อาหารไทย ๔ ภาค
จัดทำโดย มณชยา มั่นคง ม.4/3 เลขที่ 5
ก
คำนำ
อีบุ๊คเล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ง 31102 การค้นคว้าและเขียนอีบุ๊ค
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลอาหารไทย 4 ภาค รวมทั้งความแตก
ต่าง ส่วนผสม ขั้นตอนการทำ
การจัดทำอีบุ๊คได้ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลจากเว็บต่าง ๆ ผู้จัดทำอีบุ๊คหวังว่า
จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจบ้างตามสมควร
นางสาวมณชยา มั่นคง ม.4/3 เลขที่ 5
คำนำ ก สารบัญ
สารบัญ ข
• อาหารภาคกลาง 1 • อาหารภาคอีสาน 15
1 แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ 2-3 1 ต้มแซ่บหมู 16-17
2 กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา 4-5 2 ตับหวาน 18-19
3 ห่อหมกปลาช่อน 6-7 3 คอหมูย่าง 20-21
• อาหารภาคเหนือ 8 • อาหารภาคใต้ 22
1 แกงฮังเล 9-10 1 แกงเหลือง 23-24
2 ผัดยอดฟักแม้ว 11-12 2 กุ้งราดกระเทียมพริกไทย 25-26
3 ข้าวผัดหมูลิ้นจี่ 13-14 3 ข้าวยำ 27-28
บรรณานุกรม 29
ข
อาหารภาค
กลาง
มีความหลากหลายในเรื่องของรสชาติ เน้นการใช้กะทิและเครื่องแกงมาก
ลักษณะเด่นของอาหารภาคนี้ คือ จะมีรสชาติครบทั้งเปรี้ยว หวาน มันเค็ม
เผ็ด เวลาเสิร์ฟจะตกแต่งจานอาหารแบบสวยงาม และมีเครื่องแกงต่างๆใน
จานนั้นด้วย
1
2
แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ
ส่วนผสม
- มะระจีน 1 ผล
- หมูสับ 200 กรัม
- วุ้นเส้นแช่น้ำตัดเป็นเส้นสั้น ½ ถ้วย
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 5 ราก
(สับละเอียด 2 รากผสมกับหมู ที่เหลือบุบใส่ในน้ำซุป)
- กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนชา
- เกลือป่นเล็กน้อย
- พริกไทยป่นเล็กน้อย
- เห็ดหอมแช่น้ำตัดก้านออก 4 – 6 ดอก
- น้ำซุป 3 ถ้วย
3
แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ
ขั้นตอนการทำ
1. เตรียมมะระโดยหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2 นิ้ว คว้านไส้
ออก โรยเกลือป่นให้คลุกเคล้าให้ทั่วชิ้นมะระ
พักไว้ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้
2. ผสมหมูสับ วุ้นเส้นกับน้ำตาลทราย น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว
รากผักชี เกลือป่น พริกไทยป่น คลุกเคล้าให้เข้ากันดี ยัดส่วน
ผสมหมูในท่อนมะระกดให้แน่น ใส่แต่พอดีอย่าให้ล้น เมื่อสุก
แล้วหมูจะดันตัวออกมานอกชิ้นมะระเล็กน้อย
3. นำน้ำซุปตั้งไฟให้เดือด เติมรากผักชี เห็ดหอม มะระ ต้ม
จนมะระสุก หรี่ไฟลง เคี่ยวด้วยไฟอ่อนต่ออีกประมาณ 1 ชม.
จนมะระเปื่อยดี หมั่นช้อนฟองออกปรุงรสด้วยเกลือป่น และ
ซีอิ๊วขาว ได้อีกตามชอบ ตักเสิร์ฟโรยหน้าด้วยผักชี
4
กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา
ส่วนผสม
- กะหล่ำปลี 2 ถ้วย นำมาหั่นขนาดพอดีคำ
- กระเทียม 2 กลีบ นำมาบดให้ละเอียด
- น้ำตาลทราบ 2 ช้อนโต้ะ
- เกลือป่น นิดหน่อย
- น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1 หยิบมือ
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต้ะ
- กระเทียมเจียว 2 ช้อนชา
- น้ำปล่า 4 ช้อนโต้ะ
5
กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา
ขั้นตอนการทำ
1. เริ่มจากตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดให้
หอมและเหลือง
2. จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปคั่วในกระทะ รอให้น้ำตาล
เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล
3. เติมน้ำลงไปและปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่เกลืิอลงไปนิด
หน่อย เคี้ยวจนน้ำเริ่มเหนียวเล็กน้อย อย่าให้เหนียวมาก
4. ใส่กะหล่ำปลี และ เม็ดมะม่วงหิมมะพานต์ ลงไปผัด ให้
ผัดให้กะหล่ำปลีร้อนอ่อนแต่ไม่เละ
5. เสริฟใส่จานโรยกระเทียมเจียว พร้อมรับประทาน
6
ห่อหมกปลาช่อน
ส่วนผสม
- เนื้อปลาช่อน 200 กรัม
- เนื้อปลาขูด 200 กรัม
- พริกแกงแดง 70 กรัม
- หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
- พริกชี้ฟ้า 3 เม็ด
- ใบมะกรูด 10-15 ใบ
- ผักกาดขาว 1 หัว
- ใบตอง
- ไม้กลัด หรือ แม็ค
7
ห่อหมกปลาช่อน
ขั้นตอนการทำ
1. ทำกระทงโดยใช้ใบตองผึ่งแดดให้นิ่ม นำมาตัดเป็นวงกลมเส้น
ผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว พับมุมใบตองให้เป็นกระทง 3 หรือ
4 มุม กลัดด้วยไม้กลัดหรือแม็ค
2. นำผักกาดขาวมาล้างให้สะอาด แกะใบรองก้นกระทง
3. ทำตัวห่อหมกโดยผสมพริกแกงไข่ไก่และเนื้อปลาขูด ปรุงรส
ด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา คนให้เข้ากัน ค่อยๆเติมกะทิทีละน้อย สลับ
กับคนให้เข้ากัน จนกระทั่งกะทิหมด ใส่ใบมะกรูดซอย ใส่เนื้อปลา
ช่อนที่หั่นเป็นชิ้น คนให้เข้ากันอีกครั้ง
4. ตักห่อหมกใส่ลงไปให้พอดีกระทง นำลงนึ่งในซึ้งใช้ไฟกลาง-
อ่อน ประมาณ 20นาที
5. ทำกะทิหยอดหน้าห่อหมกโดยนำหัวกะทิผสมกับแป้งข้าวโพด
คนให้แป้งละลาย นำไปตั้งไฟคนจนกระทั่งกะทิข้นขึ้น
6. ตักกะทิหยอดหน้าห่อหมกที่นึ่งสุกแล้ว ตกแต่งด้วยใบมะกรูด
ซอยและพริกชี้ฟ้าแดงซอย
อาหารภาค
เหนือ
เป็นอาหารที่มีรสชาติกลางๆ มีรสเค็ม เปรี้ยว และ หวาน แต่ว่ารสวานมี
น้อยมากไม่ค่อยนิยมเท่าไร ความหวานจะได้จากส่วนผสมที่นำมาทำอาหาร นั่น
คือ ความหวานจากผัก ปลา และไขมันจากน้ำมันสัตว์
8
9
แกงฮังเล
ส่วนผสม
- เนื้อหมูสามชั้น 500 กรัม
- พริกแกง 100 กรัม
- กะปิกุ้งจืด 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ผงฮินเล 2 ช้อนโต๊ะ
- ขิงซอย ½ ถ้วย
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
10
แกงฮังเล
ขั้นตอนการทำ
1. จุดไฟตั้งกระทะ เทน้ำมันผัดกับพริกแกงฮังเลให้หอมจาก
นั้นใส่ผงฮินเลและกะปิลงไป
2. ใส่หมูสามชั้นที่เตรียมไว้ลงไปผัดกับพริกแกง จากนั้นใส่
ซีอิ๊วดำหวานลงไปผัดและใส่ขิงซอยลงไป
3. เติมน้ำให้ท่วมหมูจากนั้นตุ๋นไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง โดย
หมั่นเติมน้ำรักษาระดับน้ำให้เท่าเดิม
4. หลังจากหมูเริ่มนิ่มแล้ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และ
น้ำมะขามเปียก คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยพร้อม
จัดเสิร์ฟ
11
ผัดยอดฟักแม้ว
ส่วนผสม
- ยอดมะระอ่อน 1 จาน เด็ดให้มีขนาดพอดีไม่ยาวหรือสั้นเกินไป
- กระเทียม 1 ช้อนชา (บดละเอียด)
- กระเทียมบุบ 3-4 กลีบ
- พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด (โขรกพอบุบ)
- เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
- น้ำซุปกระดูก 3 ช้อนโต้ะ
- น้ำมันพืช สำหรับผัด 1 ช้อนชา
12
ผัดยอดฟักแม้ว
ขั้นตอนการทำ
1. เนื่องจากยอดมะระ เมื่อโดนความร้อนจะเฉาง่าย หาก
ผัดนานเกินไปจะเละ ไม่น่ารับประทาน โดยให้เตรียมเครื่อง
สำหรับผัดทั้งหมดใส่จานพร้อมกันเลย
2. นำจานเตรียมอาหาร ใส่ยอดมะระ พริก กระเทียม
เต้าเจี้ยว น้ำปลา น้ำตาล และ ซอสน้ำมันหอยใส่ลงไปในจาน
3. ตั้งกระทะน้ำมัน รอให้กระทะร้อนจัด เทส่วนผสมทั้งหมด
ลงไปผัด เติมน้ำซุปกระดูกลงไปหน่อย ให้มีน้ำซอส
4. ผัดสักครู่ให้ผัดเริ่มเปลี่ยนสีก็นำขึ้นมาเสริฟใส่จานพร้อม
รับประทานได้
13
ข้าวผัดหมูลิ้นจี่
ส่วนผสม
- ข้าวหุงสุก 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เนื้อลิ้นจี่สด 3 ลูก
- หมูสด หั่นเป็นชื้นพอคำ 4 ช้อนโต้ะ
- กระเทียม บด 1 ช้อนชา
- ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
- พริกน้ำปลา 1 ถ้วย
- แตงกวา ต้นหอม และ มะเขือ สำหรับ เป็นเครื่องเคียง
ทานกับ ข้าวผัด
14
ข้าวผัดหมูลิ้นจี่
ขั้นตอนการทำ
1. นำข้าวไปแช่ตู้เย็นให้ข้าวเย็นจับตัวเป็นเม็ดก่อน 15 นาที
2. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นใส่กระเทียม ไข่ไก่ และ
หมู ลงไปผัด พอหมูและไข่สุก ก็ใส่ข้าวลงไปผัด
3. ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสและน้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน
ใส่ต้นหอมและลิ้นจี่ลงไปผัด
4. เสริฟข้าวผัดหมูลิ้นจี่ ทานคู่กับแตงกวา ต้นหอม มะเขือ
และพริกน้ำปลา
อาหารภาค
อีสาน
จะมีรสเค็มจากน้ำปลาร้า รสเผ็ดจากพริกสดและแห้ง อาหารส่วนใหญ่จะมี
ลักษณะแห้ง ข้น ส่วนใหญ่จะมีปลาร้าเป็นส่วนผสมของอาหารทุกเมนู เน้นรส
เผ็ด เค็ม เปรี้ยว และจะกินข้าวเหนียวเป็นหลัก เช่น ข้าวยำขนมจีน ข้าวพล่า
หนวดปลาหมึก ไส้กรอกอีสาน หมกปลาซิว ฯลฯ
15
16
ต้มแซ่บหมู
ส่วนผสม
- เนื้อหมูติดเอ็น 200 กรัม
- ตะไคร้ 2 ต้น
- ใบมะกรูด 5 ใบ
- ข่าอ่อน 5 แว่น
- ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ต้น
- พริกขี้หนู 20 เม็ด
- ข้าวคั่วโขลก 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุป 3 ถ้วย
17
ต้มแซ่บหมู
ขั้นตอนการทำ
1. ล้างเนื้อหมู หั่นชิ้นพอคำ
2. ล้างตะไคร้ ใบมะกรูด ข่าอ่อน แล้วทุบตะไคร้หั่นเป็น
ท่อน ข่าหั่นเป็นแว่น
3. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ตั้งไฟกลางพอเดือด ใส่ตะไคร้ ข่า
อ่อน ฉีกใบมะกรูดใส่ เดือดอีกครั้งลดไฟอ่อน
4. ใส่เนื้อหมู เคี่ยวพอน้ำเริ่มงวด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำ
มะนาว ใส่พริกขี้หนู ข้าวคั่ว ผักชีฝรั่ง เดือด อีกครั้งยกลง
เสิร์ฟร้อนๆ
18
ตับหวาน
ส่วนผสม
- ตับวัวหรือตับหมู 300 กรัม
- พริกขี้หนูคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- หัวหอมแดงซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่เด็ดเป็นใบๆ 4 ช่อ
- ผักเครื่องเคียง ได้แก่ ใบโหระพา กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว
19
ตับหวาน
ขั้นตอนการทำ
1. แล่ตับเป็นชิ้นหนาประมาณ 1/2 ซม. นำไปลวกในน้ำ
เดือดให้สุกๆ แล้วพักใส่ชามผสมไว้
2. บีบมะนาวใส่ตับ คลุกเคล้าให้ทั่ว ใส่น้ำปลา หัวหอมแดง
ซอย พริกขี้หนูคั่วป่น ข้าวคั่วป่น
3. ชิมให้รสชาติพอดี แล้วจึงใส่ใบสะระแหน่ คลุกเคล้าให้
เข้ากัน ตักใส่จานรับประทานกับผักดิบ เช่น ใบโหระพา
ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี
20
คอหมูย่าง
ส่วนผสม
- เนื้อสันคอ 1 ชิ้น (ครึ่งกิโลกรัม)
- พริกไทยเม็ดโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผสม(น้ำจิ้ม)
- นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
- ผักชีสับละเอียด 1 ต้น - พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ - กระเทียม 1 หัว
- เกลือ 1 1/25 ช้อนชา - น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
21
คอหมูย่าง
ขั้นตอนการทำ
1. โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยเม็ด ให้พอละเอียด
และเตรียมเกลือ น้ำตาลทราย ใส่ถ้วยเตรียมไว้สำหรับหมัก
2. แล่หมูชิ้นหนาๆ นำเครื่องหมักลงไปหมักกับเนื้อหมู และ
ปรุงรสด้วยส่วนผสมที่บอกไว้ข้างต้น ใช้ส้อมจิ้มหมูให้ทั่วเพื่อ
ให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อและหมักทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง
3. เตรียมเตาไฟให้ร้อน นำหมูหมักวางลงไปตะแกรง ย่าง
จนหมูสุกทั่วชิ้น
4. คอหมูย่างสุกแล้วนำลงมาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ
ส่วนน้ำจิ้มนำมาผสมกันจึงเสร็จเรียบร้อย
อาหารภาค
ใต้
จะมีรสเค็มจากน้ำปลาร้า รสเผ็ดจากพริกสดและแห้ง อาหารมีลักษณะผสมผสานระหว่าง
อาหารไทยพื้นบ้าน กับ อาหารของอินเดีย เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับ
เม็ดเกลือ อาหารภาคใต้นั้นมีรสจัดจ้านมาก ไม่ว่าจะเป็นเค็มจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด และเพราะ
ได้รับอิทธิพลจากอาหารอินเดียจึงมีการใช้เครื่องเทศในอาหารจำนวนมาก เช่น ขนมจีนน้ำยาปู
ปลาผัดสะตอ น้ำพริกปักษ์ใต้ แกงไตปลา ฯลฯส่วนใหญ่จะมีลักษณะแห้ง ข้น ส่วนใหญ่จะมี
ปลาร้าเป็นส่วนผสมของอาหารทุกเมนู เน้นรสเผ็ด เค็ม เปรี้ยว และจะกินข้าวเหนียวเป็นหลัก 22
เช่น ข้าวยำขนมจีน ข้าวพล่าหนวดปลาหมึก ไส้กรอกอีสาน หมกปลาซิว ฯลฯ
23
แกงเหลือง - เนื้อปลา 1 กิโลกรัม
- น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วย
ส่วนผสม - มะนาว 5 ฝา
- เกลือ 1 ช้อนตวง
- พริกแห้งแช่น้ำ 20 เม็ด - ผงปรุงรส 1 ช้อนตวง
- พริกแดงจินดา 20 เม็ด - น้ำปลา 1-2 ทัพพี (ชิมตามชอบ)
- ตะไคร้ 1 ต้น - น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนตวง
- ขมิ้น 2 แง่ง - น้ำตาลทราย 1 ช้อนตวง
- หอมแดง 5 หัว
- กระเทียม 1 หัว
- เกลือ 1/2 ช้อนตวง
- กะปิ 1 1/2 ช้อนตวง
24
แกงเหลือง
ขั้นตอนการทำ
1. ตำเครื่องพริกแกงเหลือง ลงพริกแห้ง ตามด้วยเหลือกับ
กระเทียม ตำให้พอเข้ากัน
2. จากนั้นใส่พริกแดงลงไป ตามด้วยตะไคร้ ขมิ้น ตำให้เข้ากันอีก
ครั้ง และใส่หอมแดง กะปิ ตำทุกอย่างให้เข้ากัน
3. นำหน่อไม้ดองมาขยำเกลือและล้างน้ำ 3-4 รอบ และนำไป
ลวกน้ำร้อน พักไว้
4.ตั้งน้ำในกระทะ รอจนเดือด ใส่เครื่องแกงลงไป คนให้เครื่องแกง
ละลาย
5. จากนั้นใส่หน่อไม้ดอง ปรุงรสด้วย ผงปรุงรส เกลือ น้ำปลา น้ำ
ตาลปี๊ป น้ำตาลทราย น้ำมะขามเปียก ชิมจนได้รสตามชอบ
6. พอน้ำแกงเดือดอีกครั้ง ใส่ปลาลงไป โดยไม่ต้องคน ปล่อยให้
สุกเอง
7.ปิดไฟ บีบมะนาวปิดท้าย เป็นอันเสร็จ
25
กุ้งราดกระเทียมพริกไทย
ส่วนผสม
- กุ้งขาวตัวใหญ่ 10-12 ตัว แกะเปลือกผ่าหลังและเอาหัวออก
- กระเทียม 2 ช้อนโต้ะ-
- รากผักชี 1 ช้อนโต้ะ
- ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
- พริกไทยเม็ดแห้ง 1 ช้อนโต้ะ
- แป้งอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต้ะ
26
กุ้งราดกระเทียมพริกไทย
ขั้นตอนการทำ
1. เริ่มจากการเตรียมเครื่องสำหรับผัดซอส นำกระเทียมมาสับเป็น
ชิ้นเล็กๆ ไม่ต้องละเอียด พักเอาไว้ก่อน
2. นำพริกไทยเม็ดแห้ง และรากผักชี มาโขรกให้ละเอียด และพัก
เอาไว้ก่อน
3. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้เหลือง จาก
นั้นจึงใส่รากผักชีและพริกไทยโขรกลงไปผัด
4. ปรุงรสด้วยซอสน้ำมันหอย น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา เติมน้ำลง
ไปนิดหน่อย เพียงเท่านี้ก็ได้ซอสกระเทียมพริกไทย
5. เตรียมกุ้งโดยล้างกุ้งให้สะอาด จากนั้นเอาหัว แกะเปลือก และ
เอาเส้นที่หลังออก และนำกุ้งมาคลุกแป้งแบบบางๆ
6. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นนำกุ้งลงไปทอดในให้เหลืองสุก
7. เสริฟกุ้งใส่จาน ราดซอสกระเทียมพริกไทย และจัดหน้าจานให้
สวยงาม
27
ข้าวยำ
ส่วนผสม
- ข้าวกล้องหุงสุก 1 จาน - ถั่วฝัก 2 ช้อนโต๊ะ ซอยเล็กๆ
- งาดำคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
- กุ้งแห้งป่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ - กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ - กระเทียมบดละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
- มะนาว 1 ลูก หั่นเป็นชื้นเล็กๆ - หอมแดง 2 หัว ทุบพอบุบ
- มะพร้าวขูดคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ - ตะไคร้ 1 ต้น หั่นหยาบๆ
- ตะไคร้ซอยบางๆ 2 ช้อนโต๊ะ - ข่าแก่ 2 ต้น
- ถั่วงอก หนึ่งหยิบมือ - มะกรูด 1 ลูก นำมาผ่าครึ่งเอาเม็ดออก
- ใบมะกรูด2 ช้อนโต๊ะ ซอยเล็กๆ - เนื้อปลาอินทรีเค็มทอด 1 ตัว
- ใบบัวบก 2 ช้อนโต๊ะ ซอยเล็กๆ - กะปิ 2 ช้อนโต้ะ
- ใบชะพลู 2 ช้อนโต๊ะ ซอยเล็กๆ - น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
- เนื้อส้มโอ 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
- มะม่วง 2 ช้อนโต๊ะ ซอยเป็นเส้นๆ - น้ำมะกรูด 2 ช้อนโต๊ะ
28
ข้าวยำ
ขั้นตอนการทำ
1. เริ่มจากการทำกะปิหวานก่อน โดยตั้งหม้อต้มน้ำเปล่าให้เดือด
จากนั้นใส่ กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า และ ลูกมะกรูด ต้มใน
นำเดือด แต่เริ่มจากไฟอ่อนๆ ใหน้ ้ำหอมสมุนไพรก่อน
2. จากนั้นจึงใส่ ปลาอินทรีย์ทอดเค็มลงไป เคี่ยวสักพัก ประมาณ
15 นาที จากนั้นให้กรองเอาแต่น้ำ
3. นำน้ำที่ได้จากการกรอง มาปรุงรสด้วย กะปิ น้ำตาลปี๊บ
น้ำตาลทราย และ น้ำมะกรูด เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนน้ำเริ่มเหนียว
ก็ให้ปิดไฟและพักให้เย็นก่อน เพียงเท่านี้ก็พร้อมสำหรับกะปิหวาน
สำหรับข้าวยำ
4. เริ่มจัดจาน โดย ให้ขา้ วหุงสุกอยู่ตรงกลาง และ จัดเครื่อง
เคียงในจานเดียวกัน ประกอบด้วย กุ้งแห้งป่น พริกป่น งาดำคั่ว
มะนาว มะพร้าวขูดคั่ว ตะไคร้ ถั่วงอก ใบมะกรูด ใบบัวบก ใบ
ชะพลู เนื้อส้มโอ มะม่วง และ ถั่วฝัก
บรรณานุกรม
nlovecooking.com
thaifoodheritage.com
mangroves-restaururants.com
wongnai.com
th.theasaianparent.com
food.trueid.net
29