ศาสนาฮินดูมีจุดเร่ิมต้นเมื่อชาวอารยะอพยพเข้ามาตั้งถ่ินฐานในอินเดีย
บริเวณลุ่มแม่น้าสินธุซึ่งเป็นที่มาของค้าว่า “ฮินดู”เม่ือราว ๓,๕๐๐ กว่าปี
มาแล้ว แม่น้าสินธุปัจจุบันมีต้นน้าเกิดจากภูเขาหิมาลัยในเขตประเทศอินเดีย
ไหลผ่านประเทศปากีสถานไปลงทะเลอาหรับ ชาวอารยะมคี ัมภีรท์ างศาสนาที่
เก่าแก่ทส่ี ุดในโลกเรยี กว่า เวทะ หรือพระเวท แรกทีเดียวมีเพียง ๓ คัมภีร์
คือ ฤคเวท สามเวท และยชุรเวท ต่อมามีคัมภีร์อถรรพเวทเพิ่มอีกคัมภีร์
เช่ือกันว่าคัมภีร์พระเวทไม่ใช่คัมภีร์ที่มนุษย์แต่งข้ึนแต่เป็นคัมภีร์ที่พวกฤาษีได้
ยนิ มาโดยตรงจากพระเปน็ เจา้
คัมภีร์น้ีจึงมีช่ือเรียกรวมๆ ว่า ศรุติ “การได้ยิน” ผู้ท่ีได้ยินคือฤาษี
ผู้มีญาณวิเศษเหนือมนุษย์ธรรมดา ศาสนาฮินดูเป็นศาสนาท่ีสืบทอดมาจาก
ศาสนาที่นับถือคัมภีร์พระเวทเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา จึงเป็นศาสนา
ท่ีไมม่ ีศาสดาเปน็ ผกู้ อ่ ตงั้ ศาสนาเหมือนศาสนาอ่ืน ๆ ทัว่ ไป
บางครง้ั ชาวฮินดูจะเรียกศาสนาของตนว่า สนาตนธรรม
แปลวา่ ศาสนาทีม่ มี าแต่นิรนั ดรก์ าล คือ
มีมาแตด่ ้งั เดมิ ไมม่ ีใครรู้วา่ เริม่ ต้นเม่ือไรซงึ่ ศาสนาฮนิ ดู
เปน็ ศาสนาที่ประชาชนสว่ นใหญ่ของอนิ เดียนบั ถือ
กนั ทรยิ มหาเทวมนเทียรในกลมุ่ โบราณสถานแหง่ ขชุราโห
รัฐมัธยประเทศ ประเทศอินเดยี
ปรู าอลู นุ ดานูบราตนั จังหวดั บาหลี
ประเทศอินโดนเี ซีย
ทักษิเณศวรกาลีมนเทยี ร โกลกาตา
รฐั เบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย
คมั ภรี ์พระเวท เดมิ มี 3 คัมภีร์ เรยี กว่า "ไตรเวท" คอื
1. ฤคเวท เป็นคัมภีร์ที่รวบรวมบทสวดสดุดีพระผู้เป็นเจ้า
ทั้งหลาย บรรดาเทพเจ้าที่ปรากฏในฤคเวทสัมหิตามีจ้านวน 33 องค์
ทั้ง 33 องค์ ได้จัดแบ่งตามลักษณะของที่อยู่เป็น 3 กลุ่ม คือ เทพเจ้าที่
อยู่ในสวรรค์ เทพเจ้าท่ีอยู่ในอากาศ และเทพเจ้าที่อยู่ในโลกมนุษย์
มีจ้านวนกลมุ่ ละ 11 องค์
2. ยชุรเวท เป็นคัมภีร์ท่ีรวบรวมบทประพันธ์ท่ีว่าด้วยสูตร
สา้ หรบั ใชใ้ นการประกอบยัญพธิ ียชุเวทสัมหิตา แบง่ ออกเป็น 2 แขนง คอื
1. ศุกลชุรเวท หรือ ยชุรเวทขาว ได้แก่ ยชุรเวทท่ีบรรจุมนต์
หรอื ค้าสวดและสูตรทตี่ ้องสวด
2. กฤษณยชุรเวท หรือ ยชุรเวทด้า ได้แก่ ยชุรเวทที่บรรจุ
มนต์และค้าแนะน้าเก่ียวกับการประกอบยัญพิธีบวงสรวง
ตลอดทง้ั ค้าอธิบายในการประกอบพิธอี กี ด้วย
3. สามเวท เป็นคัมภีร์ท่ีรวบรวมบทประพันธ์อันเป็นบทสวดขับ
ร้องบทสวดในสามเวทสัมหิตามีจ้านวน 1,549 บท ในจ้านวนน้ีมีเพียง
75 บท ทมี่ ไิ ดป้ รากฏในฤคเวทต่อมาได้เพิ่ม อรรถเวท เป็นคัมภีร์ที่รวบรวม
บทประพันธ์ทีว่ า่ ด้วยมนต์หรือคาถาตา่ ง ๆ
๑. บูชาเทพประจา้ ครอบครวั (อษิ ฏเทวดา) โดยใช้บทสวดบูชาท่ีใช้ประจ้าทุกวัน
ไปไหวพ้ ระทีเ่ ทวาลยั เดนิ ทางไปแสวงบุญยังสถานทศ่ี กั ด์สิ ิทธิ์
๒. ศึกษาคัมภีร์ทางศาสนา แล้วด้าเนินชีวิตส่วนตัวและชีวิตที่เก่ียวกับสังคม
ภายนอกใหเ้ ปน็ ไปตามค้าสอน ๔ ประการ คือ ธรรมะ อรรถะ กามะ และโมกษะ
๓. เชื่อในค้าสอนที่สบื ทอดกนั ต่อ ๆ มา
๔. เช่ือว่าเทพจ้านวนหลายองค์ท้ังท่ีเป็นบุรุษและสตรีท่ีแท้จริงคือรูปหลายรูป
ของพระเป็นเจ้าสงู สดุ องคเ์ ดยี ว และเชื่อว่าแนวทางปฏิบัติทางศาสนาท่ีแตกต่างกันแต่
ก็มุ่งไปยังจุดหมายเดียวกันคือพระเป็นเจ้าสูงสุดองค์เดียว เหมือนกับเส้นรัศมีของ
วงกลมที่ทุกเสน้ มงุ่ ไปท่ีจดุ ศูนย์กลางจดุ เดียว
๕. ให้ความเคารพนับถือมุนี ผู้บรรลุธรรม นักพรต ท้ังที่เป็นบุรุษและสตรี
ใหค้ วามเคารพนบั ถอื ครู พอ่ แม่ และคนสูงอายุ
๖. ใหค้ วามชว่ ยเหลอื คนทข่ี าดแคลนสิ่งของจ าเปน็ ในชีวิตคนพิการทช่ี ว่ ยตัวเอง
ไม่ได้ คนปว่ ยคนยากจน คนที่ดอ้ ยโอกาส
๗. ตอ้ นรับแขกด้วยความรักความนับถือ และพรอ้ มทจ่ี ะบรกิ ารใหค้ วามสะดวก