The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพฉบับจัดทำรายงา(1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Somkead Wadaugson, 2021-08-11 09:43:57

ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ

ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพฉบับจัดทำรายงา(1)

คำนำ

รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหน่ึงของวิชา การพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อให้ได้ศึกษาหา
ความรู้ในเรื่องราวของผ้บู ริหารมืออาชีพ โดยได้ศึกษาผ่านแหล่งความรตู้ ่างๆ อาทิเช่น ตำรา หนังสอื หนังสอื พิมพ์
วารสาร หอ้ งสมุด และแหล่งความรูจ้ ากเว็บไซต์ต่างๆ โดยรายงานเล่มนี้ตอ้ งมีเนือ้ หาเกย่ี วกับ ความหมายของคำว่า
“ผู้บริหารมืออาชีพ”แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับผู้บริหารมืออาชีพ ลักษณะพ้ืนฐานของวิชาชีพชั้นสูง บทบาทของ
ผู้บริหารสถานศึกษา ลักษณะของผบู้ ริหารมอื อาชีพ ปัจจัยเสริมสร้างความเป็นนักบริหารมืออาชีพ และตัวอย่าง
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารมืออาชีพ เช่น ความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารสถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0
ผู้บริหารมืออาชพี กับการบริหารจดั การศกึ ษารับความปกตใิ หม่หลังวกิ ฤตโควิด–19 เปน็ ตน้

คณะผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำเอกสารฉบับนี้จะมีข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อครู-อาจารย์
ตลอดจนผู้สนใจทัว่ ไป ผู้ท่ีสนใจศึกษาเร่ือง ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ และขอขอบคุณผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องในการ
จดั ทำรายงานฉบับน้ีจนเสร็จสนิ้ สมบูรณ์ แต่ถ้าหากมสี ่วนหน่ึงส่วนใดของหนังสอื เล่มน้ีมีข้อผิดพลาดในด้านต่าง ๆ
ผเู้ ขียนต้องขออภยั มา ณ ที่นี้และขอรับขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ ของทุกท่านดว้ ยความยินดี เพ่ือทจ่ี ะไดน้ ำไปปรับปรุง
และแกไ้ ขตอ่ ไป

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ หนา้

เร่ือง 1
ความเปน็ ผบู้ รหิ ารมืออาชพี 1
1.ความหมายของคำว่า “ผ้บู ริหารมอื อาชีพ” 1
2.แนวคิดทฤษฎเี กีย่ วกบั ผู้บรหิ ารมืออาชพี 2
2
2.1.ทฤษฎี 3 ทกั ษะ” (Three Skills) 3
2.2.ทฤษฎีสามภมู ิ 4
2.3.ทฤษฎลี งิ 3 ตวั ของขงจอื้ 7
3.ลักษณะพน้ื ฐานของวชิ าชพี ชั้นสูง 11
4.บทบาทของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา 12
5.ลกั ษณะของผบู้ ริหารมืออาชีพ 12
6.ปัจจยั เสริมสร้างความเปน็ นกั บรหิ ารมืออาชพี 16
7.งานวิจัยที่เกยี่ วข้องกบั ผบู้ รหิ ารมืออาชีพ 22
เรือ่ งท่ี1 ความเปน็ มืออาชีพของผู้บริหารสถานศึกษายคุ ไทยแลนด์ 4.0 24
เรอ่ื งท่ี2 การบรหิ ารจดั การศึกษารบั ความปกติใหม่หลงั วกิ ฤตโควิด–19
8.บทสรุป
บรรณานุกรม

1

ความเป็นผบู้ รหิ ารมืออาชีพ

ในสภาพท่ีสังคมมีความเปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การจัดการบริหารองค์การต่างๆ จะต้องตามความ
เปลี่ยนแปลงให้ทัน มิเช่นนั้นจะถูกท้ิงให้ล้าหลัง และจะประสบความล้มเหลวในการบริหารองค์การน้ัน ๆเพราะ
ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์การย่อมข้ึนอยู่กับศักยภาพของผู้บริหาร องค์การทุกองค์การไม่ว่าจะเป็น
องค์การภาครัฐ หรือเอกชน ต่างต้องการที่จะให้องค์การของตนมีนักบริหารมืออาชีพมาบริหารในส่วนของการ
บริหารจัดการศึกษาก็เช่นเดียวกัน ผู้บริหารนับเป็นผู้ท่ีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ของการจดั การศกึ ษา

1.ความหมายของคำวา่ “ผูบ้ ริหารมอื อาชพี ”
“บรหิ าร” ตามพจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ.2554 หมายถงึ การดำเนนิ การ, จัดการ,

“การบริหาร คือ การทำให้งานต่างๆลุล่วงไปโดยอาศัยคนอ่ืนเป็นผู้ทำ” (Peter F. Drucker ปรมาจารย์ทางการ
บรหิ ารของสหรัฐอเมริกา)

“ผู้บริหาร” ตามข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ พจนานุกรมไทย ฉบับทันสมัย หมายถึง
ผู้ท่ีแบ่งงานให้ตามความสามารถของแต่ล่ะบุคคลและให้คำแนะนำการทำงานน้ันอย่างเป็ นระบบเพื่อให้เกิด
ประสิทธิภาพสูงสุด “ผู้บริหารสถานศึกษา” ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมายความว่า บุคลากร
วิชาชพี ทีร่ ับผดิ ชอบการบรหิ ารสถานศกึ ษาแต่ละแหง่ ของรฐั และเอกชน

คำวา่ “ผู้บริหารมืออาชีพ” นั้นยังเป็นคำท่ีค่อนขา้ งใหม่สำหรบั วงการศึกษา เพิ่งจะเริ่มเป็นท่ีกล่าวถึงมาก
ขน้ึ ก็เมื่อมีการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งในหมวด 7 ได้กำหนดไว้ว่า
ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนดจากคำจำกัดความดังกล่าวข้างต้น
ผู้บริหารมืออาชีพ หมายถึง บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน และ
ดำเนินการจัดการ ให้คำแนะนำ แบ่งงานให้ตามความสามารถของบุคคลอย่างเป็นระบบเพ่ือให้งานเกิด
ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ

2.แนวคิดทฤษฎเี ก่ียวกับผูบ้ รหิ ารมอื อาชพี
ทฤษฎีหลากหลายทฤษฎีที่จะนำมาวิเคราะห์ว่า “นักบริหาร” หรือ “ผู้บริหาร” เป็น “นักบริหารมือ

อาชีพ” ได้หรอื ไม่น้นั โดยดไู ด้จากทฤษฎตี ่างๆ ดังน้ี
2.1 ทฤษฎี 3 ทกั ษะ” (Three Skills)

2

โรเบิร์ต แอล แคทซ์ (Robert L. Katz) ได้วิเคราะห์ความรู้ความสามารถของ ผู้บริหาร โดยใช้วิธีการ
ทเ่ี รยี กว่า“three skills method” หรือ “ทฤษฎีสามทกั ษะ พบวา่ ผู้บรหิ ารจะประสบความสำเรจ็ มากนอ้ ยกว่ากัน
หรือไม่ ขึ้นอยู่กับทักษะสามประการ คอื

2.1.1 ทกั ษะในคตินิยม (Conceptual Skill) คือทกั ษะทส่ี ามารถเข้าใจ หนว่ ยงานของตนในทุก
ลักษณะ และเห็นความสัมพันธ์ของหน่วยงานของตน ที่มีต่อหน่วยงานหรือองค์การอ่ืนที่เก่ียวข้อง เช่น เข้าใจว่า
หน่วยงานของตนมีบทบาทหน้าที่อย่างไร แบ่งงานเป็นหน่วยงานย่อยๆอะไรบ้าง และสัมพันธ์กับหน่วยงานอ่ืน
อยา่ งไรบ้าง

2.1.2 ทักษะทางมนุษยสัมพันธ์ (Human Skill) คือทักษะในความสามารถที่จะทำงาน ร่วมกับ
คนอื่นได้ เพราะผู้บริหารจะต้องทำงานสัมพันธ์กับคนอ่ืน เช่น ผู้บังคับบัญชา ผู้ช่วย หัวหน้าภาควิชา ครูอาจารย์
เจา้ หนา้ ท่ี เปน็ ต้น

2.1.3 ทักษะทางเทคนิค (Technical Skill) คือทักษะในการทำงานที่เกี่ยวกับกิจกรรม เฉพาะ
อยา่ ง เช่น การใชค้ อมพวิ เตอร์ การพิมพ์ การร่างหนังสอื ติดตอ่ งาน การทำสื่อการสอน การสอน เป็นตน้
นักบริหารมืออาชีพควรมี ทักษะในคตินิยม (Conceptual Skill) และ ทักษะทางมนุษยสัมพันธ์ (Human Skill)
ให้มากกว่า ทักษะทางเทคนิค (Technical Skill) คือมีความเข้าใจว่าหน่วยงานของตนมีบทบาทหน้าที่อย่างไร
แบ่งงานเป็นหนว่ ยงานยอ่ ยๆอะไรบา้ ง และมคี วามสมั พันธก์ ับหน่วยงานอน่ื อย่างไรบา้ ง รวมท้ังมคี วามสามารถที่จะ
ทำงานร่วมกบั คนอน่ื ได้ สว่ นทกั ษะในการทำงานทเี่ กย่ี วกับกจิ กรรม เฉพาะอย่าง เช่น การใชค้ อมพวิ เตอร์ การพิมพ์
การร่างหนงั สือติดต่องาน การทำสือ่ การสอน การสอน ก็ควรจะมเี ช่นกัน

2.2 ทฤษฎสี ามภมู ิ
อาจารย์บรรจง ชูสกุลชาติ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร ให้ข้อคิดอันเป็นหลักในการนำไปสคู่ วามสำเร็จ
ในหน้าที่การงาน และการรับราชการเสมอว่า ข้าราชการท่ีประสบความสำเร็จในชีวิตราชการจะต้องมี 3 ส่ิงคือ
หน่ึง ภมู ริ ู้ สอง ภมู ิธรรม สาม ภมู ิฐาน นักบริหารมอื อาชพี ควรมีทงั้ สามภมู ิ ดงั น้ี

2.2.1 ภูมริ ู้ คอื ความรู้ความสามารถ เช่นมีความรู้ทางทฤษฎกี ารบรหิ ารการศกึ ษา แล้วสามารถ
นำความรู้ไปใช้ในการบรหิ ารงานได้ เป็นต้น

2.2.2 ภูมิธรรม คือความประพฤติดี มีคุณธรรม เช่น มีความซ่ือสัตย์ มีความโปร่งใส ยุติธรรม
ในการทำงาน มคี วามขยันหมั่นเพียร มีความรับผดิ ชอบ

2.2.3 ภูมิฐาน คือมีบุคลิกลักษณะดี รูปร่าง ท่าทางดี การแต่งกายดี อย่างไรก็ตามถ้าหาก
บคุ ลกิ ลกั ษณะและรปู ร่างทา่ ทางไม่ดี แตแ่ ต่งกายเรียบรอ้ ย ก็จะดูภูมิฐานได้

3

2.3 ทฤษฎีลิง 3 ตวั ของขงจอื้
ทฤษฎีลิง 3 ตัวนี้ เปน็ ทฤษฎีของขงจ้ือซ่ึงเป็นนักปราชญ์ชาวจีน เกิดเมอื่ 8 ปกี ่อนองคพ์ ระพุทธเจา้ เสด็จ
ปรินิพพาน ทฤษฎีลิง 3 ตัวมีสัญลักษณ์โดยเอามือปิดหู ปิดตา และปิดปาก ผู้ที่ได้ช่ือว่าเป็นนักบริหารมืออาชีพ
จะต้องรูจ้ กั ปดิ หู ปดิ ตา และปิดปาก ดังรายละเอยี ดดงั นี้

2.3.1 ปิดหู หมายถึงการควบคุมการฟัง การได้ยิน กล่าวคือ ถ้าผู้บริหารจะผูกมิตรกับผู้ร่วมงาน
หรือคนอื่นจะต้องปิดหู เป็นการควบคุมหูของเราให้ได้ว่า อะไรควรฟัง อะไรควรได้ยินหรือไม่ควรได้ยิน แม้ได้ยิน
แลว้ กต็ อ้ งควบคุมตัวเองใหไ้ ด้วา่ อะไรควรเก็บไปคิดหรอื ไม่ควรเกบ็ ไปคิด อะไรควรเช่อื หรืออะไรไม่ควรเช่ือ ข้อน้ไี ด้
ใหค้ ตติ อ่ ผ้บู รหิ ารวา่ “อยา่ เป็นคนหเู บา” ผ้บู ริหารต้องรับฟงั เร่ืองท้งั ปวงทีผ่ รู้ ่วมงานมาระบาย มาฟ้องหรอื มาป้อยอ
แต่นักบริหารมืออาชีพย่อมจะต้องไม่ได้ยินทั้งหมด ไม่เช่ือไปเสียทุกอย่าง ไม่บ้าจ้ีปฏิบัติตามทุกอย่าง เพราะนัก
บริหารมืออาชพี ต้อง “ไมเ่ ป็นคนหูเบา” นน่ั เอง

2.3.2 ปดิ ตา หมายถงึ การควบคุมการดู การเห็น ส่งิ ใดทค่ี วรมอง ส่ิงใดที่ควรรูห้ รอื ไม่ควรรู้ คือ
บางอย่างก็ทำเปน็ ไม่เหน็ ไม่สนใจเสยี บ้าง

2.3.3 ปดิ ปาก หมายถึงการควบคมุ การพูด การแสดงออก กลา่ วคอื สิง่ ใดท่คี วรพูดหรือไมค่ วร
พดู หรือไมพ่ ูดมากเกนิ ไป ไมพ่ ดู น้อยเกินไป ผบู้ ริหารควรกะให้พอเหมาะพอดี ใหเ้ หมาะกับโอกาสและเวลาท่คี วร

จากทฤษฎีลิง 3 ตัวของขงจื้อน้ี จะเห็นได้ว่าถ้าผู้บริหารหรือนักบริหารรู้จักควบคุมหู ควบคุ มตา
และควบคมุ ปากใหใ้ ชไ้ ด้ทกุ กาลเทศะกจ็ ะไดช้ ่อื วา่ เป็น “นกั บริหารมืออาชพี ”

3.ลักษณะพืน้ ฐานของวชิ าชพี ช้ันสงู
ความเป็นนักวิชาชีพช้ันสูงหรือความเป็นนักบริหารมืออาชีพท่ีมีการกล่าวถึงอย่างมากมายน้ัน ผู้เสนอ

แต่ละท่านต่างก็มีมุมมอง และแนวความคิดตามความเชื่อของตน ตามหลักการและแนวความคิดท่ีแต่ละคนยึดถือ
เป็นหลัก แต่เมื่อได้ศึกษาจากวิวัฒนาการของศาสตร์ด้านการบริหารการศึกษา ได้พบข้อสรุปว่า ความเป็น
นักวชิ าชพี ชัน้ สูงมักจะประกอบด้วย ลกั ษณะพื้นฐาน ตอ่ ไปนี้

3.1 มกี ารศกึ ษาอบรมในศาสตร์ท่มี ีองค์ความรทู้ เ่ี ปน็ ระบบระเบียบ
องค์ความรู้ท่ีเป็นระบบระเบียบของนักวิชาชีพช้ันสูง ในภาษาอังกฤษเรียกว่า มี Systematic Body of
Knowledge คือ มีการประมวลความรู้และพัฒนาทางวิชาการก้าวหน้าจนเป็นศาสตร์ ( Discipline or Science)
มาอย่างเป็นระบบแล้ว มีระบบการจัดการศึกษา มีการเรียนรู้ การฝึกฝนอบรมท่ีชัดเจน เป็นท่ียอมรับทางสังคม
โดยเฉพาะมักจะเป็นระบบการศึกษาอบรมในระดับอุดมศึกษาเป็นหลัก ซ่ึงจะมีองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ
มีหลักการ มีทฤษฎี มีแบบแผนการปฏิบัติเฉพาะสาขาของตน และมีการค้นคว้าวิจัยในศาสตร์แห่งวิชาชีพ
ใหก้ า้ วหน้าอยู่เสมอ

4

3.2 การมอี ำนาจปฏิบัตกิ ารในวชิ าชพี (Professional Authority)
Professional Authority เป็นอีกลักษณะหน่ึงของความเป็นนักวิชาชีพช้ันสูง ซึ่งจะมีการยอมรับ
ทางสังคมหรือมีกฎหมายรองรับให้อำนาจปฏิบัติการ อำนาจในการวิเคราะห์และการตัดสินใจในการปฏิบัติการ
วิชาชีพเฉพาะทาง (Professional diagnosis and decision-making) ได้รับการรับรองในการมีอำนาจให้การ
ฝึกฝน อบรมในวิชาชีพเป็นการเฉพาะทาง มีอำนาจทั้งท่ีเป็นทางการและที่ไม่เป็นทางการในการควบคุมวิชาชีพ
ออกใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี มอี ำนาจควบคมุ กำกบั มาตรฐานอาชพี และผ้ปู ฏบิ ตั ใิ นวิชาชพี
3.3 การมีจรรยาบรรณและมาตรฐานแห่งวิชาชีพ
จรรยาบรรณและมาตรฐานแห่งวิชาชีพท่ีมักจะนิยมเรียกกันว่า Code of conduct หรือProfessional
ethics เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก การมีจรรยาบรรณและมาตรฐานแห่งวิชาชีพเป็นสิ่งท่ีใช้เป็นหลัก
กำกับความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติ ต่อผู้รับบริการ และต่อสังคมของผู้ปฏิบัติการในวิชาชีพและใช้เป็นหลัก
มโนธรรมกำกับตนเองของผูป้ ระกอบวิชาชีพในความประพฤติสว่ นตวั การปฏบิ ัติตนและการไม่ใชว้ ิชาชพี ไป ในทาง
ที่ไม่ชอบธรรม หรือละเมดิ จรรยาบรรณในวิชาชีพช้ันสูงของตน
3.4 การมีสมาคมวิชาชีพช้ันสงู
การมีสมาคมวชิ าชีพชนั้ สูงของตนเอง เป็นเรอ่ื งสำคญั ประการที่ 4 ท่ีมักจะมใี หเ้ ห็นท่ัวไปในสังคมที่พัฒนา
วิชาชีพก้าวหน้าค่อนข้างมากแล้ว คือ การมีสมาคมวิชาชีพชั้นสูงของตนเอง เป็นสิ่งท่ีเรียกกันว่าProfessional
Culture & Association แต่ในประเทศไทยเรา พบว่า ชอบใช้กันว่า Professional Association ซ่ึงเป็นสมาคม
หรือเป็นแหล่งกลางสำหรับการส่งเสริม ดูแล และพัฒนาวิชาชีพ หรือเป็นองค์กรกลางสำหรับการดูแล ควบคุม
กำกับ ออกใบอนญุ าต เฝา้ ระวังการละเมิดและพัฒนาวชิ าชพี ให้ก้าวหนา้ ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพและใหเ้ ป็นทย่ี อมรับนับ
ถอื ในมาตรฐานและคณุ ภาพของวชิ าชีพอยู่เสมอ

4.บทบาทของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
บทบาทของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ บทบาทของผบู้ ริหารสถานศึกษา

ตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาติมาตรา 39 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 ทใี่ หก้ ระทรวง
กระจายอำนาจการบรหิ ารจดั การ ไปยงั คณะกรรมการและสำนักงานงานเขตพ้ืนที่การศึกษาโดยตรงใน 4 ด้านคือ
ด้านการบริหารวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารบุคคลและการบริหารท่ัวไป สรุปพอสังเขปไดด้งน้ี
(สำนกั งานปฏริ ูปการศกึ ษา, 2543: 82–84)

5

1.ด้านวิชาการ ประกอบด้วย
1. มีความรแู้ ละเป็นผ้นู ำด้านวิชาการ
2. มคี วามรู้ มที ักษะ มีประสบการณด์ ้านการบริหารงาน
3. สามารถใชค้ วามร้แู ละประสบการณ์แกป้ ัญหาเฉพาะหน้าได้ทนั ท่วงที
4. มวี สิ ยั ทัศน์
5. มคี วามคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์
6. ใฝเ่ รยี น ใฝร่ ู้ มงุ่ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
7. รอบรู้ทางดา้ นการศึกษา
8. ความรับผดิ ชอบ
9. แสวงหาข้อมลู ข่าวสาร
10. รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งเป็นระบบ
11. ใช้นวัตกรรมทางการบรหิ าร
12. คำนึงถงึ มาตรฐานวชิ าการ

2.การบรหิ ารงบประมาณ ประกอบด้วย
1. เขา้ ใจนโยบาย อำนาจหนา้ ที่ และกจิ กรรมในหนว่ ยงาน
2. มคี วามร้รู ะบบงบประมาณ
3. เขา้ ใจระเบียบคลงั วัสดุ การเงิน
4. มีความซือ่ สัตย์ สุจริต
5. มีความละเอียดรอบคอบ
6. มีความสามารถในการตัดสินใจอยา่ งมเี หตุผล
7. หมน่ั ตรวจสอบการใชง้ บประมาณอยู่เสมอ
8. รายงานการเงนิ อย่างเป็นระบบ

3.การบรหิ ารงานบคุ คล ประกอบดว้ ย
1. มีความรู้ ทกั ษะ ประสบการณใ์ นการบรหิ ารงานบคุ คล
2. เป็นแบบอย่างทีด่ ี
3. มีมนษุ ยสัมพนั ธ์
4. มีอารมณข์ นั

6

5. เปน็ นักประชาธิปไตย
6. ประนปี ระนอม
7. อดทน อดกลนั้
8. เป็นนกั พูดที่ดี
9. มคี วามสามารถในการประสานงาน
10. มีความสามารถจูงใจให้คนรว่ มกนั ทำงาน
11. กลา้ ตัดสินใจ
12. ม่งุ มัน่ พฒั นาองค์กร

4.การบรหิ ารทว่ั ไป ประกอบดว้ ย
1. เปน็ นักวางแผนและกำหนดนโยบายทดี่ ี
2. เปน็ ผู้ท่ตี ัดสนิ ใจและวินจิ ฉัยส่งั การท่ดี ี
3. มีความรู้ และบริหารโดยใชร้ ะบบสารสนเทศท่ีทนั สมัย
4. เปน็ ผ้ทู ี่มีความสามารถในการติดต่อสอ่ื สาร
5. รู้จกั มอบอำนาจและความรบั ผิดชอบแก่ผู้ที่เหมาะสม
6. มคี วามคล่องแคล่ว วอ่ งไว และตืน่ ตวั อยเู่ สมอ
7. มคี วามรบั ผดิ ชอบงานสูง ไม่ย่อทอ้ ต่อปัญหาอปุ สรรค
8. กำกบั ติดตาม และประเมนิ ผล

บทบาทของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา เกณฑ์มาตรฐานผูบ้ ริหารการศกึ ษาของครุ ุสภา พ.ศ. 2540
เดิมทีคุรุสภาได้กำหนด เกณฑ์มาตรฐานผู้บริหารการศึกษาไว้ เม่ือปี พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นตัวช้ีวัดให้
ผูบ้ รหิ ารพัฒนางาน และพัฒนาตนเองไปในทิศทางทีพ่ ึงประสงค์ โดยได้จัดเกณฑม์ าตรฐานไว้ 12 มาตรฐาน จึงขอ
นำมากล่าวไว้ดว้ ย ดงั น้ี
มาตรฐานที่ 1 ปฏิบตั ิกิจกรรมทางวิชาการ เก่ียวกับการพฒั นาวิชาชีพการบรหิ าร
มาตรฐานท่ี 2 ตัดสินใจปฏบิ ัติกิจกรรมตา่ งๆ โดยคำนึงถงึ ผลทจ่ี ะเกิดขึ้น กบั การพัฒนาของบุคลากร

ผ้เู รียน และชมุ ชน
มาตรฐานท่ี 3 มุง่ มั่นพฒั นาผรู้ ่วมงาน ใหส้ ามารถปฏบิ ัติงานไดเ้ ต็มศักยภาพ
มาตรฐานที่ 4 พฒั นาแผนงานขององคก์ รให้สามารถปฏบิ ัติได้เกิดผลจริง
มาตรฐานท่ี 5 พฒั นาและใชน้ วัตกรรมการบรหิ ารจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสงู ข้นึ เป็นลำดบั

7

มาตรฐานที่ 6 ปฏบิ ตั งิ านขององค์กรโดยเน้นผลถาวร
มาตรฐานที่ 7 รายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ
มาตรฐานท่ี 8 ปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างทด่ี ี
มาตรฐานที่ 9 รว่ มมอื กบั ชมุ ชนและหนว่ ยงานอ่นื อย่างสรา้ งสรรค์
มาตรฐานที่ 10 แสวงหาและใช้ขอ้ มูลข่าวสารในการพฒั นา
มาตรฐานที่ 11 เป็นผ้นู ำและสร้างผู้นำ
มาตรฐานท่ี 12 สรา้ งโอกาสในการพฒั นาไดท้ ุกสถานการณ์
ผู้บริหารการศึกษา ควรจะศึกษา เกณฑ์มาตรฐานผบู้ ริหารการศึกษาของคุรสุ ภา ท้งั 12 มาตรฐานไป
วเิ คราะหต์ ัวเองไดเ้ ชน่ กนั

5.ลักษณะของผู้บรหิ ารมืออาชพี
ดร. สรุ ัตน์ ดวงชาทม ให้ความเห็นว่า “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์การขึ้นอยู่กับศักยภาพของ

ผูบ้ รหิ าร องค์การทุกองคก์ าร ไม่ว่าจะเปน็ องคก์ ารภาครฐั หรอื เอกชนจงึ ปรารถนาท่จี ะให้มี หรือไดม้ าซ่งึ นักบรหิ าร
มอื อาชพี มาบริหารองค์การ ซง่ึ นกั บริหารมืออาชีพคือ ผู้บริหารท่ีมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการ
บริหาร มีผลงานที่ประสบความสำเร็จจนเป็นหลักประกันถึงความเป็นผู้บริหารที่มีสมรรถนะสูง มีคุณภาพและมี
มาตรฐานจนเป็นท่ียอมรับ" ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในการบริหารอย่างมืออาชีพจำนวนมากพบว่าผ้บู ริหาร
เหลา่ น้ันจะมีคณุ ลักษณะหรอื คุณสมบัติทโ่ี ดดเด่นในเร่ืองตอ่ ไปนี้

5.1 มีบคุ ลิกภาพทดี่ ี ( Personality )ผบู้ รหิ ารมอื อาชีพต้องเป็นผทู้ มี่ ีบคุ ลกิ ภาพดี คนท่ีมบี ุคลิกภาพ
ดคี ือ “คนทม่ี จี ติ แจ่มใส กายสง่า วาจาดี หรอื คนที่มมี าดต้องตา วาจาต้องใจ ภายในต้องเย่ยี ม” นกั บริหารมืออาชีพ
จะต้องหมั่นตรวจสอบและพัฒนาบุคลิกภาพของตนอย่เู สมอเพราะผู้ท่ีมีบุคลิกภาพทดี่ ีจะช่วยสร้างความประทับใจ
กบั บุคคลท่คี บหาสมาคม และจะเปน็ บันไดสคู่ วามสำเร็จไดเ้ ป็นอยา่ งดจี งึ มักจะมคี ำกล่าว “มาดดีมีชยั ไปกว่าครึ่ง”

5.2 มคี วามรดู้ ี ( Knowledge ) นักบริหารมืออาชพี จะต้องเป็นผู้มีความรู้ดี ผู้มีความรดู้ จี ะเป็นผู้บารมีเป็น
ทยี่ อมรับ มีคำกล่าวว่า “Knowledge is Power ความรู้คืออำนาจ” ผู้ทปี่ ระสบผลสำเรจ็ ในการบรหิ ารจะเป็นผู้ท่รี ู้
กว้าง และรู้ลึก คือ know something in everything รู้บางส่ิงในทุกส่ิง (ความรู้ทั่วไป ต้องรู้กว้างและรู้ไกล)
know everything in something รู้ทุกสิ่งในบางส่ิง (รู้งานในหน้าท่ีตอ้ งรู้ลึก) รวมท้ังรู้อยา่ งถกู หลักวิชา สามารถ
นำมาใชใ้ นการพฒั นาองคก์ ารไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

5.3 มีวสิ ยั ทัศน์ ( Vision )ผบู้ รหิ ารมืออาชพี ต้องมีวสิ ัยทัศน์ที่กว้างไกล วสิ ัยทศั น์คือ ส่ิงที่อยากเห็น อยาก
มี อยากเป็นในอนาคตหรือภาพความสำเร็จในอนาคตท่ีมีความเป็นไปได้ ท้าทาย และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
เป้าหมายและค่านิยมขององค์การ ผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลต้องเป็นผู้ท่ีเรียนรู้มาก คือ ได้อ่าน ได้ฟัง ได้เห็น

8

ได้ทำมาก คนท่ีมีวสิ ัยทัศน์และมุ่งมั่นนำวิสัยทศั น์สู่การปฏิบัติ ( vision with action ) มักจะสำเร็จ ในทางตรงกัน
ข้ามคนท่ีมีวิสัยทัศน์แต่ไม่พยายามนำวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ ( vision without action ) ก็เท่ากับการเพ้อฝัน
ดังนั้นผู้บรหิ ารมอื อาชีพจะตอ้ งมวี สิ ัยทัศน์ที่กวา้ งไกล และมุ่งม่นั นำวสิ ยั ทศั นส์ ู่การปฏิบตั ใิ ห้บรรลผุ ลสำเร็จอยเู่ สมอ

5.4 มีมนุษยสัมพันธ์ ( Human relationship ) มีคำกล่าวว่า “นกไม่มีขนคนไม่มีเพื่อนขึ้นที่สูงไม่ได้”
นกั บรหิ ารมืออาชีพตอ้ ง “อมุ้ นอ้ ง ประคองพี่ กอดคอเพอื่ น ผู้ใหญด่ ึง ผู้น้อยดัน คนเสมอกนั พยุง” และ “จริงใจกับ
มติ ร พิชิตใจมวลชน” นักบริหารมืออาชีพจึงต้องเป็นผู้มีมนุษยสมั พันธ์ทดี่ ีกับทุกคนทั้ง นาย ลูกน้อง เพ่อื นและคน
ทั่วไป เพราะความสำเร็จในการบริหารไมไ่ ด้เกิดจากการทำงานเพยี งลำพังของผูบ้ ริหาร แต่เกดิ จากการทท่ี ุกฝ่ายให้
การช่วยเหลือสนับสนุน ผู้บริหารท่ีสามารถน่ังในใจคนอื่นได้ คือผู้ท่ีสามารถที่พิชิตความสำเร็จได้อย่างน่าชื่นชม
ผู้บรหิ ารทีม่ มี นุษยสัมพันธ์ท่ดี ีแมน้ กระทำผิด ผดิ มากก็เป็นผดิ เล็กน้อย ถ้าผดิ เล็กนอ้ ย เปน็ ไม่ผดิ เลยและพร้อมจะให้
อภัย ในทางตรงกนั ขา้ ม ผบู้ ริหารที่ไม่มมี นษุ ยสัมพนั ธท์ ่ีดีกบั คนอ่ืน ถา้ ทำผดิ ผิดเล็กน้อยก็เป็นผดิ มาก ผิดมากก็ยิ่ง
ผดิ มากยง่ิ ข้นึ ไปอีก และไม่ยอมใหอ้ ภัย ดังน้ัน คณุ ค่าของการมี มนษุ ยสัมพันธ์จึงอยทู่ ่กี ารไดร้ ับ ความร่วมมอื ในการ
ปฏิบตั ิงาน และการให้อภัยเมอ่ื ผดิ พลาด

5.5 มีภาวะผู้นำ ( Leadership ) มีคำกล่าววา่ “ผู้นำไมจ่ ำเป็นตอ้ งเปน็ ผู้บริหารแต่ผบู้ รหิ ารจำเป็นต้องเป็น
ผูน้ ำ” นักบริหารมืออาชีพจะตอ้ งเป็นผู้มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ( strong leadership ) สามารถนำทีมปฏิบัตงิ านให้
บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การได้อย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล
คุณสมบัติและคุณลักษณะของผู้นำมีมากมาย ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องพัฒนาตนเองให้มีภาวะผู้นำท่ีเข้มแข็ง
อยเู่ สมอ เพราะเม่ือใดผ้บู ริหารสญู เสยี ความเปน็ ผูน้ ำ ความเส่ือม ความออ่ นแอ ความลม้ เหลว และความขดั แย้งจะ
เกิดขนึ้ ในองค์การโอกาสของการเปน็ ผู้บรหิ ารมืออาชีพก็จะหลุดลอยไปอยา่ งน่าเสียดาย

5.6 เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ( chief change officer ) ท่ีใดไม่มีการเปล่ียนแปลงที่น่ันไม่มีการพัฒนา
การเปล่ียน แปลง คือการพัฒ นา (changing is development) ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้นำการ
เปลยี่ นแปลงทดี่ ขี ององค์การโดยเฉพาะในยุคปฏิรูปยิ่งมคี วามต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงจะทำให้งานบรรลุผล
สำเรจ็ ผู้บริหารที่เปน็ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะต้องมคี ณุ ลักษณะท่ีสำคัญ 3 ประการคอื “มีความคดิ ริเร่มิ สร้างสรรค์
มคี วามร้ลู ึกและร้รู อบ มีความกล้าท่จี ะเปล่ียนแปลง”

5.7 มีคุณธรรมจริยธรรม (Moral & Ethics) คุณธรรมประดุจดังโลหิตที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณผู้บริหาร
ให้เป็นผู้ “คิดดี พูดดีและทำดี” “ผู้ท่ีมีคุณธรรมประจำใจจะมีจริยธรรมท่ีงดงามเสมอ จึงทำให้ สามารถครองตน
ครองคน ครองงาน ได้อย่างสง่างาม มีคำกล่าวว่า “ความดีฉกชิงว่ิงราวกันไม่ได้ ความชั่วทดแทนกันไม่ได้ ความ
กลา้ แบง่ ปนั กนั ไม่ได”้ นกั บริหารมอื อาชพี จะต้องหม่นั ตรวจสอบตนเองให้เปน็ ผมู้ คี ุณธรรมจริยธรรมอยู่เสมอ เสียงกู่

9

จากผู้น้อยในคำกลอนต่อไปนี้ จะช่วยสะกิดเตือนใจนักบริหารให้ตระหนักในคุณค่าของความดีและมีคุณธรรม
คือ “อธิษฐานต้งั ใจไวเ้ ตม็ ที่ เกดิ ชาตนิ ี้ชาตไิ หนไมร่ ู้จบ หากเกดิ เปน็ ผนู้ อ้ ยคอยไหวน้ บ ขอไดพ้ บนายท่มี ีคณุ ธรรม”

5.8 บริหารจัดการดี (Administration & Management) นักบริหารมืออาชีพจะต้องมีความสามารถ
ในการบริหารจัดการ สามารถมองภาพงานได้ตลอดแนว ( see through ) คือรู้จักจุดเริ่มต้นของงาน และจุด
สุดท้ายของงาน และรู้จักกำหนดกลยุทธ์ในการทำงานสู่ความสำเรจ็ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดยอดของนักบรหิ าร
คอื บริหารแล้วได้ทงั้ งาน ได้ท้ังคน หมายความ ว่า “งานบรรลุผล คนกเ็ ป็นสุข” แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมักจะ
หาผู้บริหารดังกล่าวได้ยากยิ่ง สว่ นใหญ่จะพบแต่ผู้บริหารที่บริหารแล้วได้งาน แต่ไม่ไดค้ น หรอื ได้คนแต่ไม่ได้งาน
นกั บริหารมอื อาชีพจะต้องรู้จกั ประยุกต์ศาสตร์ทางการบรหิ ารมาใช้อย่างมีศลิ ปะเพื่อให้งานบรรลุผลสำเร็จอย่างมี
ประสิทธิภาพ น่ันคือ ต้องมีท้ังศาสตร์ สามารถทั้งศิลป์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องแสวงหา นวัตกรรม เทคโนโลยี
หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎใี หม่ๆ มาปรบั ปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการอย่เู สมอ

5.9 มีความสามารถพิเศษรอบด้าน (Talent) ความสำเร็จในการบริหารนอกจากจะเป็นผู้มีความสามารถ
ในการบรหิ ารจัดการแล้วนักบรหิ ารมืออาชพี จะต้องมีความร้แู ละทักษะที่สำคัญอ่ืนๆอกี มากมาย เช่น กล้าตัดสินใจ
คิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นนักประสานสิบทิศ รู้จักบริหารงานแบบมีส่วนร่วม สร้างทีมงานและพัฒนาทีมงาน
เสรมิ สรา้ งพลังอำนาจ ตลอดจนความสามารถในการใชน้ วตั กรรม และเทคโนโลยีเพือ่ การบริหาร

5.10 เป็นผู้นำวิชาชีพ (Professional leader) นักบริหารมืออาชีพจะต้องมีความรคู้ วามเข้าใจในศาสตร์
ของวิชาชพี และจรรยาบรรณวิชาชพี เป็นอย่างดมี ีความสามารถในการประกอบวชิ าชีพจนมีความชำนาญการหรือ
เช่ียวชาญในวิชาชีพมีผลงานเป็นท่ีประจักษ์เป็นท่ียอมรับของผู้ที่ประกอบวิชาชีพด้วยกัน และผู้รับบริการ
นอกจากนี้จะเป็นผู้ที่ประพฤติ ปฏิบัติตามจรรณยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัดเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ประกอบ
วชิ าชีพด้วยกัน บัญญัติ 10 ประการที่กล่าวข้างต้นจะเป็นเข็มทิศสำหรบั ผู้บริหารท่ีจะพัฒนาตนเอง สู่การเป็นนัก
บริหารมืออาชีพต่อไป

ผูบ้ ริหารสถานศึกษาเป็นตวั แปรที่สำคัญในการปฏริ ูปการเรยี นรูใ้ นสถานศกึ ษา เพราะผู้บริหารสถานศึกษา
คอื ผู้นำการเปล่ียนแปลง ทจ่ี ะต้องเปน็ ตัวอย่างของการปฏิรูปปรบั เปลี่ยนกระบวนการเรียนรแู้ ละการบริหารให้กับ
ครู นักเรยี น พ่อแม่ผู้ปกครองและชมุ ชน ถ้าผู้บริหารไม่เอาจริง ไม่ต้งั ใจบริหาร ไม่มีทักษะการบริหาร ทำงานไม่มี
ระบบ ขาดศีลธรรม การปฏิรูปสถานศึกษาก็คงจะประสบผลสำเร็จได้ยาก ผู้บริหารสถานศึกษาหรือ ผู้บริหาร
โรงเรียน รวมถงึ รองหรือผู้ช่วยผูบ้ ริหารโรงเรียนก็จะตอ้ งเป็นผู้บริหารมอื อาชีเช่นเดียวกันและมคี วามสำคญั มากใน
ระดับผู้ปฏิบัติ เหล่าบรรดาครูอาจารย์หรือบุคลากรอื่นๆ ในโรงเรียนจะร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของโรงเรียนมากน้อยเพียงใดนั้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำในสถานศึกษาเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะ วัฒนธรรมแบบไทย ๆ น้ันมักจะมองที่ตัวผู้บรหิ ารหรือผู้นำก่อนเป็นลำดับแรกว่าเป็นที่ยอมรับศรัทธา

10

เพยี งใดทง้ั ใน เชิงการบรหิ ารและเชิงวิชาการ โดยเฉพาะการจัดทำและใช้หลักสตู รการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พ.ศ. 2544
ของสถานศึกษา ผู้บริหารจะต้องรู้และเข้าใจในหลักการนำไปสู่การปฏิบตั ิไดอ้ ย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารจะต้องใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศไดอ้ ย่างเหมาะสมกับบทบาทหนา้ ที่ รวมถึงการครองตนที่เป็นตัวอย่างคนอน่ื ได้ ซ่ึงสิ่งเหล่านี้
ลว้ นเปน็ ปัจจยั สำคัญท่จี ะสง่ ผลตอ่ การปฏิบตั ิงานในสถานศกึ ษาใหป้ ระสบความสำเร็จทงั้ ส้ิน หลักในการบริหารงาน
ซึง่ ผู้บริหารหลายท่านได้นำหลักการนี้ไปใช้แล้วประสบความสำเรจ็ หลายทา่ นคือ หลักการครองตน ครองคน และ
ครองงาน ซึง่ ผู้เขยี นได้นำรายละเอียดมาอธบิ ายความเพอ่ื ให้มองเห็นภาพไดช้ ดั เจนได้ดังนี้

1. ครองตน ท่านให้ปฏิบัติตามฆราวาสธรรม 4 ซ่ึงเป็นหลักการครองชีวิตของคฤหัสถ์ ใช้สำหรบั เรา ๆ
ท่าน ๆ ผู้มิใชน่ ักบวช

1.1 สัจจะ : มีสองความหมาย ความหมายแรก คือ ความจริง ส่วนอีกความหมาย พูดถึงการใช้
ชีวิตโดยยึดความจริงเป็นท่ีตั้ง ได้แก่ การเป็นคนถือความจริง เป็นหลักธรรม สำหรับคิด-พูด และกระทำ เรียกว่า
เป็นคน จริง คนซื่อสัตย์ คนซ่ือตรง รวมทั้งการใช้ความจริงเป็นหลักในการกำหนดความสัมพันธ์กับผู้อื่น เรียกว่า
เป็นจรงิ ใจ พูดจรงิ และทำจรงิ

1.2 ทมะ : มสี องความหมายเช่นกัน ความหมายแรก หมายถึง การฝึกใจตนเอง หรือข่มใจตนเอง
ไมใ่ ห้เป็น ทาสของกิเลศ ไดแ้ ก่ โลภ โกรธ หลง เรียกวา่ เรียนรูด้ ว้ ยตนเอง ฝกึ ใจตนเอง ฝึกนสิ ัยตนเอง จนสามารถ
ควบคุมใจ ควบคุมวาจา และควบคมุ การกระทำ ให้เป็นไปในสิ่งท่ีดีทคี่ วรได้ อีกความมายหนง่ึ หมายถึง การแก้ไข
ข้อบกพร่องของตน และการปรับปรุงตนให้เจรญิ กา้ วหน้าดว้ ยสตปิ ัญญา ทมะมีจุดหมายที่ทำใหเ้ กิดปัญญา

1.3 ขันติ : เป็นความอดทนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร โดยมุ่งมั่นอยู่ที่
จุดหมายของงาน ไม่ทอ้ ถอย หนักเอาเบาสู้ ไม่หวั่นไหว แต่เป็นคนแข็งแกร่ง ทนทานต่ออปุ สรรค จนสุดทา้ ยไปถึง
ซึ่งความสำเรจ็ ของงาน หรอื ความสำเรจ็ ในแตล่ ะชว่ งชีวติ

1.4 จาคะ : เป็นคนใจกว้างพร้อมรับฟังความทุกข์ ความคิดเห็น และความต้องการของคนอื่น
เป็นคนใจไมค่ ับแคบ เหน็ แกต่ นหรือเอาแต่ใจตน แต่พรอ้ มทจ่ี ะร่วมมือช่วยเหลอื เออื้ เฟือ้ เผ่อื แผ่ เสยี สละแมค้ วามสุข
สบายสว่ นตนหรอื ผลประโยชนส์ ่วนตนได้

2. การครองคน คือ การรู้จักคนอ่ืน มองคนอ่ืนในแง่ดี ในการทำงานร่วมกับคนอ่ืน การการครองคนเป็น
เรื่องท่ียากท่ีสุด จึงควรทราบหลกั การครองใจคน ซ่ึงหลกั ทางพทุ ธศาสนาไดก้ ำหนดไวอ้ ย่างชดั เจนในท่ีนี้จะนำเสนอ
เฉพาะในสว่ นท่ีสำคญั ดังน้ี

2.1 การรู้จักเสียสละแบ่งปันด้วยจิตใจท่ีโอบอ้อมอารี เป็นการครองใจคนท่ีดีวิธีหนึ่ง เพราะการ
เป็นผู้ให้ทุกอย่างแก่บุคคลอ่ืน ย่อมจะได้รับผลตอบแทนที่มีค่ามากกว่าสิ่งของท่ีให้ไป นั่นคือ ทำให้เกิดความรัก
ความศรัทธา

11

2.2 การรู้จักเลือกใช้วาจาที่อ่อนหวาน คนอ่ืนฟังแล้วสบายใจ อยากอยู่ใกล้ อยากคบค้าสมาคม
ด้วย ต้องมีความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง ตามภาษิตที่ว่า “พูดเป็นนายใจเป็นบ่าว” หมายความว่า ให้คิด
ก่อนพดู พูดแลว้ ตอ้ งทำ ปฏิบตั ติ ามอย่างท่ีพดู

2.3 พลอยยนิ ดีเมอื่ ผู้อ่นื ได้ดี ยกย่องชมเชยเมอ่ื ผู้อ่ืนทำงานประสบความสำเร็จ ให้ความจรงิ ใจ ให้
ความช่วยเหลือในโอกาสอันควร

2.4 การทำตนให้เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คือ การตดิ ต่อสัมพันธก์ ับบุคคลอ่ืนอย่างสมำ่ เสมอ
ไม่ใหข้ าดชว่ งตอน ก็จะทำใหก้ ารทำงานรว่ มกนั อยา่ งต่อเน่อื ง มีนำ้ ใจตอ่ กัน

3. การครองงาน คือ การรู้จักงานที่ตนเองกำลังทำ และทำงานอย่างมีความสุข รักและชอบในงานท่ี
ตนเองกำลังทำอยู่ มีวิธกี ารครองงาน ดงั น้ีคอื

3.1 การครองงานโดยใช้ความรู้และปัญญา กล่าวคือ ปัญญากับความรู้ต่างก็เก้ือกูลต่อกัน รู้จัก
การค้นหาความรู้ใหม่มาชว่ ยพัฒนางานทตี่ นเองทำอย่ใู หด้ ขี ้นึ อยู่เสมอ

3.2 การครองงานโดยใช้หลักธรรมมุ่งมั่นสูงความสำเร็จ คือ การมีใจรัก มีความพากเพียรทำ
ต้ังใจฝักใฝ่ และใชป้ ัญญาไตร่ตรอง งานนน้ั ก็จะสำเร็จ เมอื่ งานสำเร็จ การทำงานก็จะมคี วามสขุ มีความรกั ในงาน

3.3 การใหค้ วามรักและความเคารพในงานอาชีพของตน ไม่ดูถูกหรือให้ใครดหู ม่นิ ในงานของตน
มจี ริยธรรมในอาชีพ คือการซือ่ สัตยต์ อ่ งานในหนา้ ท่ขี องตน
การการครองตน การครอง คนครองงาน จะเหน็ ได้ว่าเปน็ ศิลปะการทำงานให้มีความสุข บคุ คลใดใช้หลกั การตามท่ี
กล่าวมาก็จะมคี วามสำเรจ็ ในการทำงาน ฉะนนั้ การการครองตนก็คอื การรู้จกั ตนเอง การการครองคนคอื การรู้จัก
ผ้อู ่ืน สว่ นการครองงานคอื การมสี มาธิ

6.ปจั จยั เสริมสรา้ งความเป็นนักบรหิ ารมืออาชีพ
นอกจากคณุ ลักษณะและบทบาทท่ีสำคัญของการเป็นนักผบู้ รหิ ารการศึกษามืออาชีพดังได้กล่าวมาแลว้ น้ัน

ยังมีปัจจัยเสริมบางประการท่ีจะเป็นตัวชี้วดั (Indicators) สำคัญของการเป็นผู้บริหารการศึกษามืออาชพี ได้อย่าง
สง่างาม เป็นท่ียอมรับของทุกฝ่ายต่อการปฏิบัติภารกิจตามบทบาท หน้าที่เชิงบริหารจัดการศึกษา ในสถานศึกษา
ปจั จัยบ่งบอกความสำคัญเหลา่ น้ี ได้แก่

6.1 คุณวุฒิด้านการศึกษา เป็นตัวบ่งชี้ท่ีสำคัญจะต้องมี กล่าวคือ ต้องมีคุณวุฒิด้านการศึกษา ตรงตาม
คณุ สมบัติ ทกี่ ำหนดในกฎหมายวิชาชพี โดยเฉพาะในยุคปฏิรูปการศึกษาท่ตี ้องการมืออาชีพทางการบริหาร บุคคล
เหล่านต้ี อ้ งมีคุณวุฒิระดับปริญญาตรี โท เอก ด้านการศกึ ษาเป็นสำคัญ

12

6.2 ประสบการณ์การปฏิบัติงาน ต้องมีประสบการณ์ส่ังสมในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะ
ประสบการณ์ ด้านการบริหารทางการศึกษาในองค์กรทางการศึกษาระดับต่างๆ ในตำแหน่งทาง การบริหาร
การศึกษา ท่ไี ดด้ ำเนนิ บทบาทภารกจิ ตามสายงานที่กำหนดไว้

6.3 ประสบการณ์การฝึกอบรม ศึกษา ดูงาน ผู้บริหารการศึกษามืออาชีพต้องได้รับการเพิ่มพูน
ประสบการณ์ ทางวชิ าชีพอย่างต่อเนื่อง ก้าวทนั การเปลยี่ นแปลง ทง้ั ในดา้ นการฝกึ อบรมหลักสูตรตา่ งๆ การศึกษา
ดงู านจากแหล่งวิทยาการความรู้ สามารถนำประสบการณ์ท่ีได้รับมาพฒั นาองคก์ รได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

6.4 การสรา้ งผลงานทางวิชาการ เปน็ องคป์ ระกอบของการสรา้ งนกั บรหิ ารการศกึ ษาก้าวสมู่ อื อาชีพ โดยมี
ผลงานทางวิชาการเป็นเครื่องมือยืนยันถึงศักยภาพดังกล่าว ผลงานสามารถจัดกระทำไดห้ ลายรปู แบบ ทงั้ ด้านการ
วิเคราะห์งานวิจัย การเขียนและเรียบเรียงเอกสารทางวิชาการ การเขียนบทความ ตำรา ฯลฯ ออกเผยแพร่แก่
หนว่ ยงานอนื่ ๆ ใหแ้ พรห่ ลายท่ัวถึง รวมทั้งการเปน็ วทิ ยากรเผยแพรค่ วามรู้ นวัตกรรมตา่ งๆ ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ

6.5 ผลงานดีเด่นที่สั่งสมไว้ผลสำเร็จจากการปฏิบัติงานของผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ อาจดูจาก
หลกั ฐาน ที่เปน็ ผลงานท่ีส่ังสมไว้ จนเปน็ ทีป่ ระจกั ษ์แก่ชุมชน สงั คม หน่วยงานที่เกย่ี วขอ้ งและเป็นที่ยอมรบั ของทุก
ฝ่าย

6.6 ลักษณะเฉพาะของเอกัตบคุ คล เปน็ ลกั ษณะเฉพาะตวั (Character) ทน่ี ักบรหิ ารการศึกษามอื อาชีพ
ควรเสริมสรา้ งใหบ้ ังเกิดข้นึ ได้แก่

มบี คุ ลิกท่ีดี สงา่ งาม น่านับถอื
มคี วามขยันหม่ันเพียร สัมมาอาชีพ
มคี วามรับผดิ ชอบสงู ทัง้ ต่อตนเอง ครอบครวั หนว่ ยงาน
มคี วามซอื่ สัตย์ สุจรติ
ตรงต่อเวลา บรหิ ารเวลาไดด้ ี
กระตือรอื ร้นในการทำงาน
ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์
รกั ษาระเบียบวนิ ัยได้ดี เปน็ แบบอย่างท่ดี ี

7.งานวจิ ยั ที่เกย่ี วข้องกบั ผ้บู ริหารมอื อาชพี
7.1.เร่ืองที่ 1 ความเป็นมอื อาชพี ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษายคุ ไทยแลนด์ 4.0
ความเปน็ มาของปัญหา
ไทยแลนด์ 4.0”โมเดลใหม่ของการขบั เคล่อื นเศรษฐกิจประเทศไทยท่มี ่งุ ปรบั เปล่ียนโครงสร้าง

13

เศรษฐกิจไปสู่“เศรษฐกิจท่ีขับเคล่ือนด้วยนวัตกรรม”(Value –Based Economy) เพ่ือก้าวข้ามกับดักประเทศ
รายได้ปานกลางการ จัดการศึกษาในยุคน้ีจึงต้องมุ่งให้ผู้เรียนมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และ
เทคโนโลยี เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันผู้บริหารสถานศึกษาถือว่าเป็นกุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จ
ในการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ และมีอิทธิพลสูงสุดต่อคุณภาพและผลลัพธ์ที่เกิดจาการบริหาร ดังน้ันผู้บริหาร
สถานศึกษาในยุคไทยแลนด์4.0 ต้องมีคุณสมบัติที่โดดเด่นเหมาะสมเป็นผู้ที่มี (Economy) ความรู้ ความสามารถ
และประสบการณส์ ูงในงานท่ที ำหรอื เป็นผ้ทู ่คี วามเชีย่ วชาญเปน็ พเิ ศษและมอี งค์ประกอบความเปน็ มืออาชีพ

ผลทไ่ี ด้จากการวิจยั ความเป็นมอื อาชีพของผูบ้ ริหารสถานศึกษายคุ ไทยแลนด์ 4.0
ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาในยคุ ไทยแลนด์ 4.0 ตอ้ งมคี ณุ สมบัติท่ีโดดเด่นเหมาะสมและเปน็ ผทู้ ่มี ีความรู้

ความสามารถ และมีประสบการณส์ ูงในงานที่ทำเพื่อนำพาสถานศึกษาสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถสนองตอบ
ตอ่ การแขง่ ขนั และทันสมัย เหมาะสมกับยคุ ไทยแลนด์ 4.0 ผู้เขยี นไดว้ เิ คราะห์ สังเคราะห์จากแนวคดิ ทฤษฏี และ
งานวิจัยท่ี เกย่ี วข้องทัง้ ใน และตา่ งประเทศ สรุปประเดน็ ท่ี เปน็ องค์ประกอบของ”ความเปน็ มืออาชีพของ ผบู้ รหิ าร
สถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0” ได้ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ คุณลักษณะ ทักษะยุคใหม่ ภาวะผู้นำทางวิชาการ และ
คณุ ธรรม จริยธรรม ดังนี้

1. คุณลักษณะ ผู้บริหารสถานศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องมีคุณสมบัติที่โดดเด่น จากการวิเคราะห์
และ สังเคราะห์ แนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของ ผู้บริหารสถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0 ของ ถวิล อรัญเวศ.
(2544) , ธีระ รุญเจริญ. (2550) , พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง. (2547) , สมชาย เทพแสง. (2545), สำนักงาน
คณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2547) , อนุชิต วรรณสุทธ์ิ. (2546), อทุ ัย บุญ ประเสรฐิ . (2549) , Barnard, C. I.
(1953) , Bass, B. M. (1985) , Garton, R. D. (1983). ตามลำดับ สามารถสรุปได้ว่า คุณลักษณะของผู้บริหาร
สถานศกึ ษายุคไทยแลนด์ 4.0 ควรมคี ุณลกั ษณะ ดังน้ี

1.1 การเป็นผนู้ ำการเปล่ยี นแปลง
1.2 การมีจติ วญิ ญาณนักบริหาร
1.3 การเปน็ ผูน้ ำทางวิชาการ
1.4 การมีความรู้ความสามารถในการบริหาร
1.5 การมีผลงานทแี่ สดงถึงความชำนาญการ ในการบรหิ ารสถานศกึ ษา
สรุปได้ว่า “ผู้บริหารสถานศึกษายคุ ไทย แลนด์ 4.0” จะตอ้ งมีคณุ ลักษณะที่โดดเด่นใน 5 ด้าน ได้แก่การ
เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีจิต วิญญาณนักบริหาร เป็นผู้นำทางวิชาการ มีความรู้ ความสามารถในการบริหาร
มีผลงานท่แี สดงถึง ความชำนาญการในการบริหารสถานศึกษา จึงจะ สามารถสร้างศรัทธาในทีมงานได้ซงึ่ จะส่งผล
ให้การบรหิ ารประสบความสำเร็จอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

14

2. ทกั ษะยุคใหม่ ทักษะยุคใหม่เปน็ สิ่งสำคญั และจำเปน็ อย่างยิ่งสำหรบั ผู้บรหิ ารสถานศึกษายุคไทยแลนด์
4.0 จากการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ แนวคิดของ นักวิชาการเกี่ยวกับทักษะยุคใหม่ของผู้บริหาร สถานศึกษายุค
ไทยแลนด์ 4.0 ของ สุเทพ เชาวลิต (2549) , สุณา อิสสาหาก (2553) ,ปรียาพร วงศ์ อนุตรโรจน์. (2548) , Katz
(2005) , (Drake & Roe (1996) ตามลำดับ สามารถสรุปได้ว่า ทักษะ ยุคใหม่ของผู้บริหารสถานศึกษายุคไทย
แลนด์ 4.0 แบง่ เปน็ 3 ดา้ น ดังน้ี

ด้านที่ 1 ด้านเทคนิค (Technical Competency) มี ดังนี้
➢ ทักษะในสาย วชิ าชพี (Technical or Professional Expertise)
➢ ทกั ษะการสอนงานและพฒั นาคน (Develops Others)
➢ ทกั ษะการวางแผนงาน (Planning Skill)
➢ ทกั ษะการมอบหมายงาน (Delegation Skill)

ดา้ นท่ี 2 ดา้ นคน (Human Competency)
➢ ทกั ษะการคดั เลอื กทีมงาน (Team Selection)
➢ ทกั ษะการสรา้ งแรงบันดาลใจและกระตุ้น ผู้อ่ืน (Inspire and Motivate Others)
➢ ทักษะการสือ่ สารสรา้ งพลงั งานบวก (Powerful Communication)
➢ ทกั ษะการทำงานเป็นทมี (Teamwork)
➢ ทกั ษะการสร้างความสมั พนั ธ์ (Relation Building)
➢ ทักษะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในการบริหารจดั การ (Navigation skills,
innovation and information technology in management)

ด้านท่ี 3 ด้านการคิดและตดั สินใจ (Conceptual and Decision Competency)
➢ทักษะความคดิ เชิงระบบ (System Thinking)
➢ทกั ษะด้านความคิดเชงิ กลยทุ ธ์ (Strategic Management)
➢ทักษะการแก้ปัญหาและตดั สนิ ใจ (Problem Solving and Decision Making)
➢ทักษะการบรหิ ารผลการปฏบิ ัติงาน (Performance Management)
➢ทักษะการวดั ผลปฏิบัติงาน องค์ ก ร (Performance Measurement)

15

สรุปได้ว่า “ผู้บริหารสถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0” จะต้องมีทักษะของผู้บริหารยุคใหม่ 3 ด้าน ได้แก่
1) ด้านเทคนิค ประกอบด้วย ทักษะในสาย วิชาชีพ ทักษะการสอนงานและพัฒนาคน ทักษะ การวางแผนงาน
และทักษะการมอบหมายงาน 2) ด้านคน ประกอบดว้ ย ทักษะการคัดเลือกทมี งาน ทกั ษะการสร้างแรงบันดาลใจ
และกระตุ้นผู้อ่ืน ทักษะการส่ือสารสร้างพลังงานบวก ทักษะการ ทำงานเป็นทีม ทักษะการสร้างความสัมพันธ์
ทักษะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการบริหารจัดการ 3) ด้านการคิดและ ตัดสินใจ
ประกอบด้วย ทักษะความคิดเชิงระบบ ทักษะด้านความคิดเชิงกลยุทธ์ ทักษะการ แก้ปัญหาและตัดสินใจ ทักษะ
การบริหารผลการ ปฏิบัติงาน และทักษะการวัดผลปฏิบตั ิงานองค์กร

3. ภาวะผ้นู ำทางวชิ าการ ผู้เขียนไดส้ ังเคราะหแ์ นวคดิ ของนกั วิชาการ และงานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับ “ภาวะ
ผู้นำทางวิชาการ ภาวะผู้นำทางวิชาการของ

ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา” ของ สุเทพ พงศ์ศรวี ัฒน์. (2553), พนสั ดว้ งเอก. (2555) , Glickman. (2007) ,
McEwan .(2003) , Hallinger & Murphy (1985) สรุปประเดน็ ได้ดงั นี้

1) การกำหนดวสิ ยั ทัศน์เป้าหมายและภารกจิ ของสถานศกึ ษา
2) การบริหารจัดการหลกั สูตรสถานศึกษา
3) การนเิ ทศตดิ ตามการปฏบิ ตั ิงานของครู
4) การส่งเสรมิ บรรยากาศดา้ นวิชาการ
5) การส่งเสรมิ พัฒนาศกั ยภาพครู
สรุปได้ว่า “ผู้บริหารสถานศึกษายุคไทย แลนด์ 4.0” จะต้องมีภาวะผู้นำทางวิชาการใน 5 ด้าน
ประกอบด้วย ด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและภารกิจของสถานศึกษา ด้านการ บริหารจัดการหลักสูตร
สถานศึกษา ด้านการนิเทศ ติดตามการปฏิบัติงานของครูด้านการส่งเสริม บรรยากาศด้านวิชาการ และด้านการ
สง่ เสริม พัฒนาศักยภาพครู
4. คุณธรรม จริยธรรม
จากการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ แนวคิด เกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษายุคไทย
แลนด์ 4.0 ของสำนักงาน เลขาธิการคุรุสภา.(2549) , ประภาศรี สีหอำไพ. (2543) , พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร
ธมฺมจิตโต). (2549)พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543) ตามลำดับ สามารถสรปุ ได้ว่า คุณธรรม จริยธรรม ของ
ผู้บริหารสถานศกึ ษายคุ ไทยแลนด์ 4.0 ควรมี คณุ ธรรมจริยธรรมไดแ้ ก่

1) สงั คหวตั ถุ 4 ประกอบดว้ ย ทาน ปยิ วาจา อัตถจรยิ า และสมานตั ตา
2) พรหมวิหาร 4 ประกอบดว้ ย เมตตา กรุณา มุทติ า และอเุ บกขา
3) อทิ ธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉนั ทะ วริ ยิ ะ จิตตะ วิมงั สา

16

ผู้บริหารเป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงานหรือ องค์กร ทุกหน่วยงานย่อมปรารถนาและให้การ ยอมรับนับ
ถือผู้บริหารที่มีคุณภาพนั่นก็คือเป็น บุคคลท่ีมีความรู้ความสามารถมีทักษะความชำนาญงานมีประสบการณ์
มีวิสัยทัศน์กว้างไกล แต่ที่ เหนือส่ิงอ่ืนใด คือ ต้องเป็นผู้มีคุณธรรมในจิตใจ และมีจริยธรรมที่น่าเล่ือมใสศรัทธา
เพราะการ บริหารองคก์ รต้องอาศยั คุณธรรมจริยธรรมเป็น เครอื่ งควบคุมความคดิ และการปฏิบัตขิ องผู้คน ไมใ่ ห้ไป
คดิ และกระทำอันเปน็ การละเมดิ ผอู้ ื่น ถา้ หน่วยงานใดมสี มาชกิ ที่ประกอบไปด้วยคณุ ธรรม จริยธรรมแล้วหน่วยงาน
นัน้ ก็จะเปน็ หนว่ ยงานทมี่ ี คุณภาพ ประสิทธิภาพ เพราะคณุ ธรรมท่ีดใี นตัวแต่ ละคนนัน้ จะเปน็ ตัวบ่งบอกถงึ ความ
เป็นผู้มีคุณภาพพร้อมที่จะดำเนินงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ส่วนจริยธรรมน้ันเป็นตัวบ่งบอกถึง ความเป็นผู้ท่ี
สามารถในการปฏิบัติท่ีดีที่ถูกต้อง ทำ ให้เกิดผลงานที่มีคุณภาพ คุณธรรมจริยธรรมเป็น คุณสมบัติที่ดีของทุกคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ดำรง ตำแหน่งผู้นำ หรือผู้บริหารจำเป็นต้องมีคุณธรรม จริยธรรมมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ
เนือ่ งจากผบู้ ริหาร เป็นผ้ผู ลักดนั ใหเ้ กิดการดำเนนิ งานขบั เคล่ือนไป ขา้ งหนา้ ตามวตั ถุประสงค์ ต้องมีการบรหิ ารงาน
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ให้ทุกฝ่ายมีส่วน ร่วม คุณธรรมจริยธรรมเป็นลักษณะของความดีถา้ ผู้บริหารมี
ความดมี คี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมกจ็ ะไดร้ ับ การยอมรับนบั ถอื

7.ตวั อยา่ งงานวจิ ัยทีเ่ กยี่ วข้องกับผูบ้ ริหารมืออาชีพ
7.2.เร่อื งที่ 2 การบริหารจัดการศกึ ษารับความปกตใิ หม่หลงั วกิ ฤตโควิด–19
ความเป็นมาของปญั หา
บทความนี้มีวตั ถุประสงค์เพอื่ นำเสนอแนวทางการบรหิ ารจัดการศกึ ษาในการเตรียมรับความปกติ

ใหม่(New normal) ท่ีจะเกดิ ข้นึ หลงั วิกฤตโควิด-19 สำหรบั ผู้บริหารสถานศึกษา ที่ตอ้ งบริหารจัดการศึกษาภายใต้
รูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ท่ีแตกต่างจากอดีต อันเน่ืองจากมีบางสิ่งมากระทบจนแบบแผนและแนวทาง
ปฏิบัติท่ีคนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ต้องเปลี่ยนแปลงไปสวู่ ิถีใหม่ เช่น การเว้น
ระยะห่างทางสังคม การใส่แมส ฯลฯ เป็นต้น ผู้บรหิ ารจงึ ต้องมีการบริหารจัดการศึกษาที่สอดคล้องกบั ความปกติ
ใหม่โดยมีแนวทางในการบริหาร ได้แก่ การเตรียมความพร้อมในการเรียนการสอนออนไลน์ด้านอุปกรณ์และ
เทคโนโลยี การออกแบบหลักสตู รโดยคำนึงถึงความแตกตา่ งของนักเรยี นแตล่ ะคน การบริหารจัดการโรงเรยี นและ
ครใู หป้ ระสบความสำเรจ็ ในการจดั การเรียนรู้ มกี ารหารือและวางแผนร่วมกนั ของบุคคลทม่ี ีส่วนเกี่ยวขอ้ งในทุกภาค
ส่วน ต้ังแต่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางศึกษา ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจและภาค
ประชาสังคม พอ่ แม่ ผปู้ กครอง รวมถงึ การเตรียมความพรอ้ มทงั้ ทางดา้ นรา่ งกายและจิตใจของครแู ละนกั เรยี น

17

ผลที่ได้จากการวิจัยการบรหิ ารจัดการศึกษาท่ีสอดคลอ้ งกับความปกติใหม่New( Normal)

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควดิ -19การปิดสถาบันการศึกษาในเวลาต่อมา จนกลายเป็นสาเหตุ
ให้นักเรียนจำนวนกว่า 1.5 พันล้านคน หรือมากกว่า 90% ของนักเรียนทั้งหมดในโลกได้รับผลกระทบใน
กระบวนการเรียนรู้ สำหรบั ประเทศไทยศูนย์บรหิ ารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดให้เปิดภาคเรยี นในวนั ที่1
ก.ค.2563ระยะแรกโดยให้ทยอยผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบนั การศึกษา เพ่ือจัดการศึกษา
รูปแบบการเรียนการสอน ให้มีการดำเนินการทั้งแบบออนแอร์ ผ่าน DLTV ออนไลน์ และออฟไลน์ในชั้นเรียน
ซึ่งจะใช้วิธีผสมผสาน หรืออาจจะเป็นการเรียนรู้ท่ีบ้านกับครอบครัว อย่าง Home School แล้วแต่ความ
เหมาะสม และบริบทของสถานศึกษาแต่ละแหง่ ซึงสถานศกึ ษาบางแห่งยังประสบปญั หาเรื่องการเข้าถงึ เทคโนโลยี
ทเ่ี ขา้ มามบี ทบาทในโลกการศกึ ษา แลว้ จะออกแบบการจัดการเรียนร้อู ยา่ งไรให้มีประสิทธภิ าพ ทกั ษะและหลักสูตร
ของโลกการศึกษารูปแบบใหม่หลังจากน้ีควรมีหน้าตาแบบไหน เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทด้านการเรียนรู้
อยา่ งไร ฯลฯ ผู้บริหารสถานศึกษาจึงมีความจำเป็นต้องหาวิธกี ารในการบริหารจัดการศกึ ษา ซึ่งเป็นกระบวนการท่ี
สำคัญในการขับเคล่ือนการจัดการเรียนรู้ภายใต้ความปกติใหม่ (New Normal) ทั้งด้านการจัดรูปแบบการเรียน
การสอน การพฒั นาครใู ห้พร้อมสู่โลกยุคใหม่ การบรหิ ารหลักสูตร รวมถึงการรบั ฟงั เสียงสะท้อนจากครู ผู้ปกครอง
นักเรียน และชุมชน ผู้เขียนได้ศึกษาและรวบรวมแนวคิดที่น่าสนใจในการปรับกระบวนการบริหารจัดการศึกษา
จากองคก์ รการศึกษา และนักการศกึ ษา ที่จะเปน็ อีกแนวทางหนึ่งทีจ่ ะช่วยให้ผบู้ ริหารสถานศกึ ษาได้แนวคิดในการ
บรหิ ารสถานศึกษาในดา้ นต่างๆ ดังน้ี

ด้านการจัดการเรยี นการสอน
จากแนวคิดของโกลบ์ ชิ ไดน้ ำเสนอรูปแบบการจดั การเรียนการสอนในความปกติใหมไ่ ว้อย่างนา่ สนใจ คือ
1. การเรียนผ่านระบบออนไลน์ 100% รปู แบบดงั กล่าวเหมาะสมกับโรงเรยี นท่ีมีความพร้อมทงั้ ด้านระบบ

การเรียนการสอนและหลกั สูตรผ่านระบบออนไลน์ ผู้เรยี นมคี วามพร้อมในการเรียนผา่ นระบบออนไลน์ ผู้ปกครอง
มีความพร้อมในการช่วยเหลอื สนับสนุน รวมทั้งมีเคร่ืองมอื สนับสนุนการเรียน เช่น คอมพิวเตอร์ โนต้ บุ๊ค แทปเลต
สมารท์ โฟน และอินเทอรเ์ น็ต

2. การเรียนในห้องเรียน เหมาะสำหรับโรงเรียนท่ีมีจำนวนนักเรียนไม่มากและมีพื้นที่มากพอให้สามารถ
ปฏบิ ัตติ ามนโยบาย Social Distancing เพือ่ รกั ษาระยะห่างและการดแู ลสุขอนามัยของผเู้ รยี นได้ อยา่ งเครง่ ครดั

3. การเรียนผสมผสานแบบออนไลน์และออฟไลน์ เหมาะสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ท่ีมีนักเรียนจำนวน
มากและไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์มาก่อน ควรแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม
เพื่อสลับวันกันมาเรียนท้ังนี้เพื่อให้วันที่นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน ทางโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอน
ในห้องเรียนแบบรักษาระยะห่างได้รวมทั้งสามารถดูแลสุขอนามัยของนักเรยี นได้อย่างเข้มข้น เพ่ือการเรียนรูท้ ี่ได้
ประสิทธิผล โดยโรงเรียนเลือกวิชาท่ีมีการปฏิบตั หิ รอื ตอ้ งเรยี นรูร้ ว่ มกนั มาจดั การเรียนท่หี ้องเรียน ในขณะทีว่ ชิ าอ่ืน
ใหจ้ ัดการเรยี นการสอนผา่ นออนไลน์

18

4. การเรยี น Home School คาดว่าการเรยี นในรูปแบบน้ีจะมีเพิ่มขน้ึ ในประเทศไทย เนือ่ งจากผู้ปกครอง
อาจจะมีความกังวลเร่ืองความปลอดภัยของบุตรหลานจากโรคภัยไข้เจ็บ มลพิษ มลภาวะ และภัยคุกคามอื่น
โดยผู้ปกครองจะมีบทบาทเปน็ ผจู้ ัดการเรียนการสอนในรูปแบบท่ีเหมาะสมกบั ผู้เรยี นซ่ึงอาจจะเปน็ การเรียนคอร์ส
ออนไลน์ควบคกู่ ับการจัดครูเฉพาะวิชามาสอนท่ีบ้านที่ตอบโจทย์รปู แบบการเรยี นรู้ของบุตรหลานมาประยุกต์กับ
หลักสูตรของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (วันเพญ็ พุทธานนท์,2563)

ดา้ นการประเมินผลในการศกึ ษาแบบวิถใี หม่
ดา้ นการประเมินผลในการศึกษาแบบวิถใี หม่น้ีการประเมินจะถูกเปลี่ยนจาก “การประเมินผลการเรียน”

ไปสู่ “การประเมนิ ผลเพื่อการเรียนรู้” นั่นคือการวัดผลลัพธ์ให้คุณครูเข้าใจว่าผู้เรียนเหมาะกับการเรยี นรู้รูปแบบ
ไหน และอะไรที่จะสามารถเติมทักษะท่ีคุณครูคาดหวังได้ การประเมินผลในวิถีการศึกษาใหม่จึงเป็นการทำความ
เขา้ ใจ ไม่ใช่การตัดสิน (มารุต พัฒผล, 2563)นอกจากน้ีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) ไดม้ ี
การจดั ทำแนวทางการจดั การเรียนการสอนของโรงเรียนในสถานการณ์โควิด –19 โดยมีเน้อื หาทั้งในส่วนรูปแบบ
การจัดการเรียนการสอนท้ังรูปแบบปกติ และการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน บทบาทในการเรียนของ
นักเรียน บทบาทในการสอนของครู การเรียนในช้ันเรียน (On–Site) การเรียนผ่านโทรทัศน์ (On–Air) และการ
เรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) แต่สิ่งหน่ึงที่ต้องให้ความสำคัญคือ การพัฒนาการเรียนออนไลน์ให้มี
ประสิทธิภาพโดยการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบอินเทอร์ แอคทีฟ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับผู้สอนเสมือนหรือ
ดีกว่าการเรียนในช้นั เรียน

ดา้ นการพฒั นาครู
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้นำเสนอการปรับการศึกษายุคนิวนอร์

มอล (new normal) โดยเสนอแนวคดิ ในการปรบั บทบาทครูและการพฒั นาครู ดังน้ี
1. ปรับรูปแบบดั้งเดิมจากครูที่ผู้สอน (Teacher) ไปเป็นครูผู้สนับสนุนการเรียนรู้ หรือ Learning

Facilitatorโดยเช่ือว่าคานงัดของการศึกษาไทย คือ การมีครูคุณภาพจำนวนมากที่มีความสามารถในการเป็น
Facilitator มีความสามารถในการเชือ่ มโยงหลักสตู ร วิธีการสอนและการประเมินผลการเรยี นรู้เพ่ือการพฒั นา

2. ปรับเปล่ียนการจัดการเรียนรู้ผ่านการฝึกอบรมครูให้ครูเปลี่ยนจากผู้สอน (Teacher) ไปเป็น
ผสู้ นบั สนุนการเรียนรู้ ชักชวนให้เด็กได้เรยี นรู้ โดยมแี นวคดิ ท่ีสำคญั 2 แนวคิดในการมงุ่ เน้นการพัฒนาครู คอื

2.2.1. เปล่ียนจากครูแบบเดิมเป็นครูที่สอนครอบคลุมเก่ียวกับการใช้ชีวิตจริงได้ (Transform
Teachers to New Normal in Education) อาทิ โครงการศูนย์กลางการพัฒ นา STEM Facilitator
เมืองสะเต็มศึกษา ฐานปฏิบัติการสำหรับฝึกแนวทางสะเต็มศึกษา ท่ีจัดต้ังข้ึนโดยเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง
ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (Public-Private-People Partnership) ซ่ึงจะเป็นต้นแบบในการ
ขยายผลสู่ภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ครู วิทย์-คณิต ทั่วประเทศ มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ตาม

19

แนวทางสะเต็มศึกษา และนักเรียนสามารถนำสมรรถนะด้านสะเต็มมาใช้เพ่ือการเรียนรู้ การดำรงชีวิต และการ
ประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21

2.2.2. แพลตฟอร์มสนับสนุนเพื่อการพัฒนาครูอย่างยั่งยืน (Supporting Platform for New
Normal Teachers) ท้ังแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการท่ีเป็น National Online Platform อาทิ ระบบ
พ่ีเล้ียงและการกำกับ Mentoring & Supervisingแพลตฟอร์มการให้คำปรึกษา Online STEM Education
สำหรับบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครอง การพัฒนาครูให้มีความพร้อมสู่การเป็นครูยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21
มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถในการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิทยาการคำนวณ การขยายวิธีการ
เรียนแบบ STEM Educationจะทำให้เด็กมีความเข้าใจ ทำให้เด็กคิด วิเคราะห์เป็น เม่ือเด็กเรียนระดับ
มหาวทิ ยาลยั จะสามารถนำความรู้ดา้ นการคดิ วิเคราะห์ มาประกอบการเรียนได้ (ชกู จิ ลิมปจิ ำนงค์, 2563)

3. ปรับทักษะของครูเพ่ือเอาเทคโนโลยีมาใช้ในปัจจุบันและในอนาคต เป็นการฝึกฝนสอนหนังสือ
ผ่านจอโทรทศั น์หรือจอกลอ้ งคอมพวิ เตอร์ คุณครจู ะต้องสามารถเขา้ ไปพูดคยุ ผ่านแพลตฟอรม์ ต่าง ๆ ท่มี ีอยู่ในโลก
ปัจจุบันเพ่ือรับรู้ปัญหาต่าง ๆ ความต้องการในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ เป็นการสอน เป็นการรับข้อมูล เป็นการ
เพ่ิมเติมความรู้ แลกเปล่ียนความคิดเห็นกับเด็กนักเรียน(ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,2563) คณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ให้แนวคิดไว้ว่า ครูจะต้องมีส่วนสำคัญในการพัฒนาและปรับตัวไปกับการเปล่ียนแปลง
หลักสูตรใหม่ ซ่ึงครูจะต้องมีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและภาษาอังกฤษ สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องพัฒนาครูในประเด็นน้ีตามนโยบายของ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
อย่างก้าวกระโดด จัดให้มีการทดสอบและอบรมครูให้สอดรับกับความรู้ยุคดิจิทัล เช่น ภาษาอังกฤษ และเร่ือง
เทคโนโลยี เป็นต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการเพิ่มผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนในอนาคต (สำนกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน, 2563)

ด้านการบริหารหลักสตู ร
บทบาทหน้าที่ของสถานศึกษาในขณะนี้ นอกจากจะพัฒนาทักษะการศึกษาให้แก่คนร่นุ ใหม่แลว้ ยังตอ้ งมี

การพัฒนาฝีมือแรงงาน เช่น Up-Skill และ Re-Skill และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่คนทุกช่วงวัย ดังนั้น
หลักสตู รการเรียนการสอนจึงมีความหลากหลาย และรปู แบบการสอนเองก็ต้องปรับให้มีทั้ง 2 แบบ คือ ออฟไลน์
และออนไลน์ อีกทั้งคงไมม่ ีสูตรสำเร็จวา่ หลกั สูตรไหนจะเป็นออนไลน์ 100% การออกแบบหลกั สูตรจึงควรคำนึงถึง
ความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน มีแบบทดสอบที่หลากหลายเพ่ือวัตถุประสงค์ท่ีแตกต่างกัน รวมถึงนักเรียน
และครูร่วมกันออกแบบสภาพแวดล้อมในห้องเรียน (ศิริเดช คำสุพรหม, 2563) นอกจากน้ี คณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (กพฐ.) ได้ให้แนวคิดไว้ว่า การศึกษายุคน้ีต้องหาจุดท่ีจะพัฒนาเด็กไทยให้ไปสู่โลกดิจิทัล

20

หรือ การศึกษาศตวรรษที่ 21 โดยการการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะเพราะ
หลักสตู รฐานสมรรถนะจะเป็นส่วนหนึง่ ทจ่ี ะทำใหค้ ้นพบศักยภาพของเดก็ ไทยมากข้นึ (วิชัย วงศใ์ หญ่, 2563)

การรับฟงั เสียงสะท้อนจากครู ผปู้ กครอง นกั เรยี น และชุมชน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) ได้สรุปนิวนอร์มอลทางการศึกษาไทยว่า

การศึกษายุคนิวนอร์มัลน้ันระบบการศึกษาจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบสงั คม มีการให้ความสำคัญกับกระบวนการ
รวมถึง well-being ของนักเรียนแบบองค์รวม เกิดการพัฒนาการศึกษาโดยการรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกระดับ
ครู ผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน ร่วมกันตัดสินใจเก่ียวกับการจัดการศึกษาองค์การยูเนสโกได้แนะนำโรงเรียนถึง
7 วิธี ท่ีจะช่วยให้โรงเรียนและครูประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้รับความปกติใหม่หลังวิกฤตโควิด –19
ดงั น้ี

1. รับฟังเสียงของครูในการกำหนดนโยบาย และแผนการ เพราะการพูดคุยเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผน
เปิดโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหาร ครู พ่อแม่ ชุมชน รวมถึงนักเรียน ควรมีการพูดคุยกัน เพื่อให้ความ
ตอ้ งการของนักเรยี นทกุ คนไดร้ ับการดแู ลอยา่ งทั่วถึง

2. สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในโรงเรียน ความปลอดภยั และความเป็นอยูข่ องนักเรยี น
และครูคือสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเปิดโรงเรียน โรงเรียนต้องสร้างความรู้สึกอุ่นใจให้ทุกคนในช่วงท่ียังมีการระบาดของ
ไวรัส รวมถงึ เมื่อโรคหยุดการระบาดลงแลว้

3. ให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจ สังคมและอารมณ์ของครแู ละนักเรียน โควิด-19 อาจทำให้ครู นักเรียน
รวมถึงครอบครัวของทุกคนรู้สึกเครียด หากความเครียดน้ันไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมอาจส่งผลต่อการ
เรียนรู้ในระยะยาวและการเรียนรู้ในภาพรวมของนักเรียนได้ สำหรับครูอาจเกิดภาวะหมดไฟในการสอน
(Burnout) ทำใหค้ รูขาดงานบ่อยข้ึน หรอื ถึงขั้นลาออกจากงาน ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นต้องให้ความมน่ั ใจกับครูวา่ จะ
ไดร้ ับการชว่ ยเหลอื อย่างต่อเนื่อง เมอ่ื ครูเกิดปัญหาดา้ นสภาพจิตใจโดยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย ไดแ้ ก่

3.1 ช่วยให้ครูปรับตัวเข้ากับ New Normal เมื่อกลับมาสอนในช้ันเรียนตามปกติ ครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา ต้องไดร้ ับการสนบั สนุน และได้รับทรพั ยากรทเ่ี พียงพอในการจัดการเรยี นรูใ้ นห้องเรียนอีก
ครั้ง ครูหลายคนอาจต้องสอนซ่อมเสริมในช่วงน้ี หรือไม่ก็ต้องสอนทั้งในห้องเรียนควบคู่ไปกับการสอนออนไลน์
หรอื ตอ้ งสอนหลายคาบมากขึน้ เพราะตอ้ งลดขนาดห้องเรยี นลงเพื่อทำตามมาตรการ Social Distancing

3.2 จัดให้มีครูเพียงพอ และให้ครไู ด้ทำงานในสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม การท่ีครูและบุคลากร
ทางการศึกษามีความสุขกับมาตรฐานการท างานที่เหมาะสม ได้เงนิ เดือนตรงตามเวลา หรือลาป่วยได้เม่ือรู้สึกไม่
สบาย ถือเป็นเรื่องสำคัญในช่วงสถานการณ์น้ี ผู้บริหารไม่ควรลดสิทธิต่าง ๆ ของครู และเง่ือนไขการทำงานที่
เหมาะสมสำหรับครู

21

3.3 ลงทุนกับภาคการศึกษา ในหลายๆประเทศ เงินเดือนครูและสวัสดิการต่าง ๆ ถือเป็น
งบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะประเทศท่ีมีรายได้ทางเศรษฐกิจต่ำจากวิกฤตโควิด –19
ทรัพยากรที่มีอย่อู าจลดลงเมื่อรายไดผ้ ู้คนลดลง ดังน้ัน เพ่ือให้การศึกษายังคงดำเนินไปอย่างต่อเน่ือง ฝ่ายบริหาร
ด้านการศึกษาจำเป็นต้องลงทุนกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่แค่การไม่ลดเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังต้อง
จัดการอบรมที่จำเปน็ รวมถึงใหก้ ารสนบั สนุนด้านสภาพจิตใจด้วย

3.4 คอยเช็คสถานการณแ์ ละข้อเสนอแนะจากครู เมอื่ โรงเรียนเปิดเรียนตอ้ งคอยเชค็ และประเมิน
สถานการณ์ พร้อมท้ังปรับแผนเม่ือจำเป็น กระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายบริหาร และผู้อำนวยการ ต้องเช็คและ
ประเมนิ กรอบการทำงานเพ่ือวัดความกา้ วหนา้ ซงึ่ กรอบการทำงานเหล่านคี้ วรคำนึงถึงบทบาทการสอนท่ีมคี ณุ ภาพ
ของครู และสง่ เสริมสภาพการเรียนร้ทู ่ดี ี โรงเรยี นต้องไม่ลมื เปิดโอกาสใหค้ รไู ด้เสนอความคิดเห็น และประเมนิ การ
ทำงานของโรงเรยี นด้วย (Force & Unesco,2020)

ดา้ นการบรหิ ารจัดการทรัพยากรใหมต่ ามลำดบั ความสำคญั ใหม่
การเรียนการสอนทต่ี ้องปรับเปลี่ยนไปเปน็ การลงทนุ ถ้าหากโรคระบาดน้ียังมีอย่างต่อเน่อื ง กจ็ ะทำให้เรา

ตอ้ งปรบั การลงทนุ จากการลงทุนในสถานศึกษา อาจจะเปน็ การลงทุนในเรอื่ งของการพัฒนาการปรบั ระบบการทำ
งาน หากพิจารณาหลักสำคัญของการปรับการทำงานในระบบการศกึ ษาไปสู่แบบแผนในการสร้างการเรียนรู้และ
การอยู่รอดใหม่ในปัจจุบัน โดยต้องมีปฏิสัมพันธ์ พึ่งพาสรรหาแหล่งความรู้ ประสบการณ์ และการมีงานทำ
ในบริบทใหม่ ปรับวิธีการทำงานด้วยการออกไปเชื่อมกับโลกท่ีเป็นจริงในภาคการผลิต บริการ นวัตกรรม และ
เช่ือมกับการสื่อสารยุคใหม่ เพื่อช่วยให้วิธีคิดประสบการณ์ และกระบวนการทำงานสอดรับปรับเปลี่ยน สร้างมิติ
การศึกษาใหม่ในรูปแบบของธุรกิจใหม่ (New Business Model)ท่ีทำให้การศึกษามีความหมายและศักยภาพ
ที่จะเชื่อมโยงกับแหล่งงาน การพัฒนาทักษะ ประสบการณ์ และความรู้ของบุคคลการเปลี่ยนแปลงน้ีคือความ
เคล่อื นไหวใหม่จะช่วยขจัดการปิดกน้ั ศักยภาพและความคิดสรา้ งสรรคข์ องกลุม่ คนทีท่ ำงานในองคก์ รดว้ ยกนั ทงั้ ยัง
ก่อใหเ้ กดิ ความโปร่งใสในการบริหารจดั การระบบและองค์กรโดยรวมได้อยา่ งนา่ พึงพอใจ การทำงานด้านการศกึ ษา
ในวันนี้ต้องปรับพัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์ภายในองค์กรและกับภายนอกข้ึนใหม่การปรับสร้าง
สมั พันธภาพใหม่ให้ทันโลกที่เชื่อมโยงชีวภาพเข้ากับกายภาพและนวัตกรรมในองค์กรจะช่วยการทำงานแบบใหม่
ทกี่ ้าวทันโลก ทันความเปลยี่ นแปลงในศตวรรษท่ี 21 มีพ้ืนที่ใหม่ของการเรียนรู้ ประสบการณ์และการสร้างสรรค์
ลดความซับซ้อนขององค์กรด้วยเครือข่ายท่ีเช่ือมโยงบนแพลตฟอร์มท่ีเข้าถึงง่าย เร็ว ต้นทุนต่ำ ซ่ึงจะช่วยให้ผู้ร่ม
งานทุกคนมีพื้นที่ในการปรากฏตัวตนได้ตามแรงบันดาลใจของแต่ละคนนอกจากนี้ยังต้องลงทุนในการพัฒนา
หลักสูตรและการเรียนการสอนออนไลน์ ที่จำเป็นต้องมีการลงทุนในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีจะทำให้การเรยี น

22

การสอนออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึน้ เพราะปัจจุบันการลงทุนภายในสถานศึกษาเองก็อาจจะไม่มีความหมาย
เพราะเราไมท่ ราบว่าเด็กนกั เรียนจะมีโอกาสเขา้ ศึกษาภายในโรงเรียนไดม้ ากนอ้ ยหรือนานเท่าไร

8.บทสรุป
จะเห็นได้ว่า ในการที่จะเป็นนักบริหารที่ดีในอนาคตนั้นจะต้องมีคุณลักษณะหลายอย่างท่ีเป็นแบบใหม่

แนวใหม่ และแบบผสมผสานท่ีไม่มีลักษณะเฉพาะที่ตายตัว และสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาแล้ว ก็คงไม่อยู่ใน
ข้อยกเว้นเช่นกันการท่ีจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บริหารในระดับมืออาชีพน้ัน ต่อไปคงต้องเป็นผู้บริหารที่มี
วิสัยทัศน์มองการณ์ไกล มีมุมมองในการบริหารการทำงานเชิงกลยุทธ์ รู้จักการประมวลวิเคราะห์ ประเมินและ
ตัดสนิ ใจและยงั ตอ้ งดแู ล รับผดิ ชอบการดำเนินงานตามปกติของสถานศกึ ษาในทกุ ด้าน ตอ้ งมีวสิ ยั ทัศนใ์ หม่ ในการ
บริหารจัดการให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องปรับแนวคิดในการบริหารจัดการบูรณาการ
ที่เน้นการแก้ปัญหาและดำเนินการพัฒ นาที่ผสมผสานชัดเจนทั้งเชิงนโยบายและภาคปฏิบัติ ต้องมี
พฤติกรรมการบริหารแบบเชิงรุก เน้นผลงานหรือผลสำเร็จตามเป้าหมายและคุณภาพที่ได้วางไว้เป็นหลักสำคัญ
บทบาทการนิเทศกำกับดูแล (Supervision) จะต้องชัดเจน ต้องมีความสามารถสูง ท้ังการกำกับดูแลช่วยเหลือ
ชี้แนะและใหก้ ารสนับสนุน ต้องรู้จกั การประสานงานและการดึงศักยภาพของบุคลากรทุกฝ่ายท่ีเกีย่ วข้องให้มีส่วน
รว่ มในงานและกิจการของสถานศึกษาไดเ้ ปน็ อย่างดี ตอ้ งมีบทบาทเปน็ ผรู้ เิ รม่ิ ช้นี ำแนวทางความคิด และประสาน
ความคดิ ท่ดี ีในการทำงานได้เป็นอย่างดี สามารถสรา้ งความเข้าใจร่วมกับบุคลากรและประสานสัมพนั ธ์กบั บุคลากร
ทกุ ฝ่ายไดด้ ้วยดี ยืดหยุ่นในการประสานสัมพันธ์กับบุคลากรทุกระดับได้เหมาะสมเปิดโอกาสใหบ้ ุคลากรมีสว่ นรว่ ม
ในการดำเนินงานในส่วนตา่ งๆอย่างเหมาะสม ดูแลให้มกี ารประเมินการปฏิบัติงานของบุคลากรด้วยวิธกี ารที่สุจริต
ยุติธรรม โปร่งใส พร้อมต่อการตรวจสอบในการดำเนินงานทุกด้านสามารถสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายและ
ต่อวงการภายนอกถึงจุดยืน นโยบายการดำเนินงาน และการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา ให้ความสำคัญ
เป็นพเิ ศษกบั การบริหารคุณภาพ (QualityManagement) การบริหารที่มุ่งเป้าไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการของ
สถานศกึ ษา

23

แนวคิดการเป็นผู้บริหารมอื อาชีพคือ

“เปน็ ผบู้ ริหารไมย่ าก
เปน็ ผูบ้ ริหารท่ดี ยี ากกวา่
เป็นผู้บริหารมอื อาชพี ย่งิ ยากท่สี ุด”

(รศ.ดร.ศโิ รจน์ ผลพันธนิ อธิการบดมี หาวิทยาลยั สวนดสุ ิต)

24

บรรณานุกรม

ธีรศกั ด์ิ อคั รบวร. ความเป็นครไู ทย. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ ก.พกพิมพ์ (1996) จำกดั , 2544
ปราชญา กลา้ ผจญ. “นักบริหารการศกึ ษามืออาชีพ ” วารสารวงการครู . สิงหาคม 2548, (หน้า 42-45)
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ . ผู้บริหารสถานศึกษาตน้ แบบ 2544.กรงุ เทพฯ: วัฒนาพานิช, 2544
สำนกั งานเลขาธิการครุ สุ ภา. เกณฑ์มาตรฐานผู้บริหารการศึกษาของคุรสุ ภา 2540. กรุงเทพมหานคร :โรงพมิ พ์

ครุ สุ ภาลาดพร้าว, 2542. จากbanpathaischool.igetweb.com/จาก https://www.kroobannok.com
/23691
โครงการพฒั นาวชิ าชีพผู้บรหิ ารการศกึ ษา และผ้บู ริหารสถานศกึ ษาประจำการ ชดุ วชิ าภาวะผนู้ ำทางการศกึ ษา.
กรงุ เทพ : สำนักงานสง่ เสริมวชิ าชีพ สำนกั งานเลขานกุ ารครุ ุสภา,2549.
จรยิ ะ วิโรจน์ และคณะ. การวิจัยเชิงประเมินผลโรงเรียนปฏริ ูปการเรยี นรู้ เขตการศกึ ษา 5.ราชบรุ ี :สำนกั
ผตู้ รวจราชการประจำเขตตรวจราชการท่ี 4 กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2546.
จำลอง นักฟอ้ น เส้นทางสนู่ กั บริหารการศกึ ษามืออาชพี .http://www.moe.go.th/wijai/road%20map.htm
ธงชยั สนั ตวิ งศ์ การบริหารงานสาศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพ : ประชุมช่าง, 2546.ปราชญา กล้าผจญ. “นกั บรหิ าร
การศึกษามืออาชีพ”. วารสารวงการครู. ฉบับเดือนสิงหาคม 2548.รุ่ง แกว้ แดง “ผูบ้ รหิ ารการศึกษามือ
อาชีพ”. การบรหิ ารเพ่ือการปฏริ ูปการเรยี นรู้. กรุงเทพ : ขา้ วฟ่าง,2545.
พชั ราภรณ์ ดวงช่ืน.(2563).การบรหิ ารจดั การศกึ ษารับความปกติใหม่หลงั วกิ ฤตโควิด–19.วารสารศิลปาการ
จดั การ.4/(3),/783-795. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jam/article/view/243660/165879
กลุ จริ า รกั ษนคร.(2563).การศกึ ษากรอบแนวคดิ ของผู้บรหิ ารมืออาชีพยุคการศึกษา 4.0.วารสารJournal of
Modern Learning Development ,5/(4),/206-217.file:///C:/Users/Teacher/Downloads/
243198-Article%20Text-849994-1-10-20200909.pdf

25


Click to View FlipBook Version