The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bb Pt, 2023-08-26 08:12:18

พระราชประวัติรัชกาลที่ 4

ร.4

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4


หนังสือฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ประวัติศาสตร์ศาสตร์ไทย โดยมีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องรัชกาลที่ 4 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ ซึ่งหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติของพระองค์ พระราชกรณียกิจ เเละ ด้านการเมอืงการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (การติดต่อระหว่างประเทศ) ด้านสังคม และวัฒนธรรม การแต่งกาย วรรณกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ผู้จัดทำ ได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำ หนังสือ เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ รวมถึงเป็นการเทิดพระเกียรติวีรกษัตริย์ไทย และ ความฉลาดของ บรรพบุรุษผู้จัดทำ จะต้องขอขอบคุณผู้ที่ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผู้จัดทำ หวังว่าหนังสือ ฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกๆท่าน ชื่อผู้จัดทำ พรชิตา ทุลาไธสง คำ นำ


สารบัญ เรื่อง หน้า พระราชประวัติ 1 ด้านการเมืองการปกครอง 2 ด้านเศรษฐกิจ 3 ด้านการศึกษา 4 ด้านสังคมเเละวัฒนธรรม 5 ด้านศาสนา 6 ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ 7 ด้านวรรณกรรม 8 บรรณานุกรม 9


พระราชประวัติรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (2394 - 2411) “ เจ้าฟ้ามงกุฎ ” เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ประสูติแต่ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี เม่ือ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๓๔๗ เม่ือ พระชนมายุได้ ๙ พรรษา สมเด็จพระบรมชนกนาถโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมให้ประกอบพระราชพิธีลงสรงเฉลิม พระอํานาจจารึกในพระสุบรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยา เธอเจ้าฟ้ามงกุฎสมมุติเทว วงศ์พงศ์อิศวรกษัตริย์ขัต ติยราชกุมาร เมื่อพระชนมายุได้ ๑๓ พรรษา ทรง ประกอบ พระราชพิธีโสกันต์จากนั้นทรงผนวชเป็นสามเณรอยู่ ๗ เดือนจึงลาผนวช 1


ด้านการเมืองและการปกครอง การจัดระเบียบการปกครองในสมัยรัชกาลที่ ๔ ยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนสมัยรัชกาลที่ ๓ กล่าวคือ โปรดให้เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ขึ้นดํารง ตําแหน่ง วังหน้า แต่ยกฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระนามเดิมเจ้าฟ้าจุธามณี) เป็นพระอนุชาร่วมพระชนนีเดียวกันกับ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เริ่มมีการ ปฏิรูปประเพณีที่เกี่ยว กับการปกครองบางประการ ได้แก่๑. การใช้กฎหมาย ๒.การพิพากษาคดีและการศาล ๓. กําเนิดตํารวจนครบาล ๔. การฝึกทหารแบบยุโรป ๕. ปรับปรุงการทหารเรือ 2


ด้านเศรษฐกิจ ภายหลังการทำ สนธิสัญญาเบาริงแล้ว การค้าของไทยเจริญก้าวหน้าขึ้นมาก ทำ ให้มีการ ปรับปรุงด้านเศรษฐกิจ เช่น ในรัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนการใช้เงินพดด้วงมาเป็นเงินเหรียญ และขุดคลอง ตัดถนนเพิ่มขึ้นหลายสาย ในสมัยรัชกาลที่ 5 เปลี่ยนมาตราเงินไทยมาใช้ ระบบทศนิยม ใช้ทองคำ เป็นมาตรฐานเงินตราแทนเงิน ให้ใช้เหรียญบาท สลึง และเหรียญ สตางค์แทนเงินแบบเดิม มีการจัดตั้งธนาคารของเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรก คือ แบงค์สยามกัม มาจล (ปัจจุบัน คือ ธนาคารไทยพาณิชย์) ในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดให้ตั้งคลังออมสินขึ้น (ปัจจุบันคือ ธนาคารออมสิน) 3


ด้านการศึกษา ทรงมีพระปรีชาสามารถหลายด้าน รวมทั้งทางด้าน ดาราศาสตร์ กล่าวได้ว่าเทียบเท่านักดาราศาสตร์สากล ทรงสามารถคำ นวณ สุริยุปราคาเต็มดวง ในพุทธศักราช ๒๔๑๑ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เป็นที่เลื่องลือในวงการดาราศาสตร์นานาชาติ ส่วนการศึกษา ของอาณาประชาราษฎร์ พระองค์ได้ทรงพัฒนาการศึกษาทั้งของข้าราชสำ นัก และประชาชนทั่วไป ทรงใส่พระทัยกวดขันคนไทย ให้ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทรงสนับสนุนโรงเรียน ของหมอสอนศาสนาที่เข้ามาเปิดกิจการในประเทศไทยเพื่อให้คนไทยได้ เรียนรู้ภาษา อรรถคดี และวิทยาการของชาติตะวันตก โปรดให้จ้างครูสตรีชาวอังกฤษมาสอนภาษาอังกฤษแก่พระราชโอรส ธิดา และสตรีในราชสำ นัก และยังได้ทรงพระกรุณาส่งข้าราชการระดับบริหารไปศึกษางานที่จำ เป็น สำ หรับราชการไทย ณ ต่าง ประเทศ นอกจากนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งโรงพิมพ์หลวง ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เมื่อพุทธศักราช ๒๔๐๑ เรียกว่า"โรงอักษรพิมพการ"ทำ หน้าที่ผลิต ข่าวสารของทางราชการเพื่อเผยแพร่ให้ราษฎรได้ทราบทั่วถึงกัน โดยเริ่มพิมพ์หมาย ประกาศต่าง ๆ มีลักษณะอย่างหนังสือพิมพ์ข่าว ใช้ชื่อว่า"ราชกิจจานุเบกษา"ซึ่งยังคงมีอยู่สืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยหน่วยงาน ของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา คือ สำ นักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 4


ด้านสังคมและวัฒนธรรม พระราชกรณียกิจในการยกระดับฐานะของราษฎรอันเนื่องมาจาก เจ้าฟ้ามงกุฎมีความสัมพันธ์ใกล้ ชิดกับราษฎรในสมัยที่ทรง ผนวชอยู่ เป็นระยะเวลานานถึง 27 ปี ได้เห็นชีวิตความเแป็นอยู่ของราษฎรอย่างแท้จริง เมื่อได้ครองราชย์แล้ว ทรงมีความเห็นว่า ราษฎรของพระองค์ดำ รงชีวิตอยู่ด้วยความยากลำ บาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่จะต้องเอาพระทัยใส่ดูแลราษฎรให้มี ความเป็นอยู่ดีขึ้น ได้ทรงออกกฎหมายและแก้ไขประเพณีของบ้านเมืองหลายประการ โดยมีจุดประสงค์ ที่จะให้พระมหากษัตริย์มี ความใกล้ชิดกับราษฎรยิ่งขึ้นและให้ราษฎรมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้นกว่าเดิม พระราชกรณียกิจที่สำ คัญมีดังนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงพระราชพิธีถือน้ำ พิพัฒน์สัตยาพระราชพิธีถือน้ำ พิพัฒน์สัตยา แต่เดิมเมื่อขุนนางกล่าวคำ สาบานว่าจะจงรักภัค ดีต่อพระมหากษัตริย์แล้ว ขุนนางทุกคนต้องดื่มน้ำ ที่แช่อาวุธต่าง ๆ ไว้เป็นเครื่องแสดงว่า ถ้าผู้ใดคิดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ อาวุธ ต่าง ๆ ที่แช่อยู่ในน้ำ สาบานนั้น จะลงโทษให้ถึงตาย ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์เป็นผู้ดื่มน้ำ แช่อาวุธเป็นพระองค์แรกก่อน ขุนนางเสียอีก ซึ่งแต่เดิมพระมหากษัตริย์ไม่ต้องดื่มน้ำ นี้เลย 2. โปรดฯ ให้มีการเลือกตั้งผู้พิพากษาชั้นสูง ในตำ แหน่งมหาราชครูปุโรหิตาจารย์ แทนการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ แต่เดิมผู้ พิพากษาตำ แหน่งมหาราชครูนั้น พระมหากษัตริย์เป็นผู้แต่งตั้ง โดยคำ แนะนำ ของคณะเสนาบดี ในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดฯ ให้ เจ้านายและขุนนางยศตั้งแต่ชั้นหลวงขึ้นไป เป็นผู้เลือกพระมหาราชครู 3. โปรดฯ ให้ยกเลิกประเพณีห้ามราษฎรเข้าเฝ้าในเวลาพระมหากษัตริย์เสด็จประพาส และเลิกการยิงธนูใส่ตา ราษฎรที่เงย หน้าขึ้นมองพระมหากษัตริย์ 4. โปรดฯ ให้ราษฎรเข้าเฝ้าถวายฎีกาต่อพระองค์ด้วยตนเอง ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระราชดำ ริว่า ผู้ที่จะเข้ามาตีกลองถวายฎีกาทำ ได้ลำ บากเพราะต้องเสียเงินค่าไขกุญแจเสียก่อน จึงโปรดฯ ให้ยกเลิกการตีกลอง วินิจฉัยเภรี เสีย ราษฎรที่เดือดร้อนจะถวายฎีกา เพื่อนำ เรื่องกราบบังคมทูลให้พระมหากษัตริย์ทราบ จะต้องถูกเฆียน 30 ครั้ง ก่อนจึงจะถวายฎีกาได้ ในสมัยนี้ได้โปรดให้ยกเลิกประเพณีนี้เสีย ถ้าราษฎรต้องการถวายฎีกา ก็สามารถถวายฎีกาได้เลย โดย พระองค์จะเสด็จออกที่พระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ให้ราษฎรถวายฎีกาได้ทุกวันโกนรวม 4 ครั้ง ในหนึ่งเดือนคือในวันขึ้น 7 ค่ำ วัน แรม 7 ค่ำ วันขึ้น 13 ค่ำ วันแรม 13 ค่ำ แต่ถ้าใครมีเรื่องเดือดร้อนจริง ๆ ก็ให้ถวายฎีกาวันใดก็ได้ 5. ทรงประกาศห้าม การบังคับหญิงให้แต่งงานโดยเจ้าตัวไม่สมัครใจ 6. ทรงประกาศอนุญาตให้ เจ้าจอมที่ไม่ประสงค์จะอยู่รับราชการ ถวายบังคมลาออกไปได้ 7. ทรงประกาศห้ามบิดามารดาและสามี ขายบุตร ภรรยาลงเป็นทาสโดยเจ้าตัวไม่สมัครใจ 8. ทรงพยายามใช้แรงงานของกรรมกรรับจ้างมากกว่าการเกณฑ์แรงงานจากราษฎร 9. โปรดฯ ให้ขุนนางสวมเสื้อในเวลาเข้าเฝ้าทุกคนและทรงอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าเฝ้าพระองค์ได้ ในพิธีบรมราชาภิเษก นอกจากจะให้ชาวต่างชาติเข้าเฝ้าได้แล้ว ยังพระราชทานอาหารเลี้ยงแก่ชาวต่างชาติและแจกของที่ระลึกอีกด้วย ในการเข้าเฝ้าของ ชาวต่างชาติสามารถแสดงความเคารพพระองค์ได้ ตามธรรมเนียมประเพณีของแต่ละประเทศ ส่วนขุนนางไทย ยังคงใช้วิธีการ เคารพแบบเดิม 5


ด้านศาสนา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำ นุบำ รุง และบำ เพ็ญพระราชกุศลเป็นอย่างมากทรง สร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์ วัด ปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุ ทรงส่งสมณทูต ไปลังกา ทรงกวดขันความ ประพฤติของภิกษุ สามเณร ให้อยู่ในพระธรรมวินัย ตลอดจนได้ทรงนำ พิธีทางพุทธศาสนาเข้ามา เกี่ยวข้องในการพระราชพิธีต่าง ๆ ซึ่งเดิมจัดตามพิธี พราหมณ์เพียงอย่างเดียว เช่น พระราชพิธีบรม ราชาภิเษก พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีโสกันต์ เป็นต้น นอกจากนี้ ได้ พระราชทานเสรีภาพทางศาสนาแก่ประชาชนและได้ พระราชทานที่ดินแก่ศาสนิกชนคริสเตียนเพื่อสร้าง โบสถ์ อีกทั้งโปรดให้สร้างวัดถวายเป็นราชพลี แก่พระญวณนิกายมหายาน 6


ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ด้วยเหตุที่ทรงสนพระทัยในวิทยาการตะวันตกมาตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชย์ จึงทรงคุ้นเคยกับชาวตะวันตกโดยเฉพาะอังกฤษเป็นอย่างมาก ทั้งยังเกี่ยวข้องกับเสนาบดีสกุลบุนนาคเช่นพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จขึ้นครองราชย์นั้นก็เป็นผู้สนิทสนม และนิยมอังกฤษ เช่นนี้ในรัชสมัยของพระองค์จึงเปิดความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง มีการทำ สัญญากับต่างประเทศถึง 10 ประเทศ ทรงยึดนโยบาย"ผ่อนสั้น ผ่อนยาว"มาใช้กับประเทศมหาอำ นาจเป็นพระองค์แรกในสมัยรัตนโกสินทร์ อันทำ ให้ไทยสามารถดำ รง เอกราชอยู่ได้จนทุกวันนี้ พระองค์ได้ส่งคณะทูตไทยโดยมีพระยามนตรีสุริยวงศ์เป็นราชทูต เจ้าหมื่นสรรเพ็ชภักดีเป็นอุปทูต หมื่นมณเฑียร พิทักษ์เป็นตรีทูต นำ พระราชสาส์นไปถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งอังกฤษนับเป็นความคิดริเริ่มให้มีการเดินทางออกนอก ประเทศได้ เนื่องจากแต่เดิมกฎหมายห้ามมิให้ เจ้านาย พระราชวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่เดินทางออกจากพระนคร เว้นเสียแต่ไปในการ สงครามกับกองทัพ พระองค์โปรดเกล้าให้ชาวต่างประเทศรับราชการเป็นกงสุลไทย เช่น เซอร์ จอห์น เบาริง อัครราชทูตของสมเด็จพระ ราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ เข้ามาทำ สนธิสัญญากับประเทศไทยเป็นชาติ แรก เมื่อ พ.ศ. 2398 ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น"พระยาสยามานุกูลกิจ สยามมิตรมหายศ"เป็นกงสุลไทยประจำ กรุงลอนดอน 7


ด้านวรรณกรรม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือไว้มาก มาย พระราชนิพนธ์ส่วนใหญ่เป็นร้อยแก้วมากกว่าร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ร้อยแก้ว วรรณกรรมที่สำ คัญคือ ชุมนุมพระบรมราชาธิบายในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรวบรวมวิชาการสาขาต่าง ๆ ไว้ 4 หมวด คือหมวดวรรณคดี หมวด โบราณคดี หมวดธรรมคดีและหมวดตำ รา พระราชนิพนธ์ร้อยกรองที่สำ คัญคือ พระราชนิพนธ์มหาชาติ ได้แก่ กัณฑ์จุลพน กัณฑ์สักรบรรพ กัณฑ์ฉกษัตริย์ กัณฑ์วนปเวสน์ และกัณฑ์มหาพน บทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนพระรามเดินดงพระรามเข้าสวนพิราบ บทเบิกโรงเรื่องพระนารายณ์ปราบนนทุก บทรำ เบิก ต้นไม้ทองเงิน บทร้อยกรองจอมตรีภพเป็นที่ยอมรับกันว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราศาสตร์ ทรง มีความเชี่ยวชาญทางด้านดาราศาสตร์เทียบเท่ากับนักดาราศาสตร์สากล พระองค์ทรงนำ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แบบใหม่และเทคโนโลยีเข้ามาใช้ดัดแปลงให้ เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ของประเทศ แม้ไม่ทรงได้เคยรู้มาก่อนก็ทรงตั้งพระทัยติดตามศึกษาหาความรู้ด้วยน้ำ พระทัยของนักวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากวงการวิทยาศาสตร์ของชาติมหาอำ นาจโดยพระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระเกียรติให้ทรงเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของ สัตววิทยาสมาคมแห่งสหราชอาณาจักร เซอร์จอห์น เบาริง ราชทูตแห่งสหราชอาณาจักร เล่าไว้ว่าห้องส่วนพระองค์เป็นห้องที่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับ ห้องนักปราชญ์ราชบัณฑิตชาติตะวันตก และได้ถวายกล้องโทรทรรศน์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชบรรณาการแล้ว เซอร์จอห์น เบาริ่ง ได้บันทึกว่า"กล้องที่นำ มาถวายมีคุณภาพต่ำ กว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงมีอยู่แล้ว" 8


ชะเลงศักดิ์ เชื้ออรวรรณ.(พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว).เข้าถึงไดจ้ าก: http://210.86.210.116/chalengsak/units/unit4/chapter4/chapter4_4/Ram4_1_History.htm (วันที่สืบค้นข้อมลู : ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕) ชาญวิทย์ ปรีชาพาณิชพัฒน.รัชกาลที่ 4.เข้าถึงได้จาก: https://sites.goog le.com/site/krungtonburee/rach-kar-thi-1(วันทสี่ืบค้นข้อมูล:๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕) เทียนถาวรวิชัย.(๒๕๖๑).เศรษฐกิจยุคปรบัตัวเข้าสู่ความทนัสมัยในรัชกาลที่4และ5ตามแบบตะวันตก(พ.ศ.2394-2453).เข้าถึงได้ จาก:https://www.matichon.co.th/article/news_1101062 (วันที่สืบค้นข้อมูล: ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕) บรรณานุกรม 9


Click to View FlipBook Version