน และจัด ดำ เนินการข้อมูล ซึ่งเก่ียวข้องกับธุรกิจหนึ่งหรือองค์การอื่น ๆ โดยปกติก็ใช้แทน ความหมายของเครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่าย คอมพิวเตอร์ และยังรวมไปถึง เทคโนโลยีการกระจายสารสนเทศอยางอื่นด้วย เช่น โทรทศัพน ์ และ โทรศัพท ์ อุตสาหกรรมหลายอยางเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวอย่างเช่น ฮาร์ด แวร ์ ซอฟต์แวร ์ อิเล็กทรอนิกส ์ อุปกรณ ์ กึ่งตัวหนา อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ โทรคมนาคม การ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส ์ และบริการทางคอมพิวเตอร์ คือ การ นา เอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาสร้างมูลค่าเพิ่มใหก้บสารสนเทศ เทคโนโลยี ด้านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบขา้ง วธิีการดา เนินการและ ขั้น ขั้ ตอนต่าง ๆ ที่ เกี่ยวขอ้งเช่น 1.กรรมวธิ ีการดา เนินการเพื่อใหเ้กิดประโยชน์มากที่สุด 2.ขอ้ มูล 3.บุคคล 4.ซอฟแวร์ สารสนเทศ (information) หมายถึง ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จ จริง ที่ทั้ง ทั้ หมดนี้ได้มีการบันทึกดำ เนินการด้วยวิธิีต่าง ๆ และประมวล ไว้ซึ่งสามารถนา ไปเผยแพร่และใช้ประโยชน์ได้ทั้ง ทั้ ในส่วนของสังคมและ บุคคล หรือเรียกง่ายๆวาผลลัพธ์ ที่เกิดจากการนา เอาข้อมูลมาผานกระ บวนการต่าง ๆ อยางมีระบบ่ เทคโนโลยี (technology) หมายถึง สิ่งที่มนุษยป์ระยกุตห์รือพัฒนา ขึ้นมาจากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อมาช่วยในการแกปัญหาต่าง ๆ เช่น เครื่องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ และสิ่งที่จบัตอ้งไม่ไดห้รือวิธิีการและ กระบวนการ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศจะประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1.ขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติงาน ขั้น ขั้ ตอนและระเบียบวธิีการจดัเก็บขอ้มูลให้ อยู่ในรูปแบบที่จะเป็นสารสนเทศได้เช่น การกำ หนดใหม่มีการป้อข้อมูล ในทุก ๆ วันและมีการแก้ไขปรับปรุงข้อมูลใหถู้กต้องเสมอ
3.ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมในระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบไปด้วย 1.System Software (ซอฟต์แวร์ระบบ) 2.Application Software (ซอฟต์แวร์ประยุกต์) โดยทั้ง ทั้ สององคป์ระกอบนี้มีหนา้ที่ประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศตามที่ ต้องการ และทำ หน้าที่สังเครื่อง คอมพิวเตอร์ให้ทำ ตามวัตถุประสงค์ที่ ต้องการ 4. ฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ซ่ึงฮาร์ดแวร์จะถูกควบคุมโดย ซอฟตแ์วร์เป็นเครื่องมือที่ช่วยใน การจัดการสารสนเทศ โดยหลักๆ ฮาร์ดแวร์เป็นอุปกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูล เพื่อสร้างข้อมูลสารสนเทศ ที่ทำ งานไดอ้ยางรวดเร็วและมีความแม่นยำ ซึ่งฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถแบ่งออกได ้3 หน่วยคือ 1.หน่วยแสดงผล 2.หน่วยประมวลผลกลาง 3.หน่วยรับขอ้มูล 2.ข้อมูล ข้อมูลถือได้ว่าเป็นอีกหน่ึ่งความสำ คัญที่มีความสามารถในการช่วย วางแผนงานบริหารบริการจัดการ ดังนั้น นั้ ข้อมูลต้องมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ หรือขอ้มูลเป็นการรวบรวมเขา้สู่เครื่องคอมพิวเตอร์ (ผ่านอุปกรณ์หน่วยรับ) เช่น สแกนเนอร์ เมาส์ และคียบ์อร์ดเป็นต้น 5.บุคลากร บุคลากรถือไดว้าเป็นอีกองค์ประกอบที่สำ คัญไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ เพราะบุคลากรนั้น นั้ มีความรู้ ความสามารถ อีกทั้ง ทั้ ยงัมีความเขา้ใจในขั้น ขั้ ตอนและวธิีการดำ เนินการ และ การจดัการเกี่ยวกบสารสนเทศ ทั้ง ทั้ หมด
ระบบสารสนเทศ มีการเปลี่ยนแปลงดา้น การเมือง เศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันหากเกิด วิกฤตในประเทศใดประเทศหน่ึงก็จะส่งผลกระทบไปถึงประเทศต่าง ๆ ด้วยนี่ จึงเป็นเหตุผลที่สำ คัญของ หลายด้าน เช่น เทคโนโลยสีารสนเทศเมื่อมีการพฒันาไปอย่างต่อเนื่องก็จะมีผลในการทำ ใหเ้กิดการเปลี่ยนแปลงไปใน 1.เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ 2.การทำ งานที่ไร้เงื่อนไขของเวลาและสถานที่ 3.ระบบเศรษฐกิจมีการเชื่อมโยงไปทัวโลก่ 4.การเปลี่ยนแปลงสังคมสารสนเทศ 5.อื่น ๆ อีกมากมายที่เทคโนโลยสีารสนเทศมีความเกี่ยวข้องเป็นต้น กระบวนการทำ งานของระบบสารสนเทศ หลักๆมีดังนี้ 1.การนำ ข้อมูลเข้า (Input) เป็นการนา ข้อมูลดิบ (Data) ที่ไดจ้ากการ เก็บรวบรวมมาเขา้สู่ระบบ เพื่อนำ ไปประมวลผลให้เป็นสารสนเทศ 2.การประมวลผลข้อมูล(Process) เป็นการคิดคำ นวณจัดรูปแบบ หรือ แปลงข้อมูลดิบให้เป็น สารสนเทศ 3.การแสดงผล (Output) เป็นการนำ ผลที่ได้จากกการประมวลผลมา แสดงในรูปแบบที่เราต้องการ 4.การจัดเก็บขอ้มูล (Storage) เป็นการจดัเก็บขอ้มูลหรือสารสนเทศ เพื่อนำ กลับมาใช้ใหม่ในอนาคต
เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร บทความนี้เราจะพาท่านมารู้จักกับ “เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร” โดยบทความก่อนหน้านี้เราได้อธิบายเกี่ยวกับด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ต่างๆ ไว้อย่างมากมายเพื่อเป็นพื้นฐานองค์ความรู้ไว้นำ ไปประกอบ พิจารณาปรับใช้ในชีวิตประจำ วัน หรือการประกอบอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะ ในปัจจุบันมีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีอย่างมากมาย ทั้ง ทั้ ด้าน อุตสาหกรรม และด้านการทำ งานต่างๆ ภาพจาก : https://www.pexels.com จัดเก็บ ค้นหา ส่งผ่าน จัดดำ เนินการข้อมูล information technology (เทคโนโลยีสารสนเทศ) หรือ IT “เป็นการ ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม” เพื่อ… 1. 2. 3. 4. โดยมักจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจหนึ่งหรือองค์กรอื่นๆ (เป็นการนำ เอา เทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ) จึงทำ ให้สารสนเทศนั้น นั้ มีประโยชน์สามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ดังนั้น นั้ “เทคโนโลยีสารสนเทศ” จึงมีความสำ คัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน เช่น การดำ เนินธุรกิจ การติดต่อสื่อสาร และเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ที่หลาก หลายและอีกมากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลสำ คัญที่เราได้หยิบยกเรื่องนี้มานำ เสนอเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับสารสนเทศมากยิ่งขึ้นและนำ ไปปรับใช้กับธุรกิจ ได้อีกในอนาคต
เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร เทคโนโลยีสารสนเทศ (information technology) หรือ IT ดังนั้น นั้ เทคโนโลยีสารสนเทศมีความหมาย เช่น สารสนเทศ (information) หมายถึง ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริง ที่ทั้ง ทั้ หมดนี้ได้มีการบันทึก ดำ เนิน การด้วยวิธีต่างๆ และประมวลไว้ ซึ่งสามารถนำ ไปเผยแพร่และใช้ ประโยชน์ได้ ทั้ง ทั้ ในส่วนของสังคมและบุคคล หรือเรียกง่ายๆ ว่าผลลัพธ์ที่ เกิดจากการนำ เอาข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ เทคโนโลยี (technology) หมายถึง สิ่งที่มนุษย์ประยุกต์หรือพัฒนาขึ้นมาจากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อมาช่วยในการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น เครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ และสิ่งที่ จับต้องไม่ได้หรือวิธีการและกระบวนการ กรรมวิธีการดำ เนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ข้อมู] บุคลากร ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยี+สารสนเทศ=(เทคโนโลยีสารสนเทศ) หมายถึง การนำ เอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้าง วิธีการ ดำ เนินการและขั้น ขั้ ตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น 1. 2. 3. 4. ทั้ง ทั้ นี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ เช่น ส่งต่อ ใช้งาน จัดเก็บ รวบรวม และสื่อสารระหว่างกันเป็นต้น
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ โดยองค์ประกอบของระบบสารสนเทศจะประกอบไปด้วย 5 องค์ ประกอบ คือ 1.ขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติงาน ขั้น ขั้ ตอนและระเบียบวิธีการจัดเก็บข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะเป็น สารสนเทศได้ เช่น การกำ หนดให้มีการป้อนข้อมูลในทุกๆ วัน และมีการ แก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ 2.ข้อมูล ข้อมูลถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสำ คัญที่มีความสามารถในการช่วย วางแผนงานบริหารบริการจัดการ ดังนั้น นั้ ข้อมูลต้องมีความถูกต้องและน่า เชื่อถือ หรือข้อมูลเป็นการรวบรวมเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ (ผ่านอุปกรณ์ หน่วยรับ) เช่น สแกนเนอร์ เมาส์ และคีย์บอร์ดเป็นต้น System Software (ซอฟต์แวร์ระบบ) Application Software (ซอฟต์แวร์ประยุกต์) 3.ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมในระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบไปด้วย 1. 2. โดยทั้ง ทั้ สององค์ประกอบนี้มีหน้าที่ประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศ ตามที่ต้องการ และทำ หน้าที่สั่ง สั่ เครื่องคอมพิวเตอร์ให้ทำ ตามวัตถุประสงค์ ที่ต้องการ หน่วยแสดงผล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยรับข้อมูล 4.ฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งฮาร์ดแวร์จะถูกควบคุมโดย ซอฟต์แวร์เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ โดยหลักๆ ฮาร์ดแวร์เป็นอุปกรณ์ที่ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลสารสนเทศ ที่ ทำ งานได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำ ซึ่งฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ต่างๆ สามารถแบ่งออกได้ 3 หน่วยคือ 1. 2. 3.
5.บุคลากร บุคลากรถือได้ว่าเป็นอีกองค์ประกอบที่สำ คัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ เพราะ บุคลากรนั้น นั้ มีความรู้ ความสามารถ อีกทั้ง ทั้ ยังมีความเข้าใจในขั้น ขั้ ตอน และวิธีการดำ เนินการ และการจัดการเกี่ยวกับสารสนเทศทั้ง ทั้ หมด บทบาทการทำ งานของระบบสารสนเทศ เราจะเห็นว่าในปัจจุบันนั้น นั้ ผู้คนมีการติดต่อสื่อสารกันได้อย่าง รวดเร็ว ก็เพราะมาจากเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการกระจายข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น นั้ เทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความสำ คัญ ต่อการเปลี่ยนแปลง ด้าน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม จึงไม่แปลกใจเลยว่าในยุคปัจจุบัน หากเกิดวิกฤตในประเทศใดประเทศหนึ่งก็จะส่งผลกระทบไปถึงประเทศ ต่างๆ ด้วย เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ระบบเศรษฐกิจมีการเชื่อมโยงไปทั่ว ทั่ โลก การทำ งานที่ไร้เงื่อนไขของเวลาและสถานที่ การเปลี่ยนแปลงสังคมสารสนเทศ อื่นๆ อีกมากมายที่เทคโนโลยีสารสนเทศมีความเกี่ยวข้องเป็นต้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่สำ คัญของเทคโนโลยีสารสนเทศเมื่อมีการพัฒนา ไปอย่างต่อเนื่องก็จะมีผลในการทำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในหลาย ด้าน เช่น 1. 2. 3. 4. 5. Storage (การจัดเก็บข้อมูล) Output (การแสดงผล) Process (การประมวลผลข้อมูล) Input (การนำ เข้าข้อมูล) กระบวนการทำ งานหลักๆ ของระบบสารสนเทศ 1. 2. 3. 4. เราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น นั้ มีความสำ คัญเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ในเรื่องของการทำ งาน แต่ยังส่งผลไปถึงในเรื่องของเศรษฐกิจ อีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น นั้ ยังใช้ประโยชน์ได้อีกมากมายและ หวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์จาก “เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร” ไม่มาก ก็น้อยถ้าหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
บทที่2 แนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ คำ ว่า สารสนเทศ หรือสารนิเทศ เป็นคำ ศัพท์บัญญัติของคำ ว่า “Information” ราชบัณฑิตยสถานกำ หนดให้ใช้ค าได้ทั้ง ทั้ สองคำ ใน วงการคอมพิวเตอร์การสื่อสาร และธุรกิจนิยมใช้คำ ว่า “สารสนเทศ” ซึ่งมีความหมายกว้างๆ ว่า ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆ ที่มีการบันทึก อย่างเป็น ระบบ ตามหลักวิชาการ เพื่อน ามาเผยแพร่และใช้งานต่างๆ ทุกสาขา ส่วนคำ ว่า “เทคโนโลยี สารสนเทศ” หรือ Information Technology ที่มักเรียกว่า ไอที(IT) นั้น นั้ เน้นถึง การจัดการใน กระบวนการดำ เนินงานสารสนเทศหรือสารนิเทศในขั้น ขั้ ตอนต่างๆ ตั้ง ตั้ แต่การเสาะแสวงหาการ วิเคราะห์การจัดเก็บ การจัดการ และการ เผยแพร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแม่นยำ และความ รวดเร็วทันต่อการนำ มาใช้ประโยชน์ (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 2548 : 10) นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ความหมายของ เทคโนโลยีสารสนเทศไว้ต่างกัน 1. ความหมายระบบสารสนเทศ สารสนเทศ เป็นคำ ที่มาจากภาษาอังกฤษว่า Information ซึ่งใน ภาษาไทยแล้ว นอกจากจะใช้คำ ว่าสารสนเทศ แล้วยังมีคำ อื่นๆ ที่ใช้ เรียกในความหมายเดียวกัน ได้แก่ ข้อสนเทศ ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ข้อเท็จจริง นักวิชาการได้ให้ความหมายของสารสนเทศไว้ต่างๆ กัน 2. ความสำ คัญของสารสนเทศ ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศทุกคนสามารถรับข่าวสาร สืบค้น สารสนเทศ และเผยแพร่ สารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว สารสนเทศเป็นสิ่ง ที่มีความสำ คัญต่อสังคมในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการ ดำ เนินชีวิตประจำ วันของคนทั่ว ทั่ ไป ต่อเศรษฐกิจ และต่อสังคม หากบุคคลใดไม่ใช้หรือก้าว ไม่ทัน สารสนเทศอาจทำ ให้เสียโอกาส หรือไม่ทันเหตุการณ์ต่างๆ ได้ สารสนเทศมีความสำ คัญสามารถ สรุปได้ ดังนี้
1. ด้านการเรียนการสอนในปัจจุบันสารสนเทศถูกเผยแพร่หลายรูป แบบ เช่น สื่อที่ เป็น สิ่งพิมพ์สื่อโสตทัศน์วัสดุและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สามารถค้นหาในเวลาอันรวดเร็ว และมี ประโยชน์ต่อการเรียนการ สอน ผู้เรียน และผู้สอนต้องเลือกสารสนเทศที่มีคุณค่า และตรงกับ สาขาวิชาที่ต้องการให้มากที่สุดจะช่วยให้การเรียนการสอนมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. ด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัย มีดังนนี้ 2.1 สามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และวิธีการที่มีอยู่แล้วไป ถ่ายทอดในที่อื่นๆ ได้ เช่น สอน บรรยายองค์ความรู้สาธิต หรือ ปฏิบัติให้แก่กลุ่มบุคคล และชุมชน 2.2 สามารถวางแผน และจัดระบบการวิจัย และพัฒนาโดย อาศัยองค์ความรู้ที่ได้จากที่อื่นมาใช้ในหน่วยงาน หรือองค์กร 2.3 ทำ ให้มีฐานความรู้ที่กว้างขวางสามารถเลือกสารสนเทศ ที่มีอยู่เพื่อนำ มาแก้ไข และป้องกันปัญหาทั้ง ทั้ ในปัจจุบัน และ อนาคต 2.4 ช่วยในการวางแผน และตัดสินใจในการด าเนินงานต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล 3. ด้านสังคม จากการรับรู้สารสนเทศของบุคคลก่อให้เกิดประโยชน์คือ 3.1 การตัดสินใจในชีวิตประจำ วันในทุกๆ เรื่อง เช่น การตัดสินใจ ซื้อสินค้าต่างๆ การเลือกคู่ครอง การเดินทาง หลักการปฏิบัติตนใน ระบอบประชาธิปไตย ล้วนต้องอาศัยสารสนเทศ ที่ มีคุณค่าประกอบ 3.2 ความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ในสังคมปัจจุบันบุคคลที่อยู่ร่วม กันในโลกซึ่ง แตกต่างกันในด้านเชื้อชาติศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรม สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยรับรู้สารสนเทศที่ แตกต่างกัน แล้วนำ มาปรับเข้าหากันทำ ให้เกิดความเข้าใจ และยังช่วย ให้มีโลก ทัศน์ที่กว้างขวาง 3.3 การสร้างค่านิยม และทัศนคติที่ดีต่อสังคมการที่ประชาชนใน ประเทศได้รับ สารสนเทศในทุกรูปแบบโดยไม่มีขีดจำ กัด สามารถสร้าง ค่านิยม และทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคม ได้ 3.4 การเมือง สารสนเทศจำ เป็นสำ หรับประเทศที่กำ ลังพัฒนาซึ่ง ต้องพึ่งพาองค์ ความรู้จากประเทศที่พัฒนาแล้วเนื่องจากประเทศที่ กำ ลังพัฒนายังไม่มีความพร้อมในการผลิต สารสนเทศบางประเภท
4. ด้านวัฒนธรรม สารสนเทศก่อให้เกิดการถ่ายทอดวัฒนธรรม อย่างต่อเนื่องทำ ให้ชน รุ่นหลังได้รับรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น และภูมิ หลังของประเทศชาติก่อให้เกิดความภูมิใจ ความรัก ความ สามัคคี และความมั่น มั่ คงในชาติ 5. ด้านงบประมาณ และเวลา สารสนเทศทำ ให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และเวลาเนื่องจาก ผู้ใช้สามารถนำ สารสนเทศ หรือองค์ความรู้ที่เกิด ขึ้นมาใช้ต่อยอดได้แล้วทำ ให้เกิดข้อมูลในเชิงลึก ทำ ให้ประหยัดค่าใช้ จ่าย และเวลาในการเข้าถึงข้อมูลแต่ละเรื่อง 6. ด้านวิทยาการ และเทคโนโลยีต่างๆ ในยุคสังคมข่าวสาร เทคโนโลยี ถูกพัฒนาไป อย่าง รวดเร็วประกอบกับการแสวงหาสารสนเทศอยู่เป็น ประจำ ทำ ให้ทราบการพัฒนาทางวิทยาการ และ เทคโนโลยีต่างๆ ได้ทัน ท่วงทีและเมื่อนำ ไปใช้ประโยชน์จะช่วยให้เกิดเป็นผลดีต่อการพัฒนา ประเทศ สรุป สารสนเทศมีความส าคัญ ต่อการเรียนการสอน ต่อการศึกษา ค้นคว้า ต่อสังคม ต่อ วัฒนธรรม ต่องบประมาณ และเวลา ต่อ วิทยาการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ และต่อชีวิตประจำ วัน เพื่อนำ ไปใช้ให้ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ 3. คุณลักษณะของสารสนเทศ นักวิชาการหลายท่านกล่าวถึงคุณลักษณะของสารสนเทศ มีดังนี้ ชัชวาลย์วงษ์ปษ์ ระเสริฐ (2548 : 49-50 ) กำ หนดคุณสมบัติของ สารสนเทศ ดังต่อไปนี้ 1. สามารถเข้าถึงได้(accessibility) หมายถึง ความสะดวก และ รวดเร็วในการ เข้าถึง สารสนเทศในการนำ สารสนเทศมาใช้ประกอบ การตัดสินใจ ความรวดเร็วในการค้นหา ซึ่ง สามารถ วัดได้เช่น หนึ่ง นาทีสามสิบนาทีหรือหนึ่งชั่ว ชั่ โมง 2. ความครบถ้วน (completeness) หมายถึง ความสมบูรณ์ในเนื้อหา ของ สารสนเทศ โดย พิจารณาทางด้านคุณภาพของสารสนเทศ มากกว่าปริมาณ
3. ความถูกต้องเที่ยงตรง (accuracy) หมายถึง คุณสมบัติของข้อผิด พลาดที่อาจ เกิดจาก การนำ สารสนเทศมาใช้สารสนเทศที่ได้รับต้อง ไม่มีข้อผิดพลาดในด้านการคำ นวณ เป็นต้น 4. ความเหมาะสม (appropriateness) หมายถึง พิจารณาถึงการผลิต สารสนเทศ ว่า ข้อมูล หรือสารสนเทศที่ได้รับตรงกับความต้องการของ ผู้ใช้มากน้อยเพียงใดเพราะถ้าสารสนเทศที่ ได้รับ ไม่ตรงกับความ ต้องการของผู้ใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์โดยเฉพาะการผลิตสารสนเทศต้อง เสีย ค่าใช้จ่าย ในการดำ เนินการซึ่งเป็นการยากในการวัดจำ นวนให้เห็น ได้ 5. ความทันเวลา (timeliness) หมายถึง สารสนเทศต้องใช้ระยะเวลา สั้น สั้ และมีความรวดเร็วในการประมวลผลเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศ ทันเวลา 6. ความชัดเจน (clarity) หมายถึง สารสนเทศที่ได้รับต้องมีความ ชัดเจนไม่กำ กวม ซึ่งทำ ให้ผู้ใช้สารสนเทศเข้าใจผิดซึ่งถ้าต้องแก้ไข ข้อมูลอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่าย และเสียเวลาเพิ่มขึ้น 7. ความยืดหยุ่น (flexibility) หมายถึง สารสนเทศที่ดีจะต้องให้ ประโยชน์แก่บุคคลจำ นวนมากอย่างกว้างขวางมากกว่าเป็นสารสนเทศ เฉพาะบุคคล 8. ความสามารถในการพิสูจน์ได้(verifiability) หมายถึง สารสนเทศนั้น นั้ ต้องสามารถพิสูจน์หรือตรวจสอบได้ว่าเป็นความจริง 9. ความซ้ำ ซ้อน (redundancy) หมายความว่า สารสนเทศที่ได้รับนั้น นั้ มี ความซ้ำ ซ้อน หรือ มีมากเกินความจำ เป็น หรือไม่ดังนั้น นั้ สารสนเทศที่ดี ต้องไม่มีความซ้ำ ซ้อน 10. ความไม่ลำ เอียง (bias) หมายถึง ลักษณะของสารสนเทศที่ผลิตขึ้น นั้น นั้ ไม่มี ความตั้ง ตั้ ใจ หรือเจตนาในการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข สารสนเทศตามที่ได้กำ หนด หรือหาข้อยุติไว้ล่วงหน้า
4. ประโยชน์ของสารสนเทศ ประโยชน์ของสารสนเทศ มี 2 ด้าน คือ 1. ประสิทธิภาพ (Efficiency) 1.1 ระบบสารสนเทศ ทำ ให้การปฏิบัติงานมีความรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้ กระบวนการประมวลผลข้อมูล ซึ่งจะทำ ให้สามารถเก็บรวบรวม ประมวลผลและปรับปรุง 1.2 ระบบสารสนเทศ ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ หรือมี ปริมาณมาก และช่วยทำ ให้การเข้าถึงข้อมูล (Access) เหล่านั้น นั้ มีความ รวดเร็วด้วย 1.3 ช่วยทำ ให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การใช้เครือ ข่ายทาง คอมพิวเตอร์ทำ ให้มีการติดต่อได้ทั่ว ทั่ โลกในเวลาที่รวดเร็ว ไม่ ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างเครื่อง คอมพิวเตอร์ด้วยกัน (Maching to Maching) หรือคนกับคน (Human to Human) หรือคนกับ เครื่อง คอมพิวเตอร์(Human to Maching) และการติดต่อสื่อสารดังกล่าวจะ ทำ ให้ข้อมูลที่เป็นทั้ง ทั้ ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และ ภาพเคลื่อนไหว สามารถส่งได้ทันที 1.4 ช่วยลดต้นทุน การที่ระบบสารสนเทศช่วยการปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลซึ่งมีปริมาณมากมีความสลับซับซ้อนให้ดำ เนินการ ได้โดยเร็ว หรือการช่วยให้การติดต่อสื่อสารได้ อย่างรวดเร็ว ทำ ให้เกิด การประหยัดต้นทุนการดำ เนินการอย่างมาก 1.5 ระบบสารสนเทศช่วยทำ ให้การประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เป็นไป ด้วยดีโดยเฉเพาะหากระบบสารสนเทศนั้น นั้ ออกแบบ เพื่อเอื้อ อำ นวยให้หน่วยงานทั้ง ทั้ ภายในและ ภายนอกที่อยู่ในระบบซัพพลาย ทั้ง ทั้ หมด จะทำ ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง ทั้ หมดสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และทำ ให้การประสานงาน หรือการทำ ความเข้าใจเป็นไปด้วยดียิ่งขึ้น 2. ประสิทธิผล (Effectebeness) 2.1 ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศที่ ออกแบบสำ หรับผู้บริหาร เช่น ระบบสารสนเทศที่ช่วยในการ สนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems) หรือระบบ สารสนเทศสำ หรับผู้บริหาร (Executive Support Systems) ที่จะ เอื้ออำ นวยให้ผู้บริหารมีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจดีขึ้นอัน จะส่งผลให้การดำ เนินงานสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได
2.2 ระบบสารสนเทศช่วยให้องค์กรทราบถึงต้นทุน ช่วยให้หน่วย งานสามารถ เลือกใช้บริการที่มีความเหมาะสมกับความเชี่ยวชาญ หรือทรัพยากรที่มีอยู่ 2.3 ระบบสารสนเทศช่วยให้การบริการตรงกับความต้องการของ ผู้รับบริการได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น นั้ จึงสรุปได้ว่าระบบสารสนเทศ ที่มีประโยชน์ดังนี้ 2.3.1 ช่วยให้กำ หนดเป้าหมายของหน่วยงานได้อย่างเหมาะสม 2.3.2 ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจสั่ง สั่ การและวางแผนปฏิบัติ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 2.3.3 ช่วยให้ผู้บริหารมีความรู้ที่ถูกต้องทันสมัย 2.3.4 ช่วยในการบริหารบุคคลในหน่วยงาน 2.3.5 ช่วยให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นปัญหาได้ถูกต้อง 2.3.6 ช่วยในการพิจารณาทางเลือกที่จะปฏิบัติได้ดีที่สุด 2.3.7 ช่วยให้ผู้บริหารมีเวลาในการปฏิบัติงานและควบคุมงาน 2.3.8 ช่วยให้มีการประสานงานที่ดีระหว่างงานต่าง ๆ 2.3.9 ช่วยในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
บทที่3 ชนิดของข้อมูล ข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล หรือ แบ่งตามการแทนข้อมูล แบ่งออก เป็น 2 ชนิด คือ 1. ข้อมูลที่เป็นตัวเลข (Numeric Data)หมายถึง ข้อมูลที่ใช้แทน จำ นวน ที่สามารถนา ไปคำ นวณได้ ข้อมูลแบบนี้เขียนได้หลายรูปแบบ คือ ก. เลขจำ นวนเต็ม หมายถึง ตัวเลขที่ไม่มีจุดทศนิยม เช่น 12, 9, 137 , 8319 , -46 ข. เลขทศนิยม หมายถึง ตัวเลขที่มีจุดทศนิยม ซึ่งอาจมีค่าเป็น จำ นวนเต็ม เช่น 12 หรือเป็นจำ นวนที่มีเศษทศนิยมก็ได้ เช่น 12.763 2. ข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ (Character Data)หมายถึง ข้อมูลที่ไม่ สามารถนำ ไปคำ นวณได้ แต่อาจนำ ไป เรียงลำ ดับได้ เช่น การเรียง ลำ ดับตัวอักษร ข้อมูลอาจเป็น ตัวหนังสือ ตัวเลข หรือเครื่องหมาย ใด ๆ เช่น COMPUTER, ONLINE, 1711101,&76 ฐานข้อมูล (Database) ฐานข้อมูล จัดเป็นหัวใจสำ คัญของระบบ MIS เพราะว่า สารสนเทศ ที่มีคุณภาพจะมาจากข้อมูลที่ดี เชื่อถือได้ ทันสมัย และ ถูกจัดเก็บอย่าง เป็นระบบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่าง สะดวก และ รวดเร็ว ดังนั้น นั้ ฐานข้อมูลจึงเป็นส่วนประกอบสำ คัญที่ ช่วยให้ระบบสาร สนเทสมีความสมบูรณ์ และปฏิบัติงานอย่างมี ประสิทธิภาพ Data (ข้อมูล) ฐานข้อมูลเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ร่วมกันอย่างเป็น ระบบ ซึ่ง ข้อมูลเหล่านี้ต้องสามารถมาใช้ประกอบกันได้ (Data Integrated) และ ต้องสามารถถูกใช้ร่วมกัน (Data Sharing) จาก ผู้ใช้หลายๆ คนได้ คุณสมบัติของข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลมีความถูกต้อง ทันสมัย และสม เหตุสมผล มีความซ้ำ ซ้อนของข้อมูลน้อยที่สุด และ มีการแบ่งกันใช้ งานข้อมูล 14 เครื่องมือในการสร้างระบบสารสนเทศ
เครื่องมือ (Tools) เครื่องมือ เป็นเครื่องมือที่ใช้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ปกติ ระบบสารสนเทศจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็น อุปกรณ์หลักใน การ จัดการข้อมูล ประกอบด้วย อุปกรณ์ (Hardware) ชุดคำ สั่ง สั่ (Software)
บทที่4 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1. ระบบ หมายถึง การทำ งานขององค์ประกอบย่อยๆอย่างอิสระแต่มี ปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันจนกลายเป็นโครงสร้าง ส่วน วิธีการเชิง ระบบ หมายถึง กระบวนการคิดหรือการทำ งานอย่างมีแบบแผน ชัดเจนในการนำำ เนื้อหาความรู้ต่างๆมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นขั้น ขั้ ตอน ปัจจัยนำ เข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ 2. องค์ประกอบของระบบที่สำ คัญมีดังนี้ คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยทำ ให้คอมพิวเตอร์ ทำ งานตามที่ต้องการได้ประการสุดท้ายคือ ตัวข้อมูลที่เป็นเสมือน วัตถุดิบที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นสารสนเทศตามที่ต้องการ ส่วนประกอบทั้ง ทั้ ห้าส่วนนี้ทำ ให้เกิดสารสนเทศได้ หากขาดส่วน ประกอบใด หรือส่วนประกอบใดไม่สมบูรณ์ ก็อาจทำ ให้ระบบ สารสนเทศ ไม่สมบูรณ์ เช่น ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสมกับ งาน ก็จะทำ ให้งานล่าช้า ไม่ทันต่อการใช้งาน การดำ เนินการระบบ สารสนเทศจึงต้องให้ความสำ คัญ กับส่วนประกอบทั้ง ทั้ ห้านี้ บุคลากร เป็นส่วนประกอบที่สำ คัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความ สามารถ และเข้าใจวิธีการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ จะเป็นผู้ดำ เนินการ ใน การทำ งานทั้ง ทั้ หมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็นส่วนประกอบที่จะ ทำ ให้เกิด ระบบสารสนเทศด้วยกันทุกคน เช่น ร้านขายสินค้าแห่งหนึ่ง บุคลากรที่ดำ เนินการในร้านค้าทุกคน ตั้ง ตั้ แต่ผู้จัดการถึงพนักงานขาย เป็นส่วนประกอบที่จะทำ ให้เกิดสารสนเทศได้ ขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ เป็นระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการจัดเก็บรักษา ข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำ ให้เป็นสารสนเทศได้ เช่น กำ หนดให้ มีการ ป้อนข้อมูลทุกวัน ป้อนข้อมูลให้ทันตามกำ หนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูล ให้ถูกต้องอยู่เสมอ กำ หนดเวลาในการประมวลผล การทำ รายงาน การ ดำ เนินการ ต่าง ๆ ต้องมีขั้น ขั้ ตอน หากขั้น ขั้ ตอนใดมีปัญหาระบบก็จะมี ปัญหาด้วย เพราะทุกขั้น ขั้ ตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ
เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผล คัดเลือก คำ นวณ หรือพิมพ์รายงาน ผลตามที่ต้องการ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำ งานได้รวดเร็ว มี ความแม่นยำ ในการทำ งาน และทำ งานได้ต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ต่าง ๆ จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบสารสนเทศ ซอฟต์แวร์ คือลำ ดับขั้น ขั้ ตอนคำ สั่ง สั่ ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำ งาน ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซอฟต์แวร์ จึงหมายถึงชุดคำ สั่ง สั่ ที่เรียง เป็นลำ ดับขั้น ขั้ ตอนสั่ง สั่ ให้คอมพิวเตอร์ทำ งานตามต้องการ และ ประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ ข้อมูล เป็นวัตถุดิบที่ทำ ให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลที่เป็นวัตถุดิบจะ ต่างกัน ขึ้นกับสารสนเทศที่ต้องการ เช่น ในสถานศึกษามักจะ ต้องการ สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนักเรียน ข้อมูลผลการ เรียน ข้อมูลอาจารย์ ข้อมูลการใช้จ่ายต่าง ๆ ข้อมูลเป็นสิ่งที่สำ คัญ ประการหนึ่งที่มีบทบาทต่อการให้เกิด สารสนเทศ 3. ระบบสารสนเทศ หมายถึง ระบบสารสนเทศ (Information system) ระบบที่ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์ทั้ง ทั้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ระบบเครือข่าย ฐานข้อมูล ผู้พัฒนาระบบ ผู้ใช้ระบบ พนักงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้เชี่ยวชาญในสาขา ทุกองค์ประกอบนี้ ทำ งานร่วมกันเพื่อกำ หนดรวบรวม จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล เพื่อสร้างสารสนเทศ และส่งผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ได้ให้ผู้ใช้เพื่อ ช่วยสนับสนุนการทำ งาน การตัดสินใจการวางแผน การบริหาร การ ควบคุมการวิเคราะห์และติดตามผลการดำ เนินงานขององค์กร
ประเภทของระบบสารสนเทศ ปัจจุบันจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร กับระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศชัดเจนมากขึ้น และเนื่องจากการบริหารงาน ในองค์กรมีหลายระดับกิจกรรมขององค์กรแต่ละประเภทอาจจะแตก ต่างกัน ดังนั้น นั้ ระบบสารสนเทศของแต่ละองค์กรอาจแบ่งประเภทแตก ต่างกันออกไป ถ้าพิจารณาจำ แนกระบบสารสนเทศตามการสนับสนุนระดับการ ทำ งานในองค์กรจะแบ่งระบบสารสนเทศได้เป็น 4 ประเภทดังนี้ ระบบสารสนเทศสำ หรับระดับผู้ปฏิบัติงาน (Operational – level systems) ช่วยสนับสนุนการทำ งานของผู้ปฏิบัติงานในส่วนปฏิบัติ งานพื้นฐานและงานทำ รายการต่างๆขององค์กร เช่นใบเสร็จรับเงิน รายการขาย การควบคุมวัสดุของหน่วยงาน เป็นต้น วัตถุประสงค์ หลักของระบบนี้ก็เพื่อช่วยการดำ เนินงานประจำ แต่ละวัน และ ควบคุมรายการข้อมูลที่เกิดขึ้น ระบบสารสนเทศสำ หรับผู้ชำ นาญการ (Knowledge-level systems) ระบบนี้สนับสนุนผู้ทำ งานที่มีความรู้เกี่ยวข้องกับข้อมูล วัตถุประสงค์หลักของระบบนี้ก็เพื่อช่วยให้มีการนำ ความรู้ใหม่มา ใช้ และช่วยควบคุมการไหลเวียนของงานเอกสารขององค์กร ระบบสารสนเทศสำ หรับผู้บริหาร (Management - level systems) เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยในการตรวจสอบการควบคุม การตัดสิน ใจ และการบริหารงานของผู้บริหารระดับกลางขององค์กร ระบบสารสนเทศระดับกลยุทธ์ (Strategic-level system) เป็น ระบบสารสนเทศที่ช่วยการบริหารระดับสูง ช่วยในการสนับสนุน การวางแผนระยะยาว หลักการของระบบคือต้องจัดความสัมพันธ์ ระหว่างสภาพแวดล้อมภายนอกกับความสามารถภายในที่องค์กร มี เช่นในอีก 5 ปีข้างหน้า องค์กรจะผลิตสินค้าใด
บทที่5 1.ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่ใช้ในงานวิจัยเรื่อง การ พัฒนาระบบสนับสนุนทาง การตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการจำ หน่าย สินค้ากรณีศึกษา กลุ่มผ้าทอมือปล่าว มีดังนี้ 1.1 แนวคิดทฤษฎีหลักตามประเด็นให้ครอบคลุมเรื่องที่ วิจัย ได้แก่ 1.1.1 แนวคิดเกี่ยวกับระบบสารสนเทศทางการตลาด 1.1.2 แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ 1.1.3 แนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชุมชน 2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดทฤษฎีหลักตามประเด็นให้ครอบคลุมเรื่องที่วิจัย 2.1.1 แนวคิดเกี่ยวกับระบบสารสนเทศทางการตลาดระบสารสนเทศ ทางการตลาด หมายถึง ระบบที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อสนับสนุน กิจกรรม ด้านการตลาดทุกด้าน ได้แก่ การวิเคราะห์ความต้องการ ของลูกค้า การกำ หนดราคาขาย การ พยากรณ์ยอดขาย การตัดสิน ใจทางการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสื่อสารการตลาด การกระ จาย สินค้า เพื่อส่งมอบสารสนเทศให้ผู้บริหารนำ ไปบริหารจัดการ ด้านการตลาด (รุ่งรัศมี บุญดาว ,2559,47) ระบบสารสนเทศทางการ ตลาดประกอบด้วย บุคลากรทางการตลาด กระบวนการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการรวบรวม จัดกลุ่ม วิเคราะห์ประเมิน และ กระจายสารสนเทศในรูปแบบที่ ตรงกับความต้องการ ทันเวลา ครบ ถ้วนและแม่นยำ เพื่อให้นักการตลาดสามารถวางแผน ปฏิบัติและ ควบคุมการดำ เนินงานทางการตลาดได้ โดยมีการใช้ข้อมูลขับ เคลื่อนการตลาด (Data Driven Marketing) และการทำ เหมือง ข้อมูล (Data Mining) เป็นต้น แหล่งข้อมูลของระบบสารสนเทศ ทางการตลาด ได้แก่
1) การปฏิบัติงานของฝ่ายงานด้านการตลาด (Operations) เช่น ข้อมูลยอดขาย การจัด โปรแกรมส่งเสริมการขาย และการดำ เนิน งานด้านการตลาด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เกิด ขึ้นจากการปฏิบัติงานที่ช่วยให้การวางแผน ตรวจสอบ ควบคุม 2) การวิจัยตลาด (Marketing Research) เป็นการศึกษาข้อมูลผู้ บริโภคหรือจากลูกค้า เป้าหมาย เริ่มตั้ง ตั้ แต่กระบวนการเก็บ รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์ การใช้ แบบสอบถาม การสังเกต แล้วนำ มาศึกษาวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อให้ ได้ข้อมูลด้านการตลาด 3) คู่แข่งขัน (Competitor) ธุรกิจมีความจำ เป็นต้องมีความเข้าใจ เกี่ยวกับศักยภาพของคู่ แข่งขันที่มีอยู่ในตลาด หรืออุตสาหกรรม เดียวกัน ทั้ง ทั้ ในด้านของสินค้าประสิทธิภาพสินค้าของคู่แข่งขัน 4) ข้อมูลภายนอกองค์กร (External Data) ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับ สภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และต่างประเทศ การเมือง สังคม และเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลต่อโอกาสและ อุปสรรคของธุรกิจ เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลย่อมมีผล ต่อการซื้อสินค้าของประชาชน การเติบโตด้านเทคโนโลยีทำ ให้เกิด ช่องทางการทาธุรกิจและช่องทางการเกิดรูปแบบธุรกิจ (New Business Model) ขึ้นอยู่เสมอ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ ทางการตลาด ระบบสารสนเทศทางการตลาด
ผู้จัดทำ โครงการ นางสาวภัทราพร ผลเกิด ปวช.3 พณค.31 รหัส 63202040021 วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ นางสาวดวงกมล ศิริจันดา ปวช.3 พณค.31 รหัส 63202040012 วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์