รายงาน
เรื่อง การจดั การเรยี นรูดวยวธิ ีสอน GPAS 5 Steps
เร่ือง ความปลอดภัยในการใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6
ผจู ดั ทำ
61412543 นายพันดวง พิทกั ษมารดา เลขท่ี 25
61412796 นายภัทรดนัย กอนพวง เลขท่ี 27
61413656 นายสถิตคณุ ยานอย เลขที่ 37
คณะศกึ ษาศาสตร ภาควิชาเทคโนโลยแี ละสื่อสารการศึกษา
สาขาวชิ าคอมพิวเตอร ช้ันปที่ 4
อาจารยท่ีปรึกษารายวชิ า
ผศ.ดร.พิชญาภา ยวงสรอย
รายวิชา 374434 ประเดน็ ปจจบุ นั ทางดานคอมพวิ เตอรศึกษา
ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
มหาวทิ ยาลยั นเรศว
ก
คำนำ
รายงานเรื่อง การจัดการเรียนรูดวยวิธีสอน GPAS 5 Steps เรื่อง ความปลอดภัยในการใชงานเทคโนโลยี
สารสนเทศ ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ฉบับนี้เปนสวนหนึ่งของรายวิชา 374434 ประเด็นปจจุบันทางดาน
คอมพิวเตอรศึกษา (Current Issues in Computer Education) คณะศึกษาศาสตร ภาควิชาเทคโนโลยีและ
สื่อสารการศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร ชั้นปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2564 มีวัตถุประสงคเพื่อนำส่ือ
เทคโนโลยีเขามามีสวนรวมในการจัดการเรียนการสอน และนำวธิ ีสอน GPAS 5 Steps มาจัดทำกิจกรรมสำหรับ
การเรียนการสอนใหเกิดประสิทธิภาพในการเรียนเรียน เร่ือง ความปลอดภัยในการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระดับชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 ผนวกวิธสี อนและเทคโนโลยี (TPACK) ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
คณะผูจัดทำหวังวา รายงานฉบับนี้จะเปนประโยชนกับผูอาน หรือนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่กำลังหา
ขอมูลเรอื่ งนี้อยู หากมขี อผิดพลาดประการใด ผูจดั ทำขอนอมรบั ไวและขออภัยมา ณ ทน่ี ดี้ วย
คณะผูจดั ทำ
สารบัญ ข
เรือ่ ง หนา
คำนำ ก
สารบญั ข
แผนการจัดการเรยี นรู 1
ภัยคกุ คามจากการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการปองกนั
18
- วธิ ีภัยคุกคาม 20
- รปู แบบการปองกนั ภัยคกุ คาม 21
- ขอแนะนำในการต้งั และใชงานรหัสผาน
วิธีสอน GPAS 5 Steps 22
- GPAS 5 Steps สูหองเรยี นในศตวรรษที่ 21 22
- โมเดลการคิดขน้ั สูงเชงิ ระบบ 5 ขน้ั (GPAS 5 Steps)
ความรูในเน้อื หาผนวกวิธีสอนและเทคโนโลยี (TPACK Model) 24
- ความรูดานเทคโนโลยี (Technological Knowledge) 25
- ความรูดานวธิ ีการสอน (Pedagogical Knowledge) 25
- ความรูดานเน้ือหา (Content Knowledge) 25
- ประยุกตการจัดการเรียนรูแชทบอทกับวิธีสอนและเทคโนโลยี
บรรณานกุ รม
1
แผนการจดั การเรียนรู ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 6
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
รายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
หนวยการเรยี นรูที่ 4 เรือ่ ง เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
แผนการเรียนรูท่ี 3 เรื่อง การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภัย
1.มาตราฐานการเรียนรู
ว 4.2 เขาใจและใชแนวคดิ เชงิ คำนวณในการแกปญหาท่ีพบในชวี ิตจริงอยางเปนขั้นตอนและเปนระบบ ใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทำงานและการแกปญหาไดอยางมีประสทิ ธิภาพ รูเทาทัน
และมีจรยิ ธรรม
ตวั ชี้วัด/ผลการเรียนรู
ว 4.2 ป.6/4 ใชเทคโนโลยีสารสนเทศทำงานรวมกันอยางปลอดภยั เขาใจสิทธิและหนาท่ีของตนเคารพใน
สิทธิของผูอนื่ แจงผูเกี่ยวของเมือ่ พบขอมลู หรอื บุคคลท่ไี มเหมาะสม
2.จดุ ประสงคการเรียนรู
2.1 ดานความรู (K)
2.1.1 อธิบายเก่ียวกับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย
2.2 ดานทักษะ (P)
2.2.1 วิเคราะหอันตรายหรือความเสยี หายและวธิ ีการปองกนั จากการใชงานอนิ เทอรเน็ต
2.3 ดานคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค (A)
2.3.1 เหน็ ความสำคัญของการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภัย
2.3.2 มวี ินัย ซ่ือสตั ยสจุ รติ ใฝเรียนรู และมงุ มัน่ ในการทํางาน
3.สาระการเรียนรู
3.1 การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย
3.2 อนั ตรายหรอื ความเสยี หายและวธิ ีการปองกนั จากการใชงานอินเทอรเนต็
2
4.สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ประโยชนของเทคโนโลยีมีมาก แตผลกระทบจากการใชเทคโนโลยีสารสนเทศก็มีมากเชนกัน เพราะ
ปจจุบันคอมพิวเตอรหรืออุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมตอกันดวยระบบเครือขาย คอมพิวเตอรที่ทุกคน
สามารถติดตอสื่อสารกันได ดังนั้น อาจมีผูไมประสงคดีที่ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการละเมิดสิทธิผูอื่น ดังน้ัน
ผูใชเทคโนโลยีสารสนเทศทกุ คนจงึ ควรมีทักษะในการปองกันและใชเทคโนโลยสี ารสนเทศไดอยางปลอดภยั
5.สมรรถนะสำคญั ของนกั เรียน
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
ใชภาษาถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทศั นะของตนเองเพอื่ แลกเปลีย่ นขอมูล
5.2 ความสามารถในการคิด
การคิดวิเคราะห การคดิ สังเคราะห การคดิ อยางสรางสรรค การคดิ อยางมวี ิจารณญาณ และการคิดเปน
ระบบ เพื่อนำไปสูการสรางองคความรูหรอื สารสนเทศเพื่อการตดั สินใจเกีย่ วกบั ตนเองและสงั คมไดอยางเหมาะสม
5.3 ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
นำกระบวนการตางๆ ไปใชในการดำเนินชวี ิตประจำวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนอื่ ง
การทำงาน และการอยูรวมกันในสังคม
6.คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
6.1 ใฝเรยี นรู
6.2 มงุ มั่นในการทำงาน
7.คำถามสำคัญ
นกั เรียนมีวิธีการปองกนั อนั ตรายจากการถกู ขโมยขอมลู สวนตัวอยางไร
3
8.การจัดกิจกรรมการเรียนรู
8.1 ขั้นปฏบิ ัติและสรปุ ความรูหลังการปฏิบตั ิ (30 นาที)
8.1.1 ครูกลาวทกั ทายนกั เรียนอยางเปนกันเองเพื่อใหนกั เรียนผอนคลายกอนเขาสูบทเรยี น
8.1.2 ครชู วนนักเรียนทำกิจกรรมเช็คตัวเองกอนเรยี นผาน QUIZZIZ จำนวน 10 ขอ
8.1.3 ครูนักเรยี นแบงกลุม กลุมละเทาๆกัน จากน้นั แตละกลุมรวมกันปฏิบัตกิ จิ กรรม
อาชญากรรมทางอินเทอรเน็ต ดังน้ี
(1) ยกตวั อยางอนั ตรายหรอื ความเสยี หายที่เกิดจากการใชงานทางอนิ เทอรเน็ตมา 5 ขอ
(2) บอกวิธกี ารปองกนั ลงในตาราง
(3) ทำใบกิจกรรมที่ 1 เรือ่ งการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย ทำใบกิจกรรม
ผาน Liveworksheets
8.1.4 นักเรียนรวมกนั สรุปสงิ่ ทเี่ ขาใจเปนความรูรวมกนั
แนวคำตอบ ประโยชนของเทคโนโลยีมีมาก แตผลกระทบจากการใชเทคโนโลยีสารสนเทศกม็ ี
มากเชนกัน เพราะปจจุบันคอมพิวเตอรหรืออุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมตอกันดวยระบบเครือขาย
คอมพิวเตอรทีท่ กุ คนสามารถติดตอสอื่ สารกันได ดังนนั้ อาจมผี ูไมประสงคดีที่ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการละเมิด
สิทธิผูอน่ื ดังนนั้ ผใู ชเทคโนโลยีสารสนเทศทกุ คนจึงควรมที ักษะในการปองกนั และใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยาง
ปลอดภยั
8.2 ขั้นส่ือสารและนำเสนอ (15 นาที)
8.2.1 นักเรียนแตละกลุมออกมานำเสนออันตรายหรอื ความเสยี หายจากการใชงานอนิ เทอรเนต็
ของกลมุ ตนเอง เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรูกัน
8.2.2 นักเรยี นรวมกนั อภิปรายแลกเปล่ยี นความคิดเห็นจากการตอบคำถาม ผาน Padlet
คำถาม นกั เรยี นมีวธิ ีการปองกนั อันตรายจากการถกู ขโมยขอมลู สวนตัวอยางไร
แนวคำตอบ (1) กำหนดรหัสผาน ออกจากระบบทกุ ครงั้
แนวคำถาม (2) ไมบอกขอมูลสวนตัวกับผอู ื่น
แนวคำถาม (3) ปรกึ ษาครูหรอื ผูปกครองเม่อื พบสถานการณทีท่ ำใหไมสบายใจ
8.2.3 ครแู ละนกั เรยี นรวมกันอภิปรายสรุปเกย่ี วกับวธิ ีการทำงานใหเหน็ การคิดเชงิ ระบบและ
วธิ ีการทำงานทม่ี ีแบบแผน
4
8.3 ขัน้ ประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณคาบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (10 นาที)
8.3.1 ครูชวนนักเรียนทำกิจกรรมเช็คตัวเองหลงั เรยี นผาน QUIZZIZ จำนวน 10 ขอ
8.3.2 ครูมอบหมายการบานใหนักเรียนทำชิ้นงาน Mind mapping เรื่อง การใชเทคโนโลยี
สารสนเทศไดอยางปลอดภัย และปฏิบัติตามขอปฏิบัติในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางเหมาะสม
8.3.3 ครนู ัดหมายการสงการบาน และสงลงิ ค Google Forms สำหรับสงงานใหกับนกั เรียน
8.3.4 ครูเปดโอกาสใหนักเรียนถามขอสงสัยในการเรียน และใหนักเรียนประเมินความรูสึกหลัง
การเรียนและหลงั การทำกจิ กรรม ผาน insKru
9.สือ่ /อปุ กรณการเรยี นรู
9.1 หนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 6 ของสถาบันพฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.)
9.2 ใบกจิ กรรมท่ี 1 เรอ่ื ง การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภยั ผาน Liveworksheets
9.3 แบบทดสอบเชค็ ตัวเองกอน-หลงั เรยี น ผาน QUIZZIZ
9.4 ลิงคชิ้นงาน Mind mapping ผาน Google Forms
9.5 แบบประเมนิ ความรูสึกหลงั การเรียนและหลังการทำกิจกรรม ผาน insKru
9.6 แหลงการเรียนรูทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
10.การวัดและประเมนิ ผล
10.1 ภาระงาน
10.1.1 ใบกิจกรรมที่ 1 เรือ่ ง การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย
10.1.2 Mind mapping การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศไดอยางปลอดภัย และปฏิบัติตามขอปฏิบัติ
ในการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศไดอยางเหมาะสม
10.1.3 แบบทดสอบเช็คตวั เองกอน-หลงั เรยี น ผาน QUIZZIZ
10.2 เครือ่ งมือวัดและประเมินผล
10.2.1 แบบบันทกึ ใบกิจกรรมท่ี 1 เรือ่ ง อนั ตรายหรอื ความเสียหายจากการใชงานอินเทอรเน็ต
10.2.2 แบบบนั ทึก Mind mapping การใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางปลอดภัย และปฏิบตั ิ
ตามขอปฏิบตั ิในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางเหมาะสม
10.2.3 แบบบันทกึ ทดสอบ กอน-หลงั เรยี น
10.2.4 แบบสงั เกตพฤติกรรม
5
11.การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค วิธกี ารวัด เครือ่ งมือ เกณฑการประเมิน
ดานความรู (K) แบบทดสอบ แบบ ผานเกณฑ
- อธิบายเก่ียวกบั การใชเทคโนโลยี กอน – หลงั เรยี น บนั ทึกคะแนน ระดบั 3 ขึน้ ไป
สารสนเทศอยางปลอดภยั
ดานทกั ษะ (P) ตรวจจาก แบบประเมนิ ผานเกณฑ
- วิเคราะหอันตรายหรอื ความเสยี หายและ ระดับ 3 ข้นึ ไป
วธิ ีการปองกันจากการใชงานอินเทอรเน็ต กิจกรรม ใบกิจกรรม
ดานคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค (A) ผานเกณฑ
- เห็นความสำคัญของการใชเทคโนโลยี ตรวจจากการตรวจ แบบประเมนิ ระดบั 3 ข้นึ ไป
สารสนเทศอยางปลอดภยั Mind mapping
- มวี นิ ยั ซ่อื สัตยสุจรติ ใฝเรยี นรู และ Mind mapping ผานเกณฑ
มงุ มัน่ ในการทาํ งาน แบบบนั ทึก ระดับ 3 ขึน้ ไป
สังเกตพฤติกรรมจาก พฤตกิ รรม
ทำกิจกรรมของนักเรยี น
เกณฑการประเมิน
เกณฑการประเมนิ ใบกิจกรรมที่ 1 เร่ือง การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภยั
ประเด็นการประเมนิ 4 เกณฑการใหคะแนน/ระดับคณุ ภาพ 1
ความถกู ตอ ง มีความถูกตอง 32
ของเน้อื หาครบ มขี อผิดของ
ความตรงเวลา มขี อผิดของ มขี อ ผิดของ เน้อื หา 5-6 ขอ
ทุกขอ เนื้อหา 1-2 ขอ เนอื้ หา 3-4 ขอ
ขึ้นไป
สง งานตรงเวลา สงงานชา กวา สง งานชา กวา
กาํ หนดแตภายใน กําหนด 2-3 วัน สง งานชา กวา
อักขระมคี วามถูกตอง ไมม ีอกั ขระผดิ กําหนด มีการ
วันทีก่ ําหนด มีอักขระผดิ ทวงตามงาน
3-4 จดุ
มอี กั ขระผิด มอี กั ขระผดิ
1-2 จุด 5 จุดขัน้ ไป
*** ตองผานเกณฑระดบั 3 ขึ้นไป
6
เกณฑการประเมิน Mind mapping การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศไดอยางปลอดภัย และปฏบิ ตั ิตามขอ
ปฏิบัติในการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศไดอยางเหมาะสม
ประเดน็ การประเมิน 4 เกณฑการใหคะแนน/ระดับคุณภาพ 1
ความถกู ตอง
มีความถูกตอง 32 มขี อผดิ ของ
ความตรงเวลา ของเนอ้ื หาครบ เนื้อหา 5-6 ขอ
มีขอผิดของ มีขอผดิ ของ
ทกุ ขอ เนือ้ หา 1-2 ขอ เนื้อหา 3-4 ขอ ข้นึ ไป
สงงานตรงเวลา สงงานชากวา สงงานชากวา สงงานชากวา
กำหนดแตภายใน กำหนด 2-3 วนั กำหนด มกี าร
อักขระมีความถูกตอง ไมมผี ิดอักขระ ทวงตามงาน
วนั ท่กี ำหนด ผดิ อักขระ 3-4
จุด ผดิ อกั ขระ 5-6
ผิดอักขระ 1-2 จดุ ขึน้ ไป
จดุ
*** ตองผานเกณฑระดบั 3 ขึ้นไป
แบบบนั ทึกคะแนนสอบ กอน-หลัง เรียน
ประเดน็ การประเมิน 1 2 ระดับคณุ ภาพ 4 5
คะแนนที่ได 0–2 3–4 3 7–8 9 -10
*** ตองผานเกณฑระดบั 3 ข้ึนไป คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน
5–6
แบบบนั ทกึ พฤติกรรม คะแนน
ประเดน็ การประเมนิ 4 เกณฑการใหคะแนน/ระดบั คุณภาพ 1
32
มีวนิ ยั มพี ฤติกรรมใน
มีพฤติกรรมใน มพี ฤติกรรมใน ระดบั ปรับปรุง
ซ่ือสัตยสุจริต มพี ฤติกรรมใน ระดับ ปานกลาง ระดบั นอย
ใฝเรียนรู ระดบั ดี
มงุ ม่ันในการทาํ งาน
*** ตองผานเกณฑระดับ 3 ขึ้นไป
7
ขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศกึ ษา
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..………
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
ลงชอื่ .……..……..……..……..……..……..……..……..……..…….
(.……..……..……..……..……..……..……..……..)
ตาํ แหนง.……..……..……..……..……..……..……..……..……
บันทึกหลงั การสอน
1. ผลทีเ่ กดิ ขึ้นแกนกั เรยี น
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..………
2. ปญหาท่พี บจากการสอน
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..………
3. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไขปญหา
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……...
……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..………
ลงชอ่ื ……..……..……..……..……..…….. (ผูบันทกึ )
(.……..……..……..……..……..……..)
ครผู ูสอน
วันท่ี …….. /…….. /……..
8
แบบบนั ทึกใบกิจกรรมท่ี 1 เร่ือง การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย
ช้ันประถมศึกษาปท่ี …….…….…….
วนั ที่ ……. เดือน …….…….…….… พ.ศ. …….……
ประเดน็ การประเมิน
ท่ี ชื่อ - สกลุ ความถูกตอง ความตรงเวลา อักขระมคี วาม รวม
ถูกตอง
4 3 2 1 4 3 2 14 3 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
เกณฑการประเมิน 5 4 321
9-10 7-8 6-5 3-4 0-2
คะแนนเฉลย่ี
คะแนน ลงชือ่ ……..……..……..……..……..…….. (ผูบนั ทึก)
(.……..……..……..……..……..……..)
*** ตองผานเกณฑระดบั 3 ขึ้นไป ครผู ูสอน
วันท่ี …….. /…….. /……..
อยูในเกณฑระดับดี จำนวน……….คน
อยูในเกณฑระดบั ปานกลาง จำนวน……….คน
อยูในเกณฑระดับนอย จำนวน………คน
อยูในเกณฑระดับปรับปรุง จำนวน………คน
9
แบบบันทึก Mind mapping การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศไดอยางปลอดภัย
และปฏบิ ัติตามขอปฏิบัติในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางเหมาะสม
ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี …….…….…….
วนั ที่ ……. เดือน …….…….…….… พ.ศ. …….……
ประเด็นการประเมิน
ท่ี ช่อื - สกลุ ความถูกตอง ความตรงเวลา อกั ขระมีความ รวม
ถูกตอง
4 3 2 1 4 3 2 14 3 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
เกณฑการประเมนิ
คะแนนเฉล่ยี 4 3 2 1
ความหมาย ดี ปานกลาง นอย ปรบั ปรงุ
*** ตองผานเกณฑระดับ 3 ขึ้นไป
อยูในเกณฑระดับดี จำนวน……….คน ลงชอื่ ……..……..……..……..……..…….. (ผูบนั ทกึ )
อยูในเกณฑระดบั ปานกลาง จำนวน……….คน
อยูในเกณฑระดับนอย จำนวน………คน (.……..……..……..……..……..……..)
อยูในเกณฑระดบั ปรบั ปรงุ จำนวน………คน
ครผู ูสอน
วนั ท่ี …….. /…….. /……..
10
แบบบนั ทกึ แบบฝกหัด ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ …….…….…….
วันท่ี ……. เดือน …….…….…….… พ.ศ. …….……
ท่ี ช่ือ - สกลุ คะแนนสอบ รวม คะแนนเฉลี่ย
กอน หลัง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
เกณฑการประเมนิ
คะแนนเฉล่ยี 4 3 21
ปานกลาง นอย ปรับปรงุ
ความหมาย ดี
ลงชื่อ ……..……..……..……..……..…….. (ผูบันทึก)
*** ตองผานเกณฑระดบั 3 ขึ้นไป (.……..……..……..……..……..……..)
ครูผูสอน
อยูในเกณฑระดับดี จำนวน……….คน วันที่ …….. /…….. /……..
อยูในเกณฑระดับปานกลาง จำนวน……….คน
อยูในเกณฑระดับนอย จำนวน………คน
อยูในเกณฑระดับปรบั ปรงุ จำนวน………คน
11
แบบบนั ทึกพฤติกรรม ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี …….…….…….
วันท่ี ……. เดอื น …….…….…….… พ.ศ. …….……
ท่ี ชอื่ - สกลุ มวี นิ ัย ประเด็นการประเมิน มุงมั่นในการทํางาน รวม
ซอ่ื สัตยสจุ ริต ใฝเรียนรู
4321432143214321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
เกณฑการประเมิน
คะแนนเฉลีย่ 4 3 2 1
ความหมาย ดี ปานกลาง นอย ปรับปรงุ
*** ตองผานเกณฑระดับ 3 ข้ึนไป
อยูในเกณฑระดบั ดี จำนวน……….คน ลงชื่อ ……..……..……..……..……..…….. (ผูบันทึก)
อยูในเกณฑระดับปานกลาง จำนวน……….คน (.……..……..……..……..……..……..)
อยูในเกณฑระดับนอย จำนวน………คน
อยูในเกณฑระดบั ปรับปรงุ จำนวน………คน ครผู ูสอน
วันที่ …….. /…….. /……..
12
ใบกจิ กรรมท่ี 1 เรอื่ ง การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภัย ผาน Liveworksheets
13
14
แบบทดสอบเช็คตัวเองกอน-หลัง เรยี น ผาน QUIZZIZ
15
16
ลิงคช้นิ งาน Mind mapping ผาน Google Forms
17
แบบประเมินความรูสึกหลงั การเรยี นและหลังการทำกิจกรรม ผาน insKru
18
ภยั คกุ คามจากการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการปองกนั
1.วธิ ภี ัยคุกคาม
ภยั คกุ คามทม่ี าจากมนุษยนั้นมีหลากหลายวิธี โดยมีการต้ังแตการใชความรขู ้นั สูงดานไอทไี ปจนถึงวิธีการที่
ไมจำเปนตองใชความรู และความสามารถทางเทคนิค เชน
1.1 การคุกคามโดยใชหลักจิตวทิ ยา เปนการคุกคามที่ใชการหลอกลวงเพื่อใหไดขอมูลที่ตองการโดยไม
ตองใชความรูความชำนาญดานไอที เชน การใชกลวิธีในการหลอกเพื่อใหไดรหสั ผานหรือสงขอมูลที่สำคญั ให โดย
หลอกวาจะไดรบั รางวัลแตตองทำตามเง่อื นไขท่ีกำหนด แตตองปองกนั ไดโดยใหนักเรยี นระมัดระวังในการใหขอมูล
สวนตวั กับบคุ คลใกลชิดหรอื บุคคลอ่นื
1.2 การคุกคามดวยเนื้อหาที่ไมเหมาะสม ขอมูลและเนื้อหาที่มีอยูในแหลงตางๆบนอินเตอรเน็ตมีจำนวน
มากเพราะสามารถสราง และเผยแพรไดงาย ทำใหขอมูลอาจไมไดรับการตรวจสอบความถูกตองและความ
เหมาะสม ดังนนั้ ขอมลู บางสวนอาจกอใหเกิดปญหากับนักเรียนได
ตวั อยางแหลงขอมูลและเนื้อหาที่ไมเหมาะสม เชน แหลงขอมูลเก่ยี วกบั การใชความรนุ แรงการยุยงใหเกิด
ความวุนวายทางสังคม การพนัน ส่อื ลามกอนาจาร เนือ้ หาหมิ่นประมาท การกระทำที่ผดิ ตอกฎหมายและจริยธรรม
ขอมูลและเนื้อหาเหลานี้สามารถเขาถึงไดงายและยากตอการปองกัน กรอกขอมูลที่ไมเหมาะสม เพราะ
ขอมูลท่ีไมเหมาะสมสวนใหญมกั มีเรื่องของผลประโยชนเขามาเกี่ยวของ ดังจะเหน็ ไดจากการใชงานแอพพลิเคช่ัน
เว็บไซต และสื่อบางประเภท นอกจากนี้อาจมีขอมูลท่ีไมเหมาะสมนั้นปรากฏขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติถึงแมวา
แอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซตนั้นเปนของหนวยงานที่นาเชื่อถือก็ตาม เชนเว็บไซตหนวยงานราชการ บริษัทชั้นนำ
ดงั น้นั นกั เรยี นควรจะใชวิจารณญาณในการเลือกรับหรอื ปฏเิ สธขอมูลเหลานัน้
1.3 การคุกคามโดยใชโปรแกรม เปนการคุกคามโดยใชโปรแกรมเปนเครื่องมือสำหรับกอปญหาดานไอที
โปรแกรมดงั กลาวเรียกวา มลั แวร (malicious software: malware) ซึ่งมีหลายประเภทเชน
ไวรัสคอมพิวเตอร (computer virus) คำที่เขียนดวยเจตนาราย อาจทำใหผูใชงานเกิดความ
รำคาญหรือกอใหเกิดความเสียหายตอขอมูลหรือระบบ โดยไวรัสคอมพิวเตอรจะติดมากับไฟล และสามารถ
แพรกระจายเมื่อมกี ารเปดใชงานไฟล เชน ไอเลฟิ ยู ( ILOVEYOU), เมลิสซา (Melissa)
เวิรม (worm) หรือที่เรียกกันวา หนอนคอมพิวเตอร เปนโปรแกรมอันตรายที่สามารถ
แพรกระจายไปสูเครื่องคอมพิวเตอรเคร่ืองอน่ื ในเครือขายไดดวยตนเอง โดยใชวิธีหาจดุ ออนของระบบรักษาความ
19
ปลอดภัย แลวแพรกระจายไปบนเครือขายไดอยางรวดเร็ว และกอใหเกิดความเสียหายที่รุนแรง เชน โคดเรด
(Code Red) ท่ีมีการแพรในเครือขายเว็บของไมโครซอฟทในป พ. ศ. 2544 สงผลใหเครื่องแมขายท่ัวโลกกวา 2
ลานเคร่อื งตองหยดุ ใหบรกิ าร
ประตูกล (Backdoort rapdoor) เปนโปรแกรมทมี่ ีการเปดชองโหวไวเพื่อใหผูไมประสงคดีสามารถเขา
ไปคุกคามระบบสารสนเทศ หรือเครอ่ื งคอมพิวเตอรผานทางระบบเครือขายโดยท่ไี มมีใครรบั รู บริษัทรับจางพัฒนา
ระบบสารสนเทศบางแหงอาจจะตดิ ต้ังประตบู นไว เพ่ือดึงขอมูลหรือความลับของบริษัทโดยทผ่ี ูวาจางไมทราบ
มาโทรจัน (trojan horse virus) เปนโปรแกรมท่ีมลี ักษณะคลายโปรแกรมทั่วไปเพื่อหลอกลวงใหผูใช
ติดตั้ง และเรียกใชงาน แตเมื่อเรียกใชงานแลวกจ็ ะเริ่มทำงานเพอื่ สรางปญหาตางๆตามผูเขียนกำหนด เชนทำราย
ขอมูล หรือลวงขอมูลทีเ่ ปนความลับ
ระเบิดเวลา (Logic Bomb) เปนโปรแกรมอันตรายที่จะเริ่มทำงาน โดยมีตัวกระตุนบางอยาง หรือ
กำหนดเง่อื นไขการทำงานบางอยางขึ้นมา เชน App สงขอมลู ออกไปยงั เครือ่ งอนื่ ๆ หรือลบไฟลขอมูลทงิ้
โปรแกรมดักจับขอมูลหรือ สปายแวร (Spyware) เปนโปรแกรมที่แอบขโมยขอมูลของผูใชระหวางใช
งานคอมพิวเตอร เพื่อนำไปใชแสวงหาผลประโยชนตางๆ เชน เก็บขอมูลพฤติกรรมการใชงานอินเตอรเน็ตเพ่ือ
นำไปใชในการโฆษณา เกบ็ ขอมูลรหัสผานเพอื่ นำไปใชในการโอนเงินออกจากบัญชผี ูใช
โปรแกรมโฆษณาหรือแอดแวร ( advertising Supported Software : adware) เปนโปรแกรมที่
แสดงโฆษณา หรอื ดาวนโหลดโฆษณาอัตโนมัติหลังจากที่เครื่องคอมพิวเตอรนั้นติดตั้งโปรแกรมที่มี แอดแวร อยู
นอกจากนี้แอดแวรบางตัวอาจจะมี Spyware ที่คอยดักจับขอมูลของผูใชงานเอาไวเพื่อสงโฆษณาที่ตรงกับ
พฤติกรรมการใชงาน ทั้งนี้อาจจะสรางความรำคาญใหกับผูใชงาน เนื่องจากโฆษณาจะสงมาอยางตอเนือ่ ง ในขณะ
ทผ่ี ูใชไมตองการ
โปรแกรมเรียกคาไถ (ransomware) เปนโปรแกรมขดั ขวางการเขาถึงไฟลขอมลู ในเครื่องคอมพิวเตอร
หรือโทรศัพทมือถือดวยการเขารหัส จนกวาผูใชจะจายเงนิ ใหผูเรียกคาไถ จึงจะไดรับรหัสผานเพื่อที่จะสามารถใช
งานไฟลนัน้ ได เชน คริปโตล็อกเกอร (CryptoLocke) ในป พ.ศ. 2556 ที่มีการเผยแพรกระจายไปทกุ ประเทศทั่ว
โลกผานไฟลแนบในอีเมล และ วันนาคราย (wannacry) ในป พ.ศ. 2560 ทีแ่ พรกระจายไดดวยวิธเี ดยี วกับเวิรม
20
2.รปู แบบการปองกนั ภัยคุกคาม
แนวคิดหนึ่งทีใ่ ชสำหรับการปองกันภัยคุกคามดานไอที คือการตรวจสอบ และยืนยันตัวตนของผูใชงาน
กอนการเรมิ่ ตนใชงาน การตรวจสอบเพ่ือยนื ยันตวั ตนของผูใชงานสามารถดำเนินการได 3 รปู แบบดงั น้ี
ตรวจสอบจากสง่ิ ทีผ่ ูใชรู
การตรวจสอบตัวตนจากสิ่งท่ีผูใชงานรูแตเพียงผูเดียว เชน
บัญชีรายชื่อผูใชกับรหัสผานการตรวจสอบวิธีนี้เปนวิธีท่ี
ไดรับความนิยมสูงสุด เนื่องจากเปนวิธีที่งาย และระดับ
ความปลอดภัยเปนที่ยอมรับไดหากนักเรียนลืมรหัสผาน
สามารถตดิ ตอผดู ูแลเพ่ือขอรหสั ผานใหม
ตรวจสอบจากสง่ิ ที่ผูใชมี
การตรวจสอบตัวตนจากอุปกรณที่ผูใชงานตองมี เชน บัตร
สมารตการด โทเกน อยางไรก็ตาม การตรวจสอบวิธีนี้มี
คาใชจายในสวนของอุปกรณเพิ่มเติม และมักมีปญหาคือ
ผูใชงานมกั ลมื หรือทำอุปกรณทีใ่ ชตรวจสอบหาย
ตรวจสอบจากสง่ิ ทเ่ี ปนสวนหน่ึงของผูใช
การตรวจสอบขอมูลชีวมาตร (biometrics) เชน ลายนิ้วมือ
มานตา ใบหนา เสียง การตรวจสอบนี้ที่มีประสิทธิภาพสงู
สดุ แตมีคาใชจายทส่ี งู เมอื่ เปรียบเทยี บ กับวิธีอืน่ และตองมี
การจัดเก็บลักษณะเฉพาะของบุคคล ซึ่งมีผูใชบางสวน
อาจจะเหน็ วาเปนการละเมิดสทิ ธ์ิความเปนสวนตวั
21
3.ขอแนะนำในการต้ังและใชงานรหสั ผาน
การกำหนดรหัสผานเปนท่ีการตรวจสอบตัวตนที่นิยมมากที่สุดเนื่องจากวาเปนวธิ ีที่งายและคาใชจายต่ำ
เมือ่ เทยี บกับวิธีอ่ืน สิ่งที่ควรคำนงึ ถึงในการกำหนดรหัสผานใหมีความปลอดภยั มี ดงั นี้
รหัสผานควรต้ังใหเปนไปตามเงื่อนไขของระบบที่ใชงาน รหัสผานที่ควรประกอบดวยตวั อักษรตวั ใหญ ตวั
เล็ก ตัวเลข และสญั ลักษณ เชน Y1nG@# !z หรือ @uG25sx*
หลีกเลี่ยงการตั้งรหัสผานโดยใชวัน เดือน ปเกิด ชื่อผูใช ชื่อจังหวัด ชื่อตัวละคร ชื่อสิ่งของตางๆ ที่
เกี่ยวของ หรือคำที่มอี ยูในพจนานกุ รม
ตงั้ ใหจดจำไดงาย แตยากตอการคาดเดาดวยบุคคลหรอื โปรแกรม เชน สรางความสัมพนั ธของรหัสผานกับ
ขอความหรอื ขอมูลสวนตวั ที่คุนเคย เชน ต้ังชอ่ื สนุ ขั ตวั แรก แตเขียนตวั อกั ษรจากหลังมาหนา
บัญชีรายช่ือผูใชแตละระบบ ควรใชรหัสผานท่ีแตกตางกัน โดยเฉพาะบัญชีทใ่ี ชเขาถึงขอมูลท่มี คี วามสำคญั
เชน รหสั ผานของบตั รเอทเี อ็มหลายใบใหใชรหสั ผานตางกัน
ไมบนั ทึกรหัสแบบอัตโนมตั ิบนโปรแกรมบราวเซอร โดยเฉพาะอยางยิ่งหากใชเครื่องคอมพิวเตอรรวมกับ
ผูอื่นหรอื เครื่องสาธารณะ
ไมบอกรหสั ผานของตนเองใหกับผอู ่นื ไมวากรณีใดๆ
หม่ันเปล่ยี นรหสั ผานเปนประจำอาจจะทำทกุ ๆ 3 เดอื น
เดอื นอีก เดือนหลกี เลย่ี งการบันทึกรหสั ผานใน เดือนหลีกเล่ียงการบันทึกรหสั ผานในกระดาษสมุดโนตร้ัว
เดือนหลีกเลี่ยงการบันทึกรหัสผานในกระดาษสมุดโนตรวมทั้งอุปกรณอิเล็กทรอนิกส เดอื นหลีกเลีย่ งการ
บันทึกรหสั ผานในกระดาษสมุดโนตรวมทัง้ อุปกรณอิเลก็ ทรอนิกสดวย เดือนหลีกเลี่ยงการบันทึกรหัสผาน
ในกระดาษสมดุ โนตรวมทง้ั อปุ กรณอิเล็กทรอนิกสดวยหากจำเปนตองบนั ทึกก็ควรจัดเกบ็ ไวในท่ปี ลอดภัย
ออกจากระบบทุกครง้ั เม่อื เลือกใชบริการตางๆ บนอนิ เตอรเนต็
22
วิธีสอน GPAS 5 Steps
1.GPAS 5 Steps สูหองเรยี นในศตวรรษท่ี 21
ในยุคศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะการเรียนรูและนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills)ไดแก 1)
ความคิดสรางสรรคและนวัตกรรม 2) การคิดเชิงวิพากษและการแกปญหา และ3) การสื่อสารและการรวมมือ
ทำงานทักษะชีวติ และการทำงาน (Social and Cross-Cultural Skills)ไดแก 1) ความยืดหยุนและความสามารถ
ในการปรบั ตัว 2) ความคดิ ริเริ่มและการชี้นำตนเอง 3) ทักษะทางสังคมและการเรยี นรูขามวัฒนธรรม 4) การเพ่ิม
ผลผลติ และความรูรับผิด และ5) ความเปนผูนำและความรับผดิ ชอบ (Ken Kay,2011: 34-35) ซึ่งทักษะดานการ
สรางสรรค และนวัตกรรม (Creativity and innovation) และทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรมตางกระบวน
ทศั น(Cross-cultural understanding) เปนทกั ษะทสี่ ำคัญในยุคศตวรรษที่ 21 การยกระดับคณุ ภาพการเรียนการ
สอนที่เนนใหผูเรียนมีความสามารถในการสรางสรรคนวัตกรรม (Creative Innovation) และมีความเปนนวัตกร
(Innovator)
ในทักษะการเรียนรูศตวรรษที่ 21 และยุค 4.0 ดวยการจัดการเรียนรูดวยวิธีสอน GPAS 5 Steps ผาน
ชุมชนแหงการเรียนรทู างวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โครงสรางทักษะกระบวนการคดิ
5 ประการ ซ่ึงเรียกวา GPAS 5 Step GATHERING : การรวบรวมและเลือกขอมูล PROCESSING : การจัดกระทำ
ขอมลู APPLYING : การประยกุ ตใชความรู A1 : Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นปฏิบัติและ
สรุปความรู หลังการปฏิบัติ A2 : Applying the Communication Skill) ขั้นสื่อสารและนำเสนอSELF –
REGULATING : การกำกับตนเอง หรือ การเรียนรูไดเอง ทักษะกระบวนการคิด GPAS จงึ เปนขั้นตอนและจุดเนน
ในการจัดกระบวนการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนสรางความรูดวยตนเอง จากนั้นนำไปใชในการปฏิบัติจริง ใชในการ
แกปญหาในสถานการณตางๆ สิ่งที่ไดจากกระบวนการเหลาน้ี จะตกผลึกภายในตัวของผูเรยี น จะกลายเปนตัวตน
เปนบุคลกิ ภาพของผูเรยี น และสะทอนออกมาในภาระงานหรอื การปฏบิ ตั ิที่ครมู อบหมาย
2.โมเดลการคิดข้นั สูงเชิงระบบ 5 ขัน้ (GPAS 5 Steps)
โมเดลการคดิ ขน้ั สงู เชิงระบบ 5 ขน้ั (GPAS 5 Steps) เนนกระตนุ ผเู รียนใหเกดิ การเรียนรูแบบแอคทีฟเลิน
นิง่ พรอมทงั้ เปนเจาของการเรยี นรู ประกอบดวย
1. แสวงหาขอมลู รอบดานเพอ่ื ตอบโจทยการเรยี นรู
2. คดิ -วิเคราะห-สรปุ ความรเู พ่ือวางแผนเตรียมปฏบิ ัติ
3. ลงมือทำจรงิ แกปญหาจริง เพือ่ พฒั นาหาแนวทางท่ดี ีที่สุด
4. ส่ือสารและนำเสนอในรปู แบบที่หลากหลาย
5. สรางคณุ คาใหผลงาน ตอยอดประโยชนสูสังคม
23
ซึ่งสอดคลองกับแผนปฏิรูปฯ การศึกษาบิ๊กร็อคที่ 2 ซึ่งมีเปาหมายใหผูเรียนมีความรูและทักษะ
ความสามารถท่ีคงทนผานการเรยี นรูดวยตนเอง โดยเฉพาะการพฒั นานวัตกรรมท่ีเปนประโยชนตอสังคม ผลสำเร็จ
จาก 30 โรงเรียนตนแบบ พบวาเด็กนักเรียนในชวงชั้น ป.1-ป.6 สามารถสรางสรรคนวัตกรรมกวา 1,800
นวตั กรรม และคาดวาจะมากขนึ้ ในปการศกึ ษาตอไป
การปฏิรูปการศึกษาตองคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในดานประชากร ความกาวหนาทาง
เทคโนโลยี รวมทั้งสถานการณโควิด-19 ที่กระทบตอวิถีชีวิตของประชาชนทุกชวงวัย จึงจำเปนตองปรับเปลี่ยน
กระบวนการจัดการเรียนรูและรูปแบบการเรียนการสอน มาเปนการจัดกระบวนการเรียนรูเพื่อพัฒนาสมรรถนะ
แบบผูเรยี นสรางความรูดวยตนเอง (Active Learning) ทเี่ นนการยึดผูเรียนเปนศนู ยกลางและสนับสนุนใหผูเรียนมี
สวนรวมในการสรางการเรยี นรู ผานการพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชงิ ระบบ (GPAS) โดย คณะกรรมการปฏิรูป
ประเทศดานการศกึ ษา ไดวางกรอบนโยบายปฏิรูปการศึกษา เรื่องการพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนสูการเรียนรู
ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปล่ยี นแปลงในศตวรรษที่ 21 (บิก๊ ร็อคที่ 2) ซึ่งประกอบดวยกระบวนการคิดข้ัน
สูงเชิงระบบ 5 ขั้น (GPAS 5 Steps) มสี าระสำคญั ดังน้ี
แสวงหาขอมูลรอบดานเพื่อตอบโจทยการเรียนรู (Gathering) ผูเรียนเกิดการสังเกต หรือตัง้ ขอสงสัยใน
ปญหาจากการกระตุนของครูผูสอนผานกิจกรรมการเรียนการสอน เชน การสรางสถานการณเพื่อฝกใหผูเรียนตั้ง
คำถามกบั ปญหาดานส่ิงแวดลอมท่เี กดิ ขึน้ ในชมุ ชน ทำใหผูเรียนตองการหาคำตอบดวยตัวเองดวยการสืบคนความรู
จากแหลงขอมลู รอบตัว
คิด-วิเคราะห-สรุปความรูเพื่อวางแผนเตรียมปฏิบัติ (Processing) ผูเรียนนำขอมูลหรือองคความรูที่
รวบรวมไดมารวมกันวิเคราะห วาจะสามารถนำไปแกปญหาหรือสรางสรรคใหเกิดประโยชนไดอยางไร จากนั้นจึง
จัดจำแนกขอมูล และนำไปวางแผนการปฏิบัติ เชน การคิดสรางนวัตกรรมเพื่อนำไปแกปญหาดานสิง่ แวดลอมใน
ชุมชน
ลงมือทำจริง แกปญหาจริง เพื่อพัฒนาหาแนวทางที่ดที ี่สุด (Applying 1) ผูเรียนนำองคความรูท่ีผานการ
วิเคราะหและวางแผนแลวไปปฏิบัติและลงมือทำ โดยจะเกิดการเรียนรูจากการแกปญหาที่เกิดขึ้นระหวาง
กระบวนการปฏิบตั จิ รงิ การสือ่ สาร และการทำงานเปนทีม เพ่อื พัฒนาใหเกดิ ผลสำเรจ็ ทด่ี ียิง่ ขน้ึ ตอไป
สื่อสารและนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย (Applying 2) ผูเรียนมีความรูความเขาใจในองคความรูท่ี
เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานและการแกปญหา จนสามารถสรุปออกมาเปนหลักการ สื่อสารผานการนำเสนอใน
รปู แบบแผนภาพความคิด นำเสนอเปนรายงาน การอภปิ ราย การบรรยาย หรอื จัดทำเปนสอื่ ตางๆ
สรางคุณคาใหผลงาน ตอยอดประโยชนสูสังคม (Self-Regulating) ผูเรียนมีจิตสาธารณะและเห็นคุณคา
ในผลงาน สามารถขยายผลหรือตอยอดองคความรูนั้น เพื่อนำไปใชใหเกิดประโยชนตอสวนรวม หรือแกไขปญหา
สงั คมในดานตางๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน การพัฒนานวัตกรรมเพ่ือแกปญหาใหตรงกบั บริบทของแตละชมุ ชน
24
ทั้งนี้ ผูที่มีบทบาทสำคัญในการจัดกระบวนการเรียนรูในรูปแบบ Active Learning คือ ผูบริหาร
สถานศึกษาและครูผูสอนที่ตองมคี วามรูความเขาใจในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู มีสมรรถนะดานการจดั การ
เรียนรู การออกแบบการเรยี นรู รวมท้ังการจัดกิจกรรมตางๆ ซง่ึ จะทำใหผูเรียนมีความรแู ละทักษะที่คงทนผานการ
ทำกิจกรรมที่หลากหลาย มีสวนรวมในทุกกระบวนการเรียนรู เกิดความกระตือรือรนที่จะใฝรู สามารถใชองค
ความรูผลิตผลงานหรือสรางสรรคนวัตกรรมทเี่ ปนประโยชนตอการดำรงชวี ิต และสอดคลองตอการเปล่ียนแปลงใน
ศตวรรษท่ี 21
ความรูในเนอ้ื หาผนวกวิธีสอนและเทคโนโลยี (TPACK Model)
1.ความรูดานเทคโนโลยี (Technological Knowledge) หรือ TK
ความรูดานเทคโนโลยี (Technological Knowledge: TK) คือ ความรูความสามารถของผูสอนท่เี กย่ี วของ
กับการประยกุ ตใชสื่ออุปกรณดานเทคโนโลยสี ารสนเทศทางการศึกษา ทง้ั ในเรอื่ งของซอรฟแวร (Software) และ
ฮารดแวร (Hardware) ตางๆ รวมไปถงึ อุปกรณตอพวงท่ีเกี่ยวของ (Associated peripherals) เพอื่ ใช
ประกอบการเรียนการสอนที่มีความสอดคลองและมีความเหมาะสมกบั เน้อื หาวิชาและผูเรียน เชน ผสู อนมคี วามรู
ความเขาใจในเรื่องของการจดั การเรยี นการสอนโดยใชเทคโนโลยจี ากเว็บ 2.0 (Web 2.0 tools) ตางๆ เชน Wiki,
Blogs, Facebook เปนตน
25
2.ความรูดานวิธีการสอน (Pedagogical Knowledge) หรือ PK
ความรูดานวิธีการสอน (Pedagogical Knowledge: PK) คือ ความรูความสามารถของผูสอนที่นำมา
ประยกุ ตใชเพ่อื เปนแนวทางการเรยี นการสอนใหกับผเู รียน หรอื ท่เี ก่ยี วกบั วิธกี ารถายถอดความรูไปสูผูเรยี น รวมไป
ถงึ กลยทุ ธ หรอื กระบวนการ การปฏิบตั ิ หรือวิธกี ารสอนทง้ั ในและนอกช้นั เรียน ในสวนน้ไี มรวมถงึ ทฤษฎีการศึกษา
(Educational theories) และวิธีการประเมิน (Assessment methods) เชน การเรียนการสอนโดยใชวิธีการ
เรียนรโู ดยใชปญหาเปนหลกั (Problem – based Learning: PBL) วิธีการเรยี นรูโดยใชปญหาเปนหลกั (Problem
– based Learning: PBL) การเรียนรูที่ใชสมองเปนหลัก (Brain – Based Learning) วิธีสอนแบบโครงงาน
(Project Method) การจัดการเรียนรูแบบคนพบ (Discovery Method) วิธีสอนแบบศึกษาดวยตนเอง (Self-
Study Method) เปนตน
3.ความรูดานเนอื้ หา (Content Knowledge) หรือ CK
ความรูดานเนื้อหา (Content Knowledge) หรือ CK หมายถึง สาระ, ขอมูล, แนวคิด, หลักการท่ี
เกี่ยวของกับเนื้อหาวิชาการในหลักสูตรที่ตองการที่จะถายทอดไปยังผูเรียน เชน คณิตศาสตร, ภาษาไทย,
วิทยาศาสตร หรือวิชาอน่ื ๆ
4.ประยกุ ตการจดั การเรยี นรูแชทบอทกับวิธีสอนและเทคโนโลยี
4.1 ความรดู านเทคโนโลยี
Liveworksheets เวบ็ ไซตการสรางใบงานออนไลนทเ่ี หมาะสำหรบั คุณครยู ุคใหม ตอบสนองการเรียนผาน
ทางออนไลน เพื่อยกระดับการเรียนการสอน เพิ่มความสะดวกในการสรางใบงานของคุณครู การทำใบงานของ
นักเรียน รวมถึงการตรวจใบงานที่รวดเร็ว แบงหมวดหมูชัดเจน หมดปญหาเรื่องการแจกหรอื เก็บใบงานนักเรียน
และมีรูปแบบใบงานที่หลากหลายใหคณุ ครูไดเลือกใช หรือถาคุณครูตองการยกระดับประสิทธิภาพการใชงานก็
สามารถสมัครสมาชกิ กบั ทางเวบ็ ไซตเพ่ือใหใชงานไดดขี ึ้นในอีกระดับหน่ึง
Padlet เวบ็ ไซตท่ีใหบริการกระดานแสดงความคิดเห็นออนไลน รองรับผูใชหลายคนผูใชสามารถเขามา
อภิปรายแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร เขียนคำถาม คำตอบ หรือสรุปเนื้อหา เปนชองทางแสดงความคิดเห็นของ
นักเรียนและครูหรือเพื่อนๆ ในชั้นเรียน สามารถโพสต ขอความ รูปภาพ วีดีโอ เสียง และลิงกเว็บไซต ทั้งยัง
สามารถ Export ขอมูลในบอรดออกมาเปนไฟล รปู ภาพ pdf csv Excell หรือพมิ พ และแชรผานชองทางตางๆ ได
เชน Facebook Twtter E-mail เปนตน
26
Quizizz เปนเวบ็ ไซตหนึง่ ท่ี ชวยสราง แบบทดสอบออนไลน e-Testing ไดฟรี ผเู รยี นทำแบบทดสอบผาน
อุปกรณคอมพิวเตอรNotebook Tablet SmartPhone ที่เชื่อมตอระบบ Internet ผูเรียนทราบผลการสอบทันที
และผูสอน ไดรบั รายงาน (Report) ผลการสอบและบนั ทกึ ลงเครอื่ งคอมพิวเตอรได เหมาะกับการนำมาประยุกตใช
กับการทำขอสอบกอนเรยี น หลงั เรยี นเพือ่ วัดผลการเรียนรู ของผูเรยี น หรอื จัดกจิ กรรมการสอบแบบเกมสเพ่ือเพ่ิม
ความสนกุ สนานในการเรียนได อีกท้ังชวยใหสถาบันการศึกษาประหยดั คาใชจายจากการเตรียมสอบ และเปนการ
ใชเทคโนโลยีไดอยางเกิด ประโยชน ชวยใหผูสอนลดเวลาในการทำขอสอบและจัดชุดทดสอบ อีกท้ังจะทราบ
จุดบกพรองการเรยี นของนักเรียนแตละคนในแตละเนื้อหา วานกั เรยี นไมเขาใจในเน้อื หาการเรียนเรื่องใด เพอ่ื นำมา
ปรับปรุงแกไข กระบวนการจัดการเรียนการสอนไดดียิ่งขึ้นในดานของผูเรียนเอง ก็จะไดทราบขอมูลและประเมิน
ตนเองไดวาไมเขาใจเน้ือหาตรงสวนใดเพอื่ จะไดกลบั ไปทบทวน และทำความเขาใจในเนื้อหานน้ั อีกคร้ังหน่งึ เสมอื น
การสรางแรงจูงใจในการเรียน และใหผูเรียน ตองเตรียมพรอมในการเรียนอยูเสมอ
Google Forms เปนบริการจากบริษัท Google ที่ใชสรางแบบสอบถามหรือรวบรวมขอมูลอื่นๆ ทาง
ออนไลนไดอยางรวดเรว็ สามารถนำมาประยุกตใชไดหลายกรณี เชน
- การวางแผนการจัดงานตาง ๆ
- การสำรวจความพงึ พอใจหรอื ความเห็น
- การเก็บขอมูลแทนการกรอกแบบฟอรมกระดาษ
- การทำแบบทดสอบ
- การลงคะแนนเสียง
insKru คอมมิวนิตี้แลกเปลี่ยนไอเดียการสอนเจงๆ ระหวางครแู ละคนรักการสอนทั่วประเทศ ชแบงปน
และเก็บไอเดยี การสอน รวมถึงจัดหมวดหมูเพื่อความสะดวกในการคนหา และสื่อบรู ณาการกับการสอนเพื่อทำให
นาสนใจมากขึน้
4.3 การจดั การเรยี นการสอน
การจดั การเรียนรูเชิงรุก (Active learning) เปนกระบวนการเรียนการสอนที่สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวม
ในชัน้ เรียน สรางปฏสิ ัมพันธระหวางครูผูสอนกบั ผเู รียน มงุ ใหผูเรียนลงมือปฏิบัติโดยมีครูเปนผูอำนวยความสะดวก
(Facilitator) สรางแรงบันดาลใจใหคำปรึกษา ดูแล แนะนำ ทำหนาที่เปนโคชและ พี่เลี้ยง (Coach & Mentor)
แสวงหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู และแหลงเรียนรูที่หลากหลาย ใหผูเรียน ไดเรียนรูอยางมีความหมาย
(Meaningful learning) ผูเรียนสรางองคความรูไดมีความขาใจในตนเอง ใชสติปญญา คิด วิเคราะหสรางสรรค
27
ผลงานนวัตกรรมที่บงบอกถึงการมสี มรรถนะสำคญั ในศตวรรษที่ 21 มีทกั ษะวิชาการ ทักษะชีวิและทักษะวิชาชีพ
บรรลุเปาหมายการเรียนรูตามระดับชวงวัย ความสำคญั ของการจดั การเรียนรเู ชิงรกุ (Active Learning) ดงั นี้
(1) สงเสริมการมีอิสระทางดานความคิดและการกระทำของผูเรียน การมีวิจารณญาณและการคิด
สรางสรรค ผูเรียนจะมีโอกาส มสี วนรวมในการปฏิบัติจรงิ และมีการใชวจิ ารณญาณในการคิดและตัดสินใจในการ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมนน้ั มุงสรางใหผูเรียนเปนผกู ากับทิศทางการเรยี นรูคนหาสไตลการเรียนรูของตนเองสูการเปนผูรูคิด
รูตัดสินใจดวยตนเอง (Metacognition) เพราะฉะนั้น Active Learning จึงเปนแนวทางการจัดการเรียนรูที่มุงให
ผูเรียนสามารถพัฒนาความคิดขั้นสูง (Higher order thinking) ในการมีวิจารณญาณ การวิเคราะหการคิด
แกปญหา การประเมนิ ตัดสินใจ และการสรางสรรค
(2) สนับสนนุ สงเสรมิ ใหเกิดความรวมมือกันอยางมีประสทิ ธิภาพ ซึง่ ความรวมมือในการปฏิบัติงานกลุมจะ
นำไปสูความสำเรจ็ ในภาพรวม
(3) ทำใหผูเรียนทุมเทในการเรียน จูงใจในการเรียน และทำใหผูเรียนแสดงออกถงึ ความรูความสามารถ
เมือ่ ผเู รยี นไดมสี วนรวมในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมอยางกระตือรือรน ในสภาพแวดลอมทีเ่ ออื้ อำนวย ผานการใชกจิ กรรม
ท่ีครูจดั เตรยี มไวใหอยางหลากหลาย ผูเรียนเลือกเรียนรูกิจกรรมตางๆ ตามความสนใจและความถนัดของตนเอง
เกิดความรบั ผิดชอบและทุมเทเพอ่ื มุงสูความสำเร็จ
(4) สงเสรมิ กระบวนการเรียนรูท่ีกอใหเกดิ การพฒั นาเชงิ บวกทัง้ ตัวผูเรยี น และตวั ครูเปนการปรับการเรียน
เปลี่ยนการสอน ผูเรียนจะมีโอกาสไดเลือกใชความถนัด ความสนใจ ความสามารถที่เปนความแตกตางระหวาง
บุคคล (Individual Different) สอดรับกับแนวคิดพหุปญญา (Multiple Intelligence) เพื่อแสดงออกถึงตัวตน
และศกั ยภาพของตัวเอง สวนครผู สู อนตองมีความตระหนกั
ลกั ษณะกจิ กรรมท่ีเปนการเรียนรเู ชงิ รุก
(1) กระบวนการเรียนรูที่ลดบทบาทการสอนและการใหความรูโดยตรงของครูแตเปดโอกาสใหผูเรียนมี
สวนรวมสรางองคความรูและจดั ระบบการเรยี นรูดวยตนเอง
(2) กิจกรรมพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนใหนำความรูความเขาใจไปประยุกตใชสามารถวิเคราะห
สงั เคราะหประเมินคา คิดสรางสรรคส่ิงตางๆ พัฒนาทกั ษะกระบวนการคดิ ไปสูระดับท่สี ูงขึน้
(3) กิจกรรมเช่อื มโยงกบั นกั เรยี น กบั สภาพแวดลอมใกลตัว ปญหาของชุมชน สงั คม หรือประเทศชาติ
(4) กจิ กรรมเปนการนำความรูท่ไี ดไปใชแกปญหาใหม หรอื ใชในสถานการณใหม
28
(5) กิจกรรมเนนใหผูเรียนไดใชความคิดของตนเองอยางมีเหตุมีผล มีโอกาสรวมอภิปรายและนำเสนอ
ผลงาน
(6) กจิ กรรมเนนการมปี ฏิสมั พันธกันระหวางผูเรียนกับผสู อน และปฏิสัมพันธกันระหวางผูเรยี นดวยกนั
4.3 ความรดู านเนือ้ หา
หลักสูตรรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับช้ัน
ประถมศึกษาปท่ี 6
หนวยการเรยี นรูที่ 4 เรอ่ื ง เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
ว 4.2 ป.6/4 ใชเทคโนโลยีสารสนเทศทำงานรวมกันอยางปลอดภยั เขาใจสทิ ธแิ ละหนาที่ของตนเคารพใน
สิทธิของผูอื่น แจงผูเก่ียวของเมอ่ื พบขอมูลหรอื บุคคลท่ไี มเหมาะสม
สาระการเรยี นรู ผลกระทบจากการใชเทคโนโลยีสารสนเทศก็มีมากเชนกัน เพราะปจจุบันคอมพิวเตอร
หรืออปุ กรณเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมตอกันดวยระบบเครอื ขาย คอมพิวเตอรทีท่ กุ คนสามารถติดตอส่ือสารกันได
ดงั นน้ั อาจมีผูไมประสงคดีท่ใี ชเทคโนโลยสี ารสนเทศในการละเมิดสทิ ธิผูอ่นื ดงั นั้น ผูใชเทคโนโลยสี ารสนเทศทกุ คน
จงึ ควรมที ักษะในการปองกันและใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางปลอดภัย
บรรณานกุ รม
. 2561. การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย. สบื คน 10 มกราคม 2565, จาก
http://www.168training.com/e-learning_new/tc_co_m1_2/more/IPST06.php
ผศ.ดร.ชนสทิ ธ์ิ สทิ ธิส์ ูงเนิน. 2562. GPAS 5 Steps สูหองเรียนในศตวรรษที่ 21. สืบคน 13 มกราคม 2565, จาก
https://www.educathai.com/events/2019/13
เดอื นเพ็ญ จุยประชา. 2562. insKru คอมมิวนตอ้ี อนไลนท่ีจะชวย inspire ครูใหมพี ลังในการสอน. สืบคน 10
มกราคม 2565, จาก https://adaymagazine.com/inskru
ETS Education. 2562. คมู ือการใชงาน QUIZIZZ. สืบคน 10 มกราคม 2565, จาก
http://human.skru.ac.th/file/Quizizz164.pdf
. 2563. PADLET. สืบคน 10 มกราคม 2565, จาก https://rnedu.go.th/2019/wp-
content/uploads/2019/07/Padlet.pdf
. 2563. การใช Google Form เพื่อสรางแบบสอบถาม. สืบคน 10 มกราคม 2565, จาก
http://km.cpd.go.th/pdf-bin/pdf_2117498769.pdf
คลงั สอ่ื การสอน. 2564. การสรางใบงานออนไลน สำหรับคนรุนใหม ดวย Live Worksheet. สืบคน 10 มกราคม
2565, จาก https://xn--12cfj7e4bj0bcyd1bq6d4n.com/live-worksheet/
สอบครู. 2564. GPAS 5 Steps โมเดลการคดิ ขนั้ สูง เรยี นรูแบบแอคทีฟเลินน่งิ . สบื คน 10 มกราคม 2565, จาก
https://www.sobkroo.com/articledetail.asp?id=4429