The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sibunruang2567, 2024-02-29 05:11:11

ประวัติสกุลสีบุญเรือง

ประวัติ

Keywords: สีบุญเรือง

อนุส นุ รณ์ส ณ์ ถานสกุล กุ สีบุ สี บุญเรือ รื ง Scan me


พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ประวัติวีรบุรุษไซร้ เตือนใจ เรานา ว่าอาจจะยังชนม์ เลิศได้ และยามจะบรรลัย ทิ้งซึ่ง รอยบาทเหยียบแน่นไว้ แทบพื้นทรายสมัย


ที่ดินแห่งนี้ ที่ดิน ดิ แห่ง ห่ นี้ดั้ นี้ ง ดั้ เดิม ดิ เป็น ป็ ของเจ้า จ้ สัว สัโพ คหบดีแ ดี ห่ง ห่ กระทุ่ม ทุ่ แบนและนางอ่ำ เมื่อ มื่ นายเซีย ซี วฮุดติ้น สมรสกับ นางทองคำ บุตรีข รี องเจ้า จ้ สัว สัโพ ก็ได้พำ ด้ พำนัก นั อาศัยอยู่ที่ ยู่ ที่ เรือ รื นปั้นหยา ตำ บลสวนหลวง อำ เภอ กระทุ่ม ทุ่ แบน จัง จั หวัด วั สมุทรสาคร บนที่ดิน ดิ ผืน ผื ใหญ่ที่ ญ่ ที่ เจ้า จ้ สัว สัโพยกให้ ต่อมาเมื่อ มื่ นายเซีย ซี วฮุดติ้นและนางทองคำ ถึงแก่กรรม เมื่อ มื่ปีพุ ปี พุ ทธศักราช ๒๔๓๖ (สุส สุ านของ ท่านทั้ง ทั้ สองตั้ง ตั้ อยู่บ ยู่ ริเ ริ วณริม ริฝั่งคลองภาษีเจริญ ริ ) ที่ดิน ดิ ได้ต ด้ กเป็น ป็ ของนายเซีย ซี วซองหลิม บุตรชายคนโต เนื่อ นื่ งจากนายเซีย ซี วซองหลิม มีค่ มี ค่ าใช้จ่ ช้ า จ่ ยในการทำ นุบำ นุ บำรุง รุ ที่ดิน ดิ และดูแ ดู ลญาติพี่น้ พี่ อ น้ ง ทำ ให้ที่ ห้ ที่ ดิน ดิ ดัง ดั กล่าว ติดภาระจำ นอง นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ป๊ ได้ได้ ถ่ถอนการจำ นอง ๒ ครั้ง รั้ และในครั้ง รั้ ที่ ๒ เมื่อ มื่ปีพุ ปี พุ ทธศักราช ๒๔๗๔ จึง จึได้มี ด้ ก มี ารโอนกรรมสิท สิ ธิ์ม ธิ์ าเป็น ป็ ชื่อ ชื่ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ป๊ ต่อมาเมื่อ มื่ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ป๊ ถึงแก่กรรม เมื่อ มื่ปีพุ ปี พุ ทธศักราช ๒๔๗๗ นางเครื่อ รื่ ง ผู้เผู้ป็น ป็ ภรรยาจึง จึได้ม ด้ อบที่ดิน ดิ ดัง ดั กล่าวให้แ ห้ ก่บุตรชายคนโตของ ครอบครัว รั พี่ช พี่ ายและน้อ น้ งชายของนายเซีย ซี วซองแป๊ะ ป๊ เพื่อ พื่ ให้ดู ห้ แ ดู ลทำ นุบำ นุ บำรุง รุ ที่ดิน ดิ และสิ่ง สิ่ปลูก ลู สร้า ร้ ง เก็บดอกออกผลไว้ใว้ ช้จ่ ช้ า จ่ ยในการบำ เพ็ญ พ็ กุศ กุ ลให้บ ห้ รรพบุรุษ รุ และบริจ ริ าคทานบำ เพ็ญ พ็ สาธารณกุศ กุ ลอื่นๆ โดยให้ถื ห้ ถื อเป็น ป็ ทรัพ รั ย์ก ย์ องกลางของตระกูล กู สีบุ สี บุญเรือ รื ง เพื่อ พื่ ให้เ ห้ กิดความรัก รั สมัค มั รสมานสามัค มั คีในหมู่ สมาชิก ชิ สกุล กุ สีบุ สี บุญเรือ รื งตามเจตนารมณ์ข ณ์ องนายเชีย ชี วซองแป๊ะ ป๊ ได้มี ด้ ก มี ารจัด จั ตั้ง ตั้ คณะกรรมการชุดแรกขึ้น ขึ้ ประกอบด้ว ด้ ยกรรมการ จำ นวน ๖ คน ได้แ ด้ ก่ นายประสพ นายเอี่ยม นายบุญช่ว ช่ ย นายอุดม นายอรุณ รุ และนายจำ รัส รั ต่อมาเมื่อ มื่ปีพุ ปี พุ ทธศักราช ๒๕๐๖ คณะกรรมการ และผู้สืผู้ บ สื สกุล กุ สีบุ สี บุญเรือ รื ง เห็น ห็ ว่า ว่ การดำ เนิน นิ การในรูป รู แบบคณะกรรมการนั้น นั้ ไม่ยั่ ม่ ง ยั่ ยืน ยื จึง จึ พร้อ ร้ มใจกันจัด จั ตั้ง ตั้ เป็น ป็ มูลนิธิ นิ ขึ้ ธิ ขึ้ น ขึ้ ในชื่อ ชื่ "ฮุดติ้นและทองคำ สีบุ สี บุญเรือ รื ง มูลนิธิ นิ "ธิ และต่อมาเมื่อ มื่ปี พุทธศักราช ๒๕๑๗ จึง จึได้เ ด้ปลี่ยนชื่อ ชื่ เป็น ป็ "มูลนิธิ นิ ธิ สีบุ สี บุญเรือ รื ง" ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ชื่อ ชื่ ของมูลนิธิ นิ ที่ ธิ ที่ใช้สื ช้ บ สื เนื่อ นื่ ง จนถึงทุก ทุ วัน วั นี้ ปัจจุบัน บั ที่ดิน ดิ ทั้ง ทั้ หมดของมูลนิธิ นิ สี ธิ บุ สี บุญเรือ รื ง มีเ มี นื้อ นื้ ที่ ๑๐๗ ไร่


ที่มที่าของคำ ว่าว่ " สีบุญเรือรืง" นั้นนั้มีข้มีอข้สันนิษฐานเป็นป็๒ แนวทาง แนวทางแรกสันนิษนิฐานว่าว่มาจากนามของนาย "เซียซีวบุ้นบุ้เลี้ยง" ซึ่งซึ่เป็นป็ บรรพบุรุษท่านหนึ่งนึ่ของสกุลแซ่เซ่ซียซีว ผู้เผู้ป็นป็ ที่เที่คารพนับถืออย่าย่งมากของบรรดาญาติพี่น้พี่อน้งสกุลแซ่เซ่ซียซีว โดยคำ ว่าว่ "สี" มีคมีวามหมายที่เที่ป็นป็ มงคลและสอดคล้องกับกัคำ ภาษาจีนจีว่าว่ "เซียซีว" ที่แที่ปลว่าว่ "สวย" และเป็นป็ชื่อชื่ของต้นหญ้าญ้ชนิดนิหนึ่งนึ่ที่มีที่สีมี สีเขียขีวเรือรืงรองคล้ายสีเงินงิยามต้อง แสงอาทิตย์ใย์นยามเช้าช้ส่วนคำ ว่าว่ "บุญเรือรืง" มาจากคำ ว่าว่ "บุ้นบุ้เลี้ยง" สำ หรับรัแนวทางที่สที่อง สันนิษนิฐานว่าว่ "สีบุญเรือรืง" มาจากคำ ว่าว่ "สี" ที่มีที่ มี ความหมายตามนัยข้าข้งต้น ส่วนคำ ว่าว่ "บุญเอง" นั้นนั้เป็นป็ยี่ห้ ยี่อของนายเซียซีวเลี่ยงอันอัผู้เผู้ป็นป็บิดบิาของนายเซียซีวฮุดเส็ง และนายเซียซีวเคงเหลียน คำ ว่าว่ "บุญเอง" แปลว่าว่รุ่งรุ่เรือรืง เมื่อมื่แรกเริ่มริ่ตั้งถิ่นฐานในสยาม สกุลสีบุญเรือรืง แบ่งออกเป็นป็๒ สาย คือสายของนายเซียซีวเลี่ยงจุ้ยจุ้ (ซึ่งซึ่มี บุตรธิดธิา รวม ๔ คน คือ นายเซียซีวฮุดติ้น นายเซียซีวฮุดเบ๋ง นายเซียซีวฮุดเจ๋งจ๋และนางฮุดจู) ซึ่งซึ่เป็นป็ผู้พี่ผู้ พี่และ สายของนายเซียซีวเลี่ยงอันอั (ซึ่งซึ่มีบุมีบุตรธิดธิา รวม ๔ คน คือ นายเซียซีวฮุดเกี้ยกี้ด นายเซียซีวฮุดเส็ง นางฮุดเพ็ชพ็ร และนายเซียซีวเคงเหลียน) ซึ่งซึ่เป็นป็ผู้น้ผู้ อน้ง โดยก่อก่นที่จที่ะเดินดิทางจากเมือมืงมะลากา มายังยัสยาม นายเซียซีวเลี่ยงจุ้ยจุ้ ได้ยด้กนายเซียซีวฮุดติ้นให้เป็นป็บุตรบุญธรรมของนายเซียซีวเลี่ยงอันอั 蕭สกุลสีบุญเรือง เป็นป็เจ้าของโรงสีไฟ ซึ่งซึ่เป็นป็ โรงสีแห่งแรกของสยาม และมีเมีรือรืกำ ปั่นปั่ส่งไปค้าขายยังยั ประเทศใกล้เคียง ส่วนนายเซียซีวฮุดติ้น ต่อมาได้ทำด้ทำงานที่ บริษัริ ษัทอีสอีต์เอเชียชีติ๊ก และได้สด้มรสกับกันางทองคำ บุตรีขรีองเจ้าสัวโพ คหบดีแดีห่งห่กระทุ่มทุ่แบน และได้ตั้ด้ ตั้งรกรากอยู่ที่ยู่ ตำที่ ตำบลสวนหลวง อำ เภอ กระทุ่มทุ่แบน จังหวัดวัสมุทมุรสาคร นายเซียซีวฮุดติ้น มีบุมีบุตรธิดธิารวม ๑๐ คน คือ นายซองเปี๊ยปี๊ะ นายซองหลิม นายซองเหรียรีญ นายซองอ๊วอ๊น นายซองหิน นายซองแป๊ะป๊ นางโสม นายซองกุ่ยกุ่นางเสริมริและนายซองบีนายเซียซีวฮุดติ้น ได้ส่ด้ ส่งบุตรชาย จำ นวน ๕ คน ได้แด้ก่ นายซองหลิม และน้อน้งๆ ในลำ ดับดัรองๆ ลงมา จนถึงนายซองแป๊ะป๊ไปศึกษายังยัเมือมืงมะลากา ทำ ให้บุตรได้รัด้บรัการศึกษาขั้นขั้สูงสุดในมะลากา มีคมีวามรู้แรู้ละความชำ นาญอย่าย่งมาก ในด้าด้นภาษาอังอักฤษ ภาษามลายู ภาษาฮกเกี้ยกี้น และภาษาแต้จิ๋วจิ๋และบรรดาบุตรของนายเซียซีวฮุดติ้นต่างก็ปก็ระสบความสำ เร็จร็ ในการประกอบ หน้าที่การงาน จนเป็นป็ ที่ยที่อมรับรัและศรัทรัธาของผู้คผู้ นทั้งทั้หลาน อาทิ นายซองอ๊วอ๊น ซึ่งซึ่เคยเป็นป็ผู้อำผู้ อำนวยการ บริษัริ ษัทภาพยนตร์สร์ยาม ซึ่งซึ่มีสมีาขา โรงภาพยนตร์ตร์ามจังหวัดวัต่างๆ ทั่วทั่ประเทศ ได้ตั้ด้ ตั้งไฟฟ้าฟ้จังจัหวัดวัเพื่อพื่ จำ หน่าน่ยไฟฟ้าฟ้ยังยัชุมชุชนและได้ตัด้ ตัดถนนเพื่อพื่เป็นป็ทางเดินดิรถยนต์ในหลาย จังหวัดวัเป็นป็กำ ลังสำ คัญในการสร้าร้งโรงเรียรีนศรีบุรีบุญยานนท์จังหวัดวันนทบุรี และสร้าร้งโรงพยาบาลรักรัษาผู้ป่ผู้ วป่ยโรคเรื้อรื้น ตั้งอยู่ที่ยู่ พที่ระประแดง ชื่อชื่ "เรือรืนสีบุญเรือรืง" และมอบให้เป็นป็สมบัติของสภากาชาดสยาม นอกจากนี้ นายซองแป๊ะป๊น้อน้งชายของนายซองอ๊วอ๊นก็เก็ป็นป็อีกอีผู้หผู้ นึ่งนึ่ที่เที่ป็นป็ ตัวอย่าย่งของความสำ เร็จร็เป็นป็ที่ยที่อมรับรัและศรัทรัธาของบุคคลทั่วทั่ ไปเช่นช่กันกักล่าวคือเป็นป็ผู้จั ผู้ ดการค้าข้าข้วของบริษัริ ษัทอีสอีต์เอเชียชีติ๊ก จำ กัดกันายก สมาคมจีนางกูรกูอันอัเป็นป็สมาคม เก่าก่แก่ที่ ก่รที่วมชาวไทยจีนที่มีที่บมีทบาทและอิทอิธิพธิลทางด้าด้นการค้าขายเข้าข้ไว้ด้ว้วด้ยกันกัและเป็นป็ผู้หผู้ นึ่งนึ่ที่มีที่บมีทบาท สำ คัญในการก่อก่ตั้งมูลมูนิธิสีธิ สีบุญเรือรืงขึ้นขึ้บนที่ดิที่นดิณ อำ เภอกระทุ่มทุ่แบน อันอัเป็นป็ที่ดิที่นดิมรดกของตระกูลกูที่สืที่ สืบทอดต่อมาจากนายเซียซีวฮุดติ้น และ นางทองคำ ซึ่งซึ่มูลมูนิธิฯธิ ได้มีด้บมีทบาทสำ คัญในการเกื้อกื้กูลกูความสมัคมัรสมานสามัคมัคีในหมู่ญมู่ าติพี่น้พี่อน้งสกุลสีบุญเรือรืงสืบเนื่อนื่งมาจนถึงทุกวันวันี้ สายของนายเซียซีวเลี่ยงอันอั นั้นนั้ได้มีด้กมีารสืบทอดโดยบุตรชาย ๒ คน คือนายเซียซีวฮุดเส็งและนายเซียซีวเคงเหลียน โดยนายเซียซีวฮุดเส็ง ได้รัด้บรัการยอมรับรัจากบรรดานักวิชวิาการว่าว่เป็นป็ผู้บุผู้ บุกเบิกกระแสความคิดประชาธิปธิ ไตย ซึ่งซึ่เน้นน้สิทธิเธิสรีภรีาพและความเป็นป็อยู่ที่ยู่ ดีที่ขดีองทวยราษฎร์ ภายใต้ความจงรักรัภักภัดีต่ดี ต่อพระมหากษัตริย์ริ ย์และความรักรัชาติบ้าบ้นเมือมืง เป็นป็ผู้ก่ผู้ อก่ตั้งหนังนัสือพิมพิพ์จี พ์นโนสยามวรศัพท์ ซึ่งซึ่มีส่มี ส่วนสำ คัญในการ ทำ ให้เกิดกิกระแสความนิยมในระบอบประชาธิปธิ ไตยและความรักรัชาติ ศาสน์ กษัตริย์ริ ย์ดังดักล่าวข้าข้งต้น อีกอีทั้งทั้เป็นป็ตัวแทนของคนจีนจี ในสยามและ เป็นป็ผู้ปผู้ ระสานความสัมพันพัธ์ชธ์าวจีนไทยให้ตระหนักถึงผลประโยชน์ขน์องสยาม นอกจากนี้ยันี้งยัได้รัด้บรัการแต่งตั้งจากรัฐรับาลจีน ภายใต้การนำ ของ ดร.ซุนซุยัตยัเซ็นซ็ ให้ดำ รงตำ แหน่งรัฐรัมนตรีปรีระจำ กระทรวงโพ้นพ้ทะเล นายเซียซีวเลี่ยงอันอั ได้เด้ดินดิทางจากเมือมืงมะลากา เข้าข้มายังยักรุงสยาม พร้อร้มกับกันายเซียซีวฮุดติ้น บุตรบุญธรรม และ นายเซียซีวฮุดเกี้ยกี้ด บุตรชายคนโต ซึ่งซึ่ทั้งทั้สองคนยังยัอยู่ใยู่ นวัยวัเยาว์ โดยนายเซียซีวเลี่ยงอันอั ได้ตั้ด้ ตั้งบ้าบ้นเรือรืนอยู่ที่ยู่ ตำที่ ตำบลบางรักรั (ตรงบริเริวณ หัวหัมุมมุถนนสีลมในปัจปัจุบันบั ) ส่วนนายเซียซีวเคงเหลียนได้เด้คยรับรัราชการในกรมศุลกากรและกรมเจ้าท่าท่การที่นที่ายเซียซีวเคงเหลียนเป็นป็ผู้ที่ผู้ มีที่คมีวามรู้แรู้ละความเชี่ยชี่วชาญ ทั้งทั้ภาษาไทยและภาษาอังอักฤษประกอบกับกัคุณงามความดีที่ ดี ไที่ด้แด้สดงให้ปห้รากฏจากการปฏิบัฏิติบั ติราชการด้วด้ยความสามารถจึงเป็นป็ที่รัที่กรั ใคร่นัร่บนัถือ ของบรรดาข้าข้ราชการชั้นชั้ผู้ใผู้หญ่แญ่ละผู้น้ ผู้ อยในยุคนั้นนั้ก่อก่นที่จที่ะออกจากราชการมาประกอบอาชีพชีค้าขายส่วนตัวโดยได้จั ด้ดตั้งบริษัริ ษัทยาสูบสยาม และห้างเทพนครพานิชย์ เป็นป็ผู้แผู้ปลหนังสือประวัติวั ติพระถังซัมซั จั๋งจั๋ฉบับบัภาษาไทย อันอัทรงคุณค่าทางพุทพุธศาสนาและวิชวิาการ ความภาคภูมิภูใมิจของสกุลสีบุญเรือรืง คือ เกียกีรติประวัติวั ติและคุณงามความดีโดีดยเฉพาะเรื่อรื่งความซื่อซื่สัตย์ ความไม่โม่ลภโมโทสัน ความประหยัดยัอดออม สมาชิกชิสกุลสีบุญเรือรืงนั้นนั้ไม่ว่ม่าว่จะมาจากสายใด ต่างก็ยึก็ดยึมั่นมั่ ในคติธรรมและคุณความดี สมดังดัคำ ขวัญวัของสกุลฯ ที่ว่ที่าว่ "สืบสานคนดีสีดี สีบุญเรือรืง"


เส้นทางสกุล กุ สีบุ สี ญบุ เรือ รื ง (แซ่เ ซ่ ซีย ซี ว) สู่สสู่ ยาม สกุล กุ สีบุ สี บุญเรือ รื งสืบ สื เชื้อ ชื้ สายมาจากสกุล กุ แซ่เ ซ่ ซีย ซี ว ในมณฑลโฮหนาน บริเ ริ วณภาคกลางค่อนไปทาง เหนือ นื ของประเทศจีน จี เมิ่อ มิ่ ราวๆ ปีพุ ปี พุ ทธศักราช ๓๓๕ หรือ รืประมาณ ๒๒๐๐ ปีที่ ปี ที่ แล้ว บรรพบุรุษ รุ ได้เ ด้ ล่าสืบ สื กันต่อมาว่า ว่ ต้นสกุล กุ คือ เซีย ซี วเหอ มหาอุปราชคู่ใ คู่ จ พระเจ้า จ้ ฮั่น ฮั่ โกโจว ผู้สผู้ ถาปนาราชวงศ์ฮั่น ฮั่ อันเกรีย รี งไกร ต่อมาสกุล กุ เซีย ซี วได้อ ด้ พยพลงไปทางภาคใต้ของ ประเทศจีน จี และได้ตั้ ด้ ตั้ ง ตั้ รกรากอยู่ที่ ยู่ ที่ มณฑลฮกเกี๊ยน (FUKIEN) ซึ่ง ซึ่ปัจจุบัน บั คือ ตำ บลซูหยาง อำ เภอ หนานจิ้ง จิ้ เมือ มื งจางโจว จนกระทั่ง ทั่ ราวปีพุ ปี พุ ทธศักราช ๒๑๘๐ ในช่ว ช่ งปลายสมัย มั ราชวงศ์หมิง มิ ชาวแมนจู ได้ย ด้ กทัพมารุกรานประเทศจีน จี แถบมณฑลฮกเกี้ยน ฝ่ายชาวเมือ มื งฮกเกี้ยน ซึ่ง ซึ่ มีแ มี ต้เซ่ง ซ่ กงเป็น ป็ หัว หั หน้า น้ ได้ร่ ด้ ว ร่ มกันต่อสู้เสู้พื่อ พื่ กู้แ กู้ ผ่น ผ่ ดิน ดิ หมิง มิ แต่ก็ต้องพ่า พ่ ยแพ้ ฝ่ายแมนจูซึ่ง ซึ่ มีกำ มี กำ ลังคนเป็น ป็ จำ นวนมาก ฝ่ายแต้ เซ่ง ซ่ กง จึง จึ อพยพข้า ข้ มน้ำ ข้า ข้ มทะเลไปตั้ง ตั้ หลักแหล่ง อยู่ที่ ยู่ ที่ เกาะฟอร์โร์ มซาหรือ รืไต้หวัน วั โดยสกุล กุ เซีย ซี วก็ได้ อพยพตามไปด้ว ด้ ย ต่อมาชาวแมนจูได้ย ด้ กทัพติดตามมายัง ยั เกาะ ฟอร์โร์ มซา ฝ่ายแต้เซ่ง ซ่ ฮงก็ต้องประสบความ พ่า พ่ ยแพ้อี พ้ อี กครั้ง รั้ หมดหวัง วั ที่จะกอบกู้แ กู้ ผ่น ผ่ ดิน ดิ หมิง มิ สกุล กุ เซีย ซี ว จึง จึ แตกออกเป็น ป็ ๓ สาย อพยพออก จากเกาะฟอร์โร์ มซา สายที่หนึ่ง นึ่ได้ได้ปตั้ง ตั้ ภูมิ ภู ลำ มิ ลำ เนา อยู่ที่ ยู่ ที่ อำ เภอแต้เอี้ย สายที่สองได้ได้ปตั้ง ตั้ ภูมิ ภู ลำ มิ ลำ เนา อยู่ที่ ยู่ ที่ อำ เภอตงซัว ซั ซึ่ง ซึ่ ทั้ง ทั้ สองอำ เภอดัง ดั กล่าว อยู่ใยู่ นมณฑลกวางตุ้ง ตุ้ ส่ว ส่ นสายที่สามได้ได้ปตั้ง ตั้ ภูมิ ภู ลำ มิ ลำ เนาอยู่ที่ ยู่ ที่ จัง จั หวัด วั มะละกา สหปาลีรัฐ รั มะลายู ต่อจากนั้น นั้ สกุล กุ เซีย ซี ว สายที่สามจึง จึได้อ ด้ พยพ มาพึ่ง พึ่ พระบรมโพธิส ธิ มภารแห่ง ห่ พระมหากษัตริย์ ริ ย์ กรุง รุ สยาม ในรัช รั สมัย มั พระบาทสมเด็จ ด็ พระจอมเกล้า เจ้า จ้ อยู่หั ยู่ ว หั สกุล กุ เซีย ซี วได้จ ด้ ดทะเบีย บี นต่อรัฐ รั บาลไทย ใช้น ช้ ามสกุล กุ "สีบุ สี บุญเรือ รื ง" นับ นั ตั้ง ตั้ แต่ปีพุ ปี พุ ทธศักราช ๒๔๖๓ เป็น ป็ ต้นมา แผนที่โบราณ แสดงเส้นทา ส้ งสกุล กุ สีบุ สี บุญเรือ รื ง (แซ่เ ซ่ ซีย ซี ว) สู่สสู่ ยาม ศาลบรรพชน ตระกูล กู เซีย ซี ว ตำ บลซูหยาง อำ เภอหนานจิ้งจิ้ เมือ มื งจางโจว มณฑลฝูเจี้ย จี้ น 蕭 แซ่เซียว


นายเซียวฮุดเจ๋ง นายเซีย ซี วอิ้วใช้ สายสกุล กุ สีบุ สี ญบุ เรือ รื ง นางโหงวเจ๊งเลียด นายเซีย ซี วอิ้วช้ว ช้ น (น้องชาย) นายเซีย ซี งเคงฮี้ นางแต้เชาะชุน ชุ นายเซียวเลี่ยงจุ้ย นางโค้วซุ่ยซุ่ มี นายเซียวเลี่ยงอัน นางหยิว นางซุยกี นางซุ่ยเจียม นายเซียวฮุดติ้น นายเซียวฮุดเบ๋ง นางฮุดจู นางทองคำ นางบัวเกียง นางเล็ก กิมบุ๋น นางทิม นางอ่อนแก้ว ระงับ เล็ก (ญ) อุบล (ญ) ซองเปี้ยะ ซองหลิม ซองเหรียญ ซองอ๊วน เติม (ญ) ซองหิน ซองแป๊ะ โสม (ญ) ซองกุ่ย เสริม (ญ) ซองบี สัมฤทธิ์ (ญ) นายเซียวฮุดเกี้ยด นายเซียวฮุดเส็ง นางฮุดเพ็ชร นายเซียวเคงเหลียน นางอึ้งกิมเหรียญ นางนิ่ม สิน นางนกแก้ว นางจวน อำ พัน (ญ) จรูญ ถวิล (ญ) จินดาภา (ญ) จิตรเกษม (ญ) โตสิต ลดา (ญ) มาลินี (ญ) วิรัช เฉลิม ฉลวย (ญ) ทวี เสริมศรี (ญ) ลม่อม (ญ) ซองเขียน ซองขิม อมร (ญ) A B B 1 B 2 A 1 A 2 A 3


นายเ ชียวฮุดติ้นได้ทำ งานที่บริษัท อีสต์เอเ ชียติ๊ก จำ กัด และมีโอกาสช่ วยเหลือเจ้าสัว โพที่ถูกโจรปล้นบนเ รือ นายเ ซียวสุดติ้นจึงมีคว ามคุ้นเคยกับครอบครั ว ของเจ้าสัว โพ นายเ ซียวฮุดติ้นได้สมรสกับนางสา วทองคำ บุตรี ของเจ้าสัว โพ คหบดีแห่งกร ะทุ่มแบน และนางอ่ำ และได้พำ นักอาศัยอยู่ที่ เ รือนปั้นหยา ตำ บลสวนหลวง อำ เภอกร ะทุ่มแบน จังหวัด สมุทรสาคร บนที่ดินผืนใหญ่ที่เจ้าสัว โพยกให้ นายเ ซียวฮุดติ้นและนางทองคำ สีบุญเ รือง มีบุตร - ธิดา ๑๐ คน คือ นายซองเปี๊ยะ สีบุญเ รือง นายซองหลิม สีบุญเ รือง นายซองเหรียญ สีบุญเ รือง นายซองอ๊วน สีบุญเ รือง นายซองหิน สีบุญเ รือง นายซองแป๊ะ สีบุญเ รือง นางโสม สีบุญเ รือง นายซองกุ่ย สีบุญเ รือง นางเสริม สีบุญเ รือง นายซองบี สีบุญเ รือง นายเ ซียวฮุดติ้นและนางทิม มีธิดา ๒ คน คือ นางสัมฤทธิ์ สีบุญเ รือง และนางเติม สีบุญเ รือง 蕭佛珍 นายเ ซียวฮุดติ้น สีบุญเ รือง เกิดเมื่อ พุทธศักร า ช ๒๓๙๕ เป็นบุตร ช ายคนโตของนายเ ซียว เลี่ยงจุ้ย และนางโค้ว ซุ่ยมี มีน้อง ๓ คน คือ นายเ ซียวฮุดเบ๋ง นายเ ซียวฮุดเจ๋ง และนางฮุดจู นายเ ซียวฮุดติ้นเกิดในตร ะกูลแ ซ่ เ ซียว เป็นช า วจีนฮกเกี้ยน ในกลุ่มที่เ รียกว่ าจีนบาบ๋า ซึ่งหมายถึงช า วจีนที่อาศัยอยู่ใน มะละกาที่ได้มีกา ร แต่งงานกับผู้หญิงพื้นเมืองแต่ยังคงรักษา ขนบธ ร รมเนียมปร ะเพณีจีนเอา ไ ว้นายเ ซียว เลี่ยงจุ้ยผู้เป็นบิดา ได้ยกนายเ ซียวฮุดติ้นให้เป็นบุตรบุญธ ร รมของนายเ ซียว เลี่ยงอัน ผู้เป็นน้องช าย นายเ ซียวฮุดติ้นได้ติดตามนายเ ซียว เลี่ยงอัน มาตั้งรกร ากที่ปร ะเทศไทย นายเซีย ซี วฮุดติ้น ติ้ สีบุญบุ เรือง เรือ รื นปั้น ปั้ หยา ตำ บลสวนหลวง อำ เภอกระทุ่ม ทุ่ แบน จัง จั หวัด วั สมุท มุ รสาคร นายเซีย ซี วฮุดติ้น สีบุญเรือ รื ง นายเ ซียวฮุดติ้น ได้ส่งบุตร ช าย ๕ คน ไปศึกษายังเมือง มะละกา ซึ่งบ้านเกิดของนายเ ซียวฮุดติ้น โดยอยู่ภายใต้ กา รดูแลของนางซุ่ยกี ซึ่งเป็นอา ของนายเ ซียวฮุดติ้น ทำ ให้บุตร ช ายได้รับกา รศึกษา ขั้นสูงสุดในมะละกา มีคว ามรู้ และ คว ามชำ นาญในภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาฮกเกี้ยน และภาษา แต้จิ๋ว เป็นอย่างดี นายเ ชียวฮุดติ้น ถึงแก่กร รม เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักร า ช ๒๔๓๖ หลังจากนั้น ๓๐ วัน นางทองคำ ภร รยา ถึงแก่กร รม นายซองหลิม บุตร ช ายคนโตได้กลับมาอยู่ เมืองไทยในขณะที่นายซองกุ่ย ซึ่งอายุ ๖ ปี ต้องอยู่ใน คว ามอุปกา ร ะ ของคุณยายอ่ำ ซึ่งเป็นภร รยา ของเจ้าสัว โพ และญาติทางฝ่ายมา รดา ส่วนนายซองบี บุตร ช ายคนเล็ก อยู่ในคว ามดูแลของนายตันเกงฮวย ผู้เป็นลุงซึ่งได้รับ นายซองบีเป็นบุตรบุญธ ร รมและให้ใ ช้ “ แ ซ่ตัน” ภายใน เรือ รื นปั้น ปั้ หยา ตำ บลสวนหลวง อำ เภอกระทุ่ม ทุ่ แบน จัง จั หวัด วั สมุท มุ รสาคร บรรจุภาพเคารพบรรพชน สีบุญเรือ รื ง


พุทธศักราช ๒๔๗๖ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ได้สร้างพระพุทธรูป ทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย ชั พร้อมองค์อัครสาวก ประดิษฐาน ณ วัดท่าสัก (วัดภักดีราษฎร์บูรณาราม) อำ เภอพิชัย ชั จังหวัด อุตรดิตถ์ พระพุทธรูปองค์นี้สวยงามมาก ชาวบ้านจึงขนานนามว่า “หลวงพ่อสุวรรณ” เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์หนึ่งของ จังหวัด เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ และ นายซองกุ่ย น้องชาย ได้สร้างมณฑปเขาพลอยแหวน จังหวัดจันทบุรี โดย มุ่งหมายว่าจะบรรจุรอยพระพุทธบาทจำ ลองไว้ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำ คัญในการทำ ให้เกิด มูลนิธิสีธิ สี บุญเรืองในปัจจุบัน โดยได้ไถ่ถอนการจำ นอง ๒ ครั้ง ในที่ดินที่อำ เภอกระทุ่มแบน ซึ่ง ซึ่ เป็นที่ดินมรดกของตระกูล เมื่อนายเซีย ซี วซองแป๊ะถึงแก่กรรม เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ นางเครื่องผู้เป็นภรรยา ได้มอบที่ดินดังกล่าวให้แก่บุตรชายคนโต ของครอบครัวพี่ชายและน้องชายของนายเซีย ซี วซองแป๊ะ เพื่อให้ ดูแลทำ นุบำ รุงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเก็บดอกออกผลไว้ใช้จ่ ช้ จ่ าย บำ เพ็ญกุศลให้บรรพบุรุษและบริจาคทานบำ เพ็ญสาธารณกุศลอื่น โดยให้ถือเป็นทรัพย์กองกลางของตระกูลสีบุญเรือง เพื่อให้ เกิดความรักสมัครสมานสามัคคีในหมู่สมาชิกชิสกุลสีบุญเรือง ตามเจตนารมณ์ของนายเซีย ซี วซองแป๊ะ ซึ่ง ซึ่ นำ มาสู่การจัดตั้งมูลนิธิ สีบุญเรือง เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๗ นาย เซีย ซี วซองแป๊ะ สมรสกับ นางเนื่อง ตัณทเสน นางเครื่อง ตัณทเสน และนางลุ้ย แซ่ตั ซ่ ตั น มีบุตรธิดธิา คือ นางประไพรัตน์ ลือบำ รุง นางประภัสสร อักษรมัต นายประวิช สีบุญเรือง และ มีบุตรบุญธรรม นายอรุณ สีบุญเรือง นางสาวบุญสม สีบุญเรือง นายเซีย ซี วซองแป๊ะถึงแก่กรรมด้วยโรคเบาหวาน เมื่อวันเสาร์ ที่ ๗ ธัน ธั วาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ เมื่อมีอายุได้ ๕๓ ปี นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ป๊ สีบุญเรือ รื ง นายเซีย ซี วซองแป๊ะ สีบุญเรือง เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ปีมะเมีย พุทธศักราช ๒๔๒๕ ที่จังหวัด พระนคร เป็นบุตรนายเซีย ซี วฮุดติ้น กับ นางทองคำ ซึ่ง ซึ่ เป็นบุตรของเจ้าสัวโพ คหบดีแห่งกระทุ่มแบน และ นางอ่ำ มีพี่น้อง ดังนี้ นายซองเปี๊ยะ นายซองหลิม นายซองเหรียญ นายซองอ๊วน นายซองหิน นางโสม นายซองกุ่ย นางเสริม นายซองบี นางสัมฤทธิ์ นางเติม เมื่อนายเซีย ซี วฮุดติ้นและนางคำ สีบุญเรือง ถึงแก่กรรม พุทธศักราช ๒๔๓๖ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ มีอายุ ๑๑ ปีเมื่อเยาว์วัย นายเซีย ซี วซองแป๊ะได้รับ การศึกษาขั้นสูงสุดในมะละกามีความรู้และความชำ นาญในภาษาอังกฤษ มลายู ฮกเกี้ยนและแต้จิ๋วเป็นอย่างดี เมื่อสำ เร็จการเรียนกลับมาแล้วนั้น นายเซีย ซี วซองแป๊ะได้ประกอบกิจการอาชีพ ชี ส่วนตัว โดยตั้งร้านค้าขายนาม ยี่ห้อว่า ‘บ้วนเฮงหลี’ ประกอบพาณิชยกิจนั้นด้วยอุตสาหะ จนต่อมาได้เข้า ทำ งานให้แก่บริษัท อาริกัน จำ กัด ในแผนกค้าข้าว และทำ งานส่งข้าวออก นอกประเทศให้แก่บริษัทญี่ปุ่นอีกตำ แหน่งหนึ่งด้วยเป็นพิเศษ เมื่อออก จากงานของสองบริษัทนี้แล้ว นายเซีย ซี วซองแป๊ะก็ได้เข้าทำ งานในบริษัท อีสต์เอเชีย ชี ติ๊ก จำ กัดโดยเมื่อบริษัทได้เปิดแผนกซื้อ ซื้ ข้าวสารส่งออกต่าง ประเทศ นายเซีย ซี วซองแป๊ะได้ทำ หน้าที่เป็นกัมปะโดร์ (เป็นผู้จัดการค้าข้าว กับรัฐบาลไทย) นายเซีย ซี วซองแป๊ะได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ตลอดมาด้วย ความอุตสาหะและซื่อ ซื่ ตรง ซึ่ง ซึ่ เป็นคุณธรรมที่ประจักษ์แก่บรรดาห้าง ร้าน บริษัท และบุคคลซึ่ง ซึ่ ได้ติดต่อกับนายเซีย ซี วซองแป๊ะทั่วไป จนเป็นที่ไว้วางใจ ของนายห้างอีสต์เอเชีย ชี ติ๊กและลูกค้าทั้งหลาย นายเซีย ซี วซองแป๊ะได้ทำ งาน กับบริษัทอีสต์เอเชีย ชี ติ๊กเป็นเวลาถึง ๓๐ ปีเศษ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ได้เปิดห้างสรรพสินค้าสีบุญเรือง ตรงหัวมุมถนน สี่พระยา โดยให้ญาติพี่น้องเป็นผู้ดำ เนินการ และประกอบกิจการ โรงภาพยนตร์หลายแห่ง อาทิที่จังหวัดสงขลา พุทธศักราช ๒๔๖๘ นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ดำ รงตำ แหน่งนายกสมาคม สยามจีนางกูร ซึ่ง ซึ่ เป็นสโมสรเก่าแห่งหนึ่ง เป็นการรวมกลุ่มของคนไทย เชื้อ ชื้ สายจีนเป็นผู้ทรงอิทธิพธิลในแทบทุกด้านของสยามใหม่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งด้านธุร ธุ กิจการค้า นายเซีย ซี วซองแป๊ะได้เป็นกำ ลังสำ คัญในการ จัดสร้างสะพานเริงบุญ สะพานคอนกรีตข้ามคลองภาษีเจริญ และ จัดสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ของโรงเรียนเทศบาลศรีบุณยานุสรณ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่นายเซีย ซี วซองอ๊วน สีบุญเรือง พี่ชาย ซึ่ง ซึ่ เป็นคหบดี ผู้เป็นที่รักใคร่และนับถือของประชาชนในตำ บลตลาดกระทุ่มแบน นายเซีย ซี วซองแป๊ะ ป๊ สีบุญเรือง โรงเรียนเทศบาลศรีบุ รี บุ ณยานุสรณ์


นายเซียวฮุดเส็ง สีบุญเรือง 蕭佛成 นายเซียวฮุดเส็ง สีบุญเรือง เกิดในประเทศไทย เมื่อปีกุน เดือนยี่ แรม ๔ ค่ำ ตรงกับวัน เสาร์ พุทธศักราช ๒๔๐๖ เป็นบุตรคนที่ ๒ ของนายเซียวเลี่ยงอันและนางหยิว เกิดและเติบโต ในประเทศไทย มีพี่น้อง ๓ คน คือ นายฮุดเกี๊ยด นางฮุดเพ็ชร และนายเซียวเคงเหลียน เกิดในตระกูลแซ่ “เซียว” โดยมีภูมิหลังของตระกูลเป็นจีนบาบ๋า หรือ จีนฮกเกี๊ยน บิดา นายเซียวเลี่ยงอัน มาจากตระกูลใหญ่ มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่มะละกา อาณานิคมของ อังกฤษ ภายหลังบิดาได้อพยพเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของโรงสีไฟ แห่งแรกของประเทศไทย เกี่ยวพันกับการค้าข้าวอันเป็นสินค้าสำ คัญอันดับแรกที่ขยาย ตัวอย่างมาก หลังสนธิสัญญาบาวริ่ง ด้า ด้ นครอบครัว ได้ส ด้ มรสกับ กั นางสาวกิมกิเหรีย รี ญ มีบุ มี บุ ตรธิดธิา รวมกัน กั ๔ คน คือ ๑.นางสาวละม่อ ม่ ม สีบุญเรือ รื ง เกิดกิเมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๔ พฤษภาคม พุท พุ ธศักราช ๒๔๓๖ เป็น ป็ นัก นั ประพัน พั ธ์ ที่มี ที่ ชื่ มี อ ชื่ เสียง เป็น ป็ ที่รู้ ที่ จัรู้ ก จั ในนามแฝงว่า ว่ “จูปิ จู เปิตอร์”ร์ เสียชีวิ ชี ตวิ ในปี พุท พุ ธศักราช ๒๔๖๒ ๒.นายทรงเขีย ขี น สีบุญเรือ รื ง เป็น ป็ นายทหารจีน จี ก๊ก ก๊ มินมิตัง ยศพัน พั เอก และเป็น ป็ ทหารอาสาเข้า ข้ ร่ว ร่ มรบ ในสงครามโลกครั้ง รั้ ที่ ๑ ได้รั ด้ บ รั โปรดเกล้าฯ ยศสิบตรี กองพัน พั ทหารช่า ช่ ง ๓.นางทรงขิมขิสีบุญเรือ รื ง รับ รั ราชการ ยศนายพลในรัฐ รั บาลจีน จี ที่ก ที่ รุง จุงกิงกิและดำ รงตำ แหน่ง น่ ศุลกากรที่ซั ที่ ว ซั เถา 4.คุณหญิงญิอมร สีบุญเรือ รื ง ได้ส ด้ มรสกับ กั นายวิลวิาศ โอสถานนท์ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ รัฐ รั มนตรี หัว หั หน้า น้ สำ นัก นั งาน โฆษณาการ (พุท พุ ธศักราช ๒๔๘๑ – ๒๔๘๕) นอกจากนั้น นั้ ยัง ยั มีบุ มี บุ ตร กับ กั ภรรยา ชื่อ ชื่ นิ่มนิ่อีก อี คนหนึ่ง นึ่ คือ นายสิน สีบุญเรือ รื ง ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ นัก นั พากย์ ภาพยนตร์ที่ ร์ มี ที่ ชื่ มี อ ชื่ เสียง รู้จัรู้ ก จั กัน กั ในสมญา “ทิดทิเขีย ขี ว” นายเซีย ซี วฮุดเส็ง สีบุญเรือ รื ง เป็น ป็ ผู้ที่ผู้ มี ที่ ค มี วามรู้ภรู้ าษาไทยและภาษาจีน จี เป็น ป็ อย่า ย่ งดี บิดบิาว่า ว่ จ้า จ้ งครูช รู าวจีน จี มาสอนภาษาตั้งแต่วัย วั เยาว์ มีค มี วามสามารถ ทางภาษายอดเยี่ย ยี่ มทั้ง ทั้ไทยและจีน จี ประกอบกับ กั การเพีย พี รพยายามหาความ รู้เรู้พิ่มพิ่เติมอยู่เยู่สมอและได้ศึ ด้ ศึ กษาประวัติ วั ติศาสตร์ข ร์ องเมือ มื งจีน จี และประวัติ วั ติการ ต่อสู้ของบรรพบุรุษการป้อ ป้ งกัน กั การรุกรานจากแมนจู เมื่อ มื่ พ่า พ่ ยแพ้จึ พ้ ง จึ พา กัน กั เดินดิทางมาอยู่อยู่ าศัยในมะละกา ทำ ให้ต ห้ ระหนัก นั ถึงการรุกรานและย่ำ ยี เมือ มื งจีนของชาวแมนจูจ จู ากประวัติ วั ติของบรรพบุรุษ จึง จึ เป็น ป็ สาเหตุให้มี ห้ ค มี วาม สนใจต่อความเคลื่อนไหวทางการเมือ มื งในประเทศจีน จี และติดตามอ่า อ่ นข่า ข่ ว การเมือ มื งในจีนจากหนัง นั สือพิมพิพ์จี พ์ น จี ในฮ่องกงและสิงคโปร์ พร้อ ร้ มกับ กั ได้ยิ ด้ นยิกิตกิติศัพท์ข ท์ องคณะกู้ชกู้ าติ ที่ ดร.ซุน ซุ ยัด ยั เซ็น ซ็ เป็น ป็ หัว หั หน้า น้ ที่จ ที่ ะกู้ชกู้ าติจีน จี จากความเป็น ป็ ทาสของชาวแมนจู และ นายเซีย ซี วฮุดเส็ง มีค มี วามนิยนิมใน ระบบการปกครองแบบประชาธิปธิ ไตย ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ อุด อุ มการณ์เ ณ์ ดีย ดี วกับ กั ขบวนการปฏิวัฏิติ วั ติของ ดร.ซุน ซุ ยัด ยั เซ็น ซ็ และการที่ข ที่ บวนการปฏิวัฏิติ วั ติเปิดปิ โอกาส ให้ส ห้ ามัญ มั ชนจีนทั่ว ทั่ โลกมีโมี อกาสบริหริารปกครองเมือ มื งจีน จี ภายหลังการ ปฏิวัฏิติ วั ติประสบความสำ เร็จ ร็ ทำ ให้น ห้ ายเซีย ซี วฮุดเส็ง เข้า ข้ ร่ว ร่ มการปฏิวัฏิติ วั ติของ ดร.ซุน ซุ ยัด ยั เซ็น ซ็ พุท พุ ธศักราช ๒๔๕๐ ออกหนัง นั สือพิมพิพ์ ฮั่วเซีย ซี มซินซิ โป่ เป็น ป็ ภาษาจีน จี มีเ มีป้า ป้ หมายเพื่อ พื่ ต่อต้าน รัฐ รั บาลราชวงศ์แมนจู และเผยแพร่อุ ร่ ด อุ มการณ์แ ณ์ ละรายงานข่า ข่ วปฏิวัฏิติ วั ติ ตามแนวทางของ ดร.ซุน ซุ ยัด ยั เซ็น ซ็ ในหมู่ชมู่ าวจีน จี โพ้น พ้ ทะเลในประเทศไทย และ จีนโนสยามวารศัพท์ เป็น ป็ ภาษาไทย รายงานข่า ข่ วในประเทศจีน จี โดย การพิมพิพ์ภ พ์ าษาจีน จี ๘ หน้า น้ และภาษาไทย ๔ หน้า น้ มีก มี ารตีพิมพิพ์ร่ พ์ ว ร่ มกัน กั เป็น ป็ ฉบับ บั เดีย ดี ว ๔ ปี และได้แ ด้ ยกเป็น ป็ ๒ ฉบับ บั ในวัน วั ขึ้น ขึ้ ปีใปี หม่ ๑ เมษายน ร.ศ.๑๓๐ (พ.ศ.๒๔๕๔) จีน จี โนสยามวารศัพท์มี ท์ บ มี ทบาทสำ คัญต่อการเมือ มื ง ในสยามอย่า ย่ งมาก เพราะมัก มั เสนอความรู้กรู้ ารเมือ มื งและสำ นึก นึ ประชาธิปธิ ไตย วิพวิากษ์วิจวิารณ์ แนะนำ ไปจนถึงเป็น ป็ ปากเป็น ป็ เสียงให้ รัฐ รั บาลสมบูร บู ณาญาสิทธิรธิาชย์ ส่งอิทอิธิพธิลทางความคิดต่อทหารหนุ่ม นุ่ ที่ต้ ที่ ต้ องการปฏิวัฏิติ วั ติในกรณีก ณี บฏ ร.ศ. ๑๓๐ และสามัญ มั ชนหัว หั ก้า ก้ วหน้า น้ นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ไม่เ ม่ พีย พี งเป็น ป็ นายทุนเจ้า จ้ ของสำ นัก นั พิมพิพ์เ พ์ ท่า ท่ นั้น นั้ แต่ยัง ยั แสดงความปราดเปรื่อ รื่ งผ่า ผ่ นนามปากกา “ผดุง” “อโยมัย มั เสตว์”ว์ “บาทกุญชร” ถึงกับ กั เคยโต้เถียงอย่า ย่ งครึก รึ โครมกับ กั ในหลวงรัช รั กาลที่ ๖ ที่ใที่ ช้น ช้ ามแฝง “อัศ อั วพาหุ” อยู่พัยู่ ก พั ใหญ่ นายทรงขิมขิสีบุญเรือ รื ง บุตรชาย เล่าถึงบิดบิาในครั้ง รั้ นั้น นั้ ไว้ว่ ว้ า ว่ ท่า ท่ นสามารถอ่า อ่ นเขีย ขี นหนัง นั สือไทยอย่า ย่ ง คล่องแคล่ว โดยศึกษาด้ว ด้ ยตนเอง สามารถเป็น ป็ เอดิเดิตอร์ แปลว่า ว่ บรรณาธิกธิารสมัย มั นี้ ท่า ท่ นกล้าหาญพอที่จ ที่ ะทำ สงครามปากกากับ กั ล้นเกล้า รัช รั กาลที่ ๖ แต่พระองค์ท่า ท่ นเป็น ป็ ประชาธิปธิ ไตยอย่า ย่ งถ่องแท้ ไม่ถื ม่ ถื อพระองค์และยัง ยั ทรงพระราชทานเรีย รี กบิดบิาผมเป็น ป็ “ซินซิแส” นายเซียวฮุดเส็ง สีบุญเรือง นางกิมเหรียญ สีบุญเรือง นางสาวละม่อม สีบุญเรือง นายสิน สีบุญเรือง นายทรงเขียน สีบุญเรือง นางทรงขิม สีบุญเรือง คุณหญิงอมร สีบุญเรือง การทำ งาน บทบาทด้า ด้ นนัก นั หนัง นั สือพิม พิ พ์ การศึกษา


การทำ งาน บทบาททางการเมือ มื ง พุทธศักราช ๒๔๔๙ นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง เป็นประธานสมาคมถงเหมินมิฮุ่ย ในประเทศไทย โดย ดร.ซุนยัด ยั เซ็น ซ็ ตั้ง ตั้ ขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ สิงสิหาคม ๒๔๔๘ ที่ประเทศญี่ปุ่ญี่ ปุ่ น ปุ่ เพื่อ พื่ การปฏิวัติ วั ติและสถาปนาระบบการปกครองแบบ สาธารณรัฐ รัในจีน จี ดร.ซุนยัด ยั เซ็น ซ็ รัฐ รั บุรุษ รุ นัก นั ปฏิวัติ วั ติจีน จี เป็นมหามิตมิรกับนายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ เคยเดินดิ ทางเยี่ย ยี่ มเยือ ยื นประเทศไทย จำ นวน ๒ ครั้ง รั้ ตามบัน บั ทึกของทางการสยาม หนัง นั สือ สื งานศพของ ธิดธิานายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ บัน บั ทึกไว้ว่ ว้ า ว่ “ดร.ซุนยัด ยั เซ็น ซ็ หัว หั หน้า น้ คณะก๊กหมิ่งมิ่ตั๋ง ตั๋ สนใจในตัวท่าน และได้ เดินดิทางมายัง ยั ประเทศไทยโดยพำ นัก นั อยู่ที่ ยู่ ที่ บ้า บ้ นของท่าน เพื่อ พื่ รณรงค์ขอความสนับ นั สนุน นุ จาก ชาวจีน จี โพ้น พ้ ทะเลในประเทศไทย” ดร.ซุนยัด ยั เซ็น ซ็ เข้า ข้ มาในประเทศไทยเป็นครั้ง รั้ สุด สุ ท้าย เมื่อ มื่ วัน วั ที่ ๒๐ พฤศจิกจิายน ๒๔๕๑ เพื่อ พื่ ระดมทุน ทุ สำ หรับ รัใช้จ่ ช้ า จ่ ยในกิจกรรมปฏิวัติ วั ติในช่ว ช่ งนี้ ดร.ซุนยัด ยั เซ็น ซ็ มีก มี ารแสดงปาฐกถาเรีย รี กร้อ ร้ งให้ช ห้ าวจีน จี โพ้น พ้ ทะเลสนับ นั สนุน นุ การปฏิวัติ วั ติประชาธิปธิ ไตยที่ต้องการ โค่นล้มราชสํา สํ นัก นั ชิงชิแมนจู ชาวจีน จี โพ้น พ้ ทะเลในเอเชีย ชี อาคเนย์บ ย์ ริจริาคเงินสนับ นั สนุน นุ การปฏิวัติ วั ติ ครั้ง รั้ นี้ โดยระหว่า ว่ งปี๑๙๐๗-๑๙๐๘ มีย มี อดรวมถึง ๑๔๐,๐๐๐ หยวน ดร.ซุนยัด ยั เซ็น ซ็ ยกย่อ ย่ งว่า ว่ “ชาวจีน จี โพ้น พ้ ทะเลคือมารดาผู้ใผู้ห้กำ ห้ กำ เนิดนิการปฏิวัติ วั ติ” พุทธศักราช ๒๔๗๐ ได้รั ด้ บ รั การแต่งตั้ง ตั้ ให้เ ห้ป็นหัว หั หน้า น้ฝ่ายวิเวิทศสัม สั พัน พั ธ์ข ธ์ องก๊กมินมิตั๋ง ตั๋ (สภานายกคณะกรรมการ ชาวจีน จี ในต่างแดน) พุทธศักราช ๒๔๗๑ ได้รั ด้ บ รั การเลือกตั้ง ตั้ เป็นคณะกรรมการควบคุม คุ กฎ และได้รั ด้ บ รั เชิญชิจากรัฐ รั บาลจีน จี ที่นานกิง ให้เ ห้ ข้า ข้ ร่ว ร่ มประชุมใหญ่ส ญ่ มัช มั ชาครั้ง รั้ ที่ ๓ พุทธศักราช ๒๔๗๔ รัฐ รั มนตรีปรี ระจำ กระทรวงชาวจีน จี โพ้น พ้ ทะเล รัฐ รั บาลจีน จี พุทธศักราช ๒๔๗๕ ๓๐ มิถุมิน ถุ ายน พ.ศ.๒๔๗๕ นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ ได้มี ด้ โมี ทรเลขกราบบัง บั คมทูล ทู พระมหากษัตริย์ริ ย์ แสดงความชื่น ชื่ ชมยินยิดีที่ ดี ที่ ทรงพระกรุณ รุ าพระราชทานรัฐ รั ธรรมนูญนู แก่ประชาชนชาวไทย รัฐ รั บาลจีน จี นานกิง จัด จั พิธี พิ ส ธี ถาปนาเมือ มื งหลวง แถวล่างซ้า ซ้ ย ประธานาธิบ ธิ ดีเจีย จี งไคเจ็ก จ็ ไต้หวัน วั นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง เติ้ง เจ๋อ จ๋ หยู อู๋ เฉาซู่ ฯลฯ นายพลตรี หลวงพิบูพิบู ลสงครามนายกรัฐ รั มนตรี กรณีการอสัญ สั กรรม ในหนัง นั สือ สื พิมพิพ์อุ พ์ อุ ทิศในงาน ฌาปนกิจศพ ของนายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง ดัง ดั นี้ “ข้า ข้ พเจ้า จ้ เริ่มริ่รู้จั รู้ ก จั กิตติคุณ คุ ของท่านเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง ในราวปี พ.ศ.๒๔๕๔ ซึ่ง ซึ่ในขณะนั้น นั้ ท่าน เป็น ป็ เจ้า จ้ ของบรรณาธิกธิาร และผู้พิผู้ มพิพ์ ผู้โผู้ฆษณา หนัง นั สือ สื พิมพิพ์จี พ์ น จี โนสยามวารศัพท์ ข้า ข้ พเจ้า จ้ได้อ่ ด้ อ่ าน หนัง นั สือ สื พิมพิพ์ฉ พ์ บับ บั นี้ต นี้ ลอดมาเป็น ป็ เวลานาน อันชื่อ ชื่ เสีย สี งหนัง นั สือ สื พิมพิพ์จี พ์ น จี โนสยามวารศัพท์ใน ยุคนั้น นั้ บรรดานัก นั อ่านหนัง นั สือ สื พิมพิพ์ใพ์ นเมือ มื งไทย ย่อ ย่ มจะจำ ได้ดี ด้ ดี หนัง นั สือ สื พิมพิพ์จี พ์ น จี โนสยามวารศัพท์ ภายใต้การบงการของท่านเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ ได้ทำ ด้ ทำ เกียรติไว้ใว้ นประเทศไทยเป็น ป็ อันมาก ฐานเป็น ป็ หนัง นั สือ สื พิมพิพ์ผู้ พ์ หผู้ ลักผู้ใผู้หญ่ผู้ทำผู้ ทำ หน้า น้ ที่ประสาน ไมตรีร รี ะหว่า ว่ งชนชาติจีน จี กับชาติไทยให้ส ห้ นิทนิสนม กลมเกลียวกันเป็น ป็ อย่า ย่ งดี”ดี นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง ถึงแก่อสัญ สั กรรม วัน วั ที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๘๒ นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง เป็น ป็ บุคคลที่สำ คัญ คนหนึ่ง นึ่ ของสัง สั คมไทย ในฐานะที่เป็น ป็ เจ้า จ้ ของ หนัง นั สือ สื พิมพิพ์จี พ์ น จี โนสยามวารศัพท์และเป็น ป็ ผู้นำผู้ นำ ก๊กมินมิตั๋ง ตั๋ ในประเทศไทย ดัง ดั คำ ไว้อ ว้ าลัย ฯพณฯ ปรีดี รี ดี พนมยงค์ เขีย ขี นอุทิศย่อ ย่ หน้า น้ สุด สุ ท้ายไว้ว่ ว้ า ว่ “ณ อวสานนี้ ข้า ข้ พเจ้า จ้ ขออธิษธิฐาน ให้ผ ห้ ลกุศ กุ ลกรรม ซึ่ง ซึ่ นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง ได้ก ด้ ระทำ ไว้ทั้ ว้ ทั้ ง ทั้ ในส่ว ส่ นที่เกี่ยวกับประเทศจีน จี และ ที่เกี่ยวกับประเทศไทยจงบัน บั ดาลให้ นายเซีย ซี วฮุดเส็ง ส็ สีบุ สี บุญเรือ รื ง ประสพความสุข สุ ในสัม สั ปรายภพทุก ทุ ประการ เทอญ”


"การหาคนไทยที่มีความรู้วิชาบัญชีค้าขาย ของชาวตะวันตก เห็นจะหาได้ไม่มากคนนัก และ เป็นเครื่องบ่งชี้อยู่ว่า นายเคงเหลียน เป็นผู้ที่มี ความสามารถ ต่อมาไม่นานนายเคงเหลียนก็ได้ เลื่อนหน้าที่ในราชการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของ ที่ปรึกษา (ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ) อันเป็นตำ แหน่ง ที่ต้องมีความรู้ในภาษาอังกฤษดีซึ่งนายเคง เหลียน มีความสามารถในหน้าที่นี้เป็นอย่างดี" "งานในแผนกทะเบียนเรือนั้นเป็นงานที่ สำ คัญยิ่ง นายเคงเหลียนได้พยายามวางหลัก ระเบียบโครงงานให้เข้ารูปเข้ารอย ด้วย ปฏิภาณความสามารถอย่างรวดเร็วทันท่วงที ปลดเปลื้องความเดือดร้อนไปได้ทุกกรณี ในส่วนการจดทะเบียนเรือยนต์และเรือกลไฟนั้น นายเคงเหลียน ก็ได้ใช้ความรู้และไหวพริบ เจรจาโต้ตอบ เป็นที่ตกลงประนีประนอม โดยมิได้มีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้นเลย" นายเซียวเคงเหลียน (ดอกบัวงาม) 蕭慶蓮 สีบุญเรือง เกิดที่ตำ บลบางรัก เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๑๘ เป็นบุตรคนสุดท้องของนายเซียวเลี่ยงอัน และนางหยิว มีพี่ ๓ คน คือ นายเซียวฮุดเกี้ยด นายเซียวฮุดเส็ง และนางฮุดเพ็ชร ด้านครอบครัว สมรสกับ น.ส.แก้ว สุนอนันต์ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๔๔ มีบุตรธิดา รวม ๘ คน คือ ด.ญ.อำ พัน สีบุญเรือง (เสียชีวิตตั้งแต่ยังเยาว์) นายจรูญ สีบุญเรือง ท่านผู้หญิงถวิล ประกอบนิติสาร (ถวิล บุณยัษฐิติ) ศ.พญ.จินดาภา สายัณหวิกสิต ศ.ดร.จิตรเกษม สีบุญเรือง นายโตสิต สีบุญเรือง ผศ.ลดา รัตกสิกร และ หม่อมมาลินี สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา และมีบุตรธิดากับนางจวน (ภิรมย์นาม) สีบุญเรือง รวม ๕ คน คือ นายวิรัช สีบุญเรือง นายเฉลิม สีบุญเรือง นางฉลวย ฟรีแมน นายทวี สีบุญเรือง และ น.ส.เสริมศรี สีบุญเรือง การศึกษา บิดาและมารดาได้ให้ความสำ คัญกับการศึกษาของบุตรธิดาเป็นอย่างมาก ด้านภาษาจีนนั้นได้ สั่งซินแสผู้มีความรู้ดีมาจากประเทศจีนให้มาอยู่ในบ้านเพื่อสอนหนังสือแก่บุตรธิดาจนมีความรู้ ในอักษรศาสตร์จีนเป็นเยี่ยม ด้านภาษาไทยนั้นก็ได้อาศัยหมู่ญาติที่มีความรู้ภาษาไทยช่วยสอน บุตรธิดาอยู่เป็นนิจ โดยใช้หนังสือจินดามณีเป็นแบบเรียน ต่อมาเมื่ออายุ ๑๐ ขวบเศษ นายเซียวเคงเหลียน จึงเข้าเรียนหนังสืออังกฤษที่โรงสวดหมอสมิธ ตรงข้ามไปรษณีย์กลาง จากนั้นเข้าเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญจนถึงชั้น ๔ เเละย้ายไปเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลเปิดใหม่ เยื้องเวิ้งนครเขษม มีชาวฮินดูที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษเป็นครู คุณพ่อพ่เคงเหลียน และคุณแม่แม่ก้วก้สีบุญเรือรืง สนามหน้าน้บ้าบ้นสิวะดล พุทพุธศักราช ๒๔๖๘ จากซ้าซ้ยแถวหน้าน้จิตจิรเกษม และโตสิต แถวหลัง คุณแม่แม่ก้วก้ลดา คุณป้าป้เพ็ชพ็ร คุณพ่อพ่เคงเหลียน มาลินี ถวิลวิจินจิดาภา ด.ญ.อำ พันพัสีบุญเรือรืง และ ด.ญ.ถวิลวิสีบุญเรือรืง พุทธศักราช ๒๔๔๗ - ๒๔๔๘ ปลัดกรมกองกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๔๘ - ๒๔๕๙ โอนเข้ารับราชการ ในกรมเจ้าท่า โดยที่ปี พุทธศักราช ๒๔๔๘ เป็นปีที่มีการตั้ง กรมเจ้าท่าขึ้น ทางราชการต้องการผู้เชี่ยวชาญ ด้านภาษาอังกฤษ จึงขอโอนตัวนายเซียวเคงเหลียน มาอยู่กรมเจ้าท่า ตำ แหน่งหัวหน้ากองทะเบียนเรือ พระยามไหศวรรย์ ซึ่งรับราชการอยู่ที่กรมเจ้าท่า ในช่วงเดียวกันกับนายเซียวเคงเหลียน ท่านได้ กล่าวถึงนายเซียวเคงเหลียนว่า… การทำ งาน พุทธศักราช ๒๔๓๔ เข้าฝึกงานที่ห้างวินเซอร์ นายเซียวเคงเหลียนได้เข้าฝึกงานที่ห้างวินเซอร์ หรือที่เรียกกันว่าห้างสี่ตา แผนกสินค้าเข้า รับผิดชอบงานสารบาญอินวอยซ์เป็นหลัก แต่ นายเซียวเคงเหลียน มิได้ยอมให้ตนอยู่ว่างเปล่า จึงได้อาสาช่วยเสมียนใหญ่ในการรับของจาก เรือกลไฟไปเข้าโกดังสินค้า จนสามารถปฏิบัติ งานแทนได้ในเวลาอันสั้นและได้เรียนรู้งานต่างๆ เช่น การเขียนบิล สัญญาใช้เงิน การเข้าบัญชี สต๊อก เป็นต้น ต่อมาเสมียนใหญ่ได้ถึงแก่กรรม กะทันหัน นายเซียวเคงเหลียนก็ได้รับตำ แหน่ง แทน ทั้งๆ ที่ฝึกงานอยู่ได้เพียง ๖ เดือนเท่านั้น พุทธศักราช ๒๔๔๒ - ๒๔๔๗ เข้ารับราชการ ในกรมศุลกากร มีหน้าที่ทำ บัญชีข้าวขาออก ซึ่งถือกันในสมัยนั้น ว่าเป็นของยากยิ่งกว่าบัญชีอื่นๆ ในกรม ศุลกากร จึงเป็นตำ แหน่งที่มีอัตราเงินเดือนสูง พระยาเสวกวรายุตก์ (สวน รักตบุตร) อดีต อธิบดีกรมศุลกากร ได้กล่าวถึงนายเคงเหลียน ว่า…


ถึงถึแก่กก่รรม ๔ ตุลตุาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓ นายเซียซีวเคงเหลียนถึงแก่กก่รรมด้วด้ยโรคประจำ ตัว เมื่อมื่อายุ ๖๕ ปี พระยาอนุมานราชธน (ยง เสถียรโกเศศ) ได้รด้ะบุไว้ ในบันบัทึกทึคำ ไว้อว้าลัยแก่นก่ายเซียซีวเคงเหลียนว่าว่ "เขาเปรียบรอยเท้าท้บนหาดทรายเหมือมืนชีวิชีตวิของคน ที่เที่กิดกิมา ถ้าถ้เป็นป็คนที่มีที่คุมีคุณความดี ก็เก็สมือมืนรอยเท้าท้ที่ เห็นห็เด่นด่ชัดชัอยู่ใยู่นทราย...ข้าข้พเจ้าจ้รู้สึกว่าว่ นายเคงเหลียน ได้ทิ้ด้ ทิ้งทิ้รอยไว้บว้นหาดทรายแห่งห่ชีวิชีตวิ เป็นป็รอยที่เที่ห็นห็เด่นด่ชัดชัควรเป็นป็ที่น่ที่าน่ยินยิดี"ดี สนามหน้าน้บ้าบ้นสิวะดล คุณแม่แม่ก้วก้กับกัลูกสาว ๕ คน ฝีมืฝีอมืถ่ายภาพของคุณพ่อพ่เคงเหลียน หมายเหตุ: สถานที่ตั้ที่ ตั้งของบ้าบ้นสิวะดล ปัจปัจุบันบัเป็นป็ สถานที่ตั้ที่ ตั้งของ พาร์คร์สีลม (อาคารสำ นักนังานและ ร้าร้นค้าเชิงชิพาณิชณิย์ ระดับดัพรีเรีมียมีม) พุทธศักราช ๒๔๕๙ - ประมาณ พุทธศักราช ๒๔๗๗ ประกอบอาชีพชีค้าค้ขายส่วนตัวตั ตั้งตั้บริษัทยาสูบสยาม นายเซียซีวเคงเหลียนคิดส่วนผสมยาสูบ ผลิต หาตลาด ส่งสินค้าเอง จนสามารถส่งออกและชนะการประกวด รางวัลวัคุณภาพมาตรฐานสินค้าจากต่างประเทศ ตั้งตั้ห้าห้งเทพนครพาณิชณิย์ จำ หน่าน่ยจักจัรยานยี่ห้ยี่อห้ฮัมเบอร์จร์ากประเทศอังอักฤษ ซึ่งซึ่ได้รัด้บรัความนิยนิมอย่าย่งมากเนื่อนื่งจากจักจัรยานเป็นป็ ของแปลกใหม่ใม่นสมัยมันั้นนั้ต่อมาจึงจึ ได้เด้ปิดปิตลาดสินค้า ใหม่ด้ม่วด้ยการสั่งวิทวิยุเข้าข้มาเมื่อมื่ทางราชการเริ่มริ่มีสมีถานี กระจายเสียงทางวิทวิยุ กิจกิการเจริญริรวดเร็วร็จนต้อง สร้าร้งคลังสินค้าและสำ นักนังานใหม่ ตั้งตั้อู่ซ่อู่ อ ซ่ มรถยนต์ เนื่อนื่งจากสมัยมันั้นนั้เริ่มริ่มีกมีารนำ เข้าข้รถยนต์จำ นวนมาก แต่หาอู่ซ่อู่ อซ่มไม่ใม่คร่ไร่ด้ นายเซียซีวเคงเหลียน เริ่มริ่ต้นจาก การเรียรีนวิชวิาเครื่อรื่งยนต์ทางไปรษณีย์ณีจย์ากต่างประเทศ จนสามารถซ่อซ่มรถยนต์ของตนเองได้ จึงจึเปิดปิอู่ซ่อู่ อซ่ม รถยนต์ขึ้นขึ้กิจกิการเจริญริก้าก้วหน้าน้จนต้องจ้าจ้งนายช่าช่ง ชาวต่างประเทศมาช่วช่ย ต่อมานายเซียซีวเคงเหลียนได้ ขายอู่ซ่อู่ อซ่มรถให้บห้ริษัริ ษัทมัลมัคัมเบรังรัเย คุณพ่อพ่เคงเหลียน สีบุญเรือรืง เล่นไวโอลิน พุทพุธศักราช ๒๔๖๘ ถ่ายที่บ้ที่าบ้นสิวะดลในวันวัมงคลสมรสของจรูญรูและ ระเบียบีบ เมื่อมื่วันวัที่ ๑๐ มกราคม พุทพุธศักราช ๒๔๗๒ คุณแม่แม่ก้วก้คุณพ่อพ่เคงเหลียน คุณป้าป้เพ็ชพ็ร (นั่งนั่) จรูญรูระเบียบีบ ถวิลวิหลวงประกอบนิตินิ ติสาร (ยืนยื ) ผลงานด้าด้นพุทธศาสนาและวิชวิาการ (แปลหนังนัสือประวัติวัพติระถังถัซัมซัจั๋งจั๋ฉบับบัภาษาไทย) นายเซียซีวเคงเหลียนได้ใด้ช้เช้วลา ๕ ปี ในช่วช่งสุดท้าท้ย ของชีวิชีตวิด้วด้ยความพากเพียพีรในการค้นคว้าว้หา หลักฐานทางประวัติวั ติศาสตร์เร์กี่ยกี่วกับกั ประวัติวั ติ พระถังซัมซัจั๋งจั๋จาริกริจากประเทศจีนจี ไปสืบพระพุทพุธ ศาสนาในประเทศอินอิเดียดีและนำ หลักฐานดังดักล่าว มาใช้ใช้นการแปลจดหมายเหตุการจาริกริครั้งรั้นี้จนี้าก ฉบับบัภาษาอังอักฤษโดยเทียทีบเคียงกับกัต้นฉบับบัภาษาจีนจี ออกมาเป็นป็ภาษาไทย โดยในการตีความหมายของ คำ ภาษาจีนจีนั้นนั้นายเซียซีวเคงเหลียนได้รัด้บรัอุปอุการคุณ เป็นป็อย่าย่งมากจากพี่ชพี่าย คือนายเซียซีวฮุดเส็ง ซึ่งซึ่เป็นป็ เรื่อรื่งที่นที่ายเซียซีวเคงเหลียนรำ พันพัถึงอยู่เยู่นือนืงนิตนิย์ นายชวน หลีกภัยภัอดีตดีนายกรัฐรัมนตรี ได้ใด้ห้สัห้ สัมภาษณ์แณ์ก่สื่ก่ สื่อมวลชน ในงานนิทนิรรศการ “หนังนัสือสุดรักรัของคนรักรัหนังนัสือ" เมื่อมื่เดือดืน มิถุมิถุนายน พุทพุธศักราช ๒๕๔๑ ว่าว่ "หนังนัสือที่ผที่มอ่าอ่น และชอบที่สุที่สุดตลอดมา คือประวัติวั ติพระถังซัมซัจั๋งจั๋ซึ่งซึ่ แปลโดยนายเคงเหลียน สีบุญเรือรืง ผมอ่าอ่นแล้วอ่าอ่น เล่าหลายครั้งรั้ไม่เม่บื่อบื่เลย....หนังนัสือเล่มนี้แนี้สดงแนวคิด ของพุทพุธศาสนามหายานที่เที่น้นน้การอุทิอุศทิตนเพื่อพื่ ช่วช่ยเหลือสัตว์โว์ลก แสดงหลักการว่าว่หากคน ธรรมดา ๆ ที่มีที่ศมีรัทรัธาแรงกล้าที่จที่ะทำ งานยิ่งยิ่ ใหญ่ ให้สำห้ สำเร็จร็แล้วมุมมุานะพยายาม ยอมลำ บากต่างๆ นานา ไม่ใม่ช่ชีช่วิชีตวิที่หที่ลับตาฝันฝั ไปแล้วมีสิ่มี สิ่งศักดิ์สิดิ์ สิทธิ์ มาบันบัดาล ผมไม่อม่ยากให้เห้ชื่อชื่เช่นช่นั้นนั้ผมเชื่อชื่ว่าว่คนเรา ต้องมุมมุานะ ต้องทำ งานหนักนัเหมือมืนพระถังซัมซัจั๋งจั๋ ที่พที่บอุปอุสรรคร้อร้ยแปด เเต่เอาชนะได้…ด้ " รถเปิดปิ ประทุน จอดที่บัที่นบั ไดด้าด้นข้าข้งของบ้าบ้นสิวะดล จากซ้าซ้ย คนขับขัรถ จรูญรูคุณป้าป้เพ็ชพ็ร มาลินี ถวิลวิ คุณพ่อพ่เคงเหลียน สีบุญเรือรืง กับกัจักจัรยานคันแรกๆ ที่สั่ที่ สั่งมาขายที่ห้ที่าห้งเทพนครพาณิชณิย์ ๑๕ กรกฎาคม พุทพุธศักราช ๒๔๖๘ เล่นกันกัยามเย็นย็ สนามบ้าบ้นสิวะดล จินจิดาภา (กำ ลังเข็นข็รถให้มห้าลินี)นี โตสิต ลดา จิตจิรเกษม ความสามารถพิเพิศษด้าด้นดนตรี พระยามไหศวรรย์ซึ่ย์งซึ่เป็นป็ผู้หผู้ นึ่งนึ่ที่สที่นิทนิสนมกับกั นายเซียซีวเคงเหลียนได้เด้ล่าว่าว่ “นายเคงเหลียนมีคมีวามรู้ ความสามารถด้าด้นศิลปวัฒวันธรรมและวิทวิยาการหลาย แขนงโดยเฉพาะศิลปะการดนตรี มีชื่มีอชื่เสียงมากผู้หผู้ นึ่งนึ่ เคยเป็นป็นายวงดนตรีขรีองกรมเจ้าจ้ท่าท่เล่นซอไวโอลิน และ ตีขิมขิ ได้ช่ำด้ช่ำชองเป็นป็อย่าย่งดี ซอไวโอลินนั้นนั้สีได้ได้พเราะ จับจั ใจฝีมืฝีอมืชั้นชั้เยี่ยยี่ม การตีขิมขินั้นนั้นับนัว่าว่เป็นป็คนไทยคนแรก ที่นำที่นำขิมขิจีนจีมาเล่นและคิดดัดดัแปลงเข้าข้กับกัเครื่อรื่งดนตรีไรีทย ให้ปห้ระสมประสานกับกัเครื่อรื่งสายได้เด้ป็นป็อย่าย่งดี สามารถ แต่งเพลงจดโน้ตน้ ได้ทั้ด้งทั้โน้ตน้จีนจีและโน้ตน้ ฝรั่งรั่”


Click to View FlipBook Version