ปัจจัยที่ÿ่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องคüบคุมการขนย้ายยานพาĀนะ กรณีýึกþา ฝ่ายปฏิบัติการคลังÿินค้าและไปรþณียภัณฑ์ บริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) Factors affecting adoption of technology usage Elevated Transfer Vehicles (ETV), case study: Cargo and Mail Commercial Department Thai Airways International Public Company Limited. ชุติมากร บุตรงาม การýึกþางานüิจัยเป็นÿ่üนĀนึ่งของการýึกþาตามĀลักÿูตรบริĀารธุรกิจบัณฑิต Āลักÿูตรการจัดการโลจิÿติกÿ์และซัพพลายเชน ปีการýึกþา 2566 ลิขÿิทธิ์เป็นของมĀาüิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ปัจจัยที่ÿ่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องคüบคุมการขนย้ายยานพาĀนะ กรณีýึกþา ฝ่ายปฏิบัติการคลังÿินค้าและไปรþณียภัณฑ์ บริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) Factors affecting adoption of technology usage Elevated Transfer Vehicles (ETV), case study: Cargo and Mail Commercial Department Thai Airways International Public Company Limited. ชุติมากร บุตรงาม การýึกþางานüิจัยเป็นÿ่üนĀนึ่งของการýึกþาตามĀลักÿูตรบริĀารธุรกิจบัณฑิต Āลักÿูตรการจัดการโลจิÿติกÿ์และซัพพลายเชน ปีการýึกþา 2566 ลิขÿิทธิ์เป็นของมĀาüิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ชื่องานüิจัย ปัจจัยที่ÿ่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องคüบคุมการขนย้ายยานพาĀนะ กรณีýึกþา ฝ่ายปฏิบัติการคลังÿินค้าและไปรþณียภัณฑ์ บริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) ชื่อนักýึกþา ชุติมากร บุตรงาม รĀัÿนักýึกþา 116310509431-7 ปริญญา บริĀารธุรกิจบัณฑิต Āลักÿูตร การจัดการโลจิÿติกÿ์และซัพพลายเชน ปีการýึกþา 2566 อาจารย์ที่ปรึกþา ผู้ช่üยýาÿตราจารย์ดร.พุทธิüัต ÿิงĀ์ดง รายงานüิจัยนี้เป็นÿ่üนĀนึ่งของการýึกþาตามĀลักÿูตรบริĀารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการÿอบüิจัย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ อาจารย์ที่ปรึกþา......................................................................... (ผู้ช่üยýาÿตราจารย์ดร.พุทธิüัต ÿิงĀ์ดง) รายงานüิจัยนี้ได้เĀ็นชอบโดย กรรมการ................................................................................ (ดร.นพปฎล ÿุüรรณทรัพย์) กรรมการ................................................................................ (อาจารย์ชุลีกร ชูโชติถาüร) ลิขÿิทธิ์เป็นของมĀาüิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ก ชื่องานüิจัย ปัจจัยที่ÿ่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องคüบคุมการขนย้ายยานพาĀนะ กรณีýึกþา ฝ่ายปฏิบัติการคลังÿินค้าและไปรþณียภัณฑ์ บริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) ชื่อนักýึกþา ชุติมากร บุตรงาม รĀัÿนักýึกþา 116310509431-7 ปริญญา บริĀารธุรกิจบัณฑิต Āลักÿูตร การจัดการโลจิÿติกÿ์และซัพพลายเชน ปีการýึกþา 2566 อาจารย์ที่ปรึกþา ผู้ช่üยýาÿตราจารย์ดร.พุทธิüัต ÿิงĀ์ดง บทคัดย่อ การüิจัยครั้งนี้มีจุดประÿงค์เพื่อýึกþาปัจจัยที่ÿ่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องคüบคุมการ ขนย้ายยานพาĀนะ (ETV) และเพื่อüิเคราะĀ์ปัญĀาและเÿนอแนะแนüทางแก้ไขเกี่ยüกับการพัฒนาเครื่อง ETV ฝ่ายปฏิบัติการคลังÿินค้าและไปรþณียภัณฑ์ บริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) กลุ่มตัüอย่างในการýึกþาคือ พนักงานในกลุ่มงานบริการ ULD และคüบคุมอุปกรณ์ที่ใช้งานเครื่อง ETV จ านüน 66 คน โดยใช้แบบÿอบถามเป็น เครื่องมือในการเก็บรüบรüมข้อมูล ÿถิติที่ใช้ในการüิเคราะĀ์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลของการüิจัย พบü่าเป็นเพýชายจ านüน 55 คน มีอายุระĀü่าง 30-39 ปี จ านüน 33 คน ระดับ การýึกþาปริญญาตรี จ านüน 46 คน 7 ÿภาพการÿมรÿโÿด จ านüน 57 คน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท จ านüน 38 คน และใช้เครื่อง ETV 5 ครั้งขึ้นไป/ÿัปดาĀ์ จ านüน 40 คน และÿรุปผลจากข้อมูลผลการ üิเคราะĀ์ค่าเฉลี่ยปัจจัยดังกล่าü ÿรุปได้ü่าปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ ประโยชน์มีผลต่อปัจจัยที่ÿ่งผลต่อประÿิทธิภาพในการใช้งานเครื่อง ETV มากที่ÿุด โดยภาพรüมมีค่าเฉลี่ยอยู่ใน ระดับมาก คือ 4.38 และปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านทัýนคติต่อการใช้มีผลต่อปัจจัยที่ ÿ่งผลต่อประÿิทธิภาพในการใช้งานเครื่อง ETV น้อยที่ÿุด โดยภาพรüมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก คือ 4.03 ค าÿ าคัญ : ประÿิทธิภาพ ,เทคโนโลยี ,เครื่อง ETV
ข Research topic Factors affecting efficiency in using Elevated Transfer Vehicles (ETV), case study: Cargo and Mail Commercial Department Thai Airways International Public Company Limited. Name – Surname Chutimakon Butngam Student ID 116310509431-7 Degree Bachelor of Business Administration Program Logistic and Supply Chain Management Academic year 2023 Advisor Asst.Prof.Dr.Putthiwat Singhdong ABSTRACT The purpose of this research is to study the Factors affecting adoption of technology usage Elevated Transfer Vehicles (ETV) and to analyze problems and suggest solutions regarding the development of ETV machines in the Cargo and Mail Commercail Department. Thai Airways International Public Company Limited. The sample group in the study was Employees in the ULD service group and control equipment that use ETV machines total 66 people. Using a questionnaire as a tool to collect data. Statistics used in data analysis are percentage, mean, standard deviation. Results of research Found that there were 55 males, 33 people were between 30-39 years old, 46 people had a bachelor's degree, 57 people were single in marriage, and 57 people had average monthly income. 20,001-30,000 baht, 38 people, and 40 people use ETV machines 5 or more times/week. and summarize the results from the analysis of the average of the aforementioned factors. It can be concluded that the factor of acceptance of technology for using ETV machines in terms of perceived benefits has the most effect on the factors that affect the efficiency of using ETV machines. Overall, the average value is at a high level, which is 4.38. And the factor of acceptance of technology in using ETV machines in terms of attitude towards use has the least effect on the factors that affect efficiency in using ETV machines. Overall, the average is at a high level, which is 4.03. Keywords : Performance, Technology, ETV Machine
ค กิตติกรรมประกาý รายงานการปฏิบัติÿĀกิจýึกþา เรื่อง ปัจจัยที่ÿ่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องคüบคุมการ ขนย้ายยานพาĀนะ การท างานในÿ่üนของเครื่องคüบคุมการขนย้ายยานพาĀนะ (ETV) ที่ฝ่ายปฏิบัติการคลังÿินค้า และไปรþณียภัณฑ์ บริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) รายงานการปฏิบัติÿĀกิจเล่มนี้ÿ าเร็จลุล่üงได้โดยกรุณาใĀ้ ค าปรึกþาและแนะน าแนüทางในการท ารายงานในĀัüข้อต่างๆ ตลอดจนช่üยปรับปรุงแก้ไขปัญĀาที่เกิดขึ้นของการ จัดท ารายงานการปฏิบัติÿĀกิจ ขอขอบคุณพนักงานฝ่ายปฏิบัติการคลังÿินค้าและไปรþณียภัณฑ์ บริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) ทุก ท่านที่ได้ใĀ้ค าปรึกþา แนüทางการýึกþาต่างๆ และข้อมูลมากมายที่ก่อใĀ้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติÿĀกิจýึกþา ผู้üิจัยรู้ÿึกซาบซึ้งในคüามกรุณาเป็นอย่างยิ่ง และขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างÿูง ณ โอกาÿนี้ นอกจากนี้ผู้üิจัยมีคüามÿ านึกในพระคุณของอาจารย์และผู้ทรงคุณüุฒิทุกท่านที่ได้ใĀ้การอบรบÿั่งÿอนใĀ้ มีคüามรู้ ใĀ้ค าแนะน าที่มีประโยชน์ใĀ้กับผู้üิจัย และขอÿ านึกในพระคุณของบิดา มารดาที่ท าใĀ้ผู้üิจัยเป็นผู้ที่มี การýึกþาและคอยใĀ้ก าลังใจจนรายงานฉบับนี้ÿ าเร็จลุล่üงไปได้ด้üยดี นางÿาüชุติมากร บุตรงาม มĀาüิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ý.2566
ง ÿารบัญ เรื่อง Āน้า บทคัดย่อภาþาไทย ก บทคัดย่อภาþาอังกฤþ ข กิตติกรรมประกาý ค ÿารบัญ ง ÿารบัญตาราง ฉ ÿารบัญรูปภาพ ช บทที่ 1 ที่มาและคüามÿ าคัญของปัญĀา 1 1.1 คüามเป็นมาและคüามÿ าคัญของüิจัย 1 1.2 üัตถุประÿงค์ 3 1.3 ประโยชน์ที่คาดü่าจะได้รับ 3 1.4 ขอบเขตการüิจัย 3 1.5 ÿมมติฐาน 4 1.6 นิยามýัพท์เฉพาะ 4 1.7 กรอบแนüคิดüิจัย 5 บทที่ 2 üรรณกรรมที่เกี่ยüข้อง 6 แนüคิดและทฤþฎีที่เกี่ยüข้องกับงานüิจัย 6 2.1 ข้อมูลเกี่ยüกับบริþัทการบินไทย จ ากัด (มĀาชน) 6 2.2 ข้อมูลเกี่ยüกับ ETV 7 2.3 แนüคิดและทฤþฎีด้านประชากรýาÿตร์ 6 2.4 ทฤþฎีการยอมรับเทคโนโลยี TAM 8 2.4.1 แนüคิดการรับรู้ประโยชน์ 9 2.4.2 แนüคิดคüามง่ายในการใช้งาน 10 2.4.3 แนüคิดทัýนคติที่มีต่อการใช้ 10 2.5 แนüคิดเกี่ยüกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี 11 งานüิจัยที่เกี่ยüข้องกับการüิจัย 12
จ ÿารบัญ (ต่อ) เรื่อง Āน้า บทที่ 3 üิธีการด าเนินการüิจัย 15 3.1 üิธีการด าเนินงานตลอดโครงการ 15 3.2 ระเบียบüิธีüิจัย 16 3.3 ประชากรและüิธีการÿุ่มตัüอย่าง 16 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล 17 3.4 üิธีการด าเนินการเก็บรüบรüมข้อมูล 19 3.5 การด าเนินการüิเคราะĀ์ข้อมูล 19 บทที่ 4 ผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล 23 4.1 การเÿนอผลüิเคราะĀ์ข้อมูล 23 4.2 ÿัญลักþณ์ที่ใช้ในการüิเคราะĀ์ข้อมูล 23 4.3 ผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล 24 บทที่ 5 ÿรุป อภิปรายผล และข้อเÿนอแนะ 32 5.1 ÿรุปผลการüิจัย 32 5.2 อภิปราย 34 5.3 ข้อเÿนอแนะ 35 บรรณานุกรม 36 ภาคผนüก ก แบบÿอบถาม 38 ภาคผนüก ข ค่าคüามเที่ยงตรงและคüามÿอดคล้อง (IOC) 43 ประüัติผู้ýึกþา 47
ฉ ÿารบัญตาราง เรื่อง Āน้า ตารางที่ 3.1 ขนาดของกลุ่มตัüอย่างของเครซี่และมอร์แกน 17 ตารางที่ 4.1 ค่าคüามถี่และค่าร้อยละข้อมูลทั่üไปของผู้ตอบแบบÿอบถาม 24 ตารางที่ 4.2 ค่าเฉลี่ยและค่าคüามเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ประโยชน์ 26 ตารางที่ 4.3 ค่าเฉลี่ยและค่าคüามเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ü่าใช้งานง่าย 26 ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลี่ยและค่าคüามเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านทัýนคติต่อการใช้ 27 ตารางที่ 4.5 แÿดงผลการทดÿอบคüามแตกต่างของปัจจัยประชากรýาÿตร์ÿ่งผลต่อการยอมรับ เทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน โดยใช้ค่า t-test และค่า F-test และค่า P-Value 28 ตารางที่ 4.6 แÿดงผลการทดÿอบคüามแตกต่างของปัจจัยประชากรýาÿตร์ÿ่งผลต่อการยอมรับ เทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ü่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน โดยใช้ค่า t-test และ ค่า F-test 29 ตารางที่ 4.7 แÿดงผลการทดÿอบคüามแตกต่างของปัจจัยประชากรýาÿตร์ÿ่งผลต่อการยอมรับ เทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ในด้านทัýนคติต่อการใช้แตกต่างกัน โดยใช้ค่า t-test และ ค่า F-test และค่า P-Value 30
ช ÿารบัญภาพ เรื่อง Āน้า รูปภาพที่ 1.1 กรอบแนüคิดการüิจัย 5 รูปภาพที่ 2.1 ผังแนüคิดของทฤþฎีการยอมรับเทคโนโลยีTAM 8
1 บทที่ 1 ที่มาและความส าคัญของปัญหา 1.1 ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา ในปัจจุบัน โลกของธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีความซับซ้อนนี้มักจะเห็นว่า มีช่องว่างระหว่างสิ่งที่ตลาดต้องการกับ ผลิตภัณฑ์ที่มีให้บริการ โดยเป็นที่ยอมรับว่าในภาคธุรกิจการส่งออกและน าเข้ามีบทบาทความส าคัญของการพัฒนา เศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งเห็นได้จากนโยบายการส่งเสริมการส่งออกจากภาครัฐหรือการเปิดการค้าเสรี ใน ระดับภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้ยอดการส่งออกของประเทศไทยเติบโตได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลนี้เอง ธุรกิจรับจัดขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จึงมีบทบาทส าคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศไทย เป็นอย่างยิ่ง (ปัจจัยส่วนผสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของ บริษัทตัวแทนขายระวางบรรทุกสินค้า บริษัท ไวสส์-โรห์ลิก (ประเทศไทย) จ ากัด ,2553) ซึ่งในโลกของธุรกิจ ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ต้องมีการวางแผนในการน าเทคโนโลยีใหม่ เข้ามาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ ได้ การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ให้ทันสมัย ซึ่ง Lambert et aI. (1998) ได้กล่าวว่า กิจกรรมของโลจิสติกส์ประกอบด้วย การบริการลูกค้า การจัดการค าสั่งซื้อของลูกค้า การพยากรณ์ความต้องการ ของลูกค้า การจัดซื้อ การบริหารสินค้าคงคลัง การบริหารการขนส่ง การบริหารคลังสินค้าและการจัดเก็บ การ จัดการโลจิสติกส์แบบย้อนกลับ การจัดเตรียมอะไหล่และชิ้นส่วนต่าง การเลือกที่ตั้งโรงงานและคลังสินค้า การ เคลื่อนย้ายวัตถุดิบและสินค้า การบรรจุภัณฑ์และหีบห่อ การสื่อสารในการกระจายสินค้า และการก าจัดของเสีย เพื่อน ากลับมาใช้ใหม่ กิจกรรมโลจิสติกส์เหล่านี้เป็นพื้นฐานที่ผู้บริหารจะต้องน าไปใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพใน องค์การ โดยจะต้องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่จ าเป็นต่อโลจิสติกส์ (จรินทร์ อาสาทรงธรรม, 2566) ในส่วนของฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ หรือ ไทยคาร์โก้ (Thai Cargo) ของบริษัทการบิน ไทย จ ากัด (มหาชน) เป็นกิจกรรมการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ของการบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณ ภูมิ มีบริการที ่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ ่งในภูมิภาค ด้วยระบบการบริหารจัดการสินค้าแบบเขตปลอดอากร (Customs Free Zone) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้บริการสินค้าแบบไม่ต้องเสียภาษี ช่วยอ านวยความสะดวกให้ ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออก–น าเข้าสินค้า และธุรกิจอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของไทยให้ได้รับสิทธิ ประโยชน์ทางอากรส าหรับสินค้าที่น าเข้าไปในเขตปลอดอากร ทั้งยังลดขั้นตอนทางพิธีการศุลกากรและการ ปฏิบัติการสินค้า ซึ่งมีความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายสินค้าและการด าเนินการด้านภาษี เพื่อเพิ่มการแข่งขันกับ ประเทศต่าง ซึ่งเป็นการส่งเสริมการส่งออกอีกทาง ด้วยงบประมาณ 3,800 ล้านบาท ในการสร้างอาคารขนถ่าย สินค้า (Cargo Terminal) ซึ่งเป็นอาคารขนถ่ายสินค้าชั้นเดียวที่มีพื้นที่มากที่สุดและสูงที่สุดในภูมิภาค ซึ่งมีพื้นที่ กว่า 90,000 ตารางเมตร และสูงถึง 22 เมตร ส าหรับการจัดการสินค้าหลากหลายประเภท เช่น สินค้าทั่วไป สินค้า น้ าหนักมาก สินค้าขนาดใหญ่ สินค้าอันตราย สินค้าที่มีมูลค่าสูง ตลอดจนสัตว์ที่มีชีวิต รวมไปถึงไปรษณียภัณฑ์
2 ต่าง โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการดูแลสินค้าแต่ละประเภท โดยสามารถรองรับสินค้าได้มากกว่า 1.2 ล้านตันต่อปียึดถือความเป็นผู้น าที่ด าเนินธุรกิจมายาวนานถึง 56 ปี ในการให้บริการแก่สายการบินพันธมิตร และสายการบินลูกค้าถึง 65 สายการบิน ปริมาณการขนถ่ายสินค้าประมาณ 900,000 ตัน ประมาณกว่า 50,000 เที่ยวบินต่อปีเพียบพร้อมด้วยจุดเด่นเพื่อการให้บริการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบที่สุด เช่น ศูนย์จัดเก็บสินค้า ประเภทผักผลไม้ ของสด และสินค้าที่ต้องแช่เย็น (Perishable Center) ที่แรกและที่เดียวของเอเชียที่จัดเป็นห้อง เย็นที่สามารถแยกปรับอุณหภูมิได้ตามชนิดของสินค้า เพื่อรักษาอุณหภูมิอย่างสม่ าเสมอ ให้สินค้าเกษตรคงความ สดระหว่างรอเวลาในการส่งออก มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ระบบอัตโนมัติต่าง เพื่อการจัดเก็บและบริหาร จัดการสินค้าในอาคาร ได้แก่ ระบบ ETV (Elevated Transfer Vehicle) ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่สามารถขน ถ่ายสินค้าได้ทั้งแนวระนาบและแนวสูง ถือว่าเป็นหัวใจของระบบการขนถ่ายสินค้าทางอากาศ ระบบ Inventory Control ส าหรับการตรวจสอบและสรุปรายการสินค้าอย่างละเอียด ระบบ AS/RS (Automatic Storage and Retrieval System) เพื่อจัดเก็บและค้นหาสินค้าในอาคารได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยระบุเพียงหมายเลข Air Waybill ก็สามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าสินค้านั้นอยู่ที่จุดใด (Thai Cargo, 2565) เครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ (Elevated Transfer Vehicles : ETV) เป็นระบบจัดเก็บสินค้าที่มี ชั้นวางของและมีเครื่องจักรคอยขนของลงมา โดยจะสามารถจัดเก็บสินค้าที่อยู่ในคอนเทนเนอร์ได้ถึง 480 คอน เทนเนอร์ หรือ 240 พาเลท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ เก็บสินค้าที่บรรจุในคอนเทนเนอร์หรือพาเลทเพื่อรอรถลากมา รับไป (Thai Cargo, 2565) จากที่ผู้วิจัยได้ฝึกประสบการณ์ที่ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ หรือ ไทยคาร์โก้ (Thai Cargo) บริษัท การบิน่ไทย จ ากัด (มหาชน) แผนกกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์โดยผู้จัดท า วิจัยได้ใช้เครื่อง ETV ในการฝึกสหกิจครั้งนี้ จึงมีความสนใจในการศึกษาเครื่อง ETV ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย ครั้งนี้คือ เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นในการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างปัจจัย ประชากรศาสตร์กับการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV และเพื่อเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เครื่อง ETV ในการ ท างานมากขึ้น โดยคาดว่าประโยชน์ที่จะได้รับในการวิจัยครั้งนี้คือ ท าให้ทราบถึงระดับความคิดเห็นในการยอมรับ การใช้งานเครื่อง ETV ท าให้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างปัจจัยประชากรศาสตร์กับการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV น าข้อมูลที่ได้มาเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เครื่อง ETV ในการท างานมากขึ้น
3 1.2 วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นในการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV 2. เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างปัจจัยประชากรศาสตร์กับการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV 3. เพื่อเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เครื่อง ETV ในการท างานมากขึ้น 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ท าให้ทราบถึงระดับความคิดเห็นในการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV 2. ท าให้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างปัจจัยประชากรศาสตร์กับการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV 3. น าข้อมูลที่ได้มาเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เครื่อง ETV ในการท างานมากขึ้น 1.4 ขอบเขตการวิจัย 1. ขอบเขตด้านเนื้อหา 1.1 ตัวแปรอิสระ คือ ปัจจัยประชากรศาสตร์ 1.2 ตัวแปรตาม คือ ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี 2. ด้านประชากร ประชากร หมายถึง พนักงานในกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์ ซึ่งมีจ านวนพนักงานทั้งสิ้น 80 คน (แผนกกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์: ข้อมูลเดือนกันยายน 2566) กลุ่มตัวอย่าง หมายถึง พนักงานในกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้งานเครื่อง ETV ซึ่งได้ ก าหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางส าเร็จรูปของเครซี่และมอร์แกน (Robert V. Krejcie and Earyle W. Morgan. 1970) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และความคลาดเคลื่อนร้อยละ 5 โดยวิจัยในครั้งนี้ ได้ใช้กลุ่มตัวอย่างขนาด ตัวอย่างที่จ านวน 66 คน 3. ด้านระยะเวลา ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม พ.ศ. 2566 เป็นระยะเวลา 4 เดือน 4. ด้านสถานที่ ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ หรือ ไทยคาร์โก้ (Thai Cargo) ของบริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน)
4 1.5 สมมติฐานทางการวิจัย 1. ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ในด้านการ รับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน 2. ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ในด้านการ รับรู้ว่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน 3. ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ในด้าน ทัศนคติในการใช้งานแตกต่างกัน 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ คลังสินค้า หมายถึง สถานที่ที่ใช้ในการจัดเก็บและรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมที่จะส่งมอบให้ กระบวนการผลิตและให้ลูกค้า ซึ่งคลังสินค้าจะเป็นสถานที่ที่เก็บรักษาและพักสินค้า วัตถุดิบ หรือวัสดุสิ่งของต่าง จนกว่าจะเกิดการเคลื่อนย้ายไปสู่ผู้ที่มีความต้องการสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อจ าหน่ายจ่ายแจกขายหรือเพื่อการผลิต หรือส่งมอบอย่างรวดเร็วทันเวลาและมีความต่อเนื่องอย่างถูกต้อง หากมีการจัดการสินค้าในคลังสินค้าที่ดีจะ สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหรือลดต้นทุนทางโลจิสติกส์ได้ (ธนิต โสรัตน์, 2552) เทคโนโลยี หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการท างานหรือแก้ปัญหาต่าง เช่น อุปกรณ์, เครื่องมือ, เครื่องจักร, วัสดุ หรือ แม้กระทั่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ อาทิ กระบวนการต่าง ทั้งนี้เทคโนโลยี ยังเป็นการประยุกต์น าเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ (จีระพงษ์ โพพันธ์, 2562) เครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ (Elevated Transfer Vehicles : ETV) หมายถึง ระบบจัดเก็บ สินค้าที่มีชั้นวางของและมี เครื่องจักรคอยขนของลงมา ซึ่งจะสามารถจัดเก็บสินค้าที่อยู่ในคอนเทนเนอร์ได้ถึง 480 คอนเทนเนอร์ หรือ 240 พาเลท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือเก็บสินค้าที่บรรจุใน คอนเทนเนอร์หรือ พาเลทเพื่อรอ รถลากมารับไป (Thai Cargo, 2565) ULD หมายถึง ตู้บรรจุสินค้ามีโครงสร้างของตู้ (Contour) สินค้าที่บรรจุด้านในจะได้รับการป้องกันโดย ฝาตู้ที่ปิดและล็อค หรือปิดด้วยตาข่ายซึ่งจะยึดติดกับผนัง และที่พื้นด้านล่างของตู้บรรจุสินค้า และPallet หมายถึง แผ่นจัดวางสินค้าจะถูกคลุมด้วยตาข่ายยึดติดกับแหวน/ตัวยึดที่ราวด้านข้างของแผ่น โดยโครงร่างของสินค้าที่ท า การโหลดบนแผ่นเรียบร้อยแล้วจะต้องพอดีกับต าแหน่งจัดวางบนคอมพาร์ทเม้นของเครื่องบินแต่ละประเภท (ธนาภา พรหมรุ่งโรจน์ม, 2560) ประสิทธิภาพ หมายถึง การใช้ทรัพยากรและเวลาน้อยแต่งานบรรลุเป้าประสงค์และมีคุณภาพมาก (สวัสดิ์ กาญจนสุวรรณ (2542)
5 1.6 กรอบแนวคิดการวิจัย กรอบแนวคิดในการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้าย ยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม รูปภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดการวิจัย ที่มา: วานิช อินคงงาม.(2561). ปัจจัยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2. ปทุมธานี. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ปัจจัยประชากรศาสตร์ -เพศ -อายุ -ระดับการศึกษา -สถานภาพการสมรส -รายได้เฉลี่ยต่อเดือน -ความถี่ในการใช้งาน ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี -การรับรู้ประโยชน์ -การรับรู้ว่าใช้งานง่าย -ทัศนคติต่อการใช้
6 บทที่ 2 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) จะมีการทบทวน วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 2.1 ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) 2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง ETV 2.3 แนวคิดและทฤษฎีด้านประชากรศาสตร์ 2.4 ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี TAM 2.4.1 แนวคิดการรับรู้ประโยชน์ 2.4.2 แนวคิดความง่ายในการใช้งาน 2.4.3 แนวคิดทัศนคติที่มีต่อการใช้ 2.5 แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 2.1 ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) เป็นบริษัทมหาชนที่ได้มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2534 โดยมี กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 47.86 ซึ่งธุรกิจหลักของบริษัทการบินไทย คือ ธุรกิจสายการบินเต็ม รูปแบบ (Full Service Carrier) ที่ให้บริการขนส่ง สินค้า ผู้โดยสาร และไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศอย่างครบวงจร ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ทั้งยังมีหน่วยธุรกิจอื่นซึ่งเป็น กิจการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการขนส่งทางอากาศ คือ บริการคลังสินค้า บริการลูกค้าภาคพื้น บริการอุปกรณ์ ภาคพื้น ครัวการบิน และบริการซ่อมบ ารุงอากาศยาน ซึ่งมีเครือข่ายเส้นทางการบินครอบคลุมถึง 30 ประเทศทั่ว โลก การให้บริการของการบินไทยตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ประกอบธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นในเรื่องมาตรฐานความ ปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการบริการที่มีคุณภาพด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทย รวมทั้งเสริมสร้างความ ประทับใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าตลอดมา จนท าให้บริษัทการบินไทยมีชื่อเสียงด้านการบิน ได้รับการยก
7 ย่องให้เป็นหนึ่งในสายการบินที่ยอดเยี่ยมของโลก และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งมีฐานลูกค้าที่ใช้บริการ หลากหลายกลุ่ม ตลอดจนได้รับรางวัลด้านการให้บริการต่าง มาโดยตลอด (Thai Cargo, 2565) 2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับ ETV เครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ (Elevated Transfer Vehicles : ETV) เป็นระบบจัดเก็บสินค้าที่มี ชั้นวางของและมีเครื่องจักรคอยขนของลงมา ซึ่งจะสามารถจัดเก็บสินค้าที่อยู่ในคอนเทนเนอร์ได้ถึง 480 หรือ 240 พาเลท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือเก็บสินค้าที่บรรจุในคอนเทนเนอร์หรือพาเลทเพื่อรอรถลากมารับไป (Thai Cargo, 2565) 2.3 แนวคิดและทฤษฎีด้านประชากรศาสตร์ ประชากรศาสตร์ (Demography) หมายถึง วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับประชากร เพราะค าว่า "Demo" หมายถึง "People" ซึ่งแปลว่า "ประชาชน" หรือ "ประชากร" ส่วนค าว่า "Graphy" หมายถึง "Writing Up" หรือ "Description" ซึ่งแปลว่า ลักษณะ" ดังนั้นเมื่อแยกพิจารณาจากศัพท์ค าว่า "Demography" จะมีความหมายตามที่ กล่าวข้างต้น คือ วิชาที่เกี่ยวกับประชากรนั่นเอง แนวความคิดของด้านประชากรนี้เป็นทฤษฎีที่ใช้หลักการของ ความเป็นเหตุเป็นผล กล่าวได้คือ พฤติกรรมต่าง ของมนุษย์เกิดขึ้นตามแรงบังคับจากภายนอกมากระตุ้นซึ่งเป็น ความเชื่อที่ว่าคนที่มีคุณสมบัติทางประชากรที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปด้วย แนวความคิดนี้ได้ตรงกับทฤษฎีกลุ่มสังคม (Social Categories Theory) ของ Defleur and Rokeaoh (1996) ซึ่งได้อธิบายว่าพฤติกรรมของบุคคลเกี่ยวข้องกับลักษณะต่าง ของบุคคลหรือลักษณะทางประชากรซึ่ง ลักษณะเหล่านี้สามารถอธิบายเป็นกลุ่ม ได้ คือ บุคคลที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกันมักจะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ดังนั้น บุคคลที่อยู่ในล าดับชั้นทางสังคมเดียวกันจะเลือกรับและตอบสนองต่อเนื้อหาข่าวสารในแบบเดียวกัน และทฤษฎี ความแตกต่างระหว่างบุคคล(Individual Differences Theory) โดยทฤษฎีนี้ได้รับการพัฒนาจากแนวความคิด เรื่องสิ่งเร้าและการตอบสนอง (Stimulus-Response) หรือทฤษฎี เอส-อาร์ (S-R Theory) ในสมัยก่อนและได้ น ามาประยุกต์ใช้อธิบายเกี่ยวกับการสื่อสารผู้รับสารที่มีคุณลักษณะที่แตกต่างกันจะมีความสนใจต่อข่าวสารที่ แตกต่างคุณสมบัติเฉพาะของตนซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน คุณสมบัติเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อผู้รับสารในการท าการ สื่อสาร ในการสื่อสารในสถานการณ์ต่าง กันนั้น จ านวนของผู้รับสารก็มีปริมาณแตกต่างกันด้วยการวิเคราะห์ผู้รับ สารที่มีจ านวนน้อยคนนั้นไม่ค่อยมีปัญหา หรือมีปัญหาน้อยกว่าการวิเคราะห์ผู้รับสารที่มีจ านวนมาก เนื่องจากการ วิเคราะห์คนที่มีจ านวนน้อย สามารถวิเคราะห์ผู้รับสารทุกคนได้ แต่ในการวิเคราะห์คนจ านวนมาก ไม่สาม ารถ วิเคราะห์ผู้รับสารแต่ละคนได้ เพราะมีผู้รับสารจ านวนมากเกินไป ทั้งนี้ผู้ส่งสารยังไม่รู้จักผู้รับสารแต่ละคนด้วย
8 ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ผู้รับสารที่ประกอบไปด้วยคนจ านวนมากก็คือ การจ าแนกผู้รับสารออกเป็น กลุ่ม ตามลักษณะประชากร (Demographic Characteristics) ได้แก่ อายุ เพศ สถานภาพทางสังคมและ เศรษฐกิจ การศึกษา ศาสนา สถานภาพสมรส เป็นต้น โดยคุณสมบัติเหล่านี้ ล้วนแต่มีผลต่อการ รับรู้ การตีความ และการเข้าใจในการสื่อสาร (ปาณิศรา สิริเอกศาสตร์, 2556) 2.4 ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยีTAM ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี หรือ TAM ของ Davis, Bagozzi & Warshaw (1989) เป็นทฤษฎีที่ ดัดแปลงและพัฒนารูปแบบแนวคิดมาจากทฤษฎีการกระท าด้วยเหตุผล (Theory of Reasoned Action: TRA) ของ Ajzen & Fishbein (1980) โดย TAM เป็นทฤษฎีที่ใช้ศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับที่จะใช้ เทคโนโลยีใหม่ และศึกษาปัจจัยในการยอมรับเทคโนโลยีให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นและยังอธิบายถึง พฤติกรรมการยอมรับของบุคคล เมื่อน าระบบเทคโนโลยีหรือสารสนเทศใหม่มาใช้งาน ซึ่ง TAM เป็นแนวคิดที่ได้รับ การยอมรับและใช้กันอย่างกว้างขวาง รูปภาพที่ 2.1 ผังแนวคิดของทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยีTAM ที่มา: Davis, F.D. (1989 : 319-339). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319-339.
9 ลักษณะของการยอมรับเทคโนโลยี Rogers (1983) ได้กล่าวไว้ว่า การยอมรับเทคโนโลยีเป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น กระบวนการ ดังต่อไปนี้ 1) ขั้นตระหนักหรือขั้นตื่นตัว เป็นขั้นที่บุคคลรู้ว่ามีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นมา แต่ไม่มีความรู้ในเทคโนโลยีนั้น 2) ขั้นสนใจ เป็นขั้นที่บุคคลให้ความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ และค้นคว้าหรือเสาะแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทคโนโลยีนั้น 3) ขั้นประเมินผล เป็นขั้นที่บุคคลจะประเมินผลแบบคร่าว ว่าถ้าเรายอมรับและน าเทคโนโลยีนั้นมาใช้แล้วจะดี หรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ ถ้าหากใช้แล้วจะส่งผลอย่างไร มีความคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยงหรือไม่ 4) ขั้นทดลอง เป็นขั้นที่บุคคลได้น าเทคโนโลยีนั้นมาทดลองท าก่อน จึงได้ทราบว่าเทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์และ เหมาะกับสถานการณ์นั้น หรือไม่ 5) ขั้นยอมรับ เป็นขั้นที่ผ่านขั้นทดลองใช้มาแล้ว และบุคคลได้ยอมรับและน าเทคโนโลยีนั้น มาใช้อย่างเต็มที่ 2.4.1 แนวคิดการรับรู้ประโยชน์ Davis, Bagozzi & Warshaw (1989) กล่าวว่า การรับรู้ความมีประโยชน์เป็นความเชื่อของผู้ใช้ว่าการใช้ งานสิ่งใดสิ่งหนึ่งส่งผลให้มีการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการท างานปัจจุบันให้ดีขึ้นจะท าให้เกิดแรงกระตุ้น ที่จะใช้งานสิ่งนั้น และหากผู้ใช้เปิดใจยอมรับในสิ่งที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้การรับรู้ความมีประโยชน์ในมุมมองของเทคโนโลยีสามารถอธิบายได้ โดย Davis(1989) กล่าว ไว้ว่า การรับรู้ความมีประโยชน์ของผู้ใช้จะอยู่ในระดับมากก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีท าให้การท างานมีประสิทธิภาพและ ประสบความส าเร็จ ซึ่งผู้ใช้ที่รับรู้ความมีประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มที่จะน าอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นสื่อกลาง ในการท ากิจกรรมต่าง มากยิ่งขึ้น และในมุมมองของการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต คือ การรับรู้ของผู้บริโภคที่ใช้ อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการซื้อสินค้าท าให้การชื้อสินค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการรับรู้ประโยชน์จึง เป็นตัวแปรส าคัญที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติในการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต จากแนวคิดข้างต้น สรุปได้พอสังเขปได้ว่า การรับรู้ประโยชน์ หมายถึง ความเชื่อที่มีต่อการใช้เทคโนโลยี หรือระบบสารสนเทศ ว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการท างาน และบุคคลจะได้รับความสะดวก ซึ่งเป็น มุมมองในการวิเคราะห์ให้ค านึงถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ หากประโยชน์ที่ได้รับตอบโจทย์ความต้องการของ บุคคลนั้น จะน าไปสู่การยอมรับและใช้เทคโนโลยีนั้นต่อไป
10 2.4.2. แนวคิดความง่ายในการใช้งาน Park (2010) กล่าวว่า การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน เป็นความคาดหวังของผู้ใช้ที่จะสามารถใช้ เทคโนโลยีได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม และเทคโนโลยีจะต้องมีลักษณะที่สามารถจดจ าได้ง่าย ไม่มี ความซับซ้อน Davis (1989) กล่าวว่า การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน วิธีการใช้ไม่ซับซ้อน สามารถเรียนรู้ขั้นตอนได้ โดยง่าย นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยที่มีความส าคัญต่อการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในระยะแรก เนื่องจากเป็น กระบวนการที่ท าให้รับรู้ถึงปัญหาและสามารถน าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างดี Neuendorf & Valdiseri (2016) กล่าวว่า การรับรู้ว่าระบบง่ายต่อการใช้งานนั้น ต้องดูปริมาณหรือ ความส าเร็จที่ได้รับว่าตรงกับความต้องการหรือที่คาดหวังไว้หรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้ประโยชน์ที่ ได้รับจากเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย จากแนวคิดข้างต้น สรุปได้พอสังเขปได้ว่า การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน หมายถึง ความคาดหวังของ บุคคลที่จะใช้เทคโนโลยีหรือระบบสารสนเทศ ว่าสามารถเรียนรู้การใช้บริการของระบบได้โดยง่าย ไม่ต้องใช้ความ พยายาม ขั้นตอนการใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก 2.4.3 แนวคิดทัศนคติที่มีต่อการใช้ Golembiewski & McConkie (1975) กล่าวว่า ความไว้วางใจ (Trust) ที่แสดงออกด้วยความพึ่งพาอาศัย กัน หรือความมั่นใจหากเกิดสถานการณ์ใดขึ้น ความไว้ใจอาจจะสะท้อนให้เห็นความหวังในแง่บวก และความ คาดหวังต่อสิ่งที่จะได้รับ และความไว้วางใจอาจแสดงถึงระดับความไม่แน่นอนต่อผลลัพธ์ Mcknight & Chervany (2002) กล่าวถึง ความไว้วางใจไว้ดังนี้ ความไว้วางใจเป็นความเชื่อมั่นที่มีต่อ บุคคลอื่นอย่างเต็มใจ เป็นเครื่องมือที่ส าคัญในการท าธุรกิจ และหลังจากที่ได้ท าการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือวัด ความไว้วางใจส าหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้วพบว่า ความไว้วางใจเกิดขึ้นจาก 2 องค์ประกอบ คือ ความเชื่อใน การไว้วางใจ และเจตนาในการไว้วางใจ โดยความเชื่อในการไว้วางใจจะเป็นปัจจัยที่น าไปสู่เจตนาในการไว้วางใจ Moorman, Deshpande & Zaltman (1992) ความไว้วางใจ คือ ความเต็มใจที่จะไว้วางใจต่อหุ้นส่วน และมีแนวความคิดว่าหากผู้บริโภคต้องมีความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานในขณะที่ผู้บริโภคนั้นใช้บริการอยู่เป็นสิ่งที่ส าคัญ ที่สุด ความเชื่อมั่นดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคพิจารณาเห็นถึงความน่าเชื่อถือและมีความซื่อสัตย์จริงใจ ของผู้ให้บริการจากแนวคิดข้างต้น สามารถสรุปว่า ความไว้วางใจ หมายความว่า ความเชื่อมั่นส่วนบุคคลที่มอบ ความไว้วางใจในการใช้เทคโนโลยีหรือระบบสารสนเทศว่ามีความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูล การใช้บริการผ่าน ระบบมีความเที่ยงตรง มีความน่าเชื่อถือป้องกันบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้
11 2.5 แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี พฤติกรรม (Behavior) คือ กริยาอาการที่แสดงถึงการกระท าของบุคคลหรือปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่อเผชิญกับ สิ่งต่าง หรือสถานการณ์ต่าง โดยการแสดงพฤติกรรมของแต่ละคนนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยได้รับ อิทธิพลมาจากวัฒนธรรม ทัศนคติ อารมณ์ การโน้มน้าว การบังคับ และรวมไปถึงสภาพแวดล้อมรอบตัว พฤติกรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) คือ การกระท าหรือปฏิกิริยาทางร่างกายที่สามารถสังเกตเห็น ได้ หรือใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ช่วยสังเกต ทั้งนี้ สามารถแบ่งพฤติกรรมภายนอกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ (1) พฤติกรรมภายนอกชนิดโมลาร์ (Molar Behavior) เป็นพฤติกรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น การเคลื่อนไหวของร่างกาย (2) พฤติกรรมภายนอกชนิดโมเลกุล (Molecular Behavior) เป็นพฤติกรรมที่ต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์หรือ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ช่วยในการวิเคราะห์ อาทิเช่น การท างานของอวัยวะภายใน หรือการท างานของระบบ ประสาท 2. พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) คือ กระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวบุคคล ทั้งรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัว เป็นกระบวนการที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้และไม่สามารถใช้เครื่องมือวัดได้ อาทิเช่น อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความจ า รวมถึงการสัมผัสต่าง ทั้งนี้ สามารถแบ่งพฤติกรรมภายในออกได้เป็น 2 ประเภท คือ (1) พฤติกรรมภายในที่เกิดขึ้นโดยรู้สึกตัว (Conscious process) เป็นพฤติกรรมที่เจ้าของพฤติกรรมรู้สึกตัวว่า ก าลังเกิดพฤติกรรมนั้น หากไม่บอก ไม่แสดงอาการหรือท่าทางใด ก็ไม่มีผู้ใดรับรู้ได้ว่าเกิดพฤติกรรมนั้น เช่น อารมณ์ความรู้สึก ความคิด ความฝัน จินตนาการ (2) พฤติกรรมภายในที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว (Unconscious process) เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยที่เจ้าของ พฤติกรรมไม่รู้สึกตัว หากแต่มีผลต่อพฤติกรรมภายนอก อาทิเช่น แรงจูงใจ ความคาดหวัง ความวิตกกังวล L.J. Cronbrach (1963) ได้กล่าวถึงพฤติกรรมของมนุษย์มีองค์ประกอบทั้งสิ้น 7 ประการ ได้แก่ (1) เป้าหมายหรือความมุ่งหมาย (Goal) คือ ความต้องการที่จะก่อให้เกิดพฤติกรรม ซึ่งความต้องการอาจจะได้ ทันทีหรือบางอย่างอาจจะต้องใช้ระยะเวลา (2) ความพร้อม (Readiness) คือ ระดับวุฒิภาวะหรือความสามารถที่จ าเป็นในการท ากิจกรรมเพื่อสนองความ ต้องการ (3) สถานการณ์ (Situation) คือ หนทางหรือโอกาสที่สามารถเลือกท ากิจกรรมได้ตามที่ต้องการ (4) การแปลความหมาย (Interpretation) คือ การพิจารณาสถานการณ์เพื่อเลือกหาวิธีที่คิดว่าจะสนองความ ต้องการเป็นที่พอใจมากที่สุด
12 (5) การตอบสนอง (Response) คือ การด าเนินการท ากิจกรรมตามที่ตัดสินใจเลือก (6) ผลที่ได้รับหรือผลที่ตามมา (Consequence) คือ ผลที่เกิดขึ้นจากการกระท ากิจกรรมนั้น โดยอาจได้ผลตรง ตามที่คาดหวังไว้ หรือตรงข้ามกับที่คาดหวังไว้ (7) ปฏิกิริยาต่อความผิดหวัง (Reaction to Thwarting) คือ ปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถ ตอบสนองตามความต้องการ จึงต้องกลับไปแปลความหมายใหม่ เพื่อเลือกหาวิธีที่จะตอบสนองความต้องการได้ พฤติกรรมเกิดจากแรงกระตุ้นภายในที่ล้วนเกิดมาจากการจูงใจ ซึ่งเหมือนกับพฤติกรรม การใช้งานเทคโนโลยี ดังนั้น พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี จึงหมายถึง การกระท าหรือการแสดงพฤติกรรมเพื่อ ตอบสนองความต้องการของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งจะน าไปสู่การประเมินรายละเอียดของเทคโนโลยี นั้น งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย อัดชา พันธ์ทองหล่อ (2564) ได้ศึกษาเรื่อง การรับรู้ความสามารถแห่งตนและการน าเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในการปฏิบัติงานที่มีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานหน่วยงานโลจิสติกส์ ได้ผลสรุปว่า โดยรวมระดับการ รับรู้ความสามารถแห่งตน การน าเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานและผลการปฏิบัติงานของพนักงาน หน่วยงานโลจิสติกส์ มีค่าอยู่ในระดับมาก ผลการเปรียบเทียบปัจจัยด้านบุคลากร พบว่า เพศ อายุงาน สถานภาพ สมรส และต าแหน่งงานที่แตกต่างกัน ไม่มีต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานของหน่วยงานโลจิสติกส์แตกต่างกัน ส่วนระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกันมีผลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานหน่วยงานโลจิ สติกส์แตกต่างกันอย่าง มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ยังพบว่าการรับรู้ความสามารถแห่งตน และการ น าเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานของพนักงานของหน่วยงานโลจิสติกส์มีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติงานของ พนักงานหน่วยงานโลจิสติกส์อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปุณยาพร ศรีจุลัย (2564) ได้ศึกษาเรื่อง การยอมรับการใช้เทคโนโลยีและคุณภาพการบริการที่ส่งผลต่อ การตัดสินใจใช้บริการขนส่งอาหารฟู้ดแพนด้า ในจังหวัดปทุมธานี ได้ผลสรุปว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง อายุ 21 – 30 ปี อาชีพนักเรียน/ นิสิต/ นักศึกษา การศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีรายได้ 10,001 – 20,000 บาทต่อเดือน และพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการขนส่งอาหารฟู้ด แพนด้าแตกต่างกัน ได้แก่ เพศ และอ าเภอที่อยู่อาศัย ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ อาชีพ ระดับการศึกษาและรายได้ ต่อเดือนที่แตกต่างกัน ไม่มีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการขนส่งอาหารฟู้ดแพนด้า ซึ่งการยอมรับการใช้เทคโนโลยี ด้านการรับรู้ถึงประโยชน์และด้านการรับรู้ความง่ายในการใช้งานมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการขนส่งอาหารฟู้ด
13 แพนด้า และคุณภาพการบริการ ด้านความเชื่อมั่นไว้วางใจ ด้านการตอบสนองต่อลูกค้า และด้านความเป็น รูปธรรมของบริการมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการขนส่งอาหารฟู้ดแพนด้า ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ 0.05 กุลปริยา นกดี (2558) ได้ศึกษาเรื่อง การยอมรับเทคโนโลยี GPS Tracking ของบริษัท พี.ที่. ทรานส์เอ็กซ์ เพรส จ ากัด โดยใช้แบบสอบถามปลายปิดที่ผ่านการทดสอบความตรงของเนื้อหาและมีระดับความเชื่อมั่น โดยรวม เท่ากับ 924 ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหาร พนักงานตรวจสอบเส้นทางการเดินรถ และพนักงานขับรถของ บริษัท พี.ที, ทรานส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด จ านวน 155 คน และได้วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การวิเคราะห์ความถดถอยเชิง พหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ซึ่งมีอายุระหว่าง 36 - 40 ปี มีการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาหรือ ปวช. มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่ ากว่า 15,000 บาท และส่วนใหญ่มีประสบการณ์ 5 - 10 ปี ในการท างานที่ บริษัท พี.ที่. ทร้านส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด การทดสอบความตรงของเนื้อหาและความน่าเชื่อถือด้วยวิธี ของครอนบาร์คกับกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน ระดับความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.924 ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี GPS Tracking ของบริษัท พี.ที่. ทรานส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด อย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ การรับรู้ถือความง่ายต่อการใช้งาน และคุณภาพในการให้บริการ ด้านการเข้าถึงการ ให้บริการ โดยร่วมกันพยากรณ์การยอบรับเทคโนโลยี GPS Tracking ของบริษัท พี.ที่. ทรานส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด ได้ ร้อยละ 57 ในขณะที่ปัจจัยด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ที่ได้รับจากเทคโนโลยี ทัศนคติต่อเทคโนโลยี คุณภาพการ ให้บริการ ด้านการตอบสนองความต้องการ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยไม่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี GPS Tracking ของบริษัท พี่.ที่. ทรานส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด ทอม บูคานัน ฟีลลิป เซนต์ เทอร์ และกุนเทอ ชาวน์เดอร์ส (2556) ได้ศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ เทคโนโลยีทางการศึกษาเทคโนโลยีการเรียนรู้ กรณีศึกษารูปแบบการเปิดรับเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัย โดย รวบรวมข้อมูลแบบออนไลน์ จ านวน 1 14 ชุด ในด้านความสามารถในการ ใช้อินเตอร์เน็ตและอุปสรรคในการ เปิดรับการใช้เทคโนโลยีทางการเรียนรู้ ท าการวิเคราะห์ข้อมูล โดยวิเคราะห์การถดถอย ผลของการวิเคราะห์ ชี้ให้เห็นว่าทั้งสองตัวแปร มีความสัมพันธ์กับการใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ สอดคล้องกับรูปแบบของการมีส่วนร่วม ของเทคโนโลยีที่ค านึงถึงการอ านวยความสะดวกหรือยับยั้งเงื่อนไขมากกว่ารูปแบบการยอมรับเทคโนโลยีแบบเก่า ดังนั้น มหาวิทยาลัยควรมีการอบรมและพัฒนาแนวคิดเพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษามากขึ้น
14 อรทัย เลื่อนวัน (2555) ได้ศึกษาเรื่อง ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยที่เกี่ยวกับงานที่มีผลต่อการยอมรับ เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงาน โดยศึกษาด้านการรับรู้ความง่ายต่อการใช้งานและด้านการรับรู้ประโยชน์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ข้าราชการ และลูกจ้างประจ าสังกัด กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการแจ้ง วัฒนะ จ านวน 239 คน ซึ่งใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานและสถิติเชิงอนุมาน ประกอบด้วย Independent Samples T- Test, One - way ANOVA และ LSD ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ .05 ผลการศึกยา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายุ 31 - 40 ปี มี การศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นพนักงานระดับปฏิบัติการ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,000 - 20,000 บาท ส่วน ปัจจัยที่เกี่ยวกับงาน พบว่า ส่วนใหญ่มีอายุงาน 11 - 15 ปี มีประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 4 ปี เข้า รับการฝึกอบรมหลักสูตรด้านคอมพิวเตอร์ 1 - 2 ครั้ง และใช้คอมพิวเตอร์ 6 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนระดับการยอมรับ เทคโนโลยีสารสนเทศ พบว่า อยู่ในระดับมากทั้ง 2 ด้าน ซึ่งผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า เพศและรายได้ต่อ เดือนที่แตกต่างกันมีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านการรับรู้ความง่ายต่อการใช้งาน ระดับการศึกษา ที่แตกต่างกันมีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านการรับรู้ประโยชน์ และเพศที่แตกต่างกันมีผลต่อการ ยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศในภาพรวม ส่วนปัจจัยเกี่ยวกับงานไม่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศทุก ด้าน
15 บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้าย ยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) มีระเบียบ วิธีวิจัยที่ใช้ในการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูล เพื่อหาค าตอบส าหรับค าถามงานวิจัย โดยการสร้าง แผนการวิจัยจะค านึงถึงรูปแบบ วัตถุประสงค์ กรอบเวลา และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 3.1 วิธีการด าเนินงานตลอดโครงการ 3.2 ระเบียบวิธีวิจัย 3.3 ประชากรและวิธีการสุ่มตัวอย่าง 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล 3.5 วิธีการด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6 การด าเนินการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 วิธีการด าเนินงานตลอดโครงการ ผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามเพื่อการวิจัยครั้งนี้ โดยด าเนินตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. ศึกษารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่องควบคุมการขน ย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) จากต าราเอกสารวารสารสิ่งตีพิมพ์ และงานวิจัยต่าง ที่เกี่ยวข้อง และศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถาม ภายใต้ขอบข่ายของการวิจัย จากห้องสมุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญรี และสืบค้นข้อมูลผ่านทาง ฐานข้อมูลออนไลน์ของมหาวิทยาลัย 2. ก าหนดขอบเขตของข้อค าถามจากตัวแปรที่ศึกษา 3. สร้างแบบสอบถามจากขอบเขตของข้อค าถามที่ก าหนดไว้ 4. แบบสอบถามที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเสนอต่อที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงข้อค าถามน า แบบสอบถามที่ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญจ านวน 3 ท่าน คือสายวิชาการ 1 ท่าน และภาค ธุรกิจเอกชน 2 ท่าน พิจารณาตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ด้วยวิธีการหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (IOC: Index oftem- Objective Congruence) โดยแบบสอบถาม มีค่า IOC อยู่ที่ 0.60 - 1.00 ทุกข้อ ซึ่งแต่ละข้อได้ค่าดัชนี IOC มากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 จึงถือว่าเหมาะสมที่จะน าไปใช้ใน งานวิจัยได้ 5. น าแบบสอบถามมาปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญและน าเสนอที่ปรึกษาอีกครั้งหนึ่ง
16 6. น าแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ไปสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 7. น าข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปสรุปผลและเขียน รายงาน 3.2 ระเบียบวิธีวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยการศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบิน ไทย จ ากัด (มหาชน) และเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามด้วยการเลือกกลุ่มตัวอย่างพนักงานในกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์ ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน 3.3 ประชากรและวิธีการสุ่มตัวอย่าง งานวิจัยฉบับนี้เก็บข้อมูลพนักงานในกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์ ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า และไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ที่ใช้งานเครื่อง ETV ซึ่งมีจ านวนพนักงานทั้งสิ้น 80 คน (แผนกกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์: ข้อมูลเดือนกันยายน 2566) จึงก าหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ ตารางส าเร็จรูปของเครซี่และมอร์แกน (Robert V. Krejcie and Earyle W. Morgan. 1970) ที่ระดับความ เชื่อมั่นร้อยละ 95 และความคลาดเคลื่อนร้อยละ 5 โดยการวิจัยในครั้งนี้ ได้ใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดตัวอย่างที่จ านวน 66 คน ดังตารางต่อไปนี้
17 ตารางที่ 3.1 ขนาดของกลุ่มตัวอย่างของเครซี่และมอร์แกน ที่มา : Robert V. Krejcie and Earyle W. Morgan. 1970 อ้างใน ธีรวุฒิ เอกะกุล, 2543 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยลักษณะเป็นแบบตรวจสอบ (Check list) 1. เพศ 2. อายุ 3. ระดับการศึกษา 4. สภาพการสมรถ 5. รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 6. ความถี่ในการใช้เครื่อง ETV
18 ส่วนที่2 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV โดยใช้ค าถามแบบมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยก าหนดความหมายของคะแนนในแต่ละระดับตามเกณฑ์ ดังนี้ มากที่สุด ให้ 5 คะแนน มาก ให้ 4 คะแนน ปานกลาง ให้ 3 คะแนน น้อย ให้ 2 คะแนน น้อยที่สุด ให้ 1 คะแนน ซึ่งมีข้อมูลดังต่อไปนี้ 1. การรับรู้ประโยชน์ - เครื่อง ETV สามารถน า ULD หรือ Pallet ออกมาได้ในเวลาที่รวดเร็ว - เครื่อง ETV สามารถรับน้ าหนักได้มาก - เครื่อง ETV มีเซนเซอร์ตรวจจับบุคคลไม่ให้เกิดอันตราย - เครื่อง ETV สามารถจัดเก็บสินค้าได้ในปริมาณมาก 2. การรับรู้ว่าใช้งานง่าย - โปรแกรมควบคุมเครื่อง ETV ง่ายต่อการใช้งาน - สามารถควบคุมเครื่อง ETV ได้ระบบManual - เครื่อง ETV ง่ายต่อการจดจ าวิธีการใช้งาน - ระบบอัตโนมัติของเครื่อง ETV มีความเสียร 3. ทัศนคติต่อการใช้ - เครื่อง ETV มีความทันสมัย - เครื่อง ETV สามารถใช้งานได้เป็นประจ า - เครื่อง ETV เป็นเครื่องที่น่าสนใจ - พื้นบริเวณโดยรอบของเครื่อง ETV มีความสะอาด ส่วนที่ 3 ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับความปัจจัยที่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งาน เครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน)
19 3.4 วิธีการด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อมูลและแหล่งข้อมูล ประกอบไปด้วย 1. ข้อมูลปฐมภูมิ Primary Data รวบรวมข้อมูลจากพนักงานกลุ่มงานบริการ ULD และควบคุมอุปกรณ์ที่ ใช้งานเครื่อง ETV บริษัท ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) จ านวน 66 ชุด โดยผ่านช่องทาง Google Form 2. ข้อมูลทุติยภูมิ Secondary Data โดยการค้นคว้าหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องเครื่อง ETV และ รายงานวิจัยเอกสารต่าง ที่เกี่ยวข้อง 3.5 การด าเนินการวิเคราะห์ข้อมูล เมื่อท าการเก็บแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างเรียบร้อยแล้วน าข้อมูลที่ได้มาประมวลผลผ่านโปรแกรม ส าเร็จรูป เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ตามก าหนดไว้ โดยจะใช้สถิติตามที่ก าหนด โดยจะใช้สถิติในการพิสูจน์ ต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ (frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ตารางค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ระดับความส าคัญของปัจจัย ระดับคะแนน ระดับความคิดเห็นมากที่สุด 5 ระดับความคิดเห็นมาก 4 ระดับความคิดเห็นปานกลาง 3 ระดับความคิดเห็นน้อย 2 ระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด 1 การก าหนดช่วงของค่าเฉลี่ยเพื่อวิเคราะห์ผลการแปลความหมายของระดับคะแนน แบ่งเป็น 5 ระดับ โดยใช้เกณฑ์ บุญชม ศรีสะอาด (บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแก้ว, 2535) ดังนี้ ค่าเฉลี่ย ระดับความคิดเห็น 4.51 - 5.00 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นมากที่สุด 3.51 - 4.50 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นมาก 2.51 - 3.50 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นน้อย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด
20 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ของการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ - ค่าสถิติ t-test เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 2กลุ่ม ในกรณีทราบค่า ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2กลุ่ม ที่เป็นอิสระต่อกัน เพื่อใช้ทดสอบสมมติฐาน (ชูศรี วงศ์รัตนะ. 2541:165) กรณีค่าความแปรปรวนแตกต่างกันหรือไม่เท่ากัน ≠ ̅ ̅̅̅ ̅ √( ) ( ) ( ) ( ) เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณา t-distribution แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่1 และกลุ่มที่2 , แทน ค่าความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างที่1และกลุ่มที่2 แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่1และกลุ่มที่2 กรณีค่าความแปรปรวนไม่แตกต่างกันหรือเท่ากัน = ̅ ̅ √( ) สถิติทดสอบ t มีองศาอิสระ เมื่อ t แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่1 และกลุ่มที่2 แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่1 และกลุ่มที่2 แทน ค่าความแปรปรวนรวม แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่1และกลุ่มที่2 - การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way Analysis of Variance : ANOVA) โดยการทดสอบ ความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2 กลุ่ม ซึ่งดูค่าความแปรปรวนจากตาราง Homogeneity of Variances ซึ่งจะได้ใช้สถิติวิเคราะห์จากสถิติ (F) หรือค่า Brown-Forsythe (B) เพื่อทดสอบสมมติฐานโดยใช้สูตร นี้ (กัลยา วานิชย์บัญชา.2550:113) F = เมื่อ F แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณา F-distribution แทน ค่าความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม (Mean square between groups)
21 แทน ค่าประมาณของความแปรปรวนภายในกลุ่ม (Mean square within groups) Df แทน ชั้นแห่งความอิสระ ได้แก่ ระหว่างกลุ่ม (k-1) , ภายในกลุ่ม (n-k) ใช้สูตรการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว Brown-forsythe (B) ใช้กรณีที่แตกต่างกัน (กัลยา วานิชย์ บัญชา.2545:141) F = โดยค่า ∑ ( ) เมื่อ B แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณา Brown-forsythe แทน ค่าความแปรปรวนระหว่างกลุ่ม แทน ค่าความแปรปรวนภายในกลุ่มส าหรับสถิติ Brown-forsythe K แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง n แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง N แทน ขนาดประชากร แทน ค่าความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง กรณีที่พบความแตกต่างอย่างมีนัยทางสถิติ และจะท าการตรวจสอบความแตกต่างแบบเป็นรายคู่ที่ระดับ นัยส าคัญสถิติ 0.05 โดยใช้สูตรตามวิธี ดังนี้ สูตรทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ Fisher Least Significant Difference : LSD (กัลยา วานิชย์ บัญชา.2549:161) LSD = √ [ ] โดยที่ เมื่อ LSD แทน ผลต่างนัยส าคัญที่ค านวณได้ส าหรับกลุ่มประชากร i และ j แทน ค่าที่ใช้พิจารณาในการแจกแจงแบบ t-distribution ที่ ระดีบความเชื่อมั่น 95% และชั้นแห่งความเป็นอิสระภายในกลุ่ม = n-k MSE แทน ค่าความแปรปรวนภายในกลุ่ม ( ) N แทน จ านวนตัวอย่างของกลุ่ม i แทน จ านวนตัวอย่างของกลุ่ม j แทน ค่าความคลาดเคลื่อน สูตรการวิเคราะห์ผลต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ Dunnett T3 (Keppel.1982:153-155)
22 ̅̅̅̅ √ ( ) √ เมื่อ ̅̅̅̅แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณาใน Dunnett Test แทน ค่าจากตาราง Critical Values of the Dunnett Test แทน ค่าความแปรปรวนภายในกลุ่ม S แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนที่ 3 ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุม การขนย้ายยานพาหนะกรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน)
23 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ผู้วิจัยได้เสนอล าดับ ขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังต่อไปนี้ 4.1 การเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV 4.2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสื่อความหมายตรงกันในการแปลความหมายของการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ก าหนดสัญลักษณ์และ ความหมายที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ x แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน แทน สมมติฐานหลัก แทน สมมติฐานรอง n แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง MS แทน ค่าเฉลี่ยผลบวกก าลังสองของคะแนน SS แทน ผลบวกก าลังสองของคะแนน t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณา t-Distribution f แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณา F-distribution df แทน ชั้นของความเป็นอิสระ p-value แทน ระดับนัยส าคัญทางสถิติจากการทดสอบที่โปรแกกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป ค านวนเพื่อใช้ในการทดสอบสมมติฐาน * แทน ความมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05
24 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้าย ยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ผู้วิจัยน า ผลการวิเคราะห์ข้อมูล แสดงในหัวข้อและตารางต่อไปนี้ ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา สภาพการสมรส รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และความถี่ในการใช้เครื่อง ETV ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การค านวณหา ความถี่ (Frequency) และ หาค่าร้อยละ (Percentage) ดังรายละเอียดในตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 ค่าความถี่และค่าร้อยละข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน(คน) ร้อยละ 1.เพศ 1.1 ชาย 1.2 หญิง 55 11 83.33 16.67 รวม 66 100 2.อายุ 2.1 ต่ ากว่า 20 ปี 2.2 20-29 ปี 2.3 30-39 ปี 2.4 40-49 ปี 2.5 50-59 ปี 2.6 60 ปีขึ้นไป 2 27 33 2 2 0 3.03 41.91 50.00 3.03 3.03 0 รวม 66 100 3.ระดับการศึกษา 3.1 ต่ ากว่าปริญญาตรี 3.2 ปริญญาตรี 3.3 ปริญญาโท 3.4 ปริญญาเอก หรือสูงกว่า 19 46 1 0 28.79 69.70 1.51 0 รวม 66 100
25 4.สภาพการสมรส 4.1 โสด 4.2 สมรส 57 9 8636 13.64 รวม 66 100 5.รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5.1 ต่ ากว่า 20,000บาท 5.2 20,001-30,000 บาท 5.3 30,001-40,000บาท 5.4 40,001-50,000 บาท 5.5 50,001 บาทขึ้นไป 6 38 18 1 3 9.09 57.58 27.27 1.51 4.55 รวม 66 100 6.ความถี่ในการใช้เครื่อง ETV 6.1 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ 6.2 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ 6.3 5 ครั้งขึ้นไป/สัปดาห์ 7 19 40 10.61 28.79 60.60 รวม 6 6 100 จากตารางที่ 4.1 พบว่าข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่ เป็นเพศชายจ านวน 55 คน ร้อย ละ 83.33 มีอายุระหว่าง 30-39 ปี จ านวน 33 คน ร้อยละ 50.00 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จ านวน 46 คน ร้อย ละ 69.70 สภาพการสมรส โสด จ านวน 57 คน ร้อยละ 86.36 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท จ านวน 38 คน ร้อยละ 57.58 และใช้เครื่อง ETV 5 ครั้งขึ้นไป/สัปดาห์ จ านวน 40 คน ร้อยละ 60.60 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV การวิเคราะห์ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ผู้วิจัยวิเคราะห์โดยการ หาค่าเฉลี่ย และหาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อ แล้วน าค่าไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ ซึ่งผล การวิเคราะห์ปรากฏดังรายละเอียด แสดงในตารางที่ 4.2
26 ตารางที่ 4.2 ค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการ รับรู้ประโยชน์ ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV x S.D. แปลความหมาย ด้านการรับรู้ประโยชน์ 1. เครื่อง ETV สามารถน า ULD หรือ Pallet ออกมาได้ในเวลาที่รวดเร็ว 4.20 0.70 มาก 2. เครื่อง ETV สามารถรับน้ าหนักได้มาก 4.48 0.61 มาก 3. เครื่อง ETV มีเซนเซอร์ตรวจจับบุคคลไม่ให้เกิดอันตราย 4.53 0.61 มากที่สุด 4. เครื่อง ETV สามารถจัดเก็บสินค้าได้ในปริมาณมาก 4.32 0.61 มาก รวม 4.38 0.63 มาก จากตารางที่ 4.2 พบว่าปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ประโยชน์ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x =4.38) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ เครื่อง ETV มีเซนเซอร์ตรวจจับบุคคลไม่ให้เกิดอันตราย ( x =4.53) รองลงมา คือ เครื่อง ETV สามารถรับน้ าหนักได้มาก ( x =4.48) เครื่อง ETV สามารถจัดเก็บสินค้าได้ในปริมาณมาก ( x=4.32) และ เครื่อง ETV สามารถจัดเก็บสินค้าได้ในปริมาณมาก ( x =4.20) มีค่าเฉลี่ยที่ต่ าที่สุด ตารางที่ 4.3 ค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการ รับรู้ว่าใช้งานง่าย ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV x S.D. แปลความหมาย ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่าย 1. โปรแกรมควบคุมเครื่อง ETV ง่ายต่อการใช้งาน 4.06 0.72 มาก 2. สามารถควบคุมเครื่อง ETV ได้ระบบ Manual 4.50 0.63 มาก 3. เครื่อง ETV ง่ายต่อการจดจ าวิธีการใช้งาน 4.33 0.61 มาก 4. ระบบอัตโนมัติของเครื่อง ETV มีความเสียร 4.09 0.69 มาก รวม 4.25 0.66 มาก จากตารางที่ 4.3 พบว่าปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่าย ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x =4.25) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ สามารถควบคุมเครื่อง ETV ได้ระบบ Manual ( x =4.50) รองลงมา คือ เครื่อง
27 ETV ง่ายต่อการจดจ าวิธีการใช้งาน ( x =4.33) ระบบอัตโนมัติของเครื่อง ETV มีความเสียร ( x =4.09) และ โปรแกรมควบคุมเครื่อง ETV ง่ายต่อการใช้งาน ( x =3.76) มีค่าเฉลี่ยที่ต่ าที่สุด ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้าน ทัศนคติต่อการใช้ ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV x S.D. แปลความหมาย ด้านทัศนคติต่อการใช้ 1. เครื่อง ETV มีความทันสมัย 4.11 0.72 มาก 2. เครื่อง ETV สามารถใช้งานได้เป็นประจ า 4.50 0.66 มาก 3. เครื่อง ETV เป็นเครื่องที่น่าสนใจ 4.30 0.65 มาก 4. พื้นบริเวณโดยรอบของเครื่อง ETV มีความสะอาด 3.21 1.09 ปานกลาง รวม 4.03 0.78 มาก จากตารางที่ 4.4 พบว่าปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านทัศนคติต่อการใช้ ภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x = 4.03) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่เครื่อง ETV สามารถใช้งานได้เป็นประจ า ( x = 4.50) รองลงมา คือ เครื่อง ETV เป็นเครื่องที่น่าสนใจ ( x = 4.30) เครื่อง ETV มีความทันสมัย ( x = 4.11) และพื้นบริเวณโดยรอบของเครื่อง ETV มีความสะอาด ( x = 3.21) มีค่าเฉลี่ยที่ต่ าที่สุด
28 ผลการทดสอบสมมตติฐาน สมมติฐานข้อที่ 1 ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งาน เครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน ตารางที่ 4.5 แสดงผลการทดสอบความแตกต่างของปัจจัยประชากรศาสตร์ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน โดยใช้ค่า t-test และ ค่าF-test ประชากรศาสตร์ สถิติที่ใช้ ค่าสถิติ Sig. - เพศ t-test 0.196 0.102 - อายุ F-test 1.337 0.267 - ระดับการศึกษา F-test 2.570 0.085 - สถานภาพการสมรส t-test 3.436 0.025 - รายได้เฉลี่ยต่อเดือน F-test 0.694 0.599 - ความถี่ในการใช้งาน F-test 0.551 0.579 *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปจากตาราง 4.5 ได้ต่อไปดังนี้ 1. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านเพศที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ประโยชน์ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.102 ซึ่งมีค่ามากกว่าระดับ นัยส าคัญทางสถิติ.05 2. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านอายุที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ประโยชน์ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.267 ซึ่งมีค่ามากกว่าระดับ นัยส าคัญทางสถิติ.05 3. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งาน เครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ประโยชน์ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.085 ซึ่งมีค่า มากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 4. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านสถานภาพการสมรสที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.025 ซึ่งมีค่า น้อยกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05
29 5. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ประโยชน์ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.599 ซึ่งมีค่า มากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 6. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านความถี่ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ประโยชน์ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.579 ซึ่งมีค่า มากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 สมมติฐานข้อที่ 2 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน ตารางที่ 4.6 แสดงผลการทดสอบความแตกต่างของปัจจัยประชากรศาสตร์ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน โดยใช้ค่า t-test และ ค่า F-test ประชากรศาสตร์ สถิติที่ใช้ ค่าสถิติ Sig. - เพศ t-test 5.148 0.799 - อายุ F-test 0.823 0.515 - ระดับการศึกษา F-test 4.050 0.022 - สถานภาพการสมรส t-test 0.319 0.065 - รายได้เฉลี่ยต่อเดือน F-test 0.583 0.676 - ความถี่ในการใช้งาน F-test 1.949 0.151 *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปจากตาราง 4.6 ได้ต่อไปดังนี้ 1. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านเพศที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.799 ซึ่งมีค่ามากกว่าระดับ นัยส าคัญทางสถิติ.05 2. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านอายุที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.515 ซึ่งมีค่ามากกว่าระดับ นัยส าคัญทางสถิติ.05 3. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งาน เครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.022 ซึ่งมีค่าน้อย กว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05
30 4. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านสถานภาพการสมรสที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.065 ซึ่งมี ค่ามากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 5. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.676 ซึ่งมี ค่ามากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 6. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านความถี่ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.151 ซึ่งมี ค่ามากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 สมมติฐานข้อที่ 3 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านทัศนคติต่อการใช้แตกต่างกัน ตารางที่ 4.7 แสดงผลการทดสอบความแตกต่างของปัจจัยประชากรศาสตร์ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านทัศนคติต่อการใช้แตกต่างกัน โดยใช้ค่า t-test และ ค่า F-test ประชากรศาสตร์ สถิติที่ใช้ ค่าสถิติ Sig. - เพศ t-test 0.947 0.002 - อายุ F-test 1.927 0.117 - ระดับการศึกษา F-test 5.124 0.009 - สถานภาพการสมรส t-test 2.605 0.006 - รายได้เฉลี่ยต่อเดือน F-test 1.166 0.335 - ความถี่ในการใช้งาน F-test 0.288 0.751 *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปจากตาราง 4.7 ได้ต่อไปดังนี้ 1. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านเพศที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านทัศนคติต่อการใช้แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.002 ซึ่งมีค่าน้อยกว่าระดับนัยส าคัญ ทางสถิติ.05 2. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านอายุที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านทัศนคติต่อการใช้ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.117 ซึ่งมีค่ามากกว่าระดับ นัยส าคัญทางสถิติ.05
31 3. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งาน เครื่อง ETV ในด้านทัศนคติต่อการใช้แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.009 ซึ่งมีค่าน้อย กว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 4. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านสถานภาพการสมรสที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านทัศนคติต่อการใช้แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.006 ซึ่งมีค่า มากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 5. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านทัศนคติต่อการใช้ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติt-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.335 ซึ่งมีค่า มากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 6. ปัจจัยประชากรศาสตร์ด้านความถี่ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่อง ETV ในด้านทัศนคติต่อการใช้ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากค่าสถิติF-test มีค่า Sig. เท่ากับ 0.751 ซึ่งมีค่า มากกว่าระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05
32 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้าย ยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ซึ่งสรุป ตามล าดับดังนี้ การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ก าหนดวัตถุประสงค์ในการวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นในการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV 2. เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับการยอมรับการใช้งานเครื่อง ETV 3. เพื่อเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เครื่อง ETV ในการท างานมากขึ้น การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดสมมติฐานในการวิจัย ดังนี้ สมมติฐานข้อที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน สมมติฐานข้อที่ 2 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน สมมติฐานข้อที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านทัศนคติในการใช้งานแตกต่างกัน 5.1 สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ สรุปสาระส าคัญผลการศึกษาได้ ดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา สภาพการ สมรส รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และความถี่ในการใช้เครื่อง ETV ผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่ พบว่า ข้อมูลทั่วไป ของผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่เป็นเพศชายจ านวน 55 คน ร้อยละ 83.3 มีอายุระหว่าง 30-39 ปี จ านวน 33 คน ร้อยละ 50 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จ านวน 46 คน ร้อยละ 69.7 สภาพการสมรสโสด จ านวน 57 คน ร้อยละ 86.4 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท จ านวน 38 คน ร้อยละ 57.6 และใช้เครื่อง ETV 5 ครั้ง ขึ้นไป/สัปดาห์ จ านวน 40 คน ร้อยละ 60.6
33 ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV 1. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ประโยชน์ ภาพรวมมี ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x = 4.38) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ เครื่อง ETV มีเซนเซอร์ตรวจจับบุคคลไม่ให้เกิดอันตราย ( x = 4.53) 2. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่าย ภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x = 4.25) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ สามารถควบคุมเครื่อง ETV ได้ระบบManual ( x = 4.50) 3. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านทัศนคติต่อการใช้ ภาพรวมมี ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x = 4.03) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่เครื่อง ETV สามารถใช้งานได้เป็นประจ า ( x = 4.50) ส่วนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลข้อเสนอแนะ จากในข้อมูลในข้อเสนอแนะ กลุ่มตัวอย่างได้มีการเสนอแนะมาจากจ านวน 14 คน จาก 66 คน ซึ่งสรุปได้ว่าข้อมูลที่กลุ่มตัวอย่างเสนอแนะส่วนใหญ่ เสนอแนะเรื่องความสะอาดในพื้นที่บริเวณของเครื่อง ETV ให้ มีความสะอาดมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้มีการเสนอแนะในเรื่องการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่อง ETV ให้มีความเสถียรและ มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ผลการศึกษาและทดสอบสมมติฐาน ดังนี้ สมมติฐานข้อที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านสถานภาพสมรสที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับ เทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ประโยชน์แตกต่างกัน ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 สมมติฐานข้อที่ 2 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการ ยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่ายแตกต่างกัน ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ.05 สมมติฐานข้อที่ 3 ปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ใน ด้านทัศนคติในการใช้งานแตกต่างกัน พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านเพศและด้านสถานภาพการสมรสที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านทัศนคติต่อการใช้แตกต่างกัน ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ .05
34 5.2 อภิปรายผล ผลการวิจัยปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ซึ่งมีประเด็นการ อภิปรายผล ดังนี้ พบว่า ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่เป็นเพศชายจ านวน 55 คน ร้อยละ 83.3 มีอายุ ระหว่าง 30-39 ปี จ านวน 33 คน ร้อยละ 50 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จ านวน 46 คน ร้อยละ 69.7 สภาพการ สมรสโสด จ านวน 57 คน ร้อยละ 86.4 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท จ านวน 38 คน ร้อยละ 57.6 และใช้เครื่อง ETV 5 ครั้งขึ้นไป/สัปดาห์ จ านวน 40 คน ร้อยละ 60.6 ซึ่งมีความสอดคล้องกับงานวิจัย กุลปริยา นกดี (2558) ได้ศึกษาเรื่อง การยอมรับเทคโนโลยี GPS Tracking ของบริษัท พี.ที่. ทรานส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด โดย ใช้แบบสอบถามปลายปิดที่ผ่านการทดสอบความตรงของเนื้อหาและมีระดับความเชื่อมั่น โดยรวมเท่ากับ 924 ใน การเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหาร พนักงานตรวจสอบเส้นทางการเดินรถ และพนักงานขับรถของบริษัท พี.ที, ทรานส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด จ านวน 155 คน และได้วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ ผล การศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ซึ่งมีอายุระหว่าง 36 - 40 ปี มีการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาหรือ ปวช. มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่ ากว่า 15,000 บาท และส่วนใหญ่มีประสบการณ์ 5-10 ปี ในการ ท างานที่ บริษัท พี.ที่. ทร้านส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด การทดสอบความตรงของเนื้อหาและความน่าเชื่อถือด้วยวิธี ของครอนบาร์คกับกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน ระดับความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.924 พบว่า ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านทัศนคติต่อการใช้ ภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x =4.03) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ เครื่อง ETV สามารถใช้งานได้เป็นประจ า ( x =4.50) ซึ่งมีความสอดคล้องกับ งานวิจัย ทอม บูคานัน ฟีลลิป เซนต์ เทอร์ และกุนเทอ ชาวน์เดอร์ส (2556) ได้ศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ เทคโนโลยีทางการศึกษาเทคโนโลยีการเรียนรู้ กรณีศึกษารูปแบบการเปิดรับเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัย โดย รวบรวมข้อมูลแบบออนไลน์ จ านวน 114 ชุด ในด้านความสามารถในการ ใช้อินเตอร์เน็ตและอุปสรรคในการ เปิดรับการใช้เทคโนโลยีทางการเรียนรู้ ท าการวิเคราะห์ข้อมูล โดยวิเคราะห์การถดถอย พบว่า ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่อง ETV ด้านการรับรู้ว่าใช้งานง่าย ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x =4.25) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ สามารถควบคุมเครื่อง ETV ได้ระบบManual ( x =4.50) ซึ่งมีความสอดคล้องกับ งานวิจัย อรทัย เลื่อนวัน (2555) ได้ศึกษาเรื่อง ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยที่เกี่ยวกับงานที่มีผลต่อการยอมรับ เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงาน โดยศึกษาด้านการรับรู้ความง่ายต่อการใช้งานและด้านการรับรู้ประโยชน์
35 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ข้าราชการ และลูกจ้างประจ าสังกัด กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการแจ้ง วัฒนะ จ านวน 239 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ซึ่งใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานและสถิติเชิงอนุมาน ประกอบด้วย Independent Samples T- Test, One - way ANOVA และ LSD ที่ระดับนัยส าคัญทางสถิติ .05 ผลการศึกษา 5.3 ข้อเสนอแนะ ด้านสถานประกอบการ 1) จากข้อมูลที่ได้เก็บแบบสอบถามจากผู้ที่ได้ใช้งานเครื่อง ETV มีข้อเสนอแนะในเรื่องความสะอาดใน พื้นที่บริเวณของเครื่อง ETV ให้มีความสะอาดมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้มีการเสนอแนะในเรื่องการพัฒนาประสิทธิภาพของ เครื่อง ETV ให้มีความเสถียรและมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น 2) ในอนาคตสถานประกอบการควรพัฒนาเครื่อง ETV ให้มีประสิทธิภาพในการใช้งาน ด้านการวิจัย 1) ควรมีระยะเวลาการรวบรวมแบบสอบถามที่มากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ได้เร่งรัดกลุ่มตัวอย่างในการท า แบบสอบถามมากเกินไป และเพื่อข้อมูลในแบบสอบถามมีประสิทธิภาพ 2) ในอนาคตอาจมีการน าเทคโนโลยีต่าง เข้ามาใช้ในการด าเนินงานวิจัย เพื่อให้วิจัยมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น
36 บรรณานุกรม กุลปริยา นกดี. (2558). การยอมรับเทคโนโลยี GPS Tracking ของบริษัท พี.ที่. ทรานส์เอ็กซ์เพรส จ ากัด สืบค้น วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 จาก http://dspace.bu.ac.th/bitstream/123456789/1634/6/kunpriya.nokd.pdf ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2560). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย สืบค้นวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2566 จาก http://library.dmh.go.th/sp/dublin.php?ID=2035 ชุตินันท์ เชี่ยวพานิชย์. (2563). การยอมรับเทคโนโลยีและพฤติกรรมที่มีต่อการตัดสินใจใช้บริการ Application Grab ของเจเนอเรชั่น C ในเขตกรุงเทพมหานคร สืบค้นวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2566 จาก http://ir-ithesis.swu.ac.th/dspace/bitstream/123456789/1423/1/gs602130001.pdf เทคโนโลยีการยอมรับTAM : สืบค้นวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 จาก http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/bitstream/123456789/3808/1/RMUTT167644.pdf ธนาภา พรหมรุ่งโรจน์. (2560). การปฏิบัติการขนส่งสินค้าทางอากาศของสายการบินเอมิเรตส์สกายคาร์โก้ ส าเร็จรูป สืบค้นวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2566 จาก https://e-research.siam.edu/wp-content/uploads/2021/03/business-internationalmanagement-2017-coop-Air-Cargo-Operation.pdf พรเทพ สิงหกุล. (2562). การรับรู้และความคาดหวัง เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการพัฒนารายการฝนฟ้าอากาศช่อง 7HD สืบค้นวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2566 จาก http://dspace.spu.ac.th/handle/123456789/7499 ปุณยาพร ศรีจุลัย. (2564). การยอมรับการใช้เทคโนโลยีและคุณภาพการบริการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการ ขนส่งอาหารฟู้ดแพนด้า ในจังหวัดปทุมธานีสืบค้นวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 จาก http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/bitstream/123456789/3982/1/RMUTT170583.pdf อรทัย เลื่อนวัน. (2555). ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยที่เกี่ยวกับงานที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการปฏิบัติงาน สืบค้นวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 จาก http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/bitstream/123456789/933/1/131875.pdf
37 บรรณานุกรม (ต่อ) อัดชา พันธ์ทองหล่อ. (2564). การรับรู้ความสามารถแห่งตนและการน าเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานที่ มีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานหน่วยงาน โลจิสติกส์สืบค้นวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 จาก https://research.rmutt.ac.th/2023/09/07/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0 %B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8% 84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0 %B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88/ Arnon Chundhitisakul. (2563). การก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางส าเร็จรูป สืบค้นวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 จาก https://www.thetsis.com/post/research-tips-sampling Thai Cargo : สืบค้นวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2566 จาก https://www.thaicargo.com/th/aboutus/8/vision
38 ภาคผนวก ก แบบสอบถาม
39 แบบสอบถามเพื่อการวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ค าชี้แจง แบบสอบถามนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการใช้ งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาสหกิจศึกษา โดยนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศและ โลจิสติกส์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แบบสอบถามนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 5 ข้อ ส่วนที่ 2แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีการใช้งาน จ านวน 12 ข้อ เครื่อง ETV ส่วนที่ 3 ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ขอความกรุณาโปรดตอบแบบสอบถามให้ครบถ้วนทุกข้อ ตามแนวคิดเห็นและความเป็นจริงของท่านมากที่สุด ข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามนี้ จะน าไปใช้เพื่อประกอบการวิจัยเท่านั้น ผู้วิจัยจะเก็บข้อมูลท่านไว้ เป็นความลับ โดยไม่มีผลต่อผู้ตอบแบบสอบถามแต่อย่างใด ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากท่านเป็นอย่างดี และขอขอบคุณในความร่วมมือ ณ โอกาสนี้ ผู้วิจัย ชุติมากร บุตรงาม
40 แบบสอบถามการวิจัย ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการ คลังสินค้า บริษัทการบินไทย จ ากัด (มหาชน) ******************************************* ค าชี้แจงส าหรับผู้ตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามนี้สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่องควบคุมการขนย้ายยานพาหนะ กรณีศึกษา ฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า บริษัทการ บินไทย จ ากัด (มหาชน) ค าตอบของท่าน ไม่มีความถูกผิด ไม่มีผลกระทบใด ต่อการได้รับการพิจารณาความดี ความชอบใด แต่ต้องการข้อมูลที่สะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับตัวท่าน ค าชี้แจง ขอความอนุเคราะห์กรอกข้อมูลหรือท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นตามความเป็นจริง ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัว 1. เพศ [ ] ชาย [ ] หญิง 2. อายุ [ ] ต่ ากว่า 20 ปี [ ] 20 – 29 ปี [ ] 30 – 39 ปี [ ] 40 – 49 ปี [ ] 50 – 59 ปี [ ] 60 ปีขึ้นไป 3. ระดับการศึกษา [ ] ต่ ากว่าปริญญาตรี [ ] ปริญญาตรี [ ] ปริญญาโท [ ] ปริญญาเอก หรือสูงกว่า 4. สภาพการสมรส [ ] โสด [ ] สมรส 5. รายได้เฉลี่ยต่อเดือน [ ] ต่ ากว่า 20,000บาท [ ] 20,001-30,000 บาท [ ] 30,001-40,000บาท [ ] 40,001-50,000 บาท [ ] 50,001 บาทขึ้นไป 6. ความถี่ในการใช้เครื่องETV [ ] 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ [ ] 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ [ ] 5 ครั้งขึ้นไป/สัปดาห์