The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

002143 อจลญา สพป นม7

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อจลญา โสภัณฑ์, 2022-08-03 01:48:11

002143 อจลญา สพป นม7

002143 อจลญา สพป นม7

ห น ้ า | 43

หลกั การจดั การเรยี นร้แู บบ Supercar MODEL
การเรียนรู้โดยที่ผู้เรียนได้สะท้อนจากสภาพสิ่งแวดล้อมที่เกิดการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสร้าง

ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งผู้เรียนสามารถสร้างทางเลือก ที่จะได้รับความรู้ มีทักษะ และเจตคติที่เหมาะสมในการเตรียม
ความพร้อม และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลาย คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจและ
แก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจรู้ทันภาวการณ์เปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ผู้เรียนได้มี
ปฏิสัมพันธ์ Interaction กับสิ่งต่าง ๆ ได้แลกเปลีย่ นเรียนรู้จากบุคคลอื่น จากสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทางธรรมชาติ
และสื่อต่าง ๆ และมีความสามารถในการส่งผลการเรียนรู้สู่ชุมชน และสามารถสร้างเครือข่ายการเรียนรู้โดยใช้ชุมชน
ใกลเ้ คยี งเปน็ ฐานการเรียนรแู้ ละร่วมกนั ต้งั รบั ปรบั ตัวตอ่ การเปลี่ยนแปลงในอนาคต
จุดมุ่งหมายของการออกแบบการสอนแบบ SUPERCAR MODEL

1. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจในเคร่อื งมือทางภูมศิ าสตร์ K
2. เพื่อให้ผ้เู รียนมที ักษะในการนำหลักการใช้เครือ่ งมอื ทางภมู ศิ าสตร์มาใช้ในชวี ติ จรงิ P
3. เพ่ือให้ผู้เรียนมีเจตคติทดี่ ีต่อการเรยี นวิชาภมู ิศาสตร์ A
รูปแบบการสอน

ในการจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ข้าพเจ้าจึงได้นำเอาวิธีระบบ (System Approach) มาประยุกต์ใช้
กำหนดรูปแบบของการวางแผนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้การสอนแบบ SUPERCAR MODEL ซึ่งการ
ออกแบบการเรียนรปู้ ระกอบด้วย 8 ขัน้ ตอน

SUPERCAR MODEL 8 ข้นั ตอน คอื
S= social Tranformation หมายถึง การมีปฏสิ ัมพันธท์ างสังคมเป็นกลมุ่

U= Understanding หมายถงึ วิเคราะห์ปัญหาสู่ความเข้าใจ

P= Process skills หมายถึง การใช้ทักษะกระบวนการต่างๆเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้าง
ความรู้

E= Experiental Learning หมายถึง การเรียนรู้เชงิ ประสบการณ์

R= Relation หมายถึง ความสมั พันธ์ท่ดี ีตอ่ กนั

C= Construction of knowledgeหมายถงึ การให้ผ้เู รียนเป็นผู้สร้างความรดู้ ้วยตนเอง

A= Action learning หมายถงึ เรียนรจู้ ากการกระทำ

R= Result หมายถึง ผลลัพธ์

ห น ้ า | 44

รูปแบบการสอน SUPERCAR MODEL

Understanding

วเิ คราะหป์ ญั หาสคู่ วาม
เข้าใจ

Process skills social Tranformation

การใชท้ กั ษะกระบวนการต่างๆ การมีปฏิสัมพนั ธท์ าง
เพือ่ เป็นเครือ่ งมอื ในการสรา้ ง สงั คมเปน็ กลมุ่

ความรู้

Experiental Learning Result

การเรียนรเู้ ชงิ ผลลัพธ์
ประสบการณ์

Relation Action learning
ความสัมพันธท์ ่ีดตี อ่ เรียนรจู้ ากการ

กัน กระทำ

Construction of
knowledge

การใหผ้ ู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้
ด้วยตนเอง

ห น ้ า | 45

คำอธบิ ายรปู แบบการสอน
1.การวเิ คราะห์
1.1 วิเคราะหผ์ ้เู รียน
วิเคราะห์ลักษณะผเู้ รียน ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นทา้ วสุรนารี(ระดมอนุสรณ)์ เพือ่ ทผี่ ู้สอน

จะได้ทราบว่าผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนมากน้อยเพียงใด ผู้เรียนมีความสามารถทางสติปัญญา ความสนใจ
ประสบการณเ์ ดมิ เปน็ อยา่ งไร โดยการตง้ั คำถาม ถามผู้เรยี นเก่ยี วกบั เรอื่ ง เตรยี มพรอ้ มรับมอื และลดความเส่ียงจากภัย
พิบัติ และทดสอบก่อนเรยี นจำนวน 20 ขอ้

1.2 วเิ คราะหเ์ น้ือหา/หลกั สูตร
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) และหลักสูตร

สถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนท้าวสุรนารี(ระดมอนุสรณ์) เป็น
หลักสูตรที่มีมาตรฐานเป็นตัวกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพผู้เรียน เพื่อใช้เป็นหลักในการกำกับดูแล ตรวจสอบและ
ประเมินผลในการประกันคุณภาพการศึกษา ครูผู้สอนจึงต้องออกแบบการเรียนการสอนโดยเชื่อมโยงมาตรฐานการ
เรียนรู้ ตัวชี้วัด ไปสู่การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่มีการกำหนดสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่จะเกิด
ข้ึนกับผู้เรยี น เนื้อหาต้องมีความถูกต้องเหมาะสมต่อการเรียนรูข้ องผู้เรียน มีความทันสมัย สามารถนำไปประยุกต์ใช้
ในชวี ติ ประจำวันได้ รวมทัง้ สอดคล้องกับสภาพสังคมปจั จุบนั และเชอ่ื มโยงกับกลมุ่ สาระการเรยี นรูอ้ ื่นได้

2. กำหนดจดุ ประสงค์
หลังจากท่ผี ้เู รียนเรยี นไปแล้ว ผ้เู รยี นจะต้องเปลย่ี นแปลงพฤติกรรม ดังนี้

1. เพอ่ื ให้ผู้เรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจในเครอ่ื งมือทางภูมศิ าสตร์ K
2. เพอื่ ให้ผู้เรยี นมที ักษะในการนำหลกั การใช้เครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตรม์ าใช้ในชีวติ จรงิ P
3. เพื่อให้ผเู้ รยี นมเี จตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภมู ศิ าสตร์ A
3. กำหนดเนอ้ื หาวิชา
ศึกษาเนื้อหาวิชาตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
และหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนท้าวสุรนารี(ระดมอนุสรณ์) ปี พ.ศ.2564 โดยเลือกและลำดับเนื้อหาให้สอดคล้อง
กับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ดั

ส5.1 ม.3/1 ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทาง
กายภาพและสงั คมของทวปี อเมริกาเหนอื และอเมริกาใต้

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอ
ข้อมูลเก่ยี วกับลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี อเมรกิ าเหนอื และอเมริกาใต้นน้ั จะต้องรู้จกั เลือกใช้ให้เหมาะสม
กบั ลกั ษณะขอ้ มลู และสามารถใชเ้ ครอื่ งมอื ทางภมู ศิ าสตรห์ ลากหลายผสมกัน

ห น ้ า | 46

4. ประเมนิ ผลกอ่ นการเรียน
ทดสอบก่อนเรยี น เรอ่ื ง เครอื่ งมือทางภทู ิศาสตร์ จำนวน 20 ขอ้ เปน็ การทดสอบ พ้นื ความรเู้ ดมิ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับ

วิชาใหม่ และทดสอบพ้นื ความรู้ในวชิ าทีผ่ เู้ รยี นกำลงั จะเรียนต่อไป
5. ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้
ดำเนนิ กจิ กรรมการจัดการเรียนร้แู บบ SUPERCAR MODEL ประกอบดว้ ย 8 ข้นั คือ

ข้ันที่ 1 social Tranformation หมายถึง การมีปฏสิ มั พนั ธ์ทางสังคมเปน็ กลมุ่
ผู้เรียนนำผลลัพธ์ที่เกิดจากการสร้างความรู้ นำเสนอให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนโดยมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีโดยแต่ละกลุ่ม

จะช่วยส่งเสริม ปรับปรุงการทำงาน และการจัดการกับข้อมูล แสดงความคิดเห็นกันระหว่างสมาชิกในกลุ่ม จึงเป็นส่งิ
สำคญั ที่จะชว่ ยส่งเสริมการแลกเปล่ียนเรียนรู้ซ่งึ กนั และกันของผูเ้ รียน ผ้สู อนยกตัวอย่างเหตุการณ์ทีเ่ คยเกดิ ขนึ้ ที่ส่งผล
กระทบอย่างกว้างขวาง ผู้สอนสนทนา พูดคุย ซักถามผู้เรียน และตั้งสมมติว่าถ้าผู้เรียนตกอยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ
ผู้เรยี นจะทำอย่างไรให้ตนเองและสามารถช่วยเหลอื ผ้อู ื่นใหป้ ลอดภัย
ข้นั ท่ี 2 Understanding หมายถึง วเิ คราะหป์ ญั หาส่คู วามเขา้ ใจ

การกำหนดสถานการณ์หรือเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นจริงซึ่งเป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน เลือกปัญหาที่ตรงกับ
ความสนใจของผู้เรียน แล้วรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ ภายในและภายนอก
ห้องเรียน กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน การให้คำแนะนำ คำปรึกษา และช่วยอำนวยความสะดวกแก่
ผู้เรียนในการแสวงหาแหล่งข้อมูลกระตุ้นให้ผู้เรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาที่หลากหลายและเหมาะสม
ติดตามการปฏิบัติงานของผู้เรียนและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็น
ประชาธิปไตย เพอ่ื ให้ผูเ้ รยี นกล้าแสดงออกดเนความคิดเห็นและแสดงออกด้านการกระทำทเี่ หมาะสม
ข้นั ท่ี 3 Process skills หมายถงึ การใช้ทกั ษะกระบวนการต่างๆเพือ่ เป็นเครอ่ื งมือในการสร้างความรู้

การจัดกระบวนการเรียนรู้ เปน็ การเขา้ ความรู้ ด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ พยายามแกป้ ัญหา คน้ หาโดยการ
สืบเสาะ คน้ ควา้ เรือ่ งราวทสี่ นใจ จากเรือ่ งใดเรือ่ งหน่งึ จากแหลง่ ขอ้ มลู ความรทู้ ่ีมอี ยู่
ขั้นท่ี 4 Experiental Learning หมายถงึ การเรยี นรู้เชงิ ประสบการณ์

ผู้สอนอธิบายแนวทางการเชื่อมโยงเหตุการณ์ในข้ันตอนที่ 1 ขยายความ เปรียบเทียบ ผู้เรียนวิเคราะห์ และ
อธิบายให้เหตุผลสนบั สนนุ โดยนำประสบการณ์เดิมของตนออกมาใช้ในการเรยี น และแบ่งปันประสบการณข์ องตนเอง
กบั เพ่ือน ๆ ทีอ่ าจมีประสบการณ์คลา้ ยหรือแตกตา่ งกันใหผ้ เู้ รยี น
ขนั้ ที่ 5 Relation หมายถงึ ความสัมพันธ์ทดี่ ีตอ่ กนั

การสร้างสัมพันธภาพกับผู้เรียนเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสนใจสิ่งใหม่ๆ ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆที่ตั้งอยู่ใน
ระยะใกลต้ วั และไกลตัว การปรบั ปรุงพฤติกรรมและวธิ ีการสร้างสัมพันธภาพโดยการเรยี นรู้และเขา้ ใจผู้อ่ืน โดยมีการมี
องค์ประกอบที่เหมาะสม คือ การติดต่อพูดคุยระหว่างผู้เรียนหรือครูผู้สอน การมีประสบการณ์ร่วมกัน ความเชื่อที่
คล้ายคลึงกันของผเู้ รยี น

ห น ้ า | 47

ข้ันท่ี 6 Construction of knowledge หมายถึง การให้ผู้เรยี นเปน็ ผู้สร้างความรู้ดว้ ยตนเอง
ผู้สอนอธิบายให้ความรู้พื้นฐาน และตั้งคำถาม ผู้เรียนค้นพบและสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Construct) โดย

การค้นควา้ หาความรูจ้ ากแหล่งต่าง ๆ ทำความเขา้ ใจ สรา้ งความหมายขอ้ มลู ความรู้ จัดระเบียบโครงสร้างความรู้ และ
สรปุ ความร้ดู ว้ ยตนเอง ตั้งสมมติฐานถงึ ผลลัพธท์ ี่เกดิ ขนึ้ หากเงอื่ นไขเปลี่ยนแปลงแปลงไป
ขน้ั ที่ 7 Action Learning เรยี นร้จู ากการกระทำ

ผู้เรียนวางแผน ผลิตนวัตกรรม ที่เกิดจากความคิดเชื่อมโยงความรู้และทักษะที่มีกับความรู้ใหม่ และลง
มือสร้างนวัตกรรมในการเปลี่ยนโลกทัศน์จากประสบการณ์ของตน โดยผู้เรียนไตร่ตรองสะท้อนคิดเป็นวงจร เกิด
ระหวา่ ง และหลัง
ขั้นที่ 8 Result หมายถงึ ผลลพั ธ์

ผู้เรยี นสรปุ และสังเคราะห์สง่ิ ต่าง ๆ ทีไ่ ด้จากการอภิปราย จากน้ันผเู้ รยี นตอ้ งสรปุ ประเดน็ ทศี่ ึกษาใหเ้ ป็น
หลกั การสรปุ และแสดงผลงาน หรอื การจัดนิทรรศการ สรา้ งเครือข่ายการเรียนรู้ โดยใชช้ ุมชนเปน็ ฐาน

6. กำหนดและเลือกใชส้ ื่อการเรียนการสอน
1. เกม
2. ใบงาน
3. รูปภาพ
4. วีดที ัศน์

7. กำหนดแหล่งวิทยาการ
1. หอ้ งสมุด
2. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ/ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์
3. แหลง่ การเรยี นรใู้ นท้องถิ่น

8. ดำเนนิ การเรียนการสอน
จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบ SUPERCAR MODEL ประกอบด้วย 8 ขนั้ ตอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้
ที่ 1 ถึง 8 ท่ีได้ออกแบบไว้
9. ประเมนิ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนและวเิ คราะหผ์ ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
1. ประเมินความรู้ ความข้าใจ เรื่อง เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบ
ปรนยั 4 ตวั เลือก จำนวน 20 ขอ้
2. ประเมินด้านทกั ษะทกั ษะในการนำหลักการใช้เครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์มาใช้ในชีวิตจรงิ โดยใชแ้ บบประเมินท่ีมี
ลักษณะเปน็ แบบรบู ริคส์ ระดบั คุณภาพ 4 ระดบั
3. ประเมินด้านเจตคติที่ดีต่อรายวิชาภูมิศาสตร์ โดยใช้แบบประเมินที่มีลักษณะเป็นแบบรูบริคส์ ระดับคุณภาพ 5
ระดับ

ห น ้ า | 48

4. ประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนแบบ SUPERCAR MODEL โดยใช้แบบประเมินที่มีลักษณะเป็น

แบบรูบรคิ ส์ ระดับคุณภาพ 5 ระดบั

10. ปรบั ปรงุ แก้ไข พัฒนาทุกข้ันตอน (ข้อมลู ย้อนกลบั Feedback)

ในขั้นตอนนี้มีผลจากขั้นตอนการประเมินผล ซึ่งผู้สอนจะทำการประเมินเป็นระยะหรือประเมินก่อนหรือหลัง

เรียน เมื่อประเมินแล้วจะเป็นการแสดงถึงทั้งผู้สอนและผู้เรียนมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ถ้าบกพร่องส่วนไห น

สอนแล้วผเู้ รยี นบรรลจุ ดุ มงุ่ หมายทตี่ ัง้ ไว้หรือไม่ เพยี งใด ถา้ บกพร่องกป็ รับปรุงแกไ้ ข แต่ถา้ ไม่บรรลผุ ลตามที่คาดหวังไว้

อาจตอ้ งวางแผนการออกแบบการสอนใหมไ่ ด้

แนวทางการประเมนิ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น

ตารางที่ 7 ตารางแนวทางการประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น

จดุ ประสงค์ เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ สถิติ

1. เพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นมคี วามรคู้ วาม - แบบทดสอบ ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 80 -t-test Independent

เขา้ ใจในการใชเ้ คร่อื งมอื ทาง - ใบงาน / แบบฝึกหดั -ค่าเฉลย่ี

ภมู ศิ าสตร์ K -ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

2. เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นมที กั ษะในการ - แบบประเมนิ ทกั ษะ ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดีขน้ึ ไป -ค่าเฉลี่ย
-ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
นำหลักการใชเ้ คร่อื งมอื ทาง ในการนำหลักการลดความ
-ค่าเฉล่ยี
ภูมิศาสตรม์ าใชใ้ นชวี ติ จริง P เสี่ยงจากภยั พบิ ตั ิมาใชใ้ น -ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน

ชีวติ จริง

3. เพื่อใหผ้ เู้ รียนมเี จตคตทิ ีด่ ี -แบบวัดเจตคติ ผ่านเกณฑร์ ะดับดีขน้ึ ไป

ตอ่ การเรียนวชิ าภูมิศาสตร์ A

4. ประเมนิ ความพงึ พอใจตอ่ แบบวัดความพึงพอใจ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดขี ึ้นไป -ค่าเฉล่ยี
รปู แบบการสอนแบบ -สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน
SUPERCAR MODEL

การประเมินรูปแบบการสอน
1. ประเมินความรคู้ วามเขา้ ใจของผเู้ รียน เรื่อง เคร่ืองมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ประเมนิ โดยใชแ้ บบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เปน็ แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก จำนวน 20 ขอ้
2. ประเมนิ ทักษะ ในการนำหลกั การใชเ้ ครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์มาใชใ้ นชีวติ จรงิ โดยใชแ้ บบประเมินทีม่ ี
ลกั ษณะเป็นแบบรบู ริคส์ ระดบั คุณภาพ 4 ระดบั
3. ประเมนิ ด้านเจตคตทิ ี่ดตี อ่ วิชาภมู ศิ าสตรโ์ ดยใชแ้ บบประเมนิ ท่ีมีลักษณะเปน็ แบบรบู ริคส์ ระดับคณุ ภาพ 5
ระดับ

ห น ้ า | 49

4. ประเมินความพึงพอใจตอ่ รูปแบบการสอนแบบ SUPERCAR MODEL โดยใช้แบบประเมินที่มลี กั ษณะเป็น
แบบรูบรคิ ส์ ระดับคณุ ภาพ 5 ระดบั

2.5 ออกแบบการเรยี นรทู้ เ่ี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ
ข้าพเจ้าไดจ้ ดั ทำแผนการจดั การเรยี นร้ทู ีเ่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ที่นำกระบวนการ Active Learning เขา้

มาประยกุ ต์ใชใ้ นการสอนวชิ าสังคมศึกษา เรยี กว่ากระบวนการจดั การเรยี นรู้แบบ SUPERCAR MODEL เน้นใหผ้ เู้ รยี น
ไดต้ ระหนักถึงความปลอดภัย จากประสบการณ์ท่ไี ม่พงึ ประสงค์ เพ่ือสร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง มีการแลกเปลย่ี น
เรยี นรู้ปฏิสัมพนั ธ์กบั ผอู้ น่ื สง่ เสริมการลงมือปฏบิ ตั ิ และการสรา้ งเครือข่ายขยายองค์ความรูใ้ หก้ ับชมุ ชน ผู้สอนทำ
หนา้ ทอ่ี ำนวยความสะดวก เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นได้เกิดการพัฒนาทักษะ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผเู้ รียนในการเรยี น
วชิ าสงั คมศึกษาจัดกิจกรรมการเรยี นรูท้ หี่ ลากหลาย เตรียมสือ่ นวัตกรรม อปุ กรณก์ อ่ นทุกครัง้ เพ่อื ใหเ้ กิดความพรอ้ ม
จัดกระบวนการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรทู้ กุ ขน้ั ตอน มีการประเมินการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เพอื่ นาข้อมลู
ไปพฒั นาการจดั การเรยี นรูต้ อ่ ไป
3.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
3.1 จดั กระบวนการเรยี นรตู้ ามธรรมชาตขิ องวิชา

ข้าพเจ้าไดจ้ ดั กระบวนการเรยี นรูต้ ามข้ันตอน คำนงึ ถงึ ความเหมาะสม ความสนใจ ความถนดั ความ
ต้องการของผเู้ รยี น โดยจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แบบ SUPERCAR MODEL

หลักการจัดการเรียนรู้แบบ SUPERCAR MODEL
การเรยี นรู้โดยทีผ่ ้เู รียนได้สะทอ้ นจากสภาพสิง่ แวดลอ้ มทีเ่ กดิ การเปล่ยี นแปลง นำไปสูก่ ารสร้างความ
ตระหนักถึงความปลอดภัยในตนเองและผอู้ ืน่ ซง่ึ ผเู้ รยี นสามารถสร้างทางเลือก ท่ีจะไดร้ บั ความรู้ มที กั ษะ และเจตคตทิ ่ี
เหมาะสมในการเตรียมความพร้อม และการตอบสนองตอ่ การเปลย่ี นแปลง สภาพแวดลอ้ มทีม่ ีความหลากหลาย คดิ
วเิ คราะห์ ตัดสินใจและแก้ไขปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ เข้าใจรู้ทันภาวการณ์เปลี่ยนแปลงปรับเปลย่ี นพฤติกรรมที่ไมพ่ ึง
ประสงค์ ผเู้ รยี นไดม้ ีปฏสิ มั พนั ธ์ กับสง่ิ ตา่ ง ๆ ได้แลกเปลยี่ นเรยี นรจู้ ากบุคคลอน่ื จากสง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพ ทาง
ธรรมชาติ และสอ่ื ต่าง ๆ และมคี วามสามารถในการสง่ ผลการเรยี นรสู้ ชู่ ุมชน และสามารถสร้างเครอื ขา่ ยการเรยี นรู้โดย
ใช้ชมุ ชนใกล้เคียงเป็นฐานการเรียนรูแ้ ละรว่ มกันตงั้ รบั ปรบั ตัวตอ่ การเปล่ียนแปลงในอนาคต
3.2 จัดกจิ กรรมใหค้ รบถว้ นตามธรรมชาติของวิชา และความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล โดยเน้นให้ฝึกทกั ษะและ
กระบวนการคดิ
ขา้ พเจา้ ไดอ้ อกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้ ทเ่ี น้นเพอื่ สง่ เสริมกระบวนการสรา้ งความเสาะแสวงหาความรู้
สรา้ งองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง เกดิ ความคิดสร้างสรรค์และการสอนแบบเน้นการลงมอื ปฏบิ ัตดิ ้วยตนเอง ส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี น
ได้รับการพัฒนาอย่างเตม็ ตามศกั ยภาพ ผเู้ รยี นทีม่ คี วามโดดเดน่ ทางดา้ นความคดิ สรา้ งสรรค์ การสรา้ งความตระหนกั ถึง
ความปลอดภยั ในตนเองและผอู้ ื่น ซึ่งผเู้ รยี นสามารถสรา้ งทางเลอื ก ทจี่ ะไดร้ ับความรู้ มที กั ษะ และเจตคติท่ีเหมาะสม
ในการเตรยี มความพรอ้ ม และการตอบสนองตอ่ การเปลีย่ นแปลง สภาพแวดลอ้ มทม่ี ีความหลากหลาย คิดวเิ คราะห์
ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ เข้าใจรู้ทนั ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรมทไี่ มพ่ งึ ประสงค์

ห น ้ า | 50

ผเู้ รยี นไดม้ ปี ฏสิ มั พันธ์ Interaction กบั สิง่ ต่าง ๆ ได้แลกเปลีย่ นเรยี นรูจ้ ากบคุ คลอ่นื จากสง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพ ทาง
ธรรมชาติ และสือ่ ต่าง ๆ และมีความสามารถในการสง่ ผลการเรยี นรสู้ ชู่ มุ ชน และสามารถสร้างเครอื ขา่ ยการเรยี นรโู้ ดย
ใช้ชุมชนฐาน โดยนำผลจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ร่วมแลกเปลี่ยนเรยี นรกู้ ับองคก์ รภาคีเครอื ขา่ ยที่
เก่ยี วข้อง
3.3 จัดกิจกรรมหลากหลายวธิ ี และเหมาะสมกบั ผ้เู รียน

ขา้ พเจา้ ได้จัดกิจกรรมส่งเสรมิ การเรยี นรทู้ ี่หลากหลาย เหมาะสมกบั สาระการเรยี นรู้ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเกิดมี
ความสขุ ในการเรียน และเกดิ ทกั ษะตามคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ของกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม แนวทางการสง่ เสรมิ การเรียนรู้ มีดงั น้ี

1) การส่งเสรมิ นสิ ยั การสืบค้นข้อมลู เสาะแสวงหาความรู้ และสร้างองคค์ วามรู้ด้วยตนเอง
2) การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนให้ผเู้ รียนไดล้ งมอื กระทำ และไดใ้ ชก้ ระบวนการคิด เพื่อพัฒนา
ศกั ยภาพด้านการคดิ แกป้ ัญหา และการนำความรู้ไปประยกุ ตใ์ ช้
3) เปิดโอกาสใหผ้ ้เู รยี นมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการเรียนรู้ สามารถสรา้ งองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง ผสู้ อนทำ
หนา้ ท่อี ำนวยความสะดวกในการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นเป็นผปู้ ฏิบัติดว้ ยตนเอง ความรูเ้ กิดจากประสบการณ์ การ
นำองคค์ วามรู้ และการสรุปทบทวนของผเู้ รยี นมาประยุกตใ์ ชใ้ นการพัฒนาทกั ษะและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของ
ผู้เรยี นในการเรียนสงั คมศกึ ษา
4) การส่งเสริมความคดิ สรา้ งสรรค์ ขา้ พเจา้ ได้จดั กจิ กรรมส่งเสรมิ ความคดิ สร้างสรรค์ โดยใหผ้ ู้เรียนได้
เลง็ เหน็ ถงึ ความสำคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความตระหนกั และทศั นคติท่ดี ตี ่อการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนนำความรทู้ ีไ่ ดร้ บั ไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั และนำเทคโนโลยมี าใชเ้ ป็นเคร่อื งมอื สำคญั ในการ
สรา้ งองคค์ วามรทู้ ี่ย่ังยืน และเพ่อื ส่งเสริมความคดิ สรา้ งสรรคใ์ หก้ บั ผู้เรียน ไดฝ้ กึ ออกแบบชนิ้ งานต่าง ๆ เพอ่ื ใช้
แก้ปัญหาในชุมชนและสงั คมของตน ดว้ ยการดำเนนิ การการทดลองจากสงิ่ ใกลต้ วั ตามจติ นาการความคดิ สร้างสรรค์
ของตนเอง เพอ่ื ทีจ่ ะนำความรู้ทไี่ ดจ้ ากการสืบค้น สร้างองค์ความรู้ของตนเองนน้ั ไปช่วยสร้างและอำนวยความสะดวก
และแกป้ ญั หาทเี่ กิดข้ึนในชีวติ ประจำวันได้
3.4 ใช้สื่อการเรยี นรเู้ หมาะสมกบั เนอื้ หา และผู้เรียน

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ขา้ พเจ้าไดน้ ำสื่อ นวตั กรรมทีม่ ีความสอดคลอ้ งกบั
ความจำเป็น ความตอ้ งการของผเู้ รยี น และผเู้ รียนมีสว่ นรว่ มในการผลิตสื่อ มาใช้ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ดอ้ ยา่ ง
หลากหลาย มีท้ังสอ่ื ที่ผลติ ขน้ึ มาใช้เอง ไดผ้ ่านการหาคณุ ภาพแล้วจงึ นำมาใช้ในการสอน และสอื่ ทจ่ี ดั หานำมาใช้ด้วย
ตนเอง ข้ันตอน และผลของการปฏิบตั ใิ นการพฒั นา จดั หา ประยกุ ต์ใชส้ ือ่ เพ่ือนำมาจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ มีดังน้ี

- จดั หาสื่อ นวตั กรรมทีจ่ ำเปน็ เพ่มิ เตมิ โดยการสืบค้นสอ่ื ขอ้ มูลออนไลน์ และผลิตข้นึ เองผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ ม
ในการผลิตสอ่ื นวัตกรรม ที่สรา้ งขึ้น ดว้ ยความภาคภมู ใิ จในผลสำเรจ็ เป็นผลงานทม่ี ีคุณคา่

- จดั เตรียมสอื่ นวัตกรรม ท่ีสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชว้ี ัด และกจิ กรรมการเรยี นรู้ ให้ผเู้ รยี นมี
สว่ นรว่ มในการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นร้ใู นลักษณะบรู ณาการรว่ มกับเร่อื งราวในชวี ติ ประจำวันและส่งิ ใกล้ตวั

ห น ้ า | 51

-นำสอื่ นวัตกรรม ไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสมกบั เนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้ ในระหว่างจดั กิจกรรมการ
เรียนรู้ ไดเ้ ปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นไดฝ้ ึกทักษะกระบวนการกลมุ่ ชว่ ยกันสืบคน้ ขอ้ มลู สรา้ งองคค์ วามรดู้ ว้ ยตนเอง
จนกระทงั่ สามารถถา่ ยทอดใหก้ ับผู้อนื่ ได้ และเกดิ องคค์ วามรู้ทค่ี งทน

- มกี ารประเมนิ ผล การใชส้ อื่ นวัตกรรม ในการจดั การเรียนรู้ผ้เู รียนมีสว่ นรว่ มในการประเมนิ ผล การใชส้ ่ือ
และนวตั กรรม โดยขอคำปรึกษาจากเพอ่ื นครู ฝา่ ยวชิ าการ และผู้บริหาร

- นำผลการประเมนิ การใชส้ อื่ นวัตกรรมไปปรับปรงุ แกไ้ ข สำหรับใชจ้ ัดกจิ กรรมการเรียนรใู้ นคร้ังต่อไป

ภาพที่ 34 การใช้สอ่ื ทเี่ หมาะสมกบั เนอื้ หาทเ่ี รยี น

ห น ้ า | 52

3.5 ใชเ้ คร่ืองมอื ประเมนิ ผลเหมาะสม
เครือ่ งมอื ประเมนิ ผลที่ขา้ พเจา้ นำมาใช้ในการประเมนิ ผเู้ รียนในด้านความรู้ ทักษะกระบวนการและดา้ น

เจตคติ นัน้ ไดเ้ ลอื กใช้เคร่ืองมอื ท่หี ลากหลายและและสามารถประมวลผล และนำผลการประเมินใหผ้ ูเ้ รียนได้รับทราบ
และพรอ้ มท่ีจะปรับปรงุ และพฒั นาตนเองใหด้ ีย่ิงขึ้นตอ่ ไป นอกจากนี้ยงั ได้นำแนวทางดงั กลา่ วไปใช้เปน็ แนวทางในการ
สรา้ งแบบทดสอบวัดภาคปฏบิ ตั ใิ นวชิ าอ่นื ๆ ใหก้ บั คณุ ครทู ่านอ่ืน ๆ ไดอ้ กี ดว้ ย

ภาพท3่ี 4 เคร่อื งมอื วัดผลประเมนิ ผลมีท้ังแบบอตั นยั และปรนัยและใช้ google form ในการประเมินผล

ห น ้ า | 53

ตัวอย่าง แผนการจัดการเรยี นรู้ SUPERCAR MODEL

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวชิ า ส23103

ชือ่ หนว่ ย เครือ่ งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
เรือ่ ง เครอื่ งมอื ทางภูมศิ าสตร์ ผสู้ อน นางสาวอจลญา โสภณั ฑ์

โรงเรยี นท้าวสรุ นารี(ระดมอนสุ รณ)์ เวลา 2 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ัด

ส 5.1ม.3/1ใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ

และสงั คมของทวปี อเมรกิ าเหนือและอเมรกิ าใต้

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การใช้เครื่องมือทางภูมศิ าสตรใ์ นการรวบรวม วเิ คราะห์ และนำเสนอข้อมลู เกี่ยวกบั ลกั ษณะทางกายภาพและสังคม

ของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้นั้น จะต้องรู้จักเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะข้อมูล และสามารถใช้เครื่องมือ
ทางภมู ิศาสตร์หลากหลายผสมกนั

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

- เครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตรท์ ี่แสดงลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมรกิ าเหนอื และอเมรกิ าใต้

3.2 สาระการเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ

(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร

4.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการสำรวจค้นหา

2) ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล

3) ทกั ษะการวิเคราะห์

4) ทกั ษะการสงั เคราะห์

4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั

2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

ห น ้ า | 54

6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
รายงานการนำเสนอขอ้ มูลทางภูมิศาสตร์

7. การวดั และการประเมินผล
7.1 การประเมินกอ่ นเรียน
- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เร่อื ง เคร่อื งมือทางภูมิศาสตร์
7.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1) ตรวจใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง เครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์
2) ตรวจใบงานที่ 2.1 เร่ือง การสบื คน้ ลักษณะทางกายภาพของทวปี อเมรกิ าเหนือ
3) ตรวจใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง การสืบค้นลกั ษณะทางสงั คมของทวีปอเมรกิ าเหนือ
4) ตรวจใบงานที่ 2.3 เร่อื ง การสืบค้นลกั ษณะทางกายภาพของทวปี อเมรกิ าใต้
5) ตรวจใบงานท่ี 2.4 เรอ่ื ง การสืบค้นลักษณะทางสังคมของทวีปอเมรกิ าใต้
6) ประเมินการนำเสนอผลงาน
7) สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
8) สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
9) สังเกตคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
7.3 การประเมินหลังเรียน
- ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์
7.4 การประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ตรวจรายงานการนำเสนอขอ้ มลู ทางภูมศิ าสตร์

8.กิจกรรมการเรยี นรู้ จดั การเรยี นรูแ้ บบ SUPERCAR MODEL
ขน้ั ที่ 1 S= social Tranformation หมายถึง การมีปฏสิ มั พันธท์ างสังคมเป็นกลุ่ม

1. ครูแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ แล้วให้สมาชิกในกลุ่มร่วมมือกันศึกษา
ความรู้ เรื่อง ประเภทของเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ และเครื่องมือพื้นฐานทางภูมิศาสตร์ จากหนังสือเรียน
จากนน้ั สมาชกิ ทุกคนช่วยกนั อภิปรายประเดน็ สำคัญที่ได้จากการศกึ ษา

2. สมาชิกในแต่ละกลุ่มจับคกู่ นั ทำใบงานท่ี 1.1 เรื่อง เครือ่ งมอื ทางภูมศิ าสตร์ โดยแบง่ หนา้ ทก่ี ัน ดังนี้
- คทู่ ี่ 1 และค่ทู ี่ 2 ทำใบงานตอนท่ี 1
- คทู่ ี่ 3 และคูท่ ่ี 4 ทำใบงานตอนที่ 2

3. สมาชิกทุกคู่ผลัดกันอภิปรายคำตอบในใบงานที่ 1.1 ให้สมาชิกคู่อื่นฟัง แล้วผลัดกันซักถามจนมีความเข้าใจ
ชัดเจน

4. ครูและผ้เู รียนช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงานท่ี 1.1

ห น ้ า | 55

ขนั้ ที่ 2 U= Understanding หมายถงึ วิเคราะหป์ ัญหาสคู่ วามเข้าใจ
1.ครมู อบหมายให้ตัวแทนผเู้ รียน 2-3 คน ออกมานำเสนอขา่ วพยากรณ์อากาศในประเทศไทยและต่างประเทศ
โดยประยุกตร์ ปู แบบการนำเสนอจากสถานีโทรทัศน์
2. ผเู้ รยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ข่าวท่ีนำเสนอนน้ั ไดม้ าจากเคร่อื งมือทางภูมศิ าสตรช์ นิดใด
3. ครอู ธบิ ายเชอื่ มโยงให้ผู้เรียนเขา้ ใจขอ้ มูลทน่ี ำเสนอว่ามาจากเคร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร์

ขน้ั ท่ี 3 P= Process skills หมายถงึ การใช้ทักษะกระบวนการต่างๆเพือ่ เป็นเครือ่ งมือในการสร้าง
ความรู้

1. ครูให้ผู้เรยี นกลุ่มเดิม (จากเรอื่ งท่ี 1) ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เกีย่ วกบั แนวทางการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตรแ์ ต่
ละชนดิ และนำไปสืบคน้ ขอ้ มูล โดยแบ่งหน้าที่ใหแ้ ต่ละคู่ ดงั น้ี

- คทู่ ี่ 1 เรอื่ ง ลกั ษณะทางกายภาพของทวปี อเมรกิ าเหนือ
- คู่ที่ 2 เร่อื ง ลกั ษณะทางสงั คมของทวีปอเมริกาเหนอื
- คทู่ ี่ 3 เรอ่ื ง ลกั ษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาใต้
- ค่ทู ่ี 4 เรอ่ื ง ลักษณะทางสังคมของทวีปอเมรกิ าใต้

ข้ันที่ 4 E= Experiental Learning หมายถึง การเรยี นรู้เชิงประสบการณ์
1.แจกกระดาษให้ผเู้ รียนคนละ 1 แผ่น ใหผ้ เู้ รียนพบั แบง่ ออกเปน็ 4 ช่อง
2.แต่ละช่องให้ผเู้ รยี นวาดภาพทวปี ที่ผู้เรียนสนใจ
3.จับคกู่ บั เพื่อน แลว้ สลับเล่าภาพวาดแตล่ ะชอ่ งของตนเองใหเ้ พ่อื นฟัง
4.สุม่ ผเู้ รียน 1 คู่ นำเสนอหน้าชั้นเรยี น โดยใหเ้ ล่าภาพวาดของเพื่อน
ขัน้ ท่ี 5 R= Relation หมายถึง ความสมั พนั ธ์ทดี่ ตี ่อกัน
1. ครใู ห้สมาชกิ แตล่ ะคูน่ ำความรทู้ ี่ได้สืบคน้ มาแล้วชว่ ยกันทำใบงานท่ี 2.1-2.4 คูล่ ะ 1 ใบงาน
2. สมาชิกกลุ่มใหม่กลับไปกลุ่มเดิม แล้วนำความรู้ที่ได้ศึกษาและผลงานในใบงานที่รับผิดชอบมาอธิบาย
แลกเปล่ียนความรูร้ ะหวา่ งสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม จากนัน้ ครูและผู้เรยี นชว่ ยกนั เฉลยคำตอบในใบงาน
ขน้ั ที่ 6 C= Construction of knowledgeหมายถึง การให้ผูเ้ รียนเปน็ ผู้สรา้ งความร้ดู ้วยตนเอง
1. ให้ผูเ้ รียนน่งั เป็นวงกลม
2. แจกบัตรคำให้ผเู้ รยี นคนละ 1 ใบ
3. ให้ผเู้ รยี นอ่านบตั รคำของตนเองให้เพอ่ื นฟงั
4. ให้ผเู้ รยี นมองบัตรคำของเพื่อน วา่ คำไหนทสี่ ามารถเช่อื มโยงกับบตั รคำของตนเอง
5. ให้ผเู้ รยี นบอกเล่าถงึ ความเชอื่ มโยงกบั บตั รคำนั้น ๆ โดยใชเ้ ชือกเป็นตัวเชื่อมคำไปเร่อื ย ๆ
(เชน่ คำวา่ แผน่ ดนิ ไหว เชือ่ มกบั คำว่า หมอบบรเิ วณใตโ้ ต๊ะ พรอ้ มทง้ั บอกเหตผุ ลประกอบ)

ห น ้ า | 56

ขัน้ ท่ี 7 A= Action learning หมายถึง เรยี นร้จู ากการกระทำ
ครมู อบหมายให้ผูเ้ รียนแต่ละกลุ่มใชเ้ ครอื่ งมือทางภูมิศาสตร์ศึกษาความรู้เก่ยี วกับลักษณะทางกายภาพและ
สังคมของทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ และรายงานการนำเสนอข้อมูลทางภูมิศาสตร์ โดยให้
ครอบคลุมประเด็นตามทีก่ ำหนด

ข้ันท่ี 8 R= Result หมายถงึ ผลลพั ธ์
1.นำเสนอผลงาน
2. สมาชิกในกลุ่มแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลทางภูมิศาสตร์ให้เป็นสารสนเทศ

รูปแบบต่างๆ
9. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้

9.1 ส่ือการเรยี นรู้
9.2 แหลง่ การเรียนรู้

1) หอ้ งสมุด 2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน/เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ตารางที่ 8ตารางประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน/เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคุณภาพ / ระดบั คะแนน

1. การใชเ้ ครอ่ื งมือ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
ทางภูมิศาสตรใ์ น
การสบื ค้น ใชเ้ ครอ่ื งมือทาง ใชเ้ ครอื่ งมือทาง ใชเ้ ครอ่ื งมือทาง ใช้เครอ่ื งมือทาง
รวบรวมขอ้ มลู
และนำเสนอ ภมู ิศาสตร์ในการ ภมู ิศาสตร์ในการ ภมู ิศาสตร์ในการ ภูมิศาสตร์ในการ
ผลงาน
สบื คน้ รวบรวมขอ้ มลู สืบคน้ รวบรวมขอ้ มลู สบื คน้ รวบรวม สืบคน้ รวบรวม
2. การนำเสนอ
ข้อมูลทาง และนำเสนอผลงานได้ และนำเสนอผลงาน ขอ้ มูล และนำเสนอ ขอ้ มูล และนำเสนอ
ภูมศิ าสตรเ์ ปน็
สารสนเทศ อยา่ งเหมาะสม 4 ได้อยา่ งเหมาะสม 3 ผลงานไดอ้ ยา่ ง ผลงานไดอ้ ย่าง
รปู แบบต่างๆ
ชนดิ ขน้ึ ไป ชนิด เหมาะสม 2 ชนิด เหมาะสม 1 ชนดิ
3. การใชเ้ ครอ่ื งมือ
ทางภูมิศาสตร์ นำเสนอขอ้ มลู ทาง นำเสนอข้อมลู ทาง นำเสนอขอ้ มลู ทาง นำเสนอขอ้ มูลทาง
รวบรวมขอ้ มลู
ภูมศิ าสตรเ์ ป็น ภมู ิศาสตรเ์ ปน็ ภูมิศาสตร์เป็น ภมู ิศาสตร์เปน็

สารสนเทศรปู แบบ สารสนเทศรปู แบบ สารสนเทศรปู แบบ สารสนเทศรปู แบบ

ตา่ งๆด้วยวิธกี ารท่ี ตา่ งๆด้วยวิธีการท่ี ตา่ งๆ ด้วยวธิ ีการที่ ต่างๆ ด้วยวธิ กี ารที่

เหมาะสม 4 แบบ เหมาะสม 3 แบบ เหมาะสม 2 แบบ เหมาะสม 1 แบบ

ใชเ้ ครอื่ งมอื ทาง ใช้เครอ่ื งมือทาง ใช้เครอ่ื งมอื ทาง ใชเ้ ครอ่ื งมือทาง

ภมู ิศาสตรร์ วบรวม ภูมศิ าสตร์รวบรวม ภมู ศิ าสตร์รวบรวม ภมู ิศาสตรร์ วบรวม

ขอ้ มูล ข้อมูล ข้อมูลลักษณะทาง ข้อมลู ลักษณะทาง

ห น ้ า | 57

รายการประเมิน คำอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ / ระดับคะแนน

ลักษณะทาง ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
กายภาพและ กายภาพและสังคม กายภาพและสังคม
สงั คมของทวีป ลกั ษณะทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ ของทวีปอเมรกิ า
อเมริกาเหนอื เหนอื มี ของ
และสงั คมของ และสังคมของทวปี สาระสำคญั ถกู ต้อง ทวปี อเมรกิ าเหนือ
เพียงเลก็ นอ้ ย มสี าระสำคัญไม่
ทวีปอเมรกิ าเหนือมี อเมรกิ าเหนือมี ถกู ตอ้ ง

สาระสำคัญถกู ต้อง สาระสำคัญถูกตอ้ ง

เปน็ สว่ นใหญ่

4. การใช้เครอื่ งมือ ใชเ้ ครอ่ื งมือทาง ใชเ้ ครอื่ งมอื ทาง ใช้เครอ่ื งมอื ทาง ใช้เครอื่ งมือทาง
ทางภมู ิศาสตร์ ภูมศิ าสตร์รวบรวม ภูมศิ าสตรร์ วบรวม ภูมศิ าสตร์รวบรวม ภมู ศิ าสตรร์ วบรวม
รวบรวมขอ้ มลู ขอ้ มูลลกั ษณะทาง ข้อมลู ลกั ษณะทาง
ลักษณะทาง ข้อมูล ข้อมูล กายภาพและสังคม กายภาพและสงั คม
กายภาพและ ลกั ษณะทางกายภาพ ลกั ษณะทางกายภาพ
สังคมของทวปี และสังคมของทวีป และสังคมของทวปี ของ ของ
อเมริกาใต้ อเมรกิ าใตม้ ี อเมริกาใตม้ ี ทวีปอเมริกาใตม้ ี ทวปี อเมรกิ าใตม้ ี
สาระสำคัญถกู ต้อง สาระสำคญั ไม่
สาระสำคัญ สาระสำคัญ เพียงเล็กน้อย
ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่ ถกู ตอ้ ง

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ

ห น ้ า | 58

2. องคป์ ระกอบท่ี 2 การจัดการชัน้ เรียนและการวดั ผลประเมินผล
1.การจดั การชั้นเรยี น
1.1 ตดิ ตามพฤติกรรมของผ้เู รียนและแก้ไขสถานการณ์ได้เหมาะสม

ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ทั้งครูผู้สอนและครูที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรมของผู้เรียนและไขสถานการณ์ เมื่อรู้จัก
ผู้เรียนรายบุคคลเป็นท่ีเรยี บร้อยแลว้ จงึ นำมาสูก่ ารคัดกรองผูเ้ รยี นโดยจำแนกออกเป็น 4 ประเภท เมื่อไดก้ ลุ่มผู้เรียนที่
เป็น “กลุ่มเสี่ยง” และ “กลุ่มมีปัญหา” จึงดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้เรียนให้ ทันท่วงที หากพฤติกรรมไม่ดี
ขึ้นจึงส่งต่อภายในสถานศึกษา ไปยังครูแนะแนว หรือ กิจการผู้เรียนเพื่อ ดำเนินการต่อไป สอดคล้องกับแนว
ดำเนนิ การตามข้นั ตอนการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือผ้เู รียน ดงั นี้

โดยข้าพเจ้ามีกิจกรรมส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่ม หลังจากคัดกรองออกเป็น 4 กลุ่ม โดย ได้จัดกิจกรรม
ส่งเสริมพัฒนาผูเ้ รียนท้งั 4 กลุม่ ดังนี้

- กลุ่มพิเศษ ได้จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถและความถนัดของผู้เรียน และส่งเสริมความสามารถและ
ความถนัดของผู้เรียนเฉพาะด้าน อันจะทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะ ในศตวรรษที่ 21และส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนตาม
แนวทางของพหุปัญญา

- กลุ่มปกติ ได้จัดกิจกรรมโฮมรูม การจัดประชุมผู้ปกครองในชั้นเรียน (Classroom meeting) กิจกรรมการ
เรียนการสอนในชนั้ เรียน กจิ กรรมชุมนุม กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน กิจกรรมลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้ กิจกรรมส่งเสริมการ
อ่าน กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมหนา้ เสาธง กิจกรรมสภาผูเ้ รียน กิจกรรม ส่งเสริมความสามารถผู้เรียนเช่นการแข่งขนั
ศลิ ปหตั ถกรรมของผู้เรียนในรายการตา่ ง ๆ ตามความสามารถและความถนัด ฯลฯ

- กลุ่มเสี่ยง ได้จัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริม ให้ความรู้การป้องกันยาเสพติด ค่าย คุณธรรม การเยี่ยมบ้าน
ประชมุ ผ้ปู กครอง เป็นต้น และวิธีการอนื่ ๆ ท่ีเหมาะสมตามสภาพปญั หาของแตล่ ะคน สำหรบั ผ้เู รยี นที่มีความเสีย่ งทาง
เพศ โดยเฉพาะผู้เรียนผู้หญิง มีการเปลี่ยนแปลงทางการด้านร่างกาย อารมณ์เพื่อเข้าสู่วัยรุ่น โรงเรียนจัดกิจกรรมให้
ความรู้ ความเขา้ ใจ และการปฏิบัติตนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม อกี ทง้ั ยังใหค้ รูแนะแนวทำหน้าที่เป็นท่ีปรึกษาปัญหาท่ีมี ความ
เส่ียงทางเพศอีกด้วย กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเกม โดยโรงเรียนได้ดำเนินการให้คำปรึกษาผู้เรียน สร้างความเข้าใจและ
ข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้เรียน ผู้ปกครอง และโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดปัญหาการขาดเรียนบ่อยครั้ง และ
รว่ มกับผูน้ ำชมุ ชนในการดูแลผู้เรียนกลุ่มนี้

- กลุ่มปัญหา ได้จัดกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน กิจกรรมสภาผู้เรียน กิจกรรมพี่ช่วยน้อง กิจกรรมสอนซ่อมเสริม
กิจกรรมเครอื ข่ายผปู้ กครองผู้เรยี น เปน็ ตน้

ห น ้ า | 59

1.2 จดั ช้ันเรยี นใหเ้ ป็นระเบยี บเรียบร้อย
ในการเรียนวิชาสังคมศึกษา ข้าพเจา้ ได้จัดชัน้ เรียนให้เป็นสดั ส่วนแบ่งพื้นท่ีในการทำกิจกรรมของผูเ้ รยี น

และพื้นที่ให้ทำงานศึกษาค้นคว้า ฝึกปฏิบัติ มีสื่ออุปกรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ จอโปรเจคเตอร์ ที่เหมาะสม พร้อมที่จะ
ให้ผู้เรยี นได้ใชป้ ระโยชน์ และจดั กจิ กรรมตา่ ง ๆ รว่ มกัน

ภาพที่35 จัดช้ันเรยี นใหเ้ ปน็ สดั ส่วนแบ่งพนื้ ทใ่ี นการทำกจิ กรรมรว่ มกัน และกิจกรรมเดยี่ ว

ห น ้ า | 60

1.3 กำหนดระเบยี บวินยั ในการเรียนรู้และอย่รู ่วมกนั ในชั้นเรยี นอย่างต่อเนื่อง
ในการกำหนดระเบยี บวนิ ัยการอยู่ร่วมกัน ระบบการจัดการห้องเรียน เปน็ การสอนให้ผูเ้ รียนจัดการตนเอง

และจัดการกับสิ่งท่ีอยู่รอบ ๆ ตัว ผู้เรยี นรู้สึกอบอุ่น เคารพกฎ กติกา ในการเรียนร่วมกับเพื่อน ๆ โดยข้าพเจ้าจะสร้าง
ข้อตกลงร่วมกับผู้เรยี น ๆ เพราะข้อตกลงมีความสำคัญอย่างยิง่ ควรจะต้องมีการพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนปฏบิ ัติ
ตาม โดยมีการจะสอดแทรกตวั อย่าง ท่ีเกีย่ วกับระเบียบวนิ ัยและใหผ้ เู้ รียนได้พจิ ารณา ไดแ้ ก่

-การสร้างระเบยี บวินยั ระเบยี บวินัยส่ิงแรกคือระเบียบวินัยในตนเอง ในเรื่องของการเดนิ เข้าช้นั เรียน
การนั่งประจำกลุ่มของตนเอง การสร้างความตระหนักรักและหวงแหนดูแลรักษาวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม
จากนั้นจึงนำมาสู่ระเบียบวนิ ยั ส่วนรวมในเร่ืองของการอยู่ร่วมกันกับเพื่อน เคารพกฎกติกาของห้องเรียน ไม่ส่งเสียงดงั
รบกวนผู้อื่น ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จโดย ไม่ออกนอกลู่นอกทาง กฎกติกา
ของการเข้าห้องเรียนให้ตรงต่อเวลา การช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องเรียน และเก็บวัสดุอุปกรณ์ในการทำ
กจิ กรรมให้เป็นระเบียบก่อนออกจากห้อง ซ่งึ ระเบียบวินยั เหล่านี้จะปลกู ฝงั ผู้เรยี นใหน้ ำไปใช้ในทุกสถานที่

-การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียน โดยข้าพเจ้าจะจัดการชั้นเรียนให้เรียบร้อยโดยการมุ่งเสริมแรง ให้คำ
ชมเชยเมอ่ื ผเู้ รียนเดินเข้าห้องเรียนอยา่ งเปน็ ระเบียบ อีกทงั้ การทขี่ ้าพเจา้ ให้ความสำคัญกบั ผู้เรียนทุกคนอย่างเท่าเทียม
เพ่ือทำใหร้ ู้สกึ ถงึ ความสำคญั ในตนเองและรู้สึกรักและเป็นเจ้าของสาธารณสมบตั ขิ องโรงเรียนร่วมกัน

ภาพท3ี่ 6 มกี ารสร้างกฎ กติกา การอยรู่ ว่ มกนั ในชัน้ เรียน

ห น ้ า | 61

1.4 สร้างบรรยากาศใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ กิดการเรียนรู้
ในห้องเรียนสังคมศึกษา สื่อ/อุปกรณ์สำหรับการศึกษาค้นคว้า เช่น ลูกโลก แผนที่ ที่สอดคล้องและครบ

ตามตัวชี้วัด และมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้น ภายในห้องมีความ
กว้างขวาง และได้มีการออกแบบบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติม
นอกจากนห้ี อ้ งเรียน มีมมุ สืบคน้ ความร้ทู างอนิ เตอรเ์ น็ตความเรว็ สูงให้ผู้เรียนไดส้ ืบค้นหาคำตอบและสรา้ งองคค์ วามรู้ มี
แสงสว่างที่เพียงพอ มีระบบเครื่องเสียงที่ทันสมัย มีและพัดลมปรับอุณหภูมิห้องให้น่าเรียนอยู่เสมอกิจกรรมการเรียน
การสอน ปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอนจากเดิมที่ผู้สอนทำหน้าที่สอนอยู่หน้าห้องเรียน และผู้เรียนมี
หน้าที่นั่งฟังและปฏิบัติตาม มาเป็นให้ผู้เรียนอยู่ในตำแหน่งหน้าชั้นเรียนทำหน้าที่สอนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การ
เรียนรู้ให้เพื่อน ๆ ศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองจากสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้ หรือจากสิ่งที่ตนเองสนใจตั้ง
คำถามเพื่อค้นหาคำตอบ และครูทำหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการเรยี นรู้ และคอยชี้แนะให้คำปรึกษาเพิ่มเตมิ
ในส่ิงทผ่ี เู้ รยี นตอ้ งการเรยี นรู้ เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นทุกคนนั้นสามารถเรียนรู้ให้เป็นไปในทศิ ทางทถ่ี ูกตอ้ ง

ภาพท่3ี 7 บรรยากาศในการเรียนรขู้ องผเู้ รียนในขนั้ เรียน

ห น ้ า | 62

1.5 มที กั ษะในการดงึ ความสนใจผเู้ รยี น
ขา้ พเจ้าไดน้ าเอาเทคนคิ การจัดกระบวนการเรียนการสอนท่ีหลากหลาย มาใช้ดึงดูดความสนใจผเู้ รยี น

เพื่อกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ เช่น สื่อวีดีโอจาก Youtube เพลง การ์ตูน เกม กิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการใช้
คาถามกระตนุ้ ใหผ้ ู้เรียนเกิดกระบวนการคดิ และพรอ้ มที่จะเสนอแนวความคิดของตนให้ผู้อื่นไดร้ ับทราบ กล่าวยกย่อง
ชมเชยเพื่อเสริมแรงให้ผู้เรียนรู้สึกภาคภูมิใจในความคิดของตนเองและให้ความร่วมมือ กับกิจกรรมการเรียนการสอน
เปน็ อยา่ งดี นอกจากน้ันตวั ข้าพเจา้ เองกม็ ีความสุขทกุ คร้ังในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ โดยขา้ พเจ้าจะย้ิมแยม้ อยู่เสมอ
พูดจาไพเราะ ทักทายด้วยคาชมเชย เปน็ กัลยาณมติ ร และมมี ุขตลก หยอกลอ้ ให้ผู้เรียน ได้หวั เราะ และร้สู ึกผอ่ นคลาย
ไมร่ สู้ ึกกดดนั ในการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ

ภาพท่3ี 8 หากิจกรรมอน่ื มากระตุ้นความสนใจของผเู้ รยี น เช่น เกมส์ การประดษิ ฐส์ ่อื

ห น ้ า | 63

1.6 มอบหมายงานตรงความสามารถผเู้ รียน
ข้าพเจ้ามอบหมายงานตามความสามารถ ช่วงวัย และตามหลักสูตรในการจัดการเรียนรู้ โดยข้าพเจ้า ได้แบ่ง

ผ้เู รียนในชนั้ เป็นสามกลุม่ คอื กลมุ่ เกง่ ปานกลาง และออ่ น เมอ่ื กจิ กรรมใดทีเ่ ปน็ กิจกรรมกลมุ่ ผู้เรยี น จะสามารถชว่ ยกนั
ได้ โดยงานที่มอบหมายให้จะมีลักษณะ และทักษะที่แตกต่างกันออกไป ตามตัวชี้วัด และผล การเรียนรู้ในหลักสูตร
บางชิ้นงานผู้เรียนอาจจะต้องท้าทายตนเองบ้าง ยากและง่ายแตกต่างออกไป แต่สิ่งท่ี ผู้เรียนจะตอ้ งดำเนนิ การทุกครงั้
คือการคน้ หาความรูแ้ ละการแสวงหาความรูท้ ี่จะต้องอาศยั ทักษะในการ เรียนรู้เปน็ พ้ืนฐานสำคัญ โดยผลงานท่ีเกิดขึน้
จากกระบวนการเรยี นรู้

ภาพท่3ี 9 มอบหมายงานตามความสามารถและความถนดั ของผู้เรยี น

ห น ้ า | 64

2.การจัดบรรยากาศทางกายภาพ
2.1 จัดสถานทอี่ ำนวยความสะดวกสนองต่อการจดั กิจกรรมต่าง ๆ

ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นครูที่ปรึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้าพเจ้าได้จัดสถานที่และสภาพแวดล้อมใน
สถานศึกษาที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของ ผู้เรียน เช่น ห้องเรียน ข้าพเจ้าได้จัดมุมต่าง ๆ ที่สนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน
ตามชว่ งวัยในการเรยี นรู้ระดับ มัธยมศึกษาตอนตน้ มแี หลง่ เรยี นรู้ มมุ อา่ นหนงั สือ มุมแฟม้ จัดเกบ็ ผลงานผูเ้ รียน
มุมหนังสือแบบเรียน บอร์ด ประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกและสนองต่อการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ใน รายวิชาต่าง ในห้องเรียนสังคมศึกษา มีสื่อ/อุปกรณ์ การเรียนรู้ เช่น ลูกโลก แผนที่ ภาพโปสเตอร์ ที่
สอดคล้องและครบตามตัวชี้วัด และมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงให้ผู้เรียนได้เรียนรูเ้ พิ่มเตมิ ในระดับที่สูงขึ้น ภายใน
ห้องมีความกว้างขวาง และได้มีการออกแบบบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียน ผนังโดยรอบมีการตกแต่งมุมความรู้
เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติม นอกจากนี้ห้องเรียนสังคมศึกษา มีสื่อเทคโนโลยี ที่ทันสมัย เช่น
คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง มีมุมสืบค้นความรู้ทางอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้ผู้เรียนได้สืบค้นหาคำตอบและสร้างองค์
ความรู้ มแี สงสวา่ งทีเ่ พียงพอ มรี ะบบเคร่ืองเสยี งทีท่ นั สมัย และมพี ัดลมปรับอุณหภูมิห้องใหน้ า่ เรยี นอยู่เสมอ

ภาพที4่ 0 จัดมมุ ตา่ งๆทเ่ี ออ้ื ตอ่ การเรียนรขู้ องผเู้ รียน

ห น ้ า | 65

2.2 จดั ส่อื อปุ กรณ์ สอดคลอ้ งกบั กจิ กรรม
การจัดสื่อและอุปกรณ์จะเป็นไปตามหน่วยการเรียนรู้นั้น ข้าพเจ้ามีการจัดหาสื่อมาใช้ โดยยึดหลักการ

เชื่อมโยงจากรูปธรรมไปสูน่ ามธรรม มีการสาธิต การฝึกปฏิบัติจริงดว้ ยตนเอง ตลอดจนการใช้คำถามกระตุ้นใหผ้ ู้เรียน
เกิดกระบวนการคดิ ขณะทำกิจกรรมอยเู่ สมอ

ภาพที่41 จดั หาสอ่ื การเรียนรทู้ ี่สอดคลอ้ งกบั การเรยี นรขู้ องผเู้ รียน

ห น ้ า | 66

2.3 จัดแหลง่ ความรูส้ อดคล้องกับกจิ กรรม และความสนใจของผเู้ รียน
ข้าพเจ้าได้สรา้ งสือ่ สงั คมออนไลน์ เพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับสังคมศึกษา และเป็นแหลง่ ให้ผู้เรียนได้นำผลงานมา

ใช้ในการนำเสนอผลงาน เพื่อทำการ รวบรวม เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีน่ารู้ ให้ผู้เรียนได้ ใช้เป็นสื่อในการ
ติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา มีการขยายผลการ
เรียนรู้ด้วยการใช้กลุ่มเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ เช่น การแจ้งข้อมูล
ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ การติดตามความคืบหน้าและการส่งงานผ่านระบบ
ออนไลน์

ภาพท4่ี 2 จดั แหลง่ เรยี นรใู้ นหอ้ งเรียนใหต้ นื่ เต้น น่าสนใจ

ห น ้ า | 67

2.4 ฝึกให้ผูเ้ รยี นรบั ผิดชอบในการรกั ษาความสะอาด และฝกึ การทำงานร่วมกนั
ข้าพเจ้าได้การให้ข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับการดูแลรกั ษาความสะอาดของสื่อ/อุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นสา

ธารณสมบัติที่มีผู้ใช้หลายคน ให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้สื่อ/อุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้ มีความ
ระมัดระวังในการใช้ และการทำความสะอาด ข้าพเจ้าได้นำกิจกรรมกลุ่มมาประยุกต์ใช้กับผู้เรียนเพื่อให้เรียนรู้การ
ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม รู้จักยอมและเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อนสมาชิกกลุ่ม ยืดหยุ่นผ่อนตามผู้อื่นบ้างในบาง
โอกาส ฝกึ การมนี ้ำใจเอ้ือเฟือ้ เผือ่ แผ่ แบง่ ปนั และการช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกัน

ภาพท่ี43 ผู้เรียนชว่ ยกนั ความสะอาดพื้นทบ่ี ริเวรโรงเรยี นในตอนเชา้

ห น ้ า | 68

3. การวดั ผลประเมินผล
3.1 มกี ารศึกษาเครื่องมือวัดผลประเมินผลด้านการจัดการช้นั เรียนอย่างเหมาะสม

ข้าพเจ้าได้วิเคราะห์หลักสูตรจนถึงการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน โดยข้าพเจ้าศึกษา
มาตรฐานและตวั ชวี้ ัด ในการจดั ทำแผนการจัดการเรยี นรแู้ ละพัฒนาเคร่อื งมือการวัดและประเมินผลการ จัดการเรียนรู้
ตามหลักวิชา โดยที่จะสามารถวดั ผู้เรียนในตัวชี้วัดน้ัน ๆ ได้ ในการจดั การเรียนรู้ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพัฒนาผู้เรียนทงั้
ด้านความรู้ (K) ทักษะกระบวนการ (P) และเจตคติ(A) โดยในแผนการจัดการเรียนรู้ แต่ละแผนก็จะวัดผู้เรียนในด้าน
ตา่ ง ๆ ท่ีแตกต่าง ๆ กนั ไป โดยขา้ พเจ้ามกี ระบวนการในการวดั ผลและ ประเมนิ ผลผู้เรยี นดังน้ี

1) ศกึ ษาวธิ กี ารวดั และประเมินผลทห่ี ลากหลายรปู แบบ นำความร้คู วามเขา้ ใจไปดำเนินการ
ไดถ้ กู ตอ้ ง กำหนดรายละเอียดการวัดผลและประเมินผลให้ครอบคลุมทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และเจตคติ

2) กำหนดวธิ ีการวัดและประเมินผล ออกแบบ สร้างเครือ่ งมือวัดผลในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด และกจิ กรรมการเรียนรู้

3) ออกแบบ สรา้ งเครื่องมอื และวธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
4) นำผลการประเมินไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รยี นตอ่ ไป
5) รายงานผลตอ่ ผู้เรยี น ผูป้ กครอง และผ้บู ริหารอย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ

ภาพท่ี44 มกี ารวดั ผลและประเมนิ ทแ่ี น่นอนตามหลักสูตรท่กี ำหนด

ห น ้ า | 69

3.2 ใช้วิธกี ารวดั และประเมนิ ผลอย่างหลากหลาย
ขา้ พเจา้ ได้นำความรู้ไปใช้พฒั นาผู้เรียนแบบองคร์ วม กล่าวคอื พฒั นาผเู้ รยี นทง้ั ด้านความรู้

ทักษะ กระบวนการและเจตคติ โดยมขี ั้นตอนดงั น้ี
1) ศึกษาหลกั สตู รของโรงเรยี น ศึกษาเอกสารประกอบหลักสตู รและวเิ คราะหห์ ลักสูตร
2) ออกแบบหน่วยการเรียนรูแ้ ละจดั ทำแผนการเรยี นรู้อย่างชดั เจน ซง่ึ ในแผนการจดั การเรยี นร้นู อกจากจะ

กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวัดแลว้ จะกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ ดา้ นพทุ ธิพิสัย
ด้านจติ พิสัยและด้านทักษะพสิ ยั

3) ระบุเทคนิควธิ ีการในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ระบุใช้สื่อ/นวัตกรรมท่ใี ช้ จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ท่เี หมาะสมสอดคลอ้ งกบั เนือ้ หาสาระและผเู้ รียน

4) กำหนดวิธกี ารวัดและประเมินผลพร้อมเครอื่ งมอื การวัดและประเมนิ ผลไว้อย่างชัดเจน
5) จากนั้นนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ ใช้สื่อ/นวัตกรรม
อย่างหลากหลายประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ รวมทั้งออกแบบและสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
ให้ครอบคลมุ ตามตัวช้ีวัดและมาตรฐานการเรียนรู้
ทั้งนี้ ข้าพเจ้ามีการวัดและประเมินผลในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม คือ การประเมินการ
ปฏิบัติ (Authentic Assessment) การประเมินสภาพจริง (Performance Assessment) และการประเมินจากแฟ้ม
สะสมผลงาน (Portfolio Assessment) โดยผ่านการปฏิบัติของผู้เรยี น โดยการวัดและประเมนิ ผลด้วยวิธีการดังกล่าว
ตอ้ งวดั และประเมนิ ได้ครอบคลุม ครบถว้ นพฤติกรรมของผูเ้ รียนทั้ง 3 ด้าน ดงั นี้
ดา้ นพทุ ธพิ สิ ยั (Cognitive Domain) การประเมินความร้ใู นรายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เปน็ การให้ผเู้ รยี นได้รบั ความรู้ ความเขา้ ใจและสามารถประยุกต์ใช้ ทัง้ เนอื้ หาด้านทฤษฎีและปฏบิ ตั ิ ซง่ึ ความรู้ในเนอ้ื หา
สาระนี้สามารถประเมนิ โดยการใชแ้ บบทดสอบ
ด้านจติ พสิ ยั (Affective Domain) เปน็ การประเมนิ การแสดงออกของผ้เู รยี นทง้ั หมด
ตลอดจน การทำงานร่วมกันและคุณลักษณะตา่ ง ๆ ซึง่ สามารถประเมนิ ด้วยวิธกี ารสังเกตไดอ้ ย่างชัดเจน
ดา้ นทกั ษะพสิ ยั (Psychomotor Domain) การประเมินทกั ษะในรายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ตามทกั ษะกระบวนการเรียนรู้ และทักษะทีส่ ำคญั ของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21
การประเมินรูปแบบการสอน
1.ประเมนิ ความรคู้ วามเข้าใจของผู้เรยี น เรอ่ื ง เครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตร์ ประเมนิ โดยใช้แบบทดสอบวดั ผล
สัมฤทธิ์ทางการเรยี น เป็นแบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก จำนวน 20 ขอ้
2.ประเมนิ ทกั ษะทักษะ ในการนำหลักการลดความเสยี่ งจากภยั พบิ ัติมาใช้ในชวี ติ จรงิ โดยใช้แบบประเมนิ ทีม่ ี
ลกั ษณะเปน็ แบบรูบริคส์ ระดบั คณุ ภาพ 4 ระดับ
3. ประเมินความพงึ พอใจตอ่ รูปแบบการสอนแบบ SUPERCAR MODEL โดยใชแ้ บบประเมนิ ท่มี ลี กั ษณะเปน็
แบบรบู รคิ ส์ ระดับคณุ ภาพ 5 ระดบั

ห น ้ า | 70

3.3 นำผลการประเมนิ มาพัฒนาการจดั การชน้ั เรยี น
เม่ือได้ผลการประเมินผเู้ รียนโดยใชเ้ ครื่องมืออย่างหลากหลายแล้ว จะได้ผลการประเมนิ พฒั นาการ

ของผู้เรยี นอยา่ งมคี ณุ ภาพ ความรทู้ ไ่ี ด้จากการ พฒั นาตนเองสามารถนำไปเช่ือมโยงนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ในการจดั
กิจกรรมการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ประกอบดว้ ย

1) การให้ผู้เรียนทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อฝึกให้อยู่ร่วมกัน ให้ช่วยคิด ร่วมแสดงความคิดเห็น รับฟังเพื่อน
ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นการพัฒนาคุณภาพให้เกิดเจตคติทางสังคมศาสตร์ ข้าพเจ้าจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่ม
ส่งเสรมิ ความมีประชาธปิ ไตย ผเู้ รียนมีบทบาทหนา้ ทีก่ ำหนดตวั บคุ คลกนั เอง และเรียนรู้ดว้ ยกนั ทั้งนี้ในหอ้ งเรยี น
จะมีกฎกตกิ ารว่ มกนั เพอ่ื เรียนรกู้ ารทำงานเปน็ ทมี

2) ในการเรียนสังคมศึกษา ทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดวิเคราะห์ เป็นความสามารถในการจำแนก
แยกแยะส่วนต่าง ๆ ของเหตุการณ์ หรือสิ่งต่าง ๆ ว่า ประกอบด้วยอะไรบ้าง มีความสำคัญและสัมพันธ์กันอย่างไร
อะไรเป็นสาเหตเุ ป็นผล และท่ีเป็นอย่างนนั้ อาศัยหลักการใด การคิดวเิ คราะหย์ ังเป็นพน้ื ฐานของการคิดระดับที่สูงข้ึน
ทักษะที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจแนวโน้มและการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์ดังกล่าว คือ
ความสามารถในการคิดเชิงระบบ กระบวนการมีส่วนช่วยให้ส่วนประกอบของระบบเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน การคิดท่ี
หลากหลายแบบมารวมในการแก้ปัญหา โดยอาศัยการเชื่อมโยง องค์ประกอบย่อย ๆ ที่มีความสัมพันธ์ เป็นลำดับ
ขั้นตอน มองเห็นภาพรวมของปญั หาหรือส่ิงที่ยุ่งยากซับซ้อน ให้ คลี่คลาย นอกจากนี้การคดิ เชิงระบบไม่ได้มุง่ เพ่ือการ
แก้ปญั หาเท่าน้นั แตย่ ังสามารถนำไปสกู่ ารตดั สนิ ใจในการกระทำสิง่ ต่าง ๆ ไดด้ ้วย

3)เรียนรู้ธรรมชาตเิ พอ่ื รู้จกั และรรู้ ักษาโลก การให้ผูเ้ รียนได้เรียนรู้และเข้าใจในปรากฏการณ์ธรรมชาติ
การเปลี่ยนแปลงของโลก เหตุและผลกระทบต่าง ๆ จะช่วยให้ผู้เรียนในปัจจุบัน ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
เรียนรทู้ จี่ ะรกั ษาโลก ทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม เพอื่ ใหม้ นษุ ยม์ ชี ีวติ อยู่อย่างเป็นสุขไดย้ าวนาน

4) การใช้เทคโนโลยี ผู้เรียนสามารถเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทาง
เทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ ปัญหาอย่าง
สร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมคี ุณธรรม

ภาพที่45 มีการส่ือประกอบการเรยี นการสอน

ห น ้ า | 71

3.4 เผยแพร่ผลการพัฒนาการจัดการชัน้ เรยี น
จากผลการพัฒนาตนเองทำให้ข้าพเจ้าเกิดองค์ความรู้ที่เป็นกระบวนการ สามารถออกแบบการพัฒนาผูเ้ รียน

อย่างมีระบบและข้นั ตอนตามหลกั วิชาการ กล่าวคอื เริ่มตัง้ แต่การวิเคราะหห์ ลักสตู ร ออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้
จัดทำแผนการเรียนรู้ การใช้สื่อ/นวัตกรรม ตลอดจนการวัดและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพตามสภาพจริงและ
จดั ทำวิจยั ชัน้ เรียนซงึ่ ได้เผยแพร่ผลการพัฒนาการจัดการชัน้ เรยี นให้กับบุคคลากรและบุคคลภายนอก

ภาพท่ี 46 การเผยแผ่ผลงานการจัดการเรยี นรใู้ ห้กับประธานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน

ห น ้ า | 72

3.การประเมนิ ตวั ชว้ี ดั รว่ ม
องคป์ ระกอบท่ี 1 ผลทเ่ี กดิ กบั ผ้เู รยี น
1.1 ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ผูเ้ รียนผา่ นการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงคต์ ามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. 2551
ครบท้ัง 8 ข้อ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอื่ สตั ย์สจุ รติ มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ย่างพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ คิดเปน็ ร้อยละ 100

2. ผู้เรียนประพฤติปฏิบัติตนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่เป็นจุดเน้นของสถานศึกษาได้ครบทุกข้อ คิดเป็นร้อย

ละ 100 โดยใช้ข้อมลู อ้างอิงจาก SAR โรงเรยี นทา้ วสรุ นารี(ระดมอนุสรณ)์ ปีการศกึ ษา 2564

ระดับชนั้ จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนักเรียนตามระดบั คุณภาพ
นักเรยี น
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ท้ังหมด คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

27 ดีเย่ยี ม ดี ผา่ น ไม่ ระดบั ดขี ้นึ รอ้ ยละที่ได้
27 - ผ่าน ไป ระดับดขี น้ึ ไป

-- 27 100

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 27 27 - - - 27 100

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3/1 19 18 1 - - 19 100

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3/2 18 17 1 - - 18 100

รวม 91 89 2 0 0 91 100

ภาพที4่ 7 การประมินคณุ ลักษณะอันประสงค์ของผเู้ รยี น
จากกิจกรรมตา่ งๆทห่ี ลากหลาย

ห น ้ า | 73

3. ผเู้ รยี นได้รับรางวลั /การยกย่องเชดิ ชูเกียรติ/ประกาศชมเชยจากหน่วยงาน/องคก์ รตา่ ง ระดับเขต จงั หวดั
ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี

4. ผู้เรยี นไดร้ บั รางวลั /การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ/ประกาศชมเชยจากหน่วยงาน/องคก์ รต่าง ระดบั ชาติ นานาชาติ
ดังรายละเอียดต่อไปน้ี

1.2 ผลงาน/ชน้ิ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏบิ ัติงาน
1. ผู้เรยี นทุกคนมผี ลงาน/ช้ินงาน/ภาระงาน/ผลการปฏบิ ัตงิ านครบถว้ นตามท่ีครกู ำหนด

ห น ้ า | 74

2. ผลงาน/ช้ินงาน/ภาระงาน/ผลการปฏบิ ตั ิงานของผู้เรยี นมคี ณุ ภาพตามเกณฑ์กำหนดในระดับดขี ้นึ ไป
คดิ เป็นร้อยละ 80

3. ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัติงานเกิดจากการปฏบิ ัติงานของนักเรียน ตามหลักสูตรอยา่ งแท้จริงและไดร้ บั
การรบั รองจากผู้บริหารโรงเรียน

1.3 การเผยแพร่ผลงานของนักเรียน
1. ผู้เรียนได้นำเสนอ/จัดแสดง/แลกเปลี่ยนเรียนรู้/ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพในรูปแบบ
ตา่ งๆตามวาระและโอกาสในระดับสถานศึกษาไม่จำกดั จำนวนคร้งั

ห น ้ า | 75

2. ผู้เรียนได้นำเสนอ/จัดแสดง/แลกเปลี่ยนเรียนรู้/ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพในรูปแบบ
ตา่ งๆตามวาระและโอกาสต่อสาธารณะในระดับเขต/จังหวัดอย่างนอ้ ย 2 ครง้ั /ปี

3. ผู้เรียนได้นำเสนอ/จัดแสดง/แลกเปลี่ยนเรียนรู้/ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพในรูปแบบ
ตา่ งๆตามวาระและโอกาสตอ่ สาธารณะในระดบั ภาค

4. ผู้เรียนได้นำเสนอ/จัดแสดง/แลกเปลี่ยนเรียนรู้/ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพในรูปแบบ
ต่างๆตามวาระและโอกาสตอ่ สาธารณะในระดับชาติ/นานาชาติ

ห น ้ า | 76

1.4 การไดร้ ับรางวัลยกยอ่ งเชิดชู
1. ผลงาน/ชน้ิ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏบิ ัตงิ านของผเู้ รยี นได้รบั รางวลั /ยกย่องเชดิ ชใู นระดับเขต/จงั หวัด
2. ผลงาน/ช้นิ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏบิ ัตงิ านของผูเ้ รียนไดร้ บั รางวลั /ยกยอ่ งเชิดชใู นระดับภาค
3. ผลงาน/ชิน้ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบตั งิ านของผเู้ รียนได้รบั รางวลั /ยกย่องเชิดชใู นระดบั ชาติ/นานาชาติ

4. ผลงาน/ช้นิ งาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัตงิ านของผเู้ รียนไดร้ บั รางวลั /ยกยอ่ งเชดิ ชแู ละมผี นู้ ำไปประยกุ ตใ์ ช้/เป็นแนวคิด
ในการพัฒนาผลงานของผเู้ รียน/ครูนอกสถานศึกษา

ห น ้ า | 77

องคป์ ระกอบที่ 2 ผลการพฒั นาตนเอง
1 เปน็ แบบอยา่ งและเป็นทยี่ อมรับจากบคุ คลอืน่ ๆ

1. พฒั นาตนเองในดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม การพัฒนาจติ อย่างนอ้ ยปลี ะ 1 ครง้ั
การปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนา ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ปฏิบัติตนตามศีล 5 ละเว้นต่อการประพฤติชั่วและ

ไม่ลุ่มหลงอบายมุขมีความเอือ้ เฟื้อเผื่อแผเ่ สยี สละเหน็ แก่ประโยชนส์ ว่ นรวมช่วยเหลือบรจิ าคทรัพย์ให้กับทาง ราชการ
และงานส่วนรวมเปน็ ประจำ เช่น บริจาคเงินช่วยเหลืองานบุญตา่ ง ๆ มีความซือ่ สตั ย์สจุ รติ ต่อตนเอง และผู้อื่นมีความ
เมตตา กรณุ า โอบออ้ มอารีต่อบคุ คลอืน่ ร่วมกิจกรรมเนอ่ื งในวนั สำคญั ทางศาสนาทุกครง้ั ทมี่ ี โอกาส

ภาพท4่ี 8 การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาที่จัดขึน้ ในชมุ ชนของทางโรงเรียนและทบ่ี ้าน

ห น ้ า | 78

2. ปฏิบัติตนเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี ตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ท้งั ในหนา้ ทีร่ าชการ และ
ส่วนตน

ข้าพเจ้ายึดหลักการดำรงชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในดำเนินชีวิต
ครอบครัวและการทำงาน เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ไว้รับประทานในครอบครัว และแจกจ่ายบุคคลที่รู้จัก
บุคคลใกล้ชิด และผู้มีพระคุณ โดยข้าพเจ้าวางแผนและกำหนดการใช้จ่ายส่วนตัวอย่างมีเหตุผล ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
สิ่งของเครื่องใช้ภายในครอบครัวที่เก่าหรือชำรุดที่พอซ่อมแซมได้ก็ซ่อมแซมและนำมาใช้อีก เสื้อผ้าสิ่งของของพี่ที่ยัง
ใชไ้ ด้กใ็ ห้น้องใชต้ ่อ นำเสอ้ื ผ้าทย่ี งั ใช้ไดแ้ บง่ ปนั ใหผ้ ู้อ่ืน และเก็บสะสมเพือ่ ใช้จา่ ยในความจำเปน็ รู้คณุ ค่าของส่ิงของต่าง
ๆ ทมี่ แี ละจะใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์สูงสุด ในการจดั การเรียนการสอน ข้าพเจา้ ไดส้ อดแทรกแนวความคิดตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงแก่ผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยทำให้เป็นตัวอย่าง เช่น ใช้เสื้อผ้าที่ผู้อื่นนำมาให้ ใช้กระดาษสองหน้า
นำของที่ใช้แล้วมาทำเป็นสื่อการเรียนการสอน ใช้น้ำและไฟอยา่ งประหยดั ไม่ซื้อของราคาแพง ชี้ให้ผู้เรยี นเห็นขอ้ เสีย
ของการซื้อขนมกรุบกรอบ ส่งเสริมการออม และสอนผู้เรียนให้เห็นความสำคัญของทรัพยากรที่ใช้ และใช้ทรัพยากร
เหล่าน้ันอย่างเกดิ ประสทิ ธผิ ลมากทส่ี ดุ

ภาพท4ี่ 9 การใชช้ ีวิตตามแนวคิดของความพอเพียง

ห น ้ า | 79

3. น้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จนได้รับยอมรับ
หรอื การยกย่องเชิดชจู ากหน่วยงาน/องค์กรภาครฐั และเอกชน ระดบั เขต/จังหวัด

จากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนกลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้นำความรู้ตามหลักสูตรมาแบบบูรณาการกับกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดย
ยดึ หลกั ตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และไดน้ ำความรปู้ ระสบการณท์ ่ีไดร้ บั นำมาประยกุ ต์ ดังนี้

ภาพท5ี่ 0 การน้อมนำเอาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรบั ใช้ในการดำเนนิ ชวี ติ

ห น ้ า | 80

4. น้อมนำแนวปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน จนไดร้ บั การ
ยอมรบั หรอื การยกยอ่ งเชดิ ชูจากหนว่ ยงาน/องคก์ รระดับชาติ

ภาพ เกยี รติบัตรการไดร้ บั คดั เลือกให้เปน็ สถานศกึ ษาพอเพยี ง 2560

ห น ้ า | 81

ตัวชว้ี ดั 2 พฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง (การได้รบั การพัฒนา/พัฒนาตนเอง ในรอบ 2 ปี)
ข้าพเจ้าไดพ้ ฒั นาตนเองในด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

โดยเข้าร่วมการอบรม ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการสอนอย่างสม่ำเสมอ และนำความรู้ที่ได้มา
พฒั นาการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ดงั รายละเอยี ดตอ่ ไปนี้

ตารางท่ี 9 ตารางพฒั นาตนเอง หนว่ ยงาน จำนวน หมาย
ลำดับ เร่ือง ช่วั โมง เหตุ
สพป. นม. 7
ท่ี สพป. นม. 7 6
1 ประชุมการเตรียมความพรอ้ มและพฒั นาอยา่ งเขม้ 18
2 โครงการฝึกอบรมผู้กำกับลกู เสือและนายหมูล่ ูกเสือตา้ ยภยั ยาเสพ สำนักศิลปากรท่ี10
นครราชสมี า 6
ตดิ สพฐ.
3 โครงการสรา้ งภาคีเครอื ข่ายมรดกทางศลิ ปวัฒนธรรม ปลัดกระทรวง 6
ศกึ ษาธิการ 12
4 การใชง้ านระบบมาตรฐานดา้ นความปลอดภยั (MOE Platform) สพป. นม. 7
5 ครรู ุ่นใหมห่ ัวใจพอเพยี ง 6
ก.พ.
6 ประชุมเชิงปฏบิ ตั ิการใหค้ วามรู้ในการจัดทำผลงาน 3
(OBEC AWORD) ก.พ.
ก.พ. 2
7 การพฒั นาทางไกลผ่านอเิ ลคทรอนิคส์ Microsoft office power 3
point 2016 ก.พ.
3
8 การพัฒนาทางไกลผ่านอิเลคทรอนิคส์ ระบบราชการไทย ก.พ.
9 การพฒั นาทางไกลผา่ นอเิ ลคทรอนิคส์ Microsoft office Excel 3

2016
10 การพฒั นาทางไกลผ่านอเิ ลคทรอนิคส์ การเรยี นรูต้ ามรอยยุคล

บาท
11 การพัฒนาทางไกลผา่ นอเิ ลคทรอนิคส์ Microsoft office word

2016

ห น ้ า | 82

องคป์ ระกอบที่ 3 การดำเนนิ งาน/ผลงานที่เป็นเลศิ
1. การนำองค์ความรจู้ ากการได้รบั การพัฒนา หรอื การพัฒนาตนเองไปใช้ประโยชน์

1.1 นำไปพัฒนาผเู้ รียนแบบองค์รวมได้ ความรู้ ทักษะ กระบวนการ และเจตคติ
ข้าพเจา้ นำความรู้ไปใช้พัฒนาผเู้ รยี นแบบองคร์ วม กลา่ วคอื พฒั นาผเู้ รียนทั้งด้านความรู้ (Knowledge)
ทักษะกระบวนการ (Process) และเจตคตหิ รอื ดา้ นคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ (Attribute) โดย มีขน้ั ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
- ศึกษาหลกั สตู รของโรงเรยี น ศึกษาเอกสารประกอบหลกั สูตรและจึงดำเนินการวเิ คราะหห์ ลักสตู ร
- ออกแบบหน่วยการเรียนรู้และจัดทำแผนการเรียนรู้อย่างชัดเจน ซึ่งในแผนการจัดการเรียนรู้จะ ปรากฏ
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดแล้ว ยังมีการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านพุทธพิสัย
ดา้ นจิตพิสัย และดา้ นทกั ษะพิสยั ด้วย
-ระบุเทคนิควิธีการในการจัดการเรียนรู้ ระบุใช้สื่อ นวัตกรรมที่ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม
สอดคล้องกบั เนอ้ื หาสาระของผ้เู รียน
- กำหนดวิธีการวดั และประเมินผลพร้อมเคร่ืองมือการวดั และประเมนิ ผลไว้อย่างชดั เจน
- จากน้ันนำแผนจัดการเรียนรู้ไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้สื่อ/นวัตกรรม อย่าง
หลากหลายประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมทั้งออกแบบและสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผล การเรียนรู้ให้
ครอบคลุมตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ ทั้งนี้ในการวัดและประเมินผลวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สามารถวัดและประเมินผลได้ครบถ้วน พฤติกรรมของผู้เรียนครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ (Knowledge)
ทกั ษะกระบวนการ (Process) และ เจตคตหิ รือด้านคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ (Attribute) โดยใช้วธิ กี าร และเคร่อื งมือ
ทีห่ ลากหลาย

ภาพท5่ี 1 หลกั สตู รสถานศึกษาและแผนการจัดการเรยี นรู้

ห น ้ า | 83

1.2 นำไปบูรณาการกับหนว่ ย/เรื่องอน่ื ๆ ได้
ขา้ พเจ้าสามารถนำองค์ความรูร้ ายวิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ไปบรู ณาการกับหนว่ ยการเรียนรู้
อื่น เรื่องอื่นได้ โดยสามารถบูรณาการกับหน่วย สาระวิชาเศรษฐศาสตร์ ในหน่วยเศรษฐกิจพอเพียง สาระวิชา
ภูมิศาสตร์ ในหน่วย ลักษณะภูมิประเทศ ทั้งหน่วยการเรียนรู้ และเรื่องภายในหน่วยการเรียนรู้ เดียวกันได้ ทำให้
ผเู้ รียนสามารถเรยี นร้แู ละสามารถลงมอื ปฏบิ ัติและนำไปใชไ้ ด้จริงในชีวิตประจำวัน
1.3 นำไปบูรณาการกับรายวชิ าอนื่ ๆ ได้
ในฐานะที่ข้าพเจ้าจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ การ
เรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนา ได้ ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำโครงงาน การกำหนด
ปัญหา การ ดำเนินการแก้ปัญหา การบูรณาการเทคโนโลยสี ารสนเทศแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ การสืบค้นข้อมลู
การ ค้นคว้าสารสนเทศตามทักษะการรู้สารสนเทศ ซึ่งผู้เรียนสามารถบูรณาการความรู้ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา
โครงงานสังคมศึกษา หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยีในการจัดทำรายงานในรายวิชาต่าง ๆ การใช้อินเทอร์เน็ตเ พื่อการ
เรียนรู้และการค้นคว้า บูรณาการวิชาสังคม ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิต วิชาวิทยาศาสตร์ในการ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ที่มีกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล วิชาภาษาไทยในการเขียนรายงาน
โครงงานคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตประจำวันของผู้เรียน โดยเน้นในเรื่องหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง และเปน็ ทักษะท่ีสำคัญใหก้ ับผ้เู รียน
1.4. เชื่อมโยง / นำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ประกอบด้วยเรื่อง ราวเกี่ยวกับภูมิศาสตร์
ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมอื ง วัฒนธรรม การดำเนินชวี ติ รวมถึงศาสนา ศีลธรรม และจรยิ ธรรม วิชาสังคม
ศึกษาจึงช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร และเข้าใจถึงการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงตามยุค
สมัย ตามกาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่าง ๆ ทำให้เกิดความเข้าใจในตนเองและเข้าใจผู้อื่น ยอมรับในความแตกต่าง มี
คณุ ธรรม มคี วามอดทน อดกลน้ั สามารถนำความร้ไู ปปรบั ใชใ้ นการดำเนินชวี ติ มคี ุณภาพชวี ิตท่ีดี อยใู่ นสงั คมอยา่ งเป็นสุข
เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก อันเป็นเป้าหมายทีแ่ ท้จริงของการเรียน ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอน
วิชาสังคมศึกษา คอื การที่ผู้เรียนเขา้ ใจ และนำมาใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ิต ประจำวนั ได้ ให้เป็นชวี ติ ที่ดีงามและช่วยสรา้ งสรรค์
สงั คม ดงั นั้น การจัดการเรยี นการสอนสังคมจึงเชอื่ มโยงใหเ้ ด็กเรียนรู้การใชช้ ีวิตท่ถี ูกตอ้ ง อยอู่ ย่างมคี วามสขุ โดยเรยี นผา่ น
สถานการณ์จรงิ ทเี่ กิดข้ึนในห้องหรือในโรงเรยี น หรือวเิ คราะหจ์ ากตวั อย่างสถานการณ์ท่ีเป็นจริงในสังคม เพ่อื ให้เด็กฝึกคิด
วิเคราะห์ รทู้ นั การเปลย่ี นแปลง รจู้ กั ตวั เอง สามารถจดั การชวี ติ ของตัวเอง และมีวิถีชีวติ ร่วมกับผู้อนื่ ได้อยา่ งมคี วามสขุ

ห น ้ า | 84

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการ

ช่อื หน่วย ผลติ ภัณฑด์ ีในทอ้ งถ่ิน(กระถาง) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั ทีน่ ำมาบรู ณาการ
มาตรฐานการเรียนรสู้ งั คม
ส 3.1 เขา้ ใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภค การ
ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ารวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการ
ดำรงชวี ิตอยา่ งมีดุลยภาพ
ตัวชวี้ ดั ส 3.1 ม.2/3 เสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตในทอ้ งถ่ินตามปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
มาตรฐานการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ค 1.1 เขา้ ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวติ จรงิ
ตัวชว้ี ดั ค 1.1 ม. 2/4 ใช้ความรู้เกีย่ วกบั อตั ราส่วน สัดสว่ น และรอ้ ยละในการแก้โจทยป์ ัญหา

ค 1.1 ม 1 – 3 /2 ใชค้ วามรู้ ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีใน การ แกป้ ัญหาใน
สถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม

ค 1.1 ม 1 – 3 /3ให้เหตผุ ลประกอบการตดั สินใจและสรุปผลได้อยา่ งเหมาะสม
ค 1.1 ม 1 – 3 /5 เชอ่ื มโยงความรตู้ ่าง ๆ ในคณติ ศาสตร์ และนำความรู้ หลกั การกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั ศาสตรอ์ ืน่ ๆ
มาตรฐานการเรียนรู้ศลิ ปศึกษา
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างาน
ทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งชน่ื ชุม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั
ตัวชีว้ ัด ศ1.1 ม 2 /1 อภปิ รายเกย่ี วกบั ทศั นธาตุในด้านรปู แบบและแนวคิดของงานทศั นศิลปท์ เี่ ลือกมา
ศ 1.1 ม 2 /2 บรรยายเกี่ยวกับความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุอุปกรณ์ในงาน
ทศั นศิลป์
มาตรฐานการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี
ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มคี วามคิดสร้างสรรค์มีทกั ษะกระบวนการทำงานทกั ษะการจดั การ ทักษะกระบวนการ
แก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกันและทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มี
จติ สำนกึ ในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดล้อมเพื่อการดำรงชวี ิตและครอบครัว
ตวั ช้วี ัด ง 1.1 ม 2 /1 ใช้ทกั ษะการแสวงหาความร้เู พ่ือพัฒนาการทำงาน
ง 1.1 ม 2 /2 ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน

ห น ้ า | 85

ง 1.1 ม 2 /3 มีจิตสำนึกในการทำงานและใชท้ รพั ยากรในการปฏบิ ัติงานอยา่ งประหยดั และคมุ้ ค่า
มาตรฐานการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

ว 1.1 เขา้ ใจหนว่ ยพื้นฐานของสงิ่ มีชวี ติ ความสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องระบบต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่
ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตขออง
ตนเองและดูแลสิง่ มีชวี ิต
ตัวชี้วดั ว 1.1 ม.2/5 ทดลองวิเคราะห์ และอธิบายสารอาหารในอาหาร มีปรมิ าณพลงั งานและสดั สว่ นที่เหมาะสมกบั
เพศและวัย

มาตรฐานการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
พ 4.1 เห็นคณุ คา่ และมที กั ษะในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ การดำรงสุขภาพ ป้องกันโรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพเพอ่ื
สุขภาพ
ตวั ชี้วดั พ4.1 ม 2 /1 เลอื กใช้บรกิ ารทางสุขภาพอยา่ งมเี หตุผล

มาตรฐานการเรียนรภู้ าษาไทย
ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชีว้ ัด ท 4.2 ม 2/3 แตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสภุ าพ
มาตรฐานการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.2/1 ปฏบิ ตั ติ ามคำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบายง่ายๆ ท่ีฟังและอา่ น
ต 1.1 ม.2/2 อา่ นออกเสียงขอ้ ความ ขา่ ว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองส้นั ๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน
ต 1.1 ม.2/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน
อยา่ งเหมาะสม
3. สาระสำคญั หรอื ความคดิ รวบยอด
การผลิตและการบริการสินคา้ ในทอ้ งถิ่น (กระถาง) จะมคี ุณภาพและได้รับการ
พัฒนาจะต้องมีการวิเคราะห์สภาพปัญหาและใช้กระบวนการในผลิตที่ถูกต้อง โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงมาประยุกต์ใช้เกี่ยวกับเรื่อง การวางแผนกระบวนการผลิตโดยเริ่มจาก การใช้ส่วนผสมตามอัตราส่ วนท่ี
เหมาะสม พร้อมทัง้ กระบวนการตรวจสอบสารอาหารเพือ่ สุขภาพและ การวางแผนดำเนินการผลติ ตามขนั้ ตอน การ
นำสือ่ เทคโนโลยมี าใช้ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ และประชาสมั พันธท์ ัง้ ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ

ห น ้ า | 86

4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
สงั คมศกึ ษา
- หลักการและเปา้ หมายปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- สำรวจและวิเคราะห์ปญั หาการผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารในท้องถน่ิ
- ประยกุ ต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการผลิตสินคา้ และบรกิ ารในทอ้ งถิ่น
คณติ ศาสตร์
- อตั ราและอัตราส่วน
- อัตราส่วนทเี่ ท่ากัน
ศลิ ปะ
- รปู แบบของกระบอกกระถาง
- เปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกตา่ งของรูปแบบกระบอกกระถาง
การงานอาชพี และเทคโนโลยี
- การทำกระถางปลกู พชื สมุนไพร
วทิ ยาศาสตร์
- การทดสอบความแขง็ แรง
สขุ ศึกษา
- การเลอื กใช้บริการทางสขุ ภาพ
- การเกิดมลพษิ ทางสิง่ แวดลอ้ ม
ภาษาไทย
- การแตง่ กลอนสุภาพ
ภาษาตา่ งประเทศ
- Local product: khao lam

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

ห น ้ า | 87

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
6.1 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
6.2 ซื่อสัตย์สจุ ริต
6.3 มวี นิ ยั
6.4 ใฝ่เรยี นรู้
6.5 ม่งุ มั่นในการทำงาน
6.6 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6.7 รักความเป็นไทย
6.8 มีจิตสาธารณะ

7. ช้นิ งาน/ภาระงาน
7.1 ใบงานที่ 1 เรอื่ ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง
7.2 ใบงานที่ 2 สรุป เร่ือง แนวทางการดำเนนิ ชีวติ ตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
7.4 รายงานการผลิตภณั ฑ์ดใี นทอ้ งถนิ่ (กระถาง)
7.5 กระถาง
7.6 การนำเสนอผลงาน

8. กจิ กรรมการเรียนเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา
1. ผ้เู รียนชม VCD ชุด “พอเพียงตามแนวคิดของ พอ่ ”
2. แบง่ ผู้เรยี นออกเป็นกลมุ่ ครชู ้แี จงการดำเนนิ งานโดยใช้กระบวนการกลุ่มให้ผเู้ รยี นทราบ
3. แจกใบความรู้ที่ 1 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความหมาย แนวคิดหลัก

เป้าหมาย หลกั การปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4. ผู้เรียนวิเคราะห์แนวทางการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แล้ว

เขยี นสรปุ ผลการวิเคราะห์ลงในใบงานท่ี 1
5. ครูให้ผู้เรยี นศึกษาใบความรู้ที่ 1 เร่ือง อตั ราสว่ น เมื่อผูเ้ รียนศกึ ษาเข้าใจดีแลว้ อาสาสมัครผู้เรียนเขียน

สญั ลักษณ์แทนจำนวนบนกระดานดว้ ยอัตราสว่ น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจของผ้เู รียน
6. ครูและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายถึงตัวอย่างที่ผู้เรียนนำเสนอบนกระดานทั้งหมด เป็นความสัมพันธ์ท่ี

แสดงถงึ การเปรียบเทยี บจำนวนสองจำนวนทมี่ หี น่วยเดยี วกันหรอื มหี นว่ ยตา่ งกนั ขา้ งตน้ เรยี กวา่
“ อัตราส่วน ” (Ratios)

7. ครูจดั กลมุ่ ผเู้ รียนแบบคละความสามารถโดยมจี ำนวนเด็กอ่อนต่อเด็กปานกลางต่อเด็กเก่ง
1 : 2 : 1 หรอื 1 : 2 : 2 กลุ่มละ 4 – 5 คน

8. ครูและผเู้ รียนสนทนาเก่ยี วกับรูปทรงของถางจากประสบการณ์

ห น ้ า | 88

9.ใหผ้ ้เู รียนทกุ กล่มุ ออกแบบรปู ทรงกระถางตามจนิ ตนาการ
10. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดวางแผนออกแบบกระถางโดยวิเคราะห์ตามหลักแนวคิดของ
เศรษฐกิจพอเพียงโดยครูกระตุ้นให้ผู้เรียนช่วยกันระดมความคิดวิเคราะห์ว่าจะออกแบบรูปทรงกระถางอย่างไรจึงจะ
พอเหมาะกบั เวลาทก่ี ำหนดและให้ผ้เู รยี นคิดหาเหตุผลในการตัดสนิ ใจ
11. วทิ ยากรภายนอกสาธิตวิธกี ารทำกระถางตามลำดับข้ันตอนให้ผู้เรียนดู
12. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มฝึกปฏิบัติการทำกระถางด้วยความระมัดระวังโดยมีครูคอยให้คำแนะนำและ
คำปรกึ ษา
13. ผู้เรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั อภิปรายเก่ยี วกับกระถาง สว่ นประกอบของกระถาง
14. ครูและผ้เู รียนร่วมกนั อภิปรายว่าสว่ นประกอบของกระถางมีอะไรบ้าง
15. ครแู ละผู้เรียนสรุปถึงประโยชน์ของการทำกระถางขน้ึ ใชเ้ อง
16.ผเู้ รยี นใชท้ กั ษะการฟัง และใช้เหตผุ ลในการวเิ คราะห์ถอ้ ยคำจากบทกลอนสว่ี า่
มคี ำใดท่ีมี ลกั ษณะคล้องจองกนั พร้อมยกตวั อย่าง
17. ผู้เรียนศึกษา จุดประสงค์การเรียนนำทาง/ปลายทาง เพื่อทราบแนวทางการเรียนรู้และเป็น
ภมู คิ มุ้ กันต่อการเรียนรขู้ องตนเองเรื่องการแต่งกลอนสุภาพ
18. ผเู้ รียนใชก้ ระบวนการคิด วิจารณญาณอยา่ งมีเหตผุ ลในการทำแบบทดสอบหลงั เรียน
19. ผ้เู รยี นนำเสนอผลงาน
2. การแกป้ ญั หา/การพฒั นาผเู้ รยี น
ข้าพเจ้าเข้ารับราชการเป็นครดู ว้ ยความมุ่งมั่นทีจ่ ะพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และสามารถปรับตวั
เข้ากับสังคมอย่างมีความสุข และแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี ให้บริการกับผู้เรียน ผู้ปกครองผู้เรียนให้เข้าถึง
ข้อมูลข่าวสารของทางโรงเรยี นดว้ ยการเยี่ยมบา้ นผู้เรยี น ประชุมผู้ปกครองผู้เรียน และร่วมกับผู้ปกครองผู้เรียนในการ
แก้ปัญหาผู้เรียนรายบุคคลทั้งปัญหาด้าน การเรียน และปัญหาด้านความประพฤติของผู้เรียน ใช้เวลาว่างช่วงพัก
กลางวัน วันหยดุ นักขัตฤกษ์ และหยดุ ชว่ งปดิ ภาคเรยี น สอนซอ่ มเสริมให้กบั ผู้เรยี น เพ่ือแกป้ ญั หาผู้เรียนที่เรียนช้า และ
พัฒนาผู้เรียนที่เรียนเก่งจนทำให้ผู้เรียน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งด้านวิชาการ การประกวดแข่งขันต่าง ๆ และความ
ประพฤติ เป็นที่ประจักษ์ทั้งในโรงเรียน และชุมชน การสร้างองค์ความรู้ได้จัดการเรียนรู้ควบคู่กับการวิจัยด้วยการใช้
นวัตกรรมใหมม่ าใช้ในการจัดการเรยี นรู้ ใช้เทคนิควธิ ีการเรียนรู้ที่หลากหลาย สร้างความเข้มแข็งในการพฒั นาวิชาชพี
ครู โดยเน้นการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วย
การใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ใช้การวัดผลประเมินผลรอบด้านและการประเมินผลตามสภาพจริง ใช้ระบบดูแลช่วยเหลือ
ผเู้ รียนอย่างมีประสิทธภิ าพ วเิ คราะหผ์ ู้เรียนเป็นรายบคุ คล รวมถึงนำผลการทดสอบมาวิเคราะหเ์ พ่อื ปรบั ปรุง และ
พฒั นาการเรียนการสอน

ห น ้ า | 89

1. การแกป้ ญั หา/พัฒนาผเู้ รียนโดยใชก้ ระบวนการวจิ ัยในชั้นเรียน
ในการจดั การเรียนการสอนทุกคร้งั ไดม้ กี ารวเิ คราะหผ์ เู้ รยี นเป็นรายบคุ คล จากการประเมนิ ผลในระดับตา่ ง

ๆ ที่ผ่านมา เมื่อพบปัญหา ได้นำปัญหามาวิเคราะห์ เรียงลำดับความสำคัญของปัญหา แล้วจึงเลือกปัญหาที่เห็นว่า
สำคัญที่สุด นำมาดำเนินการแก้ไขโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนตามลำดับผลงานวิจัยในชั้น
เรียนทไ่ี ดจ้ ัดทำ

2. การแกป้ ัญหา/พฒั นาผเู้ รยี นโดยใช้นวัตกรรมทางการเรยี นการสอน
จากการที่ได้ใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนในการแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียน ได้สร้างสื่อนวัตกรรม

อย่างหลากหลาย ซึ่งจากการที่ได้ใช้นวัตกรรมในการแก้ปัญหาและพัฒนาผูเ้ รียนอยู่เสมอ ๆ ทำให้การจัดการเรียนการ
สอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีความพึงพอใจในการจดั การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม ส่งผลให้ผู้เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นทดี่ ีขึ้น เชน่

1.มกี ารสอนแบบ SUPERCAR MODEL เพ่อื พัฒนาทกั ษะในการเรียนและนำไปใชจ้ รงิ ในรายวชิ ากลุ่ม
สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

2. แนวทางจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ Active Learning โดยใชร้ ูปแบบการสอนบูรณาการ
3. บทเรยี นบนเวบ็ รายวิชาภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีปอเมรกิ าเหนอื ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
4. มีการสอนแบบบูรณาการ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะการคิดวิเคราะห์ใน
รายวิชาภูมศิ าสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
3. การแกป้ ญั หา/พัฒนาผเู้ รียนโดยใชร้ ะบบดูแลชว่ ยเหลอื ผเู้ รียน
จากการทำหน้าที่ครูผู้สอน และครูที่ปรึกษาผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้พบปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบ
ต่อการเรยี นของผู้เรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในผูเ้ รียน คือ ปัญหาครอบครวั พ่อ แม่หย่าร้าง
ผู้เรยี นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นที่ไม่ใชพ่ ่อแม่ ปัญหาเศรษฐกิจครอบครัวยากจน ปัญหาทางด้าน การเรียนรู้ช้า ปัญหาการ
ติดเกม ปัญหาสมาธิสั้น ซึ่งจากการปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอน และครูประจำชั้น ได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้โดยใช้
กระบวนการตา่ ง ๆ เก่ยี วกบั ระบบดแู ลช่วยเหลือผ้เู รยี น ดงั น้ี
1. ศึกษาทำความรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อซักถาม ตรวจสอบถึงปัญหา สาเหตุ และรู้จัก
ผู้เรยี นใหด้ ีย่งิ ข้นึ ใหค้ วามรกั ก่อนให้ความรู้
2. ทำการคัดกรองผูเ้ รยี นทมี่ ีความตอ้ งการพเิ ศษ ตามแบบคัดกรองของกระทรวงสาธารณสุข
3. ให้คำปรึกษาผเู้ รียน โดยการเรยี กพบผู้เรียนเป็นการส่วนตวั
4. ออกเยี่ยมบ้านผเู้ รียน เพ่ือศกึ ษาข้อมูลพน้ื ฐานครอบครัวเพิ่มเตมิ
5. ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผ้เู รยี นทม่ี ปี ญั หา ตามประเภทของปญั หาทพี่ บ
6. ส่งเสริมผู้เรยี นทีม่ ีความสามารถไดแ้ สดงออกในด้านท่ีผู้เรยี นถนดั
7. จัดทำแผนการเรยี นร้รู ายบคุ คล

ห น ้ า | 90

ข้าพเจ้าขอรบั รองวา่ ขอ้ มูลดงั กลา่ วขา้ งตน้ ถูกตอ้ งและเปน็ ความจริงทกุ ประการ และขอรบั รองวา่
ขา้ พเจา้ เปน็ ผมู้ คี ณุ สมบัตติ รงตามทีก่ ำหนดทกุ ประการ และขอ้ ความทขี่ า้ พเจ้าเขียนไว้ในรายงานพร้อมท้ัง
เอกสารหลกั ฐาน ถกู ตอ้ งตามความเปน็ จรงิ หากตรวจสอบภายหลังพบว่า ข้าพเจา้ มีคณุ สมบตั ิไมเ่ ปน็ ไป
ตามที่กำหนด หรอื ย่นื เอกสารหลกั ฐานอนั เป็นเทจ็ ให้ถือว่าข้าพเจา้ หมดสทิ ธิ์เข้ารว่ มประกวด และจะไม่
เรียกรอ้ งสทิ ธใิ ด ๆ

(ลงชื่อ) ..................... ...............................ผขู้ อรบั รางวลั
(นางสาวอจลญา โสภัณฑ์ )

ครูโรงเรยี นทา้ วสรุ นารี(ระดมอนุสรณ)์

ตรวจสอบและรบั รองของสว่ นราชการต้นสังกดั
ไดต้ รวจสอบแล้วรบั รองว่าข้อมูลถูกตอ้ ง และเป็นความจรงิ

(ลงช่ือ) ....................................................ผ้รู ับรอง
(นางสาวกติ ติมา งามจันทร์ )

ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นท้าวสรุ นารี(ระดมอนุสรณ)์

ห น ้ า | 91

ภาคผนวก

หลกั ฐานประกอบการพิจารณา/ตามตวั ช้วี ดั

ห น ้ า | 92

ประภมาวพลกภ.คา.ศพ1ก6 .ค.ศ.16


Click to View FlipBook Version