บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด
SAFETY MANUAL
ข้อบังคับและคู่มือ
ว่าด้วยความปลอดภัย
ในการทำงาน
คำนำ
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยพื้นฐานในการ
ทำงานของพนักงานทุกคน ซึ่งถือเป็นภาระหน้าที่อย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องช่วยกัน
ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย มีสุขภาพที่ดี และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมอย่าง
สม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ คู่มือความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมฉบับนี้ ได้อธิบายและชี้แจงถึงมาตรฐานของการ
ปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน หรือเกิดโรคจากการทำงาน
และไม่ให้มีผลกระทบต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทำงาน ตามพื้นที่ปฏิบัติงานต่างๆ
โดยเนื้อหาของคู่มือฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม พนักงานจึงควรศึกษาคู่มือนี้โดยละเอียดจนเข้าใจ
และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง หรืออ่านและปฏิบัติตามก่อนเริ่มทำงาน เปลี่ยน
งานใหม่ ทั้งนี้เป็นการกำจัด ลด ควบคุม ป้องกัน ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดโรค
จากการทำงาน และเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจนำมาซึ่งความสูญเสีย
และเสียหายต่อตนเอง ทรัพย์สิน ชุมชน และความศร้าโศกมาสู่ครอบครัวและ
เพื่อนร่วมงานได้
จึงขอให้พนักงานทุกท่านตระหนักและคิดคำนึงถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ
ประกาศใช้ ณ วันที่ .......... เดือน .......... พ.ศ.
(............................................)
ผู้จัดการโรงงาน
สารบัญ
คำนำ 5
สารบัญ 6
นโยบายความปลอดภัยฯ 7
คำนิยามศัพท์ (Difinition) 8
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ 9
ความสูญเสียจากอุบัติเหตุในการทำงาน
กฎความปลอดภัยทั่วไป 12
กฎกระทรวง 17
18
กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย 20
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง 21
เสียง พ.ศ.2559
หมวดที่ 1 ความร้อน
หมวดที่ 2 แสงสว่าง
หมวดที่ 3 เสียง
หมวดที่ 4 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ระเบียบปฏิบัตสำหรับผู้รับเหมา
ระบบใบอนุญาตทำงาน (Work permit)
ความปลอดภัยในสำนักงาน
ความปลอดภัยในการใช้บันได
ความปลดภัยการใช้เครื่องสำนักงาน 22
ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง 23
ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือช่าง 24
ความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร 25
ความปลอดภัยในการทำงานกับวัตถุอันตรายหรือสารเคมี 26
การทำงานในที่อับอากาศอย่างปลอดภัย 27
การยกของคนเดียวอย่างถูกวิธี 28
การใช้รถ Forklift อย่างปลอดภัย 30
ความปลอดภัยในงานตัด งานเชื่อมและงานเจียร 32
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า 33
ความปลอดภัยในการใช้นั่งร้าน 34
สุขภาพอนามัยและโรคจากการทำงาน 35
อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) 37
การสอบสวนอุบัติเหตุ 38
การป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัย 40
แผนฉุกเฉินต่างๆ 43
การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 48
เครื่องหมายความปลอดภัยที่ควรรู้ 51
บทลงโทษ 52
เบอร์โทรฉุกเฉิน
นโยบาย
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด ดำเนินการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์
ปลาทูน่ากระป๋อง และอาหารทะเลแปรรูป บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นอย่างมาก ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้กำหนด
นโยบาย เพื่อให้พนักงานรับทราบและเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1. ความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานทุกคน ทุกระดับ
ที่จะร่วมมือกันปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมงานตลอดจน
ทรัพย์สินของบริษัทฯ
2. บริษัทฯ จะดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพ
แวดล้อมในการทำงานตามมาตรฐานอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับข้อกำหนดของ
กฎหมาย และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่องค์กร ได้ทำการตกลงไว้
3. บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินการกับความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละกิจกรรม
เพื่อป้องกันและปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
4. บริษัทฯ จะสนับสนุนกิจกรรมด้านความปลอดภัยที่จะส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกด้าน
ความปลอดภัย และจะจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ครบตาม
ลักษณะของงานและความเหมาะสม
5. ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ควบคุมงานทุกคน มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามกฎ
ข้อบังคับที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎ
ข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่าง
เคร่งครัด หากมีการฝ่าฝืนหรือละเลย จะพิจารณาโทษตามกฎระเบียบของบริษัทฯ
จึงประกาศมาเพื่อทราบและปฏิบัติต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 3 เดือน มกราคม พ.ศ.2565
..........................................
(นายปิยะ เหาตะวานิช)
ผู้ช่วยกรรมการบริหารด้านสำนักงาน
คำนิยามศัพท์
( Definition)
คำจำกัดความต่อไปนี้เป็นคำศัพท์ที่ปรากฎ
อยู่ใน "คู่มือความปลอดภัย" สำหรับผู้ใช้
ควรทำความเข้าใจคำศัพท์ต่างๆต่อไปนี้ให้
ถูกต้องตรงกัน เพื่อให้การใช้คู่มือดังกล่าว
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด
ประโยชน์สูงสุด
การที่ปราศจากการเกิดอุบัติเหตุหรือมีสภาวะ
ที่ไม่ปลอดภัย เช่น เกิดความเจ็บปวด การ
บาดเจ็บ การสูญเสียหรือทรัพย์สินเสียหาย
การฝ่าฝืนขั้นตอนการปฏิบัติงาน ไม่สวม
ใส่อุปกรณ์ความปลอดภัย PPE ซึ่งจะก่อ
ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
สภาพการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่มี
อันตราย ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
หรือความสูญเสีย
51
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ
การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Acts)
สาเหตุ : การเกิดอุบัติเหตุร้อยละ 85 (%) เกิดจากการกระทำของคน หรือของมนุษย์ เช่น
ทำงานลัดขั้นตอนหรือรีบเร่งเกินไป
การมีทัศนติไม่ถูกต้อง เช่น อุบัติเหตุเป็นเรื่องของเคราะห์กรรม แก้ไขป้องกันไม่ได้
สภาพร่างกายไม่พร้อม เช่น ดื่มสุรา, เมาค้าง, มีปัญหาครอบครัว ใช้สิ่งเสพติด เป็นต้น
ไม่ทำตามขั้นตอนการทำงาน OJT หรือไม่ทำตามที่หัวหน้าแนะนำ
ไม่หยุดเครื่องจักร ก่อนซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา
ไม่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอคภัย (PPE)ในขณะทำงานที่มีอันตราย
ยก เคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยท่าทางที่ไม่ปลอดภัย
ฝ่าฝืนกฎระเบียบ สัญลักษณ์ และป้ายเตือนด้านความปลอดภัย
ปฏิบัติงานโดยไม่มีหน้าที่ หรือขาคความรู้ และทักษะ หรือ ความชำนาญ
หยอกล้อ เล่นกัน ระหว่างปฏิบัติงาน
แต่งกายไม่เหมาะสมกับสภาพงาน ไม่รัดกุม รุ่มร่าม
สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Conditions)
เกิดขึ้นประมาณ 15 (%) จาก
การวางผังโรงงาน หรือกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
ไม่มีการ์ดครอบป้องกันส่วนที่เป็นอันตรายของเครื่องจักรหรือส่วนที่เคลื่อนไหวต่างๆ
เช่น เฟือง, โซ่, พูลเลย์, ไฟลวีล, เพลาเกลียว, ใบมีด และสายพาน เป็นต้น
ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดบกพร่อง ขาดการตรวจสอบ บำรุงรักษา
ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และสกปรก ขาดการจัดเก็บวัสดุสิ่งของ หรือไม่จัดทำ
5 ส.
สภาพ และสิ่งแวดล้อมในการทำงานไม่ดี เช่น แสงสว่างไม่เพียงพอ, การระบาย
อากาศไม่ดี, เสียงดัง, ฝุ่นละออง, ความร้อนสูง, ไอระเหยของสารเคมี เป็นต้น
61
ความสูญเสียจาก อุบัติเหตุ
ในการทำงาน
1. การสูญเสียทางตรง
เป็นผลกระทบที่เกิดกับร่างกายและ
ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บโดยตรง
นอกจากนี้อาจทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือ
อันตรายด้วย
ได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิต
อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรหรือทรัพย์สินเสียหาย
ค่ารักษาพยาบาล
ค่าทำขวัญ
ค่าทำศพ
2. การสูญเสียทางอ้อม
เป็นผลกระทบด้านอื่นๆ
สูญเสียเวลาการทำงานของผู้บาดเจ็บ
สูญเสียขวัญกำลังใจในการทำงาน
สูญเสียเวลาในการจัดหาบุคลากรมาทำงาน
แทนผู้บาดเจ็บ
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักร
สินค้าได้รับความเสียหาย
กระบวนการผลิตขัดข้อง
ผลผลิตช้าลง
สูยเสียเวลาทางการแพทย์ที่ต้องช่วยเหลือผู้บากเจ็บ
มีค่าใช้จ่ายสวัสดิการเรื่องบาดเจ็บ
สูญเสียชื่อเสียง
71
SAF
ETYกฎความปลอดภัยทั่วไป
RULES(General Safety Rules)
1. หากมีความสงสัย, ไม่เข้าใจที่เกี่ยวกับงานควรรีบปรึกษาหัวหน้างาน (ทันที)
2. ห้ามหยอกล้อเล่นกันในขณะปฏิบัติงาน
3. ต้องปิดสวิทซ์ หรือถอดปลั๊ก ก่อนล้างครื่องจักรทุกครั้ง
4. ไม่สบาย ร่างกายไม่พร้อม ง่วง ซึมให้รีบปรึกษาพยาบาล หรือแพทย์ ทันที
5. ต้องปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน, กฎระเบียบ ,เครื่องหมายป้ายเตือน และป้ายห้ามต่างๆ
ของ บริษัทฯอย่างเคร่งครัด และกำจัด บำบัด ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและมีผลต่อสิ่ง
แวดล้อม
6. อย่าทำงานในที่ลับตาคนเพียงคนเดียว โดยไม่มีใครทราบ โดยเฉพาะการทำงานหลัง
เวลาทำงานปกติ เช่น งานไฟฟ้า ที่อับอากาศ เป็นต้น
7. ต้องแต่งกายให้เรียบร้อยรัดกุม ไม่ขาดรุ่งริ่ง หรือมีส่วนยื่นห้อย และปฏิบัติตามหลัก
ของ GMP HACCP และกฎความปลอดภัยของงานนั้นๆ เป็นต้น
8. ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย PPE ตามประเภท หรือชนิดของงานนั้นๆ ตลอดเวลา
ทำงาน
9. ขณะปฏิบัติงานต้องมีการสื่อสาร ประสานงานที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เช่น ใช้วิทยุสื่อสาร
10. การปรับแต่ง, เปลี่ยนแปลงหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ใดๆต้องกระทำโดยผู้มีหน้าที่รับผิด
ชอบเท่านั้น
11. ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หรือตามข้อห้ามของ GMP เข้าไลน์การ
ผลิต โดยเด็ดขาด
12. ต้องสูบบุหรี่ในเวลาและในพื้นที่ที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น
13. ไม่อนุญาตให้ใช้ทางออก หรือประตูฉุกเฉินในสถานการณ์ปกติ
14. ห้ามฉีดเครื่องดับเพลิงหรือกดสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินเล่นโดยไม่มีเหตุอันควร
15. ผู้รับเหมา ที่เข้ามาปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซม ต้องปฏิบัติตามกฎด้านความปลอคภัย หรือ
ต้องได้รับอนุญาต Work permit ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
16. กรณีหญิงมีครรภ์ ห้ามยกของหนัก ,ขึ้นที่สูง หรือทำงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
และไม่ทำงาน ในช่วงเวลา 24.00 น. - 06.00 น.
หรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
81
กฎกระทรวง
กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ
ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม
ในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง เสียง พ.ศ.2559
"งานเบา" คือ ลักษณะงาน
ที่ใช้เเรงน้อย หรือใช้กำลังงานที่
ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารใน
ร่างกายไม่เกิน 200 กิโลแคลอรี่ต่อ
ชั่วโมง เช่น งานเขียนหนังสือ
เป็นต้น
"งานปานกลาง" คือ
ลหเ2ัเผกชร0่ืาษนอ0ผใณ-งชล3้าะกา5นงำญ0ยาลัอนกงกาิทงีโล่หาใลาชานแ้กรเทคีเใ่รดทลนังนำอรป่ใราีเาห่ตปง้่น็เกอนกกิาชตดัล่้ยวนกาเโกางมิรนง
ตกใ่ชอา้เรชัเ่เรวผงโา"มมผงงาลกาเาช่หนญนรือหงอาาในหชน้ักาเกจำราเล"ักะิงนไงคมาื้3อเนน5ื้ทลอี0ั่ทกแกำษขิ็โใงณลห้เแะเปกค็งินดาลตนอ้นทรีี่่
91
ลูกจ้างทำงานในลักษณะ 34
งานเบา ต้องมีมาตรฐาน องศาเซลเซียส
ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ย
32ลูกจ้างทำงานในลักษณะ
งานปานกลาง ต้องมีมาตรฐาน
องศาเซลเซียส
ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ย
ลูกจ้างทำงาน กรณีที่ภายในสถาน
ประกอบกิจการมีระดับความร้อนเกินมาตรฐานที่
ในลักษณะ งานหนัก ต้องมี กำหนดนายจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไข
สภาวะการทำงานให้ระดับความร้อนไม่เกินมาตรฐาน
มาตรฐานระดับความร้อน
30ไม่เกินค่าเฉลี่ย
องศาเซลเซียส
นายจ้างต้องจัดให้
สถานประกอบกิจการมีความเข้มของแสงสว่างให้เพียงพอต่อการ
ทำงานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามกฎกระทรวงตลอกระยะเวลาการ
ทำงาน
ในกรณีที่ต้องทำงานในสถานที่มืด ทึบ คับแคบ
นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสวมหมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง
101
นายจ้างต้องควบคุมระดับเสียงที่ อุปกรณ์เซฟตี้
ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดเวลาการ ป้องกันศีรษะ
ทำงานในแต่ละวันไม่ให้เกิน
มาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ อุปกรณ์เซฟตี้
ในบริเวณที่มีระดับเสียงเกิน ป้องกันหู
มาตรฐานที่กำหนด นายจ้างต้อง
จัดให้มีเครื่องหมายเตือนให้ใช้ อุปกรณ์เซฟตี้
ในกรณีที่สภาวะการทำงานมีระดับ ป้องกันมือและแขน
เสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน
8 ชั่วโมง ตั้งแต่ 85 dB (A) ขึ้นไป อุปกรณ์เซฟตี้
นายจ้างต้องจัดทำมาตรการ ป้องกันลำตัว
อนุรักษ์การได้ยิน
อุปกรณ์เซฟตี้
ป้องกันดวงตา
อุปกรณ์เซฟตี้
ป้องกันระบบ
หายใจ
อุปกรณ์เซฟตี้
ป้องกันเท้า
111
หน้าที่ความรับผิดชอบ
ผู้บริหารระดับสูง
1. กำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
ในการทำงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดทำเผนและดำเนินงานตามนโยบาย
2. จัดโครงสร้างการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
ในการทำงานและหน่วยงานความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ
3. ตรวจสอบ /วัดผล และประเมินผลการดำเนินด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ
ของหน่วยงาน ให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร
4. บริหารงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
5. ให้ความสนับสนุนและกำหนดทรัพยากรอย่างเพียงพอในการดำเนินงานด้าน
ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
6. ปฏิบัติตามกฎ, ข้อกำหนด, คู่มือและมาตรฐานการปฏิบัติงานของหน่วยงาน โดย
ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด
7. กำกับดูแล และฝึกอบรม การปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบตามแผนระงับเหตุ
ฉุกเฉินบริษัทฯ
8. นำผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพเเวดล้อมมา
เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลผู้บริหารและพนักงานขององค์กร
121
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
1. พิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงานรวมทั้ง
ความปลอดภัยนอกงาน เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ การประสบอันตราย
การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ อันเนื่องจากการทำงานหรือความไม่
ปลอดภัยในการทำงานเสนอต่อนายจ้าง
2. รายงานและเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย
เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
ต่อนายจ้าง เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ผู้รับเหมาและบุคคล
ภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงาน หรือเข้ามาใช้บริการในสถานประกอบ
3. ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบ
กิจการในสถานประกอบกิจการ
4. พิจารณาข้อบังคับและคู่มือตามข้อ 3 รวมทั้งมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการ
ทำงานของสถานประกอบกิจการเสนอต่อนายจ้าง
5. สำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และตรวจสอบสถิติการ
ประสบอันตรายที่เกิดขึ้น ในสถานประกอบกิจการนั้นอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
6. พิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอคภัยในการทำงาน รวมถึง
โครงการหรือแผนการอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในด้าน
ความปลอดภัยของลูกจ้าง หัวหน้างาน ผู้บริหาร นายจ้าง และบุคลากรทุกระดับ
เพื่อเสนอความเห็นต่อนายจ้าง
7. วางระบบการรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยให้เป็นหน้าที่ของลูกจ้างทุกคน
ทุกระดับต้องปฏิบัติ
8. ติดตามความคืบหน้าเรื่องที่เสนอนายจ้าง
9. รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี รวมทั้งระบุปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
10. ประเมินผลการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถาน
ประกอบกิจการ
11. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย
131
จป. ระดับบริหาร
1. กำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร
2. เสนอแผนงานโครงการด้านความปลอดภัยในการทำงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ต่อนายจ้าง
3. ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้เป็น
ไปตามแผนงานโครงการ เพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสม
กับสถานประกอบกิจการ
4. กำกับ ดูแล และติดตามให้มีการแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อความปลอดภัยของลูกจ้าง
ตามที่ได้รับรายงานหรือตามข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
คณะกรรมการ หรือหน่วยงานความปลอดภัย
จป. ระดับหัวหน้างาน
1. กำกับ ดูแล ให้ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือตามข้อ 3
2. วิตราะห์งานในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรืออันตรายเบื้องตัน โดยอาจร่วม
ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูงหรือ
ระดับวิชาชีพ
3. สอนวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องแก่ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ในการปฏิบัติงาน
4. ตรวจสอบสภาพการทำงานเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
ก่อนลงมือปฏิบัติงานประจำวัน
5. กำกับ ดูแล การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลของลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
6. รายงานการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ อันเนื่องจากการ
ทำงานของลูกจ้างต่อนายจ้าง และแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค
ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีหน่วยงานความปลอดภัย
ให้แจ้งต่อหน่วยงานความปลอดภัยทันทีที่เกิดเหตุ
7. ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ
อันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างร่วมกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับเทคนิค
ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ และรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา
ต่อนายจ้าง โดยไม่ชักช้า
8. ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงาน
9. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
ระดับบริหารมอบหมาย
141
หน้าที่ความรับผิดชอบ (ต่อ)
จป. ระดับวิชาชีพ
1. ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
2. วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันหรือขั้นตอนการทำงาน
อย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
3. ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน
4. วิเคราะห์แผนงาน โครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ และเสนอแนะ
มาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
5. ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการ
หรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
6. แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือตามข้อ 3
7. แนะนำ ฝึกสอน อบรมลูกจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดความ
ไม่ปลอดภัยในการทำงาน
8. ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการร่วมกับบุคคลหรือ
หน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นผู้รับรองหรือตรวจสอบ
เอกสารหลักฐานรายงานในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภายใน
สถานประกอบกิจการ
9. เสนอแนะนำต่อนายจ้าง เพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสม
กับสถานประกอบกิจการ และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
10. ตรวจสอบหาสาเหตุ และวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุ
เดือดร้อนรำคาญ อันเนื่องจากการทำงานและรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะต่อนายจ้าง
เพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
11. รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตราย
การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ อันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง
12. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย
151
หน้าที่ความรับผิดชอบ (ต่อ)
พนักงาน 1. ปฏิบัติตามนโยบายอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และ
สิ่งแวดล้อม, พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม
ในการทำงาน พ.ศ. 2554, กฎระเบียบ, ข้อกำหนด, คู่มือและมาตรฐานการปฏิบัติงานของ
แต่ละหน่วยงานโดยให้มีความปลอดภัย
2. ปฏิบัติตามแผนดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และกิจกรรมของหน่วยงาน
ให้บรรลุตามเป้าหมาย
3. ตรวจหาแก้ไข/รายงานสภาพที่ไม่ปลอดภัย และข้อบกพร่องที่มีผลกระทบต่อ
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของผลิตภัณฑ์และหรือการปฏิบัติงาน
ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
4. ควบคุมการทำงานของผู้รับเหมาให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อกำหนด มาตรฐานและ
คู่มือการปฏิบัติงาน
5. ร่วมเป็นคณะทำงานหรือคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
ตามที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมาย
6. เข้าร่วมดำเนินงานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
7. รายงานอุบัติเหตุ /อุบัติการณ์ ให้ผู้บังคับบัญชารับทราบทันที
8. ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ( PPE ) ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานและ
ตรวจสอบดูแลให้พร้อมใช้งาน
9. ตรวจสอบดูแลและใช้ครื่องจักร อุปกรณ์ ให้ถูกต้องและปลอดภัย
โดยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
10. จัดทำและควบคุมเอกสารให้เป็นไปตามมาตรฐาน
11. ฝึกอบรม /ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบ
ก5ิจกสรรม ตามแผนระงับเหตุฉุกเฉิน
สู่ความ สะสาง : แยกรายการสิ่งของที่จำเป็น และไม่จำเป็น ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไป
สะดวก : เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ไว้ในที่ที่ใช้ได้สะดวกและเก็บในที่ปลอดภัย
ปลอดภัย สะอาด : จัดระเบียบการดูแลความสะอาดของสถานที่ทำงาน
สุขลักษณะ : ดูแลเสื้อผ้าและรักษาสภาพสถานที่ทำงานให้สะอาด เรียบร้อย
161
อย่าปล่อยให้สกปรก รุงรัง เป็นเด็ดขาด
สร้างนิสัย : ปฏิบัติ 4ส ข้างต้นจนเป็นนิสัย
ระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้รับเหมา
1. แต่งกายสุภาพ ไม่สวมกางเกงขาสั้น - ไม่ใส่รองเท้าแตะ
2. จอดรถยนต์ในที่กำหนดไว้ หรือพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น
3. ติดต่อพนักงานรักษาความปลอดภัย เพื่อแลกบัตรประชาชน หรือบัตรที่ราชการออกให้
4. แจ้งรายชื่อบุคคล /แจ้งรายการสิ่งของที่นำเข้าบริษัทฯ ต่อ รปภ.อย่างละเอียด
5. แจ้งชื่องานและผู้ที่ต้องการติดต่อ และทำใบผ่าน
5.1 กรณีผู้รับเหมารายใหม่ จะต้องได้รับการอบรมเรื่องความปลอดภัยในการทำงานจาก
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของบริษัทฯ ก่อนเริ่มงาน
5.2 ผู้รับเหมาจะต้องส่งสำเนาบัตรประชาชน ของพนักงานทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติงาน
5.3 กรณีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ไม่อยู่/ปฏิบัติงานภายนอกบริษัทฯ ให้ผู้ควบคุมงานทำการ
อบรม เรื่องความปลอดภัยให้กับผู้รับเหมาแทน
6. ผู้ที่มาส่งของที่เป็นเครื่องมือ เครื่องจักร ที่มีน้ำหนักมาก ไม่สามารถยกลงจากรถได้ อนุญาตให้
นำรถเข้ามาส่งด้านหน้าสำนักงานได้ เมื่อนำสิ่งของลงหมดแล้วให้นำรถออกไปจอดในพื้นที่ของ
บริษัทฯกำหนด เท่านั้น ยกเว้นได้รับอนุญาตและต้องเปิดไฟกระพริบตลอดเวลา มีกรวยกั้น
เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีรถโฟลคลิฟท์ทำงาน และห้ามติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ขณะจอดรอ เพื่อลดโลกร้อน
และลดการใช้พลังงาน
7. ให้อยู่ในสถานที่ที่ผู้ควบคุมงานจัดให้เท่านั้น หากต้องการไปพื้นที่อื่น
หรือต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม ให้แจ้งผู้ควบคุมงานนำไป
8. ระหว่างการอยู่ในบริเวณบริษัทฯ ห้ามกระทำการดังต่อไปนี้
* ห้ามสูบบุหรี่ หรือ ห้ามทำให้เกิดประกายไฟทุกกรณี
* ห้ามเข้าไปในสถานที่อื่นที่ตนไม่เกี่ยวข้อง
* ห้ามเล่นการพนัน ห้ามดื่มสุรา หรือสิ่งเสพดิดใด ๆ
* ห้ามทะเลาะวิวาท ก่อการไม่สงบ
* ห้ามนำเด็ก หรือ สัตว์เลี้ยง เข้ามาในบริษัทฯ
9. หากผู้รับเหมาปฏิบัติเกี่ยวกับงานที่มีความเสี่ยง เช่นงานเชื่อม งานเจียร งานตัด หรืองานที่ก่อ
ให้เกิดประกายไฟ หรืองานขึ้นที่สูง จะต้องกรอกแบบฟอร์ม Work permit ขออนุญาตก่อนทุก
ครั้งหลังเสร็จงานต้องตรวจสอบ จัดเก็บเศษวัสดุ ตามประเภทของขยะ เพื่อลดผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อม
10. ผู้รับเหมา ต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ตามชนิด/ประเภท
ของงานนั้น ๆ
11. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำโรงงาน สามารถสั่งหยุดงาน/ว่ากล่าวตักเดือนได้ ในกรณีที่พบ
ว่าการกระทำนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือเป็นการฝ่าฝืนกฎของบริษัทฯ
12. กรณีมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ให้ปฏิบัติตามที่ผู้ควบคุมงาน/รปภ. แนะนำและปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน
13. เมื่อเสร็จธุระให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลงนามในใบอนุญาตติดต่องาน
14. แสดงหลักฐานการนำสิ่งของออกนอกบริษัทฯ ต่อ รปภ. และแลกบัตรประชาชน คืน
171
ระบบใบขออนุญาตทำงาน
( Work permit)
เนื่องจากบริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด มีวัตถุดิบซึ่งเป็นสารไวไฟ และ
ยังมีสารเคมีบางอย่างที่มีพิษและมีคุณสมบัติในการกัดกร่อน นอกจากนี้ในบริเวณบางแห่งอาจมีสายไฟฟ้แรงสูง
และท่อใต้ดินฝังอยู่ใต้บริเวณที่จะทำงาน หรือมีการทำงานบนที่สูง และอาจมีผู้คนที่เกี่ยวข้องเดินผ่านไป-มา หรือ
ทำงานในบริเวณใกล้เคียงกัน
ดังนั้น เพื่อให้ระบบการตรวจสอบความเรียบร้อย และความปลอดภัยทุกรายการหรือ ระบบอนุญาตการ
ทำงาน (Wok Pernit System) สำหรับการทำงานซึ่งไม่ใช่งานประจำ แค่เป็นงานเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ต่อ
เติมโครงสร้าง และอุปกรณ์ของกระบวนการผลิตภายในเขตปฏิบัติการ ได้แก่ งานร้อน (Hot work) งานบนที่สูง
(High Wok) และงานขุดเจาะ (Excavation) เป็นต้น โดยให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย
วัตถุประสงค์ กฎและระเบียบ
การขอใบอนุญาต
1. เพื่อให้การปฏิบัติงานต่างๆได้รับ
การควบคุมความปลอดภัยอย่างมีระบบ 1. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานใดๆ ที่นอกเหนือจาก
และเป็นการรับประกันความ ปลอดภัย การปฏิบัติงานประจำในเขตปฏิบัติการพนักงานหรือช่าง
สำหรับพนักงาน ทรัพย์สิน เครื่องจักร รวมทั้งบริษัทผู้รับเหมาที่ได้รับมอบหมาย จะต้องขอใบ
อุปกรณ์ สิ่งแวดล้อม และชุมชน ใกล้เคียง อนุญาตทำงาน
ให้มีความเสี่ยง น้อยที่สุด (Wok Permit) จากผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่รับผิดชอบใน
พื้นที่หรืออุปกรณ์ที่จะปฏิบัติงานนั้นๆ
2. เพื่อให้มีการควบคุม และประสาน
งานที่รัดกุมระหว่างหน่วยงานที่เข้ามา 2. ใบอนุญาตทำงานที่สมบูรณ์จะต้องระบุวัน
ทำงานกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ในพื้นที่ ระยะเวลา อุปกรณ์หรือสถานที่ที่อนุญาตให้ทำงาน
หรือ เจ้าของอุปกรณ์ และเครื่องจักร รายละเอียดของงานที่ทำลาย ชื่อของผู้ตรวจสอบ,
ผู้รับอนุญาต และผู้อนุญาต
3. เพื่อให้สามารถตรวจวัด ติดตาม
และประเมินผลด้านความปลอดภัยได้ 3. ต้องติดตั้งต้นฉบับใบอนุญาตทำงานไว้ในบริเวณที่
ตามมาตรฐานสากล ได้รับอนุญาตให้เป็นที่สังเกตได้ชัดเจน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
4. เมื่อปิดงานแล้วให้นำส่งใบอนุญาตทำงาน
(Work Permit) มายัง จป.วิชาชีพ
ผู้รับอนุญาต : เมื่อลงนามในใบอนุญาตแล้ว หมายถึง ได้เข้าใจในงานที่จะทำ และยอมรับที่จะปฏิบัติ
ตามข้อกำหนด ในใบอนุญาตทุกประเภท
ผู้อนุญาต : คนที่ตัดสินใจแล้วว่าอุปกรณ์ หรือบริเวณที่ทำงานนั้นปลอดภัยและได้มีการเตรียมการ
ทำงานดี มีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสมเพียงพอแล้ว
ใบอนุญาตทำงานซ่อมธรรมดาทั่วไป (COLD WORK PERMIT)
ได้ทำการปิดกั้น หรือแยกอุปกรณ์ออกจากส่วนอื่นๆ และติดป้ายเตือนเรียบร้อย
ได้ตัดระบบไฟฟ้าที่ไปอุปกรณ์นั้น และติดป้ายเตือนเรียบร้อย
ได้ตัดแยกระบบควบคุมการทำงานและติดป้ายเตือนเรียบร้อย
ได้ทำความสะอาดอุปกรณ์จนปราศจากสารเคมี น้ำมัน ไอน้ำ สารอันตราย
181 จัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงไว้ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน
งาน หรือ ประเภท ใบอนุญาตทำงานที่มีความร้อน หรือมีประกายไฟ
ที่ต้องขอ (HOT WORK PERMIT) สำหรับ แสดงการอนุญาต
ทำงานที่ใช้ความร้อน หรือมีประกายไฟ ได้แก่
ใบอนุญาตทำงาน การทำงานที่มีความร้อนหรือประกายไฟในเขตปฏิบัติการ
การนำรถยนต์ หรือ อุปกรณ์ไฟฟ้า เข้าไปในเขตปฏิบัติการ
ใบอนุญาตทำงานขุดเจาะ หรือสถานที่มีวัตถุไวไฟ
(EXCAVATION PERMIT) งานเชื่อม ประสาน หรือตัดด้วยเปลวไฟ หรือไฟฟ้า
สำหรับใช้อนุญาตให้ทำงานขุดเจาะพื้น งานที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี แล้วเกิดความร้อนหรือ
ผิวให้ลึกลงไปมากกว่า 15 ซม. (6 นิ้ว) เกิดการลุกไหม้
ได้แก่ การขุด, การปักหลัก, การตอก งานที่ทำให้เกิดประกายไฟจากการ
เสาไฟ เข็ม หรือเสาและงานอื่นๆ ที่มี เคาะ ขัด ลับ ตัด หรือทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์
ลักษณะเดียวกัน
ใบอนุญาตทำงานไฟฟ้า (WORK WITH ELECTRICAL SOURCE PERMIT) สำหรับใช้
อนุญาตทำงานใดๆ ที่มีการเข้าในเครือข่ายระบบไฟฟ้าทุกแรงดัน ยกเว้น ไฟฟ้า 24 VDC. ในเขต
ปฏิบัติการ และใช้อนุญาตสำหรับงานไฟฟ้าแรงสูงนอกเขตปฏิบัติการ ที่มีแรงดันไฟฟ้ามากกว่า 220 V
ใบอนุญาต ติดตั้งรื้อถอนนั่งร้าน ใบอนุญาตทำงานขนถ่ายสารเคมี/น้ำมัน
(SCALIOLDING PERMIT) สำหรับใช้ (CHEMICALS / OIL TRANSFER
ตรวจสอบ / อนุญาตการตั้งนั่งร้านเฉพาะเวลาที่ WORK PERMIT)
อนุญาต รวมทั้งให้ทำการรื้อถอนทันทีที่ ได้ทำการปิดกั้น / แยกอุปกรณ์ออก
หมดเวลาอนุญาตสำหรับงานในเขตพื้นที่ จากส่วนอื่นและติดป้ายเตือนเรียบร้อย
ได้ทำการหนุนล้อรถด้วยไม้หมอน
ใบอนุญาตทำงานในที่สูง กันรถไหล ทั้งล้อหน้า-ล้อหลัง
การจอดรถต้องเอาหน้ารถออก เมื่อมีเหตุ
(HIGH WORK PERMIT)
ฉุกเฉินสามารถนำออกรถได้ทันที
ในกรณีที่มีการติดตั้งนั่งร้าน ตั้งป้ายเตือน "เขตพื้นที่อันตราย, กำลังขนถ่าย
นั่งร้านจะต้องมีสภาพที่มั่นคงแข็งแรง สารเคมี/น้ำมัน" ไว้ด้านหน้าของรถ
จัดให้มีเข็มขัดนิรภัย สายช่วยชีวิตสำหรับให้ ทำการสวมสายท่อส่งของรถกับท่อรับของถัง
ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ตลอดเวลา ที่ปฏิบัติในที่สูง สารเคมี/น้ำมัน ต้องไม่มีการรั่วไหลของสารเคมี/
2 เมตรขึ้นไป โดยยึดติดกับส่วนหนึ่งส่วนใดของ น้ำมัน ในระหว่าง LOAD สารเคมี/น้ำมัน
อาคารหรือโครงสร้าง ตรวจสอบอุปกรณ์ (ต้องไม่ทำให้เกิดประกาย
จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่ต้อง ไฟ)
สวมใส่ขณะทำงาน จัดเตรียมอุปกรณ์ถังคับเพลิงไว้ยามฉุกเฉิน
จัดให้มีผ้าใบหรือสิ่งปิดกั้นไม่ให้วัสดุร่วงหล่น
เป็นอันตรายต่อผู้ที่ทำงานหรือทรัพย์สินที่อยู่ด้านล่าง หรือจะต้องปิดกั้นบริเวณโดยรอบใต้พื้นที่ปฏิบัติ
งานเพื่อป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตอันตราย
การทำงานบนที่สูงหรือบนหลังคาใกล้สายไฟฟ้า จัดทำป้ายเตือนหรือทำรั้วกั้น
สภาพดินฟ้าอากาศปกติ ไม่มีลมแรงหรือฝนฟ้าคะนอง
บริเวณรอบๆ รวมทั้งบรรยากาศ และทิศทางลม อยู่ในสภาพทำงานอย่างปลอดภัย 191
ตรวจสอบไม่ให้มีวัตถุที่ทำให้เกิดการติดไฟในพื้นที่
ปิดกั้นระบบท่อ / วาวล์ต่างๆ และติดป้ายเตือนเรียบร้อย
ความปลอดภัย 1
ในสำนักงาน ควพรื้สนะสอำานัดกองยาู่เนสมอ
4 3 2
ใถหพ้ื้ต้าแหนาพจรท้มืีบงอ่ ชเแหนจปน้ล้าิัำาดญะวมหััแปสนหนสร้ดหาุาะดดดกทูเี้งด่ภบารเัชทนคบนับสรขผพืิื่ิ่ออ้งดแนเงงชลวสหขอคะำยมนบนละ้ัาำอกหยเไมงพเรปืตืา่ออืทนิอก้ลงันนด ขณะที่มีการขัดหรือ ห้าม
ทำความสะอาดพื้น วใิ่งนหสรำือนัลกื่นงไาถนล
ผู้ปฏิบัติงานควรเดิน
หรือปฏิบัติงานด้วย 7
ความระมัคระวังยิ่งขึ้น
6
5 ในขณะที่เดินถึงมุมตึก สายโทรศัพท์ หรือ
ให้เดินทางขวาของ สายไฟฟ้า ควรติด
ถ้าพบวัสดุหรือเครื่องใช้ ทางเดิน เดินช้าๆ
สำนักงาน เช่น ดินสอ หรือสิ่ง อย่างระมัระวัง ตั้งให้เรียบร้อย
ไม่กีดขวางทาง
อื่นใดตกหล่น รีบเก็บทันที
เดิน
8
10 9 อย่าอยู่ใกล้บริเวณ
ประตูที่เปิดอยู่
ประตูบานกระจกที่ เมื่อจะเข้าออกบังตา ประตูอาจเปิดมา
เปิดปิดสองทางให้ หรือเปิดปิดประตูบาน กระแทกได้
ติดเครื่องหมาย
11 "ดึง" หรือ "ผลัก" กระจก ควรเปิดปิด
ให้ชัดเจน อย่างระมัคระวัง
ไม่วางสิ่งของ
เกะกะทางเดินช่อง
ประตู
13 14
ติดตั้ง ทำความสะอาดและ สูบบุหรี่
กระจกเงา กำจัดขยะ ฝุ่นผง ในที่จัดไว้ให้
ที่บริเวณมุมอับ หรือเศษกระดาษ
201 12 ทุกวัน
ความปลอดภัยในการใช้บันได
อุบัติเหตุจากการใช้มันไดมักเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้นขณะที่ทำงานอยู่บนขั้นบันได
จำเป็นต้องระมัดระวัง และปฏิบัติได้ถูกวิธี
1. ก่อนขึ้น-ลงบันได ควรสังเกตสิ่งที่จะก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้
2. ถ้าบันไดมีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือบันไดเกิดชำรุดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการ
แก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อย
3. อย่าให้มีเศษวัสดุชิ้นเล็กน้อยตกอยู่ตามขั้นบันได เช่น เศษกรวด เศษแก้ว ฯลฯ
4. จัดให้มีพรมหรือที่เช็ดเท้าบริเวณเชิงบันได ขึ้นลงบันได
ด้วยความระมัดระวัง อย่าวิ่งเล่นหรือหยอกล้อกัน
5. ขึ้นลงทางด้านขวาและจับราวบันไดทุกครั้ง
6. ขณะขึ้นลงบันไดต้องมองขั้นบันไดทุกครั้ง
8. อย่าขึ้นหรือลงบันไดเป็นกลุ่มใหญ่เวลาเดียวกัน
ความปลอดภัยของ
โต๊ะทำงาน เก้าอี้ ตู้
1. ลิ้นชักผู้เอกสารควรเปิดใช้ทีละชักและปิดทุกครั้ง
หลังเลิกใช้งาน
2. ห้ามวางสิ่งของไว้ใต้โต๊ะทำงาน
3. ห้ามเอนหรือพิงพนักเก้าอี้โดยให้รับน้ำหนักเพียง
ข้างใดข้างหนึ่ง
4. ให้มีพื้นที่เคลื่อนย้ายเก้าอี้เข้า-ออกที่สะดวก
5. ห้ามวางวัสดุสิ่งของบนหลังตู้
6. จัดเอกสารใส่ลิ้นชักตู้ชั้นล่างสุดขึ้นไป หลีกเลี่ยงการใส่
เอกสารมากเกินไป
7. ให้จับหูลิ้นชักตู้ทุกครั้งในการเปิด เพื่อป้องกันนิ้วถูกหนีบ
6. การจัดวางตู้ต้องไม่เกะกะทางเดิน
211
ความปลอดภัยในการใช้
เครื่องใช้สำนักงาน
1. ในขณะขนย้ายกระดาษควรระวังกระดาษบาดมือ
2. ให้เก็บปากกาหรือดินสอ โดยการเอาปลายชี้ลง หรือวางราบในลิ้นชัก
3. ให้ทำการหุบขากรรไกร ที่เปิดซองจดหมาย ใบมืด คัตเตอร์
หรือของมีคมอื่นให้เข้าที่ก่อน การเก็บ
4. การใช้เครื่องตัดกระดาษ ต้องระวังนิ้วมือให้อยู่ห่างจากมีด
5. การแกะลวดเย็บกระดาษให้ใช้ที่ดึง ห้ามใช้เล็บ
6. ควรใช้บันไดเหยียบ เมื่อต้องการหยิบของในที่สูง ห้ามใช้กล่อง โต๊ะหรือเก้าอี้ติดล้อ
7. หลังเลิกใช้งานให้ปิดไฟทุกดวง และตัดวงจรไฟฟ้าภายในห้องทำงาน เพื่อลดการใช้พลังงาน
8. ห้ามปรับแต่ง หรือเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของเครื่องใช้สำนักงานที่อางก่อให้เกิดอันตราย
ในขณะเครื่องกำลังทำงาน
9. ห้ามถอดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายหรือเปิดแผงเครื่องใช้สำนักงานที่มีอันตรายโดยเด็ดขาด
กรณี เครื่องขัดข้องให้ช่างมาทำการซ่อมแซมแก้ไข
10.ให้ตัดกระแสไฟฟ้าของเครื่องใช้สำนักงานที่ใช้ไฟฟ้าทุกครั้ง เมื่อจะปรับแต่งเครื่อง
ความปลอดภัยในการใช้
เครื่องกำเนิดรังสี (X-Ray)
ㆍ ห้ามตัดม่านกำบังเด็ดขาด
ㆍ ห้ามเปีดม่านขณะเครื่องทำงานเด็ดขาด
ㆍ ห้ามสอดมือเข้าไปขณะเครื่องทำงานเด็ดขาด
ㆍ ห้ามมองลอดม่านกำบังเพื่อดูการทำงานของเครื่องเด็ดขาด
ㆍ ห้ามนำส่วนประกอบของเครื่องออกหรือดัดแปลงเครื่อง
ㆍ ห้ามสัมผัสส่วนหนึ่งส่วนใดของสายพานขณะทำงาน
ㆍ เมื่อเกิดสินค้าติดขัดภายในเครื่องควรปีดเครื่องก่อนนำสินค้าออก
ㆍ ผู้ปฏิบัติงาน ต้องติดตัววัดระดับการสะสมรังสีดลอดเวลาทำงาน
ㆍ เครื่อง X-Ray ต้องมีผู้ควบคูมรังสี และตรวจสอบรังสีประจำปี
2ล2ิ1ข สิ ท ธิ์ พ อ ร์ ทั ล เ ท ค 2 5 6 6
ความปลอดภัย
ในการทำงานบนที่สูง
เมื่อมีการทำงานบนที่สูงมากกว่า 2 เมตร ขึ้นไป จะต้องมีการ
แจ้งหรือติดประกาศให้ทราบทั่วกันและต้องกั้น เขตอันตราย
เ พื่ อ เ ตื อ น ป้ อ ง กั น พ นั ก ง า น
1. หากมีอาการผิดปกติ, เจ็บป่วยต้องหยุดทำงานและ
รายงาน หัวหน้างานให้ทราบทันที
2. บริเวณที่ไม่มีราวเกาะ หรือเครื่องป้องกันชนิดอื่น
ให้คาดเข็มขัดนิรภัย และก่อนใช้งานควรตรวจสอบ
สภาพของเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
3. อย่าวางเครื่องมือและวัสดุอื่นๆ ในตำแหน่งที่อาจจะ
ตกลงมาได้
4. อย่าโยนหรือขว้างเครื่องมื่อ หรือวัสคุอื่นๆ ในตำแหน่ง
ที่อาจจะตกลงมาได้
231
TOOLS
ความปลอดภัย
ในการใช้ เครื่องมือช่าง
1. เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับงานที่ทำ
2. รักษาเครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง
3. ซ่อมแซม หรือหาเครื่องมือใหม่ทดแทนเครื่องมือที่ชำรุดทันที
4. ล้างน้ำมันจากเครื่องมือหรือขึ้นงานก่อนการใช้งาน และทิ้งขยะตาม
ชนิด/ประเภทของขยะ
5. ตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้เครื่องมือ
6. จับ หรือถือเครื่องมือให้กระชับ
7. ก่อนเริ่มงานต้องตรวจสอบสภาพต่างๆ โดยรอบหรือบริเวณ พื้นที่ที่ทำงาน
ก่อนทุกครั้ง
241
ความปลอดภัยในการทำงาน
กับเครื่องจักร
1. ใช้ครื่องจักรได้เฉพาะคนที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น
และการใช้ต้องใช้อย่างถูกต้อง
2. เครื่องจักรที่สั่งซื้อใหม่ หรือนำมาใช้ใน
กระบวนการผลิตต้องทำการขึ้นทะเบียนและ
ประเมินความเสี่ยงก่อนใช้งานทุกครั้ง
3. สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุม อย่าสวมเสื้อปล่อยชาย
หรือแขนหลุดลุ่ย
4. เครื่องจักรต่างๆ จะต้องมีที่ครอบ หรือปกปิด
ป้องส่วนที่หมุนได้ และติดอยู่ในที่ของมัน
เรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกัน อันตรายจากการยื่น
ชิ้นส่วนของร่างกายเข้าไปถูกเครื่องจักร
5. สวมใส่เครื่องป้องกัน และใช้เครื่องมืออย่าง
ถูกต้องและเหมาะสมกับงาน ระวังการใช้ถุงมือ
6. ในการตรวจสอบ ซ่อมแซม และทำความสะอาด
เครื่องจักรนั้นต้องหยุดเครื่องจักรให้เรียบร้อย
และมีเครื่องหมายชี้บอกหรือติดป้ายแขวนว่า
"ห้าม" เดินเครื่องจักร และนำขยะที่เกิดจาก
ความสะอาด ทิ้งตามชนิด / ประเภทของขยะ
เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวคล้อม
7. รักษาเครื่องจักรให้สะอาดอยู่เสมอ ตรวจสภาพ
ของเครื่องจักร ก่อนใช้งานทุกครั้งหากมีส่วนใด
ชำรุดให้แจ้งหัวหน้างานทราบทันที
8. อย่าใช้เครื่องจักรเกินกำลังจะเกิดอันตราย
9. เมื่อต้องทำงานร่วมกัน จะต้องแน่ใจว่าทุกคน
เข้าใจสัญญาณ ในการสื่อสารต่างๆ อย่างชัดเจน
และถูกต้องตรงกัน
10. อย่าเข้าไปในส่วนที่เป็นอันตราย หรือส่วนที่มี
การเคลื่อนไหวของเครื่องจักรตลอดเวลา แค่ถ้า
จำเป็นต้องเข้าไปต้องแน่ใจว่าเครื่องจักรได้
หยุดเดินเครื่องแล้ว
251
ความปลอดภัยในการทำงาน
กับวัตถุอันตรายหรือสารเคมี
วัตถุอันตราย หมายถึง วัตถุที่สามารถลุกไหม้ได้ ติดไฟได้ และระเบิดได้
ซึ่งวัตถุอันตรายเหล่านี้จะมีกฎหมายควบคุมพิเศษ และมีข้อบังคับ
ในการทำงาน โดยเฉพาะอีกด้วย
พื้นที่จัดเก็บวัตถุอันตรายหรือสารเคมื ต้องมีการระบายอากาศที่ดี
กำหนดผู้ที่สามารถเข้า-ออก พื้นที่และมีปัายบ่งชี้ชัดเจนไว้หน้าทางเข้า-ออก
ห้าม ผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้า-ออก พื้นที่จัดเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายเด็ดขาด
ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมใส่อุปกรณ์ PPE เช่น หน้ากาก แว่นตา ถุงมือทุกครั้งก่อนเริ่มทำงาน
ถ้าได้รับอุบัติเหตุ ผู้เข้าทำการช่วยเหลือจะต้องรีบขนย้ายผู้ป่วยออกไปสู่บริเวณที่โล่ง
โดยเร็วที่สุด และปฏิบัติตาม MSDS ของสารเคมีนั้นๆ
หีบห่อหรือภาชนะบรรจุสารเคมีทุกชนิดต้อง
มีสลากบ่งชี้ที่ชัดเจน
ก่อนทำงานต้องทราบชนิดและอันตราย
ที่อาจเกิดขึ้นจาก MSDS
หลีกเสี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง
ห้าม รับประทานอาหาร เครื่องดื่ม หรือ
สูบบุหรี่ ขณะทำงานกับสารเคมี
ก่อนทานอาหาร สูบบุหรี่ หรือเข้าห้องน้ำ
ต้องถอดอุปกรณ์ป้องกันอันตราย
และล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
ห้าม ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทำงานเกี่ยวกับสารเคมี
หากสารเคมีหก ต้องรายงานผู้บังคับบัญชา ทำการกำจัดตามวิธีแนะนำของคู่มือ
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ใช้แล้วต้องทำความสะอาด หรือทำลายทิ้งตามคำแนะนำ
เมื่อทำงานเสร็จต้องล้างมือ อาบน้ำ และผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า
การเก็บสารเคมีควรแยกเก็บให้เป็นระเบียบตามชนิดและประเภทของสารเคมี
เมื่อสารเคมีกระเด็นโดนผิวหนัง
- รีบล้างบริเวณที่โดนสารเคมีทันที ให้ล้างอย่างน้อย 15 นาที
- ถอดเสื้อผ้าที่ถูกสารเคมีออกทันที หากรุนแรงมากให้ล้างน้ำอีกครั้ง
เมื่อสารเคมีกระเด็นเข้าตาควรปฏิบัติดังนี้
- ไปที่อ่างล้างตาฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด
- ลืมตาตลอดเวลาในน้ำ โดยให้น้ำไหลผ่านตาประมาณ 15 นาที
- รีบพบแพทย์หรือพยาบาลทันที
จัดเก็บวัสดุดูดชับสารเคมีหลังทำความสะอาดพื้นที่ เขียนปัายบ่งชี้และแยกทิ้งตามประเภทชนิดของขยะ
261
การทำงานในที่อับอากาศ
อย่างปลอดภัย
คำจำกัดความพื้นที่อับอากาศ (Confined Spaces)
หมายถึง สถานที่ทำงานที่มีทางเข้าออกจำกัด มีการระบายอากาศ
ตามธรรมชาติ ไม่เพียงพอที่จะทำให้อากาศ ภายในอยู่ในสภาพถูกสุขลักษณะ
และปลอดภัยซึ่งอาจเป็นที่สะสมของสารเคมีเป็น พิษ สารไวไฟ รวมทั้งออกซิเจนไม่เพียงพอ เช่นถังน้ำมัน
ถังหมัก ไซโล ท่อ ถัง ถ้ำ บ่อ อุโมงค์ เตา ห้องใต้ดิน ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันนี้
มาตรการป้องกันอันตราย
สถานที่อับอากาศ จัดทำป้าย "ที่อับอากาศ อันตราย ห้าม
เข้า" ติดหน้าทางเข้า-ออก
1. มีขนาดเพียงพอที่คนสามารถเข้าไปได้ และต้องขออนุญาตก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง
2. มีทางเข้า-ทางออก ขนาดจำกัด ตรวจสอบก๊าซพิษ ก๊าซติดไฟและปริมาณ
3. พื้นที่ที่ทางเข้า-ออกอยู่ไกลจากจุด ก๊าซออกซิเจนต้องอยู่ระหว่าง 19.5 - 23.5
ต้องมีผู้ควบคุม และมีผู้ช่วยเหลืออยู่
ปฏิบัติงานหรือมีขนาดเล็ก ประจำบริเวณทางเข้า-ทางออก
4. ไม่ได้ออกแบบมาให้เพื่อปฏิบัติงาน ตลอดเวลาที่มีการทำงาน
จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
อย่างต่อเนื่อง (PPE) อุปกรณ์ช่วยเหลือ
และช่วยชีวิตที่เหมาะสม
บทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ผู้อนุญาต: ประเมินความอันตรายในพื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตทำงาน อนุมัติให้มีการ
ทำงานในที่อับอากาศ วางแผนปฏิบัติงาน ตรวจสอบพื้นที่ก่อนและระหว่าง
ปฏิบัติงาน
ผู้ควบคุมงาน: วางแผนการทำงานและการป้องกันอันตราย ควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงาน
ชี้แจงหน้าที่ วิธีทำงาน การป้องกันอันตราย สั่งหยุดงานชั่วคราวได้
ผู้ปฏิบัติงาน: ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานแจ้งอันตราย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
สวมอุปกรณ์ PPEตลอดระยะเวลาปฏิบัติงาน
ผู้ช่วยเหลือ: ให้ความช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน หากเกิดเหตุฉุกเฉินไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า
พื้นที่ตรวจสอบรายชื่อและจำนวนผู้เข้าปฏิบัติงาน ตรวจสอบอุปกรณ์ช่วย
ชีวิตให้พร้อมใช้งาน
271
การยกของ คนเดียว
อย่างถูกวิธี
1 วางแผนการยก
ประเมินน้ำหนัก ว่าสามารถยกได้เพียงคนเดียว หรือหาคนช่วย
ประเมินสภาพเส้นทาง มีพื้นที่ในการขนย้าย พื้นไม่ลื่น มีแสงสว่าง
ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ถุงมือป้องกัน รองเท้ายิรภัยกันลื่น
และการหล่นทับ
2 ยืนชิด ย่อเข่า เก็บคาง
วางเท้าชิดของที่จะยก ยืนอย่างมั่นคง ก้มศีรษะ เก็บคาง
(ป้องกันไม่ให้หลังงอ) ทำให้หลังเป็นแนวตรง เพื่อทำให้แรงกดบน
หมอนรองกระดูกกระจายตัวเท่าๆกัน ค่อยๆย่อเข่าลง
3 จับสิ่งของให้มั่นคง
ใช้ฝ่ามือจับวัสดุสิ่งของให้มั่นคง
ป้องกันการลื่นหลุดมือ
4 ให้แขนชิดลำตัว 5 ยกขึ้น
ไม่ควรกางแขนออก และให้ของที่ ค่อยๆยืดเข่าโดยใช้
ยก อยู่ชิดกับลำตัวให้มากที่สุด เพื่อ กำลังจากกล้ามเนื้อขา
ในขณะที่ยืนขึ้น ขาจะอยู่แนวตรง
ให้น้ำหนักตัวลงที่ขาทั้ง 2 ข้าง
ตามธรรมชาติ
6 เคลื่อนย้าย 7 เคลื่อนย้าย
วัสดุสิ่งของ วัสดุสิ่งของ
ไม่ควรกางแขนออก และให้ของ ค่อยๆย่อเข่าและวาง
ที่ยกอยู่ชิดกับลำตัวให้มากที่สุด สิ่งของลง ระวังอย่าให้
เพื่อให้น้ำหนักตัวลงที่ขาทั้ง 2 ข้าง
วัสดุทับเท้า
281
สำเร็จ ห้าม ทำอย่างนี้.. !!
ถ้า ประเมินแล้วว่ายกไม่ไหวควรใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น
รถยก รถเข็น 2 ล้อ รถเข็น 4 ล้อ
การมยาตกรขฐอานงที่ควรทราบ
Standard for lifting
อ้างอิง: กฎกระทรวง กำหนดอัตราน้ำหนักที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานได้ พ.ศ.2547 291
สิ่งที่ ต้องปฏิบัติ
1 ผู้ขับขี่ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมีใบอนุญาตขับขี่ได้เท่านั้น
2 ต้องมีการตรวจสอบรถยกทุกวัน ก่อนการปฏิบัติงาน หรือพบเหตุ
ผิดปกติให้รายงานผู้ที่รับผิดชอบทันที และห้ามใช้รถที่ผิดปกติ หรือมี
ลักษณะที่ไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน
3 บรรทุกสิ่งของตามพิกัดที่กำหนด
4 บีบแตรให้สัญญาณทุกครั้งเมื่อเลี้ยว ถอยหลัง ทางข้าม ประตูเข้า-ออก
หรือมุมอับ
5 5ไม่ขับเร็ว ใช้ความเร็วรถพอเหมาะกับสภาพพื้นผิวถนน น้ำหนักบรรทุก และ
สภาพบริเวณทำงาน
6 ทำป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยก ติดไว้ที่รถยกเห็นได้ชัดเจน
7 ให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทำงาน
8 ให้กำหนดเส้นทางและตีเส้นช่องทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณ
ที่มีการใช้รถยกเป็นประจำ
9 ติดตั้งกระจกนูน หรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกันไว้ที่บริเวณ
ทางแยก หรือทางโค้งที่มองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า
301
รถยก หมายความว่า
รถที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้สำหรับการยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ
สิ่งที่ห้ามปฏิบัติ
1 ห้ามผู้อื่นขึ้นโดยสารบนรถ
2 ห้ามยื่นแขน ขา ศีรษะ ออกนอกรถขณะขับ
3 ห้ามขนย้ายสิ่งของที่จัดไม่เป็นระเบียบ
4 ห้ามออกรถเร็ว หยุดรถ หรือเลี้ยวกะทันหัน
5 ห้ามขับรถเหยียบของบนพื้นห้ามยืน เดิน หรือทำงานใต้งา
รถยกที่กำลังทำงาน
6 ห้ามยกของสูงบังระดับสายตาของผู้ขับ
อ้างอิงจาก: กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้ นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๕๒
311
ความปลอดภัยในงานตัด
งานเชื่อม งานเจียร
ห้าม เชื่อมหรือตัดภาชนะ (เช่นถัง กระป๋อง ฯลฯ) ที่ใช้บรรจุวัตถุไวไฟ
พนักงานที่ทำการเชื่อมโลหะ ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา และอุปกรณ์ PPE
ระวัง! อย่าให้เถ้าหรือประกายไฟจากการเชื่อมสัมผัสวัสดุติดไฟ เช่น ก๊าซของติดไฟได้
ต้องระวังในการตัด หรือเชื่อมโลหะในบริเวณที่อยู่เหนือศีรษะ เพราะสะเก็ดของการเชื่อม หรือประกายไฟ
อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยหรือเป็นอันตรายต่อพนักงาน
การเชื่อมและการตัด การเชื่อมด้วยไฟฟ้า
โลหะโดยใช้ก๊าซ
พนักงานเชื่อมโลหะต้องตรวจสอบสาย
ระมัดระวังในการยกและเคลื่อนย้าย เชื่อม สายดินและสายต่อ
ถังบรรจุก๊าซ ก่อนทำงานหากพบว่าฉนวนหุ้มชำรุด เสีย
ควรเก็บถังในที่ร่ม ห่างจากเปลวไฟและ หายต้องเปลี่ยนทันที
ความร้อน ควรต่อสายดินให้ใกล้กับชิ้นงาน
วางถังในแนวตั้ง และยึดอย่างแข็งแรง เพื่อป้องกันกระแสตกค้าง
ก่อนการเคลื่อนย้ายควรครอบถังก๊าซให้ ไม่ม้วนสายไฟ เพื่อป้องกันการสะสม
เรียบร้อย ความร้อน
ถังออกซิเจนควรจัดเก็บแยกจากถังก๊าซเชื้อ เครื่องเชื่อมชนิดที่เคลื่อนที่ได้ต้องต่อ
เพลิง สายดิน
เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายถังก๊าซ และถัง ขณะทำการเชื่อมควรมีการระบายอากาศ
ออกซิเจน ให้วางถังลงในตะแกรง ตะกร้า
หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่คล้ายกัน การเจียรโลหะ
ห้ามใช้เชือกหรือลวดผูกมัดถังก๊าซโดยตรง
ห้ามใช้ถังก๊าซที่รั่ว ทดสอบโดยการใช้สบู่ จะต้องติดตั้งเครื่องขัดให้ยึดแน่น
สายต่อออกซิเจน และก๊าซอะเซทิลีน ต้องมี กับโต๊ะที่มั่นคงและมีฝาครอบป้องกัน
อุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟ ติดตั้งอยู่หลังตัว อันตราย
ควบคุมความดันก๊าซ ไม่ตั้งอัตรารอบหมุนของจานขัดเกิน
อัตรา
321 จานที่สึก ชำรุด ต้องเปลี่ยนใหม่
ผู้ที่ปฏิบัติงาน ต้องสวมแว่นนิรภัย สวม
เครื่องกรองอากาศ และถุงมือป้องกัน
เศษ โลหะ
ความปลอดภัยในการทำงาน
เกี่ยวกับไฟฟ้า
การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องตรวจวัด
ไฟฟ้า จำเป็นต้องมีใบอนุญาตปฏิบัติงาน รวมทั้งผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม หรือ
ผู้ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้นที่สามารถทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ซ่อมหรือต่อวงจร
เครื่องมือไฟฟ้าได้
1. พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับการซ่อมแซม ต่อเติม ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องสวมเสื้อผ้า
ที่แห้ง และสวมรองเท้าพื้นยางพร้อมทั้งตัดกระแสไฟฟ้า
2. เครื่องมือที่ใช้งานกับไฟฟ้าชนิดมือจับ ต้องมีฉนวนซึ่งอยู่ในสภาพดีที่ด้ามจับไม่ควรนำ
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดมาใช้งาน จนกว่าจะได้รับการซ่อมแซมให้เรียบร้อย
3. ในกรณีที่มีการปฏิบัติงานตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือติดตั้งไฟฟ้าต้องตัดสวิตซ์
ล็อคกุญแจ และแขวนป้าย
4. ไม่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดมาใช้งานจนกว่าจะได้รับการซ่อมแซมให้เรียบร้อย
5. ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าดูด ไฟฟ้ารั่ว ก่อนใช้อุปกรณ์นั้นเสมอ
6. การเปิดหรือปิดระบบไฟฟ้า ต้องแน่ใจก่อนว่าปลอดภัยแล้ว
7. ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดเมื่อทำงานในพื้นที่อันตราย
8. ห้าม ใช้บันไดโลหะ และวัสดุอื่นที่เป็นสื่อไฟฟ้าขณะทำงาน
เกี่ยวกับไฟฟ้า
9. ห้าม ปฏิบัติงานขณะที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ในระบบโดยเด็ดขาด
แต่ถ้าไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้จะต้องมีพนักงานอีกคนหนึ่งอยู่ด้วยในขณะปฏิบัติงาน
10. ก่อนการลงมือปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับไฟฟ้าต้องปฏิบัติ ดังนี้
- ตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่วงจรทุกครั้ง
- ต้องมีป้ายเแขวนอธิบายการทำงาน ณ ตำแหน่งที่มีการหยุดทำงานของเครื่อง
11. เมื่อทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วต้องปฏิบัติ ดังนี้
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายดิน และการทำงานได้ตามปกติเหมือนเดิม
- ติดตั้ง หรือปิดฝาครอบ และรอยต่อต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้า
- เมื่อเครื่องไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกจะเริ่มเดินเครื่องใหม่ จำเป็นต้องให้
พนักงาน 2 คน ประสานงานกันที่จุดหยุดการทำงานของเครื่อง
เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถปฏิบัติการ
ได้อย่างถูกต้อง
331
ความปลอดภัยในการใช้นั่งร้าน
- การประกอบนั่งร้านต้องได้รับอนุญาตและตรวจสอบก่อนใช้งาน
- ต้องป้องกันล่วงหน้ามิให้วัสดุ หรือเศษวัสดุตกในระหว่างก่อตั้งหรือ
ระหว่างใช้งาน
- แต่ละระดับของนั่งร้านจะต้องปูด้วยกระดานไม้ให้เต็มที่
และมีราวไม้กั้นระดับของพื้นโดยรอบ
- ช่องทางขึ้นลงของแต่ละขั้นบันไดจะต้องมีขนาดเล็ก
พอเหมาะในการขึ้นลง
- ยึดกระดานแต่ละแผ่นให้แน่น
- การตั้งหรือรื้อถอนต้องหย่อนวัสดุและอุปกรณ์ทุกอย่าง
ของนั่งร้านลงมาโดยปลอดภัยห้าม โยนลงมา
ความปลอดภัยในกรใช้
ลิฟต์ขนส่งสินค้า
- ตรวจสภาพทั่วไปของลิฟต์ เช่น ประตูลิฟต์, กระเช้า, ปุ่มกดลิฟต์,
ไฟฟ้าแสงสว่าง เป็นต้น ทุกครั้งก่อนใช้งาน
- ห้ามวางสินค้ากระแทกกับประตูลิฟต์
- ตรวจสภาพชิ้นงานที่ใส่ในลิฟต์ เพื่อป้องกันชิ้นงานไหลออกนอกประตูลิฟต์
- ให้ปิดประตูลิฟต์เบาๆ ห้ามกระแทกประตูโดยเด็ดขาด
- ปิดประตูลิฟต์ให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน และเอาลิฟต์ลงทุกครั้ง
(ห้ามค้างไว้)
- เปิดประตูลิฟต์ทุกครั้งที่มีการเอาของออกจากลิฟต์
- หากพบว่าลิฟต์ชำรุด / เสียหายให้รีบแจ้งซ่อมบำรุงทันที
- ห้ามหยอกล้อเล่นกันในขณะทำงานโดยเด็ดขาด
- ห้ามโดยสารลิฟต์เด็ดขาด
341
สุขภาพอนามัยและ
โรคจากการทำงาน
โรคจากการทำงาน (Occupational Diseases)
โรคจากการทำงาน หรือโรคจากการประกอบอาชีพ
หรือตามกฎหมายเรียกว่า โรคซึ่งเกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการ
ทำงาน บางโรคอาจจะปรากฎอาการอย่างเฉียบพลัน
เนื่องจากอาจได้รับสิ่งทำให้เกิดโรคในปริมาณค่อนข้างสูง
ในระยะเวลาอันสั้น แต่บางโรคอาจจะปรากฎอาการแบบ
เรื้อรัง เนื่องจากคนงานจะค่อยๆได้รับสิ่งที่ทำให้เกิดโรคนั้น
ทีละน้อยๆ เป็นเวลานานหลายเดือน หรือหลายปี โรคส่วน
ใหญ่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีความรุนแรงสูง บางครั้งไม่อาจ
รักษาให้กลับสู่สภาพเดิมได้ และมีจำนวนมากที่เป็นโรคนี้
เกิดความรุนแรงมากจนพิการหรือเสียชีวิต
จากประกาศกระทรวงรงงานและสวัสดิการสังคม กำหนดชนิดของโรตามพระราชบัญญัติ
เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มีจำนวน 32 โรค ดังนี้
1. โรคจากตะกั่ว /สารประกอบตะกั่ว 17. โรคจากคาร์บอนมอนนอกไซด์
3. โรคจากสารหนู /สารประกอบสารหนู 18. โรคจากเบนซีนหรือสารประกอบเบนซีน
2. โรคจากแมงกานีส/สารประกอบแมงกานีส 19. โรคฮาโลเจนเป็นอนุพันธ์ของกลุ่มน้ำมัน
4. โรคจากเบอริลเสี่ยม /สารประกอบเบอริลเลี่ยม 20. โรคจากสารกำจัดศัตรูพืช
5. โรคจากปรอท /สารประกอบปรอท 21. โรคจากสารเคมีอื่น /สารประกอบสารเคมีอื่นๆ
6. โรคจากโครเมี่ยม /สารประกอบโครเมี่ยม 22. โรคจากเสียง
7. โรคจากนิเกิ้ล /สารประกอบนิเกิ้ล 23. โรคจากความร้อน
8. โรคจากสังกะสี /สารประกอบสังกะสี 24. โรคจากความเย็น
9. โรคจากแคดเมื่ยม สารประกอบแคดเมี่ยม 25. โรคจากความสั่นสะเทือน
10. โรคจากฟอสฟอรัส/สารประกอบฟอสฟอรัส 26.โรคจากความกดดันอากาศ
11. โรคจากคาร์บอนไดซัลไฟด์ 27. โรคจากรังสีไม่แตกตัว
12. โรคจากไฮโดรเจนซัลไฟด์ 28. โรคจากรังสีแตกตัว
13. โรคจากซัลเฟอร์ไดออกไซด์ /กรดซัลฟิวริค 29. โรคจากคลื่นแม่เหล็ก-ไฟฟ้าอื่นๆ
14. โรคจากไนโตรเจนออกไซด์ /กรดไนตริค 30. โรคจากฝุ่น
15. โรคจากแอมโมเนีย 31. โรดติดเชื้อจากการทำงาน
16. โรคจากคลอรีน /สารประกอบคลอลีน 32. โรคอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพ
351
สุขภาพอนามัยและ
โรคจากการทำงาน (ต่อ)
องค์ประกอบ ตัวเหตุของโรคหรือสิ่งที่ทำให้เกิดโรค หมายถึง
ที่ทำให้เกิดโรคจากการ สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคจากการประกอบอาชีพ
ทำงาน จำแนกออกได้เป็น แบ่งออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ คือ
3 องค์ประกอบ ดังนี้ ตัวเหตุทางเคมี หมายถึง ซึ่งอาจอยู่ในรูปของก๊าซ
ไอสาร ละออง ฝุ่น หรือตัวทำละลาย เช่น ยาฆ่าแมลง ฝุ่นใยหิน
สารตะกั่ว แมงกานีส ปรอท
ทางกายภาพ เช่น เสียง ความร้อน สั่นสะเทือน
และรังสีชนิดแตกตัว เป็นต้น
ทางชีวภาพ ได้แก่ ไวรัส แบคที่เรีย เชื้อรา พยาธิ
และฝุ่นเส้นใยพืช เป็นต้น
คนที่ทำงาน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่
เกี่ยวข้องกับการได้รับตัวเหตุของโรคและตอบสนอง เชื้อโรค
ต่อโรคนั้น สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคมีหลายประการ เช่น
กรรมพันธุ์, เชื้อชาติ, เพศ และอายุ
พื้นฐานสุขภาพก่อนเข้าทำงาน เช่น มีโรค/ ความเจ็บป่วยแฝงเร้นอยู่ และเมื่อได้รับตัวเหตุ
ของโรคบางชนิดเข้าไป อาจทำให้เกิดโรคให้เร็วขึ้น
ภาวะโภชนาการของแต่ละบุคคล
พฤติกรรมในการทำงาน, อนามัยส่วนบุคคล, นิสัย โรคหูเสื่อม
พื้นฐานการศึกษาที่ไม่เท่ากัน
ประเภทของโรคจากการทำงาน ซึ่งแบ่งได้
เป็น 6 ประเภท ดังนี้ โรคปอด
โรคปอดจากการทำงาน
โรคผิวหนังจากการทำงาน
โรคจากการทำงานเกิดจากตัวเหตุทางเคมี
โรคมะเร็งจากการทำงาน
โรคจากตัวเหตุทางชีวภาพ ได้แก่ ไวรัส แบคที่เรีย เชื้อรา พยาธิ และฝุ่นเส้นใยพืช
โรคจากตัวเหตุทางกายภาพ เช่น เสียงดัง ความร้อน ความสั่นสะเทือน
รังสีชนิดแตกตัว เป็นต้น
361
อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
(Personal Protective Equipment ;PPE)
สวมแว่นตาตัดแสง งานที่มีเศษฝุ่นผง หมวกนิรภัย (Helmet)
ถ้าเป็นงานที่อาจจะ ต้องสวมแว่นตา ป้องกันศีรษะ ต้องรัด
เกิดอันตรายจากแสงสว่าง ป้องกันฝุ่นผงระคาย สายรัดคางด้วย
เคืองตา หมวกผ้า
สำหรับงาน
ในการเชื่อมโลหะ ที่มีอันตรายน้อย
(Arc Welding)
ต้องสวมหน้ากากด้วย ที่อุดหู (Ear plug)
สามารถลดระดับเสียงอยู่ใน
ระหว่างช่วง 24-26 dB (A)
หน้ากากปิดจมูก ที่ครอบหู
กันฝุ่น (EAR MUFF)
ถุงมือใช้ในการ สามารถลดระดับเสียงอยู่ใน
เชื่อมโลหะ ระหว่างช่วง 25-29 dB (A)
เข็มขัดนิรภัย
สำหรับปฏิบัติงาน
ในที่สูง
รองเท้านิรภัย (Safety shoes)
สำหรับป้องกันอันตรายที่เท้า
317
การรายงานและสอบสวน
อุบัติเหตุ/อุบัติการณ์
อุบัติเหตุ อุบัติการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น
ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง
รายงานและแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
เพื่อให้มีการดำเนินการ สอบสวน
และแก้ไขตามสาเหตุที่พบ ป้องกัน
เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีก โดยมี
สาเหตุคล้ายคลึงกันในอนาคต
การรายงานอุบัติเหตุ
กำหนดให้มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกชนิดที่เป็นสาเหตุ หรืออาจทำให้เกิด
การบาดเจ็บ, ทรัพย์สินเสียหาย หรือเป็นการทำลายสภาพแวดล้อม ให้ผู้บริหารที่
เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่เกิดเหตุรับทราบ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ข้างต้น ควรมีการรายงานโดยวาจาให้หัวหนัางานในพื้นที่รับ
ทราบ และเมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว จะต้องเขียนรายงานให้เร็ว
ที่สุดเท่าที่กระทำได้ โดยใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ส่งมาที่ห้องพยาบาลและ
จป.วิชาชีพ
การสอบสวนอุบัติเหตุ
หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุฉุกเฉิน และได้มีการปฏิบัติตามแผนระงับเหตุ
ฉุกเฉินแล้ว ผู้บริหารจะต้องทำการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหาสาเหตุพื้นฐาน
(Basic Causes) เพื่อนำไปสู่การแก้ไข และเพื่อให้เป็นตามข้อกำหนดของกฎหมาย
กรณีที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น หัวหน้างานร่วมกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยหรือทีม
สอบสวนต้องทำการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุและทบทวนสถิติอุบัติเหตุ เพื่อระบุชี้ถึง
ปัญหาที่เกิดขึ้น และดูแนวโน้มของอุบัติเหตุ เพื่อหาทางควบคุม ป้องกัน ก่อนที่เกิดความ
สูญเสียมากขึ้น
381
ประเภทและชนิด
ของอุบัติเหตุ/อุบัติการณ์ที่ต้องมีรายงาน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงาน ดังนี้
การเสียชีวิต หรือพิการ
การบาดเจ็บ/เจ็บป่วย ซึ่งทำให้สูญเสียเวลางาน (Loss-Time)
การบาดเจ็บ เจ็บป่วย ที่ไม่ต้องหยุดงาน (Minor)
อุบัติเหตุร้ายแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
อุบัติเหตุไม่ร้ายแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
อุบัติเหตุร้ายแรงที่ได้รับการปฐมพยาบาล
อุบัติเหตุไม่ร้ายแรงที่ได้รับการปฐมพยาบาล
อุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะ และการขนส่ง
อุบัติเหตุเกี่ยวกับหม้อน้ำระเบิด
อุบัติเหตุที่มีน้ำมัน สารเคมี หก ล้น หรือรั่วไหล หรือเหตุการณ์
ใดๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม
อุบัติเหตุเกี่ยวกับก๊าซ LPG และก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล
อุบัติเหตุที่มีทรัพย์สิน, อุปกรณ์เสียหาย
อุบัติเหตุที่เกิดกับผู้รับเหมา หรือแรงงานจ้างเหมา
391
อัคคีภัย 1 เชิ้อเพลิง (FUEL)
ไฟเกิดจากการรวมตัว คือสิ่งที่ติดไฟ
ขององค์ประกอบ 3 ประการ และลุกไหม้ได้
ที่รวมตัวกันจนได้สัดส่วน 2
ประเภทของไฟ วัสดุที่เป็ นเชื้อเพลิง ความร้อน (HEAT)
คือความร้อนที่ทำ
อุณหภูมิสูงจนทำให้
สารเชื้อเพลิงจุดติดไฟ
3 อากาศ (OXYGEN)
ในบรรยากาศทั่วไป
มีออกซิเจน
ประมาณ 21%
สามารถติดไฟได้
ประเภท A เชื้อเพลิงที่เป็นของแข็ง อาทิ วิธีใช้ถังดับเพลิง
ประเภท B กระดาษ ไม้ ผ้า ยาง พลาสติก
ประเภท C 1 2
ประเภท D เชื้อเพลิงที่เป็นของเหลว
ติดไฟและก๊าซ อาทิ น้ำมัน ดึง สลัก ปลด สายฉีด
แอลกอฮอล์ ทินเนอร์
ยางมะตอย ให้หลุดออก ถังดับเพลิง
เชื้อเพลิงที่มีกระแสไฟฟ้า
อาทิ อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ 4 ส่าย
ปลั๊กไฟ สวิตซ์ไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลายสายไปที่
เชื้อเพลิงที่เป็นโลหะหรือสาร ฐานเชื้อเพลิง
เคมีติดไฟง่าย อาทิ อลูมิเนียม
แม็กนีเซียม โซเดียม วัตถุระเบิด
ปุ๋ยยูเรีย
เชื้อเพลิงประเภทน้ำมันที่ 3
ติดไฟยาก อาทิ น้ำมันประกอบ
อาหาร น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ กด คันบีบ
401 ประเภท K ถังดับเพลิง
การป้องกันอัคคีภัยเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
สถานที่ทำงาน สถานทีเก็บวัสดุหรืออุปกรณ์ ต้องสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ห้ามสูบบุหรี่ หรือทำให้เกิดประกายไฟในบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้
ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ หรือวัตถุที่มีความร้อนลงในตะกร้า ถังขยะ หรือสิ่งรองรับอื่นๆ
ที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัย
เชื้อเพลิง สารไวไฟ หรือสารเคมี ต้องจัดเก็บและขนย้ายให้ถูกวิธีและใช้ความระมัดระวัง
เป็นพิเศษ
หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัย ห้ามมีสิ่งของวางกีดขวางเด็ดขาด
เส้นทางหนีไฟ ทางเดินต่างๆ จะต้องรักษาความสะอาด และไม่วางสิ่งของกีดขวาง
เศษผ้า เศษวัสดุที่เปื้ อนน้ำมัน เศษวัสดุอื่นๆ ที่ติดไฟได้จะต้องแยกประเภทให้ชัดเจน
ต้องฝึกซ้อมการดับเพลิงเบื้องต้น และซ้อมอพยพหนีไฟ ตามระยะเวลาที่กำหนด
ผู้รับเหมาช่วง ต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ควบคุมงาน
อัคคีภัย
ให้พนักงานที่พบเตุเพลิงไหม้ ตะโกนเสียงดัง
ว่า "ไฟไหม้" และชี้ไปที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับ
ประเมินสถานการณ์
ให้ทำการระงับเหตุในทันที ด้วยถังดับเพลิง
ที่อยู่ใกล้ตามชนิดของเชื้อเพลิง
ถ้าดับได้ ถ้าดับไม่ได้
รายงานหัวหน้างาน ๆ รายงานผู้จัดการฝ่าย ให้แจ้งเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานแจ้ง
ต้นสังกัด และแจ้งจป.วิชาชีพ ให้ผู้อำนวยการดับเพลิง ตัดสินใจใช้แผน
จป.วิชาชีพ/หัวหน้างาน/ฝ่ายช่าง เข้าสำรวจ อพยพหนีไฟ
ความเสียหาย และผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ เมื่อผู้อำนวยการดับเพลิงรับทราบและแจ้ง
และสิ่งแวดล้อม ให้ประชาสัมพันธ์ประกาศ พร้อมกด
จป.วิชาชีพรายงานผู้อำนวยการ สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้ทุกคน
ออกนอกอาคาร
411
อัคคีภัย
เมื่อสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ดังขึ้น และ
มีคำสั่งให้มีอพยพหนีไฟ ให้พนักงานปฏิบัติ
ตามลำดับขั้นต่างๆ ดังนี้
หยุดทำงานทันที หรือหากอยู่ในห้องน้ำก็ให้รีบออกจากห้องน้ำโดยเร็ว
เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญเตรียมอพยพ
ถอดปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรทั้งหมด
ออกจากพื้นที่ โดยใช้ทางออกฉุกเฉิน หรือตามเส้นทางหนีไฟที่กำหนด
เมื่อออกจากอาคารได้แล้วให้พนักงานทุกคนไปรวมกัน ณ ที่รวมพล โดยแยกออกเป็นส่วนงาน
ไม่ปะปน เพื่อตรวจสอบไม่ให้มีพนักงานติดค้างอยู่ในอาคาร
หัวหน้างานผู้ตรวจสอบรายชื่อและรายงานต่อผู้อำนวยการควบคุมเหตุฉุกเฉิน ณ จุดรวมพล
ถ้ายอดครบ ผู้อำนวยการควบคุมเหตุฉุกเฉินแจ้งพนักงานอยู่ในจุดรวมพล จนกว่าเหตุการณ์
สงบถ้ายอดไม่ครบ ผู้อำนวยการควบคุมเหตุฉุกเฉินสั่งหน่วยค้นหาเข้าทำการค้นหาและ
ช่วยเหลือ
ทีมฉุกเฉินออกมายังจุดรวมพล และรายงานตัวต่อผู้อำนวยการควบคุมเหตุฉุกเฉิน
เพื่อรอรับคำสั่ง
หากมีผู้บาดเจ็บหรือสูญหาย ผู้อำนวยการควบคุมเหตุฉุกเฉินสั่งการให้ทีมค้นหาช่วยเหลือ
และทีมพยาบาลทำการช่วยเหลือ
ทีมพยาบาลเข้าทำการปฐมพยาบาล หากไม่ดีขึ้นให้ทีมอพยพเคลื่อนย้ายนำผู้บาดเจ็บส่งโรง
พยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ห้าม พูดหรือรายงานข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ฉุกเฉินให้กับบุคคลภายนอกหรือนักข่าว
ก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อบริษัทฯ
ห้ามบุคคลภายนอก หรือนักข่าว เข้า-ออก ขณะเกิดเหตุ
ผู้อำนวยการควบคุมเหตุฉุกเฉิน สั่งการจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ
หากมีความรุนแรง และกระจายไปยังชุมชน หรือบริษัทใกล้เคียง ฝ่ายประสานงาน ต้องทำ
การเเจ้งหัวหน้าชุมชนและบริษัทข้างเคียงรับทราบและอพยพออกจากเส้นทางของ
กลุ่มควันไหลผ่าน
421
แผนฉุกเฉินกรณี
แอมโมเนียรั่วไหล
เมื่อพบเหตุฉุกเฉินแอมโมเนียรั่วไหล ช่างผู้ควบคุมเครื่องทำความเย็น ต้องทำการระงับเหตุ
เบื้องต้น ตามขั้นตอนแผนแอมโมเนียรั่วไหล
ช่างผู้ควบคุมเครื่องทำความเย็นเข้าควบคุมและหยุดการรั่วของแอมโมเนีย โดยปฏิบัติดังนี้
ถ้าควบคุมได้
รายงานหัวหน้างาน และแจ้ง จป.วิชาชีพ
จป.วิชาชีพ / หัวหน้างาน ฝ่ายช่าง เข้าทำการสอบสวน และสำรวจ
ความเสียหายและผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
ถ้าควบคุมไม่ได้
หัวหน้างาน แจ้ง จป.วิชาชีพ และรายงาน
ผู้อำนวยการสั่งการให้ทีมฉุกเฉินเข้าระงับเหตุ โดยสวมใส่ชุดป้องกันเเอมโมเนีย
รั่วไหล
ผู้อำนวยการ ตัดสินใจใช้แผนอพยพ และแจ้งให้ประชาสัมพันธ์ประกาศ
พร้อมกดสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนออกนอกอาคาร
แผนอพยพ ให้ใช้แผนขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกับแผนอพยพหนีไฟ ไปยัง ณ
จุดรวมพล หากทิศทางลมพัดไปยังจุดรวมพลให้จุดสำรอง เช่น ลานจอดรถ หรือ พื้นที่อื่น
ตามความเหมาะสม
หากมีความรุนแรงและกระจายไปยังชุมชน หรือบริษัทใกล้เคียง ฝ่ายประสานงานต้อง
ทำการแจ้งหัวหน้าชุมชนและบริษัทข้างเคียงรับทราบ และอพยพออกจากเส้นทางของ
แอมโมเนียไหลผ่าน
ทีมฉุกเฉินหากสามารถควบคุมและหยุดการรั่วของแอมโมเนียได้ ให้รายงานหัวหน้างาน/
ฝ่ายช่าง/จป.วิชาชีพ เข้าทำการสอบสวนและสำรวจความเสียหายและผลกระทบต่อ
ผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
431
แผนฉุกเฉินกรณี
คลอรีนรั่วไหล
เมื่อพบเหตุฉุกเฉินคลอรีนรั่ว ช่างผู้ควบคุมห้องจ่ายก๊าซ ต้องทำการระงับเหตุเบื้องต้น ตาม
ขั้นตอนแผนคลอรีนรั่วไหล
ช่างผู้ควบคุมห้องจ่ายก๊าซเข้าควบคุมและหยุดการรั่วของคลอรีน โดยปฏิบัติดังนี้
ถ้าควบคุมได้
รายงานหัวหน้างาน และแจ้ง จป.วิชาชีพ
จป.วิชาชีพ / หัวหน้างาน ฝ่ายช่าง เข้าทำการสอบสวน และสำรวจ
ความเสียหายและผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
ถ้าควบคุมไม่ได้
หัวหน้างาน แจ้ง จป.วิชาชีพ และรายงาน
ผู้อำนวยการสั่งการให้ทีมฉุกเฉินเข้าระงับเหตุ โดยสวมใส่ชุดป้องกันคลอรีนรั่วไหล
พร้อมประสานงานไปยังบริษัทผู้ผลิต ขอหน่วยฉุกเฉินเพื่อระงับเหตุ
ผู้อำนวยการ ตัดสินใจใช้แผนอพยพ และแจ้งให้ประชาสัมพันธ์ประกาศ พร้อมกด
สัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนออกนอกอาคาร
แผนอพยพ ให้ใช้แผนขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกับแผนอพยพหนีไฟ ไปยัง ณ
จุดรวมพล หากทิศทางลมพัดไปยังจุดรวมพลให้จุดสำรอง เช่น ลานจอดรถ หรือ พื้นที่อื่น
ตามความเหมาะสม
หากมีความรุนแรงและกระจายไปยังชุมชน หรือบริษัทใกล้เคียง ฝ่ายประสานงานต้อง
ทำการแจ้งหัวหน้าชุมชนและบริษัทข้างเคียงรับทราบ และอพยพออกจากเส้นทางของ
คลอรีนไหลผ่าน
ทีมฉุกเฉินหากสามารถควบคุมและหยุดการรั่วของคลอรีนได้ ให้รายงานหัวหน้างาน/ ฝ่าย
ช่าง/จป.วิชาชีพ เข้าทำการสอบสวนและสำรวจความเสียหายและผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์
และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
441
Boiler ทำงานผิดปกติและ
แผนฉุกเฉินกรณี มีโอกาสระเบิดได้
ผู้ควบคุม Boiler หากตรวจพบว่า Boiler ทำงานผิดปกติให้เข้าทำการแก้ไขทันที
ผู้ควบคุม Boiler เข้าระงับเหตุเบื้องต้น ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
ถ้าควบคุมได้
รายงานหัวหน้างาน และแจ้ง จป.วิชาชีพ
จป.วิชาชีพ / หัวหน้างาน ฝ่ายช่าง เข้าทำการสอบสวน และสำรวจความเสีย
หายและผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
ถ้าควบคุมไม่ได้ และอาจระเบิดได้
ทีมฉุกเฉินเข้าระงับเหตุ Boiler ทำงานผิดปกติ หากควบคุมไม่ได้ทำการแจ้ง
ผู้อำนวยการ ตัดสินใจใช้แผนอพยพ และแจ้งให้ประชาสัมพันธ์ประกาศ พร้อมกด
สัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนออกไปยังจุดรวมพล
แผนอพยพ ให้ใช้แผนขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกับแผนอพยพหนีไฟ ไปยัง ณ
จุดรวมพล หลีกเลี่ยงเส้นทางที่เข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ
ทีมฉุกเฉินหากสามารถควบคุมและหยุดการทำงานของ Boiler ได้ ให้รายงานหัวหน้า
งาน/ ฝ่ายช่าง/จป.วิชาชีพ เข้าทำการสอบสวนและสำรวจความเสียหายและผลกระทบต่อ
ผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
ผอ.ควบคุมเหตุฉุกเฉินสรุปรายงานและสั่งให้พนักงานเข้าปฏิบัติตามปกติ
หากไม่สามารถควบคุมหรือระงับเหตุได้ ซึ่งอาจทำให้ Boiler เกิดระเบิดได้ ให้ปิดระบบ
จ่ายพลังงาน และให้ทีมฉุกเฉินออกนอกพื้นที่เกิดเหตุทันที
หากประเมินความรุนแรง หรือทิศทางที่อาจกระจายไปยังชุมชนหรือบริษัทใกล้เคียง
ฝ่ายประสานงานต้องทำการแจ้งหัวหน้าชุมชนและบริาัทข้างเคียงรับทราบ และอพยพออก
จากเส้นทาง
451
แผนฉุกเฉินกรณี
ก๊าซ LPG รั่วไหล
การปฏิบัติเพื่งให้เกิดความปลอดภัย
ถ้าสูดดม หรือหายใจเข้าไปมากๆ อาจทำให้ขาดอากาศหายใจ ให้รีบนำผู้ป่วยออกไปยัง
พื้นที่มีอากาศบริสุทธิ์
กรณีก๊าซเข้าตาอาจทำให้เยื่อหุ้มตาอักเสบ ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดแล้วนำส่งแพทย์ทันที
ถ้าถูกผิวหนัง เนื่องจากก๊าซมีความเย็น อาจทำผิวหนังไหม้
ภาชนะโลหะที่ใช้เก็บ LPG ต้องมีการต่อสายดิน และเก็บในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ในการขนย้ายและจัดเก็บ จะต้องหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีประกายไฟ
กรณีเกิดก๊าซรั่วไหล ถ้าไม่สามารถหยุดได้ให้เคลื่อนย้ายถังใบนั้นไปยังบริเวณที่โล่ง แล้ว
ปล่อยก๊าซออกให้หมด บริเวณที่อับอากาศหากมีก๊าซสะสมอาจทำให้เกิดการระเบิด
สารที่ใช้ในการดับพลิง เช่น ผงเคมีแห้ง, น้ำ, คาร์บอนไดออกไซด์, โฟม
กรณีก๊าซ LPG รั่วไหล (ถังใหญ่)
ผู้ควบคุมสถานีจ่ายก๊าซ LPG ตรวจพบได้รับแจ้งว่า LPG รั่วไหล ให้ทำการแก้ไขทันที
ผู้ควบคุมสถานีจ่ายก๊าว LPG เข้าทำการระงับเหตุเบื้องต้น และปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
ถ้าควบคุมได้
รายงานหัวหน้างาน และแจ้ง จป.วิชาชีพ
จป.วิชาชีพ / หัวหน้างาน ฝ่ายช่าง เข้าทำการสอบสวน และสำรวจความเสียหาย
และผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
ถ้าควบคุมไม่ได้
ผู้อำนวยการสั่งการให้ทีมปฏิบัติการเข้าระงับเหตุ
ผู้อำนวยการ ตัดสินใจใช้แผนอพยพ และแจ้งให้ประชาสัมพันธ์ประกาศ พร้อมกด
สัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนออกนอกอาคาร
แผนอพยพ ให้ใช้แผนขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกับแผนอพยพหนีไฟ ไปยัง ณ
จุดรวมพล หากทิศทางลมพัดไปยังจุดรวมพลให้จุดสำรอง เช่น ลานจอดรถ หรือ พื้นที่อื่น
ตามความเหมาะสม
หากมีความรุนแรงและกระจายไปยังชุมชน หรือบริษัทใกล้เคียง ฝ่ายประสานงานต้อง
ทำการแจ้งหัวหน้าชุมชนและบริษัทข้างเคียงรับทราบ และอพยพออกจากเส้นทางของก๊าซ
LPG ไหลผ่าน และแจ้งหน่วยงานภายนอกและภาครัฐ เพื่อระงับเหตุ
จป.วิชาชีพ/หัวหน้างาน/ฝ่ายช่าง เข้าทำการสอบสวนและสำรวจความเสียหายและ
ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
จป.วิชาชีพ รายงานผู้อำนวยการ
461
แผนฉุกเฉินกรณี
สารเคมีหกรั่วไหล
พนักงานที่พบเหตุสารเคมีหกรั่วไหลแจ้งเพื่อนร่วมงาน/หัวหน้างาน และเข้าระงับเหตุ
ในเบื้องต้นด้วยอุปกรณ์ PPE ที่จัดไว้ให้ และปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
ถ้าระงับได้ให้รายงานหัวหน้างาน , จป.วิชาชีพ และผู้จัดการแผนกความปลอดภัย
หากไม่สามารถระงับเหตุได้ให้แจ้งหัวหน้างาน และจป. เพื่อแจ้งทีมฉุกเฉินเข้าระงับเหตุ
และแจ้งผู้อำนวยการเหตุฉุกฉิน
ผู้อำนวยการเหตุลุกเฉิน /จป./ทีมฉุกเฉิน เข้าตรวจสอบพื้นที่ และสั่งการให้ทีมฉุกเฉิน
ทำการปิดกั้นพื้นที่ กันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ผู้อำนวยการเหตุฉุกเฉิน แจ้งประชาสัมพันธ์ประกาศเสียงตามสาย และกดสัญญาณ
แจ้งเหตุฉุกฉิน (กรณีสารเคมีที่รั่วไหล เป็นชนิดที่มีความเป็นพิศ หรือมีอันตรายร้ายแรง)
ประชาสัมพันธ์ประกาศเรียกทีมฉุกเฉินและระบุสถานที่เกิดเหตุ
ทีมฉุกเฉินทำการควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุสารเคมีหกรั่วไหล
ถ้าควบคุมได้
รายงานผู้อำนวยการเหตุฉุกเฉินประชาสัมพันธ์ประกาศเหตุสงบ
ถ้าควบคุมไม่ได้
จป.วิชาชีพ แจ้งหน่วยงานภายนอก เพื่อขอความช่วยเหลือ
รายงานผู้อำนวยการเหตุฉุกเฉินประชาสัมพันธ์ประกาศเหตุสงบ
417
แผลไหม้จากสารเคมี
ถอดเสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่อยํ่ใกล้แผลไฟไหม้ หากไหม้ติดกับ
ผิวหนังควรใช้กรรไกรตัด
ทำให้แผลเย็นลง โดยเปิดน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติ ให้ไหลผ่าน หรือแช่
แผลลงในน้ำสะอาด เป็นเวลา 15-20 นาที
ห้ามใช้โลชั่น ยาสีฟัน หรือยาปฏิชีวนะทาบนแผลไฟไหม้
ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ หรือผ้าแห้งสะอาด หากเป็นตุ่มน้ำใสให้ปิดแผล
หลวมๆ
รีบนำสโรงพยาบาล
หากสงสัยว่าแผลไหม้ลึกถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไม่ควรให้แผลโดนน้ำ
ปิดบาดแผลของผู้บาดเจ็บด้วยผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซ
และพบแพทย์โดยเร็ว
แผลไหม้จากสารเคมี
ใช้น้ำสะอาดชำระล้าง โดยให้น้ำไหลผ่านบาดแผลนั้น
เพื่อลดความเข้มข้นของสารเคมี ห้ามใช้การแก้พิษ
โดยสารเคมี และรีบไปพบแพทย์
แผลอวัยวะถูกตัดขาด
บาดแผลฉีกขาดทั่วไป ห้ามดึงวัตถุที่หักคาออกจาก
บาดแผล ยึดวัตถุที่หักคาให้อยู่นิ่ง
ใช้น้ำสะอาดล้างแผล และใช้ ก่อนนำผู้ป่วยมาโรงพยาบาล
ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซปิดปากแผล
เพื่อห้ามเลือด
แผลจากวัตถุหักคาแผล
ห้ามแช่อวัยวะที่ถูกตัดขาดลงไปในน้ำแข็งโดยตรงเด็ดขาด ควรเก็บอวัยวะ
ที่ขาดใส่ถุงพลาสติกสะอาด รัดปากถุงให้แน่น แล้วนำถุงไปแช่ในภาชนะที่มีน้ำ
ผสมน้ำแข็ง รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
481