ชอ่ื เรือ่ ง : โครงงานพฒั นาการเรียนรู้การสร้างเกมจาก wordwall เร่ือง พันธุกรรม
ผจู้ ดั ทำโครงงาน ด.ช.ภานุวัฒน์ ดาวกระจาย
ด.ช.พัทธดนย์ ผอ่ งอารมณ์
ท่ีปรึกษา : คณุ ครฤู ทยั แปน้ กลาง
ปกี ารศกึ ษา : 2564
บทคัดยอ่
ระบบพนั ธกุ รรมมคี วามมหศั จรรย์มากมายหลากหลายอย่างให้เราคน้ หาอกี เยอะแยะ ระบบ
พนั ธกุ รรมก็เหมือนกับระบบคอมพวิ เตอร์ แตส่ ่งิ ทม่ี นุษยต์ ้องเรยี นรู้นนั้ คอื การถา่ ยทอดลักษณะของ
พนั ธุกรรมของคนเรามีความซบั ซอ้ นมากยิง่ กว่าระบบคอมพิวเตอร์ทเ่ี ราใช้กันในปจั จบุ นั ซึ่งผทู้ ่ีคิดคน้
กฎการถา่ ยทอดลักษณะพันธกุ รรมของมนษุ ยน์ น้ั คือ เกรกอร์ โยฮันนเ์ มนเดล นักพฤกษศาสตรช์ าว
ออสเตรยี ซึง่ เดมิ เปน็ ลูกชาวนาและตอ่ มาบวชเป็นบาทหลวง แลว้ ได้เร่ิมทำการทดลองปลกู และผสม
พนั ธุ์ถัว่ ในบริเวณวัด และตอ่ มาเมนเดลได้ทำการทดลองสำเร็จ จนต่อมาเราจึงเรียกกันว่า
“พันธ์ศาสตร์ของเมนเดล”
กติ ติกรรมประกาศ
รายงานโครงงานคอมพวิ เตอรฉ์ บับนี้ สำเรจ็ ลุล่วงไปไดด้ ้วยความเมตตาชว่ ยเหลืออย่างดยี ิ่งจาก
ครูนฏั กาญจน์ วจิ ารณ์ ครผู สู้ อนวชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยีท่อี นุมตั ิเห็นชอบในการจดั ทำโครงงานและให้
ความรู้เกย่ี วกบั การสร้างเกมดว้ ยโปรแกรม wordwall อกี ทั้งเน็ ที่ปรึกษาในดา้ นวิชาการและการจัดทำโครง
คอมพิวเตอร์
ขอขอบพระคุณคณะครโู รงเรยี นสระบรุ วี ิทยาคมทุกทา่ นท่ีมีสว่ นชว่ ยสนับสนนุ ให้การเรยี นรู้
ประสบผลสำเร็จ ขอบคณุ เพอ่ื นๆทกุ คนทมี่ สี ว่ นช่วยแนะนำการสร้างเกมด้วยโปรแกรม wordwall ขอบคุณ
กำลังใจดีๆจากเพ่ือนๆอันเกิดจากการศึกษาคน้ ควา้ ในคร้ังน้ี ผจู้ ัดทำโครงงานขอมอบแด่บิดา มารดา ครู
อาจารยแ์ ละผมู้ ีพระคณุ ทุกทา่ น ทม่ี ีส่วนช่วยผลักดันและเปน็ กำลังใจ ซึ่งผจู้ ัดทำซาบซึ้งในความกรุณาอัน
ย่ิงใหญจ่ ากพวกทา่ น และขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาศนี้
คณะผูจ้ ดั ทำ
สารบญั หนา้
เรือ่ ง
ก
บทคดั ยอ่ ข
กติ ตกิ รรมประกาศ ค
สารบญั จ
สารบญั ภาพ 1
บทท่ี 1 บทนำ 2
บทท่ี 2 เอกสารทเ่ี ก่ียวข้อง 4
บทที่ 3 อุปกรณ์และวธิ ีการดำเนนิ การ 5
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน 6
บทท่ี 5 สรุปผลการดำเนินการ/อธปิ รายผลการดำเนินงาน 7
บรรณานกุ รม 8
ภาคผนวก 9
10
ภาคผนวก ก แบบประเมินการลองเลน่ เกม
ภาคผนวก ข การจดั ทำและการใช้เกม
สารบญั ภาพ
เรอ่ื ง หนา้
ภาพท่ี 1 หน้าเขา้ เกม 11
ภาพที่ 2 ขน้ั ตอนการสรา้ งเกม 12
ภาพที่ 3 ข้นั ตอนการเทสเกม 16
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคัญของการศกึ ษา
ระบบพันธกุ รรมมคี วามมหัศจรรย์มากมายหลากหลายอย่างให้เราไปค้นหาอีกเยอะแยะ
ระบบพนั ธกุ รรมกเ็ หมือนกบั ระบบคอมพิวเตอร์ แต่สง่ิ ท่มี นุษยต์ ้องเรียนรู้นนั้ คือการถา่ ยทอด
ลกั ษณะของพนั ธุกรรมของคนเราที่มีความซับซอ้ นมากยงิ่ กว่าระบบคอมพวิ เตอร์ที่เราใช้กนั ใน
ปัจจุบนั ซึ่งผู้ท่คี ดิ ค้นกฎการถา่ ยทอดลักษณะพนั ธกุ รรมของมนษุ ย์นัน้ คือ เกรกอร์ โยฮันน์ เมนเดล
นกั พฤกษศาสตรช์ าวออสเตรีย ซ่ึงเดิมเป็นลูกชาวนา และต่อมาก็บวชเปน็ บาทหลวง แลว้ ไดเ้ ริม่
ทำการทดลองปลกู และผสมพันธ์ถุ ัว่ ในบริเวณวัด จนค้นพบกฎการถา่ ยทอดลักษณะพนั ธุกรรม
ซง่ึ เมนเดลผสมพนั ธถ์ุ ัว่ เมลด็ กลมกับถว่ั เมล็ดยน่ แต่ผลของการทดลองน้นั ก็คือ ได้ถว่ั เมล็ดกลม
ท้งั -
หมดเมนเดลจึงลองนำถ่ัวเมลด็ กลมทีไ่ ดน้ ำมาผสมพันธ์ุกนั จนได้เมล็ดยน่ ออกมาเมนเดลจงึ เรยี ก
กนั ในช่อื พนั ธศุ าสตรข์ องเมนเดล
วตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา
1.เพอ่ื ศกึ ษาประวตั คิ วามเปน็ มาของการถ่ายทอดลกั ษณะพนั ธกุ รรม
2.เพ่อื ศึกษาการถา่ ยทอดลกั ษณะพนั ธุกรรม
3.เพอ่ื เรยี นรู้กระบวนการการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม
ขอบเขตของการศึกษา
การศกึ ษาค้นควา้ เกยี่ วกับพนั ธุกรรม และสร้างโปรแกรมการศึกษา (โครงการพัฒนาสอื่ เพอื่
การศกึ ษา) ช่อื เกมหรรษากบั พันธกุ รรม
ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รับ
1.ได้ทราบถงึ ประวตั คิ วามเปน็ มาของการถา่ ยทอดลักษณะพนั ธกุ รรม
2.ไดท้ ราบถึงการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม
3.ไดท้ ราบการเรียนรู้กระบวนการถา่ ยทอดลักษณะพนั ธกุ รรม
นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
เกรกอร์ โยฮนั น์ เมนเดล หมายถึง เปน็ นักวิทยาศาสตร์และบาทหลวงแล้วไดค้ น้ พบ
การถ่ายทอดลกั ษณะพันธุกรรม และภายหลงั รจู้ กั กนั ในชอ่ื ว่า “พันธศุ าสตร์ของเมนเดล”
บทท่ี 2
เอกสารที่เกีย่ วข้อง
การพฒั นาโครงงานประยุกตใ์ ชง้ านไดจ้ ดั ขึน้ ต้นภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ไดศ้ กึ ษา
ค้นคว้าข้อมลู เกยี่ วขอ้ ง ดังน้ี
1.ความเปน็ มาของการถา่ ยทอดลกั ษณะพนั ธุกรรม
2.หลักการถา่ ยทอดลักษณะพนั ธกุ รรม
3.ความหมายของพันธุกรรม
1.ความเป็นมาของการถ่ายทอดลกั ษณะพนั ธกุ รรม
พันธกุ รรม (Heredity) ตามความเขา้ ใจของคนท่วั ไปโดยสว่ นใหญ่ อาจเรียกอกี อย่างหน่งึ วา่ กรรมพนั ธุ์
ซึ่งศาสตร์แขนงหน่ึงทีเ่ ปน็ การศึกษาลกั ษณะตา่ ง ๆ ของสิง่ มชี วี ติ ทไี่ ด้รบั การถ่ายทอดมาจากส่ิงมชี ีวติ ร่นุ กอ่ น
หนา้ โดยสามารถถ่ายทอดส่งต่อจากร่นุ หนง่ึ ไปสูอ่ ีกรุ่นหนงึ่ ได้ ยกตวั อย่างเช่น การถ่ายทอดลักษณะตา่ ง ๆ ของ
คนในรุน่ พอ่ แม่ไปยงั รุ่นของลกู หลาน โดยที่การถา่ ยทอดนัน้ เปน็ ลักษณะการถา่ ยทอดแบบ 2 ลกั ษณะทาง
พันธุกรรม คือ ลกั ษณะเชงิ คณุ ภาพ และ ลกั ษณะเชิงปรมิ าณ อาจกลา่ วไดว้ ่าพันธกุ รรมเปน็ สิ่งทท่ี ำให้สิง่ มชี วี ติ
มีลักษณะต่าง ๆ ทแี่ ตกต่างกันไปมากมาย โดยมียนี (Gene) เป็นหนว่ ยควบคมุ ท่คี อยควบคุมลักษณะตา่ ง ยีนจะ
มีอยเู่ ปน็ จำนวนมากภายในเซลลแ์ ทบทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวติ ยีนแต่ละยนี จะมหี นา้ ท่ีคอยควบคุมลักษณะทาง
พันธกุ รรมลกั ษณะหน่งึ ๆ โดยท่ัวไปจะมีทงั้ ยนี ทีค่ วบคุมลกั ษณะเด่น และยีนทคี่ วบคมุ ลักษณะด้อย หรือท่เี รา
อาจเคยรู้จักกนั ดีทเี่ รยี กสั้น ๆ ว่า ยนี เด่นกับยนี ด้อย อยา่ งไรกต็ าม ไมใ่ ชเ่ ฉพาะพนั ธกุ รรมเทา่ น้นั ทท่ี ำให้
ลกั ษณะของส่งิ มชี ีวติ แตกตา่ งกันออกไป แตย่ งั เกีย่ วข้องกบั ส่ิงแวดลอ้ มหรอื สภาพแวดลอ้ ม พฤติกรรมของ
สงิ่ มชี วี ติ อีกด้วย เช่น ความอว้ น ซง่ึ อาจเกดิ จากสภาพแวดล้อมหรือพฤติกรรมมากกว่าพนั ธุกรรมน่นั เอง
ภาพนักวทิ ยาศาสตร์ เกรกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel)
ท่มี า https://en.wikipedia.org/wiki/File:Gregor_Mendel_portrait.jpg , Qwerk
ถา้ เรากล่าวถงึ ความรทู้ เ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั พันธุกรรม ชอื่ บคุ คลสำคญั ท่ีจะไม่กลา่ วถึงไมไ่ ดก้ ค็ อื บคุ คล
ทอ่ี าจเรียกไดว้ ่า เป็น “บิดาแห่งพันธศุ าสตร์ ซ่ึงในดา้ นชวี วิทยาคงไม่มใี ครรูจ้ กั นกั วิทยาศาสตรค์ นสำคญั ผูน้ ้ี
บุคคลนัน้ คอื เกรเกอร์ เมนเดล หรอื เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล (Gregor Johann Mendel) เมนเดลเปน็ บคุ คล
ผู้ซ่ึงมปี ระวัติอยูใ่ นช่วงปี พ.ศ. 2365 ถึง ปีพ.ศ. 2427 เป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่ได้การเร่ิมตน้ ทำการศึกษาเร่อื ง
ของพนั ธกุ รรม เป็นผูท้ ่ีได้คน้ พบและไดอ้ ธิบายหลกั ของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม(Heredity) และ
จนถึงเปน็ ผ้ซู ่ึงมีช่ือเสียงเก่ียวกับการกอ่ ต้ังวทิ ยาศาสตรย์ ุคใหมส่ าขาพนั ธศุ าสตร์ เมนเดลผู้ซึ่งไดเ้ ร่ิมศกึ ษา
พนั ธุกรรมจากตน้ ถัว่ จนสามารถตั้งเป็นกฎทางพนั ธุกรรมมากมาย และภายหลังรจู้ กั กันในช่ือว่า พนั ธศุ าสตร์
ของเมนเดล
เมนเดลไดเ้ ริ่มทำการทดลองสงิ่ ตา่ ง ๆ ที่เขาสนใจเก่ียวกับพันธ์ุพืชมากมาย และเกิดความสงสยั เกย่ี วกบั ความ
แตกตา่ งกันของพืชนานาชนดิ ทีแ่ ตกตา่ งกัน ความแตกตา่ งเหล่าน้ี ทำใหเ้ มนเดลอดนกึ สงสยั ไมไ่ ด้ เมนเดลจึง
เร่ิมตน้ ทำการทดลองเปน็ ครัง้ แรกในปี พ.ศ.2399 โดยเขาไดท้ ำการรวบรวมตน้ ถ่ัวมาหลาย ๆ พนั ธ์นุ ำมาผสม
พนั ธุก์ ัน ทงั้ ถว่ั พนั ธเุ์ ดียวกนั และถั่วต่างพนั ธก์ุ ัน เปน็ จำนวนแตกตา่ งกนั ถงึ 22 ชนดิ เพอ่ื ศกึ ษาลักษณะทั้งหมด
เขาใช้ระยะเวลาในการทดลองและศึกษาเป็นเวลารวม 8 ปเี ต็ม ในการทดลองประมาณ 1,000 กวา่ ครัง้ จนได้
ข้อมูลมากเพียงพอ ในทีส่ ดุ ปี พ.ศ.2408 เมนเดลจงึ ไดน้ ำเสนอรายงานผลการทดลองซึ่งเกยี่ วขอ้ งกบั การผสม
พันธ์ตุ ้นถ่วั ให้แก่ทีป่ ระชมุ Natural History Society ในกรุงบรนู น์(Brunn) และน่ันกเ็ ป็นจดุ เร่มิ ต้นทท่ี ำให้
ตอ่ มาคือในปี พ.ศ.2409 ผลงานของเขาไดร้ ับการตพี มิ พเ์ ผยแพร่ออกไปทว่ั ทวปี ยโุ รปและ อเมริกา แตน่ ั่กเ็ ป็น
จดุ เริ่มต้นทไี่ มม่ ีบคุ คลใดไดส้ านต่อหรอื นำความรูน้ ัน้ มาตอ่ ยอดหรือนำมากลา่ วถงึ อีก นานกว่า 34 ปี จนกระท่งั
ในปี พ.ศ.2443 ได้มนี กั วิทยาศาสตร์ 3 คน คือ ฮวิ โก เดอ ฟรีส์ (Hugo de Vries) นกั พฤกษศาสตรช์ าวฮอล์
แลนด,์ คาร์ล คอรเ์ รนส์ (Carl Correns) นกั พฤกษศาสตรแ์ ละนกั พันธุศาสตร์ชาวเยอรมนั และ เอริช ฟอน
แชร์มาค ไซเซเนกก์ (Erich von Tschermak-Seysenegg) นกั วิทยาศาสตร์(agronomist) ชาวออสเตรีย ได้
ทำการทดลองผสมพนั ธพ์ุ ชื ชนดิ อื่นๆ และได้ผลการทดลองตรงกบั ทเ่ี มนเดลเคยไดร้ ายงานไว้ ทำให้เมนเดลเป็น
ท่รี ้จู ักในวงการพนั ธุศาสตรน์ ับตั้งแตน่ นั้ เป็นตน้ มา
2.หลกั การถา่ ยทอดลักษณะพันธกุ รรม
ส่ิงมีชวี ติ แตล่ ะชนดิ มีลกั ษณะเฉพาะตัว ทำใหส้ ่ิงมีชีวิตแตกต่างกัน เชน่ ลักษณะสีผิว ลักษณะ เสน้ ผม
ลกั ษณะสีตา สีและกล่ินของดอกไม้ รสชาติของผลไม้ เสียงของนกชนดิ ตา่ ง ๆ ลกั ษณะเหลา่ นี้จะถูกสง่ ผ่านจาก
พ่อ แม่ ไปยังลกู ได้ หรอื สง่ ผ่านจากคนรุ่นหน่ึงไปยังร่นุ ตอ่ ไป ลกั ษณะทถ่ี กู ถา่ ยทอดนี้ เรียกวา่ ลกั ษณะทาง
พันธุกรรม (genetic character) การท่ีจะพิจารณาวา่ ลกั ษณะใดลกั ษณะหน่งึ เป็นลกั ษณะทางพันธุกรรมนน้ั
ต้องพจิ ารณาหลาย ๆ รนุ่ เพราะลักษณะบางอย่างไม่ปรากฏในรุน่ ลกู แตป่ รากฏในรุ่นหลาน
ลักษณะต่าง ๆ ในส่ิงมชี ีวิตทีเ่ ป็นลักษณะทางพันธกุ รรม สามารถถ่ายทอดจากร่นุ หน่งึ ไปยังร่นุ ตอ่
ๆ ไปโดยผา่ นทางเซลลส์ ืบพันธุ์ เป็นหน่วยกลางในการถ่ายทอดเม่อื เกดิ การปฏิสนธิระหวา่ งเซลลไ์ ข่ของแม่และ
เซลล์อสุจิของพ่อแม้ว่าส่ิงมีชวี ิตชนิดเดยี วกันยังมลี ักษณะท่ีแตกต่างกนั เช่น คนจะมีรูปรา่ ง หนา้ ตา กริ ยิ า
ทา่ ทาง เสียงพูด ไมเ่ หมือนกนั เราจึงบอกไดว้ ่าเป็นใคร แมว้ า่ จะเปน็ ฝาแฝดรว่ มไขค่ ล้ายกันมาก เม่ือพิจารณา
จริงแล้วจะไม่เหมอื นกัน ลักษณะของสงิ่ มีชีวติ เชน่ รูปร่าง สีผวิ สแี ละกล่นิ ของดอกไม้ รสชาตขิ องผลไม้
ลักษณะเหล่านส้ี ามารถมองเห็นและสังเกตได้ง่าย แต่ลักษณะของสิง่ มชี วี ติ บางอยา่ งสังเกตไดย้ าก ตอ้ งใช้วธิ ี
ซบั ซ้อนในการสังเกต เชน่ หมเู่ ลอื ด สติปญั ญา เป็นตน้
3.ความหมายของพนั ธกุ รรม
การถา่ ยทอดลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ จากรนุ่ หนงึ่ ไปยังรุน่ หน่งึ หรือจากบรรพบรุ ษุ ไปสู่
ลูกหลาน เช่น ลักษณะสผี วิ ลักษณะเสน้ ผม ลักษณะสตี า เป็นตน้ ถา้ นกั เรยี นสังเกตจะเหน็ วา่ ในบางครัง้
อาจมี คนทักวา่ มีลักษณะ เสน้ ผมเหมอื นพ่อ ลักษณะสีตาคลา้ ยกบั แมซ่ ง่ึ ลกั ษณะตา่ งๆ เหล่าน้ีจะถูกสง่ ผา่ น
จาก พอ่ แม่ไป ยงั ลูกได้ หรือสง่ ผา่ นจากคนรนุ่ หน่ึงไปยงั คน รนุ่ ตอ่ ไป เราเรยี กลักษณะ ดังกลา่ วว่า ลกั ษณะทาง
พันธกุ รรม (genetic character) ในการพจิ ารณาลกั ษณะ ต่างๆ ว่าลกั ษณะใดเป็นลักษณะทาง พนั ธุกรรม
น้นั จะต้องพจิ ารณาหลายๆ รุน่ หรอื หลายชัว่ อายุ เพราะลักษณะทาง พันธุกรรมบางอยา่ งอาจไมป่ รากฏใน
ร่นุ ลกู แตอ่ าจปรากฏในรุน่ หลานได้
บทท่ี 3
วิธีดำเนนิ การศึกษา
ในการศกึ ษาเรอ่ื ง การศกึ ษาเก่ียวกบั ยาเพนนิซิลนิ ผู้ศกึ ษาไดด้ ำเนนิ การศกึ ษาค้นคว้าซึ่ง
มวี ธิ ีการตามหัวข้อ ดังน้ี
1.ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
2.ตวั แปรทีใ่ ช้ในการศึกษา
3.เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการศึกษา
4.วิธดี ำเนนิ การศกึ ษา
5.รูปแบบการศกึ ษา
1. ประชากรและกลุม่ ตวั อย่างประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
1.1 ประชากรทใี่ ชใ้ นการศกึ ษาครงั้ น้ี ได้แก่ –
1.2 กลมุ่ ตวั อย่างท่ีใช้ในการศกึ ษาครง้ั น้ี ไดแ้ ก่ –
2. ตวั แปรทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษา
2.1 ตวั แปรต้น ได้แก่ การค้นพบยาเพนนซิ ลิ นิ
2.2 ตัวแปรตาม ไดแ้ ก่ ประสิทธภิ าพของยาเพนนิซิลนิ
2.3 ตัวแปรควบคุม ไดแ้ ก่ –
3. เครื่องมือท่ีใช้ในการศึกษา
3.1 อินเทอร์เน็ต
4. วิธีดำเนินการศึกษา
4.1 ตั้งประเดน็ ปัญหา หัวขอ้ การศกึ ษาคน้ ควา้
4.2 นำเสนอครูทีป่ รึกษา เพ่อื ชี้แจงแนวทางการศึกษาค้นคว้า
4.3 ศกึ ษาเอกสารทเ่ี ก่ียวขอ้ งในการศกึ ษาค้นคว้า
4.4 วางแผนการดำเนินการศกึ ษาคน้ คว้า
4.5 ลงมือปฏบิ ตั ิการศกึ ษาค้นคว้าตามแผน
4.6 จัดทำรูปเลม่ รายงาน
4.7 ตรวจสอบความถูกต้องของรปู เลม่ รายงาน
4.8 แกไ้ ข และปรับปรงุ ผลงาน
4.9 นำเสนอและเผยแพร่ข้อมูล
5. รปู แบบการศกึ ษา
ในการศกึ ษาค้นคว้า เรื่อง การศกึ ษาเกีย่ วกบั ยาเพนนิซลิ ิน ใชร้ ูปแบบการศกึ ษาคน้ คว้า
ด้วยวธิ ีการสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เนต็
บทที่ 4
ผลการศึกษาค้นคว้า
การศกึ ษาค้นคว้าเรื่อง พนั ธกุ รรม มีวัตถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ศึกษาประวตั ิความเปน็ มาของการถ่ายทอดลักษณะ
พันธกุ รรม เพอ่ื ศกึ ษาการถา่ ยทอดลกั ษณะพันธุกรรม
และเพือ่ เรียนรูก้ ระบวนการถา่ ยทอดลักษณะพนั ธุกรรม โดยมผี ลการศกึ ษาดงั ตอ่ ไปน้ี
ผลการศกึ ษา
จากการศึกษาค้นคว้า เร่อื ง พนั ธุกรรม พบวา่ การถา่ ยทอดลักษณะพนั ธกุ รรมถูกคิดค้นข้ึนมาจากชาย
ทช่ี ่ือวา่ เกรกอร์ โยฮนั น์ เมนเดล ซง่ึ เขาได้คน้ พบกฎน้ี
จาการทดลองผสมพันธถุ์ ว่ั หลกั การถา่ ยทอดลักษณะพนั ธุกรรมคือ ลกั ษณะต่างๆจากพอ่ แม่จะถกู ถ่ายทอดสู่
ลูกผา่ นDNAแลว้ นำไปสู่ลกู ลักษณะที่ลกู จะได้รบั เชน่
สดี วงตา รปู รา่ ง สีผวิ เป็นตน้
บทที่ 5
สรปุ อธิปรายผล และข้อเสนอแนะ
จากการศกึ ษาคน้ คว้าเรือ่ ง พนั ธุกรรม มีวตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ศกึ ษาประวัตคิ วามเปน็ มาของการถา่ ยทอด-
ลกั ษณะ เพ่อื ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะพันธกุ รรม เละเพือ่ เรยี นรูก้ ระบวนการถา่ ยทอดลักษณะพนั ธกุ รรม
สามารถสรปุ ผลและอธปิ รายผล ดงั นี้
สรุปผลการศึกษา
จากการศึกษาค้นควา้ เรือ่ ง พันธกุ รรม พบวา่ การถ่ายทอดลักษณะพนั ธกุ รรมถูกคดิ ค้นขน้ึ มาจาก
ชายทชี่ ือ่ ว่า เกรกอร์โยฮันนเ์ มนเดล ซ่ึงเขาไดค้ น้ พบกฎนีจ้ ากการทดลองผสมพันธุ์ถว่ั หลักการถ่ายทอดลักษณะ
พนั ธุกรรมคอื ลักษณะตา่ งๆจากพอ่ แม่จะถกู ถา่ ยทอดสลู่ กู ผา่ นDNAแล้วนำไปสูล่ กู ลกั ษณะท่ีลูกจะได้รับเช่นสี
ดวงตา รูปรา่ ง สีผวิ เปน็ ตน้
อธิปรายผลการศึกษา
พันธุกรรม (Heredity) หมายถึง การถา่ ยทอดลกั ษณะของสงิ่ มชี ีวิตจากรุ่น หน่งึ ไปยังรุ่นหน่งึ หรือจาก
บรรพบุรุษไปสูล่ กู หลาน เชน่ ลกั ษณะสีผิว ลกั ษณะเสน้ ผม ลักษณะสีตา เป็นตน้ กรรมพนั ธุห์ รือลกั ษณะ
ตา่ งๆในสงิ่ มชี ีวติ สามารถถา่ ยทอดไปส่รู ่นุ ตอ่ ไปได้โดย ผ่านทางเซลล์สบื พันธุ์ กลา่ วคอื เม่ือเกิดการปฏิสนธิ
ระหวา่ งเซลลไ์ ข่ ของแมแ่ ละอสุจขิ องพอ่ ลกั ษณะตา่ ง ๆ ของพอ่ และแมจ่ ะถา่ ยทอดไปยังลูก
นกั วทิ ยาศาสตร์จำแนกสงิ่ มีชีวิตหลายชนิดออกจากกนั โดยดจู ากความ คล้ายคลึง และแตกตา่ งของสิง่ มีชีวิต
เหล่าน้นั ความแตกต่างของสงิ่ มีชวี ติ ที่ ต่างชนิดกนั มกั จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน เช่น โลมาจะต่างไปจากลิง
เป็นอยา่ งมาก ถึงแมส้ ัตวท์ ั้งสองชนดิ นีจ้ ะเป็นสตั ว์เลีย้ งลูกด้วยนมเหมอื นกนั เรียกว่า “ความแปรผันทาง
พันธุกรรม” (Genetic variable)
บรรณานกุ รม
Digitalschool.club. (ม.ป.ป). ความรู้เกี่ยวกับพนั ธุกรรม. สบื คน้ 23 มกราคม 2565. จาก
http://www.digitalschool.club/digitalschool/science1_2_2/science2_1/more/Heredity_y_11.ph
p
webkrumilk.com. (ม.ป.ป). ความรู้เกย่ี วกับกระบวนการถา่ ยทอดลกั ษณะพนั ธุกรรม. สืบคน้ 24 มกราคม
2565. จาก
https://sites.google.com/site/webkrumilk/home/3-krabwnkar-thaythxd-laksna-thang-
phanthukrrm
wordwall.net. เวบ็ ท่ใี ช้ในการสร้างเกม. [ออนไลน์]. เข้าได้จาก
https://wordwall.net/th/myactivities