นางสาวนรู ฟาซีลา เจะ๊ นา
6120117181 ศษ.ไอทวี ดั ผล
ทฤษฎีการตอบสนองขอ้ สอบ
(Item Response Theory)
ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ เป็นทฤษฎกี ารวัดทีอ่ ธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะภายใน หรือ
ความสามารถท่ีมีอย่ภู ายในตัวบุคคลกับพฤติกรรมการตอบสนองข้อสอบของบุคคลน้ันวา่ มีโอกาสตอบ ข้อสอบ
ถูกมากน้อยเพียงไร ทฤษฎีน้ีมีพื้นฐานความเช่ือว่าพฤติกรรมการตอบสนองต่อข้อสอบของผู้สอบ ซึ่งเป็นสิ่ง
สังเกตได้โดยตรงว่าถูกหรือผิด จะถูกกาหนดโดยคุณลักษณะภายใน (Trait) หรือความสามารถ (Ability) ที่อยู่
ภายในตัวบุคคล ซ่ึงเป็นสิ่งท่ีไม่สามารถสังเกตได้โดยตรง ทฤษฎีน้ีได้อธิบายความสัมพันธ์ดังกล่าวในรูปของ
ฟังก์ชันคณิตศาสตร์หรือโมเดลที่แสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างระดับความสามารถ คุณลักษณะของข้อสอบ และ
โอกาสของการตอบข้อสอบได้ถูก ที่เรียกว่า “ฟังก์ชันการตอบสนองข้อสอบ ” (Item Response Function)
ซ่ึงมีหลายรูปแบบ เช่น ฟังก์ชันปกติสะสม (Normal Ogive Function) ฟังก์ชันโลจิส (Logistic Function)
เปน็ ตน้ ซ่ึงขน้ึ อย่กู บั ข้อตกลงเบือ้ งตน้ ธรรมชาตขิ องการทดสอบและข้อมูลจากการทดสอบ
จากฟังกช์ นั การตอบสนองขอ้ สอบสามารถนา มาใช้ศกึ ษาความสมั พนั ธ์ระหว่างความน่าจะเปน็ ใน การ
ตอบข้อสอบแต่ละข้อได้ถูกต้อง [ Pi (θ) ] กับระดับความสามารถของผู้สอบท่ีวัดได้โดยแบบสอบฉบับนั้น
(θ)เมื่อนามาเขียนเป็นกราฟได้“โค้งลักษณะข้อสอบ” (Item Characteristic Curve ; ICC) โค้งลักษณะ
ข้อสอบมีได้หลายลักษณะข้ึนอยู่กับโมเดล(Model) หรือแบบจาลองท่ีใช้อธิบายความสัมพันธ์ดังกล่าวเช่น
โมเดลแบบหนงึ่ พารามเิ ตอร์ สองพารามเิ ตอร์ หรือ สามพารามเิ ตอร์ เปน็ ตน้
ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ (Item Response Theory) จงึ อยบู่ นฐานความคิด 2 ประการ
1. ผลการตอบข้อสอบหรอื ขอ้ คาถามของผู้ตอบสามารถอธิบายดว้ ยความสามารถที่มีอยู่ในตัวผู้สอบ
2. ความสัมพันธ์ระหว่างผลการตอบข้อสอบกับความสามารถที่มีอยู่ภายในสามารถอธิบายได้ด้วยฟังก์ชัน
ลักษณะข้อสอบหรือโค้งลักษณะข้อสอบ ICC อันมีฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ เรียกว่า ฟังก์ชันโลจิส
(Logistic function)
ดังนั้นทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบพยายามอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างคุณลักษณะ ภายในหรื อ
ความสามารถภายในที่มีอยู่ภายในตัวบุคคลกับพฤติกรรมการตอบสนองข้อสอบของบุคคลน้ันว่ามีโอกาสตอบ
ข้อสอบถกู มากนอ้ ยเพยี งไร ซง่ึ สามารถเขยี นในรูปสมการได้ ดงั น้ี
p = f ( )
p แทน ผลการสอบ (Performance)
f แทน ฟงั กช์ ัน (Function)
θ แทน ความสามารถ (Ability)
โมเดลการตอบสนองข้อสอบ U (Item Response Model)
1.1 ประเภทของโมเดลการตอบสนองข้อสอบ
1) โมเดลการตอบสนองข้อสอบท่ีใช้กับคะแนนรายข้อแบบ 2 ค่า (Dichotomous) เป็น
ข้อสอบทต่ี รวจให้คะแนน 0, 1 (ตอบผดิ ได0้ คะแนน, ตอบถกู ได1้ คะแนน)
2) โมเดลการตอบสนองข้อสอบทีใ่ ช้กับคะแนนรายข้อแบบมากกวา่ 2 ค่า
3) โมเดลการตอบสนองข้อสอบทีใ่ ชก้ บั คะแนนรายขอ้ แบบตอ่ เนื่อง
1.2 พารามเิ ตอรข์ องโมเดลการตอบสนองข้อสอบ
1) พารามิเตอรข์ องผูต้ อบ (Examinee’s Parameter)
2) พารามิเตอรข์ องผู้สอบ (Item Parameter)
3) คา่ คงท่ี (Constant)
ข้อตกลงเบอ้ื งตน้
1. ความเป็นมิติเดียว (Unidimension) หมายถึง ผลการตอบข้อสอบของผู้เข้าสอบ สามารถอธิบาย
ความสามารถหรือคณุ ลักษณะภายในเพยี งด้านใดด้านหนึ่งของผู้เข้าสอบ และ คุณลักษณะภายในดา้ นเดยี วน้ีมี
ความหมายเหมือนเป็นมิติเดียว ซึ่งข้อตกลงน้ี ชี้ให้เห็นว่าอาจมี คุณลักษณะของข้อสอบบางประการท่ีส่งผล
ร่วมต่อการตอบข้อสอบเข้ามาเก่ียวข้อง ดังนั้น จึงควร กาหนดความเป็นมิติเดียวให้เป็นลักษณะเด่น
(Dominant) หรอื ลกั ษณะหลัก เพอ่ื ที่จะนาไปอธบิ าย ผลการตอบขอ้ สอบของผู้เขา้ สอบได้
2. ความเปน็ อสิ ระในการตอบข้อสอบ (Local Independence) หมายถึง เมื่อค่าความสามารถของผู้
เขา้ สอบเป็นคา่ แน่นอน การตอบข้อสอบแตล่ ะขอ้ ของผู้เขา้ สอบคนหน่ึงจะมีความ เป็นอิสระจากกัน กลา่ วไดว้ ่า
การตอบข้อสอบข้อใด ๆของผู้เข้าสอบจะไม่มีผลต่อข้อสอบข้ออื่น ๆ เลย แตส่ ่ิงที่ส่งผลต่อการตอบข้อสอบแต่
ละข้อเป็นผลมาจากความสามารถของผู้เข้าสอบเท่านั้น ความเป็นอิสระในการตอบข้อสอบ ทาให้
คา่ พารามเิ ตอร์ข้อสอบยังเป็นคา่ คงที่ ไม่วา่ ข้อสอบข้อน้ัน อยู่ตาแหนง่ ใด ๆ ก็ตาม
3. โค้งคุณลักษณะของข้อสอบ (Item Characteristic Curve: ICC) หรือฟังก์ชัน การตอบสนอง
ข้อสอบ (Item Response Function: IRF) เป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่แสดง ความสัมพันธ์ระหว่างความ
นา่ จะเป็นของการตอบข้อสอบถกู กับระดับความสามารถของผู้เข้าสอบ
4. ข้อสอบท่ีไม่แข่งขันดา้ นเวลา (Nonspeeded Test Administration) หมายความว่า ข้อสอบท่ีใช้
ต้องไม่เป็นข้อสอบประเภทความเร็ว ผู้สอบทุกคนมีโอกาสข้อสอบทุกข้อโดยไม่มีข้อจากัดเก่ียวกับ ปัจจัยเวลา
เพอ่ื ใหค้ ะแนนเปน็ ตัวประมาณคา่ ความสามารถทแ่ี ท้จริง ของผู้สอบ
ลกั ษณะสาคญั
1. คุณสมบัตขิ องความไมแ่ ปรเปลยี่ นของค่าพารามิเตอร์ (Invariance)
1.1 ความไม่แปรเปลี่ยนของพารามิเตอร์ขอ้ สอบ (Item Invariance)
1.2 ความไมแ่ ปรเปลย่ี นของพารามเิ ตอร์ความสามารถของผู้สอบ (Ability Invariance)
2. ฟงั กช์ ันสารสนเทศของข้อสอบและแบบสอบ Item and Test Information)
2.1 ฟงั ก์ชนั สารสนเทศของข้อสอบ (Item Information )
2.2 ฟงั กช์ นั สารสนเทศของแบบสอบ (Test Information )
2.3 ประสิทธภิ าพสมั พนั ธ์ (Relative Efficiency)
ขอ้ ดีและข้อจากดั
ข้อดี
1. สามารถบอกความสามารถทแี่ ท้จรงิ ของผู้ตอบและคณุ ภาพของขอ้ สอบและ แบบสอบ
2. นกั เรยี นไมต่ อ้ งใชแ้ บบทดสอบท้ังฉบบั
3. ใชใ้ นการคดั เลอื กขอ้ สอบ ชุดข้อสอบใหต้ รงกับความสามารถของผ้เู รียนและให้เหมาะสมกับส่ิงท่ีต้องการวดั
ขอ้ จากดั
1. กลุ่มผูต้ อบขนาดใหญ่ท่ีเปน็ ตวั แทนประชากร
2. มหี ลายขน้ั ตอนในการจดั กระทา
3. ในการนาไปใช้เหมาะสมกบั กลุ่มผู้ทม่ี ่คี วามรู้
ความแตกต่างระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดมิ (classical test theory)
กบั ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ (Item response theory)
ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมเป็นองค์ความรู้ที่มีนัยทั่วไปเก่ียวกับการทดสอบ วิธีการแก้ปัญหาการ
ทดสอบ และพัฒนาเคร่ืองมือการทดสอบในแนวประเพณีนิยม ซึ่งจะช่วยให้นักวัดผลสามารถทาการสร้างและ
พัฒนาแบบทดสอบให้มีคุณภาพ สามารถวัดและแปลความหมายผลการวัดได้อย่างถูกต้อง ตลอดจนสามารถ
นาสารสนเทศไปใช้สาหรับการตดั สินใจทางการศึกษาได้อยา่ งเหมาะสม
ส่วนทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบเป็นทฤษฎีการทดสอบแนวใหม่ซ่ึงได้การนิยมและนาไปใช้เพื่อ
พัฒนาคุณภาพของแบบวัดทฤษฎีนี้ มุ่งศึกษาลักษณะแฝงหรือลักษณะต่างๆท่ีเป็นการอธิบายความสัมพันธ์
ระหวา่ งความสามารถท่ีมีอยู่ภายในตวั บคุ คล (Latent trait or ability) กับการตอบขอ้ สอบหรือข้อคาถามโดย
ใช้โค้งลักษณะข้อสอบ (Item Characteristic Curve : ICC) ซ่ึงมีการกาหนดลักษณะของข้อสอบด้วย
พารามิเตอร์ความยาก (b) อานาจจาแนก (a) และโอกาสการเดาข้อสอบถูก (c) ซึ่งทฤษฎีการตอบสนอง
ข้อสอบสามารถบอกความสามารถท่ีแท้จริงของผู้ตอบและคุณภาพของข้อสอบและแบบทดสอบ นักเรียนไม่
ต้องใช้แบบทดสอบท้ังฉบบั และใชใ้ นการคัดเลือกข้อสอบ ชดุ ข้อสอบให้ตรงกับความสามารถของผู้เรียนและให้
เหมาะสมกับส่งิ ที่เราต้องการวดั