หน่วยท่ี ๑.
วิวัฒนาการและวสั ดุอปุ กรณ์ที่ใช้
ในงานเขียนแบบ
ใบความรู้ท่ี 1 ววิ ฒั นาการและวัสดอุ ุปกรณ์ทใ่ี ช้ในงานเขยี นแบบ
1.1 ความหมายของงานเขยี นแบบ
การเขียนแบบเปน็ สาขาวชิ าหนึ่งทใี่ ช้ในงานอุตสาหกรรมท่ัวโลกเพอื่ แสดงรปู ร่างลกั ษณะและรปู ร่าง ขนาด
ของสง่ิ ของ การเขยี นแบบเปน็ การแสดงใหเ้ หน็ ภาพอยา่ งแจม่ ชัดทัง้ ลกั ษณะรปู ร่างขนาดทุก ๆ ส่วน ดังนัน้ การ
เขยี นแบบจึงเป็นสงิ่ จำเป็นท่ขี าดไม่ไดใ้ นงานช่างและงานสรา้ งสรรคต์ ่าง ๆ เรยี กได้วา่ วิชาเขียนแบบเป็นหัวใจ ของ
งานชา่ งทุกชนดิ แม้แต่ในสมยั โบราณการเขยี นแบบยังไมเ่ จรญิ เหมอื นสมยั น้แี ต่ช่างกพ็ ยายามถา่ ยทอดความคดิ ลง
ในแผ่นหินโดยมิได้แยกช้นิ ส่วนให้เห็นชัดเจนซ่งึ ไมส่ ะดวกในการทำงานนกั แตก่ ด็ กี วา่ ท่ีจะทำโดยไม่มีแบบแผน
สรุป การเขียนแบบเป็นการถ่ายทอดความคิดของผู้ออกแบบลงบนกระดาษอย่างเป็นระเบียบแบบ
แผน ที่ใช้กันในงานช่างหรืองานอตุ สาหกรรม เปน็ ภาษาท่ีถ่ายทอดความคิดหรือความต้องการของผู้ออกแบบไป
ให้ผู้อ่นื ได้ทราบโดยแบบที่เขยี นขนึ้ จะเป็นส่อื กลางที่จะนำความคิดไปสร้างได้อยา่ งถกู ต้อง ซง่ึ จะเปน็ การประหยัด
และได้งานท่ีมีคณุ ภาพตรงตามความต้องการ การเขยี นแบบจะต้องเปน็ ภาษาสากลโดยเคร่อื งหมายหรือสัญลักษณ์
และรูปแบบตา่ ง ๆ จะตอ้ งเขา้ ใจได้งา่ ย แมแ้ ต่ผทู้ ไ่ี มไ่ ด้ศกึ ษาวิชาเขียนแบบก็สามารถเข้าใจไดพ้ อสมควร
1.2 วฒั นาการของการเขยี นแบบ
การขดี เขียนไดเ้ กิดขึ้นบนโลกมาเป็นเวลานานกวา่ 50,000 ปีแลว้ โดยมนุษยใ์ นยุคสมัยโบราณซึ่งอาศัย
อยู่ในถ้ำได้ใช้วิธีการเขียนรูปภาพและเครื่องหมายลักษณะต่าง ๆ ไว้บนพื้นดิน แผ่นหิน ผนังถ้ำ ฯลฯ เพ่ือ
บนั ทกึ ความคิดและการส่ือสารต่าง ๆ ต่อมาเมื่อมนุษยม์ ีวิวฒั นาการมากข้ึนการพัฒนาเครื่องมอื เครอ่ื งใช้ และ
เครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็มีมากขึ้นตามลำดับ จึงเริ่มมีการพัฒนาการสื่อสารด้วยรูปภาพให้ดี
ยิ่งขึ้น จนกลายมาเป็นอกั ษรและตัวเลขท่ใี ช้กันอยูใ่ นปจั จุบนั
บนั ทกึ ภาษารูปภาพมีอายปุ ระมาณ 4,500
มนษุ ยเ์ รม่ิ ร้จู ักการเขียนแบบตัง้ แตส่ มัยโบราณยคุ กอ่ นประวตั ิศาสตร์จากการสำรวจของนักโบราณคดไี ด้
ทำการสำรวจดนิ แดนอยี ปิ ตโ์ บราณสมยั ของฟาโรห์โซเซอร์แหง่ ราชวงศ์ที่ 3 ของยคุ อณาจกั รเก่าไดพ้ บบนั ทกึ เปน็
ภาษารปู ภาพมีอายุประมาณ 4,500 ปกี อ่ นตรสิ ต์ศักราชในบันทกึ นัน้ จะใชว้ ธิ ขี ดี เขียนเปน็ สัญลักษณร์ ปู ภาพบนกอ้ น
หินผนังถ้ำพืน้ ดนิ และผวิ หนังเพื่อใชใ้ นการบันทึกความจำบอกเลา่ และสอ่ื สารเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ
ปอ้ มปราการบนแผน่ หิน
ตอ่ มามกี ารพบหลักฐานช้ินสำคัญในทางโบราณคดซี ง่ึ แสดงให้เห็นถงึ จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ งาน
ทางด้านสถาปัตยกรรมโดยพบแผ่นหนิ เขยี นเปน็ ภาพแปลนของปอ้ มปราการซึ่งเขยี นโดยซาลเดนกูตัว ชาวเมโสโป
เตเมียเมื่อประมาณ 4,000 ปกี อ่ นตรสิ ต์ศักราช ชาวเมโสโปเตเมียเปน็ ชาติแรกทรี่ ู้จกั การเขียนแบบจากการสำรวจนั
โบราณคดีพบแผน่ หนิ เขียนเป็นภาพแปลนของป้อมปราการซึ่งเขียนโดยซาลเดนกูตัว
เครอื่ งเคลอื่ นย้ายวตั ถุท่ีมีนำ้ หนกั มาก
ในศตวรรษท่ี 15 ลิโอนาโด ดาวินซี ชาวอติ าลไี ด้รับการยกยอ่ งใหเ้ ป็นบดิ าของการเขียนแบบ ลโิ อนาโด
ดาวินซีเปน็ นกั ปราชญ์ทีถ่ า่ ยทอดจินตนาการและความคดิ สร้างสรรคด์ ้วยการเขียนเปน็ ภาพ 3 มิติ ภาพจาก
จนิ ตนาการของลิโอนาโด ดาวินซี หลายชน้ิ เปน็ ต้นแบบในการสรา้ งเครอ่ื งจักรกล
การเขยี นแบบไดม้ ีการพัฒนาขน้ึ มาเรื่อย ๆ โดยตลอดทัง้ วธิ ีการเขยี นเพอื่ ส่ือความหมายให้เข้าใจตรงกัน
ระหว่างผูอ้ อกแบบกับช่างเทคนิคผู้ปฏิบัตงิ านเช่นแบบภาพฉายภาพตัดและการใช้สญั ลกั ษณ์ตา่ ง ๆ ในการเขยี น
แบบตลอดจนเคร่ืองมอื และอปุ กรณท์ ี่ใช้ในการเขียนแบบซึง่ ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ของผูเ้ ขยี นเองใน
ปัจจุบันได้มีการพัฒนาการเขยี นแบบโดยนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยใช้ในการเขยี นแบบซึ่งแบบทไี่ ด้จากการเขยี น
ดว้ ยคอมพิวเตอร์จะสามารถทำงานไดเ้ รยี บรอ้ ยสวยงามทนั สมยั และรวดเรว็ ข้ึน
1.2.1 การพัฒนาในรูปแบบของเครอ่ื งมหายท่ีใช้ในการสอื่ ความหมาย
โดยมุ่งเนน้ ให้มีความเข้าใจตรงกนั ในการใชเ้ ครอื่ งหมายนัน้ มขี อ้ กำหนดแน่นอนทงั้ ความหมายและวิธีการ
เขยี นเครือ่ งหมาย มีขนาดและสัดสว่ นของเครื่องหมายทตี่ กลงกนั เปน็ สากล ภาพที่ใชเ้ ป็นส่ือในลักษณะนี้แบ่งออก
เป็นได้ 3 ประเภท คอื
1. ภาพท่ีใช้ในการบอกหรอื แนะนำ เปน็ ภาพทเี่ ขยี นขนึ้ เพอ่ื นเพอ่ื สอ่ื ความหมายเพื่อใชบ้ อกหรือแนะนำ
เพ่อื ใหม้ ี ความเขา้ ใจตรงกัน เช่น ปา้ ยหนา้ ห้องน้ำ เป็นตน้ ดังแสดงในรูปที่ 1.5
2. ภาพทีใ่ ช้ในการห้ามหรอื บงั คบั เป็นภาพท่เี ขยี นข้นึ เพ่ือสื่อความหมายเพ่อื ใช้ห้ามหรอื บงั คับหากไม่ ทำ
ให้เกิดอุบตั ิเหตุ หรืออันตรายขึน้ ได้ ดงั แสดงในรปู ที่ 1.6
3. ภาพที่ใช้เปน็ ข้อกำหนดในการผลิตโดยมีรูปแบบเปน็ สากล จะให้รายละเอยี ดมากข้ึน ในงานผลิตจะ
เรยี ก ภาพเหล่านวี้ า่ “แบบ” เป็นภาพท่ีเขียนขึ้นเพือ่ ส่อื ความหมายในการปฏิบัตงิ านให้มคี วามเข้าใจตรงกัน
ระหวา่ งผเู้ ขยี น กับผูป้ ฏิบัติงาน ดงั แสดงในรูปท่ี 1.7
1.3 ความสำคัญของการเขียนแบบ
ในงานชา่ งอตุ สาหกรรม “แบบงาน” เปน็ หวั ใจสำคัญหรอื อาจกลา่ วไดว้ า่ เปน็ ภาษาสากลทีใ่ ช้แสดงหรือ
สือ่ ความหมายของงานที่จะสร้างหรอื ตอ้ งการผลติ ขน้ึ มา ภาพหรือรูปรา่ งที่เรียกว่าแบบงานน้นั เขยี นข้นึ โดยใช้เส้น
ชนิดต่าง ๆ สัญลักษณ์และเครื่องหมายเฉพาะอื่น ๆ เมื่อประกอบกันขึ้นมาเป็นรูปทรง สามารถใช้ส่ือ
ความหมาย ให้ผู้เกี่ยวข้องได้เห็นรูปร่าง ขนาด ลักษณะของผิวงานชนิดของวสั ดุ เข้าใจวิธีการและข้ันตอนใน
การสร้างหรือ การผลิต นอกจากนี้ผู้เกี่ยวข้องยังสามารถนำแบบงานมาคำนวณหาปริมาณของวัสดุ ประมาณ
ราคาและระยะเวลาในการสร้างหรือผลติ งานนนั้ ได้ เปน็ การยากทีจ่ ะระบวุ า่ อาชพี ใดทไ่ี ม่ต้องการความสามารถใน
การอา่ นแบบ และเขา้ ใจแบบ การทจี่ ะสร้างอาคารท่ีพักอาศยั โตะ๊ เกา้ อ้ี ฯลฯ หรอื ของอ่ืนใดที่ผลิตข้ึนใน
โรงงานอุตสาหกรรม ต้องอาศัยการออกแบบ และเขียนแบบขึ้นมาก่อน เช่น อุตสาหกรรมการผลิต
รถยนต์ บรษิ ทั จะต้องออกแบบเป็นรนุ่ ๆ ซ่ึงตอ้ งใชว้ ศิ วกรหลากหลายสาขาในการดำเนินการ
1.4 การจำแนกลกั ษณะของการเขยี นแบบ
ขอบข่ายของการเขียนแบบครอบคลุมสาขาวิชาต่าง ๆ อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
บุคลากรด้าน เขียนแบบจะถูกกำหนดใหท้ ำงานเขียนแบบเฉพาะเรือ่ งใดเรื่องหนึ่ง ส่วนโรงงานขนาดเล็กบุคลากร
ด้านเขยี นแบบ สว่ นมากต้องทำงานคาบเกีย่ วหลายเรื่องหรอื หลายสาขา จึงจำเปน็ อยา่ งท่จี ะต้องมีความรพู้ ้นื ฐานใน
สาขาวิชาอื่นมี ความจำเป็นและเกี่ยวข้องกัน ผู้ที่มีความสามารถทางด้านเขียนแบบหลายสาขาย่อมมีโอกาส
กา้ วหน้ามากกวา่ ผ้ทู ีม่ ี ความรู้เพียงสาขาเดียว ลกั ษณะการเขยี นแบบทเ่ี ปน็ ท่ยี อมรบั จำแนกได้ดงั นี้
1.4.1 การเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิกจะทำการออกแบบและเขียนแบบ สำหรับการ
ก่อสร้างตา่ ง ๆ เช่น อาคาร โบสถ์ วหิ าร อาคารที่ พกั อาศัย โดยคำนึงถึงประโยชนใ์ ช้สอย การเลือกวัสดุมาใช้งาน
อยา่ งคุ้มค่า และงบประมาณซ่ึงงานกอ่ สร้างจะเป็น ดชั นวี ดั ความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจได้เป็นอยา่ งดี ดังแสดง
ในรปู ที่ 1.8
รปู ที่ 1.8
1.4.2 การเขยี นแบบทางไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ การเขียนแบบทางไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ เป็นแบบ
ทเี่ ขยี นแสดงลักษณะการจัดวางตำแหนง่ ของอุปกรณ์ ในงานไฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ลักษณะวงจรและทิศทางการไหล
ของกระแสไฟฟา้ ซง่ึ จะใชส้ ัญลกั ษณ์ ในการเขยี น เพ่อื ความ สะดวกรวดเรว็ ในการเขยี นแบบ ดงั แสดงในรปู ท่ี 1.9
รูปท่ี 1.9
1.4.3 การเขียนแบบงานท่อ การเขียนแบบงานท่อ เป็นแบบที่เขียนแสดงถึงชนิดและอุปกรณ์ในงานท่อ
สำหรับติดต้ังภายในอาคาร ที่พักอาศยั หรือในโรงงานอตุ สาหกรรมต่าง ๆ เพื่อใช้สำหรับลำเลียงน้ำหรือของเหลว
อืน่ ๆ โดยทว่ั ไปการเขียนจะใช้เป็น สัญลักษณ์ ดังแสดงในรปู ท่ี 1.10
รปู ที่ 1.10
1.4.4 การเขียนแบบแผ่นคลีโลหะ การเขยี นแบบแผน่ คลีโลหะเป็นการเขยี นแบบลงบนพ้ืนผิวโลหะแผ่น
เพื่อทำเป็นผลติ ภณั ฑต์ ่าง ๆ เชน่ ภาชนะบรรจขุ องเหลว ระบบทอ่ ระบายอากาศภายในอาคาร ตัวถังรถยนต์ ลำตัว
เครื่องบิน และเรือ เป็นต้น ดงั แสดงใน รปู ท่ี 1.11
รูปที่ 1.11
1.4.5 การเขียนแบบงานเชือ่ มโลหะ การเขยี นแบบงานเช่อื มโลหะเปน็ แบบที่แสดงการประกอบชิ้นส่วน
งานแต่ละชิ้นเข้าดว้ ยกนั โดยการเชื่อม ประสานเน้ือโลหะละลายติดกนั ซึง่ จะเขยี นสัญลกั ษณบ์ อกประเภทของการ
เช่อื ม ความกว้าง ความยาว ความลกึ ของ การเชอ่ื ม และวธิ ีการเชือ่ มเพือ่ เปน็ แบบใหช้ ่างเทคนิคสามารถปฏิบัติงาน
ได้ถูกตอ้ ง ดงั แสดงในรปู ที่ 1.12
รปู ท่ี 1.12
1.4.6 การเขียนแบบเครื่องกล การเขียนแบบเครื่องกลเป็นการเขียนแบบแยกชิ้นส่วนต่าง ๆ ของ
เครื่องจกั ร เพื่อจะได้นำไปผ่านขบวนการ ข้ึนรูปโดยการกลงึ กดั ไส เจียรนัย ตะไบ เจาะ หรอื เจยี ระไน ให้ได้เป็น
ช้นิ ส่วนต่าง ๆ สำหรบั เครือ่ งจักรกลต่อไปแบง่ ออกเปน็ 2 ลักษณะ คือ
1. แบบภาพประกอบ เป็นการเขียนแสดงลกั ษณะรูปรา่ งชิน้ ส่วนของเครือ่ งกล เครื่องยนต์ หรือ
อุปกรณ์ ตา่ ง ๆ ว่ามีลักษณะการประกอบกนั เป็นอย่างไร ชนิ้ สว่ นแตล่ ะชนิ้ อย่ตู ำแหน่งไหน และจำเป็นต่องานผลิต
ช้นิ ส่วนหลาย ชิน้ ท่ีมาประกอบกนั ดงั แสดงในรปู ที่ 1.13
รูปท่ี 1.13
2. แบบภาพแยกชนิ้ เปน็ การเขียนแบบชิน้ สว่ นแต่ละชนิ้ ของเครื่องจักรกลหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อแสดง
ลักษณะ ขนาด รปู รา่ ง และรายละเอียดของชน้ิ สว่ นแต่ละชน้ิ ให้ชัดเจน ทำใหง้ ่ายตอ่ การอ่านแบบและทำการผลิต
ชิน้ ส่วน ต่าง ๆ เพ่ือนำมาประกอบกันเป็นเครอื่ งจกั ร และอุปกรณ์ตอ่ ไป ดังแสดงในรูปท่ี 1.14
รปู ท่ี 1.14
1.4.7 การเขียนแบบสิทธบิ ตั ร การเขียนแบบสิทธิบตั ร เป็นการเขยี นแบบสง่ิ ประดษิ ฐ์ตา่ ง ๆ ท่ีคิดค้นข้ึน
เพอ่ื แสดงต่อกองสิทธบิ ัตรของทาง ราชการเพ่ือป้องกันการลอกเลียนแบบ และจะต้องแยกส่วนประกอบตา่ ง ๆ ที่
สำคญั ทกุ สว่ นของสิ่งประดษิ ฐ์โดยอาจเขยี น เปน็ ภาพสามมติ ิ หรือเขียนเป็นภาพฉาย หรืออาจจะเขยี นท้งั สองอยา่ ง
ดังแสดงในรปู ที่ 1.15
รูปที่ 1.15
1.4.8 การเขยี นแบบโครงสรา้ ง การเขยี นแบบโครงสร้างเปน็ งานเขยี นแบบ ซ่ึงใชใ้ นการเขียนแบบแปลน
สำหรบั การกอ่ สร้างอาคาร โรงงาน อุตสาหกรรม สะพาน และสง่ิ กอ่ สร้างขนาดใหญ่ เช่น การสร้างเข่อื น โรงแรม
โรงจอดรถ เปน็ ตน้ ดงั แสดง ในรปู ที่ 1.16
รูปท่ี 1.16
1.4.9 การเขยี นแบบทางกำลังของไหล การเขยี นแบบทางกำลังของไหลเป็นการเขยี นแบบเพื่อใช้ใน
ระบบการทำงานของอุปกรณต์ ่าง ๆ ในระบบ ไฮดรอลกิ จะแสดงให้เหน็ ระบบท่อระหว่างช้นิ สว่ น และตำแหน่งของ
ชิน้ สว่ นท่มี ีการเคลือ่ นทแ่ี ละแสดงเส้นทางการไหล ของของไหล ดังแสดงในรูปท่ี 1.17
รูปที่ 1.17
1.4.10 การเขยี นแบบแผนที่ การเขียนแบบแผนที่เปน็ การเขยี นแบบเพอ่ื ใช้ในการจดั ทำแบบทเี่ ปน็ แผนท่ี
รังวดั ทด่ี ิน แผนผงั ทำเลที่ต้ัง ของอาคารสถานที่ สภาพภมู ิประเทศ และถนน ดงั แสดงในรูปท่ี 1,18
รูปที่ 1.18
1.5 เครอ่ื งมอื และวธิ กี ารใชเ้ ครอื่ งมอื เขียนแบบ
การปฏบิ ัติการเขียนแบบ ที่จะไดแ้ บบงานท่ถี กู ตอ้ งและเป็นมาตรฐาน จะตอ้ งอาศัยทักษะของผู้ปฏิบัติการ
เขยี น แบบรวมทง้ั เครอื่ งมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขยี นแบบมีความสำคัญมากและได้คุณภาพงานท่ีเป็นมาตรฐาน
เครื่องมอื และอปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นการเขียนแบบมดี ังน้ี
1. กระดานเขยี นแบบและโตะ๊ เขยี นแบบ
1.1 กระดานเขียนแบบ (Drawing Boards)
กระดานเขียนแบบเป็นอุปกรณ์ที่ใช้รองแผ่นกระดาษเขียนแบบ มีรูปร่างเล็กกะทัดรัด น้ำหนัก เบา
สามารถยกเคลื่อนย้ายและพกพาได้สะดวก แผ่นกระดานอาจทำจากไม้หรือพลาสติกคุณภาพสูง กระดานเขียน
แบบมีหลายชนิดและหลายขนาดใหเ้ ลือกใชง้ านตามความตอ้ งการดงั รปู ท่ี 1.1 - 1.2
รูปท่ี 1.1 แสดงลกั ษณะของกระดานเขียนแบบ
(ก) กระดานเขียนแบบขนาด A3 (ข) บรรทดั ปรับมุม (2 ด้านๆ ละ 90 องศา)
1.2 โต๊ะเขียนแบบ (Drafting Table)
โตะ๊ เขยี นแบบเปน็ อุปกรณท์ ่ใี ชร้ องกระดาษเชน่ เดียวกับกระดานเขียนแบบ โต๊ะเขยี นแบบ มีหลายขนาดให้
เลือกใช้ เช่น ขนาด A1 และA0 เป็นต้น โดยที่แผ่นกระดานของโต๊ะเขียนแบบจะทำจากไม้หรือผู้ลิตภัณฑ์ที่มี
คุณสมบัติใกล้เคียงกับไม้ ผิวด้านบนเรียบนอกจากนี้ยังมีการติดตั้งชุดเขียนแบบ(Drafting Machine) ที่สามารถ
เลื่อนไป-มา ข้นึ -ลง ตามความยาวของโตะ๊ เขียนแบบและหมุนปรับมุมได้ ดงั นั้นจงึ มีความสะดวกในการใชง้ าน
1.3 การใชบ้ ำรุงรักษากระดานเขียนแบบและโต๊ะเขียนแบบ
1. ก่อนและหลังการใช้งานควรใช้ผ้าทีส่ ะอาดเช็ดทำความสะอาดผิวหน้ากระดานเขียนแบบทุกครั้ง เพ่ือ
ไม่ใหเ้ ศษฝนุ่ ของกระดาษเขยี นแบบ ฝนุ่ ยางลบและไสด้ นิ สอเขียนแบบติดอยู่บนผวิ หนา้ กระดานเขยี นแบบ
2. หา้ มใชข้ องมีคมกรีดบนผิวหน้าและขอบของโตะ๊ เขยี นแบบ เพราะจะทำให้กระดาน เขียนแบบไม่เรียบ
และเกิดการสะดุดขณะเขยี นแบบ
3. โตะ๊ เขยี นแบบที่ปรบั องศาได้ ควรมกี ารหยอดน้ำมันหล่อลน่ื ตรงจุดท่ีปรับองศาไดเ้ พ่ือ เป็นการหล่อล่ืน
และปอ้ งกันสนิม
2. ไม้ที
ไม้ที่(T-Square) มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับตัวทีป่ ระกอบด้วยหัวและใบไมท้ ี่ไม้ที่สวนใหญ่ทำ จากไม้หรือ
พลาสติก ใช้สำหรับเขียนเส้นในแนวระดบั และใช้คูก่ บั ฉากสามเหลี่ยมสำหรบั เขยี นเส้นตรง เอียงทำมุมต่าง ๆ กับ
แนวระดับ ไมท้ ี่มีความยาวหลายขนาด เชน่ 60, 90 และ120 เซนตเิ มตร เปน็ ตน้
2.1 การใชแ้ ละบำรุงรักษาไม้ที
1. ห้ามงัดไม้ทกี บั ขอบของโตะ๊ เขียนแบบขณะทีท่ ำการเล่อื นใชง้ านชุดเขยี นแบบ
2. ห้ามใชไ้ มท้ ่เี คาะกับโตะ๊ หรเื คร่ืองมืออืน่ เพราะจะทำใหข้ อบไมท้ เ่ี กดิ รอยเสยี หาย
3. หา้ มนำไม้ท่ไี ปกดยนั กับพน้ื ขณะพกพา เพราะอาจทำให้สว่ นใบเกิดการบดิ งอได้
4. หมั่นเช็ดทำความสะอาดไม้ทีทั้งก่อนและหลังการใช้งานเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้กระดาษเขียนแบบ
สกปรกขณะเล่ือนไมท้ ี
3. ฉากสามเหลยี่ ม
3.1 ฉากสามเหล่ยี มแบบมมุ คงท่(ี Set Square)
ฉากสามเหลี่ยมชนิดแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือฉากสามเหลี่ยมมุม 450 × 450 × 900และฉากสามเหลี่ยม
มมุ 300 × 600 × 900ใช้สำหรับเขียนเส้นตรงในแนวระดับ แนวดงิ่ และเสน้ ตรง เอยี งทำมุมต่าง ๆ ได้แก่
มุม 150 × 300 × 450 × 600 × 750 ฯลฯ ฉากสามเหลี่ยมส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกใส ที่สามารถทำให้มองเห็น
สว่ นอนื่ ๆ ของแบบงานไดช้ ดั เจนขณะใช้งาน
3.2 ฉากสามเหล่ยี มแบบปรบั มุม (Adjustable Triangle)
ฉากสามเหลี่ยมแบบปรับมุม เป็นการรวมเอาหลักการทำงานของฉากสามเหลี่ยมและบรรทัดวัด มุมเข้า
ดว้ ยกัน ทำใหส้ ามารถใชง้ านได้อยา่ งหลากหลายในการเขยี นเส้นเอียงตามมุมต่าง ๆ ทีต่ ้องการ
รงุ รกั ษาฉากสามเหลีย่ ม
1. ก่อนใช้งานทึกครั้งควรเช็ดทำความสะอาดฉากสามเหลี่ยมด้วยผ้านุม่ ที่สะอาด อย่าใช้ผ้าแข็งหรือกี่ระ
ดาษในการเชด็ เพราะอาจทำให้เกิดรอยขีดขว่ นได้
2. ห้ามใชน้ ำ้ ยาท่เี ป็นสารละลายเชน่ ทินเนอรเ์ พราะอาจทำใหผ้ ิวบรรทดั มวั หมองทำให้ มองเหน็ ตัวเลขไม่
ชัดเจนขณะใช้งาน
3. หลงั เลิกใช้งานควรเกบ็ ฉากสามเหล่ยี มไวใ้ นซองโดยเฉพาะ
3.4 การใช้ไมท้ ีกบั ฉากสามเหล่ียม
การใชง้ านของฉากสามเหลยี่ มส่วนใหญจ่ ะใช้ค่กู ันกบั ไม้ที่เพือ่ เขียนเส้นเอยี งทำมุม ในลักษณะตา่ ง ๆ หรือ
การเขียนเส้นตรงให้ตง้ั
3.4.1 การเขียนเส้นตรงในระดบั มีขั้นตอนดังนี้ 1. วางหัวไม้ทแี นบชดิ กับขอบด้านซ้ายของกระดานเขียน
แบบ 2. ใชม้ อื ซา้ ยกดทใี่ บของไมท้ โี ดยวางตำแหน่งของมือซา้ ย (รูปท่ี 1.7 ก) 3. จบั ดนิ สอโดยให้ปลายดินสอท ามุม
กับกระดาษประมาณ 60 (รปู ท่ี 1.7 ข) ซึง่ ถ้ามอง ด้านขา้ งตำแหน่งของปลายดนิ สอมอี อกเปน็ 2 ลักษณะคอื
3.1 วางตั้งฉากกับกระดาษเขียนแบบ (รูปที่ 1.7 ค) ซึ่งในกรณีนี้จะทำให้เกิด ช่องว่างขนาดเล็กระหว่าง
ปลายดนิ สอกบั ขอบของไมท้ ีทำใหข้ าดความเท่ียงตรงในการเขยี นเสน้ ตรง
3.2 เอียงปลายดินสอชดิ กบั ขอบของไม้ทไี มใ่ ห้มีชอ่ งว่าง (รูปที่ 1.7 ง) แลว้ เขยี นเสน้ ตรงโดยเขียนตรงเส้น
จากซา้ ยไปขวา ในขณะที่เขยี นเสน้ ตรงให้หมุนดนิ สอช้าๆ เพือ่ ให้ปลาย ดินสอสกึ หรอเทา่ กนั
3.3.2 การเขยี นเสน้ ตรงในแนวด่งิ มีขนั้ ตอนดงั นี้
1. วางหัวไม้ทแี นบชิดกับขอบด้านซา้ ยของกระดานเขียนแบบ
2. วางฉากสามเหล่ียมทับลงบนกระดาษเขยี นแบบ โดยให้ฐานของฉากสามเหลย่ี มชดิ กับขอบของไมท้ ี
3. เล่อื นฉากสามเหลยี่ มไปยงั ตำแหน่งทีต่ ้องการ โดยใชม้ อื ซ้ายกดไมท้ แี ละฉาก สามเหลย่ี มพรอ้ มกัน (รปู ที่ 1.8 ก)
4. วางตำแหน่งของปลายดินสอท ามุม 90 และมุม 60 กบั กระดาษ (รปู ที่ 1.8 ข)
5. เขียนเสน้ ตรงจากดา้ นล่างขน้ึ บน ขณะเขยี นเส้นตรงให้บิดล าตัวตามไปด้วยพร้อมกับ หมุนดนิ สออยา่ งชา้ ๆ และ
สม่ำเสมอ
3.3.3 การใชไ้ มท้ แี ละฉากสามเหลี่ยมเขียนเส้นตรงเอยี งท ามมุ ต่างๆ กับแนวระดบั
4. ดนิ สอเขยี นแบบ
ดนิ สอเขียนแบบ (Drawing Pencils) ทีน่ ิยมใช้กนั อยู่ในปัจจุบันแบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ ดังน้ี
4.1 ดินสอเปลือกไม้
ดินสอชนิดนี้มีเปลือกไมห้ ุ้มไส้ดินสอ เมื่อต้องการใช้งานก็จะต้องเหลาเปลือกไม้ออก เพื่อให้ไส้ดินสอย่นื
ยาวออกมาจากเปลอื กไมแ้ ล้วจึงเหลาไส้ใหแ้ หลมต่อไป
ดินสอเปลอื กไม้แบง่ ออกเป็น 3 กลมุ่ ใหญ่ๆ คือกลมุ่ ดนิ สอเกรดไสแ้ ข็ง (Hard) กลุม่ ดนิ สอเกรด ไสแ้ ข็งปาน
กลาง (Medium) และกลุ่มดินสอเกรดไส้ออ่ น (Soft) โดยเรียงล าดับจากดินสอเกรดไส้แข็ง ที่สุด (9H) ถึงดินสอ
เกรดไสอ้ อ่ นท่ีสุด (7B) ดังตัวอยา่ งในรูปที่ 1.11
จากรูปที่ 1.11 หากสังเกตที่ภาคตัดของดนิ สอจะเห็นว่าดินสอเกรดไส้ท่ีแข็งที่สุด (9H) มีขนาด เล็กที่สุด
ส่วนดินสอเกรดไส้อ่อนที่สุด (7B) มีขนาดโตที่สุด ในการเลือกใช้ดินสอเปลือกไม้ควรให้เหมาสม กับลักษณะของ
งาน เช่น กลุ่มดินสอเกรดไส้แข็งเหมาะสำหรับงานรา่ งแบบ กลุ่มดินสอเกรดไส้แข็ง ปานกลางใช้ในงานเขียนแบบ
ท่วั ไป และกลมุ่ ดินสอเกรดไส้อ่อนใช้กับงานวาดเขยี น เปน็ ต้น
4.2 ดินสอเปลี่ยนไส้
ดินสอชนิดนี้เป็นดินสอที่มีแต่ไส้ เมื่อต้องการใช้งานก็จะต้องมโี ครงดินสอเพื่อใส่ไส้ ดินสอ เข้าไปด้านใน
ดินสอเปลย่ี นไสแ้ บง่ ออกเป็น 2 ชนิดดังนี้
4.2.1 ดินสอเขียนแบบเครือ่ งกล (Mechanical Pencil) ดินสอชนิดน้ีท าจากพลาสติก ภายในจะมีระบบ
กลไกในการจับยดึ และเลื่อนไส้ดนิ สอ โดยเมอ่ื กดปลายดินสออกี ด้านก็จะท าให้ไส้ดนิ สอ เลือ่ นออกมาได้
4.2.2 ดนิ สอแบบไสก้ ด ดินสอชนิดนี้มีหลักการท างานคลา้ ยกันกบั ดินสอเขียนแบบ เครอื่ งกล แตไ่ สด้ นิ สอ
มขี นาดเล็กและมหี ลายขนาดให้เลอื กใช้เชน่ 0.25, 0.35, 0.50 และ 0.70 มิลลิเมตร การใชง้ านดนิ สอชนดิ นใี้ หก้ ดท่ี
ปลายดินสอเพ่ือใหไ้ สด้ นิ สอเลอ่ื นออกมาจากด้ามดนิ สอเล็กนอ้ ย ใช้สำหรบั เขียนเสน้ ตามขนาดของไสด้ ินสอ
4.3 การใชแ้ ละบำรุงรักษาดนิ สอเขยี นแบบ
1. ขณะใชด้ นิ สอไม่ควรกดดินสอในลักษณะเขียนเอียงมากเกนิ ไป เพราะอาจท าใหป้ ลาย แกนของดินสอ
คดงอได้
2. ไม่ควรใชไ้ ส้หรือด้ามของดนิ สองดั กบั อปุ กรณอ์ น่ื ๆ เพราะอาจทำใหไ้ สด้ ินสอหักหรือ ด้ามดนิ สอคดงอได้
3. ระมัดระวงั ไมใ่ หด้ ินสอร่วงลงพ้ืน เพราะอาจทำให้ไสด้ นิ สอหกั ได้
4. หลังเลิกใช้งานให้เก็บดนิ สอเขียนแบบไวใ้ นกล่องหรือตลับสำหรับใสด่ ินสอโดยเฉพาะ
5. วงเวียน
วงเวียน (Drafting compass) เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งในการเขียนวงกลมและ ส่วนโค้ง
รูปรา่ งของขาวงเวยี นด้านหน่งึ ใชจ้ บั ยดึ เขม็ ปลายแหลมทสี่ ามารถปรับเล่ือนข้ึน-ลงได้ สว่ นปลาย ของขาวงเวียนอีก
ดา้ นสามารถถอดเปลย่ี นเพอ่ื ใช้กบั ไสด้ นิ สอ ในการปรับรศั มีของขาวงเวียนใหใ้ ชม้ อื กด ขาทั้งสองใหม้ ขี นาดใกลเ้ คียง
กบั รศั มีที่ตอ้ งการแล้วปรับนัต (Nut) เพ่ือให้ได้รัศมีท่ีตอ้ งการอีกครงั้
5.1 การใช้และบำรุงรกั ษาวงเวียน
1. ก่อนใช้งานทุกครง้ั ควรเช็ดทำความสะอาดวงเวยี นเสมอ
2. ห้ามใชป้ ลายแหลมของวงเวยี นไปงัดกับสง่ิ ของหรอื ขีดเขียนวสั ดุอน่ื ๆ เพราะอาจทำ ใหป้ ลายวงเวยี นคด
งอหรือหักได้
3. หลังเลกิ ใชง้ านให้เก็บวงเวียนไว้กลอ่ งหรือซองโดยเฉพาะ
6. ดิไวเดอร์
ดิไวเดอร์ (Divider) มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับวงเวียนแตกต่างกันที่ส่วนปลายขาของดิไวเดอร์ เป็นโลหะ
ปลายแหลมคลา้ ยเขม็ ทั้งสองด้าน ใชส้ ำหรับเทยี บขนาดจากเครอ่ื งมอื วัดหรอื จากแบบงานเดมิ เพอื่ น ามาถา่ ยขนาด
ลงบนกระดาษเขียนแบบอีกคร้ัง
6.1 วธิ ีการบำรงุ รักษาวงเวยี น
1. กอ่ นใช้งานทกุ คร้ังควรเช็ดทำความสะอาดวงเวยี นเสมอ
2. หา้ มใชป้ ลายแหลมของดิไวเดอร์งดั กับสิ่งของหรือขีดเขียนวัสดุอ่นื ๆ เพราะจะทำให้ ปลายดิไวเดอร์คด
งอหรอื หกั ได้
3. หลังเลกิ ใช้งานให้เก็บดิไวเดอร์ไวใ้ นกล่องหรือซองเกบ็ โดยเฉพาะ
7. บรรทดั เขยี นส่วนโคง้
บรรทัดเขียนสว่ นโคง้ (French Curve) เปน็ เคร่อื งมือเขียนแบบทใี่ ช้เขยี นสว่ นโค้งลกั ษณะตา่ งๆ ท่ีวงเวียน
ไม่สามารถจะเขียนได้ รูปรา่ งของบรรทดั เขียนส่วนโคง้ มีหลายแบบ ดงั รูปท่ี 1.16
7.1 การใชแ้ ละบำรุงรกั ษาบรรทดั เขยี นสว่ นโค้ง
1. กอ่ นใชง้ านทกุ ครั้งควรเช็ดทำความสะอาดบรรทดั เขียนส่วนโค้งด้วยผ้าน่มุ ทีส่ ะอาด
2. อย่าใชผ้ ้าทีแ่ ข็งหรอื กระดาษเชด็ เพราะอาจท าใหเ้ กดิ รอยขดี ข่วนท่ีผวิ ของบรรทดั
3. ห้ามใช้น้ำยาที่เป็นสารละลาย เช่น ทินเนอร์ เช็ดทำความสะอาดโดยเด็ดขาดเพราะ อาจทำให้ผิว
บรรทัดมวั หมองและใช้งานไมส่ ะดวก
4. ห้ามนำบรรทดั เขียนสว่ นโคง้ ไปใกลค้ วามร้อนเพราะจะทำให้บดิ งอได้
5. หลงั เลิกใชง้ านให้เกบ็ บรรทัดเขยี นส่วนโค้งไว้ในซองโดยเฉพาะ เพือ่ ปอ้ งกันไม่ให้เกิด รอยขีดขว่ น
8. เทมเพลต
เทมเพลต (Templates) เป็นอุปกรณ์ทใ่ี ช้สำหรับเขยี นรูปทรงทางเรขาคณิตแบบต่างๆ ตาม วัตถุประสงค์
ของการใช้งานได้แก่ เทมเพลตเขยี นวงกลม และเทมเพลตเขยี นวงรี เป็นตน้
8.1 วิธกี ารบำรุงรักษาเทมเพลต
1. ก่อนใช้งานทกุ ครัง้ ควรเช็ดทำความสะอาดเทมเพลตดว้ ยผา้ นมุ่ ทีส่ ะอาด
2. อย่าใช้ผ้าทแี่ ข็งหรือกระดาษเชด็ เพราะอาจท าให้เกดิ รอยขีดขว่ น
3. ห้ามใช้น้ำยาทเ่ี ป็นสารละลาย เช่น ทินเนอร์ เชด็ ทำความสะอาดโดยเด็ดขาดเพราะ จะทำให้ผิวบรรทัด
มัวหมองและใช้งานไม่สะดวก
4. หา้ มนำเทมเพลตไปใกลค้ วามร้อนเพราะจะทำใหบ้ ดิ งอได้
5. หลังเลกิ ใชง้ านใหเ้ กบ็ เทมเพลตไว้ในซองโดยเฉพาะเพ่ือปอ้ งกันไมใ่ ห้เกดิ รอยขีดข่วน
9. อปุ กรณเ์ บด็ เตล็ด
อปุ กรณ์เบด็ เตล็ดทจี่ ำเปน็ ในงานเขียนแบบด้วยมือได้แก่ ยางลบ แผ่นกั้นลบ แปรงทำความ สะอาดสำหรับ
ปัดเศษยางลบ เป็นต้น