The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-10 01:51:56

สงครามครูเสด

สงครามครูเสด

C
R
U
S
A
D
EW
SA

R

สารบัญ

สงครามครูเสดคืออะไร 1

ความหมายของสงครามครูเสด 2

สงครามครูเสดในมุมมองของสองฝ่าย 3

สาเหตุของสงคราม 5

บทสรุปของสงคราม 8

ผลกระทบของสงคราม 11

ผลของสงครามต่อโลกตะวันตก 12

สงครามครูเสดคืออะไร

สงครามครูเสดเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่แห่งมวล

มนุษยชาติในครั้งอดีต เป็นสงครามระหว่างศาสนา โดย

ส่วนใหญ่หมายความถึงสงครามครั้งใหญ่ระหว่างชาว

มุสลิมและชาวคริสต์ ในช่วงศตวรรษที่ 11 ถึง 13 ดิน

แดนที่ทำการสู้รบและแย่งชิงพื้นที่กัน เป็นสถานที่สำคัญ

ของสามศาสนาได้แก่ อิสลาม ยูได และ คริสต์ ซึ่งใน

ปัจจุบัน ก็คือบริเวณประเทศอิสราเอล ปาเลสไตน์ และ

เลบานอน 1

ความหมายของสงครามครูเสด

สงครามครูเสดมีความหมายว่า เป็นการต่อสู้เพื่อความ

ถูกต้องชอบธรรม เป็นความถูกต้องชอบธรรมตามหลัก
ศรัทธาทางศาสนา เป็นสงครามที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง

ตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า

2

สงครามครูเสดในมุมมองของสองฝ่าย

สงครามครูเสดในมุมมองศาสนาคริสต์ 3

คือ สงครามไม้กางเขน เดิมมาจากคำว่า "ครอส"
(Cross)และชาวคริสต์อ้างว่าเดิมทีดินแดนศักดิ์สิทธิ์
เยรูซาเล็ม (Jerusalem) นั้น เป็นของชาวคริสต์ แต่ถูก
ชาวมุสลิมรุกรานแย่งชิงไป ฝ่ายคริสต์จึงมีการประกาศ
ความชอบธรรมในการทำสงคราม รวมทั้งการยกหนี้สิน
ให้กับคนที่เข้าร่วมสงคราม ผู้นำศาสนายังประกาศอีกว่า
ผู้ใดที่ร่วมรบจะได้ขึ้นสวรรค์

สงครามครูเสดในมุมมองของสองฝ่าย

สงครามครูเสดในมุมมองศาสนาอิสลาม

คือ การรุกรานของชาวคริสต์ที่กระทำต่อมุสลิม
สาเหตุสงครามเกิดจากการที่ชาวคริสต์ไม่พอใจชาว
มุสลิมที่ไม่ต้อนรับพวกตนในการเข้าไปแสวงบุญที่
เยรูซาเล็ม ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลข้ออ้าง อย่างนี้เป็นต้น.

4

สาเหตุของสงคราม

1. สงครามครูเสดเป็นผลของความขัดแย้งกันเป็นเวลาช้า
นาน ระหว่างคริสตจักรทางภาคตะวันตกกับทางภาคตะวัน
ออก ต่างฝ่ายต่างก็พยายามที่จะมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง
โดยนำเสนอความเป็นผู้นำในการรบเพื่อทวงคืนดินแดน
ศักดิ์สิทธิ์ และหยุดยั้งการแพร่ขยายของศาสนาอิสลามที่เป็น
ไปอย่างรวดเร็วจนก่อให้เกิดความหวาดกลัวขึ้นทั่วไปในหมู่
ชาวคริสเตียนในยุโรป ด้วยเหตุดังกล่าว ในศตวรรษที่ 11 ชาว
คริสเตียนจึงได้ส่งกองกำลังมาปะทะกับมุสลิม
2. ความกระตือรือร้นในการไปแสวงบุญของชาวคริสเตียน
ยังนครเยรูซาเล็มมีมากกว่าที่เคยเป็นมา ในช่วงนั้น เยรูซาเล็ม
ตกอยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิม ผู้แสวงบุญชาว
คริสเตียนจึงมีความต้องการดินแดนเยรูซาเล็มเป็นของตนเอง
เพื่อความสะดวกในการแสวงบุญมากยิ่งขึ้น.

5

สาเหตุของสงคราม

3. ช่วงเวลาระหว่างนั้น เป็นระยะเวลาที่ระส่ำระสายอยู่ทั่วไป
ในยุโรป พวกเจ้าเมืองต่าง ๆ ต่างก็ต่อสู้ทำสงครามซึ่งกันและ
กัน พระสันตะปาปามีความเห็นว่า ถ้าปล่อยให้อยู่ในสภาพ
เช่นนี้ จะทำให้ชาวคริสเตียนในยุโรปต้องอ่อนแอลง เขาจึง
ยุยงปลุกระดมให้ประชาชนหันมาต่อสู้กับชาวมุสลิมแทนเสีย
เอง โดยอ้างว่าจะได้รับกุศลผลบุญ และทำสงครามเพื่อชิง
เอานครอันศักดิ์สิทธิ์ "เยรูซาเล็ม" กลับคืนมา
4. มุสลิมได้กลายเป็นมหาอำนาจทางการค้าแถบชายฝั่งทะเล
เมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 เป็นต้นมา การค้า
พาณิชย์ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจึงตกอยู่ในความควบคุม
ของมุสลิมอย่างเต็มที่ ดังนั้น ชาวคริสเตียนในยุโรปจึง
ต้องการทำสงครามกับมุสลิม เพื่อหยุดยั้งความเจริญ
ก้าวหน้าของมุสลิม

6

สาเหตุของสงคราม

สันตะปาปา เออร์แบนที่ 2

5. สันตะปาปา เออร์แบนที่ 2 ประสงค์จะรวมคริสตจักรของ
กรีกมาไว้ใต้อิทธิพลของท่านด้วย จึงได้เรียกประชุมชาว
คริสเตียนที่เมืองเลอมองส์ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของ
ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1095 และรบเร้าให้ชาว
คริสเตียนทำสงครามกับชาวมุสลิม ท่านได้สัญญาว่าผู้ที่เข้าร่วม
ในการต่อสู้จะได้รับการยกเว้นจากบาปที่เคยทำมา และผู้ที่ตาย
ในสงครามก็จะได้ขึ้นสวรรค์
ภายในเวลาไม่นานก็รวบรวมคนได้ถึง 150,000 คน ส่วนมากเป็น
ชาวแฟรงค์ (Frank) และนอร์แมน (Norman) คนเหล่านี้ได้มา
ชุมนุมกันที่เมืองเยรูซาเล็ม สงครามจึงเริ่มขึ้น

7

บทสรุปของสงคราม

โดยสรุปแล้ว ในสงครามครูเสดมีการทำสงครามกัน 8
ครั้ง กินระยะเวลานานประมาณ 200 ปี มีผู้คนล้มตาย
กว่า 7,000,000 คน และสุดท้ายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตก
เป็นของมุสลิม

ครั้งที่ 1 ค.ศ. 1092 - 1099 กล่าวกันว่าเป็นครั้ง
เดียวที่ชาวคริสเตียนรบด้วยอุดมการณ์ เป็นครั้งที่
พระเจ้าแผ่นดินในยุโรปหลายพระองค์ได้ไปร่วมรบ
และเป็นครั้งเดียวที่สามารถเอาชนะพวกเติร์ก เปิด
ทางให้คริสต์ศาสนิกชนสามารถไปนมัสการที่ฝังศพ
พระเยซูได้สะดวก

8

บทสรุปของสงคราม

สงครามครูเสดครั้งที่ 3

ครั้งที่ 2 ค.ศ. 1147 - 1149 พระเจ้าหลุยส์ที่ 7 ของ
ฝรั่งเศส กับ พระเจ้าคอนราดที่ 3 ของเยอรมัน นำทัพ
ไป แต่ต้องแพ้ย่อยยับกลับมา

ครั้งที่ 3 ค.ศ. 1189 - 1192พระเจ้าเฟรเดริกที่ 1
(เยอรมัน)ฟิลิปป์ออกุสต์(ฝรั่งเศส)และริชาร์ดไลออน
อาร์ท (อังกฤษ) นำทัพและพากันแพ้กลับมาอีก และ
พระเจ้าเฟรเดริกจมน้ำตาย

9

บทสรุปของสงคราม

ครั้งที่ 4 ค.ศ. 1202 - 1204 แทนที่กองทัพครูเสดจะไปรบพวกเติร์ก
กลับไปรบพวกคริสเตียนด้วยกันเอง

ครั้งที่ 5 ค.ศ. 1217 - 1221 เซนเญอร์ของฝรั่งเศส ชื่อ ยองเลอ
เบรียน กับพระเจ้าแผ่นดินฮังการี ไปรบพวกเติร์กในประเทศอียิปต์ ไม่
ได้ผลทางชัยชนะ

ครั้งที่ 6 ค.ศ. 1228 - 1229 พระเจ้าเฟรเดริกที่ 2 (เยอรมัน)นำทัพ
แต่แทนที่จะไปรบกลับไปทำไมตรีกับพวกอาหรับสามารถทำให้พวก
อาหรับยอมให้พวกคริสเตียนเดินทางเข้าเมืองเยรูซาเล็มได้อีกครั้ง

ครั้งที่ 7 ค.ศ. 1248 – 1249 และครั้งที่ 8 ค.ศ. 1270 สงครามครู
เสดได้กระทำกันในประเทศอียิปต์เพราะพวกหัวหน้าเติร์กมีถิ่นสำคัญ
ตั้งอยู่ที่นั่นและแซงต์หลุยส์(ฝรั่งเศส)นำทัพทั้งสองครั้งจนสิ้นพระชนม์
ในปี ค.ศ. 1270 สงครามครูเสดจึงสุดสิ้นลงในครั้งนี้

10

ผลกระทบของสงคราม

1.ระบบฟิวดัลเสื่อมลงสงครามครูเสดทำให้ขุนนางลดจำนวนเนื่องจากเสียชีวิตใน
สงครามขุนนางที่เหลือก็ยากจนลงสถาบันกษัตริย์จึงแข็งแกร่งขึ้นและพวกข้าติดที่ดินได้
รับอิสระ

2.สงครามครูเสดทำให้การค้าขยายตัวไปทั่วทั้งดินแดนภาคตะวันตกและดินแดนภาค
ตะวันออกสินค้าจากภาคตะวันออกได้เข้าไปแพร่หลายในยุโรปเช่นผ้าไหม เครื่องเทศ

3.เมืองต่างๆกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองเช่นนครรัฐในอิตาลี

4.เมื่อการค้าขยายตัวส่งผลให้เมืองต่างๆขยายตัวและมีการนำแร่เงินและแร่ทองเข้ามา
เผยแพร่ในยุโรป ทำให้การซื้อขายใช้ระบบเงินตราแทนที่การแลกเปลี่ยนสินค้า

5.ชนชั้นผู้นำของกองทัพครูเสดได้นำเอาอารยธรรมกรีก-โรมันทั้งจากดินแดนจักรวรรดิ

ไบแซนไทน์และจักรวรรดิมุสลิมกลับเข้ามาเผยแพร่ในยุโรปอีกครั้ง 11

ผลของสงครามต่อโลกตะวันตก

หลังจากพวกคริสเตียนได้ครองแผ่นดินส่วนหนึ่งของอาณาจักรแห่ง
เยรูซาเล็ม บางเมืองอยู่ยาวนานกว่า 200 ปี การเข้ามาอยู่ในดินแดนที่มี
มุสลิมอาศัยอยู่โดยรอบทำให้พวกคริสเตียนและมุสลิมเกิดการหลอม
รวมวัฒนธรรมกันพวกคริสเตียนประทับใจในศิลปะการตกแต่งของมุสลิม
เช่น พรม เครื่องใช้และกระเบื้องเคลือบ และพวกเขายังได้กินอาหาร
รสชาติใหม่ ๆ เช่น ผลแอปริคอท มะเดื่อ น้ำตาลและมะนาว ทางด้าน
เครื่องแต่งกายชาวคริสเตียนได้เรียนรู้การใช้ผ้าฝ้ายและผ้าไหมทำเสื้อผ้า
ทางด้านสถาปัตยกรรมพวกคริสเตียนได้เรียนรู้เรื่องการใช้เสาและคานรูป
โค้งแบกรับน้ำหนักจากสิ่งที่ปลูกสร้างของมุสลิม นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้
ถึงวิธีการป้องกันปราสาทโดยการใช้หอคอยทรงกลมและช่องทางเดินบน
กำแพงที่ทำให้คนที่อยู่ข้างบนสามารถยิงธนูหรือโยนหินเข้าใส่ผู้เข้ามาโจมตี
ได้ส่วนพวกมุสลิมนั้นได้การค้าที่เพิ่มขึ้นกับอิตาลี มีอาวุธที่ดีขึ้น และการ
สำรวจพื้นที่เพื่อทำการสงคราม

นอกจากนี้ สงครามครูเสดทำให้พวกตะวันตกได้รับความรู้ใหม่
ๆ หลายอย่างจากพวกมุสลิม เช่น เรื่องโรงสีลม การใช้เข็มทิศในการเดิน
ทางเรือ ทำให้อุตสาหกรรมเจริญขึ้นหลายอย่าง

12

THE END


Click to View FlipBook Version