รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านประทุนอายอง ต าบลแตล อ าเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1
บันทึกข้อความ ส่วนราชการ โรงเรียนบ้านประทุนอายอง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ที่ วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 เรื่อง รายงานผลการประเมินตุณภาพผู้เรียน (NT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 เรียน ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านประทุนอายอง สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) จ านวน 1 ฉบับ การประเมินคุณภาพทางการศึกษา ถือว่าเป็นกลไกที่ส าคัญในการที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความส าเร็จของ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ จัดการศึกษา รวมทั้งเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการวางแผน และพัฒนาคุณภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนั้น เอกสารฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อน าเสนอผลการประเมินคุณภาพในระดับชาติ ประจ าปีการศึกษา 2565 ใน ระดับประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งผลการประเมินคุณภาพนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จะเป็นการน าเสนอผลการ ประเมินตามความสามารถพื้นฐานที่จ าเป็นในการเรียนของผู้เรียน ซึ่งได้แก่ ความสามารถด้านภาษาไทย (Thai Language) ความสามารถด้านคณิตศาสตร์(Mathematics) ซึ่งน าเสนอผลการปะเมินระดับประเทศ ระดับเขต พื้นที่ และระดับโรงเรียน โรงเรียนบ้านประทุนอายอง จึงขอรายงานผลการทดสอบรายงานผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของ ผู้เรียนระดับชาติ (National Test: NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ดังเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ลงชื่อ (นางสาวเพ็ญฉวี พงศ์พิพัฒน์) ครูช านาญการพิเศษ ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................... .............................................................................. ............................................................................... .............................................................................. ลงชื่อ ลงชื่อ (นายณัฐปคัลภ์ เอ้กัณหา) (นายเอนก หม้อทอง) รองผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านประทุนอายอง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านประทุนอายอง
ค าน า รายงานการประเมินความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) ของโรงเรียนบ้านประทุน อายอง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2565 เล่มนี้ ได้จัดท าขึ้นเพื่อรายงาน ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ส าหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้น าสารสนเทศที่ได้ไปใช้ประกอบการ ตัดสินใจในการก าหนดนโยบายการศึกษา ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องของ สถานศึกษา และการบริหารจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารสถานศึกษา และ ครูผู้สอน สามารถน าสารสนเทศนี้ไปวิเคราะห์ผลการจัดการเรียนการสอน วางแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา และปรับปรุงพัฒนาครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาเพื่อให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ขอขอบคุณ นายเอนก หม้อทอง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านประทุนอายอง นายณัฐปคัลภ์ เอ้กัณหา รอง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านประทุนอายอง คณะท างานทุกท่านที่ทุ่มเทก าลังกาย ก าลังใจ ท าให้งานส าเร็จสมบูรณ์ ด้วยดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารรายงานการประเมินคุณภาพผู้เรียนเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ส าหรับผู้มีส่วน เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในทุกระดับ และหน่วยงานทางการศึกษา ที่จะน าข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาเพื่อให้เกิดสัมฤทธิผลต่อผู้เรียนอย่างยั่งยืนและต่อเนื่องตลอดไป กลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนบ้านประทุนอายอง ก
สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข บทที่ 1 บทน า 1 ความเป็นมาและความส าคัญ 1 วัตถุประสงค์การรายงาน 1 ขอบเขตการรายงาน 2 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 4 นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ 2565 4 นโยบายส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 8 แนวทางด าเนินงานประเมินคุณภาพผู้เรียน 12 บทที่ 3 วิธีด าเนินการ 15 ประชากร 15 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 15 วิธีด าเนินการจัดสอบ 17 การวิเคราะห์ข้อมูล 18 บทที่ 4 ผลการด าเนินการ 19 ผลการประเมินความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) 19 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ 21 สรุปผลการประเมิน 21 การน าผลการประเมินไปใช้ในสถานศึกษา 22 บรรณานุกรม 23 ภาคผนวก 24 ฉบับที่ 1 แบบสรุปรายงานผลการประเมินของโรงเรียน ฉบับที่ 2 แบบรายงานค่าสถิติพื้นฐานผลการประเมินของโรงเรียน ฉบับที่ 3 แบบรายงานผลการประเมินผู้เรียนจ าแนกตามบุคคลในแต่ละด้าน ฉบับที่ 4 แบบรายงานผลการทดสอบนักเรียนจ าแนกรายบุคคลในแต่ละตัวชี้วัด ฉบับที่ 5 แบบรายงานจ านวนนักเรียนที่ตอบข้อสอบถูกรายข้อ ฉบับที่ 6 แบบรายงานจ านวนนักเรียนจ าแนกตามช่วงคะแนนร้อยละของผลการประเมิน ข
สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า ฉบับที่ 7 แบบรายงานผลการเรียงล าดับตามคะแนนค่าเฉลี่ยนักเรียน ฉบับที่ 8 แบบรายงานผลการประเมินของโรงเรียนย้อนหลัง 3 ปี
บทที่ 1 บทน า ความเป็นมาและความส าคัญ สถานการณ์โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับระบบการศึกษา ต้องมีการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริง แนวคิดเรื่อง "ทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21" ที่ มุ่งเน้นทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หรือ 3Rs 4Cs ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้3Rs ได้แก่ การอ่าน (Reading) การ เขียน (Writing) และคณิตศาสตร์ (Arithmetic) และ 4Cs ได้แก่การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การสื่อสาร (Communication) ความคิดสร้างสรรค์(Creativity) และการร่วมมือ (Collaboration) โดยเฉพาะผู้เรียนในระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องมีทักษะอื่นอีกหลายด้าน เช่น ทักษะการสื่อสาร และทักษะการคิดค านวณ เป็นต้น เพื่อให้อยู่ในโลกแห่งการแข่งขันได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี กระทรวงศึกษาธิการ ก าหนดนโยบายและ จุดเน้น เพื่อให้การบริหารจัดการศึกษา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เป้าหมาย ของแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติวัตถุประสงค์ของแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายของ รัฐบาล เรื่อง การเตรียมคนในศตวรรษที่ 21 ในระดับประถมศึกษา มุ่งค านึงถึงพหุปัญญาของผู้เรียนรายบุคคลที่ หลากหลาย ตามศักยภาพ โดยเฉพาะการเรียนภาษาไทยเน้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาอื่น รวมถึง นโยบาย การพัฒนาและส่งเสริมให้นักเรียนระดับประถมศึกษา คิดเลขเป็น พร้อมกับสร้างเด็กให้เกิดทักษะ กระบวนการ ทางคณิตศาสตร์ รวมถึงการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้แก้ปัญหาได้ ในปีการศึกษา 2565 ส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด าเนินการ ประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทุกคนจากโรงเรียนในทุกสังกัด โดยประเมินความสามารถ พื้นฐานของผู้เรียน 2 ด้าน คือ ความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งได้ระดมสมอง ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่ เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ ทั้งในส่วนกลาง และส่วน ภูมิภาคเข้าประชุมระดมความคิด เพื่อก าหนดกรอบโครงสร้างของเครื่องมือประเมินคุณภาพผู้เรียนทั้ง 2 ด้าน ซึ่ง กรอบโครงสร้างนี้ นอกจากจะใช้เพื่อการสร้างเครื่องมือประเมินคุณภาพผู้เรียนแล้ว โรงเรียนยังสามารถใช้นิยามและ ตัวชี้วัดที่ร่วมกัน ก าหนดขึ้นนี้ ไปวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการประเมิน เพื่อรองรับการประกัน คุณภาพการศึกษาได้เป็นอย่างดี โรงเรียนบ้านประทุนอายอง จึงได้ด าเนินการประเมินคุณภาพการศึกษาตามนโยบายและบทบาทหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย โดยบริหารจัดการสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 ประมวลผล วิเคราะห์และสรุปรายงานผลเผยแพร่แก่โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป วัตถุประสงค์การรายงาน เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ปีการศึกษา 2565
ขอบเขตของการรายงาน การประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านประทุนอายอง จ าแนก เป็น 1. ประชากร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านประทุนอายอง จ านวนนักเรียนที่เข้าสอบ 23 คน (ปกติ 15 คน พิเศษ 8 คน Walk-in 0 คน) 2. ขอบเขตด้านเนื้อหาของแบบบทดสอบ ความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน (Primary Capability) ที่ใช้เป็นกรอบในการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จึงประกอบด้วย ความสามารถตามกรอบตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (Student Outcomes) จากแนวคิดในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การทดสอบความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) หมายถึง การประเมินคุณภาพ ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการประเมินความสามารถพื้นฐาน 2 ด้าน คือ ความสามารถด้าน ภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ 2. ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการตีความ และแปลงจาก สถานการณ์ปัญหา หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในบริบทของชีวิตจริง (Problem in context) ให้เป็นปัญหาเชิง คณิตศาสตร์ (Mathematical problem) การใช้ทักษะการคิดค านวณ การแก้ปัญหาการเชื่อมโยง การสื่อสารและ สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การคิดสร้างสรรค์ และการให้เหตุผล โดยอาศัยข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอด หลักการหรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ มีการพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ประเมินและตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล และสร้างสรรค์ โดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม และความเป็นพลเมืองดีของประชาคมโลก เพื่อน าไปสู่การหาผลลัพธ์ และการอธิบาย/คาดการณ์/พยากรณ์สถานการณ์ปัญหาหรือปรากฎการณ์ต่าง ๆ 3. ความสามารถด้านภาษาไทย หมายถึง ความสามารถด้านการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุค เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้ทักษะการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน และกระบวนการคิดอย่างมี วิจารณญาณ ในการใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อสรุปความ สืบค้น แสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง น าเสนอ อย่างสร้างสรรค์ ประเมินและตัดสินข้อมูลสารสนเทศ เพื่อน าไปแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวันและรู้เท่าทันสื่อ ตลอดจน สามารถใช้ภาษาแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีในสังคม 4. ข้อสอบมาตรฐาน หมายถึง ข้อสอบที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ ส านักทดสอบทางการศึกษาสร้างและพัฒนาขึ้น ใช้ประเมินคุณภาพของนักเรียนระดับขั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในปี การศึกษา 2565 5. โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนบ้านประทุนอายอง สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 2
6. นักเรียน หมายถึง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนในปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านประทุน อายอง ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. โรงเรียนบ้านประทุนอายอง น าผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ไปเป็น ข้อมูลสารสนเทศในการวางแผน ก าหนดนโยบาย และกลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาพรวมของ สถานศึกษา เพื่อสนองนโยบายส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. ผู้บริหารโรงเรียน ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน น าข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผลการ ประเมินคุณภาพผู้เรียน ไปใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษาและพัฒนาผู้เรียน 3. ครูประจ าชั้นหรือครูที่ปรึกษา ครูผู้สอน น าข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผลการประเมินคุณภาพของ นักเรียนรายบุคคล ไปใช้ในการออกแบบจัดการเรียนรู้ วิจัยในชั้นเรียน และพัฒนาวิชาชีพของตนให้มีความก้าวหน้า ตามมาตรฐานวิชาชีพครู 4. ผู้ปกครองน าข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ไปใช้ในการส่งเสริม สนับสนุน และวางแผนพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน น าไปใช้ในการเลือกแผนการเรียนที่เหมาะสมกับความถนัด และความ ต้องการของผู้เรียน 2 3
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) เพื่อ การประกันคุณภาพผู้เรียนปีการศึกษา 2565 มีประเด็นส าคัญในการน าเสนอ ดังต่อไปนี้ 1. นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ 2565 2. นโยบายส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4. แนวด าเนินการทดสอบทางความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) ปีการศึกษา 2565 1. นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 เพื่อให้การด าเนินการจัดการศึกษาและการบริหารจัดการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ วัตถุประสงค์ของแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน เรื่องการ เตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นอาศัยอ านาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงประกาศนโยบายและจุดเน้น ของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565 ดังนี้ 1. การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย 2. การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาให้ มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูและอาจารย์ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ด้วย ภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและการใช้สื่อทันสมัย และมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทาง การศึกษาที่เกิดกับผู้เรียน 3. การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ(NDLP) และการ ส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจ าวัน เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล แห่งชาติ ที่สามารถน าไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวางผ่าน ระบบออนไลน์ และการน าฐานข้อมูลกลางทางการศึกษา มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและ การจัดการศึกษา 4. การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มี ความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอ านาจการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน โดยอาศัย อ านาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อก าหนดให้มีระบบบริหารและการจัดการ รวมถึงการ จัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน มีระบบการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล
5. การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัดทดสอบวัดความรู้ และ ทักษะที่จ าเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชาชีพ เพื่อให้ระบบการประเมินผล การศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย ตอบสนองผลลัพธ์ทางการ ศึกษาได้อย่างเหมาะสม 6. การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการระดมทรัพยากรทาง การศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษามีความเป็นธรรมและสร้างโอกาส ให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่น ๆ กระจายทรัพยากรทั้งบุคลากรทางการศึกษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง 7. การน ากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ National Qualifications Framework (NQF) และกรอบคุณวุฒิ อ้างอิงอาเซียน ASEAN Qualification Reference Framework (AQRF) สู่การปฏิบัติเป็นการผลิตและการ พัฒนาก าลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติเชื่อมโยงระบบการศึกษาและการอาชีพ โดยใช้ กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคารหน่วยกิตและการจัดท ามาตรฐานอาชีพในสาขาที่สามารถอ้างอิง อาเซียนได้ 8. การพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัยตาม พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 สู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน าไปเป็น กรอบในการจัดท าแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยและมีการติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ 9. การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบการศึกษา ระดับปริญญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการด ารงชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนช่วยเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้ 10. การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทย ด้วยการน านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัด การศึกษาทุกระดับการศึกษา เพื่อให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งน านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัด การศึกษาผ่านระบบดิจิทัล 11. การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียน ที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทาง การศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ 12. การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมี ส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทาง การศึกษาและผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) 1. ความปลอดภัยของผู้เรียน โดยจัดให้มีรูปแบบ วิธีการ หรือกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยทั้งด้านร่างกาย 2 5
และจิตใจ รวมถึงการสร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ท่ามกลาง สภาพแวดล้อมทางสังคม 2. หลักสูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยยึดความสามารถของผู้เรียนเป็นหลัก และพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่ต้องการ 3. ฐานข้อมูล Big Data มุ่งพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ าซ้อน เพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวม การศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง 4. ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สนับสนุนการด าเนินงานของ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ตามความเป็นเลิศของแต่ละสถานศึกษาและตามบริบท ของพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ตลอดจนมีการจัดการเรียนการสอน ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน 5. พัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียนเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 6. การศึกษาตลอดชีวิต การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตส าหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้มีคุณภาพ และมาตรฐาน ประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน เหมาะสม และเต็มตามศักยภาพตั้งแต่ วัยเด็กจนถึงวัยชรา และพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย 7. การจัดการศึกษาส าหรับผู้ที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้ที่มีความ ต้องการจ าเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สามารถด ารงชีวิตในสังคมอย่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรีเท่าเทียม กับผู้อื่นในสังคม สามารถช่วยเหลือตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ 2. นโยบายส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565 ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ก าหนดให้มีการพัฒนาเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยให้มีสมรรถนะและคุณลักษณะที่ดีสมวัยทุกด้าน โดยการปฏิรูป กระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย มีเป้าหมายให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จ าเป็นของโลกอนาคต สามารถ แก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต รวมทั้งเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็น "การศึกษา ขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ" มุ่งเนั้นความปลอดภัยในสถานศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่าง เท่าเทียม และบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ จึงก าหนดนโยบายส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ดังนี้ 1. ด้านความปลอดภัย พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาและ สถานศึกษา จากภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี สามารถ 6
ปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ า 2. ด้านโอกาส 2.1 สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยได้เข้าเรียนทุกคน มีพัฒนาการที่ดี ทั้งทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ให้สมกับวัย 2.2 ด าเนินการ ให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างมีคุณภาพตาม มาตรฐาน วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ สามารถวิเคราะห์ตนเองเพื่อการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพตรงตาม ศักยภาพและความถนัดของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ สู่ความเป็นเลิศ เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2.3 พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้ออกจาก ระบบการศึกษา รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน 2.4 ส่งเสริมให้เด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะในการ ด าเนินชีวิต มีพื้นฐานในการประกอบอาชีพ พึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 3. ด้านคุณภาพ 3.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จ าเป็นของโลกในศตวรรษ ที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 3.2 พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเลือก ศึกษาต่อเพื่อการมีงานท า 3.3 ปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถณะ ที่เน้นการพัฒนาสมรรถนะหลักที่จ าเป็นในแต่ละระดับ จัด กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้งส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่สร้างสมดุลทุกด้าน ส่งเสริมการจัด การศึกษาเพื่อพัฒนาพหุปัญญา พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลผู้เรียนทุกระดับ 3.4 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นครูยุคใหม่ มีศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนตาม หลักสูตรฐานสมรรถนะ มีทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ได้ดี มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัส มีการ พัฒนาตนเองทางวิซาชีพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีจิตวิญญาณความเป็นครู 4. ด้านประสิทธิภาพ 4.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน มีนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนบน ฐานข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง ทันสมัย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 4.2 พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนที่ สามารถด ารงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) ให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 4.3 บริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ที่มีจ านวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 น้อย กว่า 20 คน ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบายโรงเรียนคุณภาพของชุมชน 4.4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ และสถานศึกษาที่ตั้งใน 7
พื้นที่ลักษณะพิเศษ 4.5 สนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้เป็นต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา และการเพิ่มความ คล่องตัวในการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4.6 เพิ่มประสิทธิภาพการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการ ที่ค าสั่งที่ สพฐ 293/2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและ ความเจริญทางวิทยาการ เป็นการสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถตอบสนองความ ต้องการของบุคคล สังคมไทย ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลก ปลูกฝังให้ ผู้เรียนมีจิตส านึกในความเป็นไทยมีระเบียบวินัย ค านึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นไปตามเจตนารมณ์มาตรา 80 ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2544 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก าหนดใช้ในโรงเรียน ต้นแบบการใช้หลักสูตรและโรงเรียนที่มีความพร้อม ตามที่กระทรวงศึกษาธิการก าหนด ในปีการศึกษา 2552 ให้ใช้ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 และในปีการศึกษา 2560 มีการปรับปรุงหลักสูตรและ ตัวชี้วัดใหม่ พ.ศ. 2560 โดยประกาศใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 1-2 และ 4-5 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-2 และ 4 - 5 ในปีการศึกษา 2562 ในปีการศึกษา 2563 ทุกชั้นใช้หลักสูตรปรับปรุงมาตรฐานและตัวชี้วัดใหม่ พ.ศ. 2560 1. ความหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ (2549) ได้ให้ความหมายไว้ ดังนี้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรแกนกลาง (Core Curriculum) ในส่วนที่หน่วยงานส่วนกลาง โดยคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก าหนดขึ้นจัดท าขึ้นส าหรับท้องถิ่นและ สถานศึกษาได้น าไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนา เด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีคุณภาพด้านความรู้ และทักษะที่จ าเป็นส าหรับการ ด ารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 2. สาระส าคัญของหลักสูตร 2.1 วิสัยทัศน์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่ง เป็นก าลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทย และเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และ ทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จ าเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้น ผู้เรียนเป็นส าคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ 8
2.2 หลักการ เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมาย และมาตรฐานการ เรียนรู้เป็นเป้าหมายส าหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติและคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็น ไทยควบคู่กับความเป็นสากล เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชนที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่าง เสมอภาค และมีคุณภาพ เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอ านาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการ เรียนรู้เวลาและการจัดการเรียนรู้ เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ เป็นหลักสูตรการศึกษาส าหรับ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และ ประสบการณ์ 2.3 จุดมุ่งหมาย มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และ ประกอบอาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้ความสามารถ ในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกก าลังกายมีความรักชาติ มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการ ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และ ภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งท าประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และ อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 2.4 สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะ ส าคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิดความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2.5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและ พลโลก ดังนี้ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความ เป็นไทย มีจิตสาธารณะ 3. โครงสร้างของหลักสูตร ก าหนดไว้ ดังนี้ 3.1 ระดับการศึกษา แบ่งเป็น 3 ระดับ 1) ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 มุ่งพัฒนา ทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การ เขียน การคิดค านวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร และกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความ เป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพของชีวิตอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคมและวัฒนธรรม โดยเน้น การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ 2) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 มุ่งให้ผู้เรียนได้ส ารวจความถนัด ความ สนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน มีทักษะในการคิดวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิด แก้ปัญหามีทักษะในการด ารงชีวิต มีทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบต่อ สังคม มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความดีงาม และความภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนใช้พื้นฐานในการ ประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อ 9
3) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 เน้นการเพิ่มพูนความรู้และทักษะ เฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัด ความสนใจของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ มีทักษะ การใช้วิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะการคิดขั้นสูง สามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตน และประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็นผู้น าและผู้ให้บริการชุมชนใน ด้านต่าง ๆ 3.2 สาระการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้และคุณลักษณะหรือ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน หลักสูตรก าหนดสาระการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐานส าคัญที่ผู้เรียนทุกคนต้อง เรียนรู้ไว้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศึกษาศาสนาและ วัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ และภาษาต่างประเทศ 3.3 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคมเสริมสร้างให้เป็นผู้มี ศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตส านึกของการท าประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเอง ได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ซึ่งก าหนดกิจกรรมไว้เป็น 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน เช่น ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และผู้บ าเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. มาตรฐานการเรียนรู้หลักสูตรได้ก าหนดมาตรฐานการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้8 กลุ่มสาระการ เรียนรู้ เพื่อเป็นข้อก าหนดคุณภาพผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะกระบวนการคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมของแต่ละ กลุ่ม ส าหรับใช้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เมื่อเรียนจบในแต่ละระดับการศึกษา คือ ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่6) ระดับมัยศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) และระดับมัยศึกษา ตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) 5. การจัดเวลาเรียน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานก าหนดเวลาในการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียนไว้ ดังนี้ ระดับประถมศึกษา ป.1 - 6 จัดเวลาเรียนเป็นรายปี เวลาเรียนรวมไม่น้อยกว่าปีละ 1,000 ชั่วโมง เฉลี่ย วันละ 5 ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1 – 3 จัดเวลาเรียนเป็นรายภาคเรียน เวลาเรียนรวมไม่น้อยกว่าปีละ 1,200 ชั่วโมง เฉลี่ยวันละ 6 ชั่วโมง มีการคิดน้ าหนักของรายวิชาเป็นหน่วยกิต (40 ชั่วโมง/ภาค มีค่าน้ าหนักวิชา 1 หน่วย กิต) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม. 4 - 6 จัดเวลาเรียนเป็นรายภาคเรียน เวลาเรียนรวม 3 ปีไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง เฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง มีการคิดน้ าหนักของรายวิชาเป็นหน่วยกิต (40 ชั่วโมง/ภาค มีค่า น้ าหนักวิชา 1 หน่วยกิต) 6. การวัดและประเมินผล 6.1หลักการวัดและประเมินผลผู้เรียน การวัดและประเมินผล เป็นกระบวนการที่ช่วยผู้สอนได้ข้อมูล สารสนเทศที่แสดง ถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้าและความส าเร็จของการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้เต็มศักยภาพ 6.2 วิธีการวัดและประเมินผล ต้องใช้วิธีที่หลากหลาย สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการวัดทั้งที่เป็นความรู้ 10
ความคิดและการปฏิบัติ และจะด าเนินการควบคู่กับการจัดการเรียนการสอน การวัดความรู้ ความคิดส่วนใหญ่ใช้ การทดสอบ แบบทดสอบที่อาจเป็นแบบเลือกตอบหรือให้เขียนค าตอบเองด้วยข้อสอบอัตนัย ควรเน้นการตอบโดย การเขียนและการน าเสนอค าตอบด้วยตัวผู้เรียน เพราะเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาการคิดและการเขียนไป พร้อม ๆ กัน ได้ดีกว่าเครื่องมือชนิดเลือกตอบ นอกจากนี้ก็อาจใช้แฟ้มสะสมงาน การสังเกต การสัมภาษณ์ เป็นวิธีที่ เหมาะสมกับการวัดและประเมินความดีงามและการปฏิบัติ 6.3 ระดับของการวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผลผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 แบ่งได้ 4 ระดับ คือ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และ ระดับชาติ ทุกระดับมีเจตนารมณ์เช่นเดียวกัน คือ ตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อน าผลการ ประเมินมาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 6.3.1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนด าเนินการเพื่อพัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการเรียนในรายวิชา/กิจกรรมที่ตนสอน ในการประเมินเพื่อการ พัฒนา ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ตามตัวชี้วัดที่ก าหนดเป็นเป้าหมายในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การแสดงออกในการปฏิบัติผลงาน การแสดงกิริยาอาการต่าง ๆ ของ ผู้เรียนตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม เพื่อดูว่าบรรลุตัวชี้วัดหรือมีแนวโน้มว่าจะบรรลุตัวชี้วัดเพียงใด แล้วแก้ไขข้อบกพร่อง เป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง และการประเมินเพื่อตัดสินเป็นการตรวจสอบ ณ จุดที่ก าหนด แล้วตัดสินว่า ผู้เรียนมีผล อันเกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บคะแนน ของหน่วยการเรียนรู้ หรือของการประเมินผลกลางภาค หรือปลายภาคตามรูปแบบการประเมินที่สถานศึกษา ก าหนด ผลการประเมินนอกจากจะให้เป็นคะแนนหรือระดับผลการเรียนแก่ผู้เรียนแล้ว ต้องน ามาเป็นข้อมูลใช้ ปรับปรุงการเรียนการสอนต่อไปอีกด้วย 6.3.2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการตรวจสอบผลการเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/ราย ภาค ผลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การ อนุมัติผลการเรียน การตัดสินการเลื่อนชั้นเรียน และเป็นการประเมิน เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของ สถานศึกษาว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีสิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถน าผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติและระดับเขตพื้นที่ การศึกษา ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา และการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐาน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานผู้ปกครองและชุมชน 6.3.3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 เพื่อใช้เป็นข้อมูล พื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถด าเนินการโดย ประเมินคุณภาพของผู้เรียนด้วยวิธีการและเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานซึ่งจัดท าและด าเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังสามารถด าเนินการได้ด้วยการ ตรวจสอบข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 11
6.3.4. การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการ เรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนใน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อน าไปใช้ในการวางแผน ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูล การประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จ าแนกตามสภาพปัญหาและความ ต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า กลุ่ม ผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มผู้เรียนที่พิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ ด าเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที อันเป็นโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความส าเร็จในการเรียน 4. แนวทางด าเนินงานประเมินคุณภาพผู้เรียน NT การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นการประมินที่มุ่งเน้นการตรวจสอบคุณภาพ ผู้เรียนตามมาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อวินิฉัยสิ่งที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคล เน้นน าผลการประเมิน ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับชั้นเรียนที่สูงขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อมผู้เรียนก่อนการเรียนในปี การศึกษาต่อไป ครูผู้สอนสามารถผลการประเมินไปใช้ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน และวางแผนพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนเป็นรายบุคคล กรอบการประเมิน กรอบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย 2 ด้าน คือ ความสามาถด้าน ภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตาม กรอบตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (Student Outcomes) จากแนวคิดในศตวรรษท ี่21 ได้แก่ ความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถด้าน คณิตศาสตร์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการตีความ และแปลงจากสถานการณ์ ปัญหา หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในบริบทของชีวิตจริง (Problem in context) ให้เป็นปัญหาเชิงคณิตศาสตร์ (Mathematical problem) การใช้ทักษะการคิดค านวณ การแก้ปัญหา การเชื่อมโยง การสื่อสารและสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร์ การคิดสร้างสรรค์ และการให้เหตุผล โดยอาศัยข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอด หลักการ หรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ มีการพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ประเมินและตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลและ สร้างสรรค์ โดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมและความเป็นพลเมืองดีของประชาคมโลก เพื่อน าไปสู่การหาผลลัพธ์และ การอธิบาย/คาดการณ์/พยากรณ์สถานการณ์ปัญหาหรือปรากฎการณ์ต่าง ๆ ดังนี้ 12
สาระที่ 1 จ านวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจ านวน ระบบจ านวน การด าเนินการของ จ านวน ผลที่เกิดขึ้นจากการด าเนินการ สมบัติของการด าเนินการ และน าไปใช้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูปความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ล าดับและอนุกรม และน าไปใช้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด และ น าไปใช้ มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง รูปเรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และน าไปใช สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา 2) ความสามารถด้านภาษาไทย ความสามารถด้านภาษาไทย หมายถึง ความสามารถด้านการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุคเทคโนโลยี สารสนเทศ โดยใช้ทักษะการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน และกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ในการ ใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อสรุปความ สืบค้น แสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง น าเสนออย่างสร้างสรรค์ ประเมินและตัดสินข้อมูลสารสนเทศ เพื่อน าไปแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวันและรู้เท่าทันสื่อ ตลอดจนสามารถใช้ภาษา แสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีในสังคม โดยมีตัวชี้วัด ดังนี้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา ค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง วัตถุประสงค์ของการประเมิน เพื่อตรวจสอบและประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรแกนกลาง 13
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และเพื่อตรวจสอบความสามารถพื้นฐานในด้านการอ่าน การเขียน และการ คิดค านวณ ของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตารางสอบ การประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก าหนดสอบในวันที่ 15 มีนาคม 2566 ประกาศผลการสอบ ประกาศผลการสอบวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 14
บทที่ 3 วิธีด าเนินการ รายงานผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) ปีการศึกษา 2565 โรงเรียน บ้านประทุนอายอง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 1 ด าเนินการตามนโยบายส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีการด าเนินการตามล าดับ ดังนี้ 1. ประชากร 2. เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 3. วิธีด าเนินการจัดสอบ 4. การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชากร ประชากร เป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านประทุนอายอง สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ปีการศึกษา 2565 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จ านวน 23 คน (ปกติ 15 คน พิเศษ 8 คน walk-in 0 คน) 2. เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 แสดงรายละเอียดดัง ตาราง 1. ความสามารถด้านภาษาไทย มีกรอบโครงสร้างในการประเมิน ดังนี้
โครงสร้างแบบทดสอบความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 16
3. วิธีด าเนินการจัดสอบ การบริหารจัดการสอบระดับศูนย์สอบ ในการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปี การศึกษา 2565 ในส่วนนี้เป็นการน าเสนอเกี่ยวกับภารกิจของศูนย์สอบ คณะกรรมการระดับศูนย์สอบ และบทบาท ของคณะกรรมการระดับศูนย์สอบ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 3.1 ภารกิจระดับศูนย์สอบ ศูนย์สอบมีภาระหน้าที่และบทบาทที่ส าคัญที่สุดในการบริหารการทดสอบให้ เป็นไปตาม มาตรฐานการบริหารการทดสอบ ซึ่งได้รับการกระจายอ านาจการบริหารจัดการมาจากส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในเรื่องของการวางแผนการจัดสอบการตัดสินใจ การบริหารจัดการ และ ความรับผิดชอบ เพื่อให้การด าเนินงานการประเมินคุณภาพ ในการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ให้มีประสิทธิภาพและ มาตรฐานเดียวกัน จึงได้ก าหนดภารกิจส าคัญ ดังต่อไปนี้ 3.1.1 ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการสอบ 3.1.2 ด าเนินการจัดสอบให้เป็นไปตามแผนการด าเนินงาน 3.1.3 ก ากับ ติดตามการด าเนินการสอบ 3.1.4 รายงานผลการทดสอบ และเผยแพร่ 3.2 บทบาทของคณะกรรมการระดับศูนย์สอบ 3.2.1 ประธานศูนย์สอบ ได้แก่ ผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือ ศึกษาธิการจังหวัด หรือท้องถิ่นจังหวัด หรือผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่เป็นศูนย์สอบ หรือผู้ที่ได้รับ มอบหมายมี หน้าที่ ดังนี้ 1) ด าเนินการตามแนวปฏิบัติที่ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก าหนด โดยบริหาร การประเมินให้เป็นไปตามมาตรฐานการประเมิน 2) แต่งตั้งคณะกรรมการระดับศูนย์สอบ และคณะกรรมการระดับสนามสอบ 3) ควบคุม ก ากับ ติดตาม ให้การด าเนินการบริหารการจัดสอบระดับศูนย์สอบ และสนามสอบ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 4) พิจารณาตรวจสอบ สั่งการ ติดตาม กรณีที่เกิดปัญหาในการบริหารการจัดสอบทั้งระดับศูนย์ สอบ และระดับสนามสอบ 3.2.2 คณะกรรมการด าเนินการทดสอบ มีหน้าที่ ดังนี้ 1) ประสานงานการจัดสอบในด้านต่าง ๆ ระหว่างส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์สอบและสนามสอบ 2) ก ากับ และติดตาม ให้สถานศึกษาส่งข้อมูลห้องสอบ และข้อมูลผู้เรียน ในระบบ NT Access (http://nt.obec.go.th) ให้ครบถ้วนและถูกต้อง ภายในวัน เวลาที่ส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ก าหนด 3) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลห้องสอบ และข้อมูลผู้เรียน 4) ด าเนินการจัดสนามสอบในระบบ NT Access 5) ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลผู้เรียนที่มีสิทธิ์สอบผ่านระบบ NT Access 17
6) ดูแลและประสานงานเรื่องการน าส่งข้อมูลผู้มีสิทธิ์สอบในกรณีต่าง ๆ 7) แต่งตั้งคณะกรรมการระดับศูนย์สอบ และสนามสอบ 8) จัดประชุมชี้แจงคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบทั้งระดับศูนย์สอบ และระดับสนาม สอบ 9) ประสานงานการรับ-ส่งแบบทดสอบจากส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามวัน เวลาที่ก าหนด 10) บริหารการจัดสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 11) รับกระดาษค าตอบ และเอกสารประกอบการสอบจากสนามสอบ 12) ด าเนินการตรวจแบบทดสอบเขียนตอบ ณ สถานที่ที่ศูนย์สอบก าหนด 13) รวบรวมกระดาษค าตอบ พร้อมเอกสารประกอบการสอบจัดส่งให้กับส านักงาน คณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน 14) จัดท ารายงานผลการทดสอบระดับศูนย์สอบ 3.2.3 คณะกรรมการรับ-ส่งแบบทดสอบ เก็บรักษาแบบทดสอบ กระดาษค าตอบ และอุปกรณ์การสอบ มีหน้าที่ ดังนี้ 1) จัดเตรียมสถานที่ที่มีความปลอดภัย เหมาะสม เพื่อใช้ในการเก็บรักษาแบบทดสอบและ กระดาษค าตอบ 2) ดูแล รักษาแบบทดสอบและกระดาษค าตอบที่เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย 3) ควบคุม ดูแล ก ากับการขนส่งแบบทดสอบและกระดาษค าตอบจากศูนย์สอบไปยังสนามสอบ 4) ควบคุม ดูแล ก ากับการส่งมอบกระดาษค าตอบ พร้อมเอกสารธุรการจากศูนย์สอบไปยัง ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.2.4 คณะกรรมการตรวจเยี่ยมสนามสอบ มีหน้าที่ ดังนี้ มีหน้าที่ ก ากับ ติดตาม และตรวจเยี่ยม การ ด าเนินการจัดสอบของคณะกรรมการระดับสนามสอบ ในช่วงเดือนมีนาคม 2566 เพื่อให้การด าเนินการจัดสอบ เป็นไปตามแนวปฏิบัติการจัดสอบ 4. การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล โรงเรียนบ้านประทุนอายอง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 รับข้อมูลผลการประเมินจากส านักทดสอบทางการศึกษา มาสรุปและประมวลผลข้อมูล น าเสนอด้วยค่าสถิติ ดังนี้ 4.1 ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ - ค่าเฉลี่ย ( X ) ค่าเฉลี่ยร้อยละ ( X %) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) 4.2 น าเสนอผลการทดสอบ โดยจ าแนกเป็น 4.2.1 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละ ระหว่างสังกัด สพฐ. กับ เขตพื้นที่การศึกษา และระดับประเทศ 4.2.2 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละระดับเขตพื้นที่การศึกษาระหว่างปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565 18
บทที่ 4 สรุปผลการประเมิน โรงเรียนบ้านประทุนอายอง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ได้ด าเนินการ ประเมินความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) ปีการศึกษา 2565 ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบทดสอบจากส านักทดสอบทางการศึกษา ผลการประเมินคุณภาพจะน าเสนอเป็นตารางและแผนภูมิใน ภาพรวมระดับสถานศึกษา ดังนี้ ตารางที่ 1 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน บ้านประทุนอายอง ปีการศึกษา 2565 ด้าน คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ผลต่าง ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ ด้านคณิตศาสตร์ 42.13 49.12 -6.99 ด้านภาษาไทย 40.93 55.86 -14.93 รวมเฉลี่ย 2 ด้าน 41.53 52.50 -10.97 จากตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับโรงเรียน ปีการศึกษา 2565 พบว่า ในภาพรวม โรงเรียนบ้านประทุนอายอง มีคะแนน เฉลี่ยต่ ากว่าระดับประเทศทั้งสองด้าน คิดเป็นร้อยละ 10.97 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ความสามารถด้าน คณิตศาสตร์ ระดับโรงเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 42.13 ระดับประเทศ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 49.12 ซึ่งระดับ โรงเรียน มีคะแนนเฉลี่ยต่ ากว่าระดับประเทศ ร้อยละ 6.99 และความสามารถด้านภาษาไทย ระดับโรงเรียน มี คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 40.93 ระดับประเทศ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 55.86 ระดับโรงเรียน มีคะแนนเฉลี่ยต่ ากว่า ระดับประเทศ ร้อยละ 14.93 ตารางที่ 2 แสดงคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2565 ด้าน คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับประเทศ ด้านคณิตศาสตร์ 42.13 49.15 49.12 ด้านภาษาไทย 40.93 53.09 55.86 รวมเฉลี่ย 2 ด้าน 41.53 51.12 52.50
จากตาราง 2 แสดงการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2565 พบว่า โรงเรียนบ้าน ประทุนอายอง มีคะแนนเฉลี่ยต่ ากว่าระดับเขตพื้นที่ และระดับประเทศทั้งสองด้าน ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านประทุนอายอง มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 42.13 ซึ่งต่ ากว่าระดับเขตพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 7.02 และต่ ากว่า ระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 6.99 ส่วนความสามารถด้านภาษาไทย โรงเรียนบ้านประทุนอายอง มีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 40.93 ต่ ากว่าระดับเขตพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 12.16 และต่ ากว่าระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 14.93 ตารางที่ 3 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับโรงเรียน ระหว่างปีการศึกษา 2564 – 2565 ด้าน คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ผลต่าง ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ด้านคณิตศาสตร์ 37.35 42.13 +4.78 ด้านภาษาไทย 58.21 40.93 -17.28 รวมเฉลี่ย 2 ด้าน 47.78 41.53 -6.25 จากตารางที่ 3 แสดงการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับโรงเรียน ระหว่างปีการศึกษา 2564 – 2565 พบว่า ในภาพรวมของคะแนนเฉลี่ยร้อยละใน ปีการศึกษา 2565 ต่ ากว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละในปีการศึกษา 2564 คิดเป็นร้อยละ 6.25 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2564 คิดเป็นร้อย ละ 4.78 ความสามารถด้านภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ ากว่าในปีการศึกษา 2564 คิดเป็นร้อยละ 17.28 20
บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านประทุนอายอง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 1 ในครั้งนี้ ได้ด าเนินการ รายงานผล โดยสรุปผลการประเมิน การน าผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาในระดับสถานศึกษาตามล าดับ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพผู้เรียน 2. สรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน 3. การน าผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนไปใช้ในการพัฒนา 1. วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพผู้เรียน เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ปีการศึกษา 2565 2. สรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สรุปได้ดังนี้ 1. ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละ ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565 พบว่า ในภาพรวม โรงเรียนบ้านประทุนอายอง มีคะแนนเฉลี่ยต่ ากว่า ระดับประเทศทั้งสองด้าน คิดเป็นร้อยละ 10.97 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ระดับประเทศ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 49.12 ระดับโรงเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 42.13 ซึ่งระดับโรงเรียน มี คะแนนเฉลี่ยต่ ากว่าระดับประเทศ ร้อยละ 6.99 และความสามารถด้านภาษาไทย ระดับประเทศ มีคะแนนเฉลี่ยร้อย ละ 55.86 ระดับโรงเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 40.93 ระดับโรงเรียน มีคะแนนเฉลี่ยต่ ากว่าระดับประเทศร้อยละ 14.93 2. ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ และระดับประเทศ ปีการศึกษา 2565 พบว่า โรงเรียนบ้านประทุนอายอง มีคะแนน เฉลี่ยต่ ากว่าระดับประเทศและระดับเขตพื้นที่ ทั้งสองด้าน ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 42.13 ซึ่งต่ ากว่าระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 6.99 และต่ ากว่าระดับเขตพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 7.02 ส่วน ความสามารถด้านภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 40.93 ต่ ากว่าระดับประเทศ คิดเป็นร้อยละ 14.93 และต่ ากว่า ระดับเขตพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 12.16 3. ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยร้อยละผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระดับโรงเรียนบ้านประทุนอายอง ระหว่างปีการศึกษา 2564 – 2565 พบว่า ในภาพรวมของคะแนนเฉลี่ยร้อยละใน ปีการศึกษา 2565 ต่ ากว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละในปีการศึกษา 2564 คิดเป็นร้อยละ 6.25 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2564 คิดเป็นร้อยละ 4.78 และความสามารถด้านภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ ากว่าปีการศึกษา 2564 คิดเป็นร้อย ละ 14.28
การน าผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนไปใช้ในการพัฒนา เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษาต่อไป ทุกภาคส่วนควร ศึกษาและน าผลการรายงานในครั้งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนี้ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรน าสารสนเทศที่ได้จากการประเมิน ไปก าหนดยุทธศาสตร์ในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และก ากับนิเทศ ติดตาม การจัดการเรียน การสอนของสถานศึกษาในสังกัดอย่างต่อเนื่อง สถานศึกษา 1. สถานศึกษาควรน าผลการประเมินไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติ ราชการประจ าปีอย่างต่อเนื่อง 2. สถานศึกษาควรน าผลไปวิเคราะห์ เพื่อก าหนดยุทธศาสตร์ จัดท าแผน โครงการ กิจกรรม ทั้ง กิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน 3. ผู้บริหารประสานความร่วมมือ เสริมสร้างความเข้าใจครูผู้สอน ให้สอนตามมาตรฐานและตัวชี้วัดตาม ตัวชี้วัด ที่ต้องรู้และควรรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านภาษาไทยและคณิตศาสตร์ 4. ผู้บริหารโรงเรียน ควรส่งเสริมสนับสนุนให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย ยึดผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยเฉพาะรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผลการประเมินต่ าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการ ก ากับติดตามอย่างต่อเนื่อง ครูผู้สอน 1. ครูผู้สอนควรน าผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาระดับชั้นเรียน พัฒนาผู้เรียนรายบุคคล และน าผล การประเมินไปใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน 2. ครูควรแสวงหาวิธีการหรือนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โดยเฉพาะ ในมาตรฐานที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับปรับปรุง อย่างเป็นระบบและอย่างต่อเนื่อง 3. ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการฝึกทักษะการคิด วัดประเมินผลโดยใช้วิธีการที่ หลากหลายและใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพ ตลอดจนฝึกนักเรียนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์แสวงหาความรู้อย่าง กว้างขวาง 22
บรรณานุกรม กรมวิชาการ. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 . โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) : กรุงเทพมหานคร, 2545. ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. รายงานการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564. แหล่งที่มา https://www.nkp2.go.th/wpcontent/uploads/2022/05/รายงานการประเมินคุณภาพผู้เรียน-NT-ปีการศึกษา 2564.pdf. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2566. _______. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 . โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทย จ ากัด : กรุงเทพมหานคร, 2551. ส านักทดสอบทางการศึกษา. การประเมินผลสัมฤทธิ์นักเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2551. โรง พิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว : กรุงเทพมหานคร, 2551. _______. แนวด าเนินการโครงการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ปี การศึกษา 2553. อัดส าเนา. 23
ภาคผนวก