The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Munich Apisiri, 2023-08-21 05:38:13

สามก๊ก

สามก๊ก

ชิ้นงาน E-BOOK เรื่อ รื่ ง สามก๊ก คณะผู้จัดทำ ๑. น.ส. ฐิติวรดา สัจเสนีย์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๒ ๒. น.ส. ณฤดี ศรสวัสวั ดิ์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๓ ต. น.ส. ณัฐฎกานต์ โสมปริย ริ าภรณ์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๑ ๔. น.ส. ปภาดา สุวรรณบุญฤทธิ์ ม.๖/ ๑๑ เลขที่ ๕. น.ส. สจธฬ เที่ยงธรรม ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๐ ๖. น.ส. อภิสิริ ดำ รงสุกิจ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๑ ๗. น.ส. ไอรดาย์ จิตรอารีรั รีรั กษ์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๒ ๘. น.ส. มนฤดี ศรีกุ รี กุ ล ม.๖/๑๑ เลขที่ ๒๓ นำ เสนอ คุณครูชมัยพร แก้วปานกัน วารสารเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิช วิ าภาษาไทย ภาคเรีย รี นที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรีย รี นสงวนหญิง จังหวัด วัสุพรรณบุรี


ชิ้นงาน E-BOOK เรื่อ รื่ ง สามก๊ก คณะผู้จัดทำ ๑. น.ส. ฐิติวรดา สัจเสนีย์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๒ ๒. น.ส. ณฤดี ศรสวัสดิ์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๓ ต. น.ส. ณัฐฎกานต์ โสมปริยริาภรณ์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๑ ๔. น.ส. ปภาดา สุวรรณบุญฤทธิ์ ม.๖/ ๑๑ เลขที่ ๕. น.ส. สจธฬ เที่ยงธรรม ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๐ ๖. น.ส. อภิสิริ ดำ รงสุกิจ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๑ ๗. น.ส. ไอรดาย์ จิตรอารีรั รีรั กษ์ ม.๖/๑๑ เลขที่ ๑๒ ๘. น.ส. มนฤดี ศรีกุ รี กุ ล ม.๖/๑๑ เลขที่ ๒๓ นำ เสนอ คุณครูชมัยพร แก้วปานกัน วารสารเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชวิาภาษาไทย ภาคเรีย รี นที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรีย รี นสงวนหญิง จังหวัด วั สุพรรณบุรี


วารสารเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชวิาภาษาไทย พื้นฐาน ทต๑๑o๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๖ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีเรื่อ รื่ งสามก๊ก เนื้อหามุ่งเน้นให้ผู้อ่านได้ ศึกษาและวิเวิคราะห์เกี่ยวกับเรื่อ รื่ งราวความเป็นมาของบทสามก๊ก การอ่านเพื่อศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเรื่อ รื่ งนี้และวิเวิคราะห์ วรรณคดีในด้านต่างๆ เช่น ด้านเนื้อหา ด้านวรรณศิลป์ และด้าน สังคม คณะผู้จัดทำ หวังว่าวารสารเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและ สามารถนำ ความรู้และเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ศึกษาได้จริงริหากมีข้อ ผิดพลาดประการขออภัยมา ณ ที่นี้ คำ นำ คณะผู้จัดทำ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ ก


เรื่อ รื่ ง คำ นำ สารบัญ ความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง ลักษณะคำ ประพันธ์ เนื้อเรื่อ รื่ งเต็ม (เฉพาะตอนที่เรีย รี น) เนื้อเรื่อ รื่ งเต็ม(แบบย่อ) วิเวิคราะห์คุณค่า ด้านเนื้อหา ด้านวรรณศิลป์ ด้านสังคม บรรณานุกรม สารบัญ ข หน้า ก ข ๑ ๒ ๓ ๔ ๖ ๑๒ ๑๒ ๑๙ ๒๑ ๒๕


ความเป็นมาเรื่อ รื่ งสามก๊ก สามก๊กไม่ใช่พงศาวดารสามัญ จีนเรียรีกว่าว่ “สามก๊กจี่” ตันซิ่วเป็นผู้บันทึกในสมัยราชวงศ์จิ้น ต่อมาในสมัยราชวงศ์เหม็งหลอกว้าว้นจง (ล่อกวนตง) ได้นำ มาแต่งให้สนุกสนานเรียรีกว่าว่ ”สาม ก๊กจี่ซกเอี้ยนหงี” หมายความว่าว่จดหมายเหตุสามก๊กสำ หรับสามัญ เป็นหนังสือซึ่งนักปราชญ์ จีนคนหนึ่งชื่อล่อกวนตงเลือกเอาเรื่อรื่งในพงศาวดารตอนหนึ่งมาแต่งโดยประสงค์จะให้เป็น ตำ ราสำ หรับศึกษาอุบายการเมือง และการสงครามและแต่งดีอย่างยิ่ง จึงเป็นหนังสือเรื่อรื่งหนึ่ง ซึ่งนับถือทั่วไปในประเทศจีนและตลอดไปจนประเทศอื่น ๆ เริ่มริ่เหตุการณ์ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเลนเต้จนถึงสมัยพระเจ้าจิ้นบู๊เต้สุมาเอี๋ยน โดยแผ่นดินจีน แยกออกเป็นสามก๊ก ได้แก่วุ่ยวุ่ ก๊กของโจโฉ จ๊กก๊กของเล่าปี่ ง่อก๊กของซุนกวนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชดำ รัสให้แปลพงศาวดารจีนเป็นภาษาไทย ๒ เรื่อรื่ง คือ ไซ่ฮั่น และสามก๊ก ต้นตำ นานของหนังสือสามก๊กนั้นทราบว่าว่เดิมเรื่อรื่งสามก๊กเป็นแต่นิทานสำ หรับเล่ากัน อยู่ก่อน เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ.๑๑๖๑ - ๑๔๔๙) เกิดมีการเล่นงิ้วขึ้นในประเทศจีน พวกงิ้วก็ชอบเอาเรื่อรื่งสามก๊กไปเล่นด้วยเรื่อรื่งหนึ่ง ต่อมาถึงราชวงศ์ไต้เหม็ง (พ.ศ.๑๙๑๑ - ๒๑๘๖) นักปราชญ์จีนผู้หนึ่งชื่อล่อกวนตงคิดแต่งหนังสือเรื่อรื่งสามก๊กขึ้น ๑๒๐ ตอน ต่อมานัก ปราชญ์จีนอีก ๒ คน คนหนึ่งชื่อเม่าจงกัง และกิมเสี่ยถ่ายช่วยกันแต่งและตรวจรวมทั้งแต่งคำ อธิบายเพิ่มเติมและจัดพิมพ์หนังสือเรื่อรื่งสามก๊กขึ้น ตำ นานการแปลหนังสือสามก๊กเป็นภาษาไทยมีคำ บอกเล่าสืบกันมาว่าว่ราว พ.ศ.๒๓๔๕ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีพระราชดำ รัสสั่งให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) อำ นวยการแปลเรื่อรื่งสามก๊ก ซึ่งเป็นหนังสือแปลพงศาวดารที่ดีกว่าว่เรื่อรื่งอื่นๆ เพราะใช้ถ้อยคำ และเรียรีงความเรียรีบร้อยสม่ำ เสมอ อ่านเข้าใจง่าย จึงใช้หนังสือสามก๊กเป็นแบบ สำ หรับหัดเรียรีงความในโรงเรียรีนมาช้านาน มีสำ นวนที่คัดลอกกันไว้หว้ลายสำ นวน แต่สำ นวนที่ นำ มาตีพิมพ์ครั้งแรกที่โรงพิมพ์ของหมอบลัดเลย์ มิชชันนารีอรีเมริกริา เป็นสำ นวนที่ได้สอบกับ ต้นฉบับของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุรีสุริยริวงศ์ และออกพิมพ์จำ หน่ายครั้งแรก ใน พ.ศ.๒๔๐๘ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อรื่ง สามก๊ก ที่แปลมาสู่ภาษาไทยน่าจะนำ มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน เพราะมีสำ เนียงเรียรีกชื่อ เฉพาะ เช่น ชื่อเมืองและชื่อตัวละครตามสำ เนียงจีนฮกเกี้ยน ๑


หลัว กวั้นวั้จง ตามสำ เนียงกลาง หรือรืล่อกวนตง (Luo GuanzhOng) ตามสำ เนียง ฮกเกี้ยน เป็นปราชญ์และนักประพันธ์ชาวจีน มีชีวิตวิอยู่ในช่วงศตวรรษที่ ๑๔ หรือรืยุคปลายของ ราชวงศ์หยวน ต่อถึงต้นราชวงศ์หมิง ล่อกวนตงเป็นผู้แต่งนิยายอิงประวัติวั ติศาสตร์เรื่อรื่งสามก๊ก และได้ชื่อว่าว่เป็นผู้ปรับปรุงเรื่อรื่ง ๑๑๘ ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงชาน ซึ่งนับเป็น ๒ ใน ๔ สุด ยอดวรรณกรรมจีน (อีกสองเรื่อรื่งคือ ไซอิ๋ว และความฝันในหอแดง) ชีวประวัติวั ติของล่อกวนตงไม่ใคร่แน่ชัด แต่มีการยืนยันว่าว่เขามีชีวิตวิอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ หยวนถึงต้นราชวงศ์หมิงจริงรินักปราชญ์ผู้หนึ่งชื่อ เจียจงหมิง บันทึกไว้ว่ว้าว่เคยพบกับล่อกวน ตงในราวปี ค.ศ.๑๓๖๔และว่าว่เขาเป็นชาวไท่หยวน แต่นักประวัติวั ติศาสตร์ยุคเดียวกันหลายคน ต่างระบุบ้านเกิดของล่อกวนตงแตกต่างกันไป เช่นมาจากหางโจวบ้าง หรือรืเจียงหนานบ้าง แต่ ไท่หยวน น่าจะเป็นบ้านเกิดของเขามากที่สุดเพราะเป็นที่ตั้งของบ้านตระกูลหลอ ซึ่งมีชื่อของ ล่อกวนตงอยู่ในสาแหรกตระกูลด้วย ล่อกวนตงเคยเข้าร่วมก๊กต่อต้านราชวงค์หยวนกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งต่อมาถูกจูหยวนจางโจมตี)ซึ่ง ทำ หน้าที่กุนชือนักประวัติวั ติศาสตร์วรรณกรรมจำ นวนหนึ่งสงสัยว่าว่ล่อกวนตง กับ ชือไน่อัน เป็น บุคคลคนเดียวกันหรือรืไม่ ซึ่ง ซือไน่อัน อาจเป็นเพียงนามแฝงในการประพันธ์เรื่อรื่ง๑o๘ ผู้กล้า หาญแห่งเขาเหลียงชานก็ได้ เพราะเนื้อหาของเรื่อรื่งค่อนข้างต่อต้านรัฐบาลกลาง ประวัติ วัติ ผู้แต่ง ผู้แต่ง : ล่อกวนตง ๒


ผู้แปล : เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้รับยกย่องให้เป็นยอดเยี่ยมในบรรดากวีทั้วีทั้ งปวง สมัยธนบุรีแรีละ รัชกาลที่ ๑ด้วยมีความสามารถเด่นในการแต่งคำ ประพันธ์ทุกประเภท งานวรรณคดีที่เป็นชิ้น สำ คัญที่สุดของท่าน คืองานแปลพงศาวดารจีนและพงศาวดารมญ งานนิพนธ์ของท่านนั้น นอกจากลิลิตเพชรพวง ซึ่งแต่งในครั้งกรุงธนบุรีแรีล้ว ยังมีสามก๊ก ราชาธิราช อิเหนาคำ ฉันท์ บทมโหรีเรีรื่อรื่งกากี มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร กับกัณฑ์มัทรี ๓ ลักษณะคำ ประพันธ์ วรรณกรรมเรื่อรื่ง สามก๊ก มี ลักษณะคำ ประพันธ์รูปแบบร้อยแก้ว ประเภทความเรียรีงนิทาน เนื่องจากสามก๊กเป็นนวนิยายอิงประวัติวั ติศาสตร์ ได้รับการยกย่อง จากวรรณคดีสโมสรให้เป็น ยอดของความเรียรีงนิทานคู่กับราชาธิราช เพราะมีศิลปะการประพันธ์ในการดำ เนินเรื่อรื่งให้ผู้อ่าน ตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์ ใช้ถ้อยคำ แสดงถึงพฤติกรรมของตัวละคร ภาษาสั้นกะทัดรัด เข้าใจ ง่ายแฝงคติธรรมในการดำ เนินชีวิตวิ นิทาน คือเนื้อเรื่อรื่งที่ประพันธ์เป็นร้อยแก้ว โดยร้อยแก้ว คือคำ ประพันธ์ที่ไม่จำ กัดถ้อยคำ และประโยค ไม่มีกฎเกณฑ์ทางฉันทลักษณ์เป็นรูปแบบต่างๆ ตายตัว การพิจารณาความหมาย ในคำ ประพันธ์ประเภทร้อยแก้วขึ้นอยู่กับจุดประสงค์และเนื้อหาของเรื่อรื่ง ถ้ากวีมีวีมีจุดมุ่งหมายที่ จะบันทึกเรื่อรื่งราวเหตุการณ์ให้ความรู้ทั่วๆ ไป จะมีการใช้ภาษาตรงไปตรงมา เรียรีบง่าย และ ชัดเจน


เนื้อเรื่อ รื่ งเต็มสามก๊ก สามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ หากทราบว่าว่เล่าปื่อยู่ที่ใดตนจะไปหาเม้ว่าว่จะไม่ได้รำ ลาโจโฉก่อนก็ตาม พงศาวดารจีนแต่งเป็นความเรียรีงร้อยแก้วแบบบรรยายโวหาร มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ ปกครอง กลอุบาย การทำ สงคราม ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสร ให้เป็น “ยอดแห่ง ความเรียรีงประเภทนิทาน" เรื่อรื่งย่อ เมืองจีนสมัย พ.ศ. ๗๑๑ เป็นต้นมา พระเจ้าเหี้ยนเด้ กษัตริย์ริย์ราชวงศ์ฮั่นอ่อนแอตั๋งโต๊ะผู้สำ เร็จ ราชการกังฉินได้บีบบังคับพระเจ้าเหี้ยนเด้อ้องอุ้น จึงออกอุบายฆ่าตั๋งโต๊ะทำ ให้เกิดสงครามชิง อำ นาจเป็นใหญ่ ในที่สุดก็แตกเป็นสามก๊กตั้งราชวงศ์ใหม่ขึ้น คือ ราชวงศ์จิ้น แผ่นดินจีนจึงได้ รวมเป็นอาณาจักรเดียวกันใน พ.ศ. ๘๒๓ วุยวุก๊ก - โจโฉตั้งตัวเป็นกษัตริย์ริย์ จ๊กก๊ก - เล่าปี่ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ริย์ ง่อก๊ก - ซุนกวนตั้งตัวเป็นกษัตริย์ริย์ โจโฉตีเมืองเสียวพ่าย และเมืองชีจิ๋วซึ่งเป็นหัวเมืองของจั๊กก๊กได้แล้ว และ กำ จัดเล่าปี่ โดขเข้า ยึดเมืองชีจิ๋วของเถ่าปี่ได้ เล่าปี่ต้องลี้ภัยไปหาอ้วนเสี้ยวที่ เมืองกิจิ๋ว อ้วนเสี้ยวให้ความช่วยเหลือ ต่อมาโจโฉตีเมืองแห้ฝือของกวนอู โดยล่อให้กวนอูออกมานอกเมืองแล้วล้อมจับตัวกวนอู โจโฉ อยากได้กวนอูไว้เว้ป็นทหารด้วยชื่นชอบในฝีมือกวนอู จึงให้เดียวเลี้ยวซึ่งกวนอูเคยช่วยชีวิตวิไว้ เป็นผู้เข้าไปเกลี้ยกล่อม กวนอูยอม จำ นนแต่ขอสัญญาสามข้อ จำ นนแต่ขอสัญญาสามข้อ - ขอเป็นข้ารับใช้พระเจ้าเหี้ยนเด้ - ขออยู่ดูแลพี่สะไภ้ทั้งสองคนและขอเบี้ยหวัดวัของเล่าปีให้พี่สะไภ้ทั้งสอง โจโฉพากวนอูไปถวายตัวเป็นทหารพระเจ้าเหี้ยนเต้ และเลี้ยงดูกวนอูกับ พี่สะใภ้ทั้งสองคนอย่าง สุขสบาย รวมทั้งให้ทรัพย์สินหรือรืสิ่งของมีค่ำ แก่ กวนอูก็มิได้มีน้ำ ใจตอบโจโฉ แต่เมื่อโจโฉมอบ ม้าเซ็กเธาว์ใว์ห้แก่กวนอู กวนอูกลับมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกวนอูบอกความในใจว่าว่ม้เซ็ก เธาว์เว์ป็นม้าที่มีกำ ลังแรงสามารถเดินทางได้กล หากรู้ว่าว่เล่าปี่อยู่ที่ใดจะสามารถไปหาได้โดยเร็ว โจโฉได้ฟังคังนั้นก็ คิดน้อยใจ เตียวเลี้ยวรับอาสาลองความคิดกวนอู และได้รู้ว่าว่กวนอูยังคงซื่อสัตย์ต่อเล่าปี่ กวนอู เป็นคนกตัญญูคงจะไม่ไปจากโจโฉจนกว่าว่จะได้ตอบแทนบุญคุณ โจโฉจึงไม่ให้กวนอูอาสารบ ด้วยเกรงว่าว่เมื่อกวนอูทำ ความชอบแทนคุณตนแล้วก็จะหนีไปหาเล่าปี่ ๔


ในสัญญาข้อสุดท้ายแสดงให้เห็นว่าว่กวนอูนั้นเป็นคน กตัญญูมาก หากโจโฉเลี้ยงดูอย่างดีก็อาจ ผูกใจกวนอูได้ โจโฉจึงยอมรับเงื่อนไขของกวนอู "ตัวเราเกิดมาเป็นชายรักษาสัตย์มิให้เสียวาจา ถึงมาตรว่าว่เล่าปี่จะถึงแก่ความตาย เราก็จะตายไปตามความที่ได้สาบานไว้"ว้กวนอูกล่าวว่าว่ ด้วยเล่าปีเคยมีบุญคุณก่อน และได้สาบานเป็นพี่น้องกัน กวนอูเป็นตัวละครเพียงตัวเดียวใน เรื่อรื่งสามก๊กที่ภายหลัง กลายเป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนนับถือในนาม “ทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์" สรรพสาระ - วุยวุก๊ก เป็นก๊กที่ยิ่งใหญ่และมีอำ นาจมากที่สุด ครอบครองพื้นที่ทางตอนเหนือ ของประเทศจีน ปกครองโดยโจโฉ ถูกสถาปนาเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์วุยวุซึ่งถูกได่นล้ม ต่อมาได้สถาปนาราชวงศ์จิ้นขึ้นแทนและรวบรวมแผ่นดินที่ แบ่งเป็นก๊กต่างๆ เข้ามาไว้ด้ว้ ด้วยกัน - จ๊กก๊ก ปกครองโดยพระเจ้าเล่าปี่ เชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์ฮั่น ครอบครองพื้นที่ทางภาค ตะวันวัตกของประเทศจีน บริเริวณมณฑลเสฉวนปกครองอาณาจักร โดยพระเจ้าเล่าปี่และ พระเจ้าเล่าเสี้ยน จ๊กก็กล่มสลายลงด้วยกองทัพของวุยวุก๊กเนื่องมาจากการปกครองแผ่นดินที่ ล้มเหลวของพระเจ้าเล่าเสี้ยน - ง่อก๊ก ครอบครองพื้นที่ทางค้านตะวันวัออกของประเทศจีน ทางบริเริวณตอนใต้ของแม่น้ำ ฉาง เจียง หรือรืพื้นที่รอบๆ เมืองนานกิงในปัจจุบัน เป็นอาณาจักรสุดท้ายในบรรคาอาณาจักรสาม ก๊กล่มสลายโคยกองทัพของสุมาเอี๋ยน ๕


ราชวงศ์ฮั่นของจีนมีอายุมาได้ ๔๐๐ ปี ถึงรัชกาลพระเจ้าเลนเต้ แต่เนื่องจากเลนเต้มัวเมา สุรานารี และหูเบาเชื่อพวกขันที ทำ ให้ปล่อยปละละเลยจนพวกขันทีทำ การฉ้อราษฎร์บังหลวง ขูดรีดรีชาวบ้าน ทำ ให้แผ่นดินเป็นทุรยศ ผู้คนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จนใน ค.ศ. ๑๘๔ มีชายชื่อเตียวก๊กประกาศตนเป็นผู้วิเวิศษ นำ พาชาวบ้านก่อกบฏต่อราชวงศ์ฮั่น พวกกบฏ ผูกผ้าโพกหัวสีเหลือง เรียรีก “โจรโพกผ้าเหลือง” เล่าปี่ แม้เขาจะมีเชื้อสายกษัตริย์ริย์แต่ บรรพบุรุษกลับตกอับลงเรื่อรื่ยๆ จนพอถึงรุ่นเขาก็กลายเป็นคนทอเสื่อขาย อย่างไรก็ตามเล่าปี่ เป็นคนจิตวิทวิยาดี ดรามาเก่ง ทำ ให้คนหลงรักได้ง่าย เมื่อทางการมาประกาศชวนชาวบ้านจับ โจรโพกผ้าเหลือง เล่าปี่ได้เข้าสมัครและได้รู้จักกับผู้กล้าชื่อกวนอู และเตียวหุย พวกเขาถูกคอ กันจึงสาบานเป็นพี่น้องที่สวนดอกท้อหลังบ้านเตียวหุย พร้อมพูดประโยคอมตะว่าว่ “แม้ไม่เกิด วันวัเดือน ปีเดียวกัน แต่ขอตายวันวัเดือน ปีเดียวกัน!” ซึ่งนี่เป็นฉากที่ทำ ให้ลูกผู้ชายชาวจีน อ่านแล้วซาบซึ้งใจ และทำ ตามมาตลอด อนึ่ง กวนอู ขึ้นชื่อเรื่อรื่งความซื่อสัตย์ ใช้ง้าวเป็นอาวุธวุ นอกจากนั้นยัง “สูงประมาณหกศอก หนวดยาวประมาณศอกเศษ หน้าแดงดังผลพุทราสุก ปากแดงดังชาดแต้ม คิ้วดังตัวไหม จักษุยาวดังนกการะเวก เห็นกิริยริาผิดประหลาดกว่าว่คนทั้ง ปวง” สำ หรับ เตียวหุย นั้นใช้ทวนงูเลื้อยเป็นอาวุธวุติดสุราเรื้อรื้รัง มีนิสัยหยาบช้า ทั้งกวนอู เตียวหุยเป็นนักรบมากฝีมือ แต่มีข้อเสียคืออีโก้สูง สำ หรับเล่าปี่นั้นใช้กระบี่คู่ แต่ไม่ได้เก่งต่อสู้ เท่า เน้นใช้จิตวิทวิยากล่อมคนไปเรื่อรื่ยๆ เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ร่วมกันปราบโจรโพกผ้าเหลืองเป็นสามารถ ครั้งหนึ่งยังเคยช่วยขุน นางชื่อตั๋งโต๊ะไว้ไว้ด้ แต่เมื่อตั๋งโต๊ะเห็นพวกเขาเป็นคนไร้ยศ ก็ไม่สนใจนัก หลังจากนั้นโจรโพก ผ้าเหลืองถูกปราบลง หลังพระเจ้าเลนเต้เสด็จสวรรคตในปี ๑๘๘ โฮจิ๋น ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ ของราชสำ นัก เข้าดูแลการสืบราชสมบัติของเล่าเปียน ฮ่องเต้รัชกาลต่อมา มาถึงตอนนี้ทั้งโฮ จิ๋น และฝ่ายขันที ต่างคิดกำ จัดอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อชิงความเป็นใหญ่ แต่โฮจิ๋นเสียทีถูกฝ่ายขันที ลวงไปฆ่าก่อน ก่อนตายโฮจิ๋นเคยส่งจดหมายไปถึงตั๋งโต๊ะ ซึ่งเป็นตอนนั้นขุนศึกใหญ่ในเมือง เสเหลียงทางตะวันวัตก(ปัจจุบันอยู่แถวๆ มณฑลกานซู) เพื่อขอทหารมาช่วยรักษาความสงบใน เมืองหลวง ครั้นตั๋งโต๊ะมาถึงเมืองหลวงลกเอี๋ยง (ลั่วหยาง) ในปี ๑๘๙ เห็นว่าว่สถานการณ์วุ่นวุ่ วาย เพราะขุนนางฝ่ายโฮจิ๋นและขันทีปะทะกัน พอดีเขาสามารถควบคุมตัวฮ่องเต้ที่มีขันทีพาตัว ออกมาได้ จึงถืออำ นาจเข้าไปเคลียร์เมืองหลวง ตอนนั้นตั๋งโต๊ะไม่เพียงเคลียร์พวกขันที แม้แต่ ขุนนางอื่นๆ ที่ไม่เชื่อฟังก็ถูกเคลียร์หมด เขาจัดการเปลี่ยนให้เล่าเหียบ โอรสอีกคนของเลนเต้ ขึ้นเป็นจักรพรรดิพระนามว่าว่ “เหี้ยนเต้” ให้เป็นหุ่นเชิดของตนเอง และตั้งตนเป็นมหาอุปราช เสียเลย เมื่อตั๋งโต๊ะเป็นใหญ่แล้วก็กระทำ การหยาบช้าต่างๆ ทั้งเข่นฆ่าผู้คน ยึดทรัพย์สิน และ มาหลับนอนกับเหล่านางสนมกำ นัล ไม่เห็นฮ่องเต้อยู่ในสายตา ด้วยเหตุนี้จึงมีคนมากมาย อยากกำ จัดเขา แต่ยังไม่กล้าเพราะตั๋งโต๊ะมีกำ ลังมาก และมีบุตรบุญธรรมชื่อลิโป้ เป็นยอด ฝีมือที่หลายๆ คนยกให้เก่งที่สุดในเรื่อรื่งนี้คอยคุ้มกัน เนื้อเรื่อ รื่ งเต็มสามก๊ก(แบบย่อ) ๖


หนึ่งในฝ่ายต่อต้านตั๋งโต๊ะนั้นมีชายชื่อ โจโฉ เป็นคนฉลาดและทะเยอทะยาน โจโฉเคยเป็น หัวหน้าทหารรักษาประตูเมืองหลวง เอากระบองตีคนที่สัญจรแบบผิดกฎไม่เกรงใจหน้าอินทร์ หน้าพรหม แม้จะมีอุดมการณ์ แต่ก็เป็นคนดาร์คๆ อุปนิสัยของเขาสะท้อนออกมาได้อย่าง ชัดเจนจากประโยคที่เขาจะพูดในภายหลังว่าว่ “ข้ายอมทรยศโลก ดีกว่าว่ยอมให้โลกทรยศข้า!” ตอนนั้นโจโฉเอากระบี่ชั้นดีไปจะลอบฆ่าตั๋งโต๊ะ แต่ตั๋งโต๊ะรู้ตัวก่อน โจโฉจึงเนียนเปลี่ยนไป ถวายกระบี่แล้วหนีไป จนถูกประกาศจับไปทั่ว เขาชักชวนเรียรีกขุนศึก ๑๘ หัวเมืองมาช่วยกัน ปราบตั๋งโต๊ะ มีขุนนางอาวุโวุสชื่ออ้วนเสี้ยวเป็นผู้นำ และเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยเข้าร่วมแจมด้วย ตอนนั้นแม้ลิโป้จะออกโรงสู้เอง แต่ถูกเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย สร้างวีรวีกรรม “๓ รุม ๑” จนต้อง ล่าถอยมาตั๋งโต๊ะสู้พวกขุนศึกไม่ได้ จึงเผาเมืองลกเอี๋ยงทิ้งแล้วหนีไปยังเมืองเตียงอั๋น (ฉาง อาน) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของจีนที่อยู่ทางตะวันวัตก แต่ปรากฏว่าว่ ฝ่ายกองทัพ ๑๘ หัว เมืองขาดความสามัคคี และอ้วนเสี้ยวเป็นผู้นำ ที่ไม่ดี ขุนศึกต่างๆ จึงแยกย้ายไม่ได้ตามตีตั๋ง โต๊ะต่อ ณ จุดนี้ ขุนศึกต่างๆ ในแผ่นดินล้วนรู้สึกว่าว่ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นหมดอำ นาจไปแล้ว ทั้งหมด จึงสะสมกำ ลังชิงความเป็นใหญ่ ทำ ให้จีนเข้าสู่ยุคขุนศึกอย่างเต็มตัว อีกด้านหนึ่งมีขุนศึกชื่อ ซุนเกี๋ยน เขานำ คนคุ้ยซากเมืองลกเอี๋ยงที่มอดไหม้ แล้วเกิดไปเจอตราแผ่นดินจีนจึงลอบเก็บ ไว้ คิดว่าว่ความชอบธรรมในการครองแผ่นดินอยู่กับข้านี่แหละ ฝ่ายตั๋งโต๊ะที่อยู่เตียงอั๋นยังคง ทำ ตัวเป็นทรราชอยู่เช่นเดิม แต่ไม่มีใครกล้าทำ อะไรเพราะเกรงฝีมือลิโป้ ต่อมาขุนนางผู้ภักดี ต่อราชวงศ์ฮั่นจึงออกอุบาย ส่งหญิงงามนามเตียวเสี้ยนไปยั่วยวนและยุยงให้ตั๋งโต๊ะแตกคอ กับลิโป้ สุดท้ายลิโป้ก็ฆ่าตั๋งโต๊ะในปี ๑๙๒ และต้องหลบหนีจากเมืองเพราะสู้ลูกน้องตั๋งโต๊ะที่ เหลือไม่ได้ ทั้งนี้เตียวเสี้ยนไม่มีตัวจริงริในประวัติวั ติศาสตร์ นิยายล้วนๆ แต่เนื่องจากสามก๊ก เวอร์ชันนี้ดังมาก นางจึงได้รับยกย่องเป็นหนึ่งในสี่หญิงงามของจีน หลังจากตั๋งโต๊ะตายแล้ว ลูกน้องเก่าตั๋งโต๊ะก็ตีกันแย่งอำ นาจ แผ่นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ ตอน นั้นโจโฉสามารถช่วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ที่หนีจากลูกน้องตั๋งโต๊ะไว้ไว้ด้ จึงเชิดพระเจ้าเหี้ยนเต้เป็น หุ่นของตน ตั้งกองกำ ลังอยู่ ณ เมืองฮูโต๋ (ปัจจุบันคือนครสวี่ชวี่าง มณฑลเหอหนาน) หลังจากนั้นโจโฉสามารถชนะก๊กลิโป้ และขุนศึกอื่นๆ ได้ จึงได้แผ่นดินภาคกลางที่มี ประชากรมากมาอยู่ในอาณัติ เล่าปี่ก็มาสวามิภักดิ์อยู่กับโจโฉด้วย มีช่วงหนึ่งที่เล่าปี่เสียเมือง ต้องหลบหนี ทำ ให้โจโฉสามารถได้กวนอูมาอยู่ด้วยเป็นช่วงสั้นๆ ในช่วงนี้ถึงแม้โจโฉจะเสนอ ลาภยศให้กวนอูมากมาย แต่กวนอูก็ไม่สนใจ ต้องการกลับไปอยู่กับเล่าปี่ท่าเดียว สุดท้ายอยู่ มาวันวัหนึ่ง กวนอูสบโอกาสจึงออกเดินทางไปหาเล่าปี่ ระหว่าว่งนั้นทหารฝ่ายโจโฉไม่ทราบจึง รบป้องกันคนหนี สุดท้ายกวนอูจึงหักไปได้ ๕ ด่าน ฆ่านายทัพโจโฉไปถึง ๖ คน ๗


ต่อมา ซุนเกี๋ยน หรือรืขุนศึกที่เคยแฮบตราแผ่นดินไว้ไว้ด้ตายลง ซุนเซ็กลูกของเขาจึงนำ ตรา แผ่นดินไปแลกกับกำ ลังทหารของขุนศึกอีกคนชื่ออ้วนสุดมาได้ และใช้กองทหารนี้ขยาย อิทธิพลในแถบกังตั๋งได้เป็นอันมาก อย่างไรก็ตามซุนเซ็กนั้นไปสังหารผู้วิเวิศษคนหนึ่ง และถูกวิ ญญานผู้วิเวิศษตามหลอกหลอนจนตายตั้งแต่อายุไม่มาก ซุนกวน น้องชายซุนเซ็ก จึงได้ขึ้น ปกครองแทน ซุนกวนนี้ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว ตาเขียว หนวดเคราแดง ดูๆ ไปแล้วเหมือน ฝรั่ง (แต่คำ จีนตาเขียว อาจหมายถึงตาเป็นประกาย) แม้ไม่มีฝีมือทางบู๊มากเท่าพี่ชาย แต่มี ความสามารถในการปกครองสูงมาก ในบรรดาผู้ก่อตั้งทั้งสามก๊กนั้น ซุนกวนมีอายุน้อยที่สุด ครั้งหนึ่งโจโฉถึงกับเคยชมซุนกวนว่าว่ “ถ้าจะมีบุตร ต้องให้ได้อย่างซุนกวน” อ้วนสุดได้ตรา หยกแผ่นดินมาก็คิดกำ เริบริเสิบสาน ตั้งตนเป็นฮ่องเต้ในปี ๑๙๗ แต่เปรี้ยรี้วไปหน่อยจึงถูก ปราบในปี ๑๙๙ ในช่วงเดียวกันเมื่อเล่าปี่อยู่ด้วยโจโฉนั้น โจโฉได้ทำ การทดสอบเล่าปี่มากมาย แต่เล่าปี่แกล้งทำ ตัวห่วย ไม่ทะเยอทะยานเพื่อให้โจโฉคลายความระแวง มีกลุ่มขุนนางในฮูโต๋ คิดกำ จัดโจโฉคืนอำ นาจให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ โดยดึงเล่าปี่เข้าร่วมด้วย แต่แผนแตกเสียก่อน จึง มีการประหารชีวิตวิขุนนางเหล่านั้น ส่วนเล่าปี่ออกอุบายหลบหนีจากโจโฉมาได้ โดยหนีไปพึ่ง เล่าเปียว ข้าหลวงเมืองเกงจิ๋ว หลังจากนั้นโจโฉเบนความสนใจไปยังภาคเหนือ เพื่อสู้ชิงความ เป็นใหญ่กับอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวมาจากตระกูลขุนนางจึงมีคนเข้าร่วมมาก แต่เป็นคนคิดเล็ก คิดน้อย เจ้ายศเจ้าอย่าง จึงบริหริารสู้โจโฉไม่ได้ ในศึกใหญ่ที่กัวต๋อ ปี ๒๐๐ นั้น โจโฉสามารถ เอาชนะอ้วนเสี้ยวได้อย่างยิ่งใหญ่ จากนั้นโจโฉใช้เวลาอีก ๗ ปีในการทำ ลายเขตอิทธิพลของ แซ่อ้วนที่เหลือในภาคเหนือลง จนทำ ให้ก๊กของโจโฉหรือรืวุยวุก๊ก กลายขุมกำ ลังที่เข้มแข็งที่สุด ต่อจากนี้ไปจนแทบจะจบเรื่อรื่ง ต่อมาเล่าปี่อยากได้ ขงเบ้ง มาเป็นที่ปรึกรึษา ขงเบ้งนี้เป็นบัณฑิตที่มีปัญญาล้ำ เลิศ ถึงขั้นมี ฉายาว่าว่มังกรหลับ (ฮกหลง) เขาเก็บตัวอยู่บนภูเขาแต่หยั่งรู้เรื่อรื่งราวในแผ่นดินประดุจมีเวท มนต์ ขงเบ้งต้องการทดสอบความจริงริใจของเล่าปี่ จึงถ่วงเวลาให้ต้องเป็นฝ่ายถ่อมาหาถึง ๓ ครั้ง ๓ ครา แล้วค่อยให้พบ เมื่อพบแล้วขงเบ้งได้ทำ การอ่านสถานการณ์แผ่นดินให้เล่าปี่ฟัง แบบโชะโชะโชะ มองขาด โดยเขาบอกว่าว่ต่อไปแผ่นดินจะแบ่งเป็นสามก๊ก คือก๊กของโจโฉ ก๊ก ของซุนกวน และก๊กของเล่าปี่ ให้เล่าปี่พยายามคุมเกงจิ๋วในภาคกลาง และเสฉวนในภาคตะวันวั ตก จากนั้นร่วมมือกับซุนกวนหาช่องตีโจโฉ จึงจะชนะโจโฉได้ เล่าปี่ฟังยุทธศาสตร์นี้แล้วก็เห็น ลู่ทางเป็นใหญ่ รู้สึกปลาบปลื้มใจเหมือนปลาได้น้ำ หลังจากปราบภาคเหนือได้ราบคาบแล้ว โจโฉจึงตีลงมาทางใต้ต่อ เพราะเห็นว่าว่เหลือแค่เล่าปี่กับซุนกวนที่ขวางการรวมแผ่นดิน ช่วง นั้นเล่าเปียวเสียชีวิตวิบุตรเล่าเปียวยอมจำ นนถวายเกงจิ๋วแก่โจโฉ ทำ ให้เล่าปี่ต้องหนีต่อลงมา ทางใต้ ในปี ๒๐๘ เกิดศึกสะพานเตียงปันเกี้ยว แม้ศึกนั้นเล่าปี่จะพ่ายแพ้เสียไพร่พลไปมาก แต่ก็มี วีรวีกรรมที่จูล่งซึ่งเป็นลูกน้องของเล่าปี่แสดงวีรวีกรรมบุกเดี่ยวฝ่าทัพโจโฉไปช่วยบุตรของเล่าปี่ ชื่ออาเต๊าที่ยังเป็นทารกออกมาได้ เล่าปี่ได้อาเต๊ามาแล้ว ก็โยนลูกทิ้งตำ หนิว่าว่ทำ ให้จูล่งลำ บาก ทำ ให้จูล่งต้องรีบรีรับอาเต๊าไว้ ๘


แล้วบอกด้วยความซาบซึ้งว่าว่เล่าปี่เป็นห่วงตนขนาดนี้จะยอมมอบชีวิตวิให้ อีกด้านหนึ่งเตียวหุย ได้ไปยืนขวางสะพานเตียงปันเกี้ยว แล้วให้ทหารผูกกิ่งไม้กับหางม้า ลากไปมาให้มีฝุ่นฝุ่คลุ้ง จน ดูเหมือนมีคนมาก พร้อมกับพองตัวขู่ทัพโจโฉล่าถอยไปได้ เมื่อโจโฉยึดเกงจิ๋วได้ ซุนกวนก็รู้สึก กริ่งริ่เกรง จึงส่งทูตมาเป็นพันธมิตรกับเล่าปี่ จากนั้นโจโฉกับเล่าปี่+ซุนกวนได้ทำ ศึกใหญ่ที่เซ็ก เพ็กในปี ๒๐๘ ตอนนั้นโจโฉยกกองทัพเรือรืนับล้านล่องตามแม่น้ำ จะมาตีกังตั๋ง แต่ถูกทีมงานขงเบ้ง + จิวยี่ (แม่ทัพของซุนกวน) รุมทำ กลใส่แบบรัวๆ จนโจโฉเอาโซ่คล้องเรือรืทุกลำ เข้าด้วยกันแบบมึนๆ ต่อมาฝ่ายพันธมิตรซุนเล่าใช้จังหวะนี้เผาเรือรืโจโฉเสีย ฝ่ายโจโฉผูกโซ่กับเรือรืทุกลำ แล้วแก้ไม่ทัน เลยโดนเผาตายกันมาก หนีแบบไม่ทัน หลังจบศึกผาแดง ทัพซุนกวนพยายามตีขึ้นเหนือไปทางโจโฉ ส่วนเล่าปี่ตีชิงเกงจิ๋วจากโจโฉ ได้พื้นที่มาเป็นอันมาก แม้โจโฉจะเพิ่งแพ้ศึกใหญ่มา แต่ถึงกระนั้น ในปี ๒๑๑ โจโฉยังสนใจ ตีชิงพื้นที่ทางตะวันวัตกเฉียงเหนือจากขุนศึกเตียวฬ่อ แห่งนครฮันต๋ง (ปัจจุบันอยู่ในมณฑล ส่านซี) แต่ขุนศึกหันซุยและม้าเฉียวซึ่งเป็นใหญ่อยู่เมืองเสเหลียง (เมืองเดิมของตั๋งโต๊ะ) ได้ยิน ว่าว่ทัพโจโฉยกมาทางนี้ ก็เกรงภัย จึงช่วยกันมารบป้องกันเสียก่อน โจโฉรบแพ้ทัพพันธมิตรม้า เฉียวหันซุยถึง ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งชุลมุนมาก ได้ยินทหารอีกฝ่ายว่าว่ “ให้จับโจโฉที่เป็นคนหนวด ยาว” ถึงกับต้องตัดหนวดหนีตาย แต่เมื่อทราบว่าว่หันซุยกับม้าเฉียวระดมพลมาเพิ่มก็ดีใจ เพราะรู้ว่าว่ถ้าชนะจะสามารถยึดแผ่นดินตะวันวัตกแบบเบ็ดเสร็จ โจโฉออกอุบายยุให้หันซุยและ ม้าเฉียวแตกคอกันเอง ไม่นานก็สามารถเอาชนะสำ เร็จ และได้พื้นที่ตะวันวัตกเฉียงเหนือของจีน มาครอบครอง ในปี ๒๑๑ ฝ่ายเล่าเจี้ยงในเอ๊กจิ๋ว (ปัจจุบันครอบคลุมมณฑลเสฉวนและฉงชิ่ง) เกรงภัย จากเตียวฬ่อและโจโฉ ที่ปรึกรึษาจึงแนะนำ ให้เชิญเล่าปี่ที่เป็นญาติมาช่วยป้องกัน แถมมีที่ ปรึกรึษาเล่าเจี้ยงคนหนึ่งถึงกับพร้อมยกเมืองให้เล่าปี่อย่างเต็มที่ เล่าปี่ก็แบบนี่แหละลงล็อค จึงเข้าไปแทรกซึมแล้วฉวยโอกาสเคลมเอ๊กจิ๋วเสียเล่าปี่ทำ ทีขอทหารและเสบียงจากเล่าเจี้ยง แต่เล่าเจี้ยงส่งให้ไม่ครบ เล่าปี่จึงใช้ข้ออ้างบุกเสียเลย ในที่สุดเล่าปี่ก็ชิงเมืองเล่าเจี้ยงสำ เร็จ จึงย้ายฐานหลักมาอยู่ที่เอ๊กจิ๋ว และให้กวนอูรักษาเกงจิ๋วไว้ จากนั้นก็ดราม่าๆ จนทุกคนคิดว่าว่ ตัวเองยังเป็นคนดีอยู่ ในปี ๒๑๕ โจโฉยกทัพมาตีเตียวฬ่อ ได้นครฮันตั๋ง แต่ยังไม่สนใจตีจะลงใต้เข้าสู่เอ๊กจิ๋ว เมื่อ กลับไปเมืองหลวง ในปี ๒๑๖ จึงตั้งตนเป็นวุยวุอ๋อง ซึ่งถือว่าว่เป็นระดับเจ้านายชั้นรองจาก ฮ่องเต้แล้ว ในปี ๒๑๗-๒๑๙ เล่าปี่ยกพลไปตีชิงฮันต๋งมาจากโจโฉ ในครั้งนี้โจโฉถูกอุบาย ค่ายว่าว่งของจูล่ง กลัวว่าว่จะถูกซุ่มโจมตีจึงถอยกลับไป เล่าปี่จึงได้ฮันตั๋ง และประกาศตั้งตน เป็นอ๋องเช่นกัน ๙


ในปี ๒๑๙ กวนอูทราบว่าว่ โจโฉกำ ลังรวบรวมไพร่พลหมายจะยกมาตีเกงจิ๋ว จึงยกทัพขึ้นไป ชิงปิดล้อมก่อน ขณะนั้นกวนอูใช้กลศึกทดน้ำ (คือปล่อยน้ำ จากเขื่อน) ทำ ลายทัพของโจโฉ ทำ ให้ทัพโจโฉอ่อนแอลงมาก โจโฉเกรงภัยกวนอูถึงกับคิดจะย้ายเมืองหลวงหนี แต่ที่ปรึกรึษา แนะนำ ให้ผูกมิตรกับซุนกวนเพื่อให้กวนอูเผชิญศึก ๒ ด้าน ก่อนหน้านั้นเนื่องกวนอูเคยดูถูก ซุนกวนมาก่อน โดยซุนกวนสู่ขอลูกสาวกวนอูไปแต่งกับลูกชายตน แต่กวนอูกลับตอบว่าว่ “บุตรเราเป็นชาติพยัคฆ์ ไม่คู่ควรกับลูกสุนัขคอร์กี้!” ทำ ให้ซุนกวนโกรธมาก เมื่อสบโอกาสจึง ส่งทัพมาบ้อมกวนอู กวนอูรบเก่ง แต่อีโก้สูงและไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น ในที่สุดจึงรบแพ้ ถูกจับ ได้ กวนอูไม่ยอมจากทรยศเล่าปี่มารับใช้ซุนกวน จึงถูกประหารชีวิตวิและเกงจิ๋วตกเป็นของซุน กวนในปี ๒๒๐ (ความซื่อสัตย์ของกวนอูนี้ทำ ให้เขาได้เป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์ของชาวจีน นั่นเอง) ปีเดียวกัน โจโฉเสียชีวิตวิ โจผีขึ้นเป็นวุยวุอ๋องแทน แล้วกดดันให้พระเจ้าเหี้ยนเต้สละ ราชสมบัติแก่ตน นับเป็นจุดสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่น ในปี ๒๒๑ เล่าปี่เห็นดังนั้นจึงปราบดาภิเษก เป็นฮ่องเต้ ตามมาด้วยซุนกวนที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ในปี ๒๒๙ ทางใต้ ในลักษณะนี้แผ่นดินจึงแตก เป็นสามก๊กโดยสมบูรณ์ โดยมีวุยวุก๊กของแซ่โจครองทางเหนือ-ตะวันวัตกเฉียงเหนือ จ๊กก๊กของ เล่าปี่ครองดินแดนเสฉวนทางตะวันวัตกเฉียงใต้ และง่อก๊กของซุนกวนครองดินแดนทางตะวันวั ออกเฉียงใต้ เมื่อกวนอูตาย พี่น้องร่วมสาบานอย่างเล่าปี่และเตียวหุยก็เสียใจมาก ต้องการฆ่าซุนกวนให้ หายแค้น แม้ขงเบ้งจะทัดทานว่าว่การจะชิงแผ่นดิน ยังไงต้องผูกมิตรซุนกวนช่วยกันต้านวุยวุก๊ กก่อน แต่เล่าปี่ไม่ฟัง ตรงนี้ก็แสดงทั้งจุดดี และจุดอ่อนของเล่าปี่ คือไม่ว่าว่เขาจะเก่งแค่ไหน แต่ก็มีความจริงริใจต่อพี่น้องจริงริๆ ขณะกำ ลังเตรียรีมไพร่พลไปตีซุนกวนนั้น ปรากฏว่าว่เตียวหุย ดื่มเหล้าเมามายและสั่งลงโทษลูกน้องต่างๆ อย่างโหดร้ายจนลูกน้องทนไม่ไหว จับเตียวหุยฆ่า เสีย เล่าปี่เลยเสียน้องอีกคน เล่าปี่ไม่มีกวนอู เตียวหุยแล้ว ก็หน้ามืดตามัวด้วยความแค้น ยก ทัพมหาศาลไปตีซุนกวนเองโดยไม่ฟังที่ปรึกรึษา แถมยังประมาทตั้งค่ายแบบเรียรีงกันยาวๆ ซึ่ง ผิดหลักพิชัยสงคราม ดังนั้น ลกซุน ซึ่งเป็นแม่ทัพฝ่ายซุนกวนที่ก่อนหน้านี้ค่อนข้างจะโนเนม ได้โอกาสทีจุดไฟเผาค่าย ฆ่าทหารเล่าปี่ตายเป็นอันมาก และเล่าปี่เองก็ต้องตรอมใจสวรรคต ทั้งที่ยังกลับไม่ถึงเฉิงตู หลังจากเล่าปี่สวรรคต ก็มีฮ่องเต้พระองค์ถัดมา คือ เล่าเสี้ยน ซึ่งเล่าเสี้ยนนี้เนื่องจากถูก ขว้าว้งทิ้งตอนเด็ก จึงโตมาปัญญาอ่อน มัวเมาสุรานารี หลงเชื่อคำ สอพลอของขันที ไม่ค่อย ใส่ใจบริหริารบ้านเมือง หลังพลัดแผ่นดินมาได้หมาดๆ เกิดกบฏของชนเผ่าทางใต้นำ โดยเบ้ง เฮ็ก ระหว่าว่งปี ๒๒๔-๒๒๕ แต่ขงเบ้งสามารถใช้อุบายจับตัวเบ้งเฮ็กแล้วปล่อยไปถึง ๗ ครั้ง จนสยบจิตใจเบ้งเฮ็กได้ หลังจากนั้นขงเบ้งยกทัพบุกวุยวุก๊กถึง ๗ ครั้ง ระหว่าว่งปี ๒๒๗-๒๓๔ โดยรบกับสุมาอี้ซึ่งเป็นที่ปรึกรึษาคนสำ คัญของฝั่งวุยวุก๊ก สุมาอี้แม้ฉลาดสู้ขงเบ้งไม่ได้ แต่เดิน ทัพแบบระมัดระวังวัทำ ให้ต่อให้แพ้ก็สูญเสียไม่มาก ขงเบ้งรุกครั้งไหนก็ปรากฏว่าว่มีเหตุให้ต้อง กลับมาทุกครั้ง เช่น เสบียงหมด หรือรืถูกพระเจ้าเล่าเสี้ยนเรียรีกตัวกลับมาแบบโง่ๆ จนในครั้งที่ ๗ ขงเบ้งก็เสียชีวิตวิ ในช่วงนั้น ขงเบ้งได้ตัวเกียงอุย ซึ่งเป็นนักรบที่มีปัญญาดีมาทำ งานด้วย เป็นกำ ลังในการพยายามรวบรวมแผ่นดินต่อไป ๑o


หลังขงเบ้งเสียชีวิตวิฮ่องเต้ทั้งสามก๊กต่างซึ่งเป็นลูกหลานโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน ต่างก็ค่อยๆ กลายเป็นพวกมัวเมาในสุรานารี ไม่ต่างอะไรกับฮ่องเต้สมัยปลายราชวงศ์ฮั่น คนเก่งๆ ก็ทยอย หายไป กลายเป็นศึกของขุนพลชั้นรองๆ สู้กัน เกียงอุยทางฝั่งจ๊กก๊กพยายามสานต่อปณิธาน ของขงเบ้งในการรวบรวมแผ่นดิน แต่ไม่มีความสำ เร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ดังนั้นพวกเก่ง ที่สุดที่เหลืออยู่ ณ จุดนี้ก็คือสุมาอี้และลูกๆ นั่นเอง ฮ่องเต้แซ่โจของฝั่งวุยวุก๊กอ่อนแอลงเรื่อรื่ยๆ อำ นาจส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของสุมาเจียว ลูก ของสุมาอี้ เมื่อบุกตีจ๊กก๊กจึงชนะอย่างรวดเร็ว สุมาเจียวเอาอาเต๊าที่ยอมแพ้มางานเลี้ยง ถาม ว่าว่กินดีอยู่ดีแบบนี้ชอบไหม อาเต๊าก็บอกว่าว่ชอบมาก ทำ ให้เหล่าที่ปรึกรึษาของอาเต๊าโกรธว่าว่ นายตนช่างไร้สติปัญญา ต่อมาสุมาเจียวตาย สุมาเอี๋ยนลูกเขาได้ถอดฮ่องเต้แซ่โจ แล้วตั้งตัว เป็นฮ่องเต้เอง ตั้งชื่อราชวงศ์ใหม่ว่าว่ราชวงศ์จิ้น เขาได้ตีง่อก๊กซึ่งไม่ค่อยมีกำ ลังเหลือแล้ว ชนะ อย่างเด็ดขาดในปี ๒๘๐ จึงรวบรวมแผ่นดินสำ เร็จ ทำ ให้ยุคสามก๊กสิ้นสุดลงอย่างเป็น ทางการ ๑๑


วิเ วิ คราะห์คุณค่า ด้านเนื้อหา ๑) รูปแบบ สามก๊กเป็นยอดวรรณคดีความเรียรีงประเภทนิทาน เป็นวรรณคดีร้อย แก้วแปลจากภาษาจีน มาเป็นภาษาไทย แล้วเรียรีบเรียรีงใหม่ด้วยถ้อยคำ ที่สละ สลวย กะทัดรัด เข้าใจง่าย มีสำ นวน โวหารเปรียรีบเทียบลึกซึ้งคมคายและมี คติธรรม ๒) องค์ประกอบของเรื่อรื่ง ๒.๑ สาระ เรื่อรื่งสามก๊กตอนกวนอูไปรับราชการโจโฉ กล่าวถึงโจโฉตั้งตัวเป็นมหา อุปราชในสมัย พระเจ้าเหี้ยนเต้ ต้องการกำ จัดเล่าปี่ซึ่งครองเมืองซีจิ๋ว และเข้า ยึดเมืองได้สำ เร็จ เล่าปี่หนีไป เมืองกิจิ๋ว จากนั้นโจโฉก็ยกกองทัพไปตีเมืองแห้ ฝือของกวนอู เมื่อโจโฉจับกวนอูได้และให้เตียว เลี้ยวเกลี้ยกล่อมกวนอูให้มา อยู่ด้วย กวนอูยอมจำ นวนขอสัญญาสามข้อ โจโฉยอมรับเงื่อนไข ของกวนอู โจโฉทำ ตามสัญญาของกวนอูทั้ง ๓ ข้อ เอาใจกวนอูและพี่สะใภ้ของกวนอู อย่างดี แต่กวนอูก็ไม่ได้มีน้ำ ใจตอบโจโฉ ยังคงซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเล่า ปี่อย่างแนบแน่น โจโฉคิด น้อยใจแต่ก็เชื่อในความกตัญญูของกวนอู ว่าว่คงจะไม่หนีไปจนกว่าว่จะได้ตอบแทนบุญคุณ ความซื่อสัตย์กตัญญูและการใช้ กลอุบายเจรจาโน้มน้าวใจเป็นสิ่งสำ คัญของเรื่อรื่งในตอนนี้ ๒.๒ โครงเรื่อรื่ง การลำ ดับเหตุการณ์ต่างๆ แต่ละขั้นตอนในเรื่อรื่งสอดคล้องสัมพันธ์กัน จนแสดงให้เห็นถึง แนวคิดที่กวีต้วีต้องการสื่อออกมาอย่างชัดเจน ในเรื่อรื่งความ ซื่อสัตย์ของกวนอู สามก๊กตอนที่ เรียรีนเป็นการทำ สงครามของโจโฉกับเล่าปี่ และกวนอู โจโฉมีทหารเอกคอยให้คำ ปรึกรึษาและ วางกลอุบายในการศึก จน สามารถเอาชนะเล่าปี่และเกลี้ยกล่อมให้กวนอูเข้ามาอยู่ฝ่ายตน แต่ ในที่สุด โจโฉก็ไม่สามารถชนะใจกวนอูผู้มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อเล่าปี่ได้ ๒.๓ ฉากและบรรยากาศ เรื่อรื่งสามก๊ก สมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้เกิดความแตกแยกแย่งชิงอำ นาจกัน ตอน กวนอูไปรับ ราชการกับโจโฉ เป็นช่วงที่โจโฉมีอำ นาจตั้งตัวเป็นมหา อุปราชและเป็นผู้สำ เร็จราชการแทน พระเจ้าแผ่นดิน โจโฉขยายอิทธิพลยก ทัพไปปราบหัวเมืองต่างๆ ๑๒


๒.๔ ตัวละคร ในเรื่อรื่งสามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉมีตัวละครที่มีบทบาท สำ คัญ ดังนี้ ๒.๔.๑ กวนอู เป็นชาวเมืองฮอตั้งไก่เหลียง เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่า ปี่และเตียวหุย หลัง จากตายไปได้ถูกยกย่องว่าว่เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ มีง้าวยาวสิบเอ็ดศอก หนักแปดสิบสอง ชั่งเป็นอาวุธวุประจำ กาย เป็นบุรุษผู้มีหนวดงามและรูปงาม ภายหลังอยู่ร่วมกับ กวนเป๋ง ผู้บุตรบุญธรรม กับ จิวฉอง เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว ถูกแผนกลยุทธ์ ของ ลกซุน และ ลิบอง ฆ่า ตาย เป็นผู้มีความ ซื่อสัตย์และกตัญญูต่อผู้มีบุญคุณทุกคน เป็นผู้มี ความชำ นาญในการรบ เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความชำ นาญในการสู้รบ มีความเชื่อ มั่นในฝีมือการรบ ของตนเอง ๒.๔.๒ โจโฉ เป็นชาวเมืองตันลิว และอยู่ใน ตระกูลขุนนางมาก่อน โจโฉเป็นผู้มีสติปัญญา เฉลียวฉลาดและมีความเป็นผู้นำ แต่ในขณะ เดียวกันก็เป็นผู้ที่มีเล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย เป็นผู้ที่ ชำ นาญในการวางกลอุบายศึก เป็นผู้ที่มีวาจา สัตว์ เมื่อโจโฉรับปากเรื่อรื่งใดแล้วก็มิได้คืนคำ ดัง ที่โจโฉรับสัญญา ๓ ข้อ เพื่อให้กวนอูยินยอมรับ ราชการอยู่กับโจโฉ เป็นผู้ที่ชื่นชอบผู้ที่มี ความ ซื่อสัตย์ ๑๓


๒.๔.๓ เล่าปี่ ผู้อ้างว่าว่สืบเชื้อสายราชวงศ์ ฮั่น เดิมเป็นคนยากจน ทอเสื่อขาย ได้ร่วมสาบาน เป็น พี่น้อง กับ กวนอู เตียวหุย ปราบปรามขบถ โจรโพกผ้าเหลือง นิสัยโอบอ้อมอารี เป็นที่รัก ใคร่ แก่คนทั่วไป ได้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว ภายหลัง ต้องหกระเหเร่ร่อนไปอาศัยเจ้าเมืองต่างๆอยู่ จน ได้ ขงเบ้ง เป็น ที่ปรึกรึษา จึงได้ฟื้นตัวและสามารถ ครอบครองดินแดนเสฉวนได้ในชื่อว่าว่จ๊กก๊ก ๒.๔.๔ ซุนกวน ผู้บุตรของ ซุนเกี๋ยน และน้อง ของ ซุนเซ็ก ครอบครองดินแดนฝั่งกังตั๋ง อายุ น้อยกว่าว่ โจโฉ กับ เล่าปี่ มาก อาศัยความ รุ่งเรือรืงของการค้าขายติดแม่น้ำ สร้างความ แข็งแกร่ง ให้กับก๊กตัวเอง ได้ใช้ชื่อว่าว่ง่อก๊ก ๑๔


๒.๔.๕ เตียวหุย น้องร่วมสาบานของ เล่าปี่ และ กวนอู นิสัยวู่ววู่ ามอารมณ์ร้อน ชอบเหล้าสุรา ศีรษะเหมือนเสือ จักษุโตกลม เสียงดัง มีกำ ลัง มาก ติดตาม เล่าปี่ มาตลอด ตายเพราะถูกลอบ สังหารจากนิสัยวู่ววู่ ามของตนเอง ๒.๔.๖ ขงเบ้ง ผู้ถูกยกย่องว่าว่หยั่งรู้ดินฟ้า มหาสมุทร จากคำ แนะนำ ของ ชีซี ทำ ให้ เล่าปี่ ต้องมาเชิญด้วยตัวเอง ถึงสามครั้งสามครา มี ความรู้เป็นเลิศ รับใช้ราชวงศ์เล่าถึง 2 ชั่วอายุ คน ภายหลัง เล่าปี่ ตาย ได้ฝากฝัง เล่าเสี้ยน ให้ ดูแลแต่ไม่อาจสำ เร็จได้ เพราะ พระเจ้าเล่า เสี้ยน หูเบา เชื่อแต่คำ ยุยง ของขันที ฮุยโฮ ยกทัพไป ปราบปรามชาวม่าน และได้สู้รบกับวุ ยก๊กหลาย ครั้ง มีคู่ปรับคือ สุมาอี้ ๑๕


๒.๔.๗ จูล่ง วีรวีบุรุษผู้เก่งกาจติดตาม เล่าปี่ และ ขงเบ้ง เป็น 1 ใน 5 ทหารเสือที่เล่าปี่แต่งตั้ง ขึ้น ซึ่งประกอบด้วย จูล่ง กวนอู เตียวหุย ม้าเฉียว และ ฮองตง สร้างวีรวีกรรมสำ คัญคือ จูล่ง ฝ่าทัพรับอาเต๊า โดยที่ตัวคนเดียวฝ่าช่วยชีวิตวิท่ามกลาง ทหารและองครักษ์มากมายของ โจโฉ ที่ ยกทัพลงใต้ หวังวัครอบครองแผ่นดิน จูล่งตีฝ่าออกมาและนำ อาเต๊า คืนแก่ เล่าปี่ อย่างแสน สาหัส ฆ่าทหารเอกและทหารเลว* ของ โจโฉ อย่างดาษดื่น เป็นบุคคลที่ได้รับความนิยมและชื่น ชอบมากที่สุดคนหนึ่งในเรื่อรื่ง สามก๊ก * ทหารเลว หมายถึง ทหารธรรมดา ไม่มียศ , พลทหาร ๒.๔.๘ ตั๋งโต๊ะ ทรราชที่อ้างตัวมาชุบเลี้ยง พระเจ้าเหี้ยนเต้ แต่ไม่อยู่ในจริยริธรรม ฆ่าคน อย่าง สนุกสนาน แผ่นดินเดือดร้อนไปทุกหย่อม หญ้า มีทหารเอกคู่ใจ คือ ลิโป้ ไม่มีใครกล้า ต่อกร ด้วย ภายหลังตายพราะผู้หญิง โดยเป็น แผนของ อ้องอุ้น ใช้กลยุทธ์ที่เลื่องลือ โดยมีแม่ นาง เตียวเสี้ยน หว่าว่นล้อมเสน่ห์ ให้พ่อลูก ตั๋ง โต๊ะ กับ ลิโป้ ผิดใจกัน ๑๖


๒.๔.๙ ลิโป้ บุตรบุญธรรมของ ตั๋งโต๊ะ ถูกชุบเลี้ยงมาเป็นองครักษ์ข้าง กาย มีฝีมือเป็นหนึ่งใน แผ่นดินจีน ยอมฆ่าพ่อบุญธรรมคนเดิม เต๊งหงวน เพราะเห็นแก่ลาภยศมัวเมาลุ่มหลงอิสตรี ได้ ขึ้นชื่อเป็น ลูกทรพี 3 พ่อถูกกลยุทธ์แม่นาง เตียวเสี้ยน ลุ่มหลงจนฆ่า ตั๋ง โต๊ะ ด้วยมือตนเอง หลบหนีไปพึ่งใบบุญ เล่าปี่ แล้วทรยศซ้ำ ภายหลังถูก โจโฉ ไล่ตามตี จนมุม ที่เมืองแห้ฝือ ถูก ฆ่า ประหารชีวิตวิตัดศีรษะไป เสียบประจาน จบยุคของผู้มีฝีมือเก่งกาจที่สุดใน แผ่นดิน ๒.๔.๑๐ เตียวเลี้ยว ขุนพลคนสำ คัญของโจ โฉ เดิมอยู่รับใช้ลิโป้ ต่อมาลิโป้ถูกจับได้ที่เมือง แห้ฝือถูกประหาร ส่วนเตียวเลี้ยว โจโฉเกลี้ยก ล่อมให้มาร่วมงานด้วย และเป็นบุคคลที่กวนอู ให้ความเคารพนับถือ เพราะนับถือในความ ซื่อสัตย์และฝีมือ ทั้ง ๆ ที่อยู่คนละฝ่ายกัน ซึ่ง เตียวเลี้ยวเป็นคนที่อาสาโจโฉไปเกลี้ยกล่อม กวนอูขณะที่แตกทัพให้มาอาศัยอยู่ชั่วคราวกับ โจ โฉนั่นเอง ๑๗


๒.๔.๑๑ อ้วนเสี้ยว สืบตระกูลขุนนางเก่าแก่ หลังจากเหตุการณสิบขันทีแล้ว อ้วนเสี้ยวได้แยก ตัวออกมา สร้างกองทัพจนใหญ่โต และเป็นผู้นำ 18 หัวเมืองต่อต้านตั๋งโต๊ะ เมื่อกำ จัดตั๋งโต๊ะได้ แล้ว ด้วยความโลเล ใช้คนไม่เป็น ชอบคนที่ ประจบสอพลอ คนดี ๆ จึงหนีหาย พ่ายแพ้ต่อ กองทัพของโจโฉที่มีทหารน้อยกว่าว่จนต้อง กระอักเลือดตาย ๒.๕ กลวิธีวิธีการแต่ง กวีใวีช้กลวิธีวิธีบรรยายเล่าเรื่อรื่งอย่างละเอียด บางตอนให้ตัวละครเป็นผู้ เล่าด้วยการใช้บท สนทนานำ ซึ่งจากบทสนทนานี้ทำ ให้ผู้อ่านได้ทราบเรื่อรื่ง ราวความเป็นมาของเรื่อรื่ง ตลอดจน ทราบลักษณะนิสัยใจคอและอารมณ์ของ ตัวละครได้ ๑๘


ด้านวรรณศิลป์ ๑) การสรรคำ สามก๊กเป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องว่าว่เป็นยอดของความเรียรีง ประเภทนิทาน เพราะ แต่งดีทั้งเนื้อเรื่อรื่งและสำ นวนที่แปลเป็นไทยด้วยการ เลือกใช้ถ้อยคำ ได้อย่างไพเราะ ๑.๑ การเลือกใช้คำ ได้ถูกต้องตรงตามความหมายที่ต้องการ กวีใวีช้คำ ได้ตรงความหมาย และถ้อยคำ ที่ใช้ก็ไม่ใช่ศัพท์ยาก อ่านแล้วจะเข้าใจ สถานการณ์ได้ทันที มีความไพเราะ สละ สลวยเรียรีบง่าย เช่น “...กวนอูได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าว่แก่เตียวเลี้ยวว่าว่เดิมเราถามตัวว่าว่จะเกลี้ยกล่อมหรือรืตัว ว่าว่หามิได้ แลตัวมากล่าวดังนี้ จะว่าว่ ไม่เกลี้ยกล่อม นั้นตัวจะประสงค์สิ่งใดเล่า แล้วว่าว่เราอยู่ใน ที่นี้ก็เป็นที่คับขันอยู่ ซึ่งเราจะ เข้าด้วยผู้ใดนอกจากเล่าปี่นั้นอย่าสงสัยเลย...” ๑.๒ การเลือกใช้คำ ที่เหมาะแก่เนื้อเรื่อรื่งและฐานะของบุคคลในเรื่อรื่ง เช่น ตอนที่กวนอูไป เข้าเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ซึ่งเป็นกษัตริย์ริย์กวีเวีลือกใช้คำ ราชาศัพท์ได้ถูกต้องเหมาะสมแก่เนื้อเรื่อรื่ง และฐานะของบุคคลในเรื่อรื่งเช่น “...ครั้นเวลาเช้ากวนอูเข้าไปเฝ้า พระเจ้าเหี้ยนเต้ทอดพระเนตรเห็น กวนอูใสถุงหนวดดังนั้น จึงตรัสถามว่าว่ถุงใส่สิ่งใดแขวนอยู่ที่คอนั้น กวนอู จึงทูลว่าว่ถุงนี้มหาอุปราชให้ข้าพเจ้าสำ หรับ ใส่หนวดไว้ แล้วกวนอูก็ถอด ถวายให้ทอดพระเนตร พระเจ้าเหี้ยนเต้เห็นหนวดกวนอูยาวถึงอก เส้น ละเอียดงามเสมอกัน แล้วตรัสสรรเสริญริว่าว่กวนอูนี้หนวดงาม จึง พระราชทานชื่อว่าว่บีเยีย งก๋ง แปลภาษาไทยว่าว่เจ้าหนวดงาม แล้วก็เสด็จ ขึ้น...” ๑.๓ การเลือกใช้คำ ได้เหมาะแก่ลักษณะคำ ประพันธ์ เรื่อรื่งสามก๊ก ตอน กวนอูไปรับ ราชการกับโจโฉ กวีใวีช้ภาษาความเรียรีงนิทานประเภทร้อยแก้ว การใช้ถ้อยคำ และเรียรีงความ เรียรีบร้อยสม่ำ เสมอ อ่านเข้าใจง่าย ไม่มีศัพท์ ยากภาษาไม่ซับซ้อน ดังความว่าว่ “...ฝ่ายทหารเล่าปี่ซึ่งเข้าไปหากวนอูนั้น ครั้นเวลาพลบค่ำ มิได้เห็น กวนอูกลับเข้าเมืองก็ชวน กันเปิดประตูออกมาหวังวัจะรับโจโฉ ม้าใช้เห็นดัง นั้นก็เอาเนื้อความมาบอกโจโฉ โจโฉมีความ ยินดีก็คุมทหารเข้าเมืองแห้ฝือ แล้วให้เอาเพลิงเผาเมืองขึ้น หวังวัจะให้กวนอูเสียน้ำ ใจ ...” ๑๙


๒) การใช้โวหาร กวีเวีลือกใช้ถ้อยคำ ในการบรรยายได้อย่างเหมาะสมกับเนื้อเรื่อรื่ง ทำ ให้ ผู้อ่านมองเห็นภาพชัดเจน ดังนี้ ๒.๑ อุปมาโวหาร เป็นโวหารที่ปรากฏในเรื่อรื่งสามก๊กตอนกวนอูไปรับ ราชการโจโฉ เป็น ความเปรียรีบที่เข้าใจง่ายทำ ให้เกิดภาพที่ชัดเจนขึ้น เช่น ตอนโจโฉคิดหาหนทางกำ จัดเล่าปี่และ กล่าวเปรียรีบเล่าปี่ว่าว่เหมือนลูกนก ดัง ความว่าว่ “...เล่าปี่นั้นเป็นคนมีสติปัญญา ถ้าละไว้ช้ว้ ช้าก็จะมีกำ ลังมากขึ้น อุปมา เหมือนลูกนกอันขนปีก ยังไม่ขึ้นพร้อม แม้เราจะนิ่งไว้ใว้ห้อยู่ในรังฉะนี้ ถ้า ขนขึ้นพร้อมแล้วก็จะบินไปทางไกลได้ ซึ่งจะ จับตัวนั้นจะได้ความขัดสน...” เมื่อกวนอูปฏิเสธที่จะไปรับราชการกับโจโฉ เตียวเลี้ยวพยายามหาเหตุ ผลโน้มน้าวใจกวนอู โดยกล่าวเปรียรีบความลำ บากที่กวนอูต้องเผชิญว่าว่เหมือนการลุยไฟและการข้ามมหาสมุทรที่ กว้าว้งใหญ่ หากทำ ได้ก็จะเป็นที่รู้จัก สรรเสริญริ ในภายภาคหน้า ดังความว่าว่ “...เหตุใดท่านจึงไม่รักษาชีวิตวิไว้คว้อยท่าเล่าปี่ จะได้ช่วยกันคิด การ ทำ นุบำ รุงแผ่นดินให้ อยู่เย็นเป็นสุข ถึงมาตรว่าว่ท่านจะได้รับความลำ บากก็ อุปมาเหมือนหนึ่งลุยเพลิงอันลุกแลข้าม พระมหาสมุทรอันกว้าว้งใหญ่ ก็จะ ลือชาปรากฏชื่อเสียงท่านไปภายหน้า...” เมื่อทหารโจโฉล้อมจับกวนอูไว้ แล้วเตียวเลี้ยวขี่ม้าเข้ามาหาเพื่อเกลี้ย กล่อมให้กวนอูเข้ากับ ฝ่ายโจโฉ กวนอูได้ฟังเตียวเลี้ยวก็โกรธกล่าวตอบโต้ ไปว่าว่หากตายก็ไม่เสียดายชีวิตวิ โดย เปรียรีบว่าว่ความตายเหมือนการนอนหลับ ไม่น่ากลัว ดังความว่าว่ “...ซึ่งเราจะเข้าด้วยผู้ใดนอกจากเล่าปี่นั้นอย่าสงสัยตัวเราก็มิได้รัก ชีวิตวิอันความตายอุปมา เหมือนนอนหลับ ท่านเร่งกลับไปบอกแก่โจโฉให้ ตระเตรียรีมทหารไว้ใว้ห้พร้อม เราจะยกลงไป รบ...” จากตัวอย่างความเปรียรีบที่ยกมานั้นจะเห็นได้ว่าว่เป็นความเปรียรีบแบบ อุปมา คือสิ่งหรือรื ข้อความที่ยกมาเปรียรีบเทียบกับสิ่งที่เรากล่าวถึง เพื่อทำ ให้ ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่กำ ลังกล่าวถึงได้ อย่างชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ๒.๒ การใช้สำ นวนโวหาร การที่คนไทยเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนชอบ พูดจาให้เป็นสำ นวน ต่างๆ จึงปรากฏในเรื่อรื่งสามก๊กตอนนี้ ได้แก่ ได้ใหม่แล้ว ลืมเก่า ดังตอนที่กวนอูกล่าวกับโจโฉ ว่าว่เหตุที่เอาเสื้อใหม่ที่โจโฉให้ใส่ไว้ชั้ว้ ชั้ น ใน แล้วเอาเสื้อเก่าใส่ชั้นนอกว่าว่ “...กวนอูจึงว่าว่เสื้อเก่านี้ของเล่าปี่ให้ บัดนี้จะไปอยู่ที่ใดมิได้แจ้ง ข้าพเจ้าจึงเอาเสื้อผืนนี้ใส่ชั้น นอก หวังวัจะดูต่างหน้าเล่าปี่ ครั้นจะเอาเสื้อ ใหม่ใส่ชั้นนอก คนทั้งปวงจะครหานินทาว่าว่ ได้ใหม่ แล้วลืมเก่า...” ๒o


สำ นวนที่ปรากฏอีก ๑ สำ นวน ได้แก่ ตัวตัวตายก่อนไข้ ซึ่งปัจจุบันไม่ใช้ แต่ใช้สำ นวนว่าว่ตี ตนไปก่อนไข้ ดังปรากฏตอนที่อ้วนเสี้ยวแกล้งทำ เป็นทุกข์ เตียนห้องจึงกล่าวกับอ้วนเสี้ยวว่าว่ “...คนทั้งปวงก็ลือชาปรากฏว่าว่ท่านเป็นใหญ่อยู่ในหัวเมืองฝ่ายเหนือ เหตุใดท่านมาคิด ย่อท้อจะมาตีตัวตายก่อนไข้นั้นไม่ควร...” คุณค่าด้านสังคม ๑) สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับการทำ สงครามของคนจีน ดังนี้ ๑.๑ การทำ สงครามนั้นมิใช่ใช้กำ ลังทหารเพียงอย่างเดียว การทำ สงคราม นอกจากการใช้ กำ ลังทหารยังต้องอาศัยสติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยม กลอุบายเป็นสำ คัญ จึงจะสามารถเอาชนะ ข้าศึกศัตรูได้ ดังเช่น ตอนที่เทีย หยกวางกลอุบายล่อลวงให้กวนอูออกจากเมืองแห้ฝือ เพื่อให้ ทหารโจโฉเข้า ยึดเมืองแห้ฝือ และก็ทำ ได้สำ เร็จ “...ม้าเท้งไปอยู่เมืองเสเหลียงนั้นมีทหารเป็นอันมาก ถ้าท่านจะยกทัพ ไปตีเอา บัดนี้เมืองเรา ก็เป็นกังวลอยู่ ขอให้ท่านเร่งแต่งผู้มีสติปัญญาไป เกลี้ยกล่อมหาตัวม้าเท้งกลับเข้ามา อย่าให้ ทันม้าเท้งรู้ว่าว่ท่านจับตังสินกับ พวกเพื่อนฆ่าเสีย ข้าพเจ้าเห็นว่าว่เท้งไม่แจ้งเนื้อความทั้งนี้ก็จะ เข้ามา จึงจับ ฆ่าเสียก็จะได้โดยง่าย...” ๑.๒ บุคลิกภาพผู้นำ ผู้นำ ที่จะยิ่งใหญ่และประสบความสำ เร็จ นอกจาก จะต้องมีสติปัญญา เฉลียวฉลาด เขียวชาญในการรบแล้ว ควรมีความ พยายามและความอดทนในการทำ การที่มุ่ง หวังวัดังเช่น ตอนที่โจโฉใช้ความ เพียรพยายามอดทนและใช้จิตวิทวิยาเป็นอย่างมากในการ ผูกมัดใจกวนอูให้ เกิดความจงรักภักดีต่อตนเอง ซึ่งโจโฉก็ทำ ได้สำ เร็จขั้นหนึ่ง แม้กวนอูจะยัง คงความซื่อสัตย์ต่อเล่าปี่ไม่คลาย แต่ก็รู้สึกสำ นึกในบุญคุณของโจโฉและ พร้อมที่จะ ตอบแทนบุญคุณในภายหน้า “...โจโฉจึงถามเทียหยกว่าว่ท่านจะคิดล่อลวงประการใด เทียหยกจึง ว่าว่ท่านจับทหารเล่าปี่ไว้ ได้เป็นอันมาก จงให้บำ เหน็จรางวัลวั ให้ถึงขนาด แล้วสั่งให้ทำ ตามคำ เราจึงปล่อยเข้าไปในเมือง ให้บอกว่าว่หนีกลับมาได้ ถ้า เราจะทำ การก็ให้เป็นไส้ศึกอยู่ในเมือง แล้วให้แต่ง ทหารไปรบล่อ ถ้ากวนอู ไล่ออกมานอกเมืองแล้ว จึงให้ทหารซึ่งซุ่มอยู่ทั้งสองข้างล้อมไว้ จึงแต่งให้ผู้ มีสติไป เกลี้ยกล่อมกวนอูเห็นจะได้โดยง่าย...” ๒๑


๑.๓ ความสำ คัญของนักการทูต นักการทูตมีความสำ คัญในการช่วย ราชการบ้านเมือง แม้ กระทั่งในยามศึกสงคราม ผู้ที่ทำ หน้าที่ทางการทูตต้อง เป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มี โวหารทางการพูดเป็นเลิศ ดังเช่น เตียว เลี้ยวที่สามารถโน้มน้าวใจให้กวนอูยอมรับราชการกับ โจโฉเป็นผลสำ เร็จ “...เตียวเลี้ยวจึงตอบว่าว่เดิมท่านเล่าปี่ เตียวหุยได้สาบานไว้ต่ว้ ต่อกันว่าว่เป็นพี่น้องร่วมสุขแล ทุกข์เป็นชีวิตวิอันเดียวกัน.... เมื่อท่านตายแล้ว เล่าปี่ เตียวหุยก็จะตายด้วย ซึ่งท่านสาบานไว้ต่ว้ ต่อ หน้ากันก็จะมิเสียความสัตย์ไป หรือรืคนทั้งปวงก็จะล่วงนินทาว่าว่ความคิดท่านน้อย...เตียวเลี้ยว จึงว่าว่มหา อุปราชให้ทหารล้อมไว้เว้ป็นอันมาก ถ้าท่านมิสมัครเข้าด้วยเห็นชีวิตวิท่านจะ ถึงแก่ ความตายหาประโยชน์มิได้ ขอให้ท่านอยู่กับมหาอุปราชก่อนเถิด จะ ได้มีประโยชน์สาม ประการ...” ๑.๔ พลังของความสามัคคีช่วยให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยจากข้าศึก ศัตรู ในการทำ สงครามถ้ามีความเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกันย่อมเกิดพลังในการ ต่อสู้ข้าศึก แต่หากขาดซึ่งความ สามัคคีแล้วย่อมเสียทีแก่ข้าศึกโดยง่าย เช่น การที่อ้วนเสี้ยวไม่ส่งทหารไปช่วยเล่าปี่ เป็นเหตุ หนึ่งที่ทำ ให้เล่าปี่ปราชัย หรือรืการที่บิต๊ก บิฮอง กันหยง ทิ้งเมืองเพราะคิดว่าว่จะสู้โจโฉมิได้ และตันเต๋ งกลับเปิดประตูรับโจโฉเป็นเหตุให้โจโฉยึดเมืองชีจิ๋วได้ง่าย ๒) สะท้อนค่านิยมในการประพฤติปฏิบัติของคนในสังคม ดังนี้ ๒.๑ ค่านิยมเรื่อรื่งความซื่อสัตย์ จากเรื่อรื่งสามก๊กตอนกวนอูไปรับ ราชการกับโจโฉ สะท้อน ให้เห็นค่านิยมด้านความซื่อสัตย์ได้เนชัดที่สุด ดัง ความว่าว่ “...โจโฉรู้ดังนั้นก็เกรงใจกวนอูว่าว่มีความสัตย์แลกตัญญูต่อเล่าปี่ โจ โฉจึงให้กวนอูกับ ภรรยาเล่าปี่ไปอยู่ ณ ตึกสองหลังมีชานกลาง กวนอูจึงให้ พี่สะใภ้ทั้งสองคนนั้นอยู่ตึกหนึ่ง แล้วให้ทหารที่แก่ราชการอยู่รักษาประมาณ สิบคน ตัวนั้นอยู่ตึกหนึ่งระวังวัรักษาพี่สะใภ้ทั้ง สอง...” กวนอูถือเป็นตัวละครสำ คัญที่สะท้อนค่านิยมเรื่อรื่งความซื่อสัตย์ บทบาทและพฤติกรรมขง กวนอู ไม่ว่าว่จะแสดงออกต่อภรรยาของเล่าปี่หรือรืโจ โฉก็ล้วนสนับสนุนค่านิยมเรื่อรื่งความ ซื่อสัตย์ทั้งสิ้น ๒๒


๒.๒ ค่านิยมความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ริย์เช่น การที่โจโฉส่ง ทหารไปล่อให้กวนอู ตามออกมานอกเมืองและล้อมจับตัวกวนอูไว้ เตียวเลี้ยว ทหารฝ่ายโจโฉซึ่งกวนอูเคยช่วยชีวิตวิ ไว้เว้ป็นผู้เข้าไปเกลี้ยกล่อมกวนอูให้ไป อยู่กับโจโฉ กวนอูยอมจำ นนแต่ขอเงื่อนไขเป็นสัญญาคือ ขอให้ได้เป็นข้าของ พระเจ้าเหี้ยนเต้ “...กวนอูจึงว่าว่เดิมเราได้สาบานกันไว้กัว้ กับเล่าปี่ เตียวหุยว่าว่จะช่วยทำ นุ บำ รุงพระเจ้าเหี้ยนเต้ แลอาณาประชาราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งเราจะสมัคร เข้าด้วยนั้น เราจะขอเป็นข้าพระเจ้า เหี้ยนเต้ประการหนึ่ง...” ๒.๓ ค่านิยมความกตัญญูรู้คุณ เช่น ตอนที่เตียวเลี้ยวกล่าวถึงลักษณะ นิสัยของกวนอูดัง ความว่าว่ “...อันน้ำ ใจกวนอูนั้น ถ้าผู้ใดมีแล้วเห็นจะเป็นเหมือนอิเยียง อันเล่าปี่ กับกวนอูนั้นมิได้เห็นพี่ น้องกัน ซึ่งมีความรักกันนั้น เพราะได้สาบานต่อกัน เล่าปี่เป็นแต่ผู้น้อย เลี้ยงกวนอูไม่ถึงขนาด กวนอูยังมีน้ำ ใจกตัญญูต่อเล่าปี่ จึงคิดจะติดตามมิได้ทิ้งเสีย...” ๓) สะท้อนเรื่อรื่งความเชื่อของคนในสังคม ดังนี้ ๓.๑ ความเชื่อในโชคลาง เช่น แม้โจโฉจะเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถ ในการรบเมื่อยกทัพ มาเกิดลมพายุพัดธงชัยหัก ก็ต้องพึ่งคำ ทำ นายทายทัก จะเห็นได้ว่าว่เป็นเรื่อรื่งสำ คัญของการรบ โบราณที่ต้องถือฤกษ์ยาม และ โชคลาง ดังความว่าว่ “...ฝ่ายโจโฉยกกองทัพมาใกล้จะถึงเมืองเสียวพ่าย พอเกิดลมพายุ ใหญ่พัดหนักธงชัยซึ่ง ปักมาบนเกวียวีนนั้นหักทับลง โจโฉเห็นวิปวิริตริดังนั้นก็ ให้ทหารหยุดตั้งค่ายมั่นไว้แว้ล้วถามที่ ปรึกรึษาว่าว่ซึ่งลมพายุพัดมาถูกธงชัยเรา หักลงทั้งนี้ จะเห็นดีแลร้ายประการใด ซุนฮกจึงว่าว่ซึ่ง เกิดพายุใหญ่พัดธงชัย หักทับลงมานั้นเป็นลมตะวันวัออก เวลาค่ำ วันวันี้ดีร้ายเล่าปี่จะยกทัพออก มา ปล้นค่ายเราเป็นมั่นคง พอมอกายเข้ามาว่าว่แก่โจโฉว่าว่ลมตะวันวัออกพัดมา ถูกธงหักนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าว่กลางคืนวันวันี้จะมีผู้มาปล้นค่าย...” ๓.๒ ความเชื่อในเรื่อรื่งความฝัน เช่น เมื่อนางบิฮูหยินและกำ ฮูหยินเล่า ความฝันของนางที่ เกี่ยวกับเล่าปี่ให้กวนอูฟัง กวนอูก็เกิดวิตวิก ดังความว่าว่ “...นางกำ ฮูหยินจึงตอบว่าว่คืนนี้พี่ฝันเห็นเล่าปี่ตกหลุมลงครั้นตื่นขึ้นมา ก็ตกใจจึงแก้ฝันนา งบิฮูหยิน เห็นพร้อมกันว่าว่เล่าปี่ตายแล้วพี่จึงร้องไห้รัก กวนอูได้ฟังดังนั้น พิเคราะห์ดูเห็นฝัน ผิดประหลาด สำ คัญว่าว่เล่าปี่เป็นตายก็ ร้องไห้ด้วย...” ๒๓


๓.๓ ความเชื่อเรื่อรื่งบุญกรรมที่ตนได้กระทำ ไว้ สามก๊ก ตอนกวนอูไปรับ ราชการกับโจโฉ แสดงให้เห็นความเชื่อเรื่อรื่งบุญกรรมที่ได้ทำ มาเช่น “...แล้วว่าว่บัดนี้ข้าพเจ้าเข้ามาปรึกรึษาด้วย พี่ทั้งสองจะเห็นประการใด นางกำ ฮูหยินจึงว่าว่ เวลาคืนนี้โจโฉเข้าในเมืองได้พี่นี้เกรงอยู่ว่าว่จะเป็นอันตราย ต่างๆเป็นเดชะบุญของเรา...” ๔) สะท้อนเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆของสังคมจีน ดังนี้ ๔.๑ การจัดเลี้ยง การจัดเลี้ยงเป็นเอกลักษณ์ของคนจีน ในสังคมจีนไม่ ว่าว่จะในโอกาส แสดงความยินดี ต้อนรับ หรือรืขอบคุณมักจะจัดอาหารเลี้ยงกัน เป็นประจำ จนกลายเป็น ประเพณีไปโดยปริยริาย ดังความว่าว่ “...อ้วนถำ ได้ฟังดังนั้นก็มีความสงสารเป็นอันมาก ก็ให้แต่งโต๊ะเลี้ยง แล้วจัดแจงที่อยู่ให้เล่า ปี่อาศัย จึงแต่งหนังสือบอกไปถึงบิดาตามคำ เล่าปี่ให้ ม้าใช้ถือไปก่อน...” ๔.๒ การให้ของกำ นัล การให้ของกำ นัลเป็นสิ่งที่ชาวจีนนิยมทำ กันใน เกือบทุกโอกาส จาก เรื่อรื่งจะเห็นได้ว่าว่ โจโฉให้เครื่อรื่งเงิน เครื่อรื่งทองเสื้อผ้า ดีๆและให้ผ้าแพรขาวอย่างดีแก่กวนอู เพื่อทำ ถุงใส่หนวด การให้ของกำ นัล เช่นนี้เป็นกลวิธีวิธีหนึ่งที่ชาวจีนนิยมกระทำ เพื่อเป็นเครื่อรื่ง ผูกใจดังความว่าว่ “...ครั้นอยู่มาวันวัหนึ่ง โจโฉให้เชิญกวนอูมากินโต๊ะ เห็นกวนอูห่มเสื้อ ขาด โจโฉจึงเอาเสื้อ อย่างดีให้กวนอู กวนอูรับเอาเสื้อแล้ว จึงเอาเสื้อใหม่ นั้นใส่ชั้นใน เอาเสื้อเก่านั้นใส่ชั้นนอก...” “...กวนอูจึงตอบว่าว่หนวดของข้าพเจ้าประมาณร้อยเส้น ครั้นถึง เทศกาลหนาวก็หล่นไปบ้าง ข้าพเจ้าจึงทำ ถุงใส่ไว้ โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงเอา แพรขาวอย่างดี ทำ ถุงให้กวนอูสำ หรับใส่ หนวด...” สามก๊กตอนที่เรียรีนเป็นตอนที่เน้นด้านคุณธรรม จริยริธรรมของตัวละคร เช่น ความจงรัก ภักดี ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู การยึดถือสัจจะ ซึ่งถือเป็น ค่านิยมที่ทุกสังคมยกย่องเพียง แต่ในแต่ละสังคมให้ความสำ คัญมากน้อยต่างกัน ๒๔


บรรณานุกรม ๒๕ บ้านจอมยุทธ. (๒๕๕๓). ความเป็นมาสามก๊ก. สืบค้นเมื่อวันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก ประวัติวั ติความเป็นมา สามก๊ก (banjomyut.com) วิกิวิกิพิเดีย. (๒๕๖๕). ล่อกวนตง. สืบก้นเมื่อวันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก ล่อกวนตง - วิกิวิกิทีเดีย (wikipedia.org) Jasmincbow. (๒๕๕๕). คุณค่าที่ได้รับจากเรื่อรื่งสามกัก. สืบค้นเมื่อวันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก คุณค่าที่ได้รับจากเรื่อรื่งสามก๊ก วรรณคดีมรดกของไทย (word prss.com) Knnatchaya. (ม.ป.ป.). ใบความรู้ที่ . สามก๊กตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ. สืบค้นเมื่อ วันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก ใบความรู้ที่ 2 สามก๊กตอนกานดูไปรับราชการกับใจโฉ - krunatchaya (google.com) อจท. ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ม.6. (๒๕๖๓). เนื้อเรื่อรื่งเต็มสามก๊ก สามก๊กตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ. สืบค้นเมื่อวันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก PowerPoint Presentation (pubhtml5.com) ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ดื้ อาจารย์พีระเสก บริสุริสุทธิ์บัวทิพย์. (ม.ป.ป). สามก๊ก ตอนกวนอูไปรับ ราชการกับโจโฉ. สืบค้นเมื่อวันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก PowerPoint Presentation (digitalschool.club) บ้านจอมยุทธ. (๒๕๕๓). คุณค่าทางด้านสังคม สามก๊ก.สืบค้นเมื่อวันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก คุณค่าค้านสังคม สามก๊ก (baanjomyul.com) Facebook. (๒๕๕๙). สามก๊กฉบับเจ้าพระยาคลัง (หน). สืบค้นเมื่อวันวัที่ ๒o สิงหาคม ๒๕๖๖ จาก สามก๊กฉบับเจ้าพระยาคลัง (หน) (facebook.com)


Click to View FlipBook Version